Thursday, 9 July 2026
NEWS

"ศักดิ์สยาม" เดินหน้า Kick off อนุญาตให้รถวิ่งได้ 120 กม./ชม. เปิดเส้นทางต้นแบบ “ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 ช่วงบางปะอิน – ต่างระดับอ่างทอง”

วันที่ 1 เมษายน 2564 บริเวณ หมวดทางหลวงบางปะอิน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธี “เริ่มต้นใช้ความเร็ว 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (ช่วงหมวดทางหลวงบางปะอิน-ทางต่างระดับอ่างทอง)” ร่วมด้วยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง โดยมี นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม องค์กรปกครองท้องถิ่น และสื่อมวลชนร่วมงาน

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง

ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายการปรับเพิ่มอัตราความเร็วของรถยนต์ จากความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นความเร็วไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เฉพาะถนนที่ได้มาตรฐานตามที่กฎกระทรวงกำหนด มีช่องจราจรตั้งแต่ 4 ช่องขึ้นไป ไม่มีจุดกลับรถระดับราบ มีเกาะกลางถนนแบบกำแพงกั้น และมีความปลอดภัยด้านวิศวกรรมสูง โดยที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้เตรียมการนโยบายนี้มาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นผลสำเร็จ และประกาศกฎกระทรวงกำหนดอัตราความเร็วฉบับใหม่ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา

โดยเส้นทางแรกที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการใช้ความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คือ ทางหลวงหมายเลข 32 หรือถนนสายเอเชีย ช่วงหมวดทางหลวงบางปะอิน ถึง ทางต่างระดับอ่างทอง เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ใช้อัตราความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ที่สำคัญคือ มีความปลอดภัยสูง โดยกระทรวงคมนาคมยังได้สั่งการและเน้นย้ำให้กรมทางหลวงปรับปรุงเพิ่มมาตรฐานทางกายภาพให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ได้แก่ เสริมการก่อสร้างอุปกรณ์ป้องกันด้านข้างทาง (Concrete Barrier) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงเนื่องจากการเสียหลักตกเกาะกลาง ปรับปรุงจุดกลับรถระดับราบ เพื่อลดการตัดกันของกระแสจราจร ติดตั้งป้ายจราจรและป้ายเปลี่ยนข้อความได้เพื่อสื่อสารการใช้ความเร็วที่เหมาะสมในแต่ละช่องจราจร รวมทั้งติดตั้งแถบเตือน Rumble Strips เพื่อแจ้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดการเข้าเขตควบคุมความเร็ว โดยเส้นทางนี้ ถือเป็น “ต้นแบบ” ของทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงชนบท 

โดยกรมทางหลวงมีแผนจะประกาศใช้สายทางในระยะที่ 2 ภายในเดือนสิงหาคม 2564 นี้ ครอบคลุมเส้นทางในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ระยะทางประมาณ 260 กิโลเมตร เช่น ทางหลวงหมายเลข 32 ช่วง อ่างทอง - สิงห์บุรี ทางหลวงหมายเลข 1 ช่วงหางน้ำหนองแขม - นครสวรรค์ ทางหลวงหมายเลข 2 ตอนบ่อทาง-มอจะบก และทางหลวงหมายเลข 4 ช่วง เขาวัง-สระพระ เป็นต้น พร้อมทั้งดำเนินการต่อเนื่องเพิ่มเติมบนทางหลวงสายหลัก เช่น ทางหลวงหมายเลข 1 พหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 2 มิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข 24 สีคิ้ว-อุบลราชธานี ทางหลวงหมายเลข 340 บางบัวทอง -สุพรรณบุรี  และทางหลวงหมายเลข 44 กระบี่-ขนอม อีกประมาณ 1,760 กิโลเมตร ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 เป็นต้นไป  

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมทางหลวงได้คัดเลือกเส้นทางนำร่อง คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 บางปะอิน - พยุหะคีรี (ช่วงอยุธยา – อ่างทอง) ระหว่าง กม. 4+100 ถึง กม. 50+000 ทั้งขาเข้าและขาออก ระยะทาง 45.9 กิโลเมตร แบ่งการใช้ความเร็วเป็น 3 ระดับ คือ ช่องซ้ายสุด ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช่องกลางไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยในช่องขวาขับขี่ไม่ต่ำกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อให้ผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วแตกต่างกันในเส้นทาง ใช้ทางสาธารณะร่วมกันได้อย่างสะดวกและปลอดภัย โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2564 เป็นเส้นทางแรก 

กรมทางหลวงยังได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องหมายจราจรต่าง ๆ  ในเส้นทางที่กำหนด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ทาง เช่น ติดตั้งสัญลักษณ์กำหนดความเร็วบนพื้นถนน รวมทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์ตรวจจับความเร็ว โดยผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถติดตามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Website กรมทางหลวง (www.doh.go.th) แฟนเพจกรมทางหลวง และ Call Center 1586

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวตอนท้ายว่า การกำหนดอัตราความเร็วรถเป็น 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนถนนสายเอเชียนั้น จะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดและปัญหาอุบัติเหตที่เกิดจากการชนท้ายหรือการเปลี่ยนช่องจราจร อันเนื่องมาจากรถวิ่งด้วยความเร็วที่แตกต่างปะปนกันไป ไม่เป็นระเบียบ อีกทั้งยังทำให้ถนนสายเอเชียในอนาคตจะไม่มีจุดกลับรถระดับราบ ส่งผลให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเดินทางได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และปลอดภัยตลอดเส้นทาง และขอให้พี่น้องประชาชนศึกษาข้อมูลเส้นทาง และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยลดปัญหาอุบัติเหตบนท้องถนนในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน 

 

ศิษย์เก่าวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อุ้ม ’ชัยวัฒน์’ ร้องนายกรัฐมนตรี ขอให้ ป.ป.ท. - ทส. ทบทวนปมปลดออกจากราชการ

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 64 สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวน 7 คน นำโดยนายพิพัฒน์ ชนินทยุทธวงศ์ นายกสมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องขอความเป็นธรรมให้ข้าราชการ ทั้งนี้กรณีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี - ประจวบคีรีขันธ์ ให้ปลดออกจากราชการตามมติการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)

ทั้งนี้ นายชัยวัฒน์ เป็นสมาชิกของสมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์ แล้วเป็นศิษย์เก่าวนศาสตร์ดีเด่นประจำปี 2553 จากผลงานการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอุตสาหะอันเป็นประโยชน์ต่อราชการหลายประการด้วยกัน สมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์ จึงขอความกรุณาได้โปรดพิจารณาและให้ความเป็นธรรม ดังนี้

1.) ให้สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ท.ทบทวนการปฏิบัติหน้าที่กรณีดังกล่าวนี้อีกครั้งหนึ่ง

2.) ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พิจารณาให้รอบคอบและเป็นไปตามระเบียบกฎหมายก่อนมีคำสั่งใดที่มีผลเสียหายต่อ นายชัยวัฒน์ ในกรณีนี้

อย่างไรก็ตาม หากได้รับความกรุณา จะเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ตลอดจนพนักงานพิทักษ์ป่ากว่า 20,000 นาย ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ และประชาชนสืบไป

ที่มา : https://www.posttoday.com/politic/news/649428


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

เมื่อสาวชาวอินโดนีเซีย วัยเพียง 25 ปี พกอาวุธปืน บุกสำนักงานตำรวจแห่งชาติในกรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย เล็งปืนกราดยิงไปที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำอยู่ในสำนักงานกว่า 6 นัด จนโกลาหลไปทั่ว

เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 มีนาคม เวลาประมาณบ่าย 4 โมงเย็น มีสาวอินโดนีเซียวัย 25 ปี ที่รายงานระบุเพียงชื่อว่าว่า ZA สวมชุดดำ ผ้าคลุมผมสีน้ำเงิน บุกเข้ามากราดยิงตำรวจถึงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใจกลางเมืองหลวง จนต้องถูกวิสามัญ มิหนำซ้ำ พบว่าเธอมาคนเดียว และตั้งใจที่จะก่อการร้ายฆ่าตัวตายด้วยตัวเอง

และเมื่อตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวก็พบว่า เธอได้โพสต์ข้อความอำลาครอบครัวลงในหน้าโซเชียลส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ก่อนก่อเหตุเพียง 1 วัน พร้อมกับธงสัญลักษณ์ ISIS (ไอซิส: สมาชิกนักรบจีฮัดของกลุ่มขบวนการรัฐอิสลาม) จึงเชื่อได้ว่า หญิงสาวผู้นี้ ได้รับอิทธิพลแนวคิดมาจากกลุ่มก่อการร้าย แต่จะอยู่ในเครือข่ายด้วยหรือไม่นั้น ทางอินโดนีเซียกำลังสืบสวนอยู่

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น หลังจากที่อินโดนีเซียเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายระเบิดถึง 2 ลูกที่โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ที่เมือง มาคัซซาร์ ในสุลาเวซีใต้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา โดยตั้งใจเลือกก่อการในวันนี้ เพราะทางโบสถ์มีกิจกรรมฉลองเทศกาลอีสเตอร์ ที่จะมีชาวคริสต์มาเข้าโบสถ์เป็นจำนวนมาก

โดยเหตุการณ์นี้มีผู้บาดเจ็บไม่น้อยกว่า 20 ราย ส่วนคนร้ายทั้ง 2 คนที่เป็นสามี ภรรยาที่เพิ่งจะแต่งงานกัน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งทางตำรวจอินโดนีเซียเชื่อว่าน่าจะเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงที่ชื่อว่า Jemaah Anshorut Daulah (JAD) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ประกาศตนสวามิภักดิ์กับกลุ่ม ISIS และเคยก่อเหตุลอบวางระเบิดฆ่าตัวตายครั้งใหญ่ในเมืองสุลาบายา เมื่อปี 2018 มาแล้ว ที่มีผู้เสียชีวิตมากถึง 28 คน

จากเหตุการณ์ดังกล่าว จนผ่านมาได้เพียง 3 วัน ก็มาเกิดเหตุระทึกขวัญถึงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่น่าจะมีเหตุจูงใจมาจากการกวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงที่ก่อเหตุในอินโดนีเซียถี่มากขึ้น และหลังจากเหตุการณ์ระเบิดฆ่าตัวตายในสุลาเวสี ก็จับกุมเครือข่ายกลุ่มหัวรุนแรงได้ถึง 13 คน รวมถึงประธานาธิบดี โจโค วิโดโด แห่งอินโดนิเซีย ก็ได้ออกมาประณามการก่อการร้าย และสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังสืบสวน จับกุมให้ถึงที่สุด

โดยคำกล่าวของประธานาธิบดีนั้น เกิดขึ้นก่อนการก่อเหตุฉายเดี่ยว ของสาวอินโดฯ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า อินโดนีเซียอาจต้องเตรียมตัว เตรียมใจระดับสูงสุดต่อการโจมตีของกลุ่มก่อการร้าย เครือข่าย ISIS ที่เริ่มปรากฏตัวขึ้นมาอีกแล้วในช่วงนี้

.

ที่มา: หรรสาระ By Jeans Aroonrat

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=273133974311828&id=104132041212023

.

อ้างอิง:

https://www.channelnewsasia.com/.../police-headquarters...

https://www.channelnewsasia.com/.../police-headquarters...

https://www.aljazeera.com/.../suspected-suicide-attack...

https://www.reuters.com/.../gunshots-heard-at-indonesian...


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร นายแพทย์อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร ได้แจ้งว่าประชาชนที่ต้องการรับบริการฉีดวัคซีนโควิด19 ที่โรงพยาบาลสมุทรสาครนั้น ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2564

จะเปิดฉีดที่ชั้น 7 โรงพยาบาลสมุทรสาครเป็นวันสุดท้าย และหลังจากนั้นจะย้ายจุดไปที่ชั้นล่าง บริเวณแลนด์มาร์ค มหาชัย โดยเริ่มวันแรกในวันที่ 5 เมษายน 2564

โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร เผยว่า เป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับประชาชนที่จะมาฉีดวัคซีน เพราะบริเวณจุดใหม่จะมีที่จอดรถกว้างขวางรองรับเพียงพอ และไม่ต้องเดินขึ้นไปถึงชั้น 7 แถมไม่ต้องไปปะปนกับคนไข้ที่มารักษาที่โรงพยาบาลด้วย ซึ่งก็น่าจะช่วยเพิ่มจำนวนประชาชนที่อยากมารับบริการฉีดวัคซีนให้มีมากขึ้น

สำหรับประชาชนที่ต้องการลงทะเบียนนั้น สามารถลงทะเบียนรอบใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 - 17 เมษายน 2564 และขอเน้นในกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัวก่อน ซึ่งวัคซีนซิโนแวคนั้น ได้ถูกส่งมาที่สมุทรสาคร อีก 100,000 โดส รองรับได้อีก 50,000 คน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญก็คือฝากบอกให้ประชาชนที่ต้องได้รับวัคซีนซิโนแวคเข็มที่ 2 นั้นมารับวัคซีนตามนัดตามวันและเวลาที่กำหนดไว้ อย่าให้เลยวันเวลา เพราะจะทำให้การฉีดนั้นสูญเปล่า ประสิทธิภาพของวัคซีนก็จะลดลงไม่เกิดผลดีต่อภูมิคุ้มกันโรคด้วย

.

ที่มา: https://www.naewna.com/local/563249


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

ญาติผู้ประกันตน จ.เพชรบุรี ขอบคุณ รมว.สุชาติ ช่วยเหลือสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ สำนักงานประกันสังคม ช่วยเหลือสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพและเงินทดแทนการขาดรายได้แก่ญาติผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพ ป่วยทางจิต ซึ่งเป็นชาวบ้านหมู่ที่ 3 ตำบลท่ายาง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 469,260 บาท

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีที่ ..อริสา รัตนาธิวัด ได้เข้ายื่นหนังสือเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 ขอรับการช่วยเหลือให้กับ นางสาวกัณธนพัฒน์ รอดไป ซึ่งเป็นพี่สาวของแฟนที่ป่วยทางจิตเป็นผู้ทุพพลภาพ เพื่อขอรับสิทธิประโยชน์กรณีทดแทน โดยได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรีแล้ว ซึ่งเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 ได้มอบหมายให้สำนักงานประกันสังคม โดย นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้ตรวจราชกรม สำนักงานประกันสังคม เป็นผู้แทนรับเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ นางสาวอริสา ได้เข้าขอบคุณ รมว.แรงงาน ที่ได้ให้ สปส.ดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า รัฐบาล ภายใต้การนำของ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของ พล..ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จึงได้มอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมเพชรบุรีดำเนินการประสานความช่วยเหลือสิทธิประโยชน์ทดแทนแก่ นางสาวกัณธนพัฒน์ รอดไป ผู้ทุพพลภาพที่ป่วยทางจิต

ซึ่งเป็นชาวบ้านหมู่ที่ 3 ตำบลท่ายาง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้

1) บำเหน็จชราภาพ จำนวน 46,417.48 บาท และผลประโยชน์ทดแทน

2) เงินทดแทนการขาดรายได้จากกรณีทุพพลภาพไม่รุนแรง จำนวน 180 เดือน หรือเป็นเวลา 15 ปี เดือนละ 2,607 บาท (ร้อยละ 30 ของเงินสมทบรายเดือน) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 469,260 บาท ทั้งนี้ สามารถตรวจประเมินได้อีกหากความทุพพลภาพมีมากขึ้น

"หนูเดินทางมาจากจังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มาขอความเมตตาจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เรื่องที่พี่สาวแฟนป่วยทางจิต วันนี้หนูมาขอบคุณในความเมตตาของท่านที่ท่านได้ให้ความช่วยเหลือสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพและเงินทดแทนการขาดรายได้นางสาวอริสา กล่าวในท้ายสุด

ฤดูกาล “เกณฑ์ทหาร” ปี 64 “เก้า จิรายุ” เตรียมลุ้นจับใบดำ 9 เม.ย.นี้ เผยยอดต้องการเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเล็กน้อย / ทบ.ยังเข้มมาตรการป้องกันแพร่เชื้อโควิด-19

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากองทัพบก ได้เริ่มทำการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (เกณฑ์ทหาร)ประจำปี 2564 เป็นวันแรก  และจะดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่เกินวันที่ 20 เมษายน 2564 นี้ (ยกเว้น 6 เมษายน 64 และ 12 - 15 เมษายน 64) ซึ่งชายไทยที่จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกฯ ได้แก่ ผู้ที่เกิด .. 2543 ซึ่งมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ ผู้ที่เกิด ..2535 - 2542 ซึ่งมีอายุ 22 - 29 ปีบริบูรณ์ ที่ยังไม่เคยเข้ารับการตรวจเลือก หรือผู้ที่ผลการตรวจเลือกยังไม่แล้วเสร็จทุกกรณี  ให้ไปเข้ารับการตรวจเลือก ตามวัน เวลา สถานที่ ที่กำหนดในหมายเรียกฯ


สำหรับการเกณฑ์ทหารในปีนี้ ยังคงใช้นโยบายในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ลดความแออัดของจำนวนคน โดยขยายเวลาตรวจเลือกถึงวันที่ 20 เมษายน ลดขั้นตอนต่าง ในหน่วยตรวจเลือกเพื่อให้กระชับ และประหยัดเวลา เลือกสถานที่ให้มีอากาศถ่ายเท  ไม่อนุญาตให้ครอบครัว หรือคนใกล้ชิดกับผู้เข้า เข้าไปพักรอ หรือ ให้กำลังใจในหน่วยตรวจเลือก โดยเน้นย้ำมาตรการในการเว้นระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัย ฯลฯ

ส่วนยอดทหารกองประจำการที่ต้องการในปี 2564 จำนวนทั้งสิ้น 97,558 นาย เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ประมาณ 5,000 นาย แบ่งเป็นสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 783 นาย กองบัญชาการกองทัพไทย 1,121 นาย กองทัพบก 70,808 นาย กองทัพเรือ 14,804 นาย กองทัพอากาศ 10,042 นาย โดยก่อนหน้านี้กองทัพบกเปิดรับสมัครโดยวิธีการร้องขอ (กรณีพิเศษ) ทางออนไลน์ มียอดรับจำนวนกว่า 3,000 คน และต้องดูจากยอดผู้สมัครใจตามขั้นตอนปกติด้วย

รายงานข่าว เปิดเผยว่า สำหรับดารา นักร้อง ผู้มีชื่อเสียง ที่อายุครบเกณฑ์ต้องเข้ารับการตรวจเลือกในปี 2564  ต้องเข้ามารายงานตัว ซึ่งปีนี้มีทั้งขอผ่อนผัน และเข้าจับใบดำ ใบแดง โดยวันที่ 9 เมษายน เวลา 08.00 . เก้าจิรายุ ละอองมณี นักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง จะเข้าจับ ใบดำ ใบแดง ที่วัดอยู่ดีบำรุงธรรม (ออเงิน) เขตสายไหม หลังจากที่ได้ทำการผ่อนผันครบแล้ว 3 ครั้งแล้ว

H&M แถลงผลประกอบการไตรมาสแรกขาดทุนยับ รีบกลับลำหันมาทุ่มเทสร้างความไว้วางใจ - เชื่อใจกับคู่หุ้นส่วนธุรกิจจีนและเหล่านักช้อปในแดนมังกร หลังจีนเปิดศึกโต้กลับเหล่าแบรนด์ดังโลกกล่าวหามีการละเมิดสิทธิมนุษย์ชนในซินเจียง

สืบเนื่องจากการที่เอช แอนด์ เอ็ม แห่งสวีเดนซึ่งครองแท่นยักษ์ใหญ่ค้าปลีกสินค้าแฟชั่นอันดับสองของโลก ได้เริ่มออกแถลงการณ์ในโซเชียลมีเดียตั้งแต่ปี 2020 ในเนื้อหาแถลงการณ์แสดงความวิตกเกี่ยวกับรายงานที่แฉการบังคับใช้แรงงานในเขตปกครองตัวเองชนชาติอุยกูร์แห่งซินเจียง และบอกว่าเอช แอนด์ เอ็ม จะไม่ใช้ฝ้ายจากซินเจียงอีกต่อไป แถลงการณ์ฉบับนี้ได้จุดกระแสให้กลุ่มแบรนด์ดังโลกทั้งค้าปลีกแฟชั่น - เครื่องกีฬา อย่างไนกี้ อาดิดาส ออกมาร่วมขบวนบอยคอตฝ้ายซินเจียง

ด้านจีนได้ระดมกลุ่มผู้รักชาติทั้งภาคเจ้าหน้าที่รัฐ, ซุปตาร์, กลุ่มบริษัทรายใหญ่ และผู้บริโภคบอยคอตสินค้าแบรนด์ดังโลกที่บังอาจมากล่าวหาจีนละเมิดสิทธิมนุษย์ชน

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ H&M ได้ออกแถลงในเว็บไซต์ขององค์กรเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ว่า ข้อตกลงสัญญาระหว่าง H&M กับจีน ยังเหนียวแน่น และบริษัทได้ฟื้นความเชื่อใจและมั่นใจกับผู้บริโภค ผู้ร่วมงาน และคู่หุ้นส่วนในจีน

“ในการทำงานร่วมกับกลุ่มผู้ถือหุ้น และคู่หุ้นส่วน เราเชื่อว่าเราจะจับมือกันเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่น ตอบสนองความต้องการผู้บริโภค และเคารพซึ่งกันและกัน”

ทั้งนี้ H&M รายงานยอดขาดทุนก่อนหักภาษีระหว่างช่วงเดือนธ.ค.-ก.พ. ซึ่งเป็นไตรมาสแรกของปีการเงินบริษัท เท่ากับ 1.39 พันล้านคราวน์ (หรือ 159 ล้านเหรียญสหรัฐ / หรือกว่า 4.9 พันล้านบาท) เทียบกับปีก่อนหน้าที่มีกำไรอยู่ที่ 2.50 พันล้านคราวน์ หรือ 8.99 พันล้านบาท จากการวิเคราะห์จากการสำรวจของ Refinitiv ได้คาดการณ์ยอดขาดทุนเฉลี่ย เท่ากับ 1.41 พันล้านคราวน์ หรือกว่า 5 พันล้านบาท

.

ที่มา: https://sondhitalk.com/detail/9640000030750?fbclid=IwAR3ZUwgRSX27TjcR1hz3ECel3aEVyfLPIGe2KiSle_x1PjetpDkQYb7B7Ig


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

กองทัพเมียนมา แถลงหยุดยิง 1 เดือน วอน ‘กลุ่มชาติพันธุ์’ ร่วมกันรักษาความสงบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ว่าคณะมนตรีการปกครองแห่งรัฐ ซึ่งเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของรัฐบาลทหารเมียนมา ออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่ากองทัพพร้อมยุติปฏิบัติการทางทหาร ระหว่างวันที่ 1 - 30 เม.ย.นี้ เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการสันติภาพ โดยตลอดช่วงเวลาดังกล่าวขอความร่วมมือจากกองกำลังชาติพันธุ์ทุกกลุ่ม ‘ร่วมกันรักษาความสงบ’ และเพื่อร่วมกันเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์

อย่างไรก็ตาม การหยุดยิงครั้งนี้ไม่มีผลกับ ‘กิจกรรมทุกรูปแบบที่มีผลต่อความปลอดภัยและความมั่นคงของรัฐ ตลอดจนความราบรื่นในการบริหารกิจการแผ่นดิน’ สื่อชัดเจนถึงการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหาร ซึ่งเกิดขึ้นรายวันนับตั้งแต่วันยึดอำนาจ เมื่อ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา

ขณะที่ยังไม่มีกองกำลังชาติพันธุ์กลุ่มใดออกมาให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ ต่อการประกาศ ‘สงบศึกชั่วคราว’ ของกองทัพเมียนมา อนึ่ง ก่อนหน้านั้น สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) ซึ่งเป็นกองกำลังชาติพันธุ์เก่าแก่ที่สุด และมีฐานที่มั่นอยู่ทางตะวันออก กองทัพเอกราชกะฉิ่น (เคไอเอ) ซึ่งมีเขตอิทธิพลอยู่ทางเหนือ กองทัพอาระกัน (เอเอ) ซึ่งเป็นกองกำลังชาวพุทธในรัฐยะไข่ ที่อยู่ทางตะวันตก และสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานของเจ้ายอดศึก แสดงออกชัดเจน ว่าไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารในกรุงเนปิดอว์

ทั้งนี้ สถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนทางตะวันออกของเมียนมา ซึ่งติดกับไทย ยังคงมีความรุนแรงเป็นระยะ โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่า เครื่องบินรบของกองทัพเมียนมาโจมตีเหมืองทองแห่งหนึ่ง ที่อยู่ภายในอาณาเขตยึดครองของเคเอ็นยู เมื่อวันอังคาร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 คน โดยกองทัพเมียนมาปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในแถบนี้ตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี เพื่อตอบโต้ที่เคเอ็นยูบุกโจมตีฐานประจำการแห่งหนึ่งของกองทัพ สังหารทหารอย่างน้อย 10 นาย และควบคุมตัวทหาร 8 นายเป็นตัวประกัน

.

ที่มา: https://www.dailynews.co.th/foreign/834449


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

มท.จัดงานวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย 129 ปี 

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2564 บริเวณด้านหน้ากระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พร้อมทั้งกล่าวคำถวายสดุดีสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทยครบ 129 ปี เพื่อน้อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระบรมราชโองการสถาปนากระทรวงมหาดไทยขึ้น โดยมีนายนิพนธ์ บุญญามณี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพิธีฯ

จากนั้นพล.อ.อนุพงษ์เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสมทบกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ พระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นองค์ประธานพิจารณาผ้าป่า ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม เพื่อรวบรวมเงินจากผู้มีจิตศรัทธาจากทั่วประเทศ สมทบเข้าเป็นกองทุนการศึกษาแก่เด็กยากจนและด้อยโอกาสในพื้นที่ชนบท จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย โดยมี สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และคณะสงฆ์วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหารรวม 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์

จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์เป็นประธานในพิธีมอบเข็มเชิดชูเกียรติผู้มีจริยธรรมดีเด่น ประจำปี 2563 ให้แก่บุคลากรในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ได้รับการยกย่องเป็นผู้มีจริยธรรมดีเด่นจำนวน 5 ราย ได้แก่ นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น นายปรีชา เดชพันธุ์ รองผวจ.นครสวรรค์ นางศุภวรรณ บูชาดี ผอ.กลุ่มงานสนับสนุนผู้ตรวจราชการ สํานักตรวจราชการและเรื่องราวร้องทุกข์ นางสาวธันยพรรษ จันทร์ทอง ผอ.กลุ่มงานบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายมนัส แก้วกัญญา พนักงานขับรถยนต์ระดับส 2 สำนักงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี และพิธีมอบเข็มเชิดชูเกียรติให้แก่พลเมืองดี ประจำปี 2562 – 2563 ให้แก่ผู้ทำความดีในการเข้าช่วยเหลือผู้อื่นที่ตกอยู่ในอันตรายและต้องการความช่วยเหลือ หรือการช่วยเหลือกิจกรรมของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานหน้าที่ ในเหตุฉุกเฉินต่างๆ ด้วยคุณธรรมจนเป็นที่ประจักษ์ชัด โดยมิได้คำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับตนเองและครอบครัว โดยมีผู้ได้รับยกย่องเป็นพลเมืองดีจำนวน 19 ราย เป็นพลเมืองดีที่เสียชีวิตจำนวน 7 ราย บาดเจ็บ 5 ราย และไม่ได้รับผลกระทบจากการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น 7 ราย  

ประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง ออกคำสั่งให้ฝรั่งเศสเข้าสู่ล็อกดาวน์ทั่วประเทศเป็นรอบที่ 3 และเผยว่าโรงเรียนต่าง ๆ ต้องปิดการเรียนการสอนเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ในขณะที่เขาพยายามรับมือกับการแพร่ระบาดระลอก 3 ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

จนถึงตอนนี้ สถานการณ์โรคระบาดใน ฝรั่งเศส พบจำนวนผู้เสียชีวิตขยับเข้าใกล้ 100,000 คน ตามห้องไอซียูตามภูมิภาคต่าง ๆ ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด ขณะที่การแจกจ่ายวัคซีนก็ล่าช้ากว่าที่วางแผนไว้ ทำให้ มาครง ถูกบีบให้ต้องละทิ้งเป้าหมายเดิมที่หวังเปิดประเทศต่อไปเพื่อปกป้องเศรษฐกิจ

“เราจะสูญเสียการควบคุม หากเราไม่ดำเนินการในตอนนี้” ประธานาธิบดีมาครงแถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ

คำแถลงของเขามีเป้าหมายเดินมาตรการจำกัดความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่บังคับใช้ในกรุงปารีส และบางแคว้นทางภาคเหนือ รวมทางใต้ของประเทศ มาราว ๆ 1 สัปดาห์ และเวลานี้ก็จะถูกขยายบังคับใช้ทั่วประเทศอีกเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ (3 เม.ย.) เป็นต้นไป

ประธานาธิบดีมาครง วัย 43 ปี พยายามหลีกเลี่ยงล็อกดาวน์ทั่วประเทศเป็นรอบที่ 3 นับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2021 โดยเสี่ยงเดิมพันว่าหากเขาสามารถนำพาฝรั่งเศสหลุดพ้นจากโรคระบาดใหญ่แบบไม่ต้องล็อกดาวน์ประเทศอีกครั้ง จะช่วยเปิดโอกาสให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากการดำดิ่งอย่างหนักเมื่อปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ทางเลือกของอดีตนายธนาคารเพื่อการลงทุนรายนี้แคบลง เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดของตัวกลายพันธุ์ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่เชื้อได้ง่ายกว่าเดิม ทั่วฝรั่งเศสและพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรป

ทั้งนี้ในส่วนของการเรียนการสอน มาครงบอกด้วยว่าโรงเรียนต่างๆ จะปิดการเรียนการสอนเป็นเวลา 3 สัปดาห์ หลังสุดสัปดาห์นี้ กลับลำคำสัญญาที่เคยประกาศว่าจะปกป้องการศึกษาจากโรคระบาดใหญ่ โดยหากผ่านพ้นสุดสัปดาห์นี้ไป เด็กนักเรียนจะต้องเข้าสู่การเรียนทางไกลเป็นเวลา 1 สัปดาห์ และหลังจากนั้นสถาบันการศึกษาจะปิดเทอมเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งปีนี้โรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศจะปิดเร็วกว่ากำหนด

จากนั้นนักเรียนระดับอนุบาลและประถมจะกลับเข้าสู่ชั้นเรียน แต่นักเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายจะยังคงต้องเรียนทางไกลต่ออีก 1 สัปดาห์ “นี่คือทางออกที่ดีที่สุดเพื่อชะลอไวรัส” มาครงกล่าว พร้อมระบุว่าฝรั่งเศสประสบความสำเร็จที่สามารถคงการเปิดการเรียนการสอนระหว่างโรคระบาดใหญ่ได้นานกว่าประเทศเพื่อนบ้านหลายชาติ

สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันของฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นเท่าตัวนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เฉลี่ยแล้วเกือบ 40,000 คนต่อวัน ส่วนจำนวนคนไข้โควิด-19 ที่ต้องเข้ารักษาตัวในห้องไอซียูทะลุ 5,000 คนแล้ว เกินกว่าระดับสูงสุดครั้งที่ประเทศแห่งนี้เข้าสู่ล็อกดาวน์เป็นเวลา 6 สัปดาห์เมื่อช่วงปลายปีก่อน เป็นที่เรียบร้อย

มาครง ระบุว่าจะมีการเพิ่มเตียงคนไข้ในห้องอีซียูเป็น 10,000 เตียง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว

คำสั่งล็อกดาวน์รอบใหม่เสี่ยงชะลออัตราการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของฝรั่งเศส หลังจากปีที่แล้วดำดิ่งอย่างหนัก โดยมาตรการดังกล่าวจะบังคับปิดธุรกิจต่าง ๆ กว่า 150,000 แห่งเป็นการชั่วคราว ก่อความเสียหายคิดเป็นมูลค่าราว ๆ 11,000 ล้านยูโรต่อเดือน จากการประเมินของกระทรวงการคลัง

มาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่ของฝรั่งเศสตอกย้ำถึงความเสียหายมหาศาลที่ต้องชดใช้ อันสืบเนื่องจากการแจกจ่ายวัคซีนต่อต้านโควิด-19 ที่ล่าช้าของสหภาพยุโรป

ประธานาธิบดีมาครงระบุว่า จำเป็นต้องเร่งมือโครงการวัคซีนให้เร็วขึ้น หลังจากประสบปัญหาติดขัดเกี่ยวกับระเบียบราชการและอุปทานขาดแคลน โดยจนถึงตอนนี้หลังผ่านไป 3 เดือน ฝรั่งเศสเพิ่งฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ประชาชนไปได้เพียงแค่ 12% เท่านั้น

ฉะนั้นความพยายามเดินหน้าโครงการจึงต้องทำให้เร็วขึ้น โดยมาครงบอกว่าประชาชนในช่วงวัย 60 ปีเศษ ๆ จะมีสิทธิ์เข้ารับการฉีดวัคซีนตั้งแต่กลางเดือนเมษายนเป็นต้นไป และในอีก 1 เดือนหลังจากนั้นจะเป็นคิวของกลุ่มคนในวัย 50 ปีเศษ ๆ พร้อมเน้นย้ำว่ายังคงวางเป้าหมายฉีคซีนแก่ประชากรวัยผู้ใหญ่ให้ได้ 30 ล้านคนในช่วงกลางเดือนมิถุนายน

มาครง กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า มาตรการล็อกดาวน์เดือนเมษายน และการยกระดับความรวดเร็วของโครงการฉีดวัคซีนจะเปิดทางให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมาเปิดอย่างช้าๆ ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป โดยเริ่มจากพิพิธภัณฑ์และที่นั่งกลางแจ้งของบาร์และร้านอาหารต่าง ๆ ภายใต้กฎระเบียบอันเข้มงวด

.

ที่มา: https://mgronline.com/around/detail/9640000030936


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

ไบโอเอ็นเทคและไฟเซอร์ เปิดเผยเมื่อวันพุธ (31 มี.ค.) ว่าวัคซีนของพวกเขามีประสิทธิภาพต่อต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 100% ในเด็กอายุ 12 ถึง 15 ปี พร้อมหวังได้รับอนุมัติใช้กับคนวัยเยาว์ก่อนปีการศึกษาถัดไป

ทั้งสองบริษัทระบุในถ้อยแถลงว่า การทดลองขั้นที่ 3 กับยุวชน 2,260 รายในสหรัฐฯ “พิสูจน์ถึงประสิทธิภาพ 100% และการตอบสนองแอนติบอดีที่แข็งแกร่ง”

ด้าน อัลเบิร์ต บัวร์ลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไฟเซอร์ระบุว่า “เรามีแผนยื่นข้อมูลนี้ต่อ FDA (คณะผู้ควบคุมกฎระเบียบสหรัฐฯ) เสนอแก้ไขการอนุญาตให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินของเราในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และยื่นข้อมูลต่อคณะผู้ควบคุมกฎระเบียบอื่นๆ ทั่วโลก ด้วยความหวังว่าจะเริ่มฉีดวัคซนให้กลุ่มอายุนี้ก่อนเริ่มปีการศึกษาหน้า”

ส่วนประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไบโอเอ็นเทค บริษัทสัญชาติเยอรมนี เสริมว่า ผลการทดลองที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการป้องกันระดับสูงสำหรับคนวัยเยาว์ “เป็นสิ่งที่สร้างขวัญและกำลังใจอย่างมาก โดยในเฉพาะในแนวโน้มที่เราพบเห็นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของตัวกลายพันธุ์สหราชอาณาจักร B.1.1.7”

วัคซีนของไบโอเอ็นเทคและไฟเซอร์ สร้างจากใช้พื้นฐานของเทคโนโลยี mRNA และเป็นวัคซีนโควิด-19 ตัวแรกที่ได้รับอนุมัติในตะวันตกในช่วงปลายปีที่แล้ว

ทั้งสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปต่างเห็นชอบอนุมัติใช้ในกรณีฉุกเฉินกับบุคคลที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมันถูกใช้กับผู้คนหลายล้านรายในชาติต่างๆ มากกว่า 65 ประเทศทั่วโลก

ผลการศึกษาในโลกจริงซึ่งเกี่ยวข้องกับประชาชน 1.2 ล้านคนในอิสราเอล พบว่าวัคซีนของไบโอเอ็นเทคและไฟเซอร์ มีประสิทธิภาพสูงถึง 94%

ในขณะที่โลกกำลังตะเกียกตะกายฉีดวัคซีน ไบโอเอ็นเทคเปิดเผยเมื่อวันอังคาร (30 มี.ค.) ว่าพวกเขาอยู่บนเส้นทางของการผลิตวัคซีน 2,500 ล้านโดสในปีนี้

กำลังผลิตที่สูงขึ้นเป็นจากการเพิ่งเปิดแหล่งผลิตใหม่เมื่อเร็วๆ นี้ในเมืองมาร์บวร์ก ของเยอรมนี ซึ่งตอนนี้กลายเป็นหนึ่งในโรงงานผลิตวัคซีน mRNA ใหญ่ที่สุดในโลก ทางบริษัทระบุ

นอกจากนี้แล้วยังมีการผลิตวัคซีนตัวดังกล่าวที่โรงงานแห่งหนึ่งของไฟเซอร์ในเบลเยียม และอีก 3 โรงงานในสหรัฐฯ

ไบโอเอ็นเทคระบุว่า ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และข้อตกลงความร่วมมือใหม่กับบรรดาพันธมิตรภายนอกจะช่วยยกระดับเป้าหมายการผลิตวัคซีนของพวกเขาเช่นกัน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไบโอเอ็นเทคและไฟเซอร์เริ่มทำการศึกษาประสิทธิภาพวัคซีนกับเด็กอายุน้อย โดยฉีดวัคซีนให้เด็กอายุระหว่าง 5 ถึง 11 ขวบ กลุ่มแรกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ คาดหมายว่าจะเริ่มให้วัคซีนโดสแรกแก่เด็กกลุ่มอายุ 2 ถึง 5 ขวบในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะครอบคลุมทารกวัยแบบเบาะอายุต่ำสุด 6 เดือนด้วย

.

ที่มา : เอเอฟพี

https://mgronline.com/around/detail/9640000030932
 


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ

การรถไฟฯ ขานรับนโยบาย รมว.คมนาคม เปิดจองตั๋วโดยสารขบวนรถพิเศษ เดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ เริ่มวันที่ 1 เม.ย. 64

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การรถไฟฯ เปิดจองตั๋วโดยสารขบวนรถพิเศษ สำหรับเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 9 - 15 เมษายน 2564  เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวในเส้นทางสายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เดินทางไปกลับในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างพอเพียง ไม่เกิดปัญหาผู้โดยสารตกค้างตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม  

ทั้งนี้ การให้บริการขบวนรถพิเศษเพิ่มเติม มีทั้งประเภทรถนอนปรับอากาศ และรถนั่งชั้น 3  ไป - กลับ รวม 16 ขบวน แบ่งเป็นเส้นทางสายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 9 - 14 เมษายน 2564 (เที่ยวไป 8 ขบวน) และวันที่ 10 และ 15 เมษายน 2564 (เที่ยวกลับ 8 ขบวน) รวมทั้งยังได้มีการพ่วงตู้โดยสารเพิ่มจนเต็มหน่วยลากจูงในขบวนรถที่วิ่งให้บริการปกติทุกสายทั่วประเทศ ซึ่งทำให้สามารถรองรับปริมาณการเดินทางของประชาชนได้สูงสุดถึง 100,000 คนต่อวัน 

นอกจากนี้ การรถไฟฯ ขอแจ้งงดเดินขบวนรถนำเที่ยว ขบวนที่ 909/910 กรุงเทพ - น้ำตก - กรุงเทพ และขบวนที่ 911/912 กรุงเทพ - สวนสนประดิพัทธ์ - กรุงเทพ ในวันที่ 10 - 11 และ 17 - 18 เมษายน 2564 ซึ่งเป็นวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ ในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ด้วย

นายนิรุฒ กล่าวว่า การรถไฟฯ ยังได้เตรียมความพร้อมมาตรการดูแลความปลอดภัยในการเดินทาง โดยจัดตั้งศูนย์ปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อทำหน้าที่ติดตามประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลการเดินทางของผู้โดยสาร สั่งการแก้ไขกรณีเกิดเหตุอันตราย และรวบรวมสถิติข้อมูลการเดินทาง ขณะเดียวกันยังได้เฝ้าระวังและตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ สารเสพติดของพนักงานขับรถ เจ้าหน้าที่ประจำขบวนรถ และประจำสถานีก่อนปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการห้ามจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงสารเสพติดบนขบวนรถโดยสารและสถานีรถไฟ โดยมีการขอความร่วมมือไปยังกองบังคับการตำรวจรถไฟ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราอีกทางหนึ่งด้วย 

ขณะเดียวกัน การรถไฟฯ ได้จัดมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด–19 ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางรางอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดจุดคัดกรองวัดไข้ผู้โดยสารก่อนเข้าในพื้นที่ การตั้งจุดให้บริการแอลกอฮอล์ล้างมือ การให้สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง Social Distancing ให้มีจุดยืน/นั่ง ที่ชัดเจนทั้งภายในสถานีและบนขบวนรถ โดยให้เว้นที่นั่งในลักษณะที่เว้นที่เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารนั่งติดกัน ยกเว้นผู้โดยสารที่เดินทางมาด้วยกัน พร้อมกับให้สแกนแอพพลิเคชัน ไทยชนะ ก่อนและหลังใช้บริการ แต่หากผู้โดยสารไม่สามารถใช้แอพพลิเคชันไทยชนะผ่านการสแกนโทรศัพท์ได้ก็จะต้องกรอกข้อมูลการเดินทางตามแบบฟอร์มที่จัดไว้ให้แทน  โดยผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งกำหนดเวลาต่าง ๆ ของขบวนรถที่ให้บริการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

https://www.facebook.com/129946050353608/posts/4450654138282756/?d=n

"วรศิษฎ์" ชื่นใจ สตูล คว้าแชมป์ จังหวัดอากาศดีที่สุดในไทย ชวนปชช. เยือนเมืองสตูล แบบนิวนอร์มอล หวังดันให้เป็นการท่องเที่ยวเมืองหลัก

นายวรศิษฎ์  เลียงประสิทธิ์ ส.ส.สตูล เขต 2 พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการที่ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) ได้ประกาศรายชื่อ จังหวัดสตูล เป็นจังหวัดที่มีอากาศดีที่สุดในประเทศไทย วัดจากค่าเฉลี่ยปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 น้อยที่สุด  ตั้งแต่เดือน มกราคม - ธันวาคม 2563 นั้นว่าตนรู้สึกชื่นใจ ที่สตูล ถูกพูดอีกครั้งในเรื่องที่น่าชื่นชม และต่อยอดจากตัวชี้วัดคุณภาพอากาศที่ดีที่สุดนั้น ด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวสตูล กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน หลังสถานการณ์โควิด-19 ส่วนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนชาวสตูล ที่ช่วยกันรักษาธรรมชาติ  คำนึงถึงระบบนิเวศน์ และสิ่งแวดล้อม 

ตนจึงอยากเชิญชวน คนไทยทุกคน เดินทางมาท่องเที่ยวยังจังหวัดสตูล แบบนิวนอร์มอล พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ ในจุดท่องเที่ยวอันซีน ทั้ง ปราสาทหินพันยอด หาดสันหลังมังกร ถ้ำเลสเตโกดอน และถ้ำภูผาเพชร  เป็นต้น  โดย นายวรศิษฎ์ เปิดเผยว่า นอกจากนี้ ตนยังหวังผลักดันให้เมืองสตูล  จากที่เคยอยู่ในการจัดให้เป็นการท่องเที่ยวเมืองรอง กลายมาเป็นการท่องเที่ยวเมืองหลัก ให้ได้  เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จากการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

นาทีช่วยชีวิต! ดรุณวรรณ - แทนคุณ ร่วมช่วยชีวิตผู้ป่วยความดันสูง เป็นลมหมดสติบนเครื่องบิน ระหว่างเดินทางไปลงพื้นที่ที่จังหวัดสงขลา

ทั้งนี้ผู้ป่วยดังกล่าว ได้เป็นลมหมดสติล้มลงขณะลุกขึ้นยืน โดยมีแอร์โฮสเตสและผู้โดยสารบนเที่ยวบินลำเดียวกันเห็นเหตุการณ์ได้เข้าไปช่วยทันที และแอร์โฮสเตสได้ประกาศขอความช่วยเหลือจากผู้ที่มีวิชาชีพแพทย์หรือพยาบาลมาร่วมให้การช่วยเหลือ

โดยนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนขัย รองโฆษกพรรค ปชป.ซึ่งเป็นอดีตพยาบาล และนายแทนคุณ จิตต์อิสระ เลขานุการคณะทำงานทางการเมืองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคยรับการอบรมเกี่ยวกับแพทย์แผนจีนได้ร่วมกันอาสาไปช่วยชีวิตผู้ป่วยทันที พร้อมกับพยาบาลวิชาชีพจากกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ที่โดยสารมาในเครื่องบินลำเดียวกัน

โดยได้ใช้เวลาในการปฐมพยาบาลประมาณ 15 นาที จนผู้ป่วยเริ่มฟื้นสติและปลอดภัยในที่สุด สร้างความยินดีให้กับญาติ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินและผู้โดยสารทุกคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน

จากวิกฤตเรือขวางคลองสุเอซที่ทำให้การจราจรทางน้ำ การขนส่งระหว่างประเทศกลายเป็นอัมพาตไปเกือบสัปดาห์ มูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนมหาศาล แต่ใครจะคาดคิดว่าหนึ่งในเหตุที่ทำให้ เรื่องนี้ ได้รับการคลี่คลายปัญหาอย่างรวดเร็วมาจากปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่าง Super Moon

>> ปรากฏการณ์ Super Moon คืออะไร?

สำหรับปรากฏการณ์ Super FullmoonหรือSuper Moon นั้น เป็นเหตุการณ์ ที่จะต้องมี ปัจจัยสำคัญ 2 อย่างซึ่งเกี่ยวข้องกับดวงจันทร์ โดยสองสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันก็คือ

1.) ดวงจันทร์เต็มดวง

2.) ดวงจันทร์ใกล้โลกที่สุด

ในความเป็นจริง ปรากฏการณ์ดวงจันทร์เต็มดวง และดวงจันทร์ใกล้โลกนั้นเกิดขึ้นอยู่ทุกเดือน เนื่องจากดวงจันทร์เต็มดวงเกิดขึ้นจากการที่ดวงจันทร์ไปอยู่ตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ จึงเกิดขึ้นทุกๆ 29.5 วัน แต่วงโคจรของดวงจันทร์นั้นเป็นวงรี จึงมีระยะห่างใกล้ไกลจากโลกเปลี่ยนไปตามวงโคจร ซึ่งใช้เวลา 27 วัน ด้วยเหตุที่สองช่วงเวลานี้ไม่เท่ากัน ทำให้สองปรากฏการณ์เกิดขึ้นเหลื่อมกันไปเรื่อยๆ แต่จะกลับมาประจวบเหมาะกันอีกครั้งประมาณทุกๆ 14 รอบจันทร์เต็มดวง กล่าวคือ ราว ๆ 1 ปี 2 เดือน จะเกิด Super Moon สักครั้ง และเมื่อวันที่ 29 มีนาคม เป็นอีกหนึ่งครั้งที่สองสิ่งนี้เกิดขึ้นพร้อมกันพอดิบพอดี

สำหรับ การเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ อย่างที่ทราบกันดีจากว่ามีผลทำให้เกิดปรากฏการณ์ ‘น้ำขึ้น - น้ำลง’ และการเกิด Super Moon นั้นเป็น ถือว่าเป็นกรณีที่จะช่วยให้เกิดแรงน้ำขึ้นน้ำลงได้สูงที่สุดแล้ว…

>> ปรากฏการณ์น้ำเกิดมาพร้อมซูเปอร์มูน

เหตุการณ์ ‘น้ำเกิด’ (Spring tide) จะเกิดน้ำขึ้น - น้ำลงได้สูงสุด และจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มี Super Moon แต่ในทางตรงกันข้ามในช่วงเวลาที่ ดวงจันทร์ห่างโลกที่สุดจะอยู่ในช่วง ‘น้ำตาย’ (Neap tide) ซึ่งเป็นช่วงที่ระดับน้ำขึ้น - น้ำลงต่างจากค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด

สำหรับปรากฏการณ์ ‘น้ำเกิด’ จะเกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ อยู่ในทิศทางเดียวกัน หรือตรงข้ามกันพอดี เช่น ในวันเพ็ญที่ดวงจันทร์อยู่ตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์พอดี ซึ่งครั้งนี้ประจวบเหมาะกับการกู้โลก ช่วยเหลือ ‘เรือขวางคลองสุเอซ’ พอดี

>> Super Moon กู้เรือขวางคลองสุเอซ

ด้วยระดับน้ำที่ขึ้นสูงกว่า 2 เมตรในช่วงน้ำขึ้นสูงสุดในช่วง Super Moon เมื่อคิดจากขนาดเรือ 400x56 เมตร จะพบว่าน้ำที่ขึ้นมา 2 เมตรนี้เทียบเท่าได้กับแรงลอยตัวที่เพิ่มมากขึ้นกว่า 45,000 ตัน อธิบายให้เห็นภาพคือถ้าหากไม่สามารถลากเรือออกมาได้ในช่วงน้ำขึ้นสูงสุดในวัน Super Moon แล้ว คงจะไม่มีวันที่จะสามารถลากเรือออกมาได้อีกต่อไป ซึ่งก็คงจะต้องหันไปใช้ทางเลือกอื่น แต่แล้วในที่สุด เรือ Ever Given ก็สามารถกลับมาลอยลำได้อีกครั้ง

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้มาจากผลของSuper Moon เพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นจากการทำงานแก้ปัญหาอย่างไม่ลดละของทีมงานกู้เรือ ตั้งแต่การขุดลองคลองบริเวณใต้เรือ การขุดดินด้วยรถตักคันจิ๋ว ไปจนถึงเรือลากจำนวนมากที่คอยผลักดัน

แต่อย่างหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลย ก็คือการที่ทีมงานมีความรู้ความเข้าใจทางด้านดาราศาสตร์เกี่ยวกับซูเปอร์มูนและน้ำขึ้นน้ำลงนั้น เป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยให้การกู้เรือขวางคลองสุเอซสำเร็จลุล่วง...

ที่มา: ข้อมูลจาก อ.มติพล ตั้งมติธรรม นักวิชาการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ : NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

https://www.springnews.co.th/global/807332


สนับสนุนข่าวโดย : รับข้อเสนอพิเศษมอเตอร์โชว์ ในงาน Mazda Motor Show สัมผัสปิกอัพใหม่ All-New Mazda BT-50 และยนตรกรรมสกายแอคทีฟจากมาสด้า ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* รับประกันคุณภาพรถสูงสุด 5 ปี* และบัตรเติมน้ำมัน 10,000 บ.* 24 มี.ค. 64 - 4 เม.ย. 64 ที่บูธและโชว์รูมทั่วประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top