Sunday, 8 November 2026
NEWS

ศูนย์จีโนมฯ เปิดผลตรวจสายพันธุ์โควิด คาดใกล้ End game กลายเป็นโรคประจำถิ่น

เมื่อวันที่ 17 มกราคม ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยผลการตรวจสายพันธุ์ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จากโรงพยาบาลรัฐและเอกชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 3-16 มกราคม 2565 พบเป็นสายพันธุ์โอมิครอน 97.1% (69/71) และเดลตา 2.8% (2/71) นอกจากนี้มีการส่งตัวอย่างสุ่มตรวจจากเรือนจำ เป็นสายพันธุ์เดลตาทั้ง 100% (30/30)

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ ระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวหมายถึงในกรุงเทพฯ หากไม่นับในเรือนจำ “โอมิครอน” น่าจะเข้ามาแทนที่ “เดลตา” เกือบหมดแล้ว “Twindemic” หรือการติดเชื้อสองสายพันธุ์ ระหว่าง “โอมิครอน” และ “เดลตา” ไปพร้อมกันในระยะเวลาสั้นๆ ได้จบลงแล้ว ไม่นาน “โอมิครอน” คงจะกระจายไปทั่วประเทศ

ไม่ช้าคงเป็นตามที่นายแอนโทนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคติดต่อและภูมิแพ้แห่งชาติของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคนสำคัญในคณะทำงานเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้เตือนว่า “ในที่สุดแทบทุกคนจะติดเชื้อไวรัสโอมิครอน” จากนั้นทั้งภูมิคุ้มกันจากวัคซีนและจากการติดเชื้อตามธรรมชาติจะพุ่งขึ้นสูง ลดความรุนแรงของโรคโควิด-19 และลดอัตราการเสียชีวิตลงอย่างรวดเร็ว เห็นปรากฏการณ์นี้ได้อย่างชัดเจนจากข้อมูลผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตทั่วโลกจาก “โอมิครอน”

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแอฟริกาใต้ ลดลงจนเข้าสู่สภาวะปรกติ ในขณะที่ผู้เสียชีวิตไม่มาก มีประชากรติดเชื้อไวรัสจากธรรมชาติเป็นจำนวนมาก

รมว.ยุติธรรม เปิดอบรมนักสืบสวนธุรกรรมทางการเงินและนักสืบทรัพย์ ตำรวจ-ศาล-ป.ป.ส.-สถาบันการเงินเข้าร่วมพรึบ หวังช่วยงานปราบยาเสพติดเติมเต็มกระบวนการยึดทรัพย์ มั่นใจเป้าหมาย 10,000 ล้านไม่ใช่เรื่องเหรือบ่ากว่าแรง แม้ไตรมาสแรกยังต่ำกว่าเป้า

ที่สำนักงาน ป.ป.ส. มีการจัดโครงการฝึกอบรม “นักสืบสวนธุรกรรมทางการเงินและนักสืบทรัพย์” โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมด้วย น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. ผู้เข้าอบรมจาก สํานักงานตํารวจแห่งชาติ สํานักงานศาลยุติธรรม สํานักงานอัยการสูงสุด ศาลภาษีอากรกลาง กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมบังคับคดี กรมสรรพากร และสถาบันการเงิน และยังมีการประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเร็นซ์ ไปยังหน่วยงานต่างๆทั่วประเทศ

นายวิชัย กล่าวรายงานว่า หลังจากที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวมีการปรับเปลี่ยนกรอบความคิดและกระบวนการตรวจสอบ ยึดอายัดทรัพย์สินตามมูลค่า เพื่อการพัฒนาองค์ความรู้ เทคนิควิธีการสืบสวนทางด้านทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ รมว.ยุติธรรม จึงสั่งการให้ ป.ป.ส.จัดโครงการฝึกอบรมนี้ขึ้น เพื่อทำความเข้าใจเตรียมความพร้อมและบริหารกลไกในการปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อให้สามารถดำเดนินการตามกฎหมาย ตามมาตรการตรวจสอบทรัพย์สินตามมูลค่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับผู้เข้าอบรม เป็นข้าราชการสังกัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ทำหน้าที่สืบสวน คือ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานป.ป.ส. รวมทั้งคณะทำงานพาลีปราบยา

นายสมศักดิ์ กล่าวเปิดโครงการว่า จากการที่รัฐบาลได้ปรับปรุงและพัฒนากฎหมายให้มีความทันสมัย สามารถนําไปบังคับใช้กับนักค้ายาเสพติดได้อย่างเต็มที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องนําไปปฏิบัติให้เป็นแนวทางเดียวกัน ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบาย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกระดับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทําความเข้าใจประมวลกฎหมายยาเสพติดอย่างจริงจัง ต้องมีการขับเคลื่อนและสร้างความพร้อมในประมวลกฎหมายอย่างเป็นระบบ มีแผนการปฏิบัติงานอย่างเป็นขั้นตอน มีกลไกในการให้คําปรึกษา แก้ไขปัญหาและติดตามการปฏิบัติงานตามกฎหมายใหม่อย่างใกล้ชิด และต้องนําประมวลกฎหมายยาเสพติด ไปใช้ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น การฝึกอบรมนักสืบสวนธุรกรรมทางการเงิน และนักสืบทรัพย์ ในครั้งนี้จะเป็นการทําความเข้าใจ เตรียมความพร้อมบริหารจัดการกลไก ในการนําประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ไปใช้ในการแก้ไขปัญหายาเสพ ติดอย่างเป็นรูปธรรม

‘หญิงชาวเอเชีย’ ถูกคนไร้บ้านผลักให้รถไฟทับที่สถานีรถไฟใต้ดินย่านไทม์สแควร์

ผู้หญิงชาวเอเชียรายหนึ่งเสียชีวิตสุดช็อก ถูกผลักให้ม้าเหล็กชนตายที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินแห่งหนึ่งในย่านไทม์สแควร์ รัฐนิวยอร์ก สหรัฐฯ เมื่อเช้าวันเสาร์ (15 ม.ค.) ในเหตุการณ์ที่พวกเจ้าหน้าที่ของเมืองระบุว่า เป็นเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นโดยปราศจากการยั่วยุใดๆ

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง หลังชายคนดังกล่าวเข้ามอบตัวต่อตำรวจ พร้อมกับอ้างว่า เป็นคนลงมือผลักผู้หญิงเชื้อสายเอเชียชาวนิวยอร์ก ซิตี วัย 40 ปี ตกจากชานชาลา Q/R ใกล้ถนนสาย 42 ตัดกับบอร์ดเวย์ ตกลงไปในรางรถไฟ ในขณะที่รถไฟขบวนหนึ่งกำลังแล่นเข้ามาพอดี

เหยื่อผู้เคราะห์ร้าย มีชื่อว่า มิเชลล์ อลิสซา โก (Michelle Alyssa Go) เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายจีน วัย 40 ปี ถูกคนร้ายผลัก ระหว่างยืนรอขบวนรถไฟบนชานชาลา ส่งผลให้ถูกรถไฟที่กำลังแล่นเข้ามาพอดี ชนจนเสียชีวิตคาที่

กลุ่มผู้โดยสารแจ้งเหตุร้ายต่อตำรวจขนส่งหลังจากผู้หญิงรายนี้ตกลงไปในรางตอน 9.39 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) และถูกรถไฟชน ขณะที่ผู้ต้องสงสัยไม่ได้ถูกจับกุมที่สถานีรถไฟ แต่ต่อมาได้เข้ามอบตัวต่อตำรวจ "เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยปราศจากการยั่วยุใดๆ และเหยื่อดูเหมือนจะไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับผู้ต้องสงสัยเลย" คีชานท์ เซเวลล์ ผู้บัญชาการตำรวจนครนิวยอร์กกล่าว

ตำรวจระบุระหว่างแถลงข่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องสงสัยเล็งเป้าเล่นงานผู้หญิงอีกคนบนชานชาลา ก่อนเปลี่ยนใจก่อเหตุใช้ความรุนแรงกับเหยื่อวัย 40 ปี

"เขามุ่งตรงเข้าหาและเข้าไปใกล้เธอ แต่เธอระวังตัวมาก" ตำรวจเผย "เธอพยายามเดินหนีจากเขา แต่เขาก็พยายามเข้ามาใกล้ๆ เธอรู้สึกเหมือนเขากำลังหาทางผลักเธอเข้าใส่รถไฟ เธอจึงตัดสินใจหนีออกมา แต่ตอนที่เธอกำลังเดินออกมานั้น เธอเห็นอาชญากรเต็มตา เขาผลักเหยื่ออีกคนตัดหน้าขบวนรถไฟ"

ต่อมา ตำรวจระบุตัวตนชายผู้ก่อเหตุคือ นายไซมอน มาร์เทียล วัย 61 ปี ซึ่งเวลานี้ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมอันเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีในตอนเช้าวันเสาร์ (15 ม.ค.) ทั้งนี้ เขาเคยมีประวัติทางอาญาต่างๆ และถูกปล่อยออกจากคุกโดยมีทัณฑ์บน

นักวิจัยฯ คิดค้นข้าวเกรียบจากเปลือกกล้วย ช่วยเพิ่มมูลค่าให้เกษตรกรไม่ต้องเหลือทิ้ง

กล้วยน้ำว้า ผลไม้ที่นิยมปลูกกันมากในพื้นที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ส่วนมากปลูกเพื่อจำหน่ายส่งออก ขายในท้องที่และแปรรูปเป็นกล้วยตาก ส่วนผลผลิตที่ไม่สามารถนำไปจำหน่ายได้ “ผลกล้วยน้ำว้าขนาดไม่ถึงเกณฑ์” อีกจำนวนมาก ทางกลุ่มเกษตรกรได้นำไปแปรรูปเป็นกล้วยตากเพื่อจำหน่าย

แต่ก็ยังพบว่ามีวัสดุที่เหลือใช้จำพวกเปลือกกล้วยอยู่เป็นจำนวนมาก ผู้วิจัยจึงนำ “เปลือกกล้วย” ไปทดสอบคุณภาพทางเคมีและกายภาพ เพื่อให้การแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเปลือกกล้วยมีคุณภาพ และมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.)

อาจารย์กานต์ณัฎฐา เนื่องหนุน อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เล่าถึงที่มาการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากวัสดุเหลือใช้กล้วยสุกและเปลือกกล้วย ว่า ในพื้นที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี มีการแปรรูปกล้วยน้ำว้าเป็น กล้วยแผ่นปรุงรส กล้วยอบ และกล้วยตาก จากกลุ่มแม่บ้านคลองพระอุดม ถือเป็นผลิตภัณฑ์เด่นด้านการเกษตรของจังหวัด จึงได้พัฒนาและปรับปรุงกระบวนการในการแปรรูปกล้วยน้ำว้า โดยอาศัยเทคโนโลยี และนวัตกรรม จนผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างความมั่นใจ และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์

แต่การที่กลุ่มแม่บ้านคลองพระอุดม ได้แปรรูปกล้วยน้ำว้าเกือบทุกวัน ทำให้มีขยะจากเปลือกกล้วยน้ำว้าเป็นจำนวนมาก จึงสนใจที่จะนำเส้นใยจากเศษเปลือกกล้วยน้ำว้า และกล้วยน้ำว้าที่สุกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อให้เกิดการยอมรับในหมู่ผู้บริโภค และเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือทิ้งอีกด้วย

อาจารย์กานต์ณัฎฐา กล่าวด้วยว่า หลังจากที่ทางทีมวิจัยได้ลงพื้นที่ชุมชน เพื่อหาแนวทางต่อยอดเปลือกกล้วย ก็พบว่าในเปลือกกล้วยมีสารแทนนิน ที่ทำให้เปลือกกล้วยมีรสชาติขมเวลารับประทาน จึงหาวิธีการสกัดแทนนินออก เพื่อให้เหลือในปริมาณที่พอเหมาะ ด้วยวิธีการต้ม และทดลองทำเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบจากเปลือกกล้วย เพราะข้าวเกรียบสามารถรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย ประกอบกับวัสดุต่างๆ ในการผลิต สามารถหาได้ง่าย ลงทุนน้อย ชาวบ้านสามารถทำได้จริง

สำหรับกระบวนการศึกษาการทำข้าวเกรียบเปลือกกล้วยนั้น ศึกษาจากตำรับพื้นฐาน 3 ตำรับ และศึกษาปริมาณของแทนนิน โดยนำเปลือกกล้วยสุกไปต้มในระยะเวลาที่ต่างกัน 3 ระดับ คือ 30 นาที 45 นาที และ 60 นาที เพื่อเสริมในข้าวเกรียบ แล้วนำมาศึกษาปริมาณกล้วยสุกที่มีผลต่อเนื้อสัมผัสของข้าวเกรียบเปลือกกล้วย จากนั้นนำมาศึกษาคุณภาพทางกายภาพ และเคมีของข้าวเกรียบเปลือกกล้วย ต่อด้วยศึกษาการยอมรับของผู้บริโภคที่มีผลต่อผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบเปลือกกล้วย

ทั้งนี้ จากการศึกษาตำรับพื้นฐานของข้าวเกรียบทั้ง 3 ตำรับ จากลักษณะทางกายภาพประกอบกับคะแนนทดสอบทางประสาทสัมผัส พบว่าข้าวเกรียบตำรับที่ 2 ได้รับการยอมรับสูงสุดในด้านลักษณะที่ปรากฏ สี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส (ความกรอบ) แผ่นพองฟู สีขาวนวล กลิ่นกระเทียมพริกไทย รสชาติ และความกรอบกำลังพอดี

“นายกฯ” ห่วง “ผู้สูงวัย-ป่วยติดเตียง" เสี่ยงป่วยโควิด-19 แนะ ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อป้องกัน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมเป็นห่วงครอบครัวที่มีคนอยู่ร่วมกันหลายวัย ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ขอให้เพิ่มความระวังสูงสุด แยกส่วนที่ใช้พื้นที่ร่วมกัน ลดการติดเชื้อในครอบครัว หากมีบุคคลที่มีความเสี่ยง สูงอายุ ติดเตียง อาจป่วยและเสียชีวิตได้  และแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นหญิงไทย อายุ 86 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียงและอัลไซเมอร์ ที่เสียชีวิตจากโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน รายแรกของจ.สงขลา ยืนยันว่าวัคซีนทุกสูตรพบมีประสิทธิผลป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตจากแต่ละสายพันธุ์สูง แต่เนื่องจากประสิทธิผลของวัคซีนในส่วนการป้องกันการติดเชื้อมีสูง จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป  

นายธนกร กล่าวว่า สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่วันที่ 17 ม.ค.รวม 6,929 ราย จำแนกเป็น
ผู้ป่วยจากในประเทศ 6,720 ราย มาจากต่างประเทศ 209 ราย ผู้ป่วยสะสม 107,979 ราย
หายป่วยกลับบ้าน 5,255 ราย
หายป่วยสะสม 58,772 ราย 
ผู้ป่วยกำลังรักษา 82,210 ราย
เสียชีวิต 13 ราย

‘กลุ่มจีพีเอสซี’ ร่วมกับ ‘ทัพเรือภาคที่ 1’ และ ‘ศวทอ.’ ส่งมอบหญ้าทะเล เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ ณ หาดนภาธาราภิรมย์

บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. นำโดย คุณณรงค์ชัย วิสูตรชัย ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสรัฐกิจสัมพันธ์และกิจการสาธารณะ ในฐานะผู้แทนกลุ่มจีพีเอสซี ร่วมกับทัพเรือภาคที่ 1 และศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก (ศวทอ.) ได้จัดพิธีส่งมอบหญ้าทะเลใน “โครงการฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเล” ณ บริเวณชายฝั่งหาดนภาธาราภิรมย์ กิจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กองการบินทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นการขยายผลจากโครงการนำร่องปลูกหญ้าทะเล จำนวน 5,000 กอ ในพื้นที่ 3 ไร่ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2564 โดยในพิธีส่งมอบดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก พลเรือตรี สมประสงค์ วิศลดิลกพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือ เป็นประธานในพิธี

หญ้าทะเลถือเป็นพืชที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเล เป็นแหล่งอาหาร แหล่งขยายพันธุ์ และแหล่งหลบซ่อนศัตรูของสัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างระบบนิเวศป่าชายเลนกับแนวปะการัง ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งดูดซับและกักเก็บคาร์บอน นอกจากนี้ หญ้าทะเลยังช่วยป้องกันการพังทลายของชายฝั่งได้อีกด้วย

 

‘สมเด็จฯ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส’ บุคคลสำคัญของโลกปี 2564 | MEET THE STATES TIMES EP.54

📌 “สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส” 
📌 บุคคลสำคัญของโลกปี 2564 ที่ยูเนสโกยกย่อง!! 

👄 ในรายการ MEET THE STATES TIMES ข่าวคุยเพลิน

💻 ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES

.

.

มองประเทศกำลังพัฒนา! ผ่านจริต 'ฉันรักผัวเขา-​เขารักผัวฉัน-​ผัวเรารักกัน’ 2​ | MEET THE STATES TIMES EP.53

📌ตัดเกรดประเทศกำลังพัฒนา!! ผ่านจริตแห่ง​ 'ฉันรักผัวเขา -​ เขารักผัวฉัน -​ ผัวเรารักกัน’ ภาค 2 ​!!
📌ดูละครสะท้อนสังคม! สื่อที่ ‘เสพ’ สะท้อนบริบทของคนในชาติอย่างไร?!

ไปกับ ‘อาจารย์อาทิตยา ทรัพย์สินวิวัฒน์’ อาจารย์ประจำสาขานวัตกรรมการสื่อสาร วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ในรายการ MEET THE STATES TIMES

ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES

.

.

'รมว.เฮ้ง'​ สั่งการประกันสังคม เร่งช่วยครอบครัววิศวกรหนุ่มเสียชีวิต จากอุบัติเหตุเครนหล่นทับในไซต์งานย่านทองหล่อ พร้อมมอบเงินทดแทนช่วยเหลือทายาทกว่าล้านบาท

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งการสำนักงานประกันสังคม ช่วยเหลือครอบครัวหนุ่มวิศวกรเสียชีวิตจากการถูกเครนหล่นทับในไซต์งานย่านทองหล่อ เมื่อวันที่ 7 ม.ค.65 ที่ผ่านมา พร้อมประสานให้ทายาทมาติดต่อขอรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทนประกันสังคมอย่างครบถ้วน

นายสุชาติ กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ตนได้รับรายงานอุบัติเหตุจากการทำงานดังกล่าวแล้ว ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมนี้ตนได้มอบหมายให้ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม สั่งการเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ข้อเท็จจริง และดำเนินการให้ความช่วยเหลือและประสานทายาทผู้เสียชีวิตเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทนและกองทุนประกันสังคมแล้ว ซึ่งเกิดเหตุการณ์ที่ไซต์งานก่อสร้างย่านทองหล่อ ของบริษัท วิศวภัทร์ จำกัด เมื่อวันที่ 7 มกราคม 65 สายสลิงที่ยึดแขนของเครนขาดส่งผลให้แขนเครนพับลงมากระแทกกับพื้นนั่งร้าน ทำให้มีลูกจ้างตำแหน่งวิศวกรควบคุมการก่อสร้างตกลงจากพื้นชั้นที่ 4 ได้รับบาดเจ็บ เพื่อนร่วมงานนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ร่วมฟังสวดพระอภิธรรม (มารดา) ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์

(14 ม.ค.65)​ ณ​ วัดเทพศิรินทร์ทราวาสวรวิหาร กรุงเทพฯ "อาจารย์ชูศักดิ์ จันทยานนท์" ประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย "นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย เข้าร่วมฟังสวดพระอภิธรรมพิธีบำเพ็ญกุศลศพ "คุณแม่วิไล สอาดโฉม" (มารดา) ของ "ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์" สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน 

อีกทั้งพิธีบำเพ็ญกุศลศพในวันนี้ได้รับเกียรติจาก "นายชวน หลีกภัย" ประธานรัฐสภา / นายกรุง ศรีวิไล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการเขต 5 / นายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่าน มาร่วมแสดงความเสียใจ และร่วมไว้อาลัยให้แก่ "คุณแม่วิไล สอาดโฉม" 

‘โนวัค ยอโควิช’ ไม่รอด!! หลังยี้วัคซีนซ้ำซาก ถูกถอนวีซ่ารอบ 2 และอาจถูกแบนเข้าออสฯ 3 ปี

(14 ม.ค. 65) ‘โนวัค ยอโควิช’ นักเทนนิสมือวางอันดับ 1 ของโลกชาวเซอร์เบีย ถูกเพิกถอนวีซ่าออสเตรเลียเป็นครั้งที่ 2 ในกรณีการหลบเลี่ยงการฉีดวัคซีน Covid-19 และไม่มีหลักฐานหนักแน่นเพียงพอ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ฉีดวัคซีนของเขา ซึ่งผิดกฎหมายเข้าเมืองของออสเตรเลียที่ระบุว่า ชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าเมืองออสเตรเลียต้องได้รับวัคซีนครบโดส หรือมีเอกสารรับรองแพทย์ที่เชื่อถือได้ว่าสามารถยกเว้นการฉีดวัคซีนได้

กลายเป็นดราม่าระดับโลกมานานเกือบ 1 เดือนเต็มเมื่อ โนวัค ยอโควิช เข้าร่วมการแข่งขัน เทนนิสออสเตรเลียนโอเพ่น รายการแกรนด์สแลมแรกของปีในฐานะมือวางอันดับ 1 ของโลก และเต็ง 1 ในรายการนี้ เนื่องจากเขาเป็นผู้คว้าแชมป์ในรายการนี้มากที่สุดถึง 9 ปี 

แต่ทว่า โนวัค ยอโควิช มีทัศนคติต่อต้านการฉีดวัคซีน ที่ทำให้เขาหลีกเลี่ยงที่จะฉีดวัคซีน Covid-19 มาโดยตลอด แม้ว่าตัวเขาเองจะเคยติด Covid-19 มาแล้วในขณะพำนักอยู่ในเซอร์เบีย ประเทศบ้านเกิดเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

และได้ใช้เหตุผลเรื่องประวัติการติดเชื้อ Covid-19 เป็นข้ออ้างในการยกเว้นการฉีดวัคซีนเพื่อเข้าแข่งขันออสเตรเลีย ซึ่งเบื้องต้นรัฐบาลท้องถิ่นของรัฐวิคตอเรีย และคณะกรรมการจัดการแข่งขันอนุมัติให้เข้าแข่งขันได้ 

เวทีมวย พร้อมใจจัดมวยระบบปิด เซียนมวยติดตามได้ทางช่องทีวี

‘มิสเตอร์ป๋อง’ พินิจ พลขัน พิธีกรรายการมวยชื่อดังได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีการจัดแข่งขันชกมวยไทย ของสนามมวยต่างๆ ในช่วงการแพร่ระบาดโควิดระลอกใหม่ ว่า มวยไทย..จัดชกระบบปิดทุกช่อง!!

..นับจากวันนี้เป็นต้นไป มวยทุกรายการถ่ายทอดสด งดผู้ชมในสนามจัดระบบปิดทุกรายการ ทุกช่อง!!

#น้องๆนักมวยยังได้ไปต่อ❤️

..เปิดทีวีดูได้ปกติครับ!!!

🥊วันศุกร์
🖥ศึกมวยมันส์วันศุกร์ ช่อง True4u 18.00-20.00 สนามมวยรังสิต

จีนเล็งบูรณะ ‘พระใหญ่เล่อซาน’ 'พระพุทธรูปแกะสลัก' ใหญ่สุดในโลกอีกครั้ง

คณะผู้เชี่ยวชาญของจีนเปิดเผยว่า พระใหญ่เล่อซาน พระพุทธรูปแกะสลักริมผาขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีความสูง 71 เมตร และตั้งอยู่ ณ จุดที่แม่น้ำสามสายไหลมาบรรจบกันนอกตัวเมืองเล่อซาน มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน จำเป็นต้องได้รับการบูรณะอีกครั้ง

พื้นที่ส่วนจมูกและใบหน้าของพระใหญ่เล่อซานมีร่องรอยดำและสกปรก ขณะส่วนหน้าอก ท้อง มือ และขาบางจุดปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำและพืชอื่นๆ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากเมื่อครั้งผ่านการบูรณะใหญ่ในเดือนเมษายน 2019 ซึ่งเป็นงานบูรณะขนานใหญ่ครั้งที่ 7 ในรอบร้อยปี

เมืองเล่อซานจัดงานสัมมนาหารือแผนการบูรณะพระพุทธรูปยักษ์องค์ดังกล่าวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยครั้งนี้เหล่าผู้เชี่ยวชาญตัดสินใจแก้ไขต้นเหตุความเสื่อมโทรมแทนการปรับปรุงโฉมนอก เพื่อให้รูปแกะสลักนี้ตั้งตระหง่านสง่างามอีกนานหลายปี

จานฉางฝ่า อดีตรองประธานสถาบันมรดกวัฒนธรรมจีน (CACH) กล่าวว่างานสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวทางบูรณะครั้งสำคัญ โดยหันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอเพิ่มเติม จากเดิมที่ให้ความสำคัญเฉพาะปลายเหตุ

คณะผู้เชี่ยวชาญพบว่าความเสียหายจากน้ำ ฝน และความชื้น เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้พระใหญ่เล่อซานเสื่อมโทรมมากที่สุด โดยหวงเค่อจง นักวิจัยจากสถาบันฯ เผยผ่านระบบวิดีโอจากกรุงปักกิ่งว่าก่อนอื่นเราต้องแก้ไขปัญหาความเสียหายจากน้ำ ไม่เช่นนั้นการปรับปรุงรูปแกะสลักจะช่วยระงับปัญหาได้แค่ชั่วคราว

ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นต่างเห็นพ้องว่าต้องดำเนินมาตรการหลากหลายเพื่อจัดการความเสียหายจากน้ำ ซึ่งครอบคลุมการสำรวจทางธรณีวิทยา การติดตามและประเมินผล การวิจัยวัสดุ และการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

'รมว.เฮ้ง' ลุยสงขลา เช็คความพร้อมจุดฉีดวัคซีนผู้ประกันตนบูสต์เข็ม 3 ที่ศูนย์อาเซียนพลาซ่าหาดใหญ่ 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมจุดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็ม 3 (Booster Dose) แก่ผู้ประกันตนมาตรา 33 ของ บริษัท เซฟสกิน เมดดิคอล แอนด์ ไซเอนทิฟิก (ประเทศไทย) จำกัด ณ ศูนย์การค้าอาเซียนพลาซ่า หาดใหญ่ ถ.กาญจนวนิช ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยผู้บริหารโรงพยาบาลศิครินทร์ สาขาหาดใหญ่ และบริษัท หาดใหญ่นครินทร์ จำกัด เข้าร่วม นายสุชาติ กล่าวว่า

รัฐบาลภายใต้การนำของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และท่านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบกระทบจากโควิด-19 และได้สั่งการให้กระทรวงแรงงานดำเนินมาตรการเพื่อช่วยเหลือแรงงานและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานดำเนินมาตรการที่สำคัญต่าง ๆ ได้แก่ ตรวจคัดกรองเชิงรุก RT-PCT 100% ภายใต้โครงการ “แรงงานเราสู้ด้วยกัน ” ตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนเพื่อผู้ประกันตน มาตรา 33 ดำเนินโครงการ Factory Sandbox เพื่อรักษาการจ้างเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 39 และ 40 ในพื้นที่ 29 จังหวัด ลดเงินสมทบและเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน และโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs 

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า จังหวัดสงขลาถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศ โดยที่ผ่านมาสำนักงานประกันสังคมสงขลาร่วมกับโรงพยาบาลศิครินทร์ หาดใหญ่ ดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวน 11,960 โดส แบ่งเป็น เข็ม 1 จำนวน 6,375 โดส และเข็ม 2 จำนวน 5,585 โดส จากการระบาดของโรคโควิด -19 ซึ่งมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา การฉีดวัคซีนจึงถือเป็นมาตรการที่สำคัญในการสร้างภูมิคุมกันและลดความรุนแรงของโรค กระผมจึงมอบหมายสำนักงานประกันสังคม ประสานนายจ้างสำรวจความต้องการฉีดวัคซีนโควิด – 19 เข็ม 3 ผ่านระบบ web – service และจัดตั้งจุดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในกลุ่มผู้ประตนมาตรา 33 เข็ม 3 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ 10 จังหวัด (สงขลา ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร และพระนครศรีอยุธยา) รวมทั้งสิ้น 13 จุดฉีด โดยจะเริ่มดำเนินการพร้อมกันในวันที่ 17 มกราคมนี้เป็นต้นไป

สำหรับจังหวัดสงขลา ปัจจุบันมีสถานประกอบการทั้งหมด จำนวน 9,400 แห่ง มีผู้ประกันตนประมาณ 188,000 ราย ซึ่งการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็ม 3 (Booster Dose) แก่ผู้ประกันตนมาตรา 33 ในครั้งนี้เป็นลูกจ้าง/ผู้ประกันตน ของบริษัท เซฟสกิน เมดดิคอล แอนด์ ไซเอนทิฟิก (ประเทศไทย) มีผู้ข้ารับการฉีดวัคซีนจำนวน ประมาณ 200 คน 

‘อ.ไชยันต์’ งัดเอกสารโต้ ปม ‘เสรีไทย’ ใส่ร้าย ร.9 กรณี ร.8 สวรรคต แต่ ‘ณัฐพล ใจจริง’ จงใจแปลบิดเบือน!

“อ.ไชยันต์” เปิดเอกสารชี้ชัด “จอมพลผิน ชุณหะวัณ” เผยว่า “เสรีไทยวางแผนใส่ร้าย ในหลวง ร.9 ว่า สังหารพี่ชาย เพื่อให้ประชาชนยอมรับสาธารณรัฐ” แต่ “ณัฐพล ใจจริง” ที่อ้างอิงเอกสารดังกล่าว กลับจงใจไม่พูดถึงเลย แล้วยังแปลบิดเบือนเป็นว่า “เสรีไทยมีแผนการจะประกาศว่าใครคือบุคคลที่สังหารรัชกาลที่ 8” จนเกิดการเอาไปขยายผลแบบผิดเพี้ยน สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล

วันที่ 13 ม.ค. 65 ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า ...

อีกแล้วครับ ท่าน !

“ทุ่นดำ-ทุ่นแดง” กับ “กรณีจอมพลผิน ชุณหะวัณ รัฐประหาร พ.ศ. 2490 ตัดหน้า เพราะเสรีไทยกลุ่มปรีดีที่มีแผนจะประกาศว่าใครสังหารรัชกาลที่ 8 และจะประกาศตั้งสาธารณรัฐขึ้น” ในงาน ของ ณัฐพล ใจจริง

กรณีที่พวกเรา ทุ่นดำ-ทุ่นแดง จะกล่าวถึงต่อไปนี้ คือ

เหตุการณ์ช่วงเกิดการรัฐประหาร พ.ศ. 2490 โดยคณะรัฐประหารที่นำโดยกลุ่มราชครู ที่มี จอมพลผิน ชุณหะวัณ เป็นแกนนำ

ซึ่งหนึ่งในข้ออ้างในการทำการรัฐประหารดังกล่าว คือ กรณีสวรรคตของรัชกาลที่ 8 ที่รัฐบาลเก่าของหลวงธำรงฯ มิอาจสามารถคลี่คลายได้ (และไม่ปรากฏความคืบหน้าใดๆ หากยึดตามเอกสารต่างประเทศที่พอจะพูดถึงไว้บ้าง)

อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบเอกสารย้อนหลัง พวกเรากลับพบเจอกับความ “ไม่ซื่อสัตย์ทางด้านวิชาการ” ของ ณัฐพล ใจจริง อีกครั้งโดยบังเอิญ

ซึ่งในครั้งนี้เป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการใช้เอกสารชั้นต้นที่ ณัฐพล “จงใจบิดเบือน” หรือ “แปลงสาส์น”

ข้อความต่อไปนี้คือข้อความที่ณัฐพลได้บรรยายไว้ทั้งในวิทยานิพนธ์ และ หนังสือ ขุนศึกฯ

1.) ข้อความที่เกี่ยวข้อง
ข้อความที่ปรากฏในวิทยานิพนธ์ของ ณัฐพล ใจจริง ในวิทยานิพนธ์หน้า 65 ณัฐพลได้ระบุข้อความไว้ว่า “ราว 1 สัปดาห์หลังการรัฐประหาร จอมพลผิน ชุณหะวัณ แกนนำคนสำคัญในคณะรัฐประหารได้กล่าวอ้างว่า เขาได้ทำรัฐประหารตัดหน้าเสรีไทย “กลุ่มปรีดี” ที่มีแผนการจะประกาศว่า ใครคือบุคคลที่สังหารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกฐ [รัชกาลที่ 8/ ทุ่นดำทุ่นแดง] และจะทำการสถาปนาสาธารณรัฐขึ้น”

ข้อความที่ปรากฏใน ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี และในหนังสือก็ปรากฏข้อความนี้เช่นเดียวกันในหน้า 61 ดังข้อความว่า

“ราวหนึ่งสัปดาห์หลังการรัฐประหาร พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ แกนนำคนสำคัญในคณะรัฐประหาร กล่าวว่า เขาได้ทำรัฐประหารตัดหน้าเสรีไทยกลุ่มปรีดี ที่มีแผนการจะประกาศว่าใครคือบุคคลที่สังหารสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และจะทำการสถาปนาสาธารณรัฐขึ้น”

ข้อความทั้ง 2 ส่วนนี้ ณัฐพลอ้างเอกสารฉบับเดียว คือ NARA, RG 59 Central Decimal file 1945-1949 Box 7250, Stanton to Secretary of State, 16 November 1947 (16 พฤศจิกายน พ.ศ.2490) ซึ่งพวกเรา ทุ่นดำ-ทุ่นแดง ได้มีโอกาสถือครองสำเนาของเอกสารดังกล่าวเช่นกัน

2.) ข้อค้นพบ
จากการตรวจสอบเอกสารฉบับดังกล่าวอย่างละเอียด อาจกล่าวได้ว่าเนื้อหาในเอกสารจริงๆ ที่ผู้เขียน คือ Edwin Stanton ทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ที่มีไปถึงกระทรวงการต่างประเทศอเมริกา อาจถือได้ว่าเนื้อความที่ณัฐพลยกมานั้นเป็นการ “พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ” เลยก็ว่าได้ เนื่องจากข้อความเหล่านั้นปรากฏเนื้อหาคนละแบบ อีกทั้ง ณัฐพล ยังอาจจะจงใจแปลไม่ครบถ้วนอีกด้วย

ทั้งนี้ เอกสารระบุเนื้อความเพียงว่า

“เหตุการณ์ทางการเมืองที่ยังคงมีความสับสนในปัจจุบัน... ‘การเปิดเผยที่น่าตกใจ’ ของพลโท ผิน ชุณหะวัณ ผู้เป็นแกนหลักของฝ่ายหลวงพิบูล ซึ่งทางกองทัพได้ทำการรวบรวมรายชื่อ (rounding up) ของผู้เกี่ยวข้องกับการปลงพระชนม์รัชกาลที่ 8 ผินเล่าว่า ... เขา ทางกองทัพได้ทำการสกัดกั้นคำสั่งจากโทรเลขลับถึง ... ชี้ว่า พวกเสรีไทยกำลังวางแผนสมคบคิดจะล้มรัฐบาลหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ... ซึ่งจะทำการยึดอำนาจแล้วประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐ ยิ่งกว่านั้น การที่จะทำให้ประชาชนยอมรับสาธารณรัฐ บรรดาเหล่าผู้สมรู้ร่วมคิดได้วางแผนที่จะดิสเครดิต (discredit) ในหลวงองค์ปัจจุบัน โดยกล่าวหาว่าพระองค์คือผู้ที่สังหารพี่ชายของพระองค์เอง ทั้งนี้ ผินได้เล่าสืบไปว่า พล็อตเช่นนี้ (เรื่องที่ใส่ร้าย ร.9/ทุ่นดำ-ทุ่นแดง) เพิ่งจะเกิดขึ้นก่อนการรัฐประหารนี้เอง...”

ข้อความต้นฉบับ คือ “Confused political situation still further … “startling revelation” made yesterday General Pin Chunhavan, who is Phibun’s principal lieutenant chat Army policy rounding up those who participated in ‘assassination’ late King.

Pin told … Army intercepted orders issued by secret radio to secret … all … country indicating Free Thai conspiracy overthrow Thamrong Government November 30, seize power declare republic. Further that in order make people accept republic, conspirators planned discredit present King by alleging he killed his brother. According … Pin, this plot hatched before present coup.”

และเมื่อได้ทำการเปรียบเทียบข้อความของณัฐพลทั้ง 2 แห่ง (ทั้งในวิทยานิพนธ์และหนังสือ) กับ เอกสารต้นฉบับของ E. Stanton ทูตสหรัฐ

หากผู้อ่านมีใจที่เป็นกลางและเป็นธรรม จะพบข้อเท็จจริงเพียงว่า
1.) รายงานฉบับวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 นี้ Stanton ทูตสหรัฐ ได้รายงานเพียงความเห็นของจอมพลผินในฐานะหัวหน้ารัฐประหารเท่านั้น โดยเฉพาะความเชื่อที่ว่าพวกเสรีไทย (กับจีนคอมมิวนิสต์) ได้สุมหัวกันเพื่อจะยึดอำนาจจากรัฐบาลหลวงธำรงฯ แล้วจะประกาศตั้งสาธารณรัฐไทยขึ้นมาแทน และเพื่อให้การสถาปนาสาธารณรัฐเป็นไปได้ พวกเขาจึงต้องวางแผนที่จะถอดพระมหากษัตริย์ออกด้วยการ “ดิสเครดิต” โดยกล่าวหาว่า รัชกาลที่ 9 เป็นผู้ปลงพระชนม์รัชกาลที่ 8

อย่างไรก็ดี Stanton ได้กล่าวถึงกองกำลังเสรีไทยเท่านั้น และไม่มีข้อความในส่วนใดกล่าวถึง “เสรีไทยกลุ่มปรีดี” ตามที่ณัฐพลระบุเลย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top