Wednesday, 15 July 2026
NEWS

iQIYI X INSIGHT จัดออดิชัน วัดสกิล เฟ้นหาบอยแบนด์ไทยสุดยิ่งใหญ่ สู่การคัดเลือกเป็นตัวจริง ในรายการวาไรตี้ iQIYI Original ใหญ่ระดับโลก ‘Youth With You International’

เสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับรอบ Offline Audition In Thailand เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา สำหรับกิจกรรมการค้นหาตัวแทนเด็กไทย หรือ บอยแบนด์ไทย ที่มีความสามารถ และต้องการทำตามความฝันสู่การเป็นไอดอลตัวจริง ซึ่งในงานนี้มีเด็กไทยกว่า 100 คนเข้าร่วมคัดเลือกและโชว์ความสามารถพิเศษผ่าน การร้อง การเต้น และการแร็ป เพื่อให้เข้าสู่หนึ่งในผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมรายการวาไรตี้ระดับโลกอย่าง iQIYI Original “Youth With You International” ซึ่งถือเป็นรายการประเภท Survival อันดับหนึ่งจากประเทศจีนจัดขึ้นโดย iQIYI ที่ในปีนี้มีความต้องการขยายความยิ่งใหญ่ไปสู่ระดับสากลและทั่วโลก

สำหรับในประเทศไทย กิจกรรม Offline Audition ทางบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการบันเทิงไทยและต่างประเทศ อย่าง iQIYI (อ้ายฉีอี้) บ้านของความบันเทิงยอดนิยมแห่งเอเชีย ได้ร่วมกับ Insight Entertainment ผู้นำด้านการส่งออกคอนเทนท์ละครไทยสู่ตลาดบันเทิงต่างประเทศ ในการวางกรอบนโนบายและการทำงานร่วมกันในฐานะพันธมิตรที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนาน เกี่ยวกับเงื่อนไขและความต้องการในการคัดเลือกและผลักดันเด็กไทยที่ผ่านการทดสอบในขั้นตอนต่างๆ รวมถึงในรอบ Offline Audition ที่จะเป็นด่านชี้วัดสำคัญว่าใครจะเป็นผู้ที่เหมาะสมเป็นตัวแทนเด็กไทยเข้ารอบไปสู่การแข่งขันระดับโลกในรายการวาไรตี้ iQIYI Original “Youth With You International” ของปีนี้

คุณ Cynthia Wang ผู้จัดการฝ่ายเนื้อหาสำนักธุรกิจต่างประเทศของอ้ายฉีอี้ แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ระดับ Global ผู้ถือสิทธิ์รายการ “Youth With You” เปิดเผยว่า “Youth With You International” เป็นรายการใหญ่ระดับโลกที่เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายทั่วเอเชีย มีการเปิดโอกาสการแข่งขันไปทั่วโลก และหนึ่งในประเทศที่เข้าร่วมในครั้งนี้ก็มีประเทศไทยด้วย เนื่องจากประเทศไทยปัจจุบันเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจอย่างมาก เด็กไทยล้วนมีความสามารถเฉพาะด้าน และโดดเด่น จึงทำให้เรามั่นใจว่าเด็กไทยที่มาเข้าร่วม Offline Audition จะมีไม้ตายที่งัดออกมาให้เราได้เฟ้นหากันอย่างดุเดือด และผู้ที่ได้รับคัดเลือก จะต้องเป็นผู้ที่มีฝัน มีไฟ เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถทั้งด้านการร้อง เต้น และมีใจรักการเป็นไอดอลอย่างแท้จริง” พร้อมเผยความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในระดับโลกอีกว่า “ดิฉันรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเราทุกคนจะได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของรายการนี้ และจะได้เห็นเด็กจากทั่วทุกมุมโลกมาประชันความสามารถกันเต็มที่ ทั้งด้านการร้อง การเต้น การแร็ป และความสามารถอีกหลากหลาย โดยที่เราทุกคนจากทั่วโลกจะได้มาร่วมเป็นผู้ตัดสินเพื่อจะช่วยกันปั้นบอยแบนด์แต่ละคนให้สำเร็จไปด้วยกัน" 

และได้รับเกียรติจาก คุณผ่านศึก ธงรบ ผู้อำนวยการอ้ายฉีอี้ ประจำประเทศไทย แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ระดับ Global ผู้ถือสิทธิ์รายการ “Youth With You” ขึ้นกล่าวถึงการจัดกิจกรรมครั้งนี้ “นี่คือรอบ Offline Audition ซึ่งถือว่าเป็นอีกด่านหนึ่งที่สำคัญของผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากรอบ Online Audition ในขั้นตอนแรก โดยได้เปิดรับสมัครในประเทศไทยไปเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และจะเป็นด่านที่ทดสอบสกิลอย่างเข้มข้น จากผู้เชี่ยวชาญทั้งฝั่ง iQIYI, SBS และ Insight เพื่อต้องการเฟ้นหาตัวแทนเด็กไทยไปเฉิดฉายในรายการใหญ่ระดับโลกดังกล่าวร่วมกัน โดยครั้งนี้จะเลือกประเทศเกาหลีใต้ เป็นสถานที่ไปถ่ายทำรายการ “Youth With You” แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมุ่งหวังให้เด็กไทยไปเติบโตอยู่ในวงการ K-POP เท่านั้น เพราะเรามีวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้เด็กไทยสามารถไปเติบโตอยู่ได้ในทุก ๆ วงการบันเทิงระดับโลก รายการ “Youth With You International” จึงเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่เราต่างตั้งตารอเห็นผลสำเร็จและผลผลิตที่เกิดขึ้นในตัวน้อง ๆ ทุกคน เพราะในการที่จะเดินบนเส้นทางบันเทิงสายไอดอล มันไม่ใช่เรื่องง่าย ต่างมีบททดสอบมากมายรออยู่ ซึ่งแน่นอนว่ารายการนี้จะเข้มข้น ท้าทาย ตื่นตาตื่นใจไปกับทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นร่วมกันอย่างแน่นอน มารอติดตามความปังในครั้งนี้กันได้ภายในปี 2567 แน่นอนครับ ผมเชื่อมั่นว่าบอยแบนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้นมา จะต้องเป็นอีกวงหนึ่งที่ทรงอิทธิพลไปยังวงการบันเทิงระดับทั่วโลกแน่นอนครับ"

โดยครั้งนี้ทางโปรดิวเซอร์จาก SBS ผู้นำด้านวงการบันเทิงแห่งเกาหลี ที่มีชื่อเสียงในด้านการสร้างสรรค์รายการยอดนิยม อย่าง SBS Inkigayo, Running Man และ SBS Gayo Daejeon และอื่น ๆ อีกมากมาย จะมาเป็นผู้ผลิตดูแลรายการ “Youth With You International” ในปี 2567 ครั้งนี้ และจะมาเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกเด็กไทยที่ผ่านเกณฑ์ทั้งเรื่องความสามารถ, ความเชื่อมั่น และการแสดงออกในเรื่องต่าง ๆ เพื่อเข้าร่วมรายการ Youth With You International ด้วยตนเอง เพราะเป้าหมายของการทำ Youth With You ในปีนี้ คาดหวังจะเติบโตไปในระดับโลก และพร้อมที่จะสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่แบบไม่เคยมีมาก่อน”

สำหรับ Offiine Audition In Thailand ที่ผ่านมา ได้รับเกียรติจาก คุณ Amiee Liu ผู้บริหาร Insight Entertainment บริษัทใหญ่แห่งวงการบันเทิงไทย-จีน และตัวแทนผู้จัดงาน Offline Audition อย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวว่า “ทางเรารู้สึกได้รับเกียรติอย่างยิ่ง จากทางผู้บริหาร iQIYI ที่จะได้มีส่วนร่วมผนึกกำลังผลักดันเด็กไทยให้เข้าไปร่วมอยู่ในรายการ Youth With You International เนื่องจากเป็นรายการที่ดีมาก ๆ ในการเปิดโอกาสให้เด็กไทยสามารถไปแสดงความสามารถบนเวทีระดับโลกได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมา เด็กไทยมีความสามารถอย่างมาก และมีเอกลักษณ์โดดเด่นแตกต่างกันออกไป เพียงแต่ขาดโอกาสและเวทีที่จะได้ออกมาแสดงความสามารถของตนเอง ดังนั้นรายการ “Youth With You International” จึงเป็นเวทีที่เป็นโอกาสสำคัญและยิ่งใหญ่ พร้อมซัพพอร์ตให้ทุกความฝันไปสู่ความสำเร็จในจุดสูงสุด อย่างไรก็ดี การ Offline Audition In Thailand ในครั้งนี้ ทาง iQIYI (อ้ายฉีอี้) ได้ร่วมมือกับ Insight Entertainment ในการช่วยกันเฟ้นหาเด็กฝึกจากทั่วโลก สืบเนื่องจาก Insight Entertainment ปัจจุบันดำเนินธุรกิจเพื่อผลักดันผลงานละครไทย รวมถึงเด็กไทยไปเติบโตอยู่ในวงการบันเทิงระดับโลกอยู่แล้ว ดังนั้นการที่ Insight Entertainment ได้รับความร่วมมือจากทาง iQIYI (อ้ายฉีอี้) ต่างก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ๆ ที่จะช่วยเป็นอีกหนึ่งแรงในการผลักดันและเฟ้นหาเด็กไทยอย่างเข้มข้นไปด้วยกัน เพราะที่ผ่านมา Insight Entertainment ก็มีผลงานผลักดันเด็กไทยไปประสบความสำเร็จในระดับ Global มาแล้วด้วย”

สำหรับกรรมการใน Offline Audition In Thailand ยังได้ครูไก่ Harlem Shake (Choreographer และทีมเต้นระดับโลก) ร่วมด้วย คุณโฟร์-ประทีป สิริอิสสระนันท์ (โปรดิวซ์เซอร์มือทองแห่งวงการ TPOP) มาร่วมให้คำชี้แนะกับน้อง ๆ อีกด้วย เนื่องจากเกณฑ์พิจารณาการตัดสินของผู้ที่ผ่านเข้ารอบสมัครออนไลน์มาสู่ Offline Audition จะถูกคัดเลือกให้เป็นตัวจริงในการเข้าร่วมรายการ “Youth With You International” นอกจากจะต้องมีความสามารถเรื่องการร้อง, การเต้นแล้ว เรื่อง Performance ของการแสดงออกบนเวที ก็เป็นหัวใจสำคัญของการเป็นเกณฑ์พิจารณาตัดสินใจในครั้งนี้ด้วย 

นอกจากนี้กรรมการทั้งสองท่านยังกล่าวถึงการมาร่วมเป็นกรรมการผู้ช่วยในการคัดเลือกครั้งนี้ว่ารู้สึกเป็นเกียรติมาก ๆ ที่ได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเด็กไทย เพราะได้เห็นแรงผลักดัน ความสามารถของเด็กไทยยุคใหม่ ๆ แล้วรู้สึกว่าไม่แพ้ชาติไหนอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น ร้อง เต้น แร็ป เพียงแต่เด็กไทยอาจจะต้องเพิ่มความมั่นใจและพัฒนาความเชื่อมั่นให้มากขึ้นด้วย

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก คุณ Kim Wan Jung โปรดิวเซอร์จาก SBS ผู้รังสรรค์ความยิ่งใหญ่จัดเต็ม “Youth With You International” มาเป็นผู้คัดเลือกหลักในวัน Offline Audition In Thailand ครั้งนี้ด้วย ซึ่งแต่ละคนก็ได้มีโอกาสออกมาแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ก่อนที่จะเข้าไป Offline Audition ไม่ว่าจะเป็นน้อง ๆ นักแสดงอย่าง อินทัช - อินทัช กูรมะสุวรรณ นักแสดงจากซีรีส์ ขอเป็นพระเอกในหัวใจพระเอก หยาง - เพชรเตชินธ์ เพชรศิริพันธุ์ นักแสดงจากซีรีส์ เรื่อง OUR DAYS รักได้ไหมนายไม่ยิ้มโดยทั้งคู่ ให้สัมภาษณ์ว่า “รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ผ่านเข้ารอบจาก Online Audition มาสู่รอบ Offline Audition ครั้งนี้ เพราะแต่ละคนที่มา Audition ล้วนมีความสามารถในด้านการเต้น หลากหลายอย่างมาก กว่าจะเดินทางมาจุดนี้ได้ โดยส่วนตัวต้องเตรียมตัวฝึกซ้อมเรื่องการเต้นมาอย่างดี และคิดว่าถ้ามีโอกาสได้ถูกคัดเลือกผ่านเข้าไปสู่รายการ Youth With You ก็จะช่วยให้ตัวเองถูกพัฒนามากขึ้นในทักษะเรื่องการเต้น ไม่เพียงแต่การมีทักษะด้านนักแสดง เท่านั้น” และยังมีนักแสดงคนอื่น ๆ อีกมากมายที่เข้าร่วม Audition ไม่ว่าจะเป็น ปลาย - ฉัตริน โชติทิฆัมพร จาก 9Naa Production, ป้าน - จิรโชติ โชติทิฆัมพร จาก 9Naa Production, ปอร์เช่ ธนธรณ์ เจริญรัตนพร นักแสดงซีรีส์ My Stand-in ตัวนายตัวแทน จากค่าย YYDS Entertainment, ฟิน - พศิน นิธีธนพร จากซีรีส์ across the sky ลัดฟ้าล่าฝัน ช่อง one31, โฟม - พุฒิกร นิธีธนพร จากซีรีส์ across the sky ลัดฟ้าล่าฝัน ช่อง one31 และ เป็นต่อ - จีรภัทร พิมานพรหม ศิลปิน/นักแสดงจากค่าย Insight Entertainment อดีตสมาชิกวง LAZ1 

บรรยากาศหลังการ Offline Audition เต็มไปด้วยความตื่นเต้น สนุกและเต็มไปด้วยพลังของเด็กไทย นอกจากนี้ยังมีผู้เข้าประกวดได้ร่วมบางส่วนได้ร่วมแสดงความสามารถและร่วมสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มาร่วมทำข่าวอย่างคับคั่ง ใครจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทย เพื่อก้าวเข้าสู่การแข่งขันระดับโลก มาลุ้นและเป็นส่วนหนึ่งพร้อมกันกับรายการ Survival อันดับหนึ่ง iQIYI Original “Youth With You International” เร็วๆ นี้ ทาง iQIYI (อ้ายฉีอี้)

'พี่เอ้' แนะ!! 4 แนวทาง น่าเรียนรู้จาก 'สูตรเกาหลี'  สร้าง 'ลิซ่า' คนที่ 2 ได้ ด้วยคำว่า 'สูงกว่า-หนักกว่า' 

(1 ก.ค.67) ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ 'ดร.เอ้' ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ 'ไทยจะสร้าง 'ลิซ่า' คนที่ 2 ได้ไหม? แล้วจะต้องทำอย่างไร?' ว่า...

ผมตอบ "ได้แน่นอน" เพราะ ผมเชื่อ #คนไทยเก่งไม่แพ้ใครในโลก แต่ว่า ‘มีปัจจัยอื่น’ ที่เราต้องสร้าง ก่อนจะไปถึงจุดนั้น

และก็มีหลายคน ตั้งคำถาม "หากน้องลิซ่า ไม่ไปฝึกฝนที่เกาหลี จะมีวันนี้ไหม" ตอบยากครับ อาจเป็นได้ หรือ ไม่ได้ คงไม่มีใครฟันธง

แต่คำถาม ควรจะเป็นว่า จะทำอย่างไร ให้เด็กไทย ได้ ‘โอกาสการพัฒนา’ ไปได้เต็มศักยภาพ หรือ ทะลุเพดานศักยภาพ เหมือนน้องลิซ่า น่าจะดีกว่า

ผมจึงชวนทุกท่าน ไปสังเกตการทำงานของ ‘เกาหลี’ บ้านอีกแห่งของน้องลิซ่า บอกเลย น่าเรียนรู้ยิ่ง

ผมสังเกตโค้ชกอล์ฟเกาหลี พาเยาวชนมาฝึกกอล์ฟแถวบ้าน โค้ชชี้สั่งเด็ก ๆ ให้พัตต์กอล์ฟ เป็นร้อย ๆ พัน ๆ ลูก กลางแดด พัตต์แล้วพัตต์อีก เด็กเกาหลีก็ก้มหน้าก้มตาซ้อม ไม่มีใครบ่น ไม่มีใครเบื่อ ไม่แปลกที่ทีมกอล์ฟเยาวชนเกาหลี จึงไม่แพ้ใครในโลก เพราะ ‘เด็กเกาหลีมีวินัยสูง’

ตอนผมเรียนที่ MIT สังเกตเห็นเพื่อนเกาหลี ที่เรียนปริญญาเอกด้วยกัน ทำงานจนดึกทุกวัน นั่งเขียนบทความวิชาการ ทั้งที่ MIT ไม่บังคับ แต่การจะกลับไปเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยชั้นนำในเกาหลี เขาต้องมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับโลก จึงไม่แปลกงานวิจัยเกาหลีล้ำหน้าใครในเอเชีย เพราะ ‘คนเกาหลีต้องทุ่มเท มากกว่าคนอื่น’

ตอนที่ผมทำงานให้สมาคมอุโมงค์โลก สังเกตเห็นวิศวกรและนักวิชาการเกาหลี ขึ้นบรรยายบนเวที ยอมรับว่า ใช้เวลาในการเตรียมตัวมากกว่าชาติอื่น เพราะ Powerpoint ต้องสวย รูปต้องเด่นมาก ทำสุดจริง น่าชื่นชม เพราะ ‘มาตรฐานเกาหลี ต้องสูงกว่าคนอื่น’

และ ชุมชนเกาหลีในอเมริกา ‘เหนียวแน่นมาก’ ทุกครอบครัว นอกจากขยันทำมาหากิน ยังขยันแข่งกัน ‘เลี้ยงลูกให้ดี ให้เก่ง’ จึงไม่แปลกที่ เด็กเกาหลีเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำได้มากกว่าชาติอื่น และจบมาเป็นหมอ เป็นผู้นำธุรกิจ หรือแม้แต่ผู้นำองค์กรระดับโลก 

ความเป็นเกาหลี สะท้อนถึง เรื่องการสร้าง ‘ภาพยนต์ ดนตรี และกีฬา’ เกาหลีจึงพัฒนามาได้ไกลขนาดนี้ และ เราคงเดาได้ว่า น้องลิซ่าก็ได้รับสิ่งดี ๆ จากการไปอยู่เกาหลี ด้วยเช่นกัน

ทั้งหมด จึงจบอยู่ที่ การสร้าง ‘คุณภาพคน’ เพราะ Soft Power ก็มาจากคนในชนชาตินั้น ‘สร้างขึ้นมา’ และ ‘ความคิดสร้างสรรค์’ ก็ไม่ได้หล่นมาจากฟ้า แต่มีรากฐานมาจาก ‘ความขยัน อดทน ไม่ยอมแพ้’ ลองผิดลองถูก จนเห็นผล ของคนในชาติ

ดังนั้นหาก ไทยจะสร้าง น้องลิซ่า คนที่ 2 และคนต่อๆ ไป น่าเรียนรู้จาก ‘สูตรเกาหลี’ มาปรับใช้บ้าง คือ

1. ต้อง ‘อดทน มีวินัยสูงกว่า’
เราก็รู้ว่า ระบบเกาหลี ให้น้องลิซ่าต้องเตรียมพร้อม มาหลายปี กว่าจะได้เริ่มต้น ร่วมวง Blackpink และเขาดูแลวินัย ตีกรอบในการทำงาน และในการใช้ชีวิต มากสุด ๆ แค่ไหน 

ถึงแม้วันนี้ มีเงินและมีชื่อเสียงระดับโลก ยิ่งต้องอดทนและมีวินัย มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ จริงไหม

2. ต้อง ‘ทุ่มเท ทำงานหนักกว่า’
เราชอบว่า ‘เด็กเกาหลีเครียด’ ต้องเรียนหนัก ต้องสอบยาก แต่ถามเถอะ เกิดมาจะไม่ให้ลูกเข้าใจว่า ‘ชีวิตต้องทุ่มเท ต้องทำงานหนัก’ ไม่ให้เข้าใจความเครียดเลยหรือ แล้วจะอยู่ในชีวิตจริง ได้อย่างไร?

แม่ชาวเกาหลี ถูกเรียกว่า ‘Tiger Mom แม่เสือ’ เพราะเคี่ยวเข็ญ ให้ลูกทุกคนทำงานหนัก ช่วยเหลือตนเอง ลูกเลยแข็งแกร่ง อยู่รอด

3. ต้อง ‘แข่งขัน ทำให้ดีกว่า’
คนเกาหลีรู้ว่า ชีวิต คือ การแข่งขัน จึงสอนลูกให้รู้จักแข่งขัน ทำให้ดีกว่า เด็กเกาหลี เล่นกีฬา ร้องเพลง เรียนหนังสือ ก็ทำจริง ไม่ทำเล่น ไม่ยอมแพ้ ดูบอลเกาหลี ก็ดูสนุก เพราะเล่นไม่ยอมแพ้ แม้นาทีสุดท้าย

4. ต้อง ‘มีมาตรฐานสูงกว่า’
วงการดนตรี และภาพยนตร์ของเกาหลี มีมาตรฐานและคุณภาพงาน ไม่แพ้อเมริกา ลองดูเพลง คอนเสิร์ตและมิวสิควิดิโอของน้องลิซ่า ยอมรับเลยว่า เบื้องหลังมาจาก ‘มาตรฐานการทำงาน’ ระดับโลกของแทร่

เพราะมาตรฐานสูง ย่อมสร้างความน่าเชื่อถือ และการยอมรับที่สูงตามไปด้วย

ดังนั้น หากประเทศไทย จะสร้าง ‘คนเก่ง คนดี’ ระดับโลกแบบน้องลิซ่า ให้เกิดขึ้นในบ้านเรา ต้องมุ่งมั่น ‘สร้างคน’ เพราะ การหวังเพียงการโปรโมทประชาสัมพันธ์ อาจเป็นเพียง ‘ฉาบฉวย’ ไม่ใช่แก่นแท้ ประเดี๋ยวก็จางไป 

>> ย้ำ ‘Soft Power’ มาจาก ‘คน’
การพัฒนาคน คือ รากฐานของ Soft Power ที่มั่นคง และไม่มีใครจะแย่งจากเราไปได้ ไม่ใช่เพียง ‘กางเกงช้าง’ ที่ของถูกจากจีน มาแย่งตลาดได้ง่ายดาย แต่คือ ความสามารถ ‘คนไทย ยุคใหม่’ ที่เก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก

เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ อ่านแล้วคิดเห็นอย่างไรกันบ้าง คอมเมนต์บอกเล่าให้พี่เอ้รู้หน่อยนะครับ ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือเห็นต่างเราแลกเปลี่ยนกันได้เสมอ จะได้ร่วมกันหาทางผลักดันประเทศไทยไปด้วยกันครับ

'ต่างชาติ' อวย!! ชอบทุกอย่างของประเทศไทย ยกเว้นอย่างเดียว รสชาติอาหารติดหวานไปหน่อย

เรียกได้ว่าเป็นกระทู้เรดดิทที่ได้รับความสนใจไม่น้อย เมื่อชาวต่างชาติรายหนึ่งได้ตั้งกระทู้ถึงประเทศไทยว่า ตัวเขานั้นรักทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองไทย ยกเว้นอย่างเดียวคือ ‘อาหารรสชาติหวาน’

หนุ่มเจ้าของกระทู้เล่าว่า เขาและภรรยาไปทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านแห่งหนึ่งซึ่งภรรยาเป็นคนเลือก เมื่อเดินเข้าไปในร้าน เขาก็พบในสิ่งที่รับไม่ได้อย่างแรงก็คือ ‘น้ำซุปที่หวานเกินไป’ ซึ่งเขาชอบทานก๋วยเตี๋ยวมากโดยเฉพาะพวกหมูแดง แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมร้านต้องใส่น้ำตาลจำนวนมากลงในซุปด้วย

นอกจากนั้น เมื่อพ่อค้าแม่ค้าทำแบบนี้ ยังทำให้แมลงวันบินหึ่งเต็มร้าน เวลาอ้าปากกินบะหมี่แมลงวันก็อาจจะบินเข้าปากได้ เขาจึงอยากสอบถามว่า มีใครที่ไม่ชอบอาหารรสหวานบ้าง?

สำหรับความคิดเห็นของชาวเน็ตนั้นหลากหลาย บางคนแนะนำว่าอาหารไทยไม่ได้หวานทั้งหมด ควรลองทานเมนูอื่นบ้าง บางคนก็แนะนำว่า ลองระบุในคำสั่งซื้อว่า ‘ไม่ใส่น้ำตาล’ แล้วจะเพลิดเพลินกับอาหารมากขึ้น บ้างก็บอกว่าไม่แปลกใจทำไมไทยถึงติดอันดับผู้ป่วยเบาหวานในเอเชีย

“มันไม่ได้หวานทั้งหมด ลองเมนูอื่น”

“ฉันเริ่มระบุในคำสั่งซื้อว่า ‘ไม่ใส่น้ำตาล’​ / mai sai naam-dtaan แล้วฉันก็เพลิดเพลินกับการกินบะหมี่มากขึ้น เพื่อนคนไทยบอกว่าเป็นเรื่องปกติที่คนจะระบุความต้องการลงไปในคำสั่งซื้อ อย่างเช่น ไม่ใส่ผงชูรส หรือผักชี”

“ฉันว่าฉันเคยอ่านเจอเมื่อวันก่อนว่า ไทยติดอันดับผู้ป่วยเบาหวานในเอเชีย ไม่แปลกใจละ”

“ฉันก็รักประเทศไทยเช่นกัน แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ฉันได้ไปเวียดนามเป็นครั้งแรก และรู้สึกโล่งใจจริง ๆ ที่ได้กินอาหารโดยไม่ต้องใส่น้ำตาล แฟนสาวชาวไทยของฉันรู้สึกเศร้ามาก ที่ไม่มีถ้วยเครื่องปรุงอยู่ที่โต๊ะ และเมื่อเธอขอน้ำตาล ฉันคิดว่าพนักงานคงสับสนว่า เธอขอน้ำตาลเพิ่มทำไม”

‘ไทยสมายล์บัส’ รุกพัฒนาขนส่งสาธารณะไทยเทียบ ‘ไต้หวัน’  หวังเชื่อมต่อการเดินทาง-ชำระเงินครอบคลุมทุกรูปแบบ

(1 ก.ค.67) นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด หรือ TSB ผู้นำในธุรกิจรถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งมั่นยกระดับระบบขนส่งมวลชนของไทยให้ทัดเทียมกับต่างประเทศ ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ สะอาด ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม 

โดยหนึ่งในหลายประเทศที่มีลักษณะโครงสร้างการคมนาคมขนส่งใกล้เคียงกับประเทศไทย คือ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ที่ปัจจุบันมีการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งรุดหน้าเป็นอย่างมาก หลายเมืองได้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายครั้งใหญ่ ทั้งกฎระเบียบข้อบังคับจนถึงการสนับสนุนจากทางภาครัฐ การร่วมมือกันของภาคเอกชน ส่งผลให้รูปแบบการขนส่งสาธารณะจากรถสันดาป ปรับเปลี่ยนมาสู่พลังงานสะอาด ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า (EV-Bus) เหมือนกับในประเทศไทย ของไทย สมายล์ บัส ที่เป็นรูปแบบรถเมล์พลังงานสะอาด ไม่ปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม

นาย วรวิทย์ ชาญชญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการและกลยุทธ์ กล่าวว่า การเดินทางมาศึกษาดูงานเรื่องระบบคมนาคมขนส่งที่ประเทศไต้หวันครั้งนี้ ได้เห็นถึงตัวอย่างการเชื่อมต่อระบบคมนาคมขนส่งโดยใช้บัตรใบเดียว ‘ไทย สมายล์ บัส’ จะนำแนวทางโมเดลระบบขนส่งสาธารณะของไต้หวันไปศึกษาถึงความเป็นไปได้ของเอกชนและรัฐวิสาหกิจ หรือผู้ให้บริการอื่น ๆ ซึ่ง ‘ไทย สมายล์ บัส’ ได้มีการเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างรถกับเรือไว้เรียบร้อยแล้ว

ขณะเดียวกัน จากการศึกษางานระบบขนส่งสาธารณะในครั้งนี้ มองว่า จะสามารถนำกลับมาใช้กับประเทศไทยได้อย่างแน่นอน เพราะระบบขนส่งสาธารณะของไทยและไต้หวัน โดยเฉพาะระบบเทคโนโลยี มีความใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่ระบบขนส่งสาธารณะของไทยยังไม่เทียบเท่าของไต้หวัน คือ ระบบสาธารณูปโภค การจัดสรรพื้นที่ เส้นทางที่รถวิ่ง รวมถึงภาพนโยบายการสนับสนุนผู้ให้บริการ ซึ่งของไต้หวันมีทั้งเอกชนและรัฐวิสาหกิจที่ไปในทิศทางเดียวกัน

นายวรวิทย์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของระบบขนส่งสาธารณะของไทย จะต้องมีการหารือกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่เป็นการดำเนินการเพียงเจ้าเดียว แต่จะดำเนินการอย่างไร ให้การเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะทั้งรัฐและเอกชนในรูปแบบใด โดยในส่วนของรัฐวิสาหกิจ มีการสนับสนุนจากภาครัฐ และธุรกิจระบบขนส่งสาธารณะค่อนข้างมีการผูกขาด ดังนั้น จะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้ผู้ให้บริการอยู่รอด และแข่งขันบนมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งถือเป็นจุดที่บริษัทจะนำกลับไปพิจารณาเพิ่มเติม

ทั้งนี้ จากการศึกษาระบบขนส่งสาธารณะของไต้หวัน มองว่า ยังมีโอกาสที่ระบบขนส่งสาธารณะไทยจะมีความใกล้เคียงกับไต้หวันมากขึ้น โดยจากที่เห็นภาพของตัวรถโดยสาร และเทคโนโลยี ไทยมีความเทียบเท่าไต้หวัน หรืออาจจะเหนือกว่า รวมถึงเรื่องคอนเซปต์ ของไทย ที่ไปไกลกว่าใต้หวันแล้ว

นายวรวิทย์ ระบุว่า ระบบขนส่งสาธารณะของที่ไทยยังเเข่งขันไม่ได้ คือ การเชื่อมต่อระหว่างขนส่งกับขนส่งด้วยกัน ในการทำให้บัตรใบเดียวสามารถใช้ บริการระบบสาธารณะได้ทุกรูปแบบ แต่ทั้งนี้ในรูปแบบของบัตรที่นำมาเชื่อมต่อนั้นขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการว่าจะใช้บัตรของผู้ให้บริการรายใด ซึ่งบริษัท พร้อมที่จะร่วมผลักดันตรงจุดนี้กับหน่วยงานต่าง ๆ

“INTERLINK MID YEAR SALE 2024 คุ้มเต็มสิบ” ลดสะเทือนกลางกรุงเทพฯ ยิ่งซื้อ ยิ่งคุ้มไปกันใหญ่ สร้างกำไรคืนคู่ค้า กับมหกรรมสินค้าลดราคาจัดหนักสูงถึง 70%

งานนี้มีแต่คุ้ม ! ลดกลางปี คุ้มกลางใจ บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น กลับมาอีกครั้งกับมหกรรมลดยิ่งใหญ่กับ “INTERLINK MID YEAR SALE 2024 คุ้มเต็มสิบ” เปิดประเดิมที่กรุงเทพฯ ก่อนขนคาราวานสินค้า และอุปกรณ์ LINK AMERICAN & GERMAN RACK EVERYWHERE แบบครบโซลูชั่น ไปให้ช้อปทั่วไทย จัดเต็มโปรโมชั่นลดสนั่นสูงสุดถึง 70% คัดสรรดีลพิเศษมาให้ถูกจริง ในราคาคุ้มชัวร์ ถูกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว จบทุกงานระบบ ครบทุกความต้องการ ต้องสินค้าที่ INTERLINK

วันนี้ (1 ก.ค. 67) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสายสัญญาณที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และผู้นำเข้า และค้าส่งอุปกรณ์เครือข่ายส่งสัญญาณ ด้วยอุดมการณ์ของผู้ก่อตั้งที่ต้องการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศไทย และทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี กว่า 38 ปี ได้ดำเนินการขับเคลื่อนธุรกิจ ภายใต้วิสัยทัศน์ และพันธกิจ “เติบโต ต่อเนื่อง และยั่งยืน” ไปพร้อมกันทั้งลูกค้า และพันธมิตร รวมถึงเป็นผู้ที่มีความสามารถ และความเชี่ยวชาญด้านสายสัญญาณอันดับต้น ๆ ของประเทศ ที่ลูกค้าทุกท่านต่างเชื่อมั่น และไว้วางใจให้เป็นสินค้าคุณภาพ ราคาถูกกว่า และบริการที่ดีกว่า ร่วมกับการรับมีการประกันสินค้าถึง 30 ปี การันตีด้วยมาตรฐานสากล และมาตรฐานอันดับโลก นำโดย CEO คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการฯ จัดงานใหญ่เอาใจนักช้อปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยกับ “INTERLINK Mid Year Sale 2024 คุ้มเต็มสิบ” ขนสินค้ายกใหญ่ให้ประโยชน์สุด ๆ เสิร์ฟความคุ้มกันที่แรกในพื้นที่กรุงเทพฯ ณ โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ

สำหรับงานนี้ เป็นมหกรรมลดกลางปีที่ออกเดินทางออนทัวร์ ลดแบบฉ่ำ ๆ ให้ทั่วไทย ขนสินค้าในราคาคุ้มสุดขีด ไปมอบให้กับคู่ค้าทั่วทุกภูมิภาคได้เลือกซื้อกัน ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยเป็นการนำทัพ ยกขบวนสินค้า LINK AMERICAN & GERMAN RACK EVERYWHERE ไปลดสุดคุ้ม จัดให้ช้อปในราคาสบายกระเป๋า งานนี้ มีแต่คุ้ม ลดให้ในราคาน่าทึ่ง เพื่อหนุนคืนกำไรให้คู่ค้าในทั่วทุกภูมิภาค สู่การทำรายได้เพิ่มพูนให้เติบโตร่วมกันอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งได้จัดสรรสินค้ามาไว้ให้ช้อปกันเพลิน ๆ ฟินกับโปรโมชัน ดีลเด็ดลดแรง ขนมาให้จับจองสินค้าที่ราคานี้ไม่มีที่ไหนแน่นอน

ภายในงานจะได้พบกับสินค้า Products Highlight ครบทุกหมวดหมู่ ครบทั้ง Solution มาลดแรงสูงถึง 70% ทั้ง สาย LAN (UTP), สาย Fiber Optic/PON, COAXIAL (CCTV), Telephone, Networking, ตู้จัดเก็ปอุปกรณ์นวัตกรรมใหม่อย่าง German Rack ที่ได้เฉลิมฉลองเปิดตัวใหม่ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ รวมถึง LINK Rack เราก็ขนมาจัดราคาพิเศษให้อีกด้วย นอกจากนี้สาย Solar ที่เป็นกระแสมาแรงอย่างต่อเนื่องก็ยังขนมาให้เลือกซื้อไปพร้อมกับอุปกรณ์หัวขั้วต่อที่ตอบโจทย์ครบทั้งระบบโซลาร์ ที่ได้รับมาตรฐาน AD8 อีกทั้งยังจัดมาให้ครบชุดกับกลุ่มอุปกรณ์ที่รองรับระบบ Solar Roof และ Solar Farm ซึ่งนับว่าสินค้าคุ้มทุกชิ้น ใช้ดีตอบโจทย์ทั้งระบบ ที่ครบเครื่อง เรื่องสายสัญญาณอย่างแท้จริง 

นอกจากนี้ ยังมีดีลสุดฮอตกับสินค้าไอเท็มสุดฮิต SHOCK DEAIL และช่วง CASH BACK กับโปรโมชั่นเสริมมาเสิร์ฟจัดหนักส่วนลดกระหน่ำให้อีกมากมายตลอดทั้งงาน อีกทั้ง ทุกท่านยังได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศ Premium Cocktail ที่อบอวลไปด้วยช่วงเวลาแห่งความสุข สนุกกับการช้อปสุดมันส์ และรอยยิ้มจากลูกค้าที่ได้รับความคุ้มค่าไปอย่างท่วมท้น อีกทั้งทุกท่านยังได้ร่วมลุ้นรับของรางวัลสุด Surprise ตลอดงาน ทั้งสร้อยคอทองคำ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต Gift Voucher ต่าง ๆ มามอบให้ลูกค้าภายในงานนี้โดยเฉพาะ

“INTERLINL MID YEAR SALE 2024 นี้ มีแต่คุ้ม ผมมีความตั้งใจนำสินค้ามาลดราคา เพื่อคืนกำไรให้แก่คู่ค้าในราคาต่ำกว่าทุน คืนความคุ้มค่า ด้วยการจัดใหญ่ ลดราคาสินค้า LINK AMERICAN และ GERMAN RACK ให้ทุกชิ้น ซึ่งราคานี้ไม่มีที่ไหนแน่นอนอีกแล้ว นับเป็นความตั้งมั่นที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมสร้างรายได้ สู่การทำกำไรร่วมกันไปพร้อมกับลูกค้าอย่างเต็มกำลัง ควบคู่ไปกับทุกท่านจะได้รับสินค้าที่มีประสิทธิภาพเหลือล้น และมีมาตรฐานการรับรอง พร้อมกับมีการการันตีด้านคุณภาพ มีการรับประกันสินค้าถึง 30 ปี ที่ตอบโจทย์ครบ ตรงจุดทุกงานระบบโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งขนทั้งความคุ้มค่า ในราคาสบายกระเป๋าที่เรานำมาจัดโปรโมชั่นให้ อีกทั้ง เป็นการช่วยส่งเสริมการขายให้แก่คู่ค้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เพื่อก้าวสู่การเติบโตร่วมกันอย่างแข็งแกร่งทั้งคู่ค้า และพันธมิตรแบบมีคุณภาพที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน” คุณสมบัติฯ กล่าวเสริมตอนท้าย

บิ๊กอิทธิ ย่องสุวรรณภูมิ ตรวจ Auto ประเดิมคนไทย

เมื่อ 1 ก.ค.2567 เวลา 12.00 น. บิ๊กอิทธิ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม.ได้เข้าตรวจเยี่ยม ด่าน ตม.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 

พล.ต.ท.อิทธิพล เผยว่า " วันนี้ มาตรวจความพร้อม การเริ่มเปิดใช้ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ หรือ Automatic Channel ใหม่ ซึ่งบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้ทำโครงการและสนับสนุนการจัดซื้อ โดยติดตั้งที่พื้นที่ ตรวจคนเข้าเมืองขาออก เป็นด่านแรก ซึ่งจะเพิ่มการติดตั้งขาออก 56 ช่อง จากเดิม 16 ช่อง ซึ่งระยะแรกในวันนี้ จะเปิดใช้ก่อน 13 ช่อง และกำลังติดตั้งเพิ่มเติม ให้ครบ รวมถึง ขาเข้าประเทศด้วย 

ในระยะเริ่มต้น ได้รับรายงานว่า จะใช้เฉพาะการตรวจคนไทยก่อน ส่วนต่างชาติ ทาง AOT จะทดสอบระบบความพร้อมกับระบบ Biometric ของ สตม. และหากการทดสอบผ่านเรียบร้อย จึงจะเริ่มเปิดใช้ ตรวจชาวต่างชาติต่อไป โดยวันนี้ ทาง บก.ตม.2 ได้รับหนังสือยืนยันจาก AOT ว่าสามารถตรวจหนังสือเดินทางไทยได้สมบูรณ์แล้ว จึงเริ่มเปิดใช้งาน ซึ่งตนจับเวลาพบว่า ใช้เวลา ไม่เกินรายละ 20 วินาที เท่านั้น "

ในการตรวจเยี่ยม บิ๊กอิทธิ ถือโอกาสทานข้าวกับ จนท.ตม.ที่เข้าเวร โดยร่วมวงอาหาร ด้วยเมนูเดียวกัน กับที่จัดมื้อสวัสดิการให้ จนท.ตม.ที่เข้าเวร พร้อมกำชับให้อาหารต้อง " วัตถุดิบดี ปริมาณเพียงพอ และ รสชาติอร่อย "ด้วย โดยขอขอบคุณทาง AOT ที่ให้การสนับสนุนกิจการของ ตม.2 เป็นอย่างดีในครั้งนี้

“พิพัฒน์ ร่วมคณะรองนายก ลงพื้นที่โคราช ออกหน่วยบริการแรงงาน ส่งเสริมจ้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจภาคอีสาน

วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมคณะ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชน ตรวจเยี่ยมพร้อมชมนิทรรศการและการออกหน่วยเคลื่อนที่ของส่วนราชการที่มาเปิดให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ และประชุมรับฟังบรรยายสรุปและมอบนโยบายแก่ผู้บริหารของจังหวัด ส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมี นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเป็นเกียรติ นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม นางสาวบุณยวีร์ ไขว้พันธุ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดนครราชสีมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา นักเรียน และชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนจักราชวิทยา ต.จักราช อ.จักราช จ.นครราชสีมา

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในวันนี้ผมพร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ได้ลงพื้นที่มายังจังหวัดนครราชสีมา เพื่อร่วมคณะของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพที่โดดเด่นเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การคมนาคมของภูมิภาคที่เป็นประตูสู่ภาคตะอันออกเฉียงเหนือ อันจะส่งผลให้ประชาชนเกิดการจ้างงานโดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวและบริการซึ่งโคราชมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากมีศักยภาพโดดเด่น มีประชากรมากถึง 2.6 ล้านคน และอยู่ในกำลังแรงงานร่วม 1.2 ล้านคน ในส่วนของกระทรวงแรงงานเองมีภารกิจที่ดูแลแรงงานอย่างครบถ้วนในทุกมิติ การลงพื้นที่ในครั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในระดับจังหวัด มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดนครราชสีมามาร่วมออกบูธให้บริการประชาชน ได้แก่ ให้บริการสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ สาธิตและฝึกปฏิบัติอาชีพอิสระ คลินิกอาชีพ บริการรับลงทะเบียนสำหรับผู้ที่สนใจหางานทำในประเทศและต่างประเทศ บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ สาธิตการทำเครื่องดื่ม และการให้บริการนวดแผนไทย บริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน ให้ความรู้เทคนิควิชาการด้านความปลอดภัยในการทำงาน และการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้งานประกันสังคมมพร้อมรับสมัครผู้ประกันตนมาตรา 40 ด้วย

ต่อมา นายพิพัฒน์ และคณะ ยังได้ร่วมคณะรองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชน ตรวจเยี่ยมชมนิทรรศการและการออกหน่วยเคลื่อนที่ของส่วนราชการที่มาเปิดให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปและมอบนโยบายแก่ผู้บริหารของจังหวัด ส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ โรงเรียนห้วยแกลงพิทยาคม อ.ห้วยแกลง จ.นครราชสีมา จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะ ยังได้ร่วมคณะรองนายกรัฐมนตรี ประชุมบูรณาการการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา

สำหรับสถานการณ์ด้านแรงงานของจังหวัดนครราชสีมา พบว่า ปัจจุบันมีผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 1,246,522 คน เป็นผู้มีงานทำ 1,226,554 คน ผู้ว่างงาน 4,216 คน รอฤดูกาล 15,752 คน มีแรงงานนอกระบบ 751,623 คน มีอาสาสมัครแรงงาน 289 คน มีแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตทำงาน 39,875 คน นายจ้าง 5,490 แห่ง มีแรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศ 11,213 คน มีสถานประกอบการในระบบประกันสังคม 10,323 แห่ง ผู้ประกันตน 1,028,076 คน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธานพิธีมอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ให้กับบุตรข้าราชการตำรวจที่เรียนดี ประพฤติดี และบุตรข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อช่วยเหลือและเป็นขวัญกำลังใจ

วันนี้ (1 กรกฏาคม 2567) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ประจำปี 2567 ณ ห้องแจ้งยอดสุข อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร และสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจัดขึ้นตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ให้ความสำคัญด้านสวัสดิการของข้าราชการตำรวจและครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย ที่เป็นกำลังพลส่วนใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สมาคมแม่บ้านตำรวจได้ดำเนินนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิต สวัสดิการ ขวัญกำลังใจ และความสามัคคีให้แก่ครอบครัวตำรวจและสมาชิกแม่บ้านตำรวจ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางการศึกษา สร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัว โดยการจัดทำโครงการมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรข้าราชการตำรวจ ประจำปี 2567 สมาคมแม่บ้านตำรวจได้สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับบุตรข้าราชการตำรวจที่มีผลการเรียนดีและโดดเด่น หรือเป็นบุตรที่มีความประพฤติดี จนถึงบุตรของข้าราชการตำรวจที่เสียสละชีวิตและร่างกายเพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนและสังคม สำหรับการมอบทุนการศึกษาในวันนี้ เป็นการมอบทุนใน 2 ประเภท คือ การมอบทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตและบาดเจ็บทุพพลภาพจนต้องออกจากราชการ จากการปฏิบัติหน้าที่ และการมอบทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจที่ประพฤติดีขาดแคลนทุนทรัพย์

นายกสมามคมแม่บ้านตำรวจ กล่าวว่า สำหรับทุนการศึกษาบุตรของข้าราชการที่เสียชีวิตและบาดเจ็บทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยผ่านการพิจารณาจากสำนักงานกำลังพล สมาคมแม่บ้านตำรวจสนับสนุนทุนการศึกษามูลค่า 50,000 บาทต่อครอบครัวจำนวน 11 ครอบครัว ส่วนทุนการศึกษาบุตรของข้าราชการตำรวจที่มีความประพฤติดี ขาดแคลนทุนทรัพย์  สมาคมแม่บ้านตำรวจสนับสนุนทุนการศึกษา มูลค่า 3,000 บาทต่อทุน จำนวนมากกว่า 2,000 ทุน โดยเฉลี่ยสัดส่วนจำนวนทุนตามกำลังพลของแต่และหน่วย ซึ่งหน่วยงานที่ได้รับทุนการศึกษาด้านความประพฤติดีมากที่สุดในปีนี้ 3 ลำดับแรก คือ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน , ตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจภูธรภาค 9

นอกจากนี้ สมาคมแม่บ้านตำรวจได้รับความร่วมมือจากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม สนับสนุนทุนการศึกษาต่อเนื่องระดับปริญญาตรี เพื่อมอบให้แก่บุตรข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตหรือพิการทุพพลภาพจนให้ออกจากราชการจากการปฎิบัติหน้าที่ จำนวน 5 ทุน และสมาคมแม่บ้านตำรวจขอขอบคุณมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ ที่สนับสนุนการศึกษาให้แก่บุตรข้าราชการตำรวจด้วยดีตลอดมา ตลอดจนขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการในทุกด้าน

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอขอบคุณสมาคมแม่บ้านตำรวจที่ได้เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือ และส่งเสริมการศึกษาให้กับบุตรข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิต และบาดเจ็บทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงบุตรข้าราชการตำรวจประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการเชิดชูเกียรติยศของตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และเป็นการส่งมอบกำลังใจให้กับครอบครัวข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี สำหรับการมอบทุนการศึกษาบุตรข้าราชการตำรวจประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์นั้น ถือเป็นการจัดสวัสดิการ เพื่อช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัวข้าราชการตำรวจ เพื่อให้เกิดความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน และขอแสดงความยินดีกับบุตรหลานที่ได้รับทุนการศึกษาในวันนี้ทุกคน ขอให้นำไปใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาให้มากที่สุด เพื่อให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

'สื่อเกาหลี' ตีข่าวแซะ 'ลิซ่า' ออกจาก K-pop ก็แค่ที่ 1 ในไทย  แฟนคลับฉุน!! สวนคืนสงสัยคงโกรธเพลงใหม่ที่ไม่มีภาษาเกาหลี

เรียกได้ว่าเพลง Rockstar ที่เป็นซิงเกิลใหม่ล่าสุดของสาวลิซ่า ลลิษา มโนบาล สร้างความกระหึ่มและสร้างเสียงฮือฮาจนกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก ตอกย้ำความเป็นร็อกสตาร์ด้วยยอดรับชมล้านแตกภายใน 27 นาทีนับตั้งแต่ปล่อยเพลง แถมยังติดเพลงมาแรงอันดับ 1 ในยูทูบ

แถมภายในมิวสิกวิดีโอลิซ่าไม่เพียงออกจากกรอบเดิม ๆ จัดเต็มลุกส์ร็อกเกอร์สาวเปรี้ยวไฟลุกแบบลักชัวรี แต่ยังนำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ความเป็นไทยและโปรโมตประเทศไทยอยู่เสมอทั้งทางตรงและทางอ้อม สมมง BKK so pretty

รวมถึงลิซ่ายังเลือกใช้ทีมแดนเซอร์และนักแสดงตัวประกอบเป็นคนไทยโดยให้ซีนปัง ๆ จึ้ง ๆ กับชาวไบเกอร์และชาว LGBTQ+ แบบที่ไม่มีวันได้เห็นจาก K-pop เรียกได้ว่าเป็นการนำเสนอความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลกได้เป็นอย่างดี

งานนี้ ดูเหมือนจะมีคนบางประเทศถึงกับโกรธจัด เพราะเพลง Rockstar นี้ไม่มีภาษาเกาหลีเลยสักคำ ทำเอาคอมเมนต์ชาวเน็ตเกาหลีบางคนผิดหวังที่ลิซ่าเลือกที่จะทิ้งภาพ K-Pop ของตัวเองแบบไม่เหลือ

ล่าสุด สำนักข่าวเกาหลีชื่อดังออกมาพาดหัวข่าวว่า ‘ลิซ่าออกจาก k-pop มาเป็นอันดับ 1 แค่ประเทศไทย ลั่นเป็นโซโลเดี่ยวที่น่าผิดหวัง’ ทำเอาลิลลี่ (ชื่อแฟนคลับลิซ่า) ทั้งไทยและอินเตอร์ถึงกับโกรธจัดออกมาคอมเมนต์ในทวิตเตอร์กันเพียบ เช่น 

“รอดูก่อน นี่แค่เพิ่งเริ่ม” 

“เอาจริง ถ้าตลาดไทยไม่มี power เข้ามาโปรโมต จัดแฟนมีท ทำไมก่อน?? หรือประเด็นคือกอบโกย แล้วก็เหยียบหัวขึ้นไป”

“ถ้าเกาหลีไม่มีประเทศอื่นแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซัพพอร์ต มันจะลืมตาอ้าปากได้ปะเอาดี ๆ 555”

“QQ music ของจีนก็เดบิ๊วที่ 1 ของเมื่อวานมีเคป็อปคนไหนทำได้บ้าง ลิซ่าชาร์จสูงกว่าคนในประเทศเค้าอีก เกาแหกตาดูโลกบ้าง”

“ทำ media play หลอกคนในประเทศ ว่าลิซไปไม่รอด แต่ fact ยอด stats ทำได้ดีที่สุดในบรรดา kpop หญิงของประเทศมันทั้งหมด ทั้ง spotify, youtube, tiktok, IG แบบทุบไม่เหลือ 555 ถ้าลิซ่าไปไม่รอด แล้วทั้งวงการมันคือ”

พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า อย่ากดเข้าไปให้ยอดเอนเกจเมนต์แก่ข่าวดังกล่าวและให้ทุกคนไปสตรีมเพลงร็อกสตาร์กันดีกว่า อย่าเสียเวลา

ชัยภูมิ - รมว.อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.)ลงพื้นที่ชัยภูมิ

เมื่อเร็วๆนี้ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการการะทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของ อว. ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ณ วัดบางอำพันธ์ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ก่อนการประชุม ครม. สัญจร กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์) พร้อมกับ พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษา รมว.อว. น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.อว. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัด อว.และผู้บริหารกระทรวง อว. เข้าร่วม

โดยมีนายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวต้อนรับ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สานนท์ ด่านภักดี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ กล่าวรายงานผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนงานด้าน อววน. เพื่อพัฒนาด้านเกษตรและแปรรูปผลิตภัณฑ์ พร้อมด้วยนายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ชัยภูมิ เขต 3 ผู้นำชุมชน ผู้นำเกษตรกร และประชาชนให้การต้อนรับและเข้าร่วมรับฟังนโยบายการนำงานวิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมาแก้จน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีหน่วยงาน และชุมชน ออกร้านแสดงสินค้า นิทรรศการ ที่ได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ และได้รับความสนใจจากประชาชนที่เข้าร่วมมากมาย และ ยังได้รับการสนับสนุนจากกระทรวง อว. ได้นำหน่วยแพทย์ อว. เคลื่อนที่

โดยโรงพยาบาล ศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น มาให้บริการตรวจสุขภาพประชาชนจำนวนมากกว่า 1,250 คน โดยเน้นการตรวจคัดกรองในโรคที่มีความเสี่ยง ที่พบบ่อยในภาคอีสาน เช่น ตรวจพยาธิใบไม้ในตับ ตรวจมะเร็งท่อน้ำดี และตรวจโรคไต รวมถึงหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ตรวจฟันและขูดหินปูน โดยมุ่งหวังให้ประชาชนในพื้นที่มีโอกาสได้เข้าถึงบริการสุขภาพ และมีสุขภาพที่ดีด้วย

‘รมว.ประเสริฐ’ ลงพื้นที่ติดตามระบบ Health Link เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพแบบไร้รอยต่อเพื่อคนโคราช พร้อมผลักดันสู่แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ  

1 กรกฎาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำคณะทำงานลงพื้นที่ร้านหมอยาพลาซ่าเฮลธ์พลัส และโรงพยาบาลค่ายสุรนารี ตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ (Health Information Exchange: Health Link) และเยี่ยมชมการสาธิตการใช้ระบบ Health Link โดยมี รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) และนายแพทย์ธนกฤต จินตวร First Executive Vice President, BDI ให้การต้อนรับ พร้อมสั่งการดำเนินการแบบบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อบรรจุแพลตฟอร์ม Health Link เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานสำคัญในแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ  

นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงดีอี เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ ที่จะช่วยยกระดับการรักษาให้กับประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมอบหมายให้สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI หน่วยงานในสังกัด วางแผนดำเนินการแบบบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อบรรจุแพลตฟอร์ม Health Link เข้าเป็นส่วนหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ มุ่งขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระดับชาติ พร้อมทั้งกำหนดแผนปฏิบัติการและกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพที่สามารถนำไปใช้พัฒนาระบบบริการสุขภาพทั่วประเทศ โดยเริ่มจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร ต่อด้วยจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขยายผลการใช้งานในพื้นที่ให้ครอบคลุมทุกหน่วยบริการ พร้อมผลักดันจังหวัดนครราชสีมา สู่การเป็นต้นแบบในการบูรณาการข้อมูลสุขภาพอย่างเป็นระบบ รวมถึงจัดทำแผนงบประมาณระยะยาว ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด ยกระดับระบบสาธารณสุขไทยได้อย่างยั่งยืน 

รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นความร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 9 นครราชสีมา และโรงพยาบาลค่ายสุรนารี สังกัดกองทัพบก กระทรวงกลาโหม เพื่อเร่งขยายการเชื่อมต่อระบบ Health Link ให้ครอบคลุมทุกหน่วยบริการ ทำให้ชาวโคราชเข้าสู่ระบบสาธารณสุขได้ทุกรูปแบบ ตั้งแต่ระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์เข้าถึงข้อมูล โดยต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ป่วยเท่านั้น ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ ทำให้แพทย์สามารถดูประวัติการรักษาข้ามสถานพยาบาลนอกสังกัด ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยในการตรวจวินิจฉัยซ้ำซ้อน และสามารถได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ทันท่วงที 

ทั้งนี้ จังหวัดนครราชสีมา ถือเป็นแห่งที่ 2 ต่อจากกรุงเทพมหานครในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพกับหน่วยบริการทุกระดับ ส่งผลให้ประชาชนเกิดการรักษาแบบไร้รอยต่อ พร้อมพัฒนากลไกการใช้ประโยชน์จากข้อมูล Health Link อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การเชื่อมต่อข้อมูลที่มีความยั่งยืนและเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกภาคส่วนต่อไป

ดร. พญ.สาวิตรี วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 9 นครราชสีมา กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง สปสช. และ BDI ในการใช้งานแพลตฟอร์ม Health Link ช่วยยกระดับการบริการทางการแพทย์ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพแบบไร้รอยต่อจะช่วยกระจายการบริการไปยังสถานพยาบาลระดับปฐมภูมิ ซึ่งช่วยลดภาระของโรงพยาบาลหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้การรักษาและการส่งตัวผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลเป็นไปอย่างราบรื่น สอดรับตามนโยบายบัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่อีกด้วย 

สำหรับโครงการ Health Link คือ แพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ ช่วยให้แพทย์ สามารถดูประวัติการรักษาได้ทันที สะดวก ง่าย ปลอดภัย พร้อมมีระบบการเชื่อมโยงข้อมูลด้วยกลไกการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น โดยยืนยันตัวตนของประชาชน และแพทย์ การเข้ารหัสข้อมูลและระหว่างจัดส่งข้อมูล รวมถึงมีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบัน Health Link มีสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ  ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสมัคร Health Link ฟรีผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือ “ThaID” ศึกษารายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ :  https://healthlink.go.th

เปิดใจนักแสดงเอ็มวี ROCKSTAR เล่านาทีเจอ ‘ลิซ่า’  กรี๊ด!! ปรอทแตก ตื่นเต้นสุดชีวิต พูดไปคงไม่มีใครเชื่อ

(30 มิ.ย.67) เกิดเป็นปรากฏการณ์เยาวราชแตก! หลังสาว ลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า Blackpink ปล่อยเอ็มวีเพลง ROCKSTAR ซึ่งขณะนี้มียอดผู้เข้าชมบนแพลตฟอร์มยูทูบไปแล้วกว่า 34 ล้านวิว ที่ยกกองมาถ่ายทำที่ประเทศไทย ซึ่งครั้งนี้ใช้องค์ประกอบที่สะท้อนความเป็นไทย ตั้งแต่สถานที่ไปยันทีมนักเต้นนักแสดงสมทบ เกิดเป็นกระแสคนบันเทิง คนการเมือง รวมถึงร้านค้าแบรนด์ดังต่างพากันเข้ามาร่วมแจมกับกระแสนี้กันอย่างคับคั่ง

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘ภานุ ตั้งใจ’ หนุ่มรอยสักมาดเข้ม ที่ปรากฎตัวบนมิวสิกวิดีโอตัวดังกล่าว โพสต์รูปภาพเผยความประทับใจ ที่ได้ร่วมงานกับลิซ่าศิลปินหญิงชาวไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก พร้อมระบุข้อความว่า

พอมีแต้มบุญกับเค้านิดหน่อยนะเนี่ยเรา เดินทางจากจังหวัดพิษณุโลกเข้ากทม 5-6 ชม. ไปแบบอึน ๆ มึน ๆ ไม่รู้อะไรมากเลย รู้แค่ว่างาน MV

ถึงกองทีมงานเบื้องหลังเยอะคนเยอะมาก เซ็ทใหญ่อลังการใหญ่โตมาก เริ่มเอะใจนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ตลอดเวลาที่นั่งรอ เห็นว่ามีความเคลื่อนไหวตลอดเวลาดูทุกคนขันแข็งเร่งรีบ คนเบื้องหน้าก็ทยอยมาเรื่อย ๆ จนเป็นหลักร้อยได้ เอาล่ะเริ่มตื่นเต้นมากขึ้นมานิดหน่อยละ ตื่นคนเยอะ คิดในใจศิลปินตปท.แน่ใครกันนะ ทีมงานก็ไม่ได้บอกอะไร แค่บอกให้ถ่ายรูปลงชื่อและไปกินข้าว

พอเริ่มลงชื่อกินข้าวเสร็จ เริ่มทยอยเก็บมือถือกันแล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังไม่คิดอะไรมาก เพราะกองตปท.ก็เก็บกันปกติ ต่อไปก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเข้าเซ็ต ถ่ายได้ซีนสองซีนเล็กๆก็ยังประหม่า แต่ก็ผ่านไปด้วยดีอาจจะมีช้าบ้างนิดหน่อย

พอน้องลิซเดินออกมาเท่านั้นแหละ เรานี่ เอ๊ะ ! ในใจก่อนเลย ในใจคิด ใช่มั้ยนะ ถอดแว่น ตั้งตาเพ่งดี ๆ  ชัดเลย เฮ้ยยย !! นี่น้องลิซ นี่หว่า ในใจเรานี่กรี๊ดปรอทแตกมากกกก เกินไปมากกกกกก ใกล้ ๆ เลยยย มีอะไรในใจเยอะมาก ตื่นเต้นสุด มันฟุ้งอยู่ในหัวมากมายกูพูดกับใครไปจะมีใครเชื่อกูมั้ยเนี่ย ที่ยืนตรงหน้าเรา นี่คือ ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกเบอร์ต้น ๆ เลย ทำไรไม่ถูกจ้าาาา สั่นไปหมด

เป็นคุณ คุณจะรู้สึกยังไงงงงงงง เขร้ ชีวิตเหมือนประสบความสำเร็จอะไรบางอย่างที่มันใหญ่โตมาก ๆ อ่า OMG !!!???? ขอขอบพระคุณทีมงานทุกคนทุกท่านทุกแผนกทุกหน้าที่ทุกตำแหน่ง และขอบคุณตัวเองด้วย ที่มีส่วนร่วมในมิวสิควีดีโอตัวนี้ให้ออกมาสมบูรณ์แบบสู่สายตาทุกคนทั่วโลก 

‘พิธา’ ปลื้ม ‘ลิซ่า ลลิษา มโนบาล’ ยกเป็นผู้ทำคุณูปการให้ชาติ  ชี้!! เป็นการแสดงออกให้ชาติอื่น ได้รู้ถึงความสามารถของคนไทย

(30 มิ.ย.67) ที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึง MV ของ ‘ลิซ่า’ ที่โด่งดังจนทำเยาวราชแตก ว่า ตนได้ฟังแล้ว ทุกอย่างเป็นระดับโลกทั้งหมด ทั้งคำร้องที่เป็นภาษาอังกฤษและคำแร๊ป รวมไปถึงเทคนิคการถ่ายทำ ถือเป็นผลงานระดับโลกที่ตนในฐานะคนไทยก็ภูมิใจ ขณะเดียวกัน ก็มี ‘Local Content’ จำนวนมาก และแม้เป็นผลงานระดับโลก แต่การประสานงาน การเต้นหรือคนที่อยู่ในภาพประกอบ ของ Music Video ก็เป็นคนไทยทั้งนั้น ต้องขอชื่นชมไปยังคุณลิซ่าและบริษัทด้วย ที่ทำให้ประเทศไทยได้รับความสนใจ อย่างน่าเหลือเชื่อ และที่ผ่านมาไม่มีบุคคลใดทำได้เท่านี้ ซึ่งน่าจะทำให้เกิดการรับรู้ เพราะการที่คุณลิซ่า ร้องว่า Can you teach me Japanese? I said, ไฮ ไฮ

“มันก็เป็นการแสดงให้คนภูมิภาคอื่น รู้ว่าในเอเชียมีหลายเชื้อชาติ มีความเป็นคนไทยอยู่ด้วย เป็นการเอาคนไทย เอาความสามารถไทย เอานักเต้นไทย ได้ข่าวว่า ช่างทำเล็บหรือช่างแต่งหน้าก็เป็นคนไทยด้วย” นายพิธา กล่าว

เมื่อถามว่ารัฐบาลสามารถนำโมเดลของลิซ่ามาผลักดันเป็น Soft Power ได้หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า การที่ Power จะเป็น Power ที่ Soft ได้มันยัดเยียดหรือประดิษฐ์ประดอยไม่ได้ และอย่างที่ 2 ถ้าอยากถอดบทเรียน คือคุณลิซ่ารู้ว่าโลกต้องการอะไร แล้วย้อนกลับมา เขาเป็น Outside in ไม่ได้เป็น Inside out แบบที่เรานิยามความเป็นไทยกัน บังคับให้ทุกคนเสพความเป็นไทยตามที่เราต้องการ แต่เขาดูว่าความต้องการของโลกและเทรนโลกเป็นอย่างไร แล้วเขาค่อยกลับมาทำในมุมมองของเขา แล้วค่อยนำเสนอ เลยกลายเป็นอำนาจที่อ่อนจริงๆ

เมื่อถามว่า ในมุมของพรรคก้าวไกล จะเอาปรากฏการณ์นี้ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์อย่างไร นายพิธา กล่าวว่า ในระยะสั้น เมื่อลิซ่าทำคุณูปการให้กับประเทศไทย ขนาดนี้แล้ว ดังนั้นต้องไปเตรียมเรื่องการท่องเที่ยวให้ดี เพราะในส่วนของ Demand ไม่มีปัญหาคนอยากมาท่องเที่ยวอยู่แล้ว คนนิยมชมชอบกรุงเทพฯอยู่แล้ว อย่างสมุยก็เป็นเกาะระดับต้นๆของโลก อาหารก็เป็นระดับต้นๆ แต่สิ่งที่ต้องเตรียมคือ Supply ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการให้ข้อมูลหลายภาษา ทำให้ไกด์ไทย มีโอกาสเข้าไปอยู่ในโซ่มูลค่า เราว่าต้องมานั่งคิดแล้วในเมื่อคุณลิซ่าทำคุณูปการ รัฐบาลจะรับลูกอย่างไร อย่าทำให้สาธารณูปโภค หรือการท่องเที่ยวเข้มแข็ง และทำให้เม็ดเงินการท่องเที่ยวกระจายออกไม่ใช่กระจุกตัว

การวางเส้นทาง ถ้าคุณจะมา Rock Star Tour ต้องมาเริ่มต้นที่เยาวราช เสร็จแล้วจะเอาสตอรี่อะไรต่อ ให้เขาสามารถไปที่อื่น ที่เขาจะไม่ไปตั้งแต่ตอนแรก ทำให้เขาอยู่ได้นานขึ้น ไม่ใช่อยู่แค่ 3-4 วันแล้วกลับ รวมถึงมีสินค้าท้องถิ่นให้นักท่องเที่ยวซื้อกลับ ไม่เช่นนั้นเวลากินเบียร์ก็กินเบียร์ฝรั่ง โซ่มูลค่าไม่ตกถึงคนไทย ตนเชื่อว่า กทม. รัฐบาล ก็รับลูกทำอยู่

นายพิธา ยังกล่าวว่า สิ่งที่ลิซ่าทำถือเป็นพรสวรรค์ และพรแสวง เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ได้เขาต้องต่อสู้มาอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นภาษาทักษะการร้องเต้น เวลามองตัวไม่ได้มองแค่ปลายทางที่เขาประสบความสำเร็จ แต่ขอชื่นชมเขาในสิ่งที่ต่อสู้และผลักดันมาตลอด จนกระทั่งมาเป็นแบบนี้ ยืนยันว่า ตนไม่ได้โหน แต่คิดว่าทั้งหมดทั้งมวล ควรจะสร้างระบบนิเวศให้พรสวรรค์ไทย ที่มาจากบุรีรัมย์ มาจากสตูล มาจากเชียงใหม่ สามารถอยู่ในประเทศแล้วประสบความสำเร็จได้ นักการเมืองควรจะคิดเช่นนั้นมากกว่า

เมื่อถามว่า ‘เขาว่าทำถึง’ นายพิธา ยิ้มแล้วกล่าวว่า ‘ทำเกิน’

‘เศรษฐา’ ขอบคุณ ‘ลิซ่า’ ที่มาถ่ายเอ็มวี ที่เยาวราช ช่วยโปรโมตท่องเที่ยว สั่งเข้ม!! มาตรฐานความสะอาด ความปลอดภัย คนมาเที่ยวต้องไม่ผิดหวัง 

(30 มิ.ย.67) ที่โรงเรียนรัตนบุรี จ.สุรินทร์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงมิวสิควิดีโอ หรือเอ็มวี เพลง ‘ROCKSTAR’ ของ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ที่มาถ่ายทำที่เยาวราช ทำให้นักท่องเที่ยวแห่ไปเที่ยวเยาวราช รัฐบาลจะต่อยอดอย่างไร ว่า เมื่อคืน (29 มิ.ย.) ได้ฟังการให้สัมภาษณ์ของลิซ่า ที่มาถ่ายทำเอ็มวีที่เยาวราช ต้องขอขอบคุณที่คำนึงถึงประเทศที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอน

ทั้งนี้ เยาวราชมีศักยภาพสูงมาก คนจีนเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ไม่อยากพูดถึงแค่เยาวราชอย่างเดียว เพราะถนนทรงวาดหรือที่อื่นๆ บริเวณใกล้เคียง ทางวัดภูเขาทอง ก็มีศักยภาพในการท่องเที่ยว และดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างดีมาก

แต่เหนือสิ่งอื่นใดคิดว่าความปลอดภัยและระบบสาธารณสุขเป็นเรื่องสำคัญ จึงต้องขอบคุณนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ทำงานร่วมกับนายเสริมศักดิ์พงษ์พานิช รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ที่ลงพื้นที่ไปดูแลเรื่องความสะอาดสุขอนามัยทั้งหมด

การที่ลิซ่ามาโปรโมตเพลงได้ยอดวิวคนดูไปหลายสิบล้านวิว ตนเชื่อว่านักท่องเที่ยวต้องเดินทางมาอย่างแน่นอน ซึ่งมาแล้วก็จะต้องไม่ผิดหวัง คือเรื่องของมาตรฐานและความสะอาด รวมถึงความปลอดภัย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่ทัวร์ชื่อดังหลายแห่งล้มละลาย จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวที่เราตั้งเป้าไว้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จากช่วงที่เกิดโควิด-19 เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว คนที่มีความแข็งแกร่งน้อยก็ไม่สามารถอยู่ได้ คนที่แข็งแรงก็ไปต่อ แต่เมื่อมีล้มก็ต้องมีลุกขึ้นมาใหม่ ปัจจุบันก็มีรายใหม่ๆ เกิดขึ้นมา

ตอนนี้ตัวเลขผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยก็เป็นที่น่าพอใจ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เรามีการส่งเสริมตลาดใหม่ๆ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็มีการไปเปิดตลาดใหม่ๆ สำหรับประเทศที่มีชื่อลงท้ายด้วยสถาน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงหน้าร้อนของกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง อย่างประเทศอินเดียก็ฟรีวีซ่าให้กับคนไทยแล้ว มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป

โดยตนก็จะไปเยือนอินเดีย ระหว่างวันที่ 15 – 16 ส.ค.นี้ ซึ่งจะมีการหารืออย่างเป็นทางการครั้งแรก หนึ่งในเรื่องใหญ่ที่จะหารือ คือ เรื่องของการบิน ที่เราจะเชิญสายการบินของอินเดียมาลงที่ประเทศไทยมากขึ้น แต่ปัญหาใหญ่ของการท่องเที่ยววันนี้ คือ จำนวนไฟลต์บินที่บินเข้ามาไม่เพียงพอ

ยายชาวสุรินทร์ หลั่งน้ำตา ดีใจได้เจอ ‘เศรษฐา’  เผย!! ไม่เคยมี ‘นายกฯ’ มาที่นี่เลย

(30 มิ.ย.67) ภารกิจ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในการลงพื้นที่อีสานใต้ เป็นวันที่ 3 โดยหลังจากพักค้างคืนที่ จ.ศรีสะเกษ เช้าวันนี้ นายกฯ ก็ได้เดินทางต่อมายัง จ.สุรินทร์ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ณ อ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว ต.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม และคณะ

นอกจากนี้ยังมีนายพรเทพ พูนศรีธนากูล สส.สุรินทร์ เขต 4 พรรคเพื่อไทย และนายคุณากร ปรีชาชนะชัย อดีตสส.สุรินทร์ เขต 3 พรรคเพื่อไทย ร่วมลงพื้นที่ด้วย

ทันที่นายกฯ เดินทางมาถึงได้ทักทายประชาชน โดยมีประชาชนขอจับมือนายกฯ พร้อมบอกว่า ‘โอ๊ย มือนิ่มจังเลยนายกฯ’ นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านเข้ามาขอโอบกอดและถ่ายรูป รวมถึงนำผ้าขาวม้าสุรินทร์มาผูกให้ที่เอวและมอบพวงมาลัยให้ ขณะเดียวกันยังมีชาวบ้านนำเสื่อที่สานด้วยตัวเองมามอบให้นายกฯ ด้วย ทำให้นายกฯ ถึงกับยิ้มปลื้มใจ ก่อนรับเสื้อเป็นที่ระลึก

จากนั้นนายกฯ รับฟังบรรยายสรุปโครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยแก้วบ้านสร้างบก ต.หนองบัวบาน อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ จากนายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน ซึ่งโครงการดังกล่าวใช้ระยะเวลาดำเนินการ 180 วัน งบประมาณ 15 ล้านบาท

โดยนายกฯ ได้สอบถามความคืบหน้า ก่อนเดินดูพื้นที่โครงการ รวมทั้งขอให้เจ้าหน้าที่กรมชลประทานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ เนื่องจากฤดูฝนใกล้เข้ามาแล้วและอนาคตจะได้มีแหล่งกักเก็บน้ำไว้ให้ประชาชนใช้เพื่ออุปโภคและบริโภค

และก่อนที่จะเดินทางไปจุดต่อไป นายกฯ ได้แวะทักทายและถ่ายรูปกับประชาชนอย่างเป็นกันเองอีกครั้ง โดยชาวบ้านขอให้นายกฯ มีสุขภาพแข็งแรง พร้อมบอกว่า 

‘รักนายกฯ เศรษฐา ดีใจที่นายกฯ มาใกล้ชิดประชาชน นายกฯ มาวันนี้อากาศเย็นสบาย ดีใจจังเลย เป็นขวัญใจประชาชนชาวรัตนบุรี’

ขณะที่คุณยายท่านหนึ่งถึงกับร้องไห้ด้วยความดีใจที่ได้เจอนายกฯ พร้อมกล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีนายกฯ คนใดลงมาในพื้นที่นี้เลย ดีใจหลายๆ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top