Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

ครั้งประวัติศาสตร์ TSB เริ่มส่งมอบคาร์บอนเครดิตแก่สวิตเซอร์แลนด์ จากรถเมล์พลังงานสะอาดเจ้าแรกของโลก

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด หรือ TSB เปิดเผยว่า จากความพยายามของบริษัทในการพัฒนาขนส่งมวลชนของประเทศไทยให้เป็นรูปแบบพลังงานไฟฟ้า 100% ไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ฝุ่นควันดำอันจะส่งผลต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน ทั้งยังช่วยเก็บคาร์บอนเครดิต ที่เป็นสิทธิจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้น ล่าสุด ทางเครือไทยสมายล์กรุ๊ป และหน่วยงานพันธมิตร ได้เริ่มส่งมอบคาร์บอนเครดิตที่บันทึกได้จากโครงการ “Bangkok E-Bus Programme” โครงการซื้อขายคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศโครงการแรกของโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับการซื้อขายคาร์บอนเครดิตครั้งนี้ เกิดขึ้นภายใต้ความตกลงปารีส Article 6.2  การร่วมมือกันระหว่างไทย-สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยกรอบความร่วมมือภาคสมัครใจ ทั้งยังมีการปฏิบัติตรงตามมาตรฐานด้านคุณภาพต่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน โดยมี Klik Foundation เป็นผู้ซื้อ Carbon Credit ที่เกิดขึ้นและนำ Carbon Credit ดังกล่าวไปลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ตามเป้าหมายที่ได้วางไว้

สำหรับการพัฒนาในปี 2567 นางสาวกุลพรภัสร์ ทิ้งท้ายไว้ว่า ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความภูมิใจของบริษัทกับพนักงานทุกคน ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ครั้งนี้ แม้ตนเองเป็นบริษัทเอกชน 100% ก็จะขออาสาช่วยพัฒนาการคมนาคมขนส่งของไทยอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน ทั้งในเรื่องของคุณภาพการให้บริการ ความปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดั่งความตั้งใจที่ว่า "เดินทางด้วยรอยยิ้ม ใส่ใจสิ่งแวดล้อม" โดยภายในปีนี้จะมีการทยอยนำรถเข้ามาเพิ่มเติม จากปัจจุบันมีรถพร้อมให้บริการอยู่จำนวน 2,200 คัน เป็น 3,100 คันตามเป้าหมาย ขณะเดียวกันบริษัทก็จะพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่เข้ามาให้บริการมากขึ้นควบคู่กันไปด้วย

ขอนแก่น-"ปธ.ก.ธ.จ.ขอนแก่น”ติวเข้ม”ลงพื้นที่สอดส่องหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

ก.ธ.จ.ขอนแก่น ประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ 1/2567 ซึ่งมีวาระที่สำคัญในการวางแผน ในการสอดส่องในปี 67 ซึ่งประกอบไปด้วยแผนงานในปี 66 และแผนงานในปี 67 ที่เรากำหนดในการลงพื้นที่สอดส่องหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 ที่ห้องประชุมแก่นภูมิ 2 ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสุวิทย์วิจิตรโสภา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขตตรวจราชการที่ 12 ในฐานะประธานกรรมาธิการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ 1/2567 โดยมีคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น ตลอดจนที่ปรึกษาฯเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง

นายสุวิทย์ วิจิตรโสภา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขตตรวจราชการที่ 12 ในฐานะประธานกรรมาธิการธรรมาภิบาลจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่าในการประชุม ก.ธ.จ.ขอนแก่น วันนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 1/2567 ซึ่งเรามีวาระที่สำคัญในการวางแผน ในการสอดส่องในปี 67 ซึ่งประกอบไปด้วยแผนงานในปี 66 และแผนงานในปี 67 ที่เรากำหนดในการลงพื้นที่สอดส่องหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ในวันนี้ก็มีการประชุม และได้ให้ความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางหลากหลาย เพื่อให้แผนงานที่ลงพื้นที่สอดส่อง ตรงกันทุกอย่าง เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน อย่างแท้จริง ซึ่งประโยชน์จะตกกับชาวขอนแก่นจริงๆ 

นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่านอกจากนั้นเราได้พิจารณาในเรื่อง แผนการใช้จ่ายในเรื่องงบประมาณ ในการใช้จ่ายกิจกรรมต่างๆ ที่เราจะสอดส่องในโครงการ ทางจังหวัดขอนแก่นหรือทาง ก.ธ.จ.จังหวัดขอนแก่น ได้รับจัดสรรงบประมาณ จากรัฐบาลเป็นเงินจำนวน 75,000 บาท และที่เป็นประเด็นสำคัญ คือในเรื่องของการจัดทำรายงานประจำของ ปี ก.ธ.จ.จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเราก็จะมี 2 เวอร์ชั่น เช่นเวอร์ชั่นที่เป็นกระดาษ หรือ Paper จะมีการเผยแพร่ผ่าน เว็บไซต์สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี และอีกเวอร์ชั่นที่ 2 คือการทำคลิป หรือวีดีโอสั้นความยาวไม่เกิน 5 นาที เพื่อประโยชน์ในการไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผ่านระบบออนไลน์ต่างๆได้ ก็ถือว่าเป็นโครงการที่สำคัญ 

"จากการประชุมในครั้งนี้ เราได้มีการพูดคุยหารือ แนวทางในการทำงานร่วมกันต่างๆที่เป็นประโยชน์ กับประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่นในหลายๆมิติด้วย เพื่อให้ทิศทางในการทำงานในปี 67 ให้บรรลุเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ” นายสุวิทย์ กล่าว

เชียงราย"จับจริง!!พ่อเมืองเชียงรายเปิดปฏิบัติการ"เชียงรายฟ้าใส" (ไร้ท่อม) จัดระเบียบสังคมป้องกันเด็กและเยาวชน" 

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 23.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงราย นำโดยนายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย  ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย ผู้ช่วย หน.ศอ.ปส.จ.ชร. สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1 นายพิสิษฐ์ สันติวงษ์สกุล ปลัดอำเภอเมืองเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองเชียงรายที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย เข้าตรวจสอบร้านใจแลกใจ ที่อยู่ 1/20 หมู่ที่ 14 ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ซึ่งตั้งใกล้เคียงกับ โรงพยาบาล  ที่พักของโรงพยาบาล และโรงเรียน และจากการตรวจสอบพบมีการเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

จากการเข้าตรวจสอบร้านใจแลกใจ พบมีผู้ใช้บริการกว่า 30 คน นั่งดื่มกินน้ำกระท่อมผสมน้ำหวานแต่งกลิ่น ฯลฯ ภายในร้าน จากการสอบถามอาการของผู้มาใช้บริการ ว่าอาการที่กินน้ำกระท่อมเป็นอย่างไร ซึ่งแต่ละคนจะสำแดงอาการไม่เหมือนกัน เช่น เมา มึน อึนๆ คึก ซึม แล้วแต่อาการของแต่ละคน และยังพบมีผู้ใช้บริการนั่งเสพกัญชา บางส่วนกำลังหั่นใบกัญชาเพื่อเสพ โดยที่ทางร้านมีทั้ง เขียง มีด บ้องกัญชา ไว้บริการ ซึ่งจากการตรวจสอบพบทางร้านมีใบอนุญาตจำหน่ายสมุนไพรควบคุม (กัญชา) แต่เคยมีการพักใช้ใบอนุญาตมาแล้ว 1 ครั้ง เนื่องจากผิดเงื่อนไขประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ซึ่งจากการตรวจสอบภายในร้านพบมีบุคคลแสดงตัวเป็นเจ้าของร้านจำนวน 1 คน แต่จากการตรวจสอบใบอนุญาต ไม่พบหนังสือรับรองการแจ้งการสะสมอาหาร ตามพรบ.การสาธารณสุข และมีการจำหน่ายน้ำกระท่อม โดยฝ่าฝืน พรบ.อาหารฯ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจร้านดังกล่าวยังไม่มีการตรวจความปลอดภัยของอาหารและไม่ได้ส่งมอบสลากให้สำนักงานอาหารและยาตรวจอนุมัติก่อนนำไปใช้ตามเงื่อนไขของประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาหารใหม่หรือที่ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

สันติ วงศ์สุนันท์/ผู้สื่อข่าวเชียงราย

ตม.จว.กระบี่ รวบหนุ่มสิงคโปร์หนีหมายจับซุกเกาะลันตา ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

โดย พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.สั่งการให้ระดมตรวจสอบพื้นที่สุ่มเสี่ยงในพื้นที่และจับกุมคนต่างด้าวที่กระทำผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกระทำผิดตามกฎหมายอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการดูแลความสงบเรียบร้อยของสังคม ตลอดถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว

สืบเนื่องจาก ตม.จว.กระบี่ ได้รับการประสานจากตำรวจ สภ.อ่าวนาง ให้ช่วยติดตามจับกุมหนุ่มสัญชาติสิงคโปร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ในข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม  ซึ่งอาจยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ นั้น ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6,พ.ต.อ.กันตวัฒน์  พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6 ,พ.ต.อ.สรธรรศจ์  เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.กระบี่ ,พ.ต.ท.สุเมธ  กนกเหมพันธ์  รอง ผกก.ตม.จว.กระบี่ สั่งการให้ พ.ต.ต.วิรัตน์ อินทร์ยอด , พ.ต.ต.วิโรจน์ ศรีสภา สว.ตม.จว.กระบี่  พร้อมชุดสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ชื่อนายมูฮัมหมัด  สัญชาติสิงคโปร์ จากการตรวจสอบข้อมูลการแจ้งที่พักตาม มาตรา 38 ในระบบสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่า ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวแจ้งที่พักครั้งล่าสุดไว้ที่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.ศาลาด่าน อ.เกาะลันตา จว.กระบี่  จึงได้จัดกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ จากการเฝ้าสังเกตการณ์พบชายชาวต่างชาติลักษณะรูปพรรณคล้าย บุคคลตามหมายจับ นั่งอยู่บริเวณหน้าห้องพัก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จว.กระบี่   ขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว จากการตรวจสอบทราบชื่อนายมูฮัมหมัด สัญชาติสิงคโปร์ อายุ 34 ปี เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายจับของศาลจังหวัดกระบี่ ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม  ผู้ถูกจับยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับและไม่เคยถูกจับมาก่อน จากการซักถามยอมรับว่าตามวันเวลาที่เกิดเหตุตนได้ขโมยโทรศัพท์มือถือจากร้านค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่อ่าวนาง หลังจากนั้นตนได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่เกาะลันตา จนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาพบตัว และถูกจับกุม ตามหมายจับดังกล่าว  นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

ด้วยในพื้นที่จังหวัดกระบี่ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ตม.จว.กระบี่ ได้มีการประชาสัมพันธ์ถึงความสำคัญของการแจ้งที่พักตามมาตรา 37 , 38 ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เพื่อสะดวกในการตรวจสอบบุคคลต่างด้าวในพื้นที่ หากมีการกระทำความผิด และสามารถดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวและประชาชน ตลอดจนสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวใน จว.กระบี่ หากประชาชนท่านใดพบเห็นการกระทำผิด กรุณาแจ้งมายัง ตม.จว.กระบี่ โทร 075-611097  จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

กมธ.งบ 67 เดือด!! ที่ประชุมรุมฉะแบงก์ชาติ โวย 'ผู้ว่า ธปท.' ไม่มาชี้แจงเอง หลังติดภารกิจด่วน

(10 ม.ค. 67) ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ครั้งที่ 2 มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานกมธ. เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งได้พิจารณาภาพรวมเศรษฐกิจ

โดยเชิญผู้แทนจากกระทรวงการคลัง สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงบประมาณ มาให้ข้อมูล

ในช่วงแรกของการประชุม กมธ. จากพรรคเพื่อไทย ได้แก่ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ และนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีตสส.เชียงราย แสดงความไม่พอใจ ต่อผู้แทน ธปท. หลังจากนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าฯ ธปท. ไม่มาชี้แจงด้วยตัวเอง ทั้งที่การประชุมกมธ.ในวาระนี้ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งผู้แทนของ ธปท. ยืนยันว่านายเศรษฐพุฒิ มีภารกิจเร่งด่วน แต่ยืนยันว่าตนได้รับมอบหมาย จากผู้ว่าฯ ธปท. ให้มาชี้แจงต่อ กมธ. อย่างเป็นทางการ

จากนั้น กมธ.ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย หลายคนได้ท้วงติงการทำงานของ ธปท.หลายเรื่อง โดยเฉพาะการปล่อยให้เกิดช่องว่างระหว่างดอกเบี้ยเงินกู้กับดอกเบี้ยเงินฝาก ห่างกันมาก จนสร้างภาระให้กับประชาชนที่เป็นหนี้จำนวนมาก ซึ่งต้องประสบปัญหามาตั้งแต่การระบาดของโควิด-19

ดังนั้น แม้ ธปท. จะมีหน้าที่ดูแลธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้สถานะของธนาคารมีความมั่นคง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเงินของประเทศ แต่อีกด้านหนึ่งควรพิจารณาถึงความเดือดร้อนของประชาชนด้วย หลังจากธนาคารพาณิชย์ ทำกำไรได้มากถึง 2 แสนล้านบาท

ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้สอบถามผู้แทน ทั้ง 4 หน่วยงาน ถ้าจะนิยามความหมายของคำว่า วิกฤตเศรษฐกิจ จะต้องนิยามว่าอย่างไร และจะต้องมีปัจจัยอะไรบ้างที่แสดงให้เห็นถึงความเป็น วิกฤตเศรษฐกิจ

ด้านผู้แทน ธปท. ยืนยันว่า ธปท.โดยเฉพาะคณะกรรมการนโยบายทางการเงิน (กนง.) เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน จากการปรับตัวที่สูงขึ้นของดอกเบี้ย กนง. จึงมีมาตรการไปยังธนาคารเอกชน ให้ลงไปดูแลลูกหนี้ เพื่อให้มีการปรับโครงสร้างหนี้ ทั้งก่อนและหลังเป็นลูกหนี้เอ็นพีแอล นอกจากนี้การปรับดอกเบี้ย นโยบายในปัจจุบัน กนง.มองว่ามีความเหมาะสม กับศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศ และสอดคล้องกับการเจริญเติบโตเศรษฐกิจ

ตัวแทน ธปท. กล่าวว่า ส่วนการนิยามคำว่า วิกฤตเศรษฐกิจ จะต้องพิจารณาข้อมูลรอบด้าน และหลายปัจจัยที่เกิดขึ้น เช่น สถาบันการเงินที่มีหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้จำนวนมาก จนกระทบต่อสถานะธนาคาร การเกิดภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นเวลานาน หรือการเกิดวิกฤตจากสถานการณ์ไม่คาดคิด เช่น โควิด-19 พอจะเห็นได้ว่าเป็นตัวอย่างของคำว่า ‘วิกฤตเศรษฐกิจ’ หรือแม้แต่ปัญหาอุทกภัยที่เคยทำให้การเจริญเติบโตเศรษฐกิจของประเทศติดลบ จนต้องออก พ.ร.ก. ในช่วงเวลาขณะนั้น

คณะอนุญาโตฯ เลื่อนตัดสินคดีเหมืองทองไป 6 เดือน  เปิดทางให้ ‘ไทย-คิงส์เกต’ เจรจาต่อเพื่อยุติข้อพิพาท 

‘กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่’ ชี้แจงความคืบหน้าของคดีระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ซึ่งในปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการเจรจาแก้ไขปัญหาข้อพิพาท โดยคณะอนุญาโตตุลาการได้อนุญาตให้เลื่อนการออกคำชี้ขาดออกไปอีก 6 เดือน จากเดิมที่กำหนดออกคำชี้ขาดในช่วงสิ้นปี 2566 ที่ผ่านมา โดยทั้งสองฝ่ายยังมีแนวโน้มที่ดีในการเจรจาแก้ไขปัญหาข้อพิพาทตามคำแนะนำของคณะอนุญาโตตุลาการ  

(10 ม.ค.67) นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เปิดเผยว่า จากกรณีข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ผู้ถือหุ้นบริษัท อัครารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) คณะอนุญาโตตุลาการได้เลื่อนการออกคำชี้ขาดหรือคำตัดสินออกไปอีก 6 เดือนจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2567 ตามที่ทั้งสองฝ่ายร้องขอ ซึ่งเป็นกรอบระยะเวลาที่เชื่อว่าจะสามารถเจรจาให้ข้อพิพาทยุติลงได้ และเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายมากกว่า

สำหรับการกลับมาประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำอีกครั้งของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2566 ที่ผ่านมานั้น เป็นผลมาจาก บริษัท อัคราฯ ได้เริ่มกลับมาดำเนินการคำขอต่างๆ โดยเฉพาะคำขอต่ออายุประทานบัตรในพื้นที่เดิม และใบอนุญาตประกอบโลหกรรมที่ค้างอยู่ ตั้งแต่ปี 2563 ให้ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยแร่และระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้ดำเนินการตามกรอบนโยบายทองคำที่ปรับปรุงขึ้นใหม่  

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่บริษัท อัคราฯ ได้กลับมาประกอบการอีกครั้ง ก็ได้มีการติดตามตรวจสอบผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมภายใต้รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA สำหรับการทำเหมืองแร่ และ EHIA สำหรับการประกอบโลหกรรมอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ยังได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบควบคุมและเฝ้าระวังการทำเหมืองแร่ทองคำ และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น  

“กรณีที่มีข่าวเรื่องการสั่งฟ้องเหมืองทองอัคราฯ ในความผิดฐาน ยึดที่ดินรัฐ-ครอบครองป่า-สร้างตะแกรงรุกทางหลวงนั้น เห็นว่าเป็นกระบวนการตามกฎหมายอื่น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ไม่เคยแทรกแซงและไม่สามารถก้าวล่วงได้ ซึ่งหมายความว่า การดำเนินคดีในกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายของไทยในกรณีดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหรือกระบวนการอนุญาโตตุลาการ รวมทั้งคณะอนุญาโตตุลาการยังไม่ได้มีการออกคำชี้ขาดหรือคำตัดสินแต่อย่างใด” นายอดิทัต กล่าวปิดท้าย

‘กรมอุทยานฯ’ จ่อเร่งผลิต 'พาสปอร์ตอุทยาน' เพิ่ม 90,000 เล่ม หลัง นทท.แห่ซื้อหมดเกลี้ยง คาด!! รับอานิสงส์จาก ‘พี่จอง-คัลแลน’

(10 ม.ค.67) จากกรณีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ออกประกาศแจ้งว่า 'พาสปอร์ตอุทยานแห่งชาติ' หมดแล้ว โปรดสอบถามอีกครั้งประมาณกลางเดือนมกราคมนี้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า พาสปอร์ตอุทยานฯ หรือหนังสือเพื่อประทับตราว่าไปเที่ยวอุทยานฯ ที่ไหนมาแล้วบ้างทั่วประเทศนั้น ยังมีการพิมพ์ออกมาเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างกรมอุทยานฯ กับสมาคมอุทยาน

พาสปอร์ตอุทยาน นั้นมีจุดประสงค์เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความภูมิใจว่าตัวเองได้ไปเที่ยวที่ไหนมาแล้วบ้าง แต่ตอนนี้กำลังทำเป็นแคมเปญใหม่ ซึ่งกำลังคิดกันอยู่ว่าจะใช้วิธีไหน เช่น ภายใน 1-2 ปี หากใครได้แสตมป์ครบหมดทุกอุทยานจะได้รับสิทธิพิเศษอะไร ตอนนี้เรากำลังหาข้อสรุปเรื่องนี้กันอยู่ ทั้งนี้เมื่อพิมพ์ออกมาใหม่แล้วก็จะส่งไปยังอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ 155 แห่ง เพื่อขายให้กับนักท่องเที่ยวในราคาเล่มละ 100 บาท

ส่วนเรื่องที่หนังสือพาสปอร์ตอุทยานฯ หมดนั้น เป็นการหมดชั่วคราว กำลังพิมพ์ออกมาใหม่ 90,000 เล่ม ก็จะเร่งรัดให้ออกมาเร็วที่สุด ส่วนหนึ่งที่หมดเร็วนั้นคิดว่าน่าจะเป็นอิทธิพลของยูทูบเบอร์ชาวเกาหลี 'พี่จอง' กับ 'คัลแลน' ที่พวกเขาอัดคลิปว่าไปเที่ยวอุทยานฯ แล้วเอาหนังสือพาสปอร์ตอุทยานมาโชว์ คนที่เห็นและเป็นแฟนคลับที่มีจำนวนมากจึงอยากมีบ้าง อยากมาเที่ยวบ้าง จึงมั่นใจว่าเราก็คิดไม่ผิดที่เชิญเขามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งยืนยันว่าจะไม่ไปยุ่งกับวิธีการของเขามาก ให้ทำตามธรรมชาติที่เขาทำไป

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการนัดพูดคุยกับยูทูบเบอร์ทั้งสอง เพราะยังว่างไม่ตรงกัน แต่คิดว่าในเร็ววันนี้คงจะได้คุยกันในเรื่องของหลักการการทำงาน

>> รู้จัก คัลแลน - พี่จอง ยูทูบเบอร์เกาหลีสุดฮอต

'คัลแลน' เป็นหนุ่มชาวเกาหลี เกิดปี 1990 เขาเริ่มต้นชีวิตในประเทศไทยในฐานะโปรดิวเซอร์เพลงแนว EDM ของวง HateBerry ซึ่งมีสมาชิก 3 คน ได้แก่ คัลแลน เคอร์บี้ และ ฟีโน่ คัลแลนตัดสินใจทำช่องยูทูบเพียงคนเดียว เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับสมาชิกในวง คัลแลนกิน เที่ยว และเรียนรู้ภาษาไทยผ่านการใช้ชีวิตในเมืองไทย พร้อมชวนเพื่อนๆ ที่รู้จักผลัดเปลี่ยนมาสนุกด้วยกัน รวมถึงพี่จองที่ตอนนี้กลายเป็นยูทูบเบอร์คู่หูคัลแลนไปแล้ว

ส่วน 'พี่จอง' เข้าร่วมช่องครั้งแรกใน EP อ้ปป้าว่าไง?? เมื่อลอง ‘ย่างเนย’ ครั้งแรก!! คัลแลนพาพี่จองไปกินบุฟเฟ่ต์ย่างเนยและดื่มเบียร์ เขาแนะนำว่าพี่จองเป็นพี่ชายเกาหลีที่จำไม่ได้ว่ารู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ พวกเขาเล่าไปกินไปจนรู้ได้ว่าพี่จองทำธุรกิจส่วนตัว เกิดในปี 1989 (อายุมากกว่าคัลแลน 1 ปี) เข้ามาเที่ยวประเทศไทยได้ไม่กี่สัปดาห์ก็เริ่มเรียนภาษาไทยอย่างจริงจัง

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าโต้หมอ กัญชาไทยไร้กฎหมายควบคุม แต่กลับแบนบุหรี่ไฟฟ้า ชี้เห็นด้วยกับก้องห้วยไร่ แนะผู้ใช้เคารพสิทธิคนอื่น หนุนรัฐเร่งออกกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ากลุ่มลาขาดควันยาสูบ (ECST) โต้กลับกรณีกรมควบคุมโรคแจงบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มความเสี่ยงพฤติกรรมเสพติดกัญชา โวยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมควบคุมโรคและกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงเครือข่ายแพทย์ควรรื้อตรรกะใหม่ ยันไทยเป็นประเทศเดียวที่ปล่อยให้กัญชาไร้กฎหมายควบคุม ขายเกลื่อนเมือง แต่กลับแบนบุหรี่ไฟฟ้ายาวนานถึงเก้าปี ชี้เห็นด้วยนักร้องดัง ก้องห้วยไร่ ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าควรเคารพสิทธิผู้อื่น ใช้ให้เป็นที่เป็นทาง แนะรัฐถึงเวลาออกกฎหมายควบคุมแล้ว

หลังกรมควบคุมโรคอ้าง “การสูบบุหรี่ไฟฟ้า” เพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้ “กัญชา” สูง 4 เท่า เพจเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า “ECST บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร?” ที่มีผู้ติดตามกว่าแสนราย ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโพสต์ใจความว่า “บอกบุหรี่ไฟฟ้านำไปสู่สารเสพติดอื่น อ้าว ไปไงมาไง มาคิดถึงกูหล่ะเนี่ย” โดยโพสต์ดังกล่าวมีผู้ถูกใจกว่าสี่ร้อยราย

นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนจากเพจลาขาดควันยาสูบ เปิดเผยว่า “เรื่องของบุหรี่ไฟฟ้ากับกัญชานั้นถูกโยงมาพักใหญ่ ซึ่งเรามองว่าเป็นเรื่องที่สะท้อนความบิดเบี้ยวของตรรกะของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเครือข่ายแพทย์ที่ออกมาโจมตีผู้บริโภคด้วย ไม่มีหรอกครับประเทศไหนที่จะให้กัญชาขายเกลื่อนไร้การควบคุม เปิดหน้าร้านค้าขายกันยิ่งใหญ่ แต่กลับแบนบุหรี่ไฟฟ้ายาวนานเกือบสิบปี”

“จริงๆ หากจะให้ลองคิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้กัญชาได้อย่างไร ก็คงต้องย้อนกลับไปเรื่องการแบน พอบุหรี่ไฟฟ้าถูกแบน การซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้าเกิดขึ้นผ่านตลาดใต้ดินที่ผิดกฎหมาย ก็ยากที่จะรู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในมือผู้บริโภคตอนนี้มีมาตรฐานอย่างไร ส่วนประกอบมีอะไรบ้าง อย่างที่เคยออกข่าวว่ามีการระบาดของน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของน้ำมันกัญชา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคปอด EVALI” นายมาริษเสริม

“ล่าสุดมีดราม่านักร้องดังขอให้หยุดใช้บุหรี่ไฟฟ้าในคอนเสิร์ต ซึ่งผมเชื่อว่าผู้ใช้ควรให้ความร่วมมือ เคารพสิทธิผู้อื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกเพจของเราช่วยกันรณรงค์อยู่แล้ว แต่พอไม่มีกฎหมายมาควบคุม ผลที่ออกมาเลยเป็นอย่างนี้ ปัจจุบันมีการจัดตั้งคณะกรรมการวิสามัญฯ เพื่อศึกษาถึงประโยชน์ของการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย เราในฐานะตัวแทนผู้บริโภคก็คาดหวังว่าคณะกรรมการวิสามัญฯนี้จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง และวอนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้มองโลกผ่านความเป็นจริงให้มากขึ้น”

นอกจากนี้ นายมาริษยังได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบัน อายุเฉลี่ยของเด็กและเยาวชนที่พบว่าใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นเด็กลงเรื่อยๆ จนแม้กระทั่งเด็กประถมก็ยังถูกพบว่าใช้บุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน ซึ่งหาซื้อได้ง่ายผ่านช่องทางที่หลากหลาย จึงเป็นเรื่องที่ทางเครือข่ายฯดำเนินการเรียกร้องมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีอำนาจในหน่วยงานสาธารณสุข และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้ามาดำเนินการเพื่อมอบทางเลือกให้แก่ผู้สูบบุหรี่ไทยกว่า 9.9 ล้านคน รวมถึงคนในสังคมที่ได้รับผลกระทบจากบุหรี่ไฟฟ้าที่ไร้ซึ่งการควบคุมของรัฐ

‘ดร.เอ้’ วิตก!! วงจรมัวเมาเยาวชนเกลื่อน วอนผู้เกี่ยวข้องจัดการเด็ดขาด หวั่นซ้ำรอยกรณีทลายผับดังย่านรังสิต 'ปล่อยเด็กเที่ยว-ไร้ใบอนุญาต'

'ดร.เอ้' ห่วงเด็กไทย หลัง จนท.ชุดเฉพาะกิจ สนธิกำลังบุกจับผับพบเด็กต่ำ 20 เพียบ แนะต้องควบคุมและจำกัด

(10 ม.ค.67) ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ‘ดร.เอ้’ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กทม. ห่วงเด็กไทย หลังจากมีข่าวล่าสุดเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการ ‘รังสิตมันร้าย’ ที่สนธิกำลังร่วมกับหลายหน่วยงานบุกเข้าจับกุมสถานบริการชื่อร้าน 'HEAVEN Rangsit' ในพื้นที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พบบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้ามาใช้บริการเกือบ 500 คน 

ดร.เอ้ กล่าวว่า ปัญหาเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการสถานบันเทิง ผับ-บาร์ การเปิดสถานบันเทิงเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด ไปจนถึงการเปิดโดยไม่มีใบอนุญาต ปัญหาเหล่านี้มีมานานแล้ว ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เกิดเป็นวงจรปัญหาตามมาทั้งเรื่องยาเสพติด ความรุนแรง อุบัติเหตุจากเมาแล้วขับ ตนจึงอยากให้เจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการกวดขันและเข้มงวดในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องเพื่ออนาคตของเด็กและเยาวชนไทย 

“ปัญหาสำคัญที่สุดคือ สถานบันเทิงเหล่านี้ปล่อยให้เด็กต่ำกว่ากฎหมายกำหนดเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ข่าวล่าสุดที่ผับดังย่านรังสิตก็ตรวจพบเด็กต่ำกว่าอายุ 20 ปี เกือบ 500 คน ผมถามว่าเราปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้ยังไง แล้วเด็กไทยเราจะมีคุณภาพได้อย่างไร ผมเป็นห่วงจริงๆ ครับ” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครอง ยังมีปัญหาในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ไม่เข้มงวด ปล่อยปละละเลย โดยเฉพาะขณะนี้กฎหมายได้อนุญาตให้ขยายเวลาเปิดสถานบริการถึงตี 4 แล้ว ส่วนตัวจึงอยากแนะผู้ที่เกี่ยวข้องว่าหากยังไม่มีมาตรการในการจัดการที่เด็ดขาดโดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนก็อาจจะต้องทบทวน ถ้าผลประโยชน์ที่ได้ไม่คุ้มกับความเสียหายที่เกิดขึ้น

ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า การพัฒนาคน โดยเฉพาะเยาวชนถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้น ดังนั้นภาครัฐจะออกนโยบายต่างๆ ต้องประเมินความคุ้มค่าให้รอบด้าน อย่ามองเพียงแค่มิติเดียว โดยเฉพาะนโยบายขยายเวลาเปิดผับ-บาร์ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผลกระทบต่อเยาวชน และสวัสดิภาพ ความปลอดภัยของสาธารณชนแน่นอน

ดังนั้นสิ่งที่ประเทศไทยต้องทำคือ การควบคุม จำกัดวันและเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสถานบันเทิง ให้เหมือนในหลายๆ ประเทศ เช่น ประเทศเยอรมนีที่รัฐให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาคนอย่างมาก ซึ่งการจำกัดหรือควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสถานบันเทิง ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องความปลอดภัยเท่านั้นแต่คำนึงไปถึงเรื่องสุขภาพของคน กฎหมายที่ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะเน้นเกี่ยวกับการคุ้มครองเด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้คนหนุ่มสาวเลิกดื่มแอลกอฮอล์อย่างสมบูรณ์ แต่สอนถึงแนวทางที่เหมาะสมในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือในประเทศรัสเซียที่มีการจำกัดเวลาขายช่วงกลางคืน หรือประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่จำกัดเวลาขายในร้านขายปลีก เป็นต้น

บิ๊กต่อ ผบ.ตร.ส่งตำรวจโคราช จิตอาสา ร่วมกับ สมาคมท่องเที่ยวเขาใหญ่ ส่งความสุข มอบของขวัญวันเด็ก ประจำปี 2567  ให้เด็ก 14 โรงเรียนกว่า 1,500 คน

วันที่ 10 มกราคม 2567 เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนนิคมสร้างตนเองลำตะคอง 2 ต.วังไทร อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พ.ต.อ.ศุภชัย วิบูรณ์สุขสันต์ ผกก.สภ.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จิตอาสา 904 ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา สมาคมท่องเที่ยวเขาใหญ่ ชมรมฮักเขาใหญ่ เครือข่ายจิตอาสา นำของขวัญ เดินทางไปมอบให้กับเด็กนักเรียนจำนวน 2 โรงเรียน เนื่องในสัปดาห์วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 คือ โรงเรียนนิคมสร้างตนเองลำตะคอง 2  และโรงเรียนสอนคนตาบอดมกุฏคีรีวัน(เขาใหญ่) 

โดยเป็นกิจกรรม จิตอาสาวันเด็กออนทัวร์ 2024 ปีนี้ ผบ.ตร.ได้สนับสนุนของขวัญ อาหาร ขนม ไปร่วมสนับสนุนจัดเลี้ยงในงานวันเด็กใน 10 โรงเรียนของเขาใหญ่ และปากช่อง รวมถึง 4 โรงเรียนในอำเภอวังน้ำเขียว โดยมีนักเรียนกว่า 1,500 คน จะได้รับของขวัญดังกล่าว

ขณะในช่วงนี้ พื้นที่อีสานยังมีอากาศหนาวเย็น อุณภูมิลดลงเหลือ 18-19 องศา ประกอบกับหลายโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ธุระกันดาร ผู้ปกครอง และครอบครัวเด็กนักเรียนมีฐานะยากจน ส่วนมากจะมีอาชีพเกษตรกรทำไร่มัน และไร่อ้อย รวมถึงรับจ้างทั่วไป รายได้ในครอบครัวจะน้อย และปัญหาเศรษฐกิจ 

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ทีมงานตำรวจจิตอาสา และเครือข่ายจิตอาสา ลงสำรวจพื้นที่ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงฤดูหนาว พร้อมสนับสนุนผ้าห่ม เสื้อกันหนาว ยารักษาโรค เป็นการแสวงหาความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อทำงานร่วมกัน อีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top