Friday, 17 July 2026
NEWS

(สุรินทร์) โรงพยาบาลสุรินทร์ จัดประชุมเครือข่ายสื่อสารมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ 

วันที่ 29 มกราคม 2567 เวลา10.00 น. ณ ห้องประชุมกุญชรศุภศรี อาคาร 100 ปี สธ. โรงพยาบาลสุรินทร์  นายแพทย์ ชวมัย  สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ จัดประชุมเครือข่ายสื่อสารมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ เพื่อชี้แจงความก้าวหน้า ผลการดำเนินงาน และนโยบายของโรงพยาบาลสุรินทร์ พร้อมร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งมีตัวแทนเครือข่ายสื่อมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์ จังหวัดสุรินทร์ เข้าร่วมประชุม จำนวน 40 คน  

นายชวมัย สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ กล่าวว่า เนื่องจากตนเป็นชาวสุรินทร์โดยกำเนิด คลุกคลีกับโรงพยาบาลสุรินทร์มาตั้งแต่เด็ก มีความผูกพันมาก เมื่อมีโอกาสเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารโรงพยาบาล ซึ่งมีบุคลากรกว่า 3,000 คน เตียง 914 เตียง ที่ยังไม่เพียงพอที่จะรองรับผู้ป่วยจำนวนมาก จึงตั้งใจที่จะพัฒนาให้โรงพยาบาลสุรินทร์มีศักยภาพในการรักษาชีวิตผู้ป่วยในทุกด้าน ทั้งด้านศูนย์มะเร็ง ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ ศูนย์ผ่าตัดเปลี่ยนไต ศูนย์สุขภาพ ศูนย์ชีวาภิบาล ศูนย์ผู้สูงอายุ ฯลฯ จำเป็นต้องอาศัยสื่อมวลชนในการช่วยประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี ส่งผลสู่การพัฒนาที่เป็นรูปธรรมต่อไป
ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  ข่าว/ภาพ

‘เพจดัง’ สวด!! ผู้โดยสารโชว์เหนือ ด้อยค่า ‘สายการบินไทย’ ลั่น!! “นักบินหน่อมแน้ม ที่ท่านดูแคลนนี้แหละที่พารอด”

(29 ม.ค.67) จากเพจ ‘กัปตันไฟซอล บิน กิน เที่ยว Captain Faisal’ ได้โพสต์ข้อความตอบคำถามกรณีผู้ใช้บริการสายการบินไทยโพสต์เนื้อหาตำหนิ ‘การบินไทย’ ระบุว่า...

แม้ว่าท่านจะแสดงถึงความไม่รู้ ใช้คำดูถูกด้อยค่า กัปตันและนักบินที่เพิ่งพาท่านรอดมาได้ แต่ผมขออธิบายเป็นวิทยาทาน เผื่อท่านอาจจะได้เข้าใจอะไรมากขึ้น

ช่วงที่ท่านไปถึงเมลเบิร์น อากาศจริงๆ คือ Low visibility จัดมาทัศนวิสัย 200 เมตรและหมอกหนา Fog เอาว่าขนาดขับรถยังแทบไม่เห็นทาง

และจากเมนต์ด้านล่าง ช่วงเวลาเดียวกัน มีเครื่องบิน Divert กันบานเลย

ข่าวอากาศการบินมันเป็นข่าวเฉพาะ ไม่ได้มีแถมมาในมือถือ ท่านลองไปดูในแอปฯ Airport มันบอกท่านชัดเจนว่าอากาศเมืองที่ท่านอยากรู้มันเป็นไง ออกทุก 30 นาที

อ่ะ!! ตอบคำถามที่ถูกสรุปจากความไม่รู้ของท่าน…

1. ใส่น้ำมันมาไม่พอ ไม่เผื่ออะไรเลย?
>> ตอบ #การเติมน้ำมันเครื่องบิน เติมตามกฎหมายที่กำหนดครับ ต่ำกว่านี้ไม่ได้ โดยทั้งหมดมันเผื่อมาให้ระดับหนึ่งแล้ว แต่ถ้าไม่พอ สุดวิสัย ก็ต้องไปลงสนามบินสำรอง เป็นหลักสากลที่คนเดินทางเขาเข้าใจ การไดเวิร์ดโดยเฉพาะจากสภาพอากาศเป็นของคู่กับการบิน

2. กัปตันไม่มีความหนักแน่น หรือ Pushy พอกับ ATC อาจเป็นเพราะพูดภาษาอังกฤษไม่มั่นใจ สู้ความ Hustle ของกัปตัน Aussie เที่ยวบินอื่นที่แย่งกันขอลงไม่ได้ ทั้งที่ low fuel แล้ว ความหน่อมแน้มที่ไม่ควรมีในผู้ชายซักคน?
>> ตอบ #เรื่องภาษาอังกฤษ นักบินต้องมีการสอบ Aviation English ทุกคนและ ‘ต้องผ่าน’ ถ้าไม่ผ่านบินไม่ได้ และสอบกับสถาบันกลาง ไม่ได้งุบงิบสอบกันเอง

#เรื่องการลงสนามก็ตามคิวครับ ถ้าเจออากาศปิดแบบนี้มาถึงก่อน วนรอก่อน อากาศดีขึ้นลงก่อน มาถึงช้าบินวนรอเพื่อลงตามคิว รอได้รอ รอไม่ได้ไปลงสนามบินสำรอง จะมาขอแซงคิวไม่ได้ ไม่มีต่อรองครับ

#ยกเว้น วนจนน้ำมันเหลือต่ำที่เราเรียกว่า Mayday Fuel อันนั้นคืออันตรายสุด คือต่ำกว่าน้ำมันสำรองก้นถัง อันนี้ขอลงก่อนได้ แต่โดนสอบสวนไส้แตกแน่ว่าทำไมเอาตัวไปเสี่ยงแบบนั้น

ถ้านักบินกล้าหาญอย่างที่ท่านว่า เอ๊า วนไป แล้วไปต่อรองเอา ต่อไปเรื่อยๆ ถ้า Low fuel จริงๆ ผลลัพธ์ที่ได้คงไม่ทำให้ท่านปากแจ๋วได้แบบนี้ครับ

#นักบินหน่อมแน้ม ที่ท่านดูแคลนพวกนี้แหละครับที่พาท่านรอด ส่วนพวก Macho หรือ #มานะชาย เหมือนที่ท่านว่า ส่วนใหญ่ตายห่าก่อนเกษียณครับ 

ตอนนี้เขาถอดเคสพวกมานะชายเหมือนที่ท่านว่ามาแบบนี้มาให้นักบินทั่วโลกเขาเรียนชื่อวิชา CRM หรือ Crew Resource Management 

#สุดท้ายก่อนจบ นักบินการบินไทยมาตรฐานระดับโลก ไปสอบที่ไหนเขาก็รับ อยู่เมืองนอกกันก็เยอะแยะครับ 

นักบินเราบินกันด้วยมาตรฐานที่สูงสุด เพราะเราก็กลัวตาย นักบินมีลูก เมีย พ่อ แม่ คนรักที่รอเรากลับบ้านอยู่เช่นกัน

กรุณาให้เกียรตินักบินคนที่ดูแลชีวิตท่านด้วย

‘ตร.’ เผยปมนักเรียน ม.2 แทงเพื่อนดับ เพราะถูกไถเงิน - ทำร้ายหลายครั้ง

(29 ม.ค. 67) ที่ สน.คลองตัน พ.ต.อ. วชิรากรณ์ วงศ์บุญ ผกก.สน.คลองตัน เปิดเผยภายหลังสอบปากคำเยาวชนชายอายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนย่านพัฒนาการ ก่อเหตุใช้มีดแทงเพื่อนร่วมชั้นเสียชีวิต ว่า วันนี้ได้สอบปากคำเด็กและพยานทั้งคุณครูที่เห็นเหตุการณ์ และแม่ผู้เสียชีวิต สำหรับสาเหตุการก่อเหตุ เกิดจากความคับแค้นใจที่ถูกผู้ตาย มักจะมาบังคับขอเงินผู้ก่อเหตุในช่วงเที่ยง ครั้งละ 20 บาท โดยมักจะก่อเหตุบนอาคารเรียน อ้างว่าจะนำไปซื้อบุหรี่ และมีการชกที่ศีรษะและใบหน้า ซึ่งโดนแบบนี้ประมาณ 3-4 ครั้งในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยความคับแค้นใจจึงไปซื้อมีดพกติดตัวมาโรงเรียนในเช้าวันนี้ หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปสอบปากคำพยานในโรงเรียนว่าพบเห็นพฤติกรรมแบบนี้จริงหรือไม่

ทั้งนี้ยืนยันว่า จากการสอบปากคำพบว่าพฤติกรรมของเยาวชน 14 ปี มีสติสัมปชัญญะเต็ม 100% สามารถตอบคำถามได้ชัดเจน นักจิตวิทยาและบุคคลที่ร่วมสอบปากคำลงความเห็นว่าเด็กมีสภาพจิตที่ปกติ แต่ในทางคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งผู้ก่อเหตุไปตรวจสุขภาพจิตอีกครั้ง

ทั้งนี้ จากการตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติดในร่างกาย แต่เจ้าตัวยอมรับว่า เคยดูดกัญชา 1 ครั้งเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ยืนยันว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้มีประวัติเข้าออกสถานีตำรวจเป็นประจำตามที่เป็นกระแสข่าวแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ภายหลังสอบปากคำ ทางตำรวจควบคุมตัวเยาวชนผู้ก่อเหตุ พร้อมกับแม่ออกจาก สน.คลองตัน โดยไม่ได้ระบุว่าจะคุมตัวไปที่ไหน ขณะที่แม่ของผู้ก่อเหตุยกมือไหว้ ก่อนจะพูดสั้นๆ ว่า “ขอโทษ“ ก่อนถูกพานั่งรถออกไป

'หนุ่ม' เดือด!! กางเหตุผลที่ต้องมีนายพล ก็คงเหมือนบริษัทเอกชนที่ต้องมีซีอีโอ และคงไม่ถึงขั้นต้องให้ซีอีโอ ลงไปยืนหน้าเคาท์เตอร์ ถามลูกค้าว่า "รับอะไรดี?"

(29 ม.ค.67) ผู้ใช้งานบัญชีติ๊กต็อกชื่อ ‘fhakram.chavit’ หรือ ‘ฟ้าคราม’ ได้ออกมาโพสต์วิดีโอในหัวข้อ ‘นายพลมีไว้ทำไม’ พร้อมแคปชัน ‘ทวงคือความรู้สึกของ...ทหาร ข้อเท็จจริงสู้ด้วยคลิป’ โดยในวิดีโอได้อธิบายอย่างละเอียด ความว่า…

“หากจะคุยเรื่องทหาร นายพล ขอให้เอาเจตนาและเหตุผลที่ดีมาคุย ไม่ใช่เอาความแค้น ความโกรธเคืองทางการเมืองมาคุยกัน 

>> ถามว่า ‘นายพล’ มีไว้ทําไม?
ก็ต้องตอบแบบกําปั้นทุบดินว่าแล้วบริษัทเอกชนมี ‘CEO’ หรือ ‘MD’ ไว้เพื่ออะไร? ส่วน ‘ระดับผู้พัน’ ก็เช่นกัน ก็ต้องไปถามบริษัทเอกชนว่ามี ‘ผู้จัดการ’ ไว้ทําไม?

>>ทําไมนายพลเยอะ อยู่ในตําแหน่งพันกว่าคน ตําแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ 700 กว่าคน
ต้องตอบว่าเขาไม่ได้เข้ามารับราชการ 1-2 ปี และสามารถขึ้นมาเป็นนายพลได้เลย เขารับราชการมาตั้งแต่ 30 40 ปีที่แล้ว”

ผู้ใช้ติ๊กต็อกรายนี้ ระบุต่อว่า “คิดตามดี ๆ ในการปรับอัตรานายพลลง ซึ่งเป็นการลดขนาดองค์กร มีการ early retire ทหารทําอยู่แล้วในทุก ๆ ปี การปรับอัตราของผู้พันที่จะเลื่อนขึ้นไปเป็นนายพลให้น้อยลงก็สามารถทําได้ แต่ถ้าคนที่เข้าใจทหารจริง ๆ จะรู้ว่าตําแหน่งหลักไม่ต้องไปแก้เลย เพราะว่ามันสําคัญ

ยศพันเอกหรือนายพล ในเชิงปฏิบัติ ในเชิงบารมีทางการทหารแทบไม่ต่างกันเลย ดังนั้นนายพลเยอะหรือว่าพันเอกเยอะ ไม่ได้ต่างกันมากขนาดนั้น สรุปก็คือขนาดของทหารทั้งหมดลดลงไปมากแล้ว เพราะว่าทหารยุคใหม่กำลังบาลานซ์ทุกอย่างอย่างยอดเยี่ยม เขาแค่ไม่ได้ปรับอัตราตําแหน่งขึ้นไปเป็นนายพลลอยให้ลดลง เพราะยศ-ตำแหน่งนี้ก็ถือเป็นขวัญกําลังใจของคนที่ทํางานราชการมาตลอด 60 ปี จึงต้องให้ขึ้นไปเป็นพลตรีหรือตําแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งจะนำเรื่องนี้มายึดถือว่า ‘นายพลเยอะ’ ไม่ได้ สุดท้ายแล้วต้องดูภาพรวมว่า ‘ลดลง’

>>เวลาเกิดสงครามขึ้นมาจริง ๆ นายพลไม่ได้ลงสนามรบ แต่ส่งผู้ใต้บังคับบัญชาไปแทน
ต้องไปถามเจ้าสัวธนินท์ว่า ณ วันนี้จะต้องมาอยู่หน้าเคาท์เตอร์เซเว่นฯ หรือเปล่า ส่วนผบ.ตร. จะต้องไปตั้งด่านเองอยู่หรือเปล่า? เจ้าของธุรกิจต่าง ๆ จะต้องเดินไปถ่ายเอกสารเอง ไม่ใช้เด็กฝึกงาน ไม่ใช้พนักงาน ไม่ใช้เลขาฯ หรือเปล่า? ตำแหน่งพวกนี้อยู่ในภาคบริหาร ไม่จำเป็นต้องทำเอง และจำไว้ว่าไม่มีสงครามไหน ไม่มีแม่ทัพ หากขาดหัวเรือใหญ่ไป ใครจะกําหนดทิศทางองค์กรหรือทิศทางการสู้รบ

>>ส่วนเรื่องงบประมาณฯ ก็เอาไปจัดการสร้างที่อยู่อาศัยของกําลังพลกันเอง?
ก็มีการเรียกร้องอยากให้ทหารชั้นปฏิบัติการหรือชั้นประทวนมีชีวิตที่ดีขึ้นไม่ใช่เหรอ? แน่นอนว่าผู้บังคับบัญชาและกองทัพก็อยากให้กําลังพลทุกคนอยู่ดีมีสุขเหมือนกัน ไม่ใช่ต้องทนเงินน้อย ที่อยู่หรือสวัสดิการก็ไม่ดี ต้องกู้ ต้องยืมทุกอย่าง

>>สนามกอล์ฟเอาไว้ปรนเปรอนายพล เป็นแหล่งธุรกิจของทหารตั้งแต่อดีต - ปัจจุบัน
ขอย้ำว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่แค่สมัยองคมนตรีลุงตู่ ตั้งแต่ในอดีตที่ผ่านมาพื้นที่ว่าง ๆ ของกองทัพ ยังเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ในฐานะผู้บริหารจะต้องคิดเอาพื้นที่ที่ว่างนั้นไปทําอะไรที่เป็นประโยชน์ ให้กำลังพลได้ใช้สวัสดิการ ให้คนนอกได้ใช้ในราคาย่อมเยา พื้นที่กองทัพมีทั้งโรงพยาบาล สนามกีฬา หอพัก โรงเรียนแพทย์”

นอกจากนี้ยังกล่าวเสริมอีกว่า “หากไม่ชอบ ไม่พอใจ โกรธเคือง เมื่อมีโอกาสเป็นรัฐบาลก็ค่อยมาหาทางจัดการ สำหรับรัฐบาลลุงตู่ ไม่ได้มานั่งเดือดร้อนเรื่องพวกนี้ เพราะเขารู้ว่าสิ่งพวกนี้เป็นสวัสดิการให้กับกำลังพล คนนอกได้เข้ามาใช้ในราคาถูก และอีกอย่างรัฐบาลลุงตู่เดินหน้าทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่กว่านี้แล้ว เช่น ทำอย่างไรให้คนไทยอยู่ดีกินดี หรือเกิดเศรษฐกิจใหม่ เช่น

-รถไฟฟ้าความเร็วสูง (รถไฟฟ้าไทย-จีน) วิ่งจากกรุงเทพฯ ไปหนองคายระยะทาง 500 กิโลเมตร และเชื่อมกับกลุ่ม CLMVT จะแล้วเสร็จในปี 69 

-ภาคการคมนาคม การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน ระเบียงเศรษฐกิจ EEC รถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา

-พัฒนาท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง-มาบตาพุด เพื่อให้ไทยเป็นฮับและเป็นจุดศูนย์กลางแห่งใหม่ เป็นแหล่งเศรษฐกิจใหม่ของอาเซียนและเอเชีย

-สำหรับ EEC สร้างเสร็จไปแล้วกว่า 50 โครงการ คิดประมาณ 30% ส่วนอีก 50% กําลังดําเนินการ และที่เหลืออีกไม่กี่เปอร์เซ็นต์ กำลังรอการอนุมัติอยู่ ซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึก รถไฟฟ้าความเร็วสูง กําลังจะสร้างในปี 2024 คิดว่าจะเสร็จในปี 2027-2028 ใช้เวลาประมาณ 3-4 ปีเอง

และต้องยอมรับนะว่าวันนี้เงินเข้าประเทศกว่า 80-90% มาจาก EEC และยังไม่รวมแลนด์บริดจ์ที่จะทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตที่ยิ่งใหญ่ของเอเชียและอาเซียน แถมค่ายรถไฟฟ้าของจีนก็เข้ามาลงทุนที่ไทยแล้ว 3 เจ้า ได้แก่ SAIC ฉางอัน GWM นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอวกาศ ดาวเทียม หัวเว่ยเข้ามาลงทุน data base AI ในไทย

สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในยุค ‘ลุงตู่’ ทำให้เรื่องสนามกอล์ฟกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย”

ผู้ใช้ติ๊กต็อกรายนี้ ยังระบุต่ออีกว่า “ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาหลายปี ไม่มีใครบังคับ ทหารเกณฑ์สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่กองร้อยกับเพื่อน หรือถ้าคิดว่ามันวุ่นวาย ก็สามารถเลือกที่จะไปอยู่บ้านนายได้ ซึ่งทหารที่ไปดูแลผู้บังคับบัญชา ถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก แต่ก็ได้เงินเดือน ได้อยู่ใกล้กับผู้บังคับบัญชา แต่ถ้ามองว่าไม่สมควรเพราะใช้ภาษีประเทศจ่าย ก็สามารถพูดได้ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่ามันไม่ได้เพิ่งเกิดในยุคพลเอกประยุทธ์ มันเกิดขึ้นมาตั้งนานแล้ว ฉะนั้นจะเอาเรื่องนี้มาโจมตีไม่ได้ และห้ามเหมารวมอาชีพทหารด้วย”

ผู้ใช้ติ๊กต็อกรายนี้ ทิ้งท้ายไว้ว่า “ถึงทหารทั้งประเทศ คุณจะเชื่อได้ยังไงกับคนที่บอกว่าจะทําให้ชีวิตทหารของคุณดีขึ้น ทั้งที่การกระทําของเขาด้อยค่าอาชีพทหารของคุณ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าลงมือทํา ‘การกระทํา’ เสียงดังกว่า ‘คําพูด’ เสมอ ขอเซฟทหารไทยทั้งประเทศไทยสุดหัวใจ เซฟนายพลนายพันที่ไม่คอร์รัปชัน และเซฟ ‘องคมนตรีลุงตู่’ สุดที่รักสุดหัวใจ”

‘นรด.’ แจง!! สด.43 ลายเซ็นต้องครบ-รับจากประธานในวันตรวจเลือก ชี้!! หากทำตามเกณฑ์ มีชื่อในระบบ สามารถตรวจสอบต้นขั้วย้อนหลังได้

(29 ม.ค. 67) ที่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) พล.ท.ทวีพูล ริมสาคร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) แถลงข่าวหลักเกณฑ์การได้มาของใบ สด.43 ว่า ตนต้องการชี้แจงลำดับขั้นตอนการได้มาซึ่งใบ สด.43 ที่ถูกต้อง ซึ่งมี 2 รูปแบบ คือผู้ที่ผ่านกระบวนการตรวจเลือกมาจับใบดำใบแดง จะต้องมีประธานและคณะกรรมการลงลายเซ็นทั้งหมด และจะได้รับเอกสารจากวันตรวจเลือก จากมือประธาน 

ส่วนอีกกรณีคือ ผู้ที่ผ่อนผัน ก็จะได้ สด.43 กลับไปเช่นเดียวกัน แต่จะมีช่องเขียนว่าผ่อนผัน ซึ่งเงื่อนไขสำคัญคือจะต้องได้รับจากมือประธาน ในวันตรวจเลือกเท่านั้น ถ้าไปได้วันอื่น จะมาบอกว่าวันนั้นไม่มา แล้วมาวันหลังมาจับใบดำใบแดง แล้วได้สด. 43 กลับไป อันนี้ไม่มีโดยกระบวนการ ยืนยันว่า วิธีการเป็นแบบนี้ และจะได้รับเพียง 2 รูปแบบเท่านั้น พร้อมนำใบสด.43 ที่ถูกต้องมาแสดง ให้สื่อมวลชนเห็นรายละเอียด

สำหรับขั้นตอนการผ่อนผันนั้นเริ่มเกณฑ์ตั้งแต่ อายุ 21 ถึง อายุ 26 ปี หากอยู่ระหว่างศึกษา สามารถผ่อนผันได้ แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไข หากพ้นเงื่อนไข กรณีถ้าต้องเป็นคดีความ หากศาลตัดสินแล้ว ก็ต้องมาเป็นทหารเลย เงื่อนไขมีเท่านี้ วิธีการอื่นไม่ใช่ขั้นตอนที่ทางราชการออก

“ยืนยันว่าได้จัดเก็บหลักฐานการตรวจเลือกทหารไว้ทั้งหมด แยกไปหลายส่วน เพื่อป้องกันการทุจริต อย่างน้อยสามารถตรวจสอบได้หลายทาง” ผบ.นรด. กล่าว 

พล.ท.ทวีพูล กล่าวอีกว่า สด.43 หัวใจหลักมีอยู่ 2 อย่าง คนต้องเซ็นครบ คือกรรมการ 5 ท่าน ครบทุกช่อง และต้องรับจากมือประธานกรรมการตรวจเลือกในวันนั้นเท่านั้น และวันเดียวด้วย ไปรับวันอื่นก็ไม่ใช่ ส่วนคนที่เข้ากระบวนการไม่ว่าจะจับสลากใบดำหรือใบแดง จะต้องมีการพิมพ์ลายนิ้วมือด้วย นี่คือหัวใจสำคัญ ถ้าเป็นเอกสารที่ทางราชการออกให้ จะต้องผ่านกระบวนการนี้เท่านั้น ถ้าหากว่าไม่ใช่ ไม่เป็นไปตามที่บอก ก็จะไม่ใช่เอกสารที่ทางราชการออกให้

ด้านพ.อ.พงศฤทธิ์ ภวังคะนันท์ ผู้อำนวยการกองการสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ชี้แจงว่า น้อง ๆ ที่ได้รับหมายเรียก จะต้องเข้ารับการตรวจเลือก ซึ่งจะกำหนดไว้ว่าสถานที่ใด วันใด แบบตายตัวไม่สามารถเป็นวันอื่นได้ และเมื่อมาเข้ารับการตรวจเลือกแล้ว หากอยู่ในรายชื่อผู้ผ่อนผัน มารายงานตัวเสร็จก็จะถูกแยกไปเลย แต่ไม่ว่ากรณีใด จะต้องได้รับใบรับรองการตรวจเลือกหรือสด.43 จากประธานเท่านั้น ซึ่งปีต่อไปก็จะต้องเข้ามารับการตรวจเลือก มาแสดงตนตามวันเวลาที่กำหนด เป็นลักษณะปีต่อปี กรณีอื่นไม่มี

สำหรับการลงในสด.43 มีอยู่ด้วยกัน 3 ท่อน ท่อนแรกจะเก็บไว้ที่สำนักงานสัสดีจังหวัด ท่อนที่ 2 เก็บไว้ที่กองทัพภาคภูมิลำเนาทหาร แล้วท่อนที่ 3 อยู่กับเจ้าตัว หากผ่อนผันแต่ละท่อนก็จะถูกเก็บแยก ต่างกันเพื่อตรวจสอบ หากไม่มาเข้ารับการตรวจเลือกในปีนั้น สด.43 ทั้ง 3 ท่อนนั้น ก็จะไม่ได้รับการแจกจ่ายไปที่ใด จะเก็บอยู่ในต้นขั้วทั้งหมด และเมื่อสิ้นสุดการตรวจเลือก จะตอกทำลาย เพื่อเป็นหลักฐานไว้ว่า น้องไม่ได้มาเข้ารับการตรวจเลือกหรือขาดรับการตรวจเลือก ก็จะใช้เป็นหลักฐานราชการอีกอย่างหนึ่ง สำหรับผู้ที่มารับการตรวจเลือกไม่ว่าจะได้ใบดำหรือใบแดง ในใบสด.43 ก็จะระบุไว้ ว่าจับได้แบบใด

เมื่อถามว่าจากการตรวจสอบต้นขั้ว ของนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส. ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกลหรือไม่ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน กล่าวว่าใครที่อยู่ในระบบ ต้นขั้วเจอหมด เพราะฉะนั้นชายไทยทุกคน ที่เข้าสู่กระบวนการจะต้องมีต้นขั้ว ส่วนต้นขั้วของนายจิรัฐ ระบุไว้อย่างไร ขออธิบายว่า ตนอธิบายไปแล้วว่าขั้นตอน ของสด.43 มีอะไร ที่ถูกต้อง ลายเซ็นต้องครบลายนิ้วมือต้องพิมพ์ ต้องไปดูว่าสิ่งที่มีผู้แสดงออกมา ว่าสด.43 ใบนั้น เป็นสิ่งที่ราชการออกให้หรือไม่เพราะถ้าไม่ครบ ก็จะไม่ใช่เอกสารที่ทางราชการออกให้

เมื่อถามว่า ถือว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสารหรือไม่นั้น ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน กล่าวว่า เป็นไปตามที่ตนชี้แจงไป ถ้าฟังแต่ต้นจะทราบว่าของจริงต้องรับจากมือประธาน ถ้าองค์ประกอบพวกนี้ไม่ครบก็จะไม่ใช่ของจริง

เมื่อถามว่า ถ้าเป็นการปลอมแปลงเอกสาร ในฐานะหน่วยรับผิดชอบตรง จะดำเนินการอย่างไร พล.ท.ทวีพูล กล่าวว่า ขณะนี้ กองทัพบก อยู่ในขั้นตอนรวบรวมหลักฐาน และแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ อยู่ในขั้นตอน เข้าใจว่า ใช้เวลาไม่นาน วันถึงสองวันนี้ ดำเนินการ 

เมื่อถามว่า การปลอมแปลงเอกสารมีความผิดอย่างไร ผบ.นรด. กล่าวว่าความผิดอยู่ที่ศาลจะตัดสิน และการต่อสู้ในชั้นศาล ยืนยันว่าโทษขนาดไหนอยู่ที่การพิจารณาของศาล

พล.ท.ทวีพูล กล่าวในช่วงท้ายว่า ประเด็น สด.43 เป็นเรื่องที่สังคมสนใจและอยากทราบ จึงออกมาที่แจ้งรายละเอียด ยืนยันกองทัพบกไม่ได้นิ่งนอนใจในกรณีนี้ เพียงแต่อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อไป

ทั้งนี้มีรายงานว่า ต้นขั้วสด.43 สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้นับ 10 ปี และกรณีของนายจิรัฏฐ์ ไม่ได้ มาเข้ารับการตรวจเลือกจับใบดำใบแดง

“พิพัฒน์” รมว.แรงงาน สร้างมาตรฐานแรงงานไทยในงานขนส่ง ระดับสากล "มรท.8003" ลดการสูญเสียจากยานพาหนะ สนับสนุนสถานประกอบกิจการเข้าร่วม

วันที่ 29 มกราคม 2567 เวลา 10.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดงาน Kick off มาตรฐานแรงงานไทยในงานขนส่ง มรท.8003 - 2566 โดยมี นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายภุชงค์ วรศรี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นเกียรติ ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพมหานคร ตั้งเป้ามุ่งสู่การลดอุบัติเหตุในงานขนส่ง พร้อมสนับสนุนสถานประกอบกิจการเข้าร่วม

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า รัฐบาล โดยกระทรวงแรงงาน ได้กำหนดนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการคุ้มครองแรงงานให้ได้รับการดูแลสภาพการจ้าง สภาพการทำงาน รวมทั้งความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งปัจจุบันสาเหตุการประสบอันตรายจากการทำงานที่สูงที่สุดมาจากยานพาหนะ จากข้อมูลในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า แรงงานที่ประสบอุบัติเหตุจากยานพาหนะที่เกี่ยวข้องกับงานขนส่ง กรณีร้ายแรงถึงแก่ชีวิต มีจำนวนถึง 2,948 คน คิดเป็น ร้อยละ 44.16 ของแรงงานที่ประสบอันตรายจากการทำงานทุกสาเหตุ ซึ่งแสดงให้ถึงความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ในปี 2566 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้ร่วมมือกับองค์กรนายจ้าง องค์กรลูกจ้าง องค์กรพัฒนาเอกชน หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และสถาบันการศึกษา พัฒนามาตรฐานแรงงานไทยในงานขนส่ง มรท.8003 ขึ้น และกระทรวงแรงงานได้ประกาศใช้ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2566 โดยใช้ชื่อว่า “มาตรฐานแรงงานไทยในงานขนส่ง มรท.8003-2566” เพื่อให้สถานประกอบกิจการที่มีกิจกรรมขนส่งในการดำเนินธุรกิจ นำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว 

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ผมขอเชิญชวนสถานประกอบกิจการทุกประเภท ทุกขนาดที่มีกิจกรรมขนส่งเป็นส่วนหนึ่งของการประกอบกิจการ และสถานประกอบกิจการที่ให้บริการด้านขนส่งโดยตรง ทั่วประเทศ นำมาตรฐานแรงงานไทยในงานขนส่ง มรท.8003-2566 ไปดำเนินการเพื่อให้แรงงานมีความปลอดภัยในการทำงานลดอัตราการประสบอันตรายจากการทำงาน ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของนายจ้าง รวมทั้งทรัพย์สินสาธารณะ สถานประกอบกิจการมีมาตรฐานที่ดีได้รับการยอมรับ เป็นที่ไว้วางใจ ตลอดจน ประชาชนที่ใช้ท้องถนนมีความปลอดภัย ซึ่งเป็นการแสดงถึงการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ส่งผลให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีในเรื่องการคุ้มครองและดูแลความปลอดภัยในการทำงานของแรงงาน อันก่อให้เกิดการยอมรับในระดับสากลเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ

เปิดตัว 'ไตรรงค์ Market' ชุมชนเพื่อ 'ครอบครัวพิสูจน์หลักฐานตำรวจ' ช่วยเสริมรายได้ สานความสัมพันธ์ สร้างสุขแก่บุคลากรในองค์กร

(29 ม.ค.67) พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ กล่าวว่า ตามนโยบายด้านเสริมสร้างสวัสดิการ ที่มุ่งเน้นใน 3 ด้าน คือ 1.เสริมรายได้ 2.สานความสัมพันธ์ และ 3.สร้างความสุขแก่บุคลากรในองค์กร จึงได้จัดตั้งกลุ่มสื่อสังคมออนไลน์ขึ้นเป็นการเฉพาะ

โดยมีวัตถุประสงค์ให้มีการซื้อขายสินค้าระหว่างกันอย่างแพร่หลาย เสริมสร้างรายได้นอกเหนือรายได้หลักจากเงินเดือน ยกระดับความสุขและสวัสดิการ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ...

1.ข้าราชการตำรวจในสังกัดสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 3,000 นาย

2.ครอบครัวข้าราชการตำรวจ 

และ 3.คือกลุ่มสุดท้ายซึ่งสำคัญยิ่งต่อองค์กรและมักจะถูกละเลยลืมเลือนตามกาลเวลา คือ กลุ่มของข้าราชการตำรวจพิสูจน์หลักฐานที่เกษียณอายุราชการ ซึ่งท่านเหล่านี้ล้วนแต่ร่วมก่อสร้างวางรากฐาน 'ครอบครัวพิสูจน์หลักฐาน' จนมั่นคงถึงปัจจุบัน

ดังนั้น จึงได้จัดให้มีสื่อสังคมออนไลน์ คือ เฟซบุ๊กชนิดกลุ่มปิด โดยจะมีข้าราชการตำรวจในปัจจุบันของทุกหน่วยในสังกัดร่วมกันเป็นผู้ดูแลระบบ พร้อมเชิญชวน กลั่นกรองสมาชิกและวางกฎระเบียบชุมชน เพื่อให้สมาชิกทุกคนได้มั่นใจว่า การซื้อขายมีความปลอดภัย ปราศจากการซื้อขายสิ่งผิดกฎหมายตลอดจนปราศจากการโกง และไม่มีการหักค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

Forensic Marketplace ตลาดนัดออนไลน์สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ หรือที่เรียกในชื่อเล่นว่า 'ไตรรงค์ Market' จะเป็นสื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของบุคลากรในองค์กร แทนความห่วงใย ความใส่ใจ เพื่อสร้างสวัสดิการอย่างยั่งยืน

"เราจะห่วงใย เราจะใส่ใจ และร่วมเสริมสร้างสวัสดิการร่วมกัน"

เพราะพวกเราคือ 'ครอบครัวพิสูจน์หลักตำรวจ' ตลอดไป

‘วราวุธ’ เศร้า!! เด็ก ม.2 ก่อเหตุสลดแทงเพื่อนดับ ยัน!! ขอฟังชัด ผู้ก่อเหตุเป็น ’เด็กพิเศษ’ หรือไม่

(29 ม.ค.67) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเด็กนักเรียน ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ย่านพัฒนาการ 26 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง ทำให้มีเด็กเสียชีวิต 1 ราย ว่า เบื้องต้นได้ทราบว่ามีเหตุเกิดขึ้นที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง เป็นเด็กชั้น ม.2 แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นเด็กพิเศษ หรือไม่ ข้อมูลเบื้องต้นทราบเพียงว่า เด็ก ม.2 ต่างห้องเรียนกัน แทงกัน ซึ่งขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของเด็กที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะส่งสหวิชาชีพเข้าประสานงานกับทางโรงเรียน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานในพื้นที่ต่อไป

“ผมขอฝากพี่น้องประชาชนที่บริโภคข่าว ในขณะนี้อย่าเพิ่งเร่งตัดสินว่าเด็กที่ก่อเหตุเป็นเด็กพิเศษ ขอให้ฟังข้อเท็จจริงจากหน่วยงานราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสียก่อน เพราะขณะนี้เรายังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าอะไรเป็นอะไร แต่อย่างไรก็ตามผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนักเรียนที่ได้รับผลกระทบเหตุการณ์ครั้งนี้” นายวราวุธ กล่าว

บางทีการที่เรารู้สึกว่าตัวเอง ‘ไม่มีคุณค่า’ มันอาจเป็นเพราะว่าเรา ‘ยืนอยู่ผิดที่’ ก็ได้…

บางทีการที่เรารู้สึกว่าตัวเอง ‘ไม่มีคุณค่า’ มันอาจเป็นเพราะว่าเรา ‘ยืนอยู่ผิดที่’ ก็ได้…

สวนนงนุชพัทยา จัดโปรโมชั่นเดือนแห่งความรัก ส่งมอบความรักให้สำหรับคนเกิด เดือนกุมภาพันธ์ ซื้อบัตรผ่านประตู ลดทันที 50 %

สวนนงนุชพัทยาโดยนายกัมพล  ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา  ประกาศโปรโมชั่น  เดือนแห่งความรัก  คนเกิดเดือนกุมภาพันธ์ ซื้อบัตรผ่านประตูลดทันที 50 %  เพียงยื่นหลักฐาน ณ จุดจำหน่ายบัตร  ส่วนของโปรโมชั่นพิเศษอื่นๆ สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าฟรีทุกวันศุกร์  เด็กความสูงไม่เกิน 140 ซม.ที่มากับครอบครัว และผู้พิการพร้อมผู้ติดตามเข้าฟรีทุกวัo

สวนนงนุชพัทยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กจะได้สัมผัสแหล่งเรียนรู้ในเรื่องต้นไม้ เรื่องสัตว์ วัฒนธรรม ศาสนา และอาหารไทย จะทำให้ในอนาคตเด็กๆจะรู้สึกชอบสิ่งต่างๆเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว  ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย เช่นทางลาด ห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุและผู้ใช้วีลแชร์ทุกจุดที่ให้บริการ   มีบริการนั่งรถชมสวนสวยที่ติด 1ใน10 สวนที่สวยที่สุดในโลกโดยไม่ต้องเดิน สำหรับผู้ที่ต้องการชมการแสดงนงนุชโชว์และการแสดงช้างแสนรู้ มีวันละ 4  รอบ 

ส่วนกิจกรรมพิเศษสำหรับ เดือนกุมภาพันธ์ ที่พลาดไม่ได้สำหรับคู่รัก กับกิจกรรม “จดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง “ โดยเปิดรับสมัครคู่รักชาวไทยและชาวต่างชาติ "เข้าร่วมกิจกรรมแห่ขันหมากบนหลังช้างสุดตระการตา" (9 คู่แรก ร่วมขบวนแห่บนหลังช้าง) สำหรับคู่รักที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nongnoochpattaya.com

‘พี่จอง-คัลแลน’ ออกอีเวนต์แรก ใจกลางสยามสแควร์ ซึ้งใจ!! แฟนๆ ซัปพอร์ตเพียบ ลั่น!! ไม่หยุดทำยูทูบแน่

(28 ม.ค. 67) ชาวไทยต่างใจฟูกันทั่วเมื่อพูดถึงสองหนุ่มยูทูบเบอร์เกาหลี คัลแลน และ พี่จอง ที่ฮอตจนฉุดไม่อยู่ถูกแบนรด์ดังคว้าตัวมาเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาเรียบร้อย และล่าสุดทั้งคู่ได้ออกงาน La Roche-Posay Effaclar Duo+M ณ ใจกลางสยามสแควร์ โดยมีแฟนคลับมาต้อนรับเป็นจำนวนมากแน่นลานจัดกิจกรรม และทันทีที่ทั้งคู่ปรากฏตัวทักทายแฟนๆ รอบๆ โปรยออร่าความหล่อจนแฟนๆ ส่งเสียงกรี๊ดกันดังสนั่นไม่หยุด

โดยช่วงหนึ่งคัลแลนได้เผยความรู้สึกพูดเป็นภาษาไทยบอกว่า “ชอบคนเยอะแบบนี้ (ยิ้ม) วันนี้ขอบคุณที่มาที่นี่ ขอบคุณมากๆ ครับ” ขณะที่พี่จองบอกพร้อมสีหน้าที่ยิ้มแย้มว่า “ผมครั้งแรก แล้วตื่นเต้นตลอดครับ แต่จริงๆ ขอบคุณมากครับ ที่มาที่นี่ครับ ขอบคุณที่ซัพพอร์ตพวกเรานะครับ พวกเราจะไม่หยุดทำยูทูบแน่นอนครับ พูดแล้วจะร้องไห้” เรียกว่าทำแฟนๆ ต่างพากันเอ็นดูกับความน่ารักของทั้งคู่กันเพียบ อีกทั้งคัลแลนและพี่จองมีการเข้าไปถ่ายรูปร่วมกับแฟนคลับ และแจกลายเซ็นอีกด้วย งานนี้แฟนๆ ใจฟูสมกับชื่อด้อมกันแน่นอน

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ จวก!! ‘สถานทูตยูเครน’ ทำผิดมารยาททางการทูต ปมอนุญาตจัดชุมนุมต้านรัสเซียในไทย ย้ำ!! ไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 67 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้โพสต์ความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Nantiwat Samart’ เกี่ยวกับกรณีการชุมนุมของชาวยูเครนหน้าสถานทูตรัสเซีย ในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่สถานทูตประเทศอื่นมาจัดชุมนุมประท้วงในประเทศไทย โดยระบุว่า…

“ผิดมารยาท?

จะจัดชุมนุมต้องขออนุญาต แกนนำต้องทำหนังสือแจ้งตำรวจ แต่เกิดเหตุผิดปกติ มีการชุมนุมต่อต้านรัสเซีย แต่ขออนุญาตโดยเจ้าหน้าที่ทูตยูเครน

มันทำได้หรือ? นักการทูตที่มาทำงานในไทย จะมาเคลื่อนไหวต่อต้านชาติอื่น? จัดชุมนุมโดยอ้างสิทธิทางการทูต? หากมีเหตุรุนแรง มีการปะทะเกิดขึ้น โดยคนก่อเหตุเป็นยูเครนหรือชาติอื่น ใครต้องรับผิดชอบ?

ไทยต้องไม่ให้ใช้พื้นที่ประเทศไทยต่อต้านใครหรือขัดแย้งกับใคร เพราะไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร ล้วนเป็นมิตรประเทศ มีความสัมพันธ์อันดีกับไทย

เหตุเช่นนั้นต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก”

‘สื่ออุซเบฯ’ เย้ย ‘ทีมชาติไทย’ โชว์เหนือทั้งทักษะ-ประสบการณ์ แฟนบอลเชื่อ!! รอบ 16 ทีมสุดท้าย อุซเบฯ ยิงประตูถล่มไทยยับแน่

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 67 เฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘เครื่องจักรนักเขียน’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับกรณี ‘ช้างศึก’ ทีมชาติไทย ที่เตรียมลงสนามพบกับ ‘ทีมชาติอุซเบกิสถาน’ ในศึก ‘เอเชียนคัพ 2023’ รอบ 16 ทีมสุดท้าย ในวันที่ 30 ม.ค.ที่จะถึงนี้ โดยระบุว่า…

ความเห็นจากแฟนบอลอุซเบกิสถาน ผมไล่อ่านคอมเมนต์มาเป็นร้อย มีน้อยคนมาก ไม่ถึง 5% ที่คิดว่า ‘ไทย’ คือ คู่แข่งที่อันตราย ส่วนใหญ่บอกว่า อุซเบฯ โชคดี ที่ได้มาเจอไทยในรอบน็อกเอาท์ เอเชียนคัพ

ลองไปดูคอมเมนต์แฟนบอลอุซเบฯ ที่มองไทยกันนะครับ
คอมเมนต์ที่ 1 - ไทย คือ คู่แข่งที่เบามือของอุซเบกิสถาน พระเจ้าประทานพร เราจะเอาชนะพวกเขาแบบถล่มทลาย
คอมเมนต์ที่ 2 - ไทยยังไม่เสียประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ แต่อุซเบกิสถานมีประตูจะมอบให้ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
คอมเมนต์ที่ 3 - ไทยเป็นคู่แข่งที่เล่นง่ายกว่าพวกอาหรับเยอะ เกมนี้ไม่ยืดเยื้อแน่นอน
คอมเมนต์ที่ 4 - ผมจะไม่แปลกใจถ้าอุซเบกิสถาน ถล่มไทย 3-0
คอมเมนต์ที่ 5 - ไทยเป็นทีมที่ไม่ชอบยิงประตูในรอบแบ่งกลุ่ม ชัดเจนว่า พวกเขาจะมาจอดรถบัสในการเจอกับอุซเบกิสถาน สิ่งที่เราต้องทำ คือ โจมตีพวกเขา อาจจะใช้การยิงไกล เกมนี้เราควรเลือกใช้ ‘อับดูโคห์ลิคอฟ’ เป็นตัวจริง และเขาจะยิงประตูให้เราได้เหมือนเมสซี่

ไม่ใช่แค่แฟนบอล แต่นักเตะเองก็มั่นใจไม่ต่างกัน ‘ยาลาลุดดิน มาชาริปอฟ’ ผู้เล่นทีมชาติอุซเบฯ ให้สัมภาษณ์ว่า “เราเคารพทุกทีมนะ แต่เป้าหมายของเรา คือ ผ่านเข้าชิงให้ได้ ต่อให้เราต้องเจอซาอุดีอาระเบียในรอบนี้ เราก็ไม่กลัว เพราะนักเตะทุกคนพร้อม จริงอยู่บางคนบาดเจ็บ แต่เรามีตัวเปลี่ยนแทน ไม่มีปัญหา”

อุซเบกิสถาน เป็นทีมที่ดี อันดับโลกเหนือกว่าไทยเยอะ พวกเขามีร่างกายแข็งแรง นักเตะหลายคนมีบอดี้แบบชาวยุโรป นอกจากนั้น ยังเลี้ยงบอลเก่งมากๆ ด้วย นักเตะชื่อ ‘ออสตอน โอรูนอฟ’ (กองหน้าที่เล่นปีกขวาได้ ใส่เบอร์ 11) คือ ผู้เล่นที่เลี้ยงหลบผ่านคู่แข่งมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของเอเชียนคัพครั้งนี้ กระชากผ่านคู่แข่งในจังหวะตัวต่อตัวได้ถึง 8 ครั้ง นี่จะเป็นทีเด็ดที่ไทยต้องระวังมากๆ

ส่วนเกมรุกของอุซเบฯ จะเน้นขึ้นฝั่งซ้ายเป็นหลัก สถิติบอกว่า ใน 3 เกมที่ผ่านมา รอบแบ่งกลุ่ม อุซเบฯ ขึ้นฝั่งซ้ายมากถึง 92 ครั้ง ถ้าเทียบกับฝั่งขวา ที่ขึ้นมาแค่ 59 ครั้งเท่านั้น

ขณะที่จังหวะเคาน์เตอร์แอทแท็ก สถิติบอกว่า ถ้าอุซเบฯ เล่นเกมโต้กลับเร็ว 22 ครั้งจะโจมตีไปทางซ้ายของตัวเอง ส่วนการโจมตีทางขวาเกิดขึ้น 12 ครั้ง น้อยกว่ากันครึ่งหนึ่ง

สื่ออุซเบกิสถาน ไม่ได้โฟกัสที่ไทยนัก เพราะพวกเขามองข้ามช็อตไปแล้ว มองที่เกมเจอเจ้าภาพกาตาร์ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ว่าจะเอาชนะได้ยังไง เกมกับไทยรอบ 16 ทีม เหมือนเป็นโบนัส โชคดีที่ได้เจอกัน และหลีกเลี่ยงบิ๊กทีมได้สำเร็จ

หนึ่งบทความของสื่ออุซเบฯ ที่เขียนถึงทีมชาติไทย พาดหัวว่า “เจริญรัตนาภิรมย์ จ่ายบอลให้กนิตศรีบำเพ็ญ ทำไมคุณควรสงสารใครก็ตาม ที่จะเป็นคนพากย์เกมอุซเบกิสถาน เจอกับทีมชาติไทย” คือ ไปสายฮาเลย ล้อเลียนว่าไทย ชื่อยาว เรียกยาก แต่ไม่ได้มีการโฟกัสเรื่อง จุดแข็ง จุดอ่อนอะไรของไทยเลยสักนิด

แน่นอน พวกเขาอันดับโลกเหนือกว่า แถมไทยไม่เคยชนะมาตั้งแต่ปี 2007 สื่ออุซเบฯ บอกว่า ทีมชาติพวกเขามีเวลาพักตั้ง 7 วัน ไทยพักแค่ 5 วัน อุซเบฯ น่าจะได้เปรียบ คือ บางคนก็วิจารณ์กันไป โดยไม่สนใจว่าไทยเปลี่ยนไลน์อัป 11 คน ในเกมเจอซาอุฯ ด้วยซ้ำ

เอาล่ะ ดูจากเหตุผลต่างๆ พวกเขาจะมั่นใจว่า ชนะไทยแน่ๆ ก็เข้าใจได้ ศักยภาพและประสบการณ์เขาเหนือกว่าเราจริง

อย่างไรก็ตาม… ทีมชาติไทยสามารถฉกฉวยความประมาท ของฝั่งอุซเบฯ เอามาสร้างประโยชน์ให้ตัวเองได้ ยิ่งคิดว่าเราอ่อนเท่าไหร่ ก็ยิ่งดี เมื่อแข่งขันจริงๆ จะได้ไม่ระวังตัวเท่านั้น ถ้าเราศึกษาข้อมูลมาอย่างถ่องแท้ล่ะก็ ผมว่าเราก็มีโอกาสทะลวงเขาอยู่

เกมฟุตบอล 90 นาที คนเป็นรองตามหน้าเสื่อ ไม่ได้แปลว่าจะแพ้เสมอไป ผมว่าถ้าเรารักษาโมเมนตั้มดีๆ แบบสามเกมแรกได้ นี่จะเป็นเกมที่สนุก และเราจะไม่มีทางโดนเชือดง่ายๆ อย่างที่อุซเบฯ วาดฝันแน่นอนครับ

‘หนุ่มตรัง’ แห่สมัครทหารคึกคัก!! หวังคว้าโควตาสอบนายสิบ-นายร้อย บางคนเศร้า ตั้งใจมาสมัครแต่ผิดหวัง เนื่องจากสภาพร่างกายไม่พร้อม

(28 ม.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สโมสรกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง พันเอกพงษ์เทพ แตงพลับ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ ได้ตรวจคัดเลือกทหารที่สมัครทหารออนไลน์ประจำปี 2567 คุณสมบัติเป็นทหารกองเกินที่มีอายุ 18 ถึง 20 ปีบริบูรณ์(เกิดปี พ.ศ. 2547 – 2549) หรือทหารกองเกินที่มีอายุ 22 ถึง 29 ปีบริบูรณ์ (เกิดปี พ.ศ. 2538 – 2545) ซึ่งเป็นผู้ที่ผ่านการตรวจเลือกแล้วแต่ไม่ถูกเข้ากองประจำการ และเป็นผู้ที่มีร่างกายสมบูรณ์ดี ไม่พิการทุพพลภาพหรือมีโรคที่ขัดต่อการรับราชการทหารตามที่กำหนดใน พ.ร.บ. รับการทหาร พ.ศ.2497

สำหรับการสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการ เป็นทหารกองประจำการ โดยวิธีการร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2567 เพื่อเพิ่มโอกาสในการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบ นักเรียนนายร้อย และบุคลากรของกองทัพบก การสมัครทหารออนไลน์นั้น เมื่อผ่านการตรวจร่างกายแล้วรับใช้ชาติเป็นทหารกองประจำการ โดยไม่ต้องจับใบดำใบแดง

ทั้งนี้ พันเอก พงษ์เทพ แตงพลับ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ ได้บอกกล่าวกับผู้ปกครองที่พาบุตรหลานมาสมัครฯว่าจะได้สิทธิต่างๆตามที่กองทัพกำหนด ผู้ที่สมัครสามารถเลือกได้ว่าจะสังกัด กองทัพบก กองทัพอากาศ กองทัพเรือ ได้รับอัตราเงินเดือนตามที่กำหนด ที่สำคัญคือมีโอกาสในการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบ นักเรียนนายร้อย การสมัครรับราชการทหาร สามารถลดค่าใช้จ่ายและยังเป็นการช่วยเหลือครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งในวันนี้มีผู้ปกครองมาสมัครจำนวนมาก

เป็นผลมาจากการที่สัสดีจังหวัดตรัง สัสดีอำเภอและหน่วยทหารกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ได้ออกรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน เพื่อนำบุตรหลานมาสมัคร ขณะนี้ที่จังหวัดตรังมีผู้มาสมัครทหารออนไลน์และผ่านการคัดเลือกแล้ว เกือบ 300 คน แต่ก็มีบางรายที่ตั้งใจมาสมัคร แต่ไม่ผ่านการตรวจร่างกายเนื่องจากมีโรคประจำตัว ทางเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้รักษาร่างกายให้หายดีก่อนแล้วมาสมัครพร้อมกับใบรับรองแพทย์ ในปีถัดไป การสมัครนั้นจะหมดเขตในวันที่ 28 มกราคม 2567 นี้

‘คารม’ ย้ำ สถานศึกษาต้องยกเลิกคำสั่งอยู่เวรในโรงเรียน ยัน!! ‘รัฐบาล-ศธ.’ ให้ความสำคัญกับชีวิตครูมากกว่าสิ่งใด

(28 ม.ค. 67) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำให้สถานศึกษายกเลิกคำสั่งอยู่เวรรักษาการณ์ที่สั่งไว้เดิมโดยทันที ส่วนมาตรการที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ อยู่ระหว่างดำเนินการของกระทรวงศึกษาธิการ หากดำเนินการแล้วเสร็จจะแจ้งให้ทราบต่อไป

นายคารม กล่าวว่า เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน และเพื่อให้การปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน ทางเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทุกเขต เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจในการดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการ โดย ให้สถานศึกษาได้รับการยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2542 (เรื่อง การปรับปรุง แก้ไข หรือยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดเวรรักษาการณ์ประจำสถานที่ราชการ) และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้

การดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

1.1) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร เป็นหน่วยงานหลักในพื้นที่ระดับจังหวัด ประสานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้ได้ซึ่งมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการ และแผนเผชิญเหตุให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 เรื่อง การดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการให้แก่สถานศึกษาในจังหวัด ตามบริบทของพื้นที่และความเหมาะสม

1.2) ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่น นอกเหนือจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร สรุปข้อมูลจำนวนสถานศึกษาในสังกัด เพื่อบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานฝ่ายปกครองและสถานีตำรวจนครบาล เพื่อวางแผนในการดูแลรักษาความปลอดภัยสถานศึกษา ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และให้สอดคล้องตามข้อ 1.1 การดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการในพื้นที่จังหวัดอื่น

2.1) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 เป็นหน่วยงานหลักในพื้นที่ระดับจังหวัด ประสานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เพื่อให้ได้ซึ่งมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการ และแผนเผชิญเหตุให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 เรื่อง การดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการให้แก่สถานศึกษาในจังหวัด ตามบริบทของพื้นที่และความเหมาะสม

2.2) ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่น นอกเหนือจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 ดำเนินการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานฝ่ายปกครองระดับอำเภอ และสถานีตำรวจภูธร เพื่อวางแผนในการดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาในสังกัด ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และให้สอดคล้องกับแผนระดับจังหวัดตามข้อ 2.1

“รัฐบาล และกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของครู นักเรียน และสถานศึกษา ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อครู ขอให้ผู้อำนวยการสถานศึกษายกเลิกคำสั่งให้ครูอยู่เวรรักษาการณ์ในโรงเรียน และขอให้ครูมั่นใจว่าการไม่อยู่เวรฯ ไม่มีความผิด” นายคารม กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top