Friday, 17 July 2026
NEWS

‘ช้างศึก’ ฟาดแรงค์กิ้งฟีฟ่าพุ่งท็อป 100 โลก ในรอบ 14 ปี แซงหน้า!! ‘เวียดนาม’ ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ของอาเซียนอีกครั้ง

(26 ม.ค.67) ความเคลื่อนไหวทัพ ‘ช้างศึก’ ทีมชาติไทย หลังระเบิดฟอร์มสุดยอด ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ 16 ทีมสุดท้าย ในศึกเอเชียนคัพ 2023 เข้ามาดวลกับ ทีมชาติ อุซเบกิสถาน ที่สนาม อัล ยานูบ สเตเดี้ยม ในวันอังคารที่ 30 ม.ค.นี้ เริ่มฟาดแข้งในเวลา 18.30 น. เป็นต้นไป PPTV ถ่ายทอดสด 

โดยทัพ ‘ช้างศึก’ ที่ลงเล่นนัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่มเสมอกับซาอุดีอาระเบีย ทีมอันดับ 56 ของโลก 0-0 ทำให้สร้างผลงานสุดยอดด้วยการเก็บถึง 5 คะแนน จาก 3 นัด รั้งรองแชมป์ของกลุ่ม เอฟ พร้อมกับ สร้างประวัติศาสตร์ไม่เสียประตูในรอบแบ่งกลุ่มแม้แต่ลูกเดียว และในครั้งนี้ก็นับเป็นเพียง 2 ชาติร่วมกับ กาตาร์ เจ้าภาพที่ทำสถิติดังกล่าวได้

ซึ่งจากผลงานของทัพ ‘ช้างศึก’ ในรายการนี้ก็ทำให้ทีมเก็บคะแนนแรงค์กิ้งฟีฟ่าได้ทั้งหมด 30.69 คะแนน ทำให้คะแนนจากเดิมที่มี 1198.86 เพิ่มเป็น 1206.58 คะแนน อันดับโลกขยับจาก 113 ไปอยู่ที่ 100 ของโลก เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี อย่างไม่เป็นทางการแน่นอนแล้ว  หลังครั้งสุดท้ายที่ไทยอันดับท็อป 100 โลก คือการอยู่อันดับ 98 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2010  พร้อมกันนี้ก็จะแซงหน้า เวียดนาม กลับขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของอาเซียนอีกครั้งด้วย

สำหรับสถิติการดวลกันของ ‘ไทย’ กับ ‘อุซเบกิสถาน’ ทีมอันดับ 68 ของโลก นั้นปรากฏว่าเคยดวลกันมา 10 ครั้ง เป็นไทย ที่ทำได้ดีกว่าเอาชนะไปได้ 6 ครั้ง อุซเบกิสถาน ชนะไป 4 ครั้ง ซึ่งผลงานครั้งสุดท้ายที่ดวลกันเกิดขึ้นในปี 2023 ในเกม เอเชียนคัพ รอบคัดเลือก อุซเบกิสถาน เอาชนะไปได้ 2-0

แนวร่วมเพจดัง บี้!! สภาฯ สอบ ‘สส.จิรัฏฐ์’ ‘ปมหนีทหาร’ ‘เจ้าตัว’ บอกปัด!! อ้างก็แค่กระบวนการดิสเครดิต

(26 ม.ค. 67) ที่รัฐสภา แนวร่วมเพจ ‘วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ นำโดย นายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์, นายนิยม นพรัตน์ หรือ เค สามถุยส์ และนายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร หรือ อ.ทัน ยื่นเรื่องร้องเรียนถึงประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องขอให้ตรวจสอบ นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล กรณีไม่ได้รับการตรวจเลือก คัดเลือกทหาร หรือหนีทหาร หรือไม่ โดยมีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 เป็นผู้รับหนังสือ

นายทันกวินท์ กล่าวว่า ตนมาในนามของประชาชน โดยขอให้ภาครัฐตรวจสอบนายจิรัฏฐ์ โดยกรณีนี้ไม่ได้เกี่ยวกับพรรคก้าวไกล โดยตนได้ร้องว่า นายจิรัฏฐ์ได้มีการหนีทหาร จริงหรือไม่ เพราะตามคำให้การของนายจิรัฏฐ์มีความขัดแย้งกัน และเป็น สส.ต้องมีความแม่นยำในข้อกฎหมาย ซึ่งในข้อกฎหมายกำหนดไว้ว่าหากไม่เข้าไปทำการตรวจเลือกทหารต้องได้รับโทษจำคุก และเมื่อได้รับโทษจำคุกแล้ว จะต้องเข้ารับราชการทหารเลย ดังนั้น สิ่งที่นายจิรัฏฐ์ให้ข้อเท็จจริงว่าเมื่อไม่ได้เข้าไปรับการตรวจเลือกแล้วสามารถเสียค่าปรับ และเข้าไปจับฉลากได้ ถือว่าเป็นการพูดเรื่องข้อกฎหมายอันเป็นเท็จ นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา นายจิรัฏฐ์ได้นำตัว สด.43 ที่มีชื่อของนายจิรัฏฐ์ โดยกำหนดข้อความว่าสามารถจับใบดำ ใบแดงได้ ทั้งที่ตามข้อกฎหมายระบุว่าเมื่อคุณได้รับคำพิพากษาของศาลและได้รับโทษจำคุกแล้ว จะไม่มีการจับใบดำ ใบแดง นี่ถือว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสาร ซึ่งตนกำลังประสานกับทางกองทัพเพื่อดำเนินคดีอาญากับนายจิรัฏฐ์ต่อไป

ขณะที่นายแทนคุณ กล่าวว่า เรื่องนี้หากเป็นข้าราชการก็เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มาตรา 157 หรือไม่ และเมื่อเป็น สส.กระบวนการจริยธรรมคือถอดถอน และถ้ามีความผิดจริง ในการโกหก ปลอมแปลงเอกสาร หลอกลวงประชาชน เราก็จะส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อยื่นถอดถอน และยื่นคดีอาญา อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เราทำหน้าที่เปิดโปง สส.ของพรรคก้าวไกลหลายคน จึงเป็นเหตุผลหรือไม่ที่พรรคก้าวไกลพยายามโจมตีกองทัพ เพราะตัวเองมีบาดแผลหลายอย่าง

ด้าน นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า ตนจะนำเอกสารร้องเรียนนี้ไปให้เข้าหน้าที่ได้ตรวจสอบความถูกต้องต่างๆ ตามกระบวนการ แต่อย่างไรก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ว่าสิ่งที่เขาร้องเรียนมานี้เป็นความจริงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ได้ออกมาอธิบายกล่าวชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า ตนต้องนำเอกสารตัวจริงไปยื่นอยู่แล้ว ส่วนการตรวจสอบว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่ ถ้าอยากจะรู้ขนาดนั้น ก็เป็นหน้าที่ของราชการ เป็นเอกสารตั้งแต่ 14 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นเราเป็นเด็กที่เพิ่งเรียนจบ แล้วก็ไม่ได้ไปรายงานตัว ตนจำได้ว่าวันนั้นติดเรียน หรือติดธุระอะไรสักอย่าง ก็เลยไปในวันรุ่งขึ้น

"หน่วยงานราชการเรียกไปทำอะไร เราก็ทำตามหมด ให้จ่ายค่าปรับก็จ่าย ให้จับใบดำใบแดงก็จับ ให้เอกสารอะไรมาก็ทำตามกระบวนการที่เขาให้ทำทุกอย่าง ไปจ่ายค่าปรับที่ศาลรึเปล่าน่าจะใช่ ผมก็ทำตามเขา นั่งรถกับเขา แล้วเขาก็พากลับมาที่อำเภอ ทุกอย่างก็จบแค่นั้น ยืนยันว่าไม่มีการปลอมเอกสารแน่นอน แต่ที่ออกมาพูดช้า ยอมรับเลยว่าหาเอกสารไม่เจอ สุดท้ายไปรื้อเจอที่บ้านคุณแม่" นายจิรัฏฐ์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า ในใบ สด.ที่เอามาแสดงนั้น ไม่มีรอยนิ้วมือ นายจิรัฏฐ์ กล่าวว่า ตนก็ยังสงสัยอยู่ ว่าทำไมถึงไม่มี เขาไม่ได้ให้ปั๊ม แต่ที่เช็กกับหลายคนก็ไม่มี ส่วนจะทำตามกระบวนการถูกต้องหรือไม่นั้น เราเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง เข้าไปในหน่วยงานราชการ ก็ทำตามกระบวนการอยู่แล้ว จะมีอำนาจอะไรไปสั่งการ

เมื่อถามถึงการตั้งข้อสังเกตว่า โดยปกติแล้วหากศาลมีคำสั่งว่าหนีทหาร จะต้องไปเกณฑ์ทหารทันที ไม่ใช่ไปจับใบดำใบแดงแบบนี้ นายจิรัฏฐ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม กระบวนการของศาล ซึ่งตนก็ต้องทำตามที่เขาให้ทำ ส่วนรู้สึกแปลกหรือไม่ เอาตรงๆ รู้สึกโชคดี ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ตนคงไม่ต้องไปเกณฑ์ทหารแล้ว เกณฑ์ทหารไม่ได้อะไรอยู่แล้ว ชีวิตเสียหายไป 2 ปี แทบจะเอาชีวิตไปทิ้งเลย ถ้ามันออกมาเป็นอย่างนั้น ตนก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ตนไม่รู้หรอกว่ากระบวนการเป็นยังไง ก็แล้วแต่หน่วยงานราชการ เขาบอกให้ทำก็ทำ

เมื่อถามถึงกรณีที่มีข้อสงสัยว่าเป็นการเปลี่ยนชื่อ เพื่อหนีทหาร นายจิรัฏฐ์ กล่าวว่า ตนเปลี่ยนตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ปีหนึ่ง เปลี่ยนทั้งบ้าน เพราะคุณแม่ไปดูดวงมา เรื่องการเกณฑ์ทหารเป็นเรื่องหลังเรียนจบ ตนเปลี่ยนชื่อก่อนหลายปีมาก ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ในเอกสารราชการจะเปลี่ยนชื่อหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ส่วนที่มีการมาร้องเรียนกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารนั้น ตนได้ทราบว่ารับเรื่องมาแล้ว ซึ่งเมื่อถึงเวลาลงมติ ตนคงไม่ออกความเห็น ให้ กมธ.ฯ คนอื่นพิจารณา ว่าจะนำเรื่องนี้เข้ามาพูดคุยหรือไม่ เพราะ กมธ.ฯ มีหน้าที่ศึกษาพิจารณา แก้ไข สืบสวน ข้อพิพาท ที่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องข้อพิพาทระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการทหาร โดยประชาชนที่มาร้องเรียนจะต้องเป็นผู้เสียหาย ที่มาเรียกร้องความยุติธรรม ความเป็นธรรม แต่เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบ ว่าใครเป็นผู้เสียหาย และเขาได้รับความเดือดร้อนอะไร จากสิ่งที่มันเกิดขึ้น ตนยังไม่เข้าใจเหมือนกัน

"ผมไม่ได้แปลกใจกับเรื่องนี้ เพราะการถูกทำลาย เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเรื่องราวที่ผมพูด และสิ่งที่กำลังทำ เป็นเรื่องที่ถูกทางแล้ว เป็นประโยชน์สาธารณะ ไม่ได้พูดเพื่อตัวเอง ถ้าทำแล้วสำเร็จ ก็เป็นประโยชน์ของคนทั้งประเทศ แต่เรื่องที่เขาทำเพื่ออะไร ใครได้ประโยชน์ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมไม่อยากให้สังคมเปลี่ยนประเด็น จากความผิดปกติในหน่วยงานทหารมาเป็นเรื่องนี้แทน เพราะเป็นการความพยายามในการบิดเบือนกระแสสังคมมากกว่า" นายจิรัฏฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่า จะมีการดำเนินคดีต่อผู้ร้องเรียนหรือไม่นั้น นายจิรัฏฐ์ กล่าวว่า คงไม่เสียเวลาทำอะไรแบบนั้น มองว่าเป็นกระบวนการดิสเครดิต มั่นใจว่าการพยายามทำลายไม่ว่าจะมากน้อยแค่ไหน ก็ไม่สามารถเปลี่ยนข้อเท็จจริงที่ตนพูดเกี่ยวกับทหารได้

‘รมว.พีระพันธุ์’ เกลี้ยกล่อม ‘เจ๋ง ดอกจิก’ มอบตัว หลังมีชื่อเอี่ยวก๊วนศรีสุวรรณ รีดเงินอธิบดีกรมการข้าว

(26 ม.ค. 67) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป.นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.ปปป. สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. นำโดย พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผอ.ปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ นำหมายค้นเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายจำนวน 3 จุด ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เพื่อจับกุมตัวผู้ต้องหาขบวนการนักเคลื่อนไหวหรือนักร้องเรียนข่มขู่เรียกเงินเจ้าหน้าที่รัฐแลกกับการไม่ร้องเรียนหรือกลั่นแกล้งให้ถูกตรวจสอบ

สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ว่าได้ถูกนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน หรือ นักเคลื่อนไหวชื่อดัง พร้อมด้วยนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ประธานกลุ่มรวมใจรักชาติ และเป็นหนึ่งในคณะทำงานเขตราชการที่ 11 ที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี พร้อม น.ส.พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ อดีตผู้สมัคร สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมกันข่มขู่เรียกเงินจำนวน 3 ล้านบาท ก่อนจะมีการเจรจาต่อรองเหลือเพียง 1.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการยุติเรื่องร้องเรียนโครงการสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการปลูกข้าว และโครงการปรับปรุงการผลิตสำหรับผู้ปลูกข้าว โดยอ้างว่าพบข้อพิรุธที่ส่อไปในทางทุจริต

แต่ด้วยความที่ นายณัฏฐกิตติ์ มั่นใจว่าที่ผ่านมาตนเองนั้นบริหารงานหรือปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ถูกผู้ต้องหาทั้ง 3 รายกล่าวอ้างเพื่อข่มขู่ จึงมองว่าการถูกกระทำเช่นนี้ไม่เป็นธรรมแก่ตนเอง แต่ด้วยความที่เกรงว่าหากถูกร้องเรียนโจมตีบ่อยครั้งเข้าจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงยอมจ่ายเงินให้ครั้งแรกก่อนเป็นจำนวน 1.4 แสนบาท ก่อนแอบถ่ายคลิปวิดีโอตอนส่งมอบเงินเก็บไว้เป็นหลักฐาน 

จากนั้นจึงนำมามอบให้กับพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ก่อนมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจนเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 รายมีพฤติกรรมดังกล่าวจริง จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับ นายศรีสุวรรณ และ น.ส.พิมณัฏฐา ในข้อความผิดฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด พร้อมออกหมายจับนายยศวริศ ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์ และ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก่อนวางแผนให้ผู้เสียหายทำการนัดหมายส่งมอบเงินงวดต่อมาอีก 5 แสนบาท ไปส่งมอบให้ จึงซ้อนแผนเข้าจับกุม

โดยเป้าหมายสำคัญจุดแรกเป็นบ้านเลขที่ 51/119-121 ม.9 ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านพฤกษา 17 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านพักของ นายศรีสุวรรณ หลังจากผู้เสียหายส่งคนนำเงิน 5 แสนบาท ไปส่งมอบให้กับภรรยาของนายศรีสุวรรณ กระทั่งเมื่อเห็นว่ามีการหยิบซองเงินเข้าไปภายในบ้านจริง จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นจับกุม ระหว่างนั้นนายศรีสุวรรณเกิดไหวตัวพยายามวิ่งนำซองเงินไปโยนทิ้งบริเวณข้างบ้าน เจ้าหน้าที่จึงวิ่งไล่ติดตามไปตรวจยึดกลับคืนมาได้ ก่อนแสดงหมายจับให้เจ้าตัวรับทราบจากนั้นจึงทำการควบคุมตัวพร้อมพาตรวจค้นภายในบ้านพัก เพื่อค้นหาพยานหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติมทางคดี นอกจากนี้ยังได้เตรียมเชิญตัวภรรยาของนายศรีสุวรรณ ไปทำการสอบปากคำเพื่อตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดด้วยหรือไม่

ภายหลังการจับกุมตัวนายศรีสุวรรณได้ไม่นาน ทางด้าน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์มายัง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อประสานติดต่อจะพา นายยศวริศ หรือเจ๋ง ดอกจิก กับ น.ส.พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์ ผู้ต้องหาอีก 2 ราย เข้ามอบตัว ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจานัดหมายสถานที่รับส่งมอบตัว เบื้องต้นคาดว่าทั้งสองจะเข้ามอบตัวที่ สน.นางเลิ้ง ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะมีการแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายหลังภารกิจเสร็จสิ้น

ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล และสน.ดุสิต ได้เดินทางเข้ามาพูดคุยและเชิญ นายยศวริศ หรือเจ๋ง ดอกจิก ขึ้นรถเพื่อไปที่สน.ดุสิต ทำการสอบสวนตามขั้นตอนและกระบวนการต่อไป 

ด้านนายยศวริศ กล่าวว่า “ยังไม่ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่รู้เรื่องอะไร เพิ่งรู้เรื่องจากตำรวจ ผมประสานให้นายศรีสุวรรณเฉย ๆ ซึ่งเรื่องนี้ต้องคุยกันไม่เป็นไร ยืนยันว่าชี้แจงได้ ขอย้ำว่าชี้แจงได้ไม่มีปัญหา”

ทั้งนี้ มีรายงานว่าบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลมีเจ้าหน้าที่สอบสวนกลางได้มาเตรียมพร้อมบริเวณห้องปฏิบัติการสื่อมวลชน 1 และด้านหน้าตึกบัญชาการ 1 ตั้งแต่ช่วงเที่ยง หลังมีรายการว่า นายยศวริศ เดินทางเข้ามาที่ตึกบัญชาการ 1 ตั้งแต่ช่วงสายของวัน เพื่อพบกับนายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

‘บิ๊กโจ๊ก’ เผย!! ผู้ต้องหาเยอรมันซื้อกามเด็ก 14 ปีจริง แต่ไม่ได้จ่ายสินบน 1 ลบ. แลกประกันตัวกลับประเทศ

(26 ม.ค. 67) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผย ผลการประชุมร่วมกับตำรวจสืบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ อัยการของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อวานนี้ (25 ม.ค. 67) เพื่อเคลียร์ประเด็นข้อเท็จจริง ที่มีสื่อต่างประเทศนำเสนอข่าว นายเจน คริช ชาวเยอรมัน จ่ายสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 ล้านบาท เพื่อแลกการประกันตัวกลับประเทศ

ภายหลังการประชุมร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและอัยการฯ พบว่าทางตำรวจสอบสวนและอัยการได้ดำเนินการสอบปากคำ นายเจน คริช พร้อมทำสำนวนเอกสารเป็นที่เรียบร้อย พบว่านายเจน คริช ได้ให้การยืนยันและยอมรับประเด็นที่นำเสนอในสื่อต่างประเทศไม่เป็นความจริง แต่เกิดจากการบิดเบือนข้อเท็จจริงของสื่อต่างประเทศบางสื่อ ที่เชิญนายเจน คริช สัมภาษณ์

ต่อคดีที่เกิดขึ้นในประเทศไทย นายเจน คริช ยืนยันในข้อมูลที่เป็นจริงว่า ได้กระทำความผิดคดีซื้อบริการทางเพศเด็กหญิงไทย อายุ 14 ปี และถูกจับกุมดำเนินคดี ในประเทศไทยจริง โดยไม่มีการจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อหลบหนีเดินทางกลับประเทศเยอรมัน แต่อย่างใด พร้อมทั้งได้กล่าวขอโทษที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงต่อข้าราชการตำรวจและกระบวนการยุติธรรมไทย

‘ประกันสังคม’ ประกาศ!! ป่วยหยุดหายใจตอนหลับ เบิกค่า Sleep test ได้ มีผล ‘บังคับใช้’ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 67 จ่ายจริงไม่เกิน 7 พันบาท

(26 ม.ค. 67) สำนักงานประกันสังคม ออกประกาศคณะกรรมการการแพทย์ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราสำหรับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงานโดย พล.ต.ท.ธนา ธุระเจน ประธานกรรมการการแพทย์ ประกาศ ณ.วันที่ 22 ม.ค. 67

สาระสำคัญสำหรับผู้ประกันตนที่ป่วยด้วยโรคหยุดหายใจขณะหลับ คือ…

- ค่าตรวจการนอนหลับ (polysomnography) ชนิดที่ 1 จ่ายในอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 7,000 บาท

- ค่าตรวจการนอนหลับ (polysomnography) ชนิดที่ 2 (การตรวจวัดเหมือนชนิดที่ 1 เว้นแต่ไม่มี
   เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามขณะหลับ) จ่ายในอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 6,000 บาท

- ค่าอุปกรณ์เครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า (Continuous positive Airway Pressure - CPAP) 
   และอุปกรณ์เสริมสำหรับการรักษาในอัตราที่สำนักงานที่กำหนด

- เครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า ชุดละ 20,000 บาท

- หน้ากากครอบจมูกหรือปากที่ใช้กับเครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า ชิ้นละ 4,000 บาท

ทั้งนี้ค่าอุปกรณ์เสริม แผ่นกรองอากาศ กระดาษ และแผ่นกรองอากาศฟองน้ำ ให้รวมอยู่ในค่าบริการทางการแพทย์ของสถานพยาบาลที่สำนักงานกำหนดสิทธิ์ในการรับบริการทางการแพทย์สำหรับผู้ประกันตนมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป 

อย่างไรก็ตามในเรื่องดังกล่าว ทีมข่าว พีพีทีวีออนไลน์ได้สอบถามกับสำนักงานประกันสังคม ได้ข้อมูลเพิ่มเติม ว่า ผู้ประกันตน สามารถใช้สิทธิได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตามการรักษาโรคนอนกรนตามแพทย์สั่งให้ทำ Sleep test 

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการได้รับสิทธิ

- ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ มาตรา 39 จะได้รับสิทธิเมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันรับบริการทางการแพทย์

- ผู้ประกันตนตาม มาตรา 38 และ มาตรา 41 จะได้รับสิทธิเมื่อจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันรับบริการทางการแพทย์ และได้รับสิทธิคุ้มครองภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน

‘สรานนท์ อนุอินทร์’ นายทวารช้างศึกผู้ได้รับโอกาสในยุค ‘อิชิอิ’ ‘มุ่งมั่น-อดทน’ จนช่วยไทยทะลุ 16 ทีมเอเชียนคัพแบบคลีนชีต

(26 ม.ค.67) จากเพจ ‘ช้างศึก - ฟุตบอลทีมชาติไทย’ ได้โพสต์ข้อความยกย่อง ‘สรานนท์ อนุอินทร์’ ซึ่งโชว์ฟอร์มการเซฟประตูให้กับทีมชาติไทย จนได้ผลเสมอกับซาอุดีอาระเบียไปอย่างน่าประทับใจ รวมถึงได้เผยถึงความมุ่งมั่นของผู้รักษาประตูนายนี้ ที่แม้จะไม่เคยได้รับโอกาสเป็นตัวจริงเลยสักเกม แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นทำงานหนักอย่างมืออาชีพต่อไป ว่า…

สรานนท์ อนุอินทร์ ผู้รักษาประตูจากเชียงราย ยูไนเต็ด ติดทีมชาติไทยตั้งแต่ปี 2018 ในยุค มิโลวาน ราเยวัช แต่ยังไม่เคยมีโอกาสลงเฝ้าเสาให้ทัพช้างศึกในเกมอย่างเป็นทางการแม้แต่เกมเดียว

จากอายุ 24 ปีที่สัมผัสกับคำว่า ‘ทีมชาติ’ ครั้งแรก ปัจจุบันเจ้าตัวอายุครบ 29 ปีเต็ม

ทุกความพยายาม การทำงานหนัก ความมุ่งมั่น และความเป็นมืออาชีพ เป็นสิ่งที่ตอบแทนได้ดีว่าเขาคู่ควรกับการติดทีมชาติไทยมาโดยตลอด

วันนี้ สรานนท์ อนุอินทร์ ได้รับโอกาสจาก ‘มาซาทาดะ อิชิอิ’ กุนซือช้างศึก ลงสนามเป็นตัวจริง ในเกมเอเชียน คัพ 2023 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม F นัดสาม ก่อนโชว์เซฟสำคัญๆ ช่วยทีมเก็บผลเสมอ 0-0 ได้สำเร็จ และยังช่วยให้ทีมของเราผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์โดยที่เก็บคลีนชีทได้ตลอด 3 นัดแรก

นี่คือรางวัลสำหรับคนที่พยายามและไม่เคยคิดยอมแพ้ 

5 ปีที่รอคอย สิ้นสุดลงไปแล้วเมื่อคืน
You really deserved it.

สำหรับโปรแกรมฟุตบอล เอเชียน คัพ 2023 ของทีมชาติไทย
ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ทีมชาติไทย จะพบกับ ‘อุซเบกิสถาน’
วันอังคารที่ 30 มกราคม 2567 เวลา 18.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
ณ อัล ยานูบ สเตเดียม

ศึกใหญ่ระดับทวีป ขอพลังของทุกคนมา #เชียร์ไทยให้ไกลถึงกาตาร์ กันเถอะ

'บลูเทค ซิตี้' ร่วมสนับสนุนโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ เขต อบต. สะอ้าน ประจำปี 2567

เมื่อวันที่ (26 ม.ค. 2567) ทีมงานฝ่ายความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โครงการนิคมอุตสาหกรรม ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ ได้เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมสนับสนุนน้ำดื่ม จำนวน 30 แพ็ค ข้าวสาร 5 กิโลกรัม จำนวน 30 ถุง ให้แก่ โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ณ วัดท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โดยมี นายสนชัย แดงมี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสะอ้าน เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ เขต อบตท่าสะอ้าน ประจำปี 2567

เนื่องจากปัจจุบันผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้สูงอายุจำนวนมากที่ต้องอยู่บ้าน เนื่องจากลูกหลานไปทำงานนอกบ้าน ทำให้ผู้สูงอายุต้องอยู่เพียงลำพัง ประกอบกับปัญหาด้านสุขภาพที่เสื่อมสภาพไปตามวัย และการเกิดโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดทำให้ส่งผลทางด้านจิตใจ ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคภาวะซึมเศร้าได้ หากผู้สูงอายุได้มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมต่าง ๆ มีการพบปะพูดคุยกัน จะทำให้ผู้สูงอายุได้ผ่อนคลายความเครียด และยังมีความรู้ใหม่ ๆ สามารถปฏิบัติตนให้ถูกต้องในด้านการดูแลสุขภาพ

ดังนั้นชมรมผู้สูงอายุตบลท่าสะอ้าน จึงได้จัดทำโครงการสร้างเสริม สุขภาพสำหรับผู้สูงอายุในเขต อบต.ท่าสะอ้าน ประจำปีงบประมาณ 2567 ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีความรู้ในการปฏิบัติตนในด้านสุขภาพและยังการรวมกลุ่มพบปะพูดคุยผ่อนคลายความตึงเครียด อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งของชมรมผู้สูงอายุองค์การบริหารส่วนตำบลท่าสะอ้าน โดยการอบรมในครั้งนี้ จะมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้สูงอายุ จำนวน 160 คน และมีอีก ส่วนที่เราต้องติดตามเยี่ยมผู้ป่วยที่ติดเตียง

‘นายกฯ’ สั่งทุกหน่วยเร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมพัทลุง พร้อมเยียวยาโดยเร็ว หลังเหตุการณ์เริ่มคลี่คลาย

(26 ม.ค. 67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ติดตามสถานการณ์ฝนถล่มและเกิดอุทกภัยฉับพลัน จากเหตุฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดพัทลุงติดต่อและสะสมเป็นเวลา 3 วัน โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ริมเทือกเขาบรรทัด อ.ศรีนครินทร์ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลทะลักลงจากภูเขาบรรทัดอย่างรุนแรง ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว และทำให้ทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ รวมถึงปิดกั้นการจราจรไม่สามารถผ่านได้

นายกฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการสรรพกำลัง พลเรือน ทหาร และเจ้าพนักงาน เข้าคลี่คลายสถานการณ์ทันที อพยพประชาชน ยกสิ่งของขึ้นที่สูง รวมทั้งการอพยพเด็ก นักเรียน ในพื้นที่ประสบภัยออกจากโรงเรียน ไปพำนักในที่ปลอดภัย หยุดการเรียนการสอนชั่วคราว

พร้อมสั่งการเรื่องการแจ้งเตือนเหตุให้เตรียมรับมือจากสถานการณ์ ไม่ให้บกพร่องเนื่องจากยังมีฝนตกต่อเนื่องติดต่อกัน จึงขอให้หน่วยงาน เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าพนักงานปกครองให้บูรณาการงานเพื่อป้องกันเหตุและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นตามมา สำหรับการดูแลช่วยเหลือประชาชนจากเหตุการณ์นี้ ขอให้หน่วยงานทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ ดูแลที่พักพิงของนักเรียนและประชาชนให้มีอาหาร ยารักษาโรค และของใช้จำเป็น รวมไปถึงการเยียวยาซ่อมแซมอาคารบ้านเรือน และสถานศึกษาให้กลับมาสู่สภาพปกติโดยเร็ว

ศาลฯ สั่งถอนประกัน 'บุ้ง' คดี ม.112 ส่งตัวเข้าคุก ไม่รอลงอาญา ด้าน 'หยก' ถูกออกหมายจับ หลังไม่มาฟังคำสั่งศาล

(26 ม.ค. 67) ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดฟังคำสั่งกรณีตำรวจ สน.ปทุมวัน ไปร้องให้ถอนประกันตัว น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน และ บุ้ง-เนติพร (สงวนนามสกุล) จำเลยในคดีมาตรา 112 กรณีทำโพลสำรวจความเดือดร้อนจากขบวนเสด็จ ที่ห้างสยามพารากอน เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2565

พร้อมนัดฟังคำวินิจฉัยคดีละเมิดอำนาจศาล ของ บุ้ง และ หยก กรณีเหตุที่ศาลในวันฟังคำพิพากษาคดีของโฟล์ค สหรัฐ โดยในวันดังกล่าวได้มีเหตุกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจศาล ต่อมาศาลได้นัดไต่สวนไปเมื่อ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสอง เป็นบุคคลภายนอก แม้จะอ้างว่าเป็นเพื่อนกับสหรัฐ แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาก้าวก่ายได้ หากต้องการทราบสิ่งใดย่อมสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่อยู่ป้อมยาม แต่การที่ทั้งสองถือวิสาสะปีนเข้าไป ในลักษณะท้าทายเจ้าพนักงานตำรวจศาลและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เป็นการเจตนาฝ่าฝืนคำสั่งในพื้นที่ควบคุมอย่างร้ายแรง เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปแจ้งให้หยุดการกระทำ ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองกลับแสดงท่าทีขัดขืน และมีการทำร้ายเจ้าหน้าที่

ศาลมีคำสั่งให้ บุ้ง-เนติพร และ หยก มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล สั่งจำคุก บุ้ง 1 เดือน ไม่รอลงอาญา และวันนี้หยกไม่มาศาลจึงให้ออกหมายจับ หยก เพื่อมาฟังคำสั่ง

ศาลอาญากรุงเทพใต้ ยังมีคำสั่งถอนประกัน ของ บุ้ง เพียงคนเดียว โดยศาลชี้ว่า จากกิจกรรมที่เกิดขึ้น มีพยานผู้ร้องเห็นว่า บุ้ง ได้ทำการพ่นสีสเปรย์ลงบนธงประจำพระองค์ ซึ่งเป็นการกระทำผิดเงื่อนไขการประกันตัวที่ห้ามกระทำการในลักษณะเดียวกับที่ถูกกล่าวหานี้อีก

ส่วน ตะวัน ศาลเห็นว่าจากคำเบิกความของพยาน ไม่มีพยานหลักฐานชี้ให้เห็นว่าการที่จำเลยเข้าร่วมชุมนุม จึงไม่มีความผิดตามเงื่อนไขการประกันตัว

ต่อมาเวลา 11.00 น. บุ้ง ถูกส่งตัวไปคุมขัง ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เนื่องจากได้ตัดสินใจร่วมกับทนายความแล้วว่าจะไม่ยื่นประกันตัวภายในวันนี้

'ม.หอการค้า' เผย 10 อาชีพ จองใจ Gen Z ปี 2567 'วิศวกรไซเบอร์-แพทย์-ยูทูบเบอร์-หมอดู' มาแรง!!

(26 ม.ค. 67) นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์และผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานการณ์ตลาดแรงงานไทยในปีนี้ ที่ขับเคลื่อนด้วยเด็ก Gen Z โดยพบว่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 ประเทศไทย มีจำนวนคนว่างงาน อยู่ที่ระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่ที่ 0.99% หรือมีผู้ว่างงาน 4.01 แสนคน ส่วนสถานการณ์ 'ผู้มีงานทำ' อยู่ที่ 40.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.3% จากปีก่อน

นอกจากนี้ ยังได้เปิดผลสำรวจ 10 อาชีพเด่นในฝันเด็กรุ่นใหม่ Gen Z ในปี 2567 อีกด้วย

สำหรับ 10 อันดับ อาชีพเด่นปี 2567 ได้แก่...

1. วิศวกรความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือเจ้าหน้าที่ทางเทคนิคความปลอดภัย

2. แพทย์ (ด้านศัลยกรรม ด้านผิวหนัง) 

3. นักกายภาพบำบัดนักจิตวิทยา และ ทันตแพทย์ 

4. นักวิเคราะห์ข้อมูล หรือนักออกแบบข้อมูล

5. ยูทูบเบอร์, TikToker, อินฟลูเอนเซอร์, สตรีมเมอร์, พ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์, ดารานักแสดง, นักร้อง 

6. นักการตลาดออนไลน์, นักพัฒนาซอฟต์แวร์ 

7. นักวิเคราะห์การเงิน,ที่ปรึกษาทางการเงิน และนักวางแผนทางการเงิน 

8. ผู้ประกอบการ (ธุรกิจส่วนตัว) 

9. ที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ และกฎหมาย 

10. ติวเตอร์ และ หมอดู

ทั้งนี้ได้มีการวิเคราะห์ เหตุผล ที่ทำให้บางอาชีพมีความโดดเด่นในหมู่ Gen Z โดยมีคำอธิบาย ดังนี้...

- อาชีพเด่นอันดับ 1 อย่าง วิศวกรความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ มาจากโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่ข้อมูลมีมากมายมหาศาล ทำให้ความปลอดภัยของข้อมูลองค์กรเป็นสิ่งสำคัญ เป็นอาชีพที่มีผลตอบแทนสูง ตลาดขาดแคลนจึงมีความต้องการแรงงานสูง 

- อาชีพเด่นอย่าง YouTuber, TikToker, อินฟลูเอนเซอร์ เป็นเพราะปัจจุบันอาชีพดังกล่าวเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจ วัฒนธรรม การศึกษามากขึ้นทั้งในแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ ผู้คนให้ความสำคัญกับโซเชียลมีเดียมากขึ้น สามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง สร้างรายได้และโอกาสใหม่ๆ ทำเป็นอาชีพเสริมได้มีอิสระในการทำงาน

- อาชีพเด่นอย่าง ผู้เชี่ยวชาญอี-คอมเมิร์ซ และ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ มาจาก เทรนด์การค้าผ่านออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้น รวมถึงมีรูปแบบการตลาดใหม่ๆผู้บริโภคลดการใช้จ่ายผ่านหน้าร้าน เช่น ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต มาเป็นการใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ E-commerce มากขึ้น รวมทั้งกระแสการซื้อก่อนจ่ายทีหลังช่วยให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการซื้อสินค้าได้ง่าย มีต้นทุนในการเริ่มต้นธุรกิจน้อย

ท้ายสุดกับอีกอาชีพเด่น อย่าง 'หมอดู' มาจากความต้องการดูหมอมีมากขึ้นในยุค 'มูเตลู' มีอัตราผลตอบแทนสูงสามารถต่อยอดธุรกิจด้านความเชื่อได้หลากหลาย โดยเฉพาะการจำหน่ายวัตถุมงคล เช่น กระเป๋าเงินประจำวันเกิด หรือการสร้างแอปพลิเคชัน ดูดวง/เสริมมงคล เพื่อขายผ่านสมาร์ตโฟน ฯลฯ อีกทั้งมีต้นทุนไม่มาก ไม่จำเป็นต้องมีสถานที่ดูดวงเป็นของตนเอง รวมถึงดูดวงผ่านออนไลน์ได้ 

‘แฟนบอล’ ปลื้ม!! ‘ไทย’ เข้ารอบ 16 ทีมเอเชียนคัพสำเร็จ แห่ติดเทรนด์ X ชื่นชม!! หลังรักษาประตูจากซาอุฯ มาได้

(26 ม.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ 2023 รอบสุดท้าย ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อคืนวันที่ 25 ม.ค.67 เกมนัดที่ 3 ในกลุ่มเอฟ ระหว่างทีมชาติไทย อันดับ 113 ของโลก พบกับ ซาอุดีอาระเบีย อันดับ 56 ของโลก ผลปรากฏว่า ทีมชาติไทย เสมอ ซาอุดีอาระเบีย 0-0 จบอันดับ 2 ของกลุ่มเอฟ เข้ารอบ 16 ทีม ไปพบกับ อุซเบกิซสถาน ในวันที่ 30 ม.ค.67 เวลา 18.00 น.

ผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้แฮชแท็ก ‘บอลไทย’ ขึ้นเทรนด์ X โดยแฟนบอลต่างยินดีและแสดงความเห็นมากมาย เช่น…

“ถ้ามีคนบอกเสมอ เพราะซาอุส่งสำรอง ตอบมันไปเลยไทยก็สำรอง บางคนนี่แทบจะไม่รู้จัก ตัวจริงคือพักหมดเลย แล้วถ้าบอกว่า แค่นี้ก็ทำเป็นดีใจ ก็อยากตอบเหมือนกันว่าใช่ ดีใจมาก ได้เสมอกับทีมอันดับต้นๆ ของโลก แถมเขาก็ไม่ใช่ขี้ๆ บุกทีแทบใจจะขาดแต่ไทยมันก็เหนียวจัดไง”

“ไม่ว่าทีมชาติไทยจะไปไกลถึงรอบไหน แต่เอเชียนคัพครั้งนี้ นักเตะไทยทุกคนคือฮีโร่ของชาติแล้ว ใครลงเล่น ก็ทำได้ดีทุกคน 3 นัด ไม่แพ้และไม่เสียประตูเลย เก็บชัยชนะก็ได้ และการที่ไทยยันเสมอซาอุที่มีมันชินี่โค้ชระดับโลกคุมทีมได้ ต้องปรบมือให้นักเตะไทยและอิชิอิดังๆ เลยค่ะ สุดยอด”

“ใครจะไปคิดว่าทีมที่มีอันดับโลกรั้งท้ายที่สุดของกลุ่ม มีเวลาเก็บตัวรวมทีมกันน้อยมาก เดินทางถึงกาตาร์เป็นทีมสุดท้าย โดนกูรูฟันธงว่าจะตกรอบแรกแน่นอน จะกลายมาเป็นทีมที่ได้เข้ารอบด้วยผลที่ไม่แพ้ใครเลยและเก็บคลีนชีตได้ทุกนัด สุดยอดมากทีมชาติไทย”

“ในยุคที่คนปรามาสบอลไทยตกต่ำ เก็บตัวแค่ 6 วัน เดินทางเป็นทีมสุดท้าย แต่ประวัติศาสตร์จารึก ไทยได้ 5 แต้ม รักษาคลีนชีทได้ทั้ง 3 นัด fifa ranking top100 ในรอบเกือบ 20 ปี อันดับ 1 อาเซียนอย่างเป็นทางการ มีความสุขโว้ยยย”

“แมนออฟเดอะแมทยกให้สรานนท์เลย เปิดเกมส์มาเซฟจุดโทษตั้งแต่10นาทีแรก พี่ชายซาอุก็ป้วนเปี้ยนหน้าประตูมันทั้งเกมส์ โยกซ้ายขวา ครึ่งหลังพี่ส่งยีราฟลงมาอีก สูงโย่งมาเล่นลูกทางอากาศ แต่ก็ไม่หวั่น เซฟแล้วเซฟอีก เซฟตลอดไป ล่าสุดเซฟบนเส้น เซฟจนหอบ 555555”

“กราบประตูจริงๆ ตอนนั้นถ้าเขายิงได้โมเมนตั้มคงไปที่ทีมนั้นเต็มๆ แต่พอเซฟได้ทุกคนก็ฮึบกันมากขึ้นบุกน้อยแต่ได้มากสุดๆ ถ้าไม่ล้ำหน้าก็ 2 ประตูอ่ะ แผนอิชิล้ำมากมึง55555”

‘รมว.ดีอี’ มอบรางวัล ‘Hackulture 2023 Illuminate Thai’ นำดิจิทัลยกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่ระดับสากล สร้าง ‘Soft Power’ ยกระดับเศรษฐกิจประเทศ

วันที่ 25 มกราคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานมอบรางวัลกิจกรรมการเรียนรู้และแข่งขันเชิงสร้างสรรค์ ‘Hackulture 2023 Illuminate Thai อัปเวลแฟชั่นไทย ด้วยดิจิทัล’ ชิงถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้โครงการส่งเสริมการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสู่รูปแบบดิจิทัล (Digital Cultural Heritage) ระยะที่ 2 โดยมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้าร่วม ณ โรงแรม Graph Hotel รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ

นายประเสริฐ กล่าวว่า มรดกทางวัฒนธรรมเป็นรากฐานที่สำคัญของชาติไทย กระทรวงดิจิทัลฯ จึงเล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างต้นทุนทางวัฒนธรรมในรูปแบบดิจิทัล ที่เข้าถึงง่ายและน่าสนใจ กิจกรรมนี้มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาแฟชั่นไทยให้มีความร่วมสมัยและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างต้นทุนทางวัฒนธรรม สำหรับนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อสร้างให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการสร้างความสามารถในการแข่งขันในทางเศรษฐกิจดิจิทัล และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

นายประเสริฐ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มุ่งเน้นในด้านแฟชั่น ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า อุตสาหกรรมแฟชั่นของประเทศไทยทั้งสิ่งทอ เครื่องแต่งกาย เครื่องหนัง เครื่องประดับ อัญมณี หรือธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ ดังนั้น การถ่ายทอดแฟชั่นไทยสู่รูปแบบดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นในมิติด้านเทคโนโลยี หรือมิติด้านสื่อมัลติมีเดีย จึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่จะสามารถสร้าง Soft Power ให้กับประเทศไทยได้ ซึ่งการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และแข่งขันเชิงสร้างสรรค์ในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการธำรงรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เพื่อให้คนไทยมองเห็นถึงคุณค่าและเกิดความหวงแหนในมรดกวัฒนธรรมของชาติ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้าน Digital Content เตรียมพร้อมรองรับอุตสาหกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศ

นายภุชพงค์ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสู่รูปแบบดิจิทัล (Digital Cultural Heritage) ระยะที่ 2 โดยมีกิจกรรมหลัก 2 กิจกรรม ประกอบด้วย 1.การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการโดยผ่านกระบวนการห้องปฏิบัติการนโยบายสาธารณะ หรือ Policy Lab เพื่อดำเนินการจัดทำมาตรการ หรือข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม Digital Content ในมุมมองด้านวัฒนธรรม เพื่อสร้าง Soft Power ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ ที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย และ 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้และแข่งขันเชิงสร้างสรรค์ (Hackathon) การส่งเสริมการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสู่รูปแบบดิจิทัล เพื่อเชิญชวนบุคคลที่มีความสนใจ ร่วมสร้างสรรค์มรดกทางวัฒนธรรมให้อยู่ในรูปแบบ Digital Content อันจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง Soft Power ของประเทศ

นายภุชง กล่าวว่า กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมไทยสู่คนรุ่นใหม่ โดยได้เปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจ สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน ผ่านการนำเสนอด้วยการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล
สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ทีมที่ผ่านเกณฑ์การตัดสินในรอบแรก จำนวน 40 ทีม ได้เข้าร่วมค่ายฝึกอบรม Boot camp เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ การธำรงรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติ การสร้างสรรค์ผลงานและการถ่ายทอดเรื่องราว และฝึกปฏิบัติการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมให้อยู่ในรูปแบบ Digital Content เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2566 ซึ่งทั้ง 40 ทีม ได้เข้าร่วมกิจกรรมนำเสนอผลงาน (Pitching) เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2566 โดยมีเพียง 12 ทีม ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบนำเสนอผลงานรอบสุดท้าย (Grand Pitching) โดยแบ่งเป็น 2 สาขา คือ สาขาเทคโนโลยี จำนวน 2 ประเภท ได้แก่ นักเรียน/นิสิต/นักศึกษา จำนวน 3 ทีม และประชาชนทั่วไป จำนวน 3 ทีม และสาขาสื่อมัลติมีเดีย จำนวน 2 ประเภท ได้แก่ นักเรียน/นิสิต/นักศึกษา จำนวน 3 ทีม และประชาชนทั่วไป จำนวน 3 ทีม 

สำหรับผลการแข่งขัน ทีมผู้ชนะการแข่งขันที่ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้แก่ ทีม Fash.Design สาขาเทคโนโลยี  :  ประเภทนักเรียน/นิสิต/นักศึกษา ประกอบด้วย 
- รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม 4DEV
- รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีม The Board ThaiGuideGame
- รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ทีม Metampta

ประเภทประชาชนทั่วไป
- รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Fash.Design
- รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีม Fashion Verse
- รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ทีม DM-TRU Warrior

สาขาสื่อมัลติมีเดีย : ประเภทนักเรียน/นิสิต/นักศึกษา
- รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Y2Thai
- รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีม Thai Style
- รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ทีม Cocoon

ประเภทประชาชนทั่วไป
- รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม CrowdMart Thailand
- รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีม FA DPU
- รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ทีม Moody (มูดี้)

เชียงราย-พ่อเมืองเชียงราย!!จับต่อน้ำกระท่อมแต่งกลิ่นรสชาติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดระเบียบสังคมป้องกันเด็กและเยาวชน"

วันที่ 24 มกราคม 2567 เวลา 23.50 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้คณะทำงานจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการจังหวัดเชียงราย นำโดยนายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย  ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1 ปลัดอำเภอเมืองเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองเชียงรายที่ 3 กอ.รมน. ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ปปส. เทศบาลนครเชียงราย  สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย พมจ.เชียงรายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจเพื่อจัดระเบียบสังคมตรวจสอบการกระทำผิดของสถานประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย 

จากการที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบร้านเอเดนแคมป์ปิ้ง หมาล่า (ร้านท่อมบ่าวเหนือโฟน) บริเวณตลาดห้วยปลากั้งเจริญทรัพย์ หมู่ที่ 3 ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย  เนื่องจากมีการแจ้งเบาะแสมาที่คณะทำงานฯ ว่าร้านดังกล่าวมีการจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงให้แก่เด็กและเยาวชน มีการมั่วสุม เสียงดัง เปิดให้บริการจนกว่าลูกค้าจะหมด และเด็กและเยาวชนที่มาใช้บริการ หากออกจากร้านจะมีการแข่งมอเตอร์ไซต์แต่งเสียงดัง ในทางสาธารณะ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก

ขณะเข้าตรวจสอบพบมีผู้ใช้บริการกว่า 40 คน นั่งดื่มกินน้ำกระท่อมผสมน้ำหวานแต่งกลิ่น ฯลฯ ภายในร้าน และมีการวิ่งหนีออกจากร้านอีกกว่า 10 คน เจ้าหน้าที่สามารถติดตามมาได้ส่วนหนึ่ง และจากการตรวจสอบอายุพบเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 1 คน และเยาวชนที่วิ่งหนีแต่ทิ้งกระเป๋าไว้ จากการตรวจสอบพบบัตรประชาชน ระบุอายุ 15 ปี จำนวน 1 คน เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบถามอาการของผู้มาใช้บริการ ว่าอาการที่กินน้ำกระท่อมเป็นอย่างไร ซึ่งแต่ละคนจะสำแดงอาการไม่เหมือนกัน เช่น เมา มึนๆ อึนๆ คึก ซึม แล้วแต่อาการของแต่ละคน และจากการตรวจค้นยังพบยาแก้ไอ ที่เปิดขวดแล้ว อยู่บริเวณจุดปรุงน้ำกระท่อม และตรวจสอบในเมนูของร้านยังพบว่าเมนูน้ำท่อม มีส่วนผสมของน้ำหวานปรุงหลายรดชาด และยังมีเมนูน้ำท่อมปั่น น้ำท่อมผสมเหล้า ให้บริการภายในร้านด้วย

ซึ่งจากการตรวจสอบภายในร้านพบมีบุคคลแสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน
จำนวน 1 คน แต่จากการตรวจสอบใบอนุญาต ไม่พบหนังสือรับรองการแจ้งการสะสมอาหาร ตามพรบ.การสาธารณสุข และมีการจำหน่ายน้ำกระท่อม โดยฝ่าฝืน พรบ.อาหารฯ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจร้านดังกล่าวยังไม่มีการตรวจความปลอดภัยของอาหารและไม่ได้ส่งมอบสลากให้สำนักงานอาหารและยาตรวจอนุมัติก่อนนำไปใช้ตามเงื่อนไขของประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาหารใหม่หรือที่ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป
สันติ วงศ์สุนันท์/ผู้สื่อข่าวเชียงราย

ธรรมนัสสั่งลงดาบเชือดกลุ่มกินหัวคิวโคบาลชายแดนใต้

โฆษก ก.เกษตรฯ เผย ธรรมนัส สั่งลงดาบเชือด กลุ่มกินหัวคิว โคบาลชายแดนใต้ สอบพบทุจริตเอาผิดไม่เว้นหน้าใคร ด้าน ”รมช.ไชยา“ รับไม้ต่อเร่งสอบขยายผลเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงโคที่เดือดร้อนด่วน

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2567 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวถึงกรณี  “โครงการโคบาลชายแดนใต้” เรื่องการจัดหาแม่โคของกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดปัตตานี ไม่ตรงตามคุณลักษณะเฉพาะ(Specification) ของโครงการ ว่า  การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ปัจจุบันอยู่ในระยะนำร่อง เกษตรกร 60 กลุ่ม แม่โคพื้นเมือง 3,000 ตัว เงินกู้ยืม 93 ล้านบาท และเงินจ่ายขาด 1.20 ล้านบาท 

จึงย้ำว่า ขณะนี้เป็นการดำเนินงานระยะนำร่อง ปัญหานี้ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน และมอบหมายให้ ดร.ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำกับดูแลกรมปศุสัตว์ เร่งหาข้อมูลในการช่วยเหลือ และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ปัญหาในขณะนี้ คือ กลุ่มเกษตรกรจังหวัดปัตตานีบางกลุ่มได้ “แม่โคพื้นเมืองที่ส่งมอบให้กลุ่มมีลักษณะไม่ตรงตามเงื่อนไขของโครงการ แต่จังหวัดอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการ ยังไม่เจอกับปัญหานี้ จึงขอชี้แจงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้เป็นแค่จุดเดียว คือ จ. ปัตตานี  ข้อกำหนดในเอกสารเขียนชัดเจนว่า ให้กลุ่มเกษตรกรเป็นผู้จัดหาพันธุ์สัตว์เองตามคุณลักษณะเฉพาะที่กรมปศุสัตว์กำหนด โดยกำหนดสายพันธุ์ อายุ น้ำหนักตัว สุขภาพสัตว์ การได้รับวัคซีน และการตรวจโรคที่สำคัญ พร้อมเงื่อนไขการรับประกันหากไม่ถูกต้องตามที่กำหนด ผู้ขายจะต้องเปลี่ยนตัวสัตว์ใหม่ให้แก่เกษตรกร เมื่อผู้ขายแจ้งกำหนดส่งมอบโค ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตรวจสอบโค ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการ เมื่อเอกสารและคุณภาพตรงตามเงื่อนไข และเกษตรกรมีความพึงพอใจ ก็จะดำเนินการตรวจรับและจัดส่งเอกสารเพื่อทำการเบิกจ่ายเงินต่อไป หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ให้ผู้ประกอบการดำเนินให้ถูกต้องต่อไป ซึ่ง จ. ปัตตานี มีการส่งมอบโคครบทุกกลุ่มแล้ว จำนวน 16 กลุ่ม จากที่ได้รับรายงาน มีการแก้ไข 2 กลุ่มคือ กลุ่มหนึ่ง ขอเปลี่ยนแม่โค จำนวน 20 ตัว และอีกกลุ่มหนึ่ง ขอยกเลิกสัญญา ส่วนในกลุ่มอื่นๆ กำลังทำการขยายผลและตรวจสอบอย่างละเอียด

โฆษกกระทรวงเกษตรฯ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่กลุ่มเกษตรกรมีความประสงค์ขอเปลี่ยนตัวสัตว์ตามเงื่อนไขข้อกำหนดของโครงการ กรมปศุสัตว์ได้แจ้งให้ผู้ประกอบการดำเนินการเปลี่ยนตัวสัตว์ให้ใหม่ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นสั่งการให้ดูแลด้านสุขภาพ ให้ยาบำรุงและสนับสนุนพืชอาหารสัตว์แก่เกษตกรที่ได้รับผลกระทบ และเร่งฟื้นฟูสุขภาพแม่โคเนื้อตามหลักวิชาการ ให้วิตามิน และอาหารเสริมแก่แม่โคพื้นเมืองเพื่อให้มีสุขภาพสมบูรณ์โดยเร็ว

“นอกจากนี้สั่งการให้กรมปศุสัตว์มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดและระดับอำเภอ เพื่อทำงานควบคู่กับทางคณะกรรมการตรวจสอบของ ศอ.บต. โดยบูรณาการทำงานร่วมกัน ดังนั้นขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า รัฐบาลในยุคของนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน จะปราบปรามปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นอย่างจริงจัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ดร.ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำกับดูแลกรมปศุสัตว์ ได้ร่วมกันแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน พร้อมช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร หากตรวจพบการทุจริตเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการหรือข้าราชการ จะดำเนินการเอาผิดอย่างถึงที่สุด”

ทั้งนี้ การส่งมอบโคแก่เกษตรกรในโครงการโคบาลชายแดนใต้ ภาครัฐร่วมกับเอกชน ได้ส่งมอบโคแก่เกษตรกรใน จ.ปัตตานี 800 ตัว เมื่อเดือนพฤศจิกายน จ.นราธิวาส เมื่อเดือนธันวาคม จำนวน 800 ตัว และ จ.สตูล 400 ตัว สำหรับ จ.สงขลา และ ยะลา ยังไม่มีการจัดส่งวัว ณ เวลานี้มีการเบิกจ่ายสินเชื่อกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร 37,601,700 บาท คิดเป็นร้อยละ 40.43 และมีวัวที่รับมอบเป็นผลผลิตทางโครงการให้ลูกแก่เกษตรกรจำนวนหลายตัวแล้ว

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งลงพื้นที่ซับน้ำตา..มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุโรงงานพลุระเบิด จังหวัดสุพรรณบุรี

ตามที่ได้เกิดเหตุโรงงานพลุระเบิดในพื้นที่ ตำบลศาลาขาว อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรีเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมากนั้น โดยภายหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้มอบหมายให้ นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิฯ จัดทีม ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้าง ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลเพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือแก่ญาติผู้เสียชีวิตในทันที

วันนี้ (วันพุธที่ 24 มกราคม 2567) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก และ นายนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการปฏิคม นำทีมแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ ลงพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลศาลาขาว  เพื่อเข้าพบพร้อมให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวม 23 รายๆ ละ 20,000 บาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 460,000 บาท (สี่แสนหกหมื่นบาทถ้วน) โดยมี 
นายประทีป การมิตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วย อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย ดร.ปภัสรา เตชะไพบูลย์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์ ร่วมในพิธี ณ องค์การบริหารส่วนตำบลศาลาขาว อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอแสดงความเสียใจ และขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวทุกท่านมา ณ ที่นี้

ตลอดระยะเวลา 114 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้รวมถึงการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากสาธารณภัย และพัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

# มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต 
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top