Sunday, 30 August 2026
NEWS

‘ปลอดประสพ’ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ มาตรฐาน ‘ปริญญาเอก’ แจง!! ทุกขั้นตอน ต้องทำวิทยานิพนธ์ที่ไม่ซ้ำกับใครในโลก

(13 ก.ค.67) ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า ใบปริญญาโทและเอกของจริงครับ

เช้าดูรายการคุณสรยุทธ ตกเย็นฟังคำอธิบายจากอาจารย์ฝ่ายรับรอง ฟังแล้วเหมือนดูละครตลก ด้วยเคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงอว. มาก่อนและเมื่อวานนี้ผู้ช่วยปลัดฯก็ได้แถลงแล้วว่า ยังไม่เคยรับรองการเทียบวุฒิของ California University ประกอบกับผมจบปริญญาเอกจริงๆ จึงขอเล่ามาตรฐานปริญญาเอกของแคนาดาที่ผมเรียนและจบมาให้ฟัง

ขั้นต้นมหาวิทยาลัยจะต้องรับเป็นนักศึกษาปริญญาเอกเสียก่อน จากนั้นก็จะเรียน Coursework ใช้เวลาประมาณ 2-3ปี เมื่อจบ Coursework แล้วก็จะต้องสอบ Comprehensive ซึ่งจะมีทั้งข้อเขียนและสัมภาษณ์ เมื่อผ่านแล้วจึงมีสถานะPh.D Candidate มีสิทธิ์ทำวิทยานิพนธ์ เรื่องที่ทำต้องไม่ซ้ำกับใครในโลก โดยทั่วไปในสายวิทยาศาสตร์มักจะใช้เวลาอีก 2-3 ปี

เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว คณะกรรมการที่ปรึกษาจะตรวจสอบแก้ไข และส่งร่างฯนี้ไปยังอาจารย์มหาวิทยาลัยอื่น (External Examinor ) ตรวจเพื่อให้คุณภาพอยู่ในมาตรฐานระดับสูง (Higher Education) จากนั้นสอบปากเปล่าเพื่อ Defense

สิ่งที่ท่านได้มาดูมันง่ายและรวดเร็วเหลือเกิน ส่วนจะจริงเท็จอย่างไรคงต้องมีการสอบสวนกันอย่างจริงจัง ขณะนี้ท่านเป็นบุคคลสาธารณะ ท่านต้องอดทน ต้องยอมรับการตรวจสอบ เพราะหน้าที่สว.จะต้องไปตรวจสอบคนอื่น ไม่ใช่มาขู่ฟ้องร้องคนอื่นเขา ถ้ารับการตรวจสอบไม่ได้ ก็ไม่ควรอยู่เป็นสว.หรอกครับ

‘สพฐ.ตร.’ ลงนาม MOU ‘มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี’ เพื่อประสานความร่วมมือ พัฒนางานวิจัย ด้านการตรวจพิสูจน์หลักฐาน

(13 ก.ค.67) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ.ตร. ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อสร้างความเข้มแข็งและยกระดับความร่วมมือ ให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านพิสูจน์หลักฐาน

โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาบุคลากรและนักศึกษาทางด้านวิชาการ ด้วยการให้คำปรึกษาและฝึกอบรม การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจพิสูจน์หลักฐาน และ การให้บริการทดสอบและวิเคราะห์ทางด้านวิทยาศาสตร์

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า สำนักงานพิสูจน์สำรวจและวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีได้ดำเนินงานวิจัยด้านการพัฒนาด้านการตรวจพิสูจน์ร่วมกันหลายอย่าง เช่น การพัฒนาวิธีการตรวจหารอยลายนิ้วมือแฝงเพื่อพิสูจน์หลักฐานทางอาชญากรรม โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ผลงานจากโครงการดังกล่าว ยังได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้นระดับดีมาก ประจำปีงบประมาณ 2560 จึงเป็นที่มาของการนำไปสู่การทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการความร่วมมือด้านงานวิจัยและพัฒนาวิธีการตรวจพิสูจน์หลักฐาน ระหว่าง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และ มจธ. ฉบับแรกขึ้น เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559 โดยมีกำหนดเวลา 2 ปี ซึ่งได้สิ้นสุดข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการตรวจเขม่าปืน การวิจัยเรื่องการตรวจวัดสารวัตถุระเบิด การวิจัยนวัตกรรมการหารอยนิ้วมือแฝงบนปลอกกระสุนปืน การถ่ายทอดเทคโนโลยีการตรวจพิสูจน์เอกสารแบบไม่ทำลายวัตถุพยาน รวมทั้งการให้คำปรึกษาในการตรวจพิสูจน์เส้นผมอันเป็นที่มาของการคลี่คลายคดีสำคัญ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ในส่วนนี้ทั้งสองหน่วยงานจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการร่วมมือกันในเรื่องของการพัฒนานวัตกรรมและการวิจัยงานด้านวิทยาศาสตร์และการตรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนจึงเป็นที่มาของการลงนามบันทึกความเข้าใจในความร่วมมือกันในวันนี้

กาฬสินธุ์ปลูกป่าศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของชุมชน รมว.กลาโหมเปิดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ  พร้อมนำทุกภาคส่วนจัดกิจกรรมโครงการปลูกป่าศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจแ

วันที่ 13 กรกฎาคม 2567 ที่บริเวณพื้นที่ 28 ไร่ โครงการ คทช. ต.ภูปอ อ.เมือง  จ.กาฬสินธุ์ ดร.สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ และเปิดโครงการปลูกป่าศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของชุมชน

โดยมีนายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์  นายวิรัช พิมพะนิตย์ ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นายอุทัย สิงห์ทอง พัฒนาการ จ.กาฬสินธุ์ นายวิทยา ปัญจมาตย์ ผอ.ทสจ.กาฬสินธุ์ นายสำเนียง หวังเจริญ ท้องถิ่น จ.กาฬสินธุ์ ดร.พรพิทักษ์ แม้นศิริ ผอ.สำนักประชาสัมพันธ์เขต 1  หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เข้าร่วมโครงการจำนวนกว่า  1,000 คน 

ทั้งนี้สืบเนื่องจากการประชุมเสวนาเพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเกษตรอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2567 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลนาจารย์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ โดยมี ดร.สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม ซึ่งเป็นที่มาของรูปแบบการพัฒนาที่ชื่อว่า "กาฬสินธุ์โมเดล" โดยมีแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินตามแนวทางโครงการ คทช. โดยทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนเกษตรกรทุกๆ ด้าน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการผลิต การตลาด การบริหารจัดการองค์กรเศรษฐกิจ และการสร้างความมั่นคงในชุมชนท้องถิ่น จึงได้จัด โครงการปลูกป่าศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของชุมชน ขึ้น เพื่อให้สอดรับกับแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

สำหรับการปลูกป่าในครั้งนี้เป็นการบูรณาการระหว่างจังหวัดกาฬสินธุ์และส่วนราชการในจังหวัด  มูลนิธิพลังอีสานเพื่อการพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์  เครือข่ายสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน  เครือข่าย ป.ป.ช. ภาคประชาสังคมภาคอีสาน อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เทศบาลตำบลภูปอ  และสำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 ขอนแก่น

รวมพลังเยาวชน กองทัพเรือ สร้างสรรค์ชุมชนปลอดยาเสพติดกองทัพเรือ โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมการอบรมเยาวชนและแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 นาวาเอก กฤษดา จิระไตรพร รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานเปิดกิจกรรมการอบรมเยาวชนและแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ณ โรงเรียนบ้านบึงต้นชัน ตำบลชากบก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยมี นางรุ่งกานต์ คงชูชาติ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบึงต้นชัน ให้การต้อนรับ

โดยกิจกรรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยของยาเสพติดแก่เยาวชน และส่งเสริมการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ผ่านการเล่นกีฬา ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด การอบรมและแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก อำเภอบ้านค่าย สาธารณสุขอำเภอบ้านค่าย รวมถึงคณะครูและนักเรียนฯ โดยมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การบรรยาย เรื่องการป้องกันยาเสพติด โดยวิทยากรจาก โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการจิตวิทยา ฐานทัพเรือสัตหีบ อบรมให้ความรู้ และร่วมกิจกรรมนันทนาการ เล่นเกมส์ และการแข่งขันเกมกีฬาต่าง ๆ ให้กับน้อง ๆ

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทัพเรือภาคที่ 1 ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือกันระหว่างชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและปลอดจากยาเสพติด เพื่ออนาคตที่ดีของเยาวชนในพื้นที่

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

‘เศรษฐา’ เยือน ‘เชียงราย’ ลุยบริหารจัดการ อนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองฮ่าน อนุมัติ!! 3 โครงการ 110 ล้านบาท พร้อม HBD ‘วิสาร’ ครบรอบ 68 ปี

(13 ก.ค.67) ที่โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองฮ่าง ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ และน.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านพูดคุยประเด็นปัญหาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองฮ่าง เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวบ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับจำนวนมาก และมีนักเรียนจากโรงเรียนป่าแดงวิทยา ตีกลองสะบัดชัยเพื่อเป็นการต้อนรับนายกฯ พร้อมมอบภาพวาดให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายฯได้มอบลายเซ็น และขอให้เก็บไว้เป็นที่ระลึก ทั้งนี้ นายกฯได้รับมอบดอกไม้ และผ้าขาวม้าจากชาวบ้านที่นำมาต้อนรับด้วย

จากนั้น ประชาชนในพื้นที่ ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย ได้สะท้อนปัญหาในพื้นที่ ว่า 40 กว่าปีก่อน พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ทำมาหากินของปู่ย่าตายาย แต่เมื่อปี 2545 มีการขุดเกาะน้ำเป็น 3 เกาะ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างมากทั้งน้ำท่วมซ้ำซาก และน้ำแล้ง อีกทั้งไม่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้เพราะน้ำตื้นเขิน วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่นายกฯ และคณะลงพื้นที่เพื่อที่จะได้ช่วยพัฒนาพื้นที่ เพราะปี 67 ได้งบ 10 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอ ส่วนปี 68 ไม่มีงบ จึงอยากขอความเมตตาจากนายกฯและคณะ ช่วยผลักดันงบประมาณให้ชาวบ้าน และขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ

ด้านนายกฯ กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาที่นี่ครั้งแรกในบรรยากาศที่สบายๆ วันนี้เรามาครบทั้งกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และฝ่ายที่ดูแลเรื่องงบประมาณ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเรื่องน้ำเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลให้ความมุ่งมั่นที่จะต้องดูแลให้ดีทุกพื้นที่ ซึ่งเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้ง ตนได้ส่งทีมงานลงมาคุยในพื้นที่ก่อนล่วงหน้าแล้ว ดังนั้น เรื่องของการที่เราจะพัฒนาสนับสนุนเรื่องน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภคบริโภค หรือการพัฒนาให้บริเวณนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเราจะสนับสนุนอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของงบประมาณที่บอกว่ามีแค่ 10 ล้านบาท ส.ส.ในพื้นที่ก็ได้มีการมาพูดคุยกับตนหลายครั้งแล้ว เรื่องของงบประมาณเราเข้าใจว่า 10 ล้านบาท คงไม่เพียงพอ แต่เรามี 3 โครงการในพื้นที่จึงขอให้เติมศูนย์อีกตัวที่ไม่ใช่ 10 ล้านบาท แต่เป็น 110 ล้านบาท เราไม่ได้นิ่งนอนใจ และพยายามจะทำให้ดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายกฯพูดคุยกับชาวบ้านเสร็จ น.ส.วิสาระดี ได้เซอร์ไพรส์วันเกิดนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ซึ่งเป็นบิดาที่จะมีอายุครบ 68 ปีในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ค.) โดยได้น.ส.วิสาระดีได้มอบเค้กให้บิดา และขอให้บิดาได้ถ่ายรูปกับนายกฯ

จากนั้น นายกฯได้เดินเยี่ยมชมบูทโอท็อป ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้าทางการเกษตร ที่ชาวบ้านในพื้นที่นำมาแสดง และจำหน่าย ก่อนที่จะมอบพันธุ์ปลา และรับฟังบรรยายสรุปจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จ.เชียงราย ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติงบกลางล่าสุดซึ่งจะทำให้เกษตรกรได้ประโยชน์กว่า 20,000 ไร่ โดยใช้น้ำระบบท่อ จากนั้นนายกฯ ได้ปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10 เพื่อเป็นที่ระลึกกับชาวบ้าน ต.ทานตะวัน ด้วย

เอกซเรย์!! 'นักการเมืองไทย' จบมหาวิทยาลัยในแคลิฟอร์เนีย  'เรียนจริง-เก่งจริง-จบจริง' สปีคอิงลิชได้แบบไฟแลบ

(13 ก.ค.67) ช่วงนี้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ถึงที่มาของวุฒิศึกษากับคนดังในสังคมบางท่าน โดยเฉพาะกับวุฒิการศึกษาที่มีการนำมายืนยันว่าจบเมืองนอกในสถาบันการศึกษาชื่อดัง เพื่อการันตีดีกรีความน่าเชื่อถือแก่ตำแหน่งสำคัญทางสังคมที่ได้รับมา

อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวคงยังต้องติดตามกันต่อไป ว่าสุดท้ายบทสรุปจะไปลงเอยที่ 'ของแทร่' หรือ 'ของปลอม' 

พอพูดถึงเรื่องดีกรีคนไทยคนดังกับการจบนอก ก็ทำให้อดไม่ได้ที่จะต้องย้อนมาค้นดูว่า แล้วในสังคมบ้านเรามีคนดังคนไทยคนไหน ที่มีดีกรีแบบ 'เรียนจริง-เก่งจริง-จบจริง' สปีคอิงลิชไฟแลบจริง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรียนจบจากรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา กันบ้าง

>> นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
จบการศึกษาปริญญาโท คณะวิศวกรรมศาสตร์ จาก University of Southern California ประเทศสหรัฐอเมริกา

>> นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
จบการศึกษาปริญญาตรี วิศวกรรมอุตสาหการ จาก University of California, Berkeley ประเทศสหรัฐอเมริกา

>> นายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ
จบการศึกษาปริญญาโท ด้านรัฐประศาสนศาสตร์ จาก University of Southern California ประเทศสหรัฐอเมริกา

ก็ต้องขอบอกว่า บุคคลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ

***(อนึ่ง: นายชัยวุฒิ และ นายปานปรีย์ จบมาจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน)

'รศ.ดร.นงนุช' เผย!! รายละเอียดบนใบปริญญาบัตร แบบไหนเรียก 'ปริญญาบัตร' แบบไหนเรียก 'ใบรับรองวุฒิฯ'

(13 ก.ค.67) รศ.ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์ นักวิชาการด้านเศรษฐกิจ การเงินและการคลังและภาษี มหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม เทรนต์ ประเทศอังกฤษ และ Visiting Academic, School of Electronics & Computer Science, University of Southampton ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

PhD = DPhil = Doctor of Philosophy หมายถึง ปริญญาเอก เนื่องจากการทำปริญญาเอก คือ การเรียนรู้การทำวิจัยอย่างเป็นระบบที่สร้างความรู้ใหม่ให้กับสาขาวิชาที่มีความเป็น general & fundamental (philosophy) ค่ะ 

ปกติแล้วจะต้องตามด้วยคำว่า in..... เช่น PhD in Economics, DPhil in Economics เพื่อจะบอกว่าเป็นการสร้างหลักความรู้ใหม่ในสาขาวิชาไหน 

ปริญญาเอกของบางหลักสูตร จะใช้คำว่า Doctor of โดยไม่มีคำว่า Philosophy แต่ใส่สาขาวิชาเลย เช่น DBA = Doctor of Business Administration 

Doctorate/Doctoral Degree เป็นคำเรียกระดับปริญญาเอก ที่ใช้ในประโยคที่จะบอกว่าเราจบปริญญาเอกนะ แต่ในใบปริญญา ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ เราจะไม่ใช้ Doctorate of .... ค่ะ

📌 สรุป 1 👩‍🎓 ใบปริญญาปกติจะใช้คำว่า PhD in ... , DPhil in ... หรือ Doctor of ....   

มาต่อในเรื่องของคำอธิบายบนใบปริญญา

ถ้าเป็นของฝั่งอังกฤษ ใบปริญญาจะเขียนสั้นๆ ไม่ต้องบรรยายอะไรมากมาย และไม่ต้องให้กระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษรับรองอะไร เพราะมหาวิทยาลัยไม่ได้ถูกกำกับโดยกระทรวงการต่างประเทศค่ะ 

มหาวิทยาลัยที่จดทะเบียนถูกต้องมีศักดิ์และสิทธิ์ในการออกใบปริญญาบัตรให้กับผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอย่างถูกต้องตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย โดยการกำหนดเกณฑ์การสำเร็จการศึกษาของหลักสูตรต้องผ่านกระบวนการตาม requirement ของ HIgher Education Academy

แต่ถ้าเป็นของฝั่งอเมริกา อาจจะมีเขียนคำบรรยาย certify (รับรอง) ว่าผู้ถือใบปริญญามีคุณสมบัติครบถ้วน (qualify หรือ satisfy the requirement) หรือประโยคที่แสดงถึงการมอบปริญญาเมื่อจบการศึกษา (admitted to, conferred upon)

คำบรรยายในปริญญาบัตร (degree certificate) ที่มีการมอบให้หลังสำเร็จการศึกษาที่สถาบันการศึกษาจะไม่ใช้คำว่าเทียบเท่า (Equivalence) หรือตรวจสอบความถูกต้อง (Validate) ค่ะ 

เช่น equivalency degree แปลตรงตัว คือ วุฒิเทียบเท่า และแม้จะตามมาด้วยว่าจบหลักสูตรอะไร … กระดาษใบนั้นเราไม่เรียกปริญญาบัตรค่ะ เราเรียกมันว่าใบรับรองวุฒิเทียบเท่า (equivalency degree certificate)

📌 สรุป 2 🎓 การที่ใช้คำว่าเทียบเท่าหรือตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่นำมาเทียบเท่าในใบประกาศ แปลตรงๆ ก็คือว่า ไม่ได้มีการศึกษาจริง ณ สถาบันการศึกษานะคะ แต่เป็นเอาเอกสารหลักฐานใดๆ ตามแต่กำหนดมาให้ดู มีครบ ก็เอาใบรับรองนี่ไป

คราวนี้มาถึงคำว่า 'ศาสตราจารย์'

ในต่างประเทศ "ศาสตราจารย์" หรือ 'professor' เป็นตำแหน่งงานในมหาวิทยาลัยค่ะ ต้องมีสถานะเป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัย และต้องมีผลงานวิจัยที่มีคุณภาพในปริมาณที่มากพอและมี contribution ให้กับสาขาวิชา

ผลงานตีพิมพ์เป็นหนึ่งในหลายๆ เกณฑ์ ที่ทำให้อาจารย์ได้ปรับตำแหน่งจาก Lecturer ไปเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ Assistant Professor และจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ไปเป็นรองศาสตราจารย์ Associate Professor และต่อไปเป็นศาสตราจารย์ Professor ก่อนจะขึ้นไปจุดสูงสุดที่ตำแหน่ง Chair 

📌 สรุป 3 👩🏻‍🏫 ตำแหน่ง Professor หรือศาสตราจารย์ ในต่างประเทศจึงไม่ใช่ตำแหน่งวิชาการที่แจกให้กับคนจบปริญญาเอกทุกคนนะคะ แต่เป็นตำแหน่งงานที่ต้องใช้ประสบการณ์ทำงานนับสิบปี และมีผลงานวิจัยเป็นหลักสิบชิ้น (ไม่ใช่หลักหน่วยค่ะ) แถมยังต้องมีผลงานวิจัยที่ได้รับเงินสนับสนุนงบวิจัย มีงานตีพิมพ์ที่อ้างอิงงานวิจัยของเรา และมีประสบการณ์ด้านการบริหารไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียนการสอนหรือการทำวิจัย

++++ ตอนแรกก็ว่าจะไม่เขียน แต่ก็ถือว่าบันทึกไว้ เผื่อมีใครสงสัย

‘เคทีซี’ จัดกิจกรรม พี่ KTC Coop ส่งภาษามือจูงน้องเรียนรู้มรดกเหนือกาลเวลา ดาวินี อะไลฟ์!! ให้กับน้องพิการทางการได้ยิน ที่รร.เศรษฐเสถียร

(13 ก.ค.67) ‘เคทีซี’ หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท ไลฟ์ อิมแพค อีเว้นท์ จัดกิจกรรม  "พี่  KTC Coop ส่งภาษามือจูงน้องเรียนรู้มรดกเหนือกาลเวลาของ ดาวินชี อะไลฟ์” ณ ไอคอนสยาม ให้กับน้องๆ ที่บกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 - 6 เพื่อเปิดประสบการณ์นอกห้องเรียน โดยมีนิสิต นักศึกษาโครงการ KTC Coop ร่วมเป็นพี่เลี้ยงดูแลน้องๆ ตลอดกิจกรรม

นางสาวปิยะสุดา แคว้นนนทรีย์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานทรัพยากรบุคคล ‘เคทีซี’ หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนึ่งในนโยบายการทำการพัฒนาที่ยั่งยืน (SD) ของเคทีซีคือการให้โอกาสทางการศึกษา และร่วมพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยให้มีคุณภาพในด้านต่างๆ อย่างไม่มีขีดจำกัด เพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมไทยอย่างยั่งยืน เคทีซีจึงได้ร่วมมือกับ บริษัท ไลฟ์ อิมแพค อีเว้นท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรของเคทีซี จัดกิจกรรม "พี่ KTC Coop ส่งภาษามือจูงน้องเรียนรู้มรดกเหนือกาลเวลาของ ดาวินชี อะไลฟ์” ณ ไอคอนสยาม ให้กับน้องๆ ที่บกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนเศรษฐ-เสถียรในพระราชูปถัมภ์ 

โดยมุ่งหมายให้น้องๆ ได้เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านมรดกเหนือกาลเวลาของเลโอนาร์โด ดาวินชี อัจฉริยะก่อนกาล 500 ปี เจ้าของผลงานชิ้นเอกระดับโลกอย่างภาพวาด Mona Lisa และ The Last Supper รวมทั้งเป็นนักประดิษฐ์ นักออกแบบ นักดนตรี นักคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ จนได้ชื่อว่าเป็น ‘พหูสูต’ แห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (Renaissance) และได้รับการยอมรับว่าเป็นอัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก ชมผลงานที่ประสบความสำเร็จของเลโอนาร์โด ชีวิตและความฉลาดของอัจฉริยะที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้ ในด้านวิทยาศาสตร์ ความคิดสร้างสรรค์ และความคิดเชิงเทคนิค ในผลงานชิ้นเอก สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ตำราโบราณ และภาพวาดของปรมาจารย์ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา อิทธิพลของเลโอนาร์โดที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ ศิลปะ วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ แสด’ให้เห็นถึงวิธีการค้นพบการประดิษฐ์ในรูปแบบใหม่ๆ และข้อสงสัยเกี่ยวกับโลกที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งในกิจกรรมครั้งนี้จะมีพี่ๆ นิสิต นักศึกษาโครงการ KTC Coop ร่วมเป็นพี่เลี้ยงดูแลน้องๆ ตลอดกิจกรรม

KTC COOP (KTC Cooperative Program) คือ โครงการที่เคทีซีเข้าร่วมกับโครงการสหกิจศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากหลายสาขาวิชาเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์และฝึกปฏิบัติงานกับทีมงานมืออาชีพทางด้านธุรกิจการเงิน โครงการ KTC COOP เริ่มต้นในปี 2566 และมีนักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการ 

ทั้งภาคภาษาไทยและนานาชาติกว่า 100 คน นอกจากนิสิตและนักศึกษาในโครงการ KTC COOP จะได้มีโอกาสปฏิบัติงานจริงเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์แล้ว เคทีซียังมุ่งพัฒนาคนรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกการทำงานอย่างมั่นคง ด้วยการจัดหลักสูตรฝึกอบรมและกิจกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างทักษะความสามารถเชิงสมรรถนะ (Soft Skill) รวมทั้งจัดหลักสูตรอบรมเทคนิคการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์งาน เพื่อเตรียมน้องให้พร้อมสู่โลกการทำงานหลังจากจบโครงการ นอกจากนี้ยังมีโอกาสเข้าร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ของบริษัทอีกด้วย

‘อ.นิด้า’ ชี้!! มีคนชอบไปซื้อหา ‘ปริญญาปลอม’ อุปโลกน์ตัวเอง ทั้งที่ไม่ได้มีคุณภาพเป็น ‘ดอกเตอร์’

(13 ก.ค.67) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘ปริญญาปลอม’ โดยได้ระบุว่า …

ปริญญาปลอม คำนำหน้าปลอม ค่านิยมปลอมๆ ของสังคมไทย

ผศ.ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
สาขาวิชาปัญญาและการวิเคราะห์ธุรกิจ
สาขาวิชาสถิติศาสตร์
สาขาวิชาพลเมืองวิทยาการข้อมูล 
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

ปัญหาเรื่องวุฒิการศึกษาปลอม คำนำหน้าปลอมในสังคมไทยนี้ เป็นมานาน ชอบไปหาซื้อปริญญาปลอม อุปโลกน์คำนำหน้าปลอมให้ตัวเอง 

เลยทำให้มหาวิทยาลัยห้องแถวในอเมริกา หลอกขายปริญญาคนมีเงินกันได้ ก็เพราะคนไทยหูตาแหกชื่นชมคำว่าดอกเตอร์กันจนไม่ลืมหูลืมตา 

จริงๆ คุณภาพดอกเตอร์นั้นมันก็แตกต่างกันมากเหลือเกิน ที่จบปริญญาเอกจริงๆ ไม่ได้คุณภาพก็มีมาก ไม่อยากจะบรรยายให้ฟังครับ ค่านิยมปลอมๆ บ้าปริญญาทำให้ขายใบปริญญาปลอมได้

อย่าง California University อะไรนี่เป็นมหาวิทยาลัยห้องแถวโนเนมในสหรัฐอเมริกา แต่คนไทยก็ไม่รู้เรื่อง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเองก็ไม่รับรอง แต่ก็ยังมีคนไทยไปซื้อปริญญาเอกเสกได้ด้วยเงินจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้

มหาวิทยาลัยในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกานั้นมีมาก แต่กลุ่ม University of California นั้นเป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยใหญ่สุดในรัฐแคลิฟอร์เนีย มีนับ 10 วิทยาเขตหรือ Campus แล้วก็มีชื่อเสียงกันไปคนละทาง

University of California, Berkeley นี่ดังทางวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์
University of California, San Francisco นี่ดังทางการแพทย์และสาธารณสุข
University of California, Davis นี่ดังด้านการเกษตรและชีววิทยา 
University of California, Los Angeles นี่ดังทางสังคมศาสตร์และวิทยาศาสตร์หลายด้าน เช่นด้าน ภาพยนตร์ การละคร animation คอมพิวเตอร์กราฟิค บริหารธุรกิจก็ดัง เรียกย่อๆ ว่า UCLA 

กลุ่มมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย คือ California State University ก็เป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยใหญ่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เช่นกัน ก็มีหลายสิบแคมปัส กระจายไปทั่วรัฐแคลิฟอร์เนีย 

ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ยังมี Stanford University ที่โด่งดังมากเช่นกันครับ ส่วน California University นั้นแม้แต่คนอเมริกันก็ยังไม่รู้จักและไม่เคยได้ยินชื่อครับ

จบเรื่องปริญญาปลอม มาเรื่อง คำนำหน้าปลอมกันบ้าง

ศาสตราจารย์ปลอม  หม่อมราชวงศ์ปลอม  ปลอมเป็นเจ้านายก็มีครับ แอบอ้างเบื้องสูงก็มีครับ พวกนี้ต้องเจอคุกเสียบ้างครับ มาตรา 112 นี่แหละครับ บางคดีอ้างแอบอ้างเฉยว่าเจ้านายจะทรงค้าทองคำ! 

นายพลปลอม ตำรวจ ทหาร ปลอม อ้างเพื่อรีดไถ ก็มีครับ มีเยอะครับ มีทั้งที่อุปโลกน์เองเพื่อความโก้เก๋ และมีที่อุปโลกน์เพื่อหลอกลวงตบทรัพย์ เป็นมิจฉาชีพก็มีครับ 

ทั้งหมดนี้เกิดจากค่านิยมปลอมๆ เปลือก ในสังคมไทยนี่แหละครับ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติสรุปผลการจับกุมการลักลอบเล่นพนันทั้งออนไลน์และออนไซต์ ช่วงแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 ตั้งแต่เริ่มแข่งขัน จับ 224 เว็บไซต์ ผู้ต้องหาทั้งออนไลน์และออนไซต์เกือบ 4,000 คน 

วันนี้ (13 กรกฎาคม 2567) พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันในทุกมิติ ตลอดห้วงการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 17 หรือฟุตบอลยูโร 2024 ซึ่งมีขึ้นระหว่างในวันที่ 14 มิถุนายน ถึง 14 กรกฎาคม 2567 

ผลการจับกุมการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 ทั่วประเทศ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 5 - 11 กรกฎาคม 2567 จับกุมผู้ต้องหารวม 666 คน แบ่งเป็น
1. การจับกุมการพนันออนไซต์ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 462 คน แบ่งเป็น เจ้ามือ 5 คน , ผู้เล่น 456 คน , คนเดินโพย 1 คน เงินหมุนเวียน 48,013 บาท 
2. การจับกุมการพนันออนไลน์ สามารถจับกุมได้ 59 เว็บไซต์ ผู้ต้องหารวม 204 คน แบ่งเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน 54 คน , ผู้เล่น 150 คน เงินหมุนเวียนในระบบ 540,439,319 บาท

ภาพรวมสถิติการจับกุมการพนันออนไลน์และออนไซต์ ตั้งแต่เปิดศูนย์ฯ วันที่ 14 มิถุนายน ถึง 11 กรกฎาคม 2567 มีผลการจับกุมผู้ต้องหา รวม 3,863 คน แบ่งเป็น
1. การจับกุมการพนันออนไซต์ 3,017 คน แบ่งเป็น เจ้ามือ 50 คน , ผู้เล่น 2,944 คน , คนเดินโพย 23 คน เงินหมุนเวียน 443,655 บาท 
2. การจับกุมพนันออนไลน์ 224 เว็บไซต์ ผู้ต้องหารวม 846 คน แบ่งเป็น ผู้จัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ 145 คน , ผู้เล่น 701 คน เงินหมุนเวียนในระบบ 2,465,209,989 บาท โดยล่าสุดกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เปิดปฎิบัติการ ทลาย 3 เครือข่ายเว็บพนันฟุตบอลยูโรรายใหญ่ พบเงินหมุนเวียนเดือนละกว่า 130 ล้านบาท

พล.ต.ท.อัคราเดชฯ กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 ซึ่งจะมีการชิงชนะเลิศในวันที่ 14 กรกฎาคมนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 เดินหน้าปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทั้งออนไลน์และออนไซต์อย่างต่อเนื่อง ย้ำการพนันฟุตบอลมีความผิดตามกฎหมายในหลายมาตรา ทั้งผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน ผู้เล่นพนัน และผู้โฆษณาชักชวน มีโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ

"พัชรวาท" สั่งสร้างเครือข่ายชาวต่างชาติช่วยงานอุทยานฯ ดึงตำรวจท่องเที่ยวร่วมอบรมเพื่อดูแลนักท่องเที่ยว

วันที่ 12 กรกฎาคม 2567 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานในพิธีปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างเครือข่ายสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติ รุ่นที่ 1 และพิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยมี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ นางอภินันท์ ขอพร ผู้อำนวยการส่วนกู้ภัยอุทยานแห่งชาติ นายเพิ่มศักดิ์ คงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) ร่วมด้วย และได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.อรรถพล สุดสาย ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการท่องเที่ยว 3 ร่วมบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ การอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว นายสรรเพ็ชญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ นายตรรก ศิริวรรณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยเครือข่ายชาวไทย และชาวต่างชาติ ได้แก่ ประเทศฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา
อิงแลนด์ เบลเยี่ยม กรีซ อินเดีย รัสเซีย ปากีสถาน แคนาดา เดนมาร์ก โคลัมเบีย และเมียนมาร์ ที่มีความพร้อมและมีความสนใจในการสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมระหว่างวันที่ 11 - 12 กรกฎาคม 2567 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ภูพาโน รีสอร์ท กระบี่ จังหวัดกระบี่

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายและสั่งการให้กรมอุทยานฯ สร้างเครือข่ายสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติให้เข้มแข็ง เนื่องจากในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติกว่า 3.7 ล้านคน เมื่อมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เกิดอุบัติเหตุหรือภัยธรรมชาติต่าง ๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้ อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นในการตัดสินใจในการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ

อุปสรรคสำคัญที่พบมาก คือ การสื่อสาร กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ดังนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องดังกล่าว จึงต้องสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยกรมอุทยานฯ ได้ประสานตำรวจท่องเที่ยวเพื่อยกระดับความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือและบูรณาการร่วมกันกับทุกภาคส่วน จึงได้จัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างเครือข่ายสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติ โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย ภาคบรรยายและภาคปฏิบัติ เกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติในประเทศไทย กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวและนันทนาการในอุทยานแห่งชาติ การเกิดปะการังฟอกขาวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล การปฐมพยาบาลฉุกเฉินบริเวณพื้นที่ชายฝั่ง การกู้ชีพ กู้ภัย ในอุทยานแห่งชาติ การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR & AED) และการสร้างเครือข่ายสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติ การแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์งานด้านการสร้างเครือข่ายสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติ โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากรผู้มีความรู้ความสามารถจากสำนักอุทยานแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช (ไสใหญ่) โรงพยาบาลกรุงเทพปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

‘แท็กซี่ร้อยเอ็ด’ เก็บเงินครึ่งล้านได้ ประสานส่งคืนเจ้าของชาวซาอุฯ เผย ไม่เคยคิดจะเอาไว้ เพราะต้องการซื่อสัตย์ต่ออาชีพตนเอง

(12 ก.ค. 67) ที่สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.FM91 ดร.ไจตนย์ ศรีวังพล ผู้ร่วมดำเนินงานสถานีวิทยุ สวพ.FM91 นายสกล ถาวรกาญจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายสื่อสารองค์กร น.ส.พิชญา อังคทะวานิช ผอ.ฝ่ายรายการ พร้อมด้วย น.ส.จิตต์ผ่องใส ศรีวังพล ผอ.ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเเละจิตอาสาสัมพันธ์ ร่วมเป็นสักขีพยานส่งมอบเงินสกุลต่างชาติ มูลค่ารวม 566,127 บาท คืนเจ้าของชาวซาอุดีอาระเบีย หลังลืมไว้บนรถแท็กซี่

สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ นายเสน่ห์ ไชยคาม อายุ 56 ปี ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ สีเขียวเหลือง มฎ-970 กทม. โทรมาแจ้งผ่านโทร 1644 สวพ.FM91 ว่า มีผู้โดยสารลืมกระเป๋าถือสีดำไว้บนรถ ภายในกระเป๋า มีเงินสกุลต่างชาติจำนวนมาก แต่ไม่กล้าเปิดดู

จากนั้นจึงเดินทางเข้ามาที่ สวพ.FM91 เพื่อให้ช่วยตรวจนับทรัพย์สิน ประกาศตามหาเจ้าของ และให้ช่วยประสานส่งคืนทรัพย์สินที่เก็บได้ เป็นกระเป๋าถือสีดำ เป็นลักษณะช่องซิป 2 ช่อง มีปากกา สมุดโน๊ต นามบัตรระบุชื่อ Mr.Ibrahem M.Al Dossary หลังจากตรวจนับ

พบว่า มีเงิน 1,885 เดอร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเงินดอลลาร์ 15,094 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 566,127 บาท คาดว่าจะเป็นของผู้โดยสารที่รับมาจากถนนรัชดาภิเษก ระหว่างซอยรัชดาภิเษก 24-26 จะไปมาบุญครอง แต่รถติด จึงขอลงที่สยามสเเควร์ เวลาประมาณ 15.30 น

แท็กซี่พลเมืองดี เปิดเผยว่า หลังจากที่ผู้โดยสารลงไปแล้ว ก็ขับรถออกไปต่อ พอจังหวะรถติดไฟแดง ได้หันกลับไปดูหลังรถ เห็นมีกระเป๋าสีดำ ตกอยู่ที่พื้น บริเวณหลังเบาะคนขับ ตอนแรกไม่กล้าเปิด แต่พอเปิดมาดู รู้สึกตกใจมาก ไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน ไม่กล้าตรวจสอบข้างใน

นึกถึง สวพ.FM91 จึงรีบโทรมาแจ้ง ให้ช่วยประกาศตามหาเจ้าของ และนำเข้ามาฝากไว้ “ไม่เคยคิดจะเก็บเงินไว้เอง อยากส่งคืนเจ้าของ เงินนี้ไม่ใช่ของเรา เราต้องซื่อสัตย์ต่ออาชีพของเรา”

หลังจากได้รับแจ้งจากแท็กซี่คนดี ทางทีมงานสถานีวิทยุสวพ.FM91 ได้ประกาศตามหาเจ้าของ ขณะเดียวกันได้ประสานงาน ไปทางสน.ปทุมวัน เจ้าของพื้นที่ด้วย จึงทราบว่ามี ชาวซาอุดีอาระเบีย เข้าไปแจ้งความลืมเงินไว้พอดี จึงได้มีการประสานงานนัดหมายส่งคืน

ด้าน นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย เจ้าของเงินเปิดเผยว่า รู้สึกปลื้มใจมาก ๆ ที่รู้ว่าจะได้เงินคืน เนื่องจากตนเองมีแล็ปทางการแพทย์ และได้เตรียมเงินมาซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ในงานนิทรรศการเกี่ยวกับเครื่องมือทางการแพทย์ในประเทศไทย หลังจากลืมกระเป๋าไว้บนรถแท็กซี่

ได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สน.ปทุมวัน จากนั้นจึงเข้าพักที่โรงแรมย่านสุขุมวิท ต่อมาได้รับการติตต่อกลับว่า มีแท็กซี่เก็บกระเป๋าเงินได้ และนำมาฝากไว้ที่สวพ.FM91 เพื่อประกาศตามหาเจ้าของ “ดีใจมาก ที่รู้ว่ามีแท็กซี่คนดี เก็บของได้และพร้อมจะส่งคืน จึงขอชมเชยและขอบคุณ ตำรวจ แท็กซี่ และสวพ.FM91 ที่ประสานส่งคืนให้ ประทับใจมาก”

ทั้งนี้ เจ้าของเงินดังกล่าว ได้มอบสินน้ำใจ ให้กับแท็กซี่ จำนวน 10,000 บาท เพื่อเป็นการขอบคุณและชื่นชมในความซื่อสัตย์ของแท็กซี่คนดี

อึ้ง!! ‘ไฟแนนซ์’ ยึด ‘รถบรรทุก’ สูงเป็นประวัติการณ์ แค่ที่เดียว จากหลักร้อย ทะยานสู่ 3,000 คัน

จากกรณีโลกโซเชียลกระหน่ำแชร์ภาพลานจอดรถที่มีรถถูกไฟแนนซ์ยึดเต็มลาน สะท้อนให้เห็นถึงสภาพเศรษฐกิจครัวเรือนในห้วงปัจจุบันอย่างชัดเจน 

ล่าสุด (12 ก.ค. 67) นายสิทธิศักดิ์ มหาสิทธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการตลาด บจก.สยามอินเตอร์การประมูล เปิดเผยในรายการ ‘เรื่องเด่นเย็นนี้’ ว่า จากการที่ปรึกษาพี่ ๆ น้อง ๆ วงการไฟแนนซ์รถมือสองทั้งหมด เราก็มองว่าปีที่แล้วว่าหนักแล้ว ปีนี้หนักกว่า ปีหน้าอาจจะทรง ๆ ตนว่าจากนี้ไปอีกประมาณ 3-4 ปี ถึงจะเริ่มกลับมาดีขึ้น อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานภาครัฐด้วยว่าจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร เพราะว่าหนี้เสียเยอะมากเลย การที่ปีนี้มีรถทะลักเข้ามาเยอะ หนี้เสียเยอะตามที่เราเห็น คนเดือดร้อนเยอะ กิจการปิดตัวเยอะ เพราะว่าโครงการช่วยเหลือคนตอนโควิด (พักหนี้) ได้หมดโครงการไปเมื่อปีที่แล้ว มันก็เลยมาบวม ณ ปีนี้

นอกจากนี้ยังพบว่า ปีที่แล้วมีรถถูกยึดราว 350,000 คัน และปีนี้ก็คาดจะอยู่ที่ 300,000 คัน จากสถานการณ์ปกติ จะอยู่ที่ 200,000-250,000 คันต่อปี เรียกว่าเพิ่มขึ้น 30-40% เลยทีเดียว และ 80 ถึง 90% เป็นรถที่ถูกยึดมาจากสถาบันการเงิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถบ้าน 

และในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีการยึดรถจำนวนมากเป็นประวัติการณ์จนแทบล้นลานประมูล เปิดบริษัทมา 20 ปีเพิ่งจะเคยเห็น โดยส่วนมากเป็นรถที่ถูกสถาบันทางการเงินยึด และรถที่ถูกยึดในสต๊อกเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จากที่กลุ่มรถบรรทุกเคยถูกยึดหลักร้อยคัน วันนี้เฉพาะที่สยามอินเตอร์การประมูลมีรถบรรทุกถูกยึดมากถึง 3,000 คัน นับว่าสูงที่สุดในประเทศไทย และคาดว่าจะมีรถถูกยึดเพิ่มอีกเรื่อย ๆ เพราะว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว 

'ดร.ธรณ์' หวั่น!! ผลกระทบ 'ปลาหมอคางดำ' กระจายสู่แหล่งน้ำอื่น ยิ่งแพร่ยิ่งเกินควบคุม

(12 ก.ค.67) ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศน์ทางทะเล และรองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กโดยระบุว่า…

ในกรณีที่ปลาหมอคางดำลงทะเล ระบบนิเวศที่จะได้รับผลกระทบคือหาดทราย หาดเลน ป่าชายเลน และแหล่งหญ้าทะเล ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่อยู่ในน้ำกร่อยได้ สัตว์น้ำในพื้นที่ชายฝั่งจึงถูกคุกคาม

หาดทราย/หาดเลนบางแห่งอยู่ในเขตน้ำกร่อย โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ปากแม่น้ำลำคลอง ความเค็มต่ำ ปลาหมออยู่ได้

บริเวณนี้เป็นที่อยู่ของสัตว์ขนาดเล็กที่อาจตกเป็นอาหารปลา ทำให้สัตว์น้ำลดลง ชาวบ้านทำมาหากินริมทะเล เช่น เก็บสัตว์น้ำ ทอดแห วางอวนทับตลิ่ง ฯลฯ ได้รับผลกระทบ

ตัวอย่างง่าย ๆ คือปลากระบอกเริ่มหายไป ทอดแหวางอวนดันได้ปลาหมอมาแทน ป่าชายเลนและแหล่งหญ้าทะเลบางแห่งอยู่ตามชายฝั่ง ในเขตน้ำกร่อย เจอผลกระทบเช่นกัน

ระบบนิเวศทั้งสองแบบเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ซึ่งปลาหมอคางดำจะกินสัตว์เหล่านั้น ผลกระทบจึงไม่เกิดเฉพาะพื้นที่ แต่จะส่งผลถึงทะเลข้างนอก ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง ในกรณีของแนวปะการัง อยู่ห่างชายฝั่ง น้ำเค็มมากหน่อย คิดว่าปลาหมอคงไปไม่ถึง แต่ยังมีหย่อมปะการังริมฝั่งที่อาจได้รับผลบ้าง ต้องติดตามดู

เมื่อดูจากแผนที่ ผลกระทบตอนนี้อยู่ในอ่าวไทยตอนใน กำลังขยายตัวไปทางภาคตะวันออก ชายหาด ป่าชายเลน และแหล่งหญ้าทะเลริมฝั่งในจังหวัดระยอง เช่น ปากน้ำ บ้านเพ เรื่อยไปจนถึงจันทบุรีและตราด เป็นพื้นที่เสี่ยงลำดับต่อไป ยังรวมถึงหย่อมการแพร่กระจายอื่นๆ เช่น ภาคใต้

ปัญหาสำคัญคือการจับปลาหมอในทะเลลำบากกว่าในบ่อหรือในคลอง หากแพร่ระบาดออกไปจะยากต่อการควบคุม คิดว่าปลาหมอจะขยายพื้นที่ไปตามปากแม่น้ำลำคลอง ชายฝั่งรอบๆ แต่จะไม่ออกไปตามเกาะเล็กเกาะน้อย (ยกเว้นเกาะขนาดใหญ่ที่มีลำคลอง) ไม่คิดว่าปลาหมอจะว่ายตัดทะเลไปเกาะใหญ่ๆ ได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าติดไปแล้วลงสู่แหล่งน้ำบนเกาะ จะแพร่พันธุ์รอบเกาะได้

การควบคุมให้ปลาหมอไปไม่ถึงเกาะต่างๆ จึงสำคัญอย่างมาก ต้องช่วยกันระวังอย่าให้คนพาไป (ไม่ตั้งใจก็ต้องระวัง)

สถานการณ์ตอนนี้คงต้องเริ่มจากติดตามว่าปลาหมอกลุ่มที่อยู่ตามชายฝั่งมีที่ไหนบ้าง มีมากมีน้อย แนวโน้มเป็นอย่างไร หาทางป้องกัน/กำจัดอย่างไร

เรายังต้องการข้อมูลเป็นอย่างมาก เนื่องจากเราแทบไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับปลาหมอคางดำในทะเล
เพราะเป็นปลาเอเลี่ยน เราจึงไม่รู้การปรับตัว พฤติกรรมในทะเล อาหาร ผลกระทบ ฯลฯ

ในทะเลไทยไม่เคยมีเอเลี่ยนจริงจังมาก่อน เมื่อมีความเสี่ยงในเรื่องนี้ เราต้องรีบหาทางรับมือ หากเจอต้องช่วยกันรายงาน ปลาน้อยจับง่าย ปลาเยอะจับไม่หวาดไม่ไหว โดยเฉพาะตามเกาะใหญ่ ๆ ที่มีแหล่งน้ำจืดไหลลงทะเล เช่น เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะกูด เกาะสมุย พะงัน ฯลฯ เราต้องจัดการปัญหาตั้งแต่ต้น

หากเจอรีบแจ้งเลยครับ

สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทยจัดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิต และการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน รุ่นที่ 1 ภาคเหนือ

นางสาวอมรศรี รัศมิทัต ผู้อำนวยการกองคุ้มครองสวัสดิภาพและพัฒนาคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิต และการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ระหว่างวันที่ 11 – 13 กรกฎาคม 2567 ณ ห้องประชุมโรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย / กรรมการภาคเหนือ ผู้แทนจากตำรวจภูธรภาค 5 และภาค 6 ผู้แทนจากหน่วยงานสาธารณสุขทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ ผู้แทนจากกรมสุขภาพจิต แขกผู้มีเกียรติ ร่วมงาน

นางสาวอมรศรี รัศมิทัต ผู้อำนวยการกองคุ้มครองสวัสดิภาพและพัฒนาคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตและการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งต้องการให้ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านได้รับความรู้ มีความเข้าใจในเรื่องสิทธิด้านต่างๆสำหรับคนพิการ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงและการฆ่าตัวตาย รวมทั้งเน้นให้เห็นความสำคัญของครอบครัวเพื่อลดความรุนแรง รวมทั้งเพื่อให้ได้แนวทาง และขั้นตอนในการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตอย่างถูกวิธี ตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต และ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

นางสาวอุษาวดี สีขาว เลขานุการสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตภาคเหนือ กล่าวว่าโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิต และการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดแกนนำเครือข่ายภาคปฏิบัติ ที่มีความรู้ความเข้าใจขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตเมื่ออยู่ในภาวะต่างๆได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และทันเหตุการณเพื่อให้ได้แนวทาง และขั้นตอนในการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตอย่างถูกวิธี  ตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต และ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จากการทำแผนงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในพื้นที่และส่วนกลาง

สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มีนาคม  2546 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 21 ปี การจัดโครงการฯในวันนี้ ดำเนินการระหว่างวันที่ 11 - 13 กรกฎาคม 2567 โดยจะมีการจัดกิจกรรมทั้งหมดจำนวน 5 รุ่น แบ่งเป็น รุ่นที่ 1 ภาคเหนือ จำนวน 140 คน รุ่นที่ 2 ภาคกลาง จำนวน 139 คน รุ่นที่ 3 ภาคอีสาน จำนวน 154 คน รุ่นที่ 4 ภาคใต้ จำนวน 117 คน และรุ่นที่ 5 ภาคตะวันออก จำนวน 76 คน รวมกลุ่มเป้าหมายทั้งโครงการจำนวน 626 คน

กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการในรุ่นที่ 1 ภาคเหนือ มาจากคณะกรรมการภาคเหนือหรือผู้แทน กรรมการและกรรมการที่ปรึกษาสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ที่ปรึกษาสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ที่ปรึกษาสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตภาคเหนือ ผู้แทนตำตรวจภูธรภาค 5 และภาค 6 ทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ ผู้แทนจากหน่วยงานสาธารณสุขทั้ง 17 จังหวัด ผู้แทนจากกรมสุขภาพจิต ผู้สังเกตการณ์ วิทยากรและคณะทำงาน รวมจำนวน 140 คน คาดว่าจะได้รับ แกนนำเครือข่ายผ่านการฝึกอบรม และมีความรู้ความเข้าใจ ขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตเมื่ออยู่ในภาวะต่างๆได้อย่างถูกวิธี ได้แผนงานและขั้นตอนในการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตอย่างถูกวิธี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top