Wednesday, 15 July 2026
NEWS

‘กระทรวงวัฒนธรรม’ ดัน ‘ต้มยำกุ้ง’ ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เพื่อผลักดันเป็น Soft Power ให้ทั่วโลกรู้จัก ‘ประเทศไทย’

(30 มิ.ย.67) น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม นำโดย นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่ากระทรวงวัฒนธรรม ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการดำเนินงานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ซึ่งมีการขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับจังหวัดและระดับประเทศทุกปี และมีการเสนอมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก)

น.ส.เกณิกา กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยเสนอมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยเป็นรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติและได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกแล้ว 4 รายการ ได้แก่ โขน นวดไทย โนรา และประเพณี“สงกรานต์ในประเทศไทย” ซึ่งปีนี้มีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย 2 รายการ ได้แก่ “ต้มยำกุ้ง”และชุด“เคบาย่า” ซึ่งชุด“เคบาย่า”ประเทศไทยได้เสนอร่วมกับมาเลเซีย บูรไนดารุสซาลาม อินโดนีเซียและสิงคโปร์ จะเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 19 วันที่ 2-7 ธันวาคม 2567 ณ สาธารณรัฐปารากวัย และได้เสนอ ชุดไทย และ มวยไทย  รวมทั้ง ผ้าขาวม้า เพื่อเข้าสู่การพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโกด้วย

รมว.สุดาวรรณ ได้ให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมเตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสที่ต้มยำกุ้งและชุดเคบาย่า ได้เข้าสู่การพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโกในปีนี้ รวมถึงจัดทำแผนล่วงหน้า 10 ปีในการเสนอมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก ก็ให้จัดทำรายละเอียดทั้งประเภทและระยะเวลาดำเนินการ เพื่อส่งเสริมมรดกทางศิลปวัฒนธรรมและ Soft Power ด้านต่างๆของไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายระดับนานาชาติ

น.ส.เกณิกา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินการส่งเสริม Soft Power นำมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เช่น อาหารไทย งานหัตถกรรม งานเทศกาลประเพณีมาสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่ประชาชนและชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ Soft Power ด้านต่าง ๆ ของไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายระดับนานาชาติ

‘ลิซ่า ลลิษา มโนบาล’ ขอบคุณแฟนเพลง  ลั่น!! มีให้กรี๊ดอีกเพียบ รอติดตามชมกันได้เลย

(30 มิ.ย.67) หลังจากปล่อยซิงเกิลแรกในฐานะแยกตัวออกมาทำบริษัทของตนเอง ‘ลิซ่า ลลิษา มโนบาล’ หรือ ‘ลิซ่า BlackPink’ ก็เคลื่อนไหวแล้ว โดยขอบคุณแฟนๆที่ต้อนรับ ROCKSTAR หลังซุ่มทำมานาน

ลิซ่า ได้อัปเดตอินสตาแกรม พร้อมเขียนข้อความเป็นภาษาอังกฤษซึ่งระบุว่า

ฉันดีใจมากที่ในที่สุดก็ได้แชร์ ROCKSTAR ซิงเกิลใหม่ของฉัน กับพวกคุณทุกคน

ฉันซุ่มทำโปรเจกต์นี้มาสักพักแล้ว ซึ่งมันสนุกมากๆตอนที่เตรียมตัวทำผลงานนี้ ขอบคุณนะคะที่อดทนรอ และฉันมีความสุขมากๆที่ได้เฉลิมฉลองสิ่งนี้ด้วยกันกับทุกๆคน ขอบคุณทีมงานจาก RCA Records และ We Are LLOUD ที่ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้น

ขอบคุณ Lilies ลิลลี่ ( ชื่อแฟนคลับของ ลิซ่า ) สำหรับความรักและการสนับสนุน เป็นเวลา 3 ปีแล้วนับตั้งแต่เพลงหลังสุด ดังนั้นฉันหวังว่าทุกคนจะสนุกไปกับยุคของ ROCKSTAR ให้มากเท่ากับที่ฉันสนุกนะคะ

ปล. นี่แค่เริ่มต้นค่ะ! ยังมีอะไรตามมาอีกเยอะ เพราะฉะนั้นรอติดตามชมกันได้เลย

จุ๊บๆ

ลิซ่า

งานนี้แฟนๆได้แต่ส่งเสียงกรี๊ด รอชมความปังของ ลิซ่า กันแล้วเพราะแค่เริ่มยังเลิศขนาดนี้ เชื่อว่าผลงานต่อๆไปของเจ้าตัวในการโซโล่เดี่ยวต้อง ‘ฉ่ำมาก’ แน่นอน

รายแรกของประเทศไทย CFP “หม้อแปลงเจริญชัย” ได้รับประกาศนียบัตรการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) 

นายประจักษ์  กิตติรัตนวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด กล่าว “ เจริญชัย ” ขอขอบคุณองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ที่ได้มอบประกาศนียบัตร การรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP)  ของ Oil-type transformer 1000 KVA “เจริญชัย” พร้อมให้ความสำคัญต่อกระบวนการผลิตและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์พลังงาน ผ่านกระบวนการทำงานที่พัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานที่ได้มีการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์หรือองค์กร เพื่อนำไปสู่การจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมคาร์บอนต่ำถือเป็นการตอบโจทย์ภาครัฐด้านการอนุรักษ์พลังงาน และทั้งทิศทางความต้องการของกระแสโลกที่มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals : SDGs) ในการยกระดับการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน มุ่งสู่การอนุรักษ์พลังงาน บริษัทฯ จึงเล็งเห็นความสำคัญของ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ และเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดคาร์บอนเครดิตที่จะเติบโตมากขึ้นในอนาคต  คาร์บอนฟุตพริ้นท์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน ทั้งยังช่วยให้องค์กรเห็นภาพรวมของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆนอกจากนี้ยังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ประหยัดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนในด้านพลังงาน ทรัพยากร และวัสดุอีกด้วย 

“เจริญชัย” ได้ร่วมคิดค้นนวัตกรรม หม้อแปลงรางวัลนวัตกรรม พิสูจน์จริงลดค่าไฟฟ้า 8-11%  ดำเนินงานวิจัยหม้อแปลง Low Carbon และระบบบริหารจัดการพลังงานทดแทน Solar กับ Energy Storage ด้วยโปรแกรม Energy Management System  ภายใต้โครงการ “Low Carbon Transformer ระบบจัดการหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อรองรับพลังงานสะอาดอย่างมั่นคง Net Zero, Near Zero, Peak Demand และ Demand Response” ซึ่งจากการดำเนินงานพบว่าหม้อแปลงที่ใช้ในการดำเนินโครงการ ที่กล่าวในข้างต้นตอบโจทย์ภาครัฐ, ภาคเอกชนและ โรงงานอุตสาหกรรมด้านการประหยัดพลังงาน Smart Factory, Smart Building ในด้าน Net Zero & Near Zero, Peak Demand และ Demand Response และการประหยัดพลังงาน โดยสามารถลดการใช้พลังงาน ลดต้นทุนค่าไฟฟ้า และลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และมีระยะเวลาคืนทุนภายในเวลา ๒ – ๕  ปี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาด้านการประหยัดพลังงาน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ สังคม ประชาชนและผู้ประกอบการ ด้านความมั่นคงด้านพลังงาน

‘นิด้าโพล’ เผยผลสำรวจ คะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ปชช. เชียร์ ‘พีระพันธุ์’ เพราะมีความน่าเชื่อถือ ‘ซื่อสัตย์-สุจริต’

(30 มิ.ย.67) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง ‘การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2567’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 14-18 มิถุนายน 2567 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
กระจายทุกภูมิภาคระดับการศึกษาอาชีพ และรายได้ทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น จำนวน 2,000 หน่วยตัวอย่างเกี่ยวกับคะแนนนิยมทางการเมือง

การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ ‘นิด้าโพล’ สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึง บุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวัน นี้พบว่าอันดับ 1 ร้อยละ 45.50 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ ชื่นชอบอุดมการณ์ทางการเมืองมีความรู้ และความสามารถรอบด้าน

อันดับ 2 ร้อยละ 20.55ระบุว่ายังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

อันดับ 3ร้อยละ 12.85 ระบุว่าเป็น นายเศรษฐา ทวีสิน(พรรคเพื่อไทย) เพราะ มีความเป็นผู้นำกล้าตัดสินใจ และมีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาของประเทศ

อันดับ 4ร้อยละ 6.85 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) เพราะ มีภาพลักษณ์ที่ดี มีความน่าเชื่อถือ การทำงานมีความซื่อสัตย์  สุจริต

อันดับ 5 ร้อยละ 4.85 ระบุว่าเป็น นางสาวแพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์ ) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะ มีวิสัยทัศน์  มีความเป็นผู้นำ และมีความรู้ ความเข้าในปัญหาหาของประเทศ

อันดับ 6 ร้อยละ 3.40 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะ เป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ด้านการบริหารที่โดดเด่น และมีความน่าเชื่อถือ

อันดับ 7 ร้อยละ 2.05 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะ มีประสบการณ์ทำงานด้านการบริหาร เข้าถึงประชาชน และชื่นชอบนโยบายที่ผ่านมา

ร้อยละ 3.40 ระบุอื่น ๆ ได้แก่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) นายเฉลิมชัยศรีอ่อน (พรรคประชาธิปัตย์ นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นายชัยธวัช ตุลาธน (พรรคก้าวไกล) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์ ) นายวันมูหะมัดนอร์  มะทำ (พรรคประชาชาติ) พลตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนา) นายวิโรจน์  ลักขณาอดิศร 
(พรรคก้าวไกล) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์  เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย)

และร้อยละ 0.55 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เชียงใหม่-พุทธศาสนิกชนภาคเหนือ ร่วมพลังบุญผ้าป่าทองคำ สร้างปลียอดพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร เชิญร่วมพิธียกยอดทองคำ เสาร์ 20 ก.ค.67 เวลา 1100 น.เป็นต้นไป

พิธีทอดผ้าป่าทองคำ สร้างปลียอดทองคำ ส่วนท้ายสุด พระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนครในวันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2567 เวลา 09.00 น. 

นายนิรัตน์  พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย พลเอกเอกชัย หาญพูนวิทยา ประธานที่ปรึกษามูลนิธิพุทธภูมิธรรม อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม พลตรีฉัตรไชย ประจุศิลป เลขานุการมูลนิธิพุทธภูมิธรรม

โดยได้รับเมตตาจาก พระครูกิตติธรรมนิวิฐ รองเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร  ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร  พระครูสุจิตรัตนาทร เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล พระครูสกลวรานุกิจ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร คณะสงฆ์ คณะผู้มีจิตศรัทธาและประชาชน ร่วมพิธี ทอดผ้าป่าถวายเงินปัจจัยและทองคำแท้ ณ บริเวณศาลาอเนกประสงค์ วัดชัยมงคล ตำบลข้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่  

ด้วยพระธาตุเชิงชุม เป็นศาสนสถานสำคัญของชาติ ประดิษฐานอยู่เมืองสกลนคร เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิก ชนสองฝั่งโขง และประชาชนคนไทยทั่วประเทศ โดยกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียน เป็นโบราณสถาน ตามราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 8 มีนาคม 2478 โดยอดีตเจ้าอาวาสวัด จนมาถึงสมัยของพระเทพสิทธิโสภณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ได้ดำเนินการทำนุบำรุงรักษาองค์พระธาตุเชิงชุมมาโดยลำดับ ในปีพุทธศักราช 2564 คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดสกลนคร พร้อมทั้งผู้มีจิตศรัทธา ทั้งในและนอกประเทศร่วมกันสละทรัพย์จัดซื้อทองคำ 96.5 เปอร์เซ็นต์ เพื่อหุ้มทองคำยอดองค์พระธาตุเชิงชุม นับตั้งแต่บัวเชิงกลุ่มเรือนยอดส่วนบนไปจรดกรวยทองคำสวมยอดปสี โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนประกอบด้วย

ส่วนที่ 1 ตั้งแต่ปล้องไฉนไปจรดกรวยทองคำสวมปลียอดรวมยอดฉัตร จำนวน 971.26 บาทหรือ 14.806 กิโลกรัม ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2564 

ส่วนที่ 2 ตั้งแต่บัวคว่ำฐานรองป้องไฉนไปจรดปล้องไฉน จำนวน 585.93 บาท หรือ 8.932 กิโลกรัม ดำเนินแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2565 

ส่วนที่ 3 ตั้งแต่บัวเชิงไปจรดบัวคว่ำฐานรองปล้องไฉน ซึ่งมีขนาดสูง 213 เชนติเมตร ฐานกว้าง 49 เซนติมตร ยอดกว้าง 40 เชนติเมตร ใช้ทองคำ จำนวน 520 บาท หรือ 8 กิโลกรัม โดยจะใช้วิธีอิเล็กโตรฟอร์มมิ่ง(Electroforming Technique) ซึ่งเป็นส่วนท้ายสุดที่ยังคงค้างอยู่ให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์และอยู่ในระหว่างการดำเนินการรวบรวมทองคำ และยังขาดทองคำอีกจำนวน 30 บาท

ทั้งนี้จังหวัดสกลนคร ได้มีประกาศ แต่งตั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการหุ้มทอง ส่วนปลียอดพระธาตุเชิงชุม (ส่วนที่ 3) ให้แล้วเสร็จ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนม พรรษา 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 

คณะสงฆ์วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร คณะสงฆ์จังหวัดสกลนคร พุทธศาสนิกชนและมีจิตศรัทธาทั่วประเทศร่วมกับ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม จึงได้กำหนดดำเนินโครงการหุ้มทองคำยอดพระธาตุเชิงชุม (ส่วนที่3) และได้พิจารณาให้บริษัท โกลด์ อินโนเวชั่นจำกัด เป็นผู้ดำเนินการหุ้มทองคำฯ ซึ่งได้ดำเนินการขออนุญาตหุ้มทองคำส่วนปลียอดพระธาตุเชิงชุมครบถ้วนทั้ง 3 ส่วน จากกรมศิลปากรและได้รับการอนุญาตเรียบร้อยแล้ว 

โดยที่พุทธศาสนิก ประชาชนคนไทยทั่วประเทศ ประสงค์จะร่วมทำบุญ ให้ดำเนินการร่วมทำบุญกับวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหารได้โดยตรง และในการทอดผ้าป่า ณ วัดชัยมงคล ตำบลข้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ในครั้งนี้ เพื่อรวบรวมทองคำและปัจจัยเพื่อปิดยอดดำเนินการหุ้มทองคำปลียอดพระธาตุเชิงชุม (ส่วนที่ 3) 

โดยกำหนดวันที่จะสมโภชและยกยอดพระธาตุเชิงชุม (ส่วนที่ 3) ระหว่างวันที่ 18 - 20 กรกฎาคม 2567 ที่จะถึงนี้ จึงขอเรียนเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมพลังบุญพิธีดังกล่าว เป็นมงคลชีวิตสืบไป

นภาพร/เชียงใหม่

เชิญติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่ม เติมสอบถาม ได้ที่
Facebook : วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร
หรือ  Line Official Account : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม
Line ID : @bbdf
กด https://lin.ee/xKss3rn

“รมช.มท.เกรียง” มอบแนวทางกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีขยายตลาดไทย-เทศ สร้างเงินล้าน ปลุกศักยภาพกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนฯ รุกแพลตฟอร์มออนไลน์ - เผยรัฐบาลเตรียมยกระดับกองทุนฯ พัฒนาทักษะต้นน้ำจนปลายน้ำ

นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการมอบแนวทางการดำเนินงาน “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” พร้อมให้กำลังใจผู้เข้าร่วมโครงการการประชุมเชิงปฏิบัติการคัดเลือกโครงการตัวอย่าง ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งจัดโดยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โดยตั้งแต่ปี 2555 สมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีแนวคิดและนโยบาย ในเรื่องกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี อยากให้สตรีมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับสร้างงาน สร้างอาชีพ สามารถเสริมสร้างรายได้ให้กับครอบครัว จึงมีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีขึ้น ซึ่งในเริ่มแรก สตรีจะต้องรวมกลุ่มกัน กลุ่มละ 5 คน สามารถกู้ได้ 100,000 บาท ต่อมาในปี 2558 รัฐบาลในขณะนั้น ได้ย้ายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีมาสังกัดกระทรวงมหาดไทย โดยให้กรมการพัฒนาชุมชนเป็นผู้กำกับดูแล และปรับปรุงระเบียบ ให้สามารถรวมกลุ่มกันได้ 3 คน และกู้ได้ 200,000 บาท 

นายเกรียง ยังระบุด้วยว่า รัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้มีการปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และขยายโอกาสให้กับประชาชน โดยเพิ่มวงเงินกู้ในกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเพิ่มขึ้น และทำให้กองทุนใหญ่ขึ้นจากการกู้ 3 คน เป็น 5 คน เพื่อให้เกิดความยั่งยืน รัดกุม รวมถึงได้มีการฝึกอาชีพ

"ขอเป็นกำลังใจให้สตรีทุกท่านที่มาร่วมในการอบรมกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีพลังสตรีขับเคลื่อนประเทศในวันนี้ ท่านคือตัวอย่างของกลุ่มสตรี ที่ใช้เงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไปประกอบอาชีพจนประสบความสำเร็จ บรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ต้องการให้หญิงชายเท่าเทียมกัน หรือแม้กระทั่งกลุ่มหลากหลายทางเพศ กลุ่มเยาวชนสตรี ได้มีโอกาสในสังคม ร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ พวกเราต้องช่วยกันเป็นกระบอกเสียง เพื่อป่าวประกาศให้รู้ว่า กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ของพวกเรายังอยู่ เราเคยทำโครงการดีๆสำเร็จมาแล้ว ทั้งในอดีตและปัจจุบัน และจะทำต่อไปในอนาคต กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี คือโอกาสดีๆ ที่รัฐบาลพร้อมเปิดรับ และสามารถช่วยผู้หญิงอีกจำนวนมาก ให้ยืนบนลำแข้งตัวเอง และยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับผู้ชาย ให้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี สร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้พลังสตรี เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป” นายเกรียง กล่าว 

ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการสำนักกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ยังได้บรรยายให้ผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับทราบแนวทางการยกระดับกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พร้อมเสวนาให้ความรู้ “อนาคตของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” โดยนางวันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย, นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้แทนคณะร่างนโยบายกองทุนสตรีแห่งชาติ และนายอรรฆรัตน์ นิติพน หรือ “ก้อง อายุน้อยร้อยล้าน”

ทั้งนี้ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการคัดเลือกโครงการตัวอย่าง แก่ผู้ที่รวมกลุ่มดำเนินโครงการ นำเงินกองทุนฯ ไปต่อยอด จนประสบความสำเร็จแล้ว จังหวัดละ 3 โครงการ รวม 231 โครงการ มาร่วมประชุม อบรม และแข่งขันกัน เพื่อต่อยอดตลาดใหม่ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ผ่านการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ และหาอินฟลูเอ็นเซอร์ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งจะมีการตัดสินผลรางวัลในเดือนสิงหาคม โดยตัดสินจากยอดขาย ยอดการเข้าถึง (Engagement) รวมถึงการสร้างความประทับใจแก่กรรมการผู้ตัดสิน โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้ผู้ที่ประสบความสำเร็จ ไปขยายผลกับสมาชิกกองทุนในแต่ละจังหวัด และเพื่อสร้างการรับรู้ความสำเร็จ และเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และเพื่อให้กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี มีช่องทางการตลาดบนแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สามารถสร้างการรับรู้เป็นที่รู้จักของสาธารณชน รวมถึงสร้างการรับรู้ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีที่สามารถยกระดับสตรีได้จริง 

ทั้งนี้ ภายในการประชุมเชิงปฏิบัติการ ผู้เข้าร่วมอบรม จะได้รับความรู้ แนวคิด และขั้นตอนการปฏิบัติจากอินฟลูเอนเซอร์ ทั้ง “เล่าเรื่องอย่างไรให้มีราคา” โดยนางสาวลักขณา ปันวิชัย หรือ แขก คำผกา ผู้ประกาศ/ผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย, “ทำ Content อย่างไรให้ปัง” โดยนางสาวปัญจพร พันธเสน” บริษัท กุเลาทองแม่แป้น จำกัด, การบรรยายการใช้ Tik Tok สร้างยอดขายทะลุล้าน หรือ “Tik Tok Seller ทะลุล้าน” โดยก้อง อรรฆรัตน์ นิติพน หรือ ก้องอายุน้อยร้อยล้าน

นอกจากนั้น ผู้เข้าอบรมจะแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ (Work Shop) การพลิกโฉมสินค้าบ้าน ๆ เป็นของที่ทุกคนต้องมี โดยทีมวิทยากรจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์, แบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติการสร้างร้านค้าบน Tik Tok เป็นต้น

'ดร.เอ้' ชื่นชม!! 'ลิซ่า-ทีมงาน' ไม่เคยลืมความเป็นไทย ส่งต่อของดีของไทยสู่สายตาชาวโลก สร้างมูลค่าทาง ศก.มหาศาล

(30 มิ.ย.67) จากเฟซบุ๊กของ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ 'ดร.เอ้' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

ปรากฏการณ์ Rockstar จากน้อง Lisa และ กระแสเยาวราช fever สะท้อนอะไรถึงนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยวันนี้?

หลังจากน้องลิซ่าได้ปล่อย teaser รวมทั้ง MV ซิงเกิ้ลใหม่ตั้งแต่เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา กับยอด view สูงถึงเกือบ 32 ล้าน view เพียงในวันแรก จนทุก Platform ลุกเป็นไฟ

จนตอนนี้ไม่มีย่านไหนที่จะฮอตอยู่ใน spotlight ความสนใจของคนไทยและคนทั่วโลกเท่ากับ ’เยาวราช‘ พื้นที่เก่าแก่ ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจมหาศาลสำหรับเมืองไทยและคนกรุงเทพ 

ต้องชื่นชมความน่ารักของน้องลิซ่าและทีมงานที่ไม่เคยลืมเมืองไทย คนไทย เป็นตัวอย่างความกตัญญูของคนรุ่นใหม่ ที่ไม่เคยลืมถิ่นกำเนิด นำเสนอของดีของไทยในแบบของเธอเอง ซึ่งเข้าใจและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี 

ตั้งแต่ ปราสาทหินพนมรุ้ง ใน MV เพลง ‘La Lisa’ สวมผ้าซิ่น ‘ผ้าฝ้ายหมักโคลนย้อมคราม‘ จากอุดรธานี ไปทริปไหว้พระกับเพื่อนๆ ปรากฏการณ์ ‘ลูกชิ้นยืนกิน‘ ที่เธอพูดถึงในรายการ Woody show อีกทั้งโรตีสายไหม ร้านเจ้ไฝ และนมถุงหนองโพ ก็ได้เป็นไวรัล ที่ ‘เข้าใจจริง‘ และช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่คนไทยได้อย่างมหาศาล แบบประเมินค่าไม่ได้เลยทีเดียว

สิ่งเหล่านี้และครับที่ผมคิดว่าเราควรจะยกให้เธอเป็น ‘ผู้นำ Soft power ของแทร่‘ อย่างที่คนสมัยนี้เขาพูดกัน กับผลงานที่จับต้องได้ และเป็นประโยชน์กับคนไทย ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจไทยในระดับชาติ ซึ่งคนไทยน่าจะได้จากรัฐมากกว่าการไปร่วมเปิดงานกับชาวต่างชาติ ใส่ชุดที่ตัดจากผ้าไทย แล้วบอกว่านี่แหละคือ Soft power แล้ว?

ถ้าผู้ปกครองชุดปัจจุบันแค่จะมองให้ลึก เข้าใจให้จริงถึงสิ่งที่มีค่าของ ‘อัตลักษณ์แบบไทย‘ ที่สามารถโดนใจคนทั่วโลก และมีวิสัยทัศน์มากขึ้นอีกนิดที่จะวางนโยบายผลักดัน ’ของดีของไทย’ ให้ไปสู่สายตาคนทั่วโลก และวางนโยบายที่ส่งต่อสิ่งเหล่านี้ให้ขับเคลื่อน สร้างกระแสเศรษฐกิจไทย มากกว่านโยบายที่แจกเงินประชาชนแล้วก็จบไป ประเทศไทยเราคงไปได้ไกลกว่านี้แน่นอน

เพราะผมเชื่อเหลือเกินในศักยภาพคนไทย ถ้าตั้งใจ ทำจริงแล้วละก็ ไม่มีแพ้ชาติใดในโลก ยังมีคนไทยเก่งๆ แบบนี้อีกเยอะ มาช่วยกันรวมพลัง สร้างคลื่นคนไทยแบบ ‘T-Wave คลื่นลูกใหม่ ไทยนิยม‘ ให้ไปสะเทือนเวทีโลกกันได้อีกแน่นอน ซึ่งจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจไทย ด้วยการเริ่มใส่ใจกับการพัฒนาศักยภาพ และการศึกษาของคนไทยตั้งแต่วันนี้ครับ

ผมเองอาจสามารถเรียกได้ว่า เป็นแฟนเพลงตัวจริงของน้องลิซ่า แต่ก็แอบชื่นชมผลงานอยู่ไกลๆ รวมทั้งยังขอเป็นติ่งน้อยๆ ของคนไทยที่ร่วมภาคภูมิใจที่เธอไปเขย่าเวทีโลก ให้ต่างประเทศต้องจับตามองและติดตามศิลปินหญิงคนหนึ่งจากประเทศเล็กๆ ที่ชื่อว่า ‘ประเทศไทย’ ขอบคุณที่เป็นตัวอย่างดีๆ ของคนรุ่นใหม่ และพี่เอ้เองด้วยนะครับ

ว่าแล้ว จะชวนทีมงานน้องๆ พรรคประชาธิปัตย์ไปหาของอร่อยกินที่เยาวราชตามรอย Rockstar กันดีกว่า มีเพื่อนๆ พี่ๆ ท่านไหนสนใจไปด้วยกันไหมครับ? :)

'อิหร่าน' ดีเดย์ 5 ก.ค.นี้ ชวนประชาชนเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบที่สอง หลังผู้สมัครชิงตำแหน่งทั้งสี่ ไม่มีผู้ได้รับคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่ง (50%) 

สถานทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ณ กรุงเทพมหานคร แจ้งว่า เนื่องจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งสี่ ไม่มีผู้ใดได้รับคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่ง (50%) 

ดังนั้น สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน จึงจัดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบที่สองในวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม โดยเป็นการเลือกจากผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุดใน 2 ลำดับแรกในรอบที่ผ่านมา ซึ่งได้แก่ นาย Saeed Jalili (38.6%) และ นาย Masoud Pezeshkian (42.5%)

***ทั้งนี้ในส่วนของชาวอิหร่านที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ทางสถานทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ณ กรุงเทพมหานคร ยังคงทำหน้าที่เป็นหน่วยเลือกตั้งสำหรับชาวอิหร่านในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่งในวันศุกร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 เวลา 08.00 ถึง 18.00 น . 

สถานทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ณ กรุงเทพมหานคร จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวอิหร่านในประเทศไทยได้ออกมาใช้สิทธิของท่านอีกครั้งหนึ่ง

'พี่บัวขาว-น้องลิซ่า' สองขุนพลแห่งสยามยุคใหม่ ผู้พา 'ศิลปะ' และ 'ความเป็นไทย' สู่สายตาชาวโลก

(29 มิ.ย.67) เพจ 'Bangkok I Love You' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

วินาทีนี้บุคคล 2 คนที่คนไทยและชาวโลกรู้จักคงไม่พ้น พี่บัวขาว สุดยอดนักมวยไทยแชมป์เวทีมวยระดับโลกหลายสมัย และน้องลิซ่า ดาวค้างฟ้าที่ทำสถิติใหม่แทบจะตลอดเวลา 

แต่ สิ่งหนึ่งที่ทุกคน พูดเป็นเสียงเดียวกันก็คือ สองคนนี้ คือ ตัวแทนของประเทศไทย ที่นำศิลปะและ ความเป็นไทย ออกไปเผยแพร่ให้โลกเห็น จึงนับได้ว่า สองคนนี้เป็นแม่ทัพ ของ Soft Power ประเทศไทย ตัวจริง 

ทว่า กว่าจะมาถึงจุดนี้ ทั้งสองคนก็ผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างหนัก ซึ่งเป็นแบบอย่างให้กับ ทุกๆ คน กับคำว่า ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น

ประโยคที่ว่า คนไทยไม่แพ้ใครในโลก เป็นจริงได้เสมอและในโลกปัจจุบัน ที่ ทุกคนสามารถเข้าถึง ศิลปะวิทยาการ ได้อย่างเต็มที่ ก็หวังว่าจะมี คนเก่งๆ มาเสริมทัพ ที่บัวขาว และน้องลิซ่า อีกมากๆ เพื่อให้ชื่อเสียงของประเทศไทยขจรกระจายไปทั่วโลก นะครับ

‘ฮอนด้า’ ยกระดับ ความสปอร์ตพรีเมี่ยม ให้ ‘Accord e:HEV’ ด้วยชุดแต่ง ‘MUGEN’ พร้อมตอกย้ำความแรง ที่เร้าใจด้วย ‘Civic Type R’ มาชมกันได้ที่งาน ‘Auto Salon’

เมื่อเร็วๆ นี้ ‘บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด’ จัดแสดงรถยนต์หลากหลายรุ่นในงาน Bangkok Auto Salon 2024 นำโดย New Honda Accord e:HEV (ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่) ที่มาพร้อมล้ออัลลอย MUGEN และชุดแต่งพิเศษยกระดับความสปอร์ตพรีเมี่ยมยิ่งขึ้น

New Honda Accord e:HEV (ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่) รุ่น e:HEV E มาพร้อมไฮไลต์ล้ออัลลอย MUGEN รุ่น MDC ขนาด 19×8.5 +45 สี Flat Black Mirror สไตล์ทูโทน และตกแต่งรอบคันด้วยชุดแต่งพิเศษ เพื่อโชว์ไอเดียอัพลุคความสปอร์ตพรีเมี่ยมให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ตัวถังภายนอกมาพร้อมสติกเกอร์หุ้มรถสีเทาเงิน เมทัลลิกแบบด้าน และสติ๊กเกอร์ตกแต่งหลังคาสีดำแบบด้าน พร้อมด้วยสเกิร์ตรอบคันสีเดียวกับตัวรถ ได้แก่ สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง ปลายท่อไอเสียคู่แบบสปอร์ต ตลอดจนยาง MICHELIN Pilot Sport 5 ขนาด 235/40/R19 พร้อมเปลี่ยนชุดแดมเปอร์ (Damper) ที่ลงตัวกับลุคสปอร์ตเท่ของ พรีเมี่ยม แฟลกชิป ซีดาน (ตกแต่งเพื่อการจัดแสดง ไม่มีการจำหน่าย)

Honda HR-V e:HEV (ฮอนด้า เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี) รุ่น e:HEV EL กับชุดแต่ง MUGEN รอบคัน ยกระดับความแกร่งสไตล์สปอร์ตในแนวคิด Sporty Energize with Aggressive Styling จัดเต็มรอบคัน ทั้งภายนอก และภายใน ผสานความไดนามิก และสปอร์ตแกร่งไว้อย่างลงตัว อาทิ ล้อ MUGEN รุ่น MF10 ขนาด 17×7.5 +52 สี Bronze Anodize ยาง Yokohama ADVAN NEOVA AD09 ขนาด 234/45/R17, สเกิร์ตรอบคัน, ชุดตกแต่งกันชนหลัง, ชุดตกแต่งกระจังหน้า-ไฟหน้า, ด้านท้าย ดึงดูดสายตาด้วยสปอยเลอร์หลัง (แบบ Wing) และ สปอยเลอร์หลังแบบคาดเอว (Tailgate) พร้อมปลายท่อไอเสียทรงสปอร์ต

ส่วนภายในมาพร้อมพรมปูพื้นห้องโดยสาร และห้องบรรทุกสัมภาระ สีแดงสไตล์สปอร์ต โดยชุดหุ้มเบาะหนังเพิ่มความเท่ด้วยโทนสีดำสปอร์ตเดินด้ายสีแดง ปักลายแถบสี SHINDEN GO อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมโลโก้ MUGEN บนพนักพิงศีรษะ (ตกแต่งเพื่อการจัดแสดง ไม่มีการจำหน่าย)

Honda Civic Type R (ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์) ที่สุดแห่งยนตรกรรมสปอร์ตระดับตำนาน ซึ่งนำมาจัดแสดงภายในงาน พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ ทั้งในงาน และผ่านทาง www.honda.co.th/civictyper รวมทั้งที่โชว์รูมฮอนด้า ศรีอยุธยา 

รถคันนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตเฉพาะตัวทั้งภายนอก และภายใน มอบการขับขี่ที่สนุก แรง เร้าใจสไตล์สปอร์ต กับขุมพลังเครื่องยนต์ Direct Injection DOHC VTEC TURBO ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว มอบกำลังสูงสุด 320 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร

ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING และเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อันล้ำสมัยอื่นๆ โดยมีสีภายนอกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีดำ คริสตัล (มุก), สีเทา โซนิค (มุก), สีแดง แรลลี่, สีขาว แชมเปียนชิป และสีน้ำเงิน เรซซิง (มุก) ด้วยราคาจำหน่าย 3,990,000 บาท

ผู้ที่สนใจสามารถมาสัมผัสยานยนต์ ‘ฮอนด้า’ ได้ที่ งาน Bangkok Auto Salon 2024 และที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ 

ทรภ.1 ให้ เรือหลวงกระบุรี ลาดตระเวนและเยี่ยมชมแท่นผลิตปิโตรเลียมมโนราห์ กลางอ่าวไทย

ระหว่าง 26 - 28 มิถุนายน 2567 พลเรือโท สุระศักดิ์ สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ผบ.ทรภ.1) สั่งการให้เรือหลวงกระบุรี ออกลาดตระเวนและสนับสนุน ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1(ศรชล.ภาค 1) ในการตรวจสอบการทำประมงผิดกฎหมายและเรือประมงต่างชาติลักลอบทำการประมงในน่านน้ำและเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทย กับตรวจสอบคุ้มครองแท่นผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่รับผิดชอบ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับสถานที่ผลิตปิโตรเลียมในทะเล

โดยในวันที่ 28 มิถุนายน 2567 เรือหลวงกระบุรี ได้รับการต้อนรับและอนุญาตให้กำลังพล ขึ้นเยี่ยมชมการดำเนินการควบคุมในการผลิตปิโตรเลียมของแท่นขุดเจาะมโนราห์ กลางอ่าวไทย ซึ่งทำให้กำลังพลของกองทัพเรือ ได้รับความรู้ความเข้าใจและความสำคัญของแท่นผลิต ในการนำผลประโยชน์ของชาติที่มีอยู่ในทะเลมาสู่ประชาชน ทั้งทางตรงและทางอ้อม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินหน้าปราบปรามจับกุม พนันออนไลน์และออนไซต์ ช่วงแข่งขันฟุตบอลยูโร ตั้งแต่เริ่มแข่งขันจับกุมผู้ต้องหาแล้วกว่า 2,600 คน

วันนี้ (29 มิถุนายน 2567) พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 ในห้วงการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 17 หรือฟุตบอลยูโร 2024 ระหว่างในวันที่ 14 มิถุนายน ถึง 14 กรกฎาคม 2567 ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทั้งออนไลน์และออนไซต์

ผลการจับกุมการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร ปี 2024 ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 21-27 มิถุนายน 2567 แบ่งเป็น
1. การจับกุมการพนันออนไซต์ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 784 คน แบ่งเป็น เจ้ามือ 3 คน , ผู้เล่น 769 คน , คนเดินโพย 12 คน เงินหมุนเวียน 117,440 บาท 
2. การจับกุมการพนันออนไลน์ สามารถจับกุมได้ 80 เว็บไซต์ ผู้ต้องหารวม 265 คน แบ่งเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน 35 คน , ผู้เล่น 230 คน เงินหมุนเวียนในระบบกว่า 400 ล้านบาท

ภาพรวมสถิติการจับกุมการพนันออนไลน์และออนไซต์ ตั้งแต่เปิดศูนย์ฯ วันที่ 14-27 มิถุนายน 2567 มีผลการจับกุมผู้ต้องหา รวม 2,626 คนแบ่งเป็น
1. การจับกุมการพนันออนไซต์ 2,113 คน แบ่งเป็น เจ้ามือ 39 คน , ผู้เล่น 2,052 คน , คนเดินโพย 22 คน เงินหมุนเวียน 339754 บาท 
2. การจับกุมพนันออนไลน์ 142 เว็บไซต์ ผู้ต้องหารวม 513 คน แบ่งเป็น ผู้จัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ 63 คน , ผู้เล่น 450 คน เงินหมุนเวียนกว่า 1,800 ล้านบาท 

พล.ต.ท.อัคราเดชฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยังคงเดินหน้าอย่างเข้มข้นในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนันฟุตบอล  พร้อมฝากเตือนผู้ประกอบการร้านค้าหรือสถานบริการต่างๆ ที่มีการเปิดให้ชมการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 ขอให้ปิดสถานบริการตามเวลาที่กฎหมายกำหนด หากฝ่าฝืนจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินสาย คาราวานป่อเต็กตึ๊ง ปันความสุข ให้ชุมชน ครั้งที่ 5 นำอาสาสมัครศิลปิน และของรางวัลกว่าร้อยรายการ มอบความสุขให้ชุมชนชาวเขตบางกอกน้อย ณ โรงเรียนวัดอมรินทราราม เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ

วันนี้ (วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2567) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ โชคภิรมย์วงศา กรรมการปฏิคม จัด “คาราวานป่อเต็กตึ๊ง ปันความสุข ให้ชุมชน” ครั้งที่ 5 ยกทัพอาสาสมัครศิลปิน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายศรสุทธา กลั่นมาลี (ถั่วแระ เชิญยิ้ม) นางสาวอธิชา เทศขำ (เมย์-อธิชา) นางสาวกวินณดา พรพิชยานุรักษ์ (เรย์) นางสาวกฤษณา แซ่โค้ว (กุง) นายขวัญใจ ไมตรี (เคน) และอาสาสมัครศิลปินอีกหลายท่าน มอบความสุข พร้อมจัดกิจกรรมแจกของขวัญ และของรางวัลสุดพิเศษกว่า 100 รายการ 

พร้อมจัดบริการด้านการแพทย์ฟรีจากหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กิจกรรมนันทนาการจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยงานในเครือ ได้แก่ โรงพยาบาลหัวเฉียว และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ อาทิ กิจกรรม ตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกจ่ายยา ตรวจและแจกแว่นสายตา ตัดผม การเจาะเลือด เพื่อตรวจการทำงานของตับ ไต ไขมันในเส้นเลือด น้ำตาลในเลือด เก๊าท์ และมะเร็งเต้านมเบื้องต้น ฯลฯ รวมทั้งจัดบูธแจกจ่ายอาหาร เครื่องดื่มและขนม ให้กับประชาชนภายในเขตบางกอกน้อย โดยมี นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย  ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ  จิตอาสา อาสาสมัครมูลนิธิฯ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชนร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ณ โรงเรียนวัดอมรินทราราม เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ

ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา  เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ต่อไป

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

‘รัดเกล้า’ เผย ‘เศรษฐา’ เตรียมนำทีม ครม. สวมเสื้อผ้าไหมมัดหมี่ ประชุมที่โคราช ชี้!! นี่คือ ‘ของดีปักธงชัย’ ลวดลายเรียบง่าย แต่แฝงด้วยความประณีตสวยงาม

(29 มิ.ย. 67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมนำทีมคณะรัฐมนตรีสวมใส่ ผ้าไหมพื้นเรียบสีทองและผ้าไหมมัดหมี่หางกระรอกประยุกต์สีทอง ร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 4/2567 หรือครม. สัญจร ที่จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 1-2 กรกฎาคม 2567 นี้

โดยจังหวัดนครราชสีมา มีนโยบายในการพัฒนาและส่งเสริมให้ใช้ผ้าลายเอกลักษณ์ ประจำจังหวัดนครราชสีมา จึงได้จัดประชุมระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อค้นหาภูมิปัญญาผ้าทอพื้นถิ่นของจังหวัดนครราชสีมา ที่สามารถสื่อถึงเอกลักษณ์ของจังหวัด จนมีมติให้ ‘ผ้าหางกระรอก’ เป็นผ้าเอกลักษณ์ ประจำจังหวัดนครราชสีมา

โดยผ้าไหมพื้นเรียบสีทองและผ้าไหมมัดหมี่หางกระรอกประยุกต์สีทอง ทอโดยอำเภอปักธงชัย สำหรับให้คณะรัฐมนตรีสวมใส่ ส่วนผ้าไหมมัดหมี่หางกระรอก สีชมพูกะปิ สำหรับผู้เข้าร่วมประชุม ครม. สวมใส่ ทอโดยกลุ่มทอผ้าไหมบ้านแฝกโนนสาราญ อำเภอสีดา

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทั้งนี้ ลายหางกระรอก เป็นลวดลายเรียบง่าย แต่แฝงด้วยความประณีตและงดงาม ใช้เทคนิคการทอผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าไท คือ ‘การควบเส้น’ ที่นำเส้นพุ่งพิเศษ 2 เส้น 2 สี มาตีเกลียวควบเข้าด้วยกัน ให้เป็นเส้นเดียว ที่เรียกว่า เส้นลูกลาย หรือเส้นหางกระรอก

ทอด้วยความชำนาญของแต่ละพื้นที่ ผ้าที่ได้จะมีลักษณะลวดลายเล็ก ๆ ในตัวมีสีเหลือบมันวาวระยับดูคล้ายเส้นขนของหางกระรอก ตามคำขวัญเดิมของจังหวัดที่ว่า ‘นกเขาคารม อ้อยคันร่ม ส้มขี้ม้า ผ้าหางกระรอกดอกสายทอง แมวสีสวาท’

นอกจากนี้ในเย็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ช่วงงานเลี้ยงรับรอง นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะร่วมสวมใส่เสื้อแขนสั้นลำลองลายโคราชโมโนแกรม (KORAT Monogram) ที่ถือเป็น 1 ใน soft power ของจังหวัด

ซึ่งลวดลายโคราชโมโนแกรมนี้สื่อถึงจังหวัดนครราชสีมา โดยมีรูปแมวโคราช (Korat Cat) สัตว์ประจำจังหวัดนครราชสีมา ส่วนรูปด้านบนของแปลนผังพื้นอนุสาวรีย์ย่าโม หันทางทิศตะวันตก (On the Top) ผัดหมี่โคราช (Recommended Menu) ปราสาทหินพิมาย (Ancient) ประตูชุมพล (Twain) และดอกสาธร ดอกไม้ประจำจังหวัด

ประกอบรวมกันเป็นคำว่า โคราช ในภาษาอังกฤษ (KORAT) ซึ่งประชาชนที่สนใจสามารถเข้าไปชมลวดลาย KORAT Monogram ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก KORAT Monogram ได้ทีนี่ https://www.facebook.com/koratmonogram นางรัดเกล้า กล่าว

‘อ.สันติ’ ยกเคส ‘ลิซ่า ลลิษา มโนบาล’ กับความดังระดับโลก เป็นกรณีศึกษา นี่คือ!! Soft Power ที่มาจาก ‘ความพากเพียร-อุตสาหะ-มุมานะ-มีวินัย’

(29 มิ.ย. 67) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สันติ กีระนันทน์ เลขานุการคณะที่ปรึกษาว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘ลิซ่า ลลิษา มโนบาล’ โดยได้ยกเป็นกรณีศึกษา ซึ่งได้ระบุว่า

กรณีศึกษาของ Lisa สอนอะไรผมบ้าง

ถ้าจะไม่เขียนถึง Lisa หรือคุณลลิษา มโนบาล ก็ดูจะตก trend ไป เมื่อไปเปิดดู YT เพลง ROCKSTAR ก็จะเห็นยอดพุ่งไป 32 ล้านวิวแล้ว

ผมไม่ได้ติดตามคุณลลิษามาตั้งแต่ต้น ก็คงเป็นเพราะวัยของผมและความชอบส่วนตัวของผม ไม่ได้ชอบดนตรีแนว K-Pop และแม้คุณลลิษาจะไม่ได้อยู่ค่าย YG แล้ว คงเปลี่ยนแนวดนตรีไป ก็คงจะยังไม่ใช่จริตของผมอีกเช่นกัน แต่คุณลลิษาเป็นระดับ world superstar ก็คงจะมีผลงานดีเลิศระดับ world class อย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่รสนิยมชมชอบดนตรีของแต่ละบุคคลก็ย่อมแตกต่างกันไป

ผมนิยมชมชอบคุณลลิษา ไม่ใช่เพราะความดังของเธอ แต่เป็นเพราะความน่ารัก และในหลาย ๆ ความเคลื่อนไหวของเธอ แม้จะเต็มไปด้วยพลังอำนาจดึงดูดผู้คน แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็เต็มไปด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน มีมารยาทที่ผมไม่อยากจะเรียกว่ามารยาทแบบไทย ๆ แต่เธอมีมารยาทที่เป็นที่ยอมรับและน่ารักในระดับสากล ... ไม่น่าแปลกใจว่าไม่เพียงชาวไทยเท่านั้น แต่ชาวโลกก็ล้วนแต่รักเธอ เพราะเธอมีคุณสมบัติที่เพียบพร้อม

ความเพียบพร้อมนั้น ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ไม่ได้มาเพราะชาติตระกูล ไม่ได้มาเพราะความร่ำรวยในระดับมหาเศรษฐี แต่เป็นเพราะความอุตสาหะ ความพากเพียร ความมุมานะ ความมีวินัย คุณลลิษาได้สะสมทักษะ สะสมความงาม สะสมความน่ารัก ด้วยความอุตสาหะมาตลอดชีวิตของเธอ ดังนั้น ความสำเร็จที่เธอได้รับในขณะนี้ ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามาจากความเพียรพยายามอย่างไม่ย่อท้อของเธอ

คนจำนวนมากพูดถึง soft power แต่เธอแสดงให้เห็นว่า soft power ของเธอนั้นไม่ได้เกิดจากการประชาสัมพันธ์หรือโฆษณาแบบผิวเผิน แต่มันเต็มไปด้วยความสามารถ 'ดึงดูด' ให้คน 'สมัครใจ'

เกิดความ 'รัก' ในตัวเธอและผลงานรวมไปถึงทุกอย่างที่เป็นเธอ

ผมอยากจะเขียนอะไรมากกว่านี้ แต่ไม่อยากพาดพิงถึงคนที่มีแต่ 'เปลือก' และพยายามจะสร้าง soft power แบบไม่เข้าใจ คิดว่าการประชาสัมพันธ์หรือโฆษณาแบบผิวเผิน ก็จะสามารถนำสิ่งดี ๆ ของประเทศไทยไปเป็น soft power ได้ ... ความคิดที่เป็นระบบ การส่งเสริมที่ทำอย่างเป็นธรรมชาติแบบคำนึงถึงองค์รวม การดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หวังให้เกิดผลแบบปัจจุบันทันด่วน ฯลฯ จึงจะทำให้ Thai attribute กลายเป็น soft power ได้ ซึ่งอันที่จริงหลายอย่างก็เป็นอยู่แล้ว เพียงแต่ความไร้สติปัญญาทำให้ไม่เห็นสิ่งเหล่านั้น

หยุดอ้างทุกเรื่องเพื่อเศรษฐกิจ หยุดคิดแบบเช้าชามเย็นชาม หยุดทำแบบหาเช้ากินค่ำ แต่ต้องมี 'สติปัญญา' เป็นฐานเบื้องต้นในการพัฒนาทุกสิ่งทุกอย่าง

ความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันที่ดี บนฐานความรู้และคุณธรรม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้พระราชทานไว้ให้พลเมืองของโลกนี้ เป็นหลักในการทำงานทุกเรื่องที่จะทำให้เกิดผลที่ดีทั้งในระยะสั้น กลาง ยาว ... ย้ำว่า "ฐานความรู้และคุณธรรม" เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะนำไปสู่ผลสำเร็จ ซึ่งหมายถึงประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ประโยชน์ของคนเพียงบางคนบางกลุ่มเท่านั้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top