Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

'หลวงพี่' อดีตกู้ภัย ออกบิณฑบาต พบผู้หญิงถูกรถชนนอนเจ็บ รีบเข้าช่วย บอกญาติโยมที่มาใส่บาตรให้ "รอแปบ" ลั่น!! ชีวิตคนสำคัญกว่าอาบัติ

(12 ม.ค. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ บริเวณปากซอยยิ่งเจริญ ถนนเลียบคลองสี่วาตากล่อม หมู่ที่ 8 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยในภาพดังกล่าวมีพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่ง ปฐมพยาบาลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมกับมีข้อความว่า “เช้านี้ ญาติโยมที่จะใส่บาตรรอแปป หลวงพี่ขอช่วยคนเจ็บแปป เสร็จแล้วจะรีบไปรับบาตร” ซึ่งก็มีผู้เข้าไปคอมเมนต์ชื่นชมพระสงฆ์รูปดังกล่าว และแชร์ ต่อๆ กันไปด้วยนั้น

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 11 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดสุวรรณรัตนาราม (วัดแคราย) ต.แคราย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นวัดที่พระลูกวัดรูปนี้อยู่ พบกับพระมาย หรือ พระจิตตฺสีโล หรือ นายบุญชัย ทองเรืองรอง อายุ 32 ปี บวชที่วัดแห่งนี้มาเป็นเวลา 6 เดือนกว่าแล้ว โดยพระมายเล่าให้ฟังว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 ซึ่งตนผ่านไปพบในช่วงเช้าเวลาราว 06.40 น. ขณะที่กำลังออกไปบิณฑบาต ตอนนั้นเห็นมีคนมุง จึงได้เดินย้อนกลับไปแล้วก็เห็นว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ มีคนเจ็บอยู่ตรงที่พักรอรถข้างทางจำนวน 2 คน เป็นผู้หญิงวัยกลางคน 1 คน กับ เด็กผู้ชาย อีก 1 คน พอตนเข้าไปถึงชาวบ้านก็บอกว่า “อย่าจับ อย่าจับ โทรเรียกรถพยาบาลแล้ว แต่ผมก็บอกกลับไปว่า ไม่เป็นไร ตอนนี้รถพยาบาลยังไม่มา ขอผมดูคนเจ็บเพื่อประเมินอาการก่อน เพราะตอนที่ยังไม่ได้บวชนั้น ผมเคยเป็นเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัย (มูลนิธิร่วมกตัญญู) สามารถช่วยผู้บาดเจ็บและประเมินคนเจ็บได้”

ซึ่งพอเห็นอาการของน้องผู้ชายนั้นมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ แต่ผู้บาดเจ็บอีกรายที่เป็นหญิงนั้น บาดเจ็บค่อนข้างสาหัส มีกระดูกโผล่ที่หัวเข่าและข้อเท้าขวา พอดีกับที่ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิการกุศลสมุทรสาครมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งน้องมาคนเดียวนั้น ตนจึงขอน้องกู้ภัยฯ อาสาที่จะช่วยเหลือผู้บาดเจ็บร่วมกัน เพราะต้องดามขา และใส่บอร์ดก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาล โดยตอนนั้นทีแรกผมก็รู้สึกลังเลเรื่องความไม่เหมาะสม ที่จะถูกตัวคนเจ็บที่เป็นผู้หญิง แต่เมื่อตัดสินใจแล้วว่า ชีวิตคนสำคัญกว่าอื่นใด จึงได้เข้าไปช่วยเหลือ ทั้งนี้พอช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตนก็เดินกลับไปรับบิณฑบาตจากญาติโยมที่รอใส่บาตรอยู่

ขณะที่ ‘นายเอกสิทธิ์ พรอยศรี’ เจ้าหน้าที่กู้ภัยของมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร เล่าว่า วันนั้นตนได้รับแจ้งให้เข้าตรวจสอบและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถชนกัน เมื่อไปถึงก็พบพระรูปหนึ่ง อยู่ข้างๆ ผู้บาดเจ็บ 2 คน โดยเด็กผู้ชายมีอาการเล็กน้อย แต่ผู้หญิงค่อนข้างหนัก พระรูปนั้นได้บอกว่า เคยเป็นเจ้าหน้าที่อาสาฯ มาก่อน จึงขอช่วยผู้บาดเจ็บด้วย จะได้รีบนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล

ตอนแรกตนก็ถามพระว่า “ไม่กลัวอาบัติเหรอ แต่พระก็บอกว่า ไม่เป็นไรชีวิตคนต้องมาก่อน หลวงพี่ขอช่วยด้วยอีกแรง เพราะคนเจ็บรอไม่ได้” จากนั้นก็ได้ช่วยกันให้การปฐมพยาบาลแล้วนำผู้บาดเจ็บส่งเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ผมมองว่า พระรูปนี้น่าชื่นชม เพราะไม่ว่าคนเราจะอยู่ในฐานะอะไร แต่ชีวิตของเพื่อนมนุษย์นั้นสำคัญที่สุด

‘ดีอี’ ร่วมกับตำรวจไซเบอร์ แถลงปฏิบัติการณ์ทลาย ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ รายใหญ่ ยึดทรัพย์สินนับพันล้าน

วันที่ 12 มกราคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (เลขาธิการ ปปง.) พลตำรวจเอก รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโท วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นายวิทยา นีติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมายและโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. ร่วมแถลงข่าวปฏิบัติการยึดทรัพย์เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอรร์ายใหญ่ในพื้นที่ 3 จังหวัด รวม 13 จุด ยึดทรัพย์สินได้มูลค่ารวมกว่า 281.5 ล้านบาท

นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงดีอี ได้จัดตั้งศูนย์ AOC 1441 ขึ้นมาทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ แบบวันสต็อปเซอร์วิสเพื่อรับเรื่องร้องเรียนและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจากภัยอออนไลน์ทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามอาญชากรรมออนไลน์และขยายผลการจับกุม เพื่อเร่งรัดติดตามทรัพย์สินประชาชนซึ่งเป็นผู้เสียหาย ไปจนถึงการดำเนินการปกป้องความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชน นำมาซึ่งปฏิบัติการจับกุมคดีสำคัญในครั้งนี้ คือ คดีของนางสาวธารารัตน์ กับพวก ซึ่งเป็นกลุ่มเครือข่ายผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกง มีพฤติการณ์แบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการ ในรูปแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สร้างกลโกงหลอกลวงประชาชนผู้เสียหายหลายรูปแบบ สร้างความเสียหายมหาศาล   

นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นผลจาก การบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงาน ปปง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการสืบสวนสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินการกับทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์รายคดี นางสาวธารารัตน์  กับพวก ซึ่งเป็นกลุ่มเครือข่ายผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดเกี่ยวกับการพนัน โดยสำนักงาน ปปง. ได้รับรายงานจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้ดำเนินการสืบสวนดำเนินคดีในรายคดีดังกล่าว

อีกทั้งจากข้อมูลของ บก.ปอศ. พบว่า นางสาวธารารัตน์ กับพวก มีพฤติการณ์กระทำความผิดในลักษณะ ร่วมกันกระทำความผิดเป็นขบวนการมีการแบ่งหน้าที่กันทำและหลอกลวงผู้เสียหายหลายรูปแบบ ทั้งในรูปแบบแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยใช้วิธีการโทรศัพท์สุ่มเข้ามาหลอกลวงประชาชนทั่วไป แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ และหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงิน นอกจากนี้ยังมีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายด้วยการโพสต์ข้อความผ่าน แอปพลิเคชั่น Facebook ในลักษณะเป็นการโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อชักชวนให้บุคคลทั่วไปมาแลกเปลี่ยนเงินสกุลบาทเป็นเงินสกุลหยวนในอัตราที่ถูกกว่าอัตราแลกเปลี่ยนของสถาบันการเงิน แต่เมื่อถึงกำหนดไม่โอนเงินสกุลหยวนหรือไม่สามารถได้ผลตอบแทนตามกำหนด โดยมีผู้เสียหายหลงเชื่อเป็นจานวนมาก 

จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า กลุ่มของนางสาวธารารัตน์ กับพวก มีการโอนเงิน มากกว่า 3 พันล้านบาท ไม่สอดคล้องกับอาชีพรายได้ รวมทั้งกลุ่มผู้กระทำความผิดดังกล่าวมีการโอนเงิน ไปยังบัญชีเงินฝากของกลุ่มผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ และทำธุรกรรมเพื่อปกปิดอำพราง ซ่อนเร้น หรือยักย้ายถ่ายเทเงินและแปลงสภาพเป็นทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ด้วย 

โดยในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 ณ สำนักงาน ปปง. คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติมไว้ชั่วคราว จำนวน 238 รายการ (เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่ดิน ห้องชุด สลากออมสินและเงินในบัญชีเงินฝาก) พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 924 ล้านบาท 

สำหรับปฏิบัติการเข้าตรวจค้นในครั้งนี้ เลขาธิการ ปปง. ได้มอบหมายให้คณะพนักงาน เจ้าหน้าที่สำนักงาน ปปง. ร่วมกับคณะพนักงานสืบสวนกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีในการลงพื้นที่ตรวจค้นและยึดทรัพย์เครือข่ายของผู้กระทำความผิดในรายคดีดังกล่าว เป้าหมาย 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ จำนวน 4 จุด นนทบุรี จำนวน 2 จุด และกรุงเทพมหานคร จำนวน 7 จุด รวม 13 จุด ผลจากการเข้าตรวจค้นพบทรัพย์สินผลการเข้าตรวจค้นพบทรัพย์สินเพิ่มเติมจำนวน หลายรายการ เช่น ธนบัตร ทองรูปพรรณ เครื่องประดับ นาฬิกาแบรนด์เนม รถยนต์ และ รถจักรยานยนต์รวมมูลค่าประมาณ 161.5 ล้านบาท และตรวจพบบ้านพักหรู จำนวน 2 หลัง รวมมูลค่าประมาณ 120 ล้านบาท ซึ่งจะได้ยึดไว้และดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมายต่อไป 

เลขาธิการ ปปง. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างการตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐานอีกหลายคดีโดยมุ่งเน้นการสืบสวนขยายผลเพื่อนำไปสู่การยึดและอายัดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด อันเป็นการตัดวงจรอาชญากรรมเกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐาน และตัดเส้นทางการเงินของผู้กระทำความผิด ในขณะเดียวกันถ้าปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีผู้เสียหาย ในความผิดมูลฐาน สำนักงาน ปปง. ก็จะพิจารณาดำเนินการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายด้วย โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิภายใน 90 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด

พิษณุโลก  กอ.รมน.จังหวัดพิษณุโลก จัดโครงการสานเสวนาส่งเสริมการมีส่วนร่วมและปรึกษาหารือส่งเสริมรายได้

วันที่ 12 มกราคม 2567 เวลา 09.00 นาฬิกา พันเอก กฤติ  พันธะสา  รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก (รอง ผอ.รมน.จังหวัด พ.ล.(ท.))
เป็นประธานเปิดโครงการสานเสวนาส่งเสริมการมีส่วนร่วมและปรึกษาหารือ ประจำปีงบประมาณ 2567 ณ อาคารเอนกประสงค์การศึกษานอกโรงเรียน ประจำตำบลวัดพริก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก   
โครงการสานเสวนาส่งเสริมการมีส่วนร่วมและปรึกษาหารือ เพื่อส่งเสริมกลุ่มอาชีพให้มีรายได้เสริมหลังจากฤดูการทำเกษตรกรรม และร่วมระดมความคิดหาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของท้องถิ่น ให้มีคุณภาพดีขึ้นและมีความต้องการของตลาด  ตลอดจนเป็นการสร้างจิตอาสา ช่วยเหลือสังคม ประเทศชาติ ให้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืน และความสงบเรียบร้อยต่อไป                                   

นอกจากนั้นเมื่อวันที่  11 มกราคม 2567 เวลา 09.00 นาฬิกา พันเอก กฤติ  พันธะสา  รองผู้อำนวยการจังหวัดพิษณุโลก (รอง ผอ.รมน.จังหวัด พ.ล.(ท.))  มอบหมายให้พันเอก วันปิย แก้วเกษ หัวหน้ากลุ่มงานกิจการมวลชน กอ.รมน.จังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดโครงการสานเสวนาส่งเสริมการมีส่วนร่วมและปรึกษาหารือ ประจำปีงบประมาณ 2567 ณ อาคารเอนกประสงค์การศึกษานอกโรงเรียน ประจำตำบลงิ้วงาม อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

ตร. เผย สถิติอายัดเงินทัน สูงขึ้น 6 เท่า! อายัดได้รวม 1,789 ล้านบาท หลัง พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มีผลบังคับใช้

วันนี้ (12 มกราคม 2567) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยการออกกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จากการถูกหลอกลวงจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยกฎหมายได้ให้อำนาจธนาคารในการอายัดเงินชั่วคราวเป็นระยะเวลา 72 ชั่วโมง ทันทีที่มีผู้เสียหายแจ้งว่าถูกหลอกลวงจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ก่อนที่ผู้เสียหายจะไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีและพนักงานสอบสวนจะแจ้งให้ธนาคารทราบเพื่ออายัดเงินจำนวนดังกล่าวต่อไป ซึ่งปัจจุบันผู้เสียหายสามารถแจ้งเหตุเบื้องต้นเพื่อให้ดำเนินการอายัดบัญชีชั่วคราวได้ที่สายด่วน 1441 นั้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า สถิติการอายัดเงินที่ผู้เสียหายโอนให้กับกลุ่มมิจฉาชีพสูงขึ้นจากเดิมกว่า 6 เท่า โดยก่อนหน้าที่ พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มีผลบังคับใช้ (ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 16 มีนาคม 2566) สถิติการขออายัดเงินรวม 1,346 ล้านบาท อายัดเงินได้ทันเพียง 53 ล้านบาท “คิดเป็นร้อยละ 3.9” ของจำนวนเงินที่ขออายัด

ส่วนสถิติหลังจากที่ พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มีผลบังคับใช้ (ระหว่างวันที่ 17 มีนาคม - 31 ธันวาคม 2566) มีสถิติการขออายัดเงินรวม 7,496 ล้านบาท อายัดเงินได้ทัน 1,789 ล้านบาท “คิดเป็นร้อยละ 23.9” ของจำนวนเงินที่ขออายัด ซึ่งสูงกว่าเดิมถึง 6 เท่า

อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเรียนว่า แม้ พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถอายัดเงินที่ผู้เสียหายโอนให้กลุ่มมิจฉาชีพได้มากขึ้น แต่ก็ยังมีเงินอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถอายัดได้ทัน จึงขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังไม่หลงเชื่อสิ่งที่เห็น หรือได้ยินบนโลกออนไลน์ ตามหลัก “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

สุดท้ายนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมดูแลความปลอดภัย การจัดกิจกรรม“วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567” ขอความร่วมมือผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด

เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 13  ม.ค. 67 โดยหน่วยงาน
ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างพร้อมใจกันจัดงาน เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เข้าร่วมกิจกรรม เป็นการสร้างโอกาสและการเรียนรู้ โดยคาดว่าจะมีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก นั้น
พ.ต.อ.หญิง ฉันฉาย  รัตนพานิช รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์  สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยและคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะปัญหาเด็กหาย เด็กพลัดหลงกับบิดา-มารดา หรือผู้ปกครอง และการเกิดอุบัติเหตุต่างๆ จึงสั่งการให้ตำรวจ
ทุกหน่วยทั่วประเทศดำเนินการ ดังนี้

• กำหนดแผนและมาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในห้วงวันเด็กแห่งชาติ โดยเฉพาะบริเวณที่มีการจัดกิจกรรมที่มีเด็ก เยาวชน และผู้ร่วมงานจำนวนมาก
• ขอความร่วมมือ และสร้างการรับรู้ให้กับ บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ในการดูแลเด็กและเยาวชนอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เด็กไปเที่ยวลำพัง และควรจัดทำบัตรที่ระบุชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ติดไว้กับ
ตัวเด็ก
• ประสานขอความร่วมมือจากผู้จัดกิจกรรม ให้ระมัดระวังอันตรายจากอุปกรณ์เครื่องเล่นต่างๆ ตรวจสอบความพร้อมและความปลอดภัยของวัสดุอุปกรณ์ โดยเฉพาะสถานที่จัดงานที่อยู่ใกล้แม่น้ำ
ลำคลอง หรือมีสระน้ำ บ่อน้ำ อยู่บริเวณใกล้เคียง
• การใช้รถโรงเรียนหรือรถยนต์โดยสารรับจ้างเป็นยานพาหนะในการเดินทางพานักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นหมู่คณะ ให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดและให้ใช้ความระมัดระวังในการขับขี่เป็นพิเศษ สอดส่องดูแลอย่าให้เด็กห้อยโหน รวมทั้งระมัดระวังการขึ้นรถลงรถของเด็ก และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนและขับขี่ยานพาหนะ

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล , ตำรวจภูธร
ภาค 1- 9 , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พิจารณา
จัดกิจกรรมวันเด็ก ณ ที่ตั้งของหน่วย โดยร่วมกับ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ 
ของแต่ละสถานีตามความเหมาะสม

ในวันเสาร์ที่ 13 ม.ค.67 เวลา 09.09 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์  สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิดกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ อาคารบ้านพักส่วนกลางตำรวจเฉลิมลาภ โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมกิจกรรมฯ ซึ่งภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมการแสดงจากบุตรหลานข้าราชการตำรวจ, กิจกรรมสันทนาการต่างๆ เพื่อสร้างความสนุกสนาน และการให้บริการซุ้มอาหารและเครื่องดื่ม 

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชน และผู้ปกครอง 
โปรดช่วยกันสอดส่องดูแลบุตรหลาน เฝ้าระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่จะเข้ามาฉวยโอกาสสร้างความเดือดร้อนหากพบเห็นเหตุ บุคคล และวัตถุต้องสงสัย หรือต้องการขอความช่วยเหลือ โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียง หรือแจ้งมายังสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

'ฮัท' สุวิชยา วินิจฉัยธรรม คว้าแชมป์ Honda LPGA Thailand 2024 National Qualifiers รับสิทธิ์เข้าดวลวงสวิงกับนักกอล์ฟหญิงระดับโลก ศึก ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024

ณ สยามคันทรีคลับ โรลลิ่งฮิลส์ พัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดให้มีการแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2024 National Qualifiers ระหว่างวันที่ 10-11 กุมภาพันธ์ 2567 ผลปรากฏว่า “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม คว้าตำแหน่งผู้ชนะพร้อมรับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 ชิงเงินรางวัลรวม 1.7 ล้านดอลลาร์ฯ ระหว่างวันที่ 22-25 กุมภาพันธ์ 2567 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา  โดยการแข่งขันในครั้งนี้ “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม นักกอล์ฟสมัครเล่นวัย 17 ปี จาก จ.ขอนแก่น เป็นผู้นำร่วมหลังจบรอบแรก ทำเพิ่มรอบสองอีก 3 อันเดอร์พาร์ คว้าแชมป์ที่สกอร์รวม 9 อันเดอร์พาร์ เฉือนอันดับ 2 “ปาแปง” อลิศา อินทร์ประสิทธิ์ แค่สโตรคเดียว

ทั้งนี้ “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม ซึ่งเป็นนักกีฬาในโครงการทีมชาติไทย ของสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่ทำได้สำเร็จ เพราะนักกอล์ฟที่เก่ง ๆ มีเยอะมาก ทำให้รู้สึกกดดันเหมือนกัน แต่พยายามไม่คิดมาก และสามารถควบคุมตนเองได้ดี ปัจจัยสำคัญก็คือ การฝึกซ้อมที่ต่อเนื่องมาตลอด โดยการควบคุมของคุณพ่อซึ่งก็เป็นแคดดี้ให้ด้วย สำหรับแผนการเตรียมตัวก่อนการแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024” นั้น “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม กล่าวว่า จะพยายามมาออกรอบที่ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส ให้มากขึ้นเพื่อทำความคุ้นเคยกับสนาม เพื่อที่จะได้ทำผลงานให้ดีที่สุดในการแข่งขันร่วมกับนักกอล์ฟระดับโลก ซึ่งหากเป็นไปได้ อยากจะร่วมก๊วนกับ ลิเดีย โค มากที่สุด เพราะเป็นไอดอลในการเล่นกอล์ฟของตนเอง และอยากจะขอแรงใจจากแฟนกอล์ฟทั่วประเทศช่วยติดตามเชียร์ด้วยค่ะ

ด้านนางสาวมนวรา เพชรพลากร ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับ “ฮัท” สุวิชยา วินิจฉัยธรรม ที่สามารถคว้าแชมป์ Honda LPGA Thailand 2024 National Qualifiers ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้มีนักกอล์ฟไทยที่มีฝีมือจำนวนมาก และการแข่งขันก็เข้มข้น และสูสีมาก ฮอนด้า รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนในการสนับสนุนนักกอล์ฟไทยไปสู่ระดับเวิร์ลคลาส และอยากให้แฟนกีฬากอล์ฟติดตามชมการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 ในวันที่ 22-25 กุมภาพันธ์ 2567 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี และร่วมส่งแรงใจให้นักกอล์ฟไทยด้วย ซึ่งการแข่งขัน Honda LPGA Thailand 2024 National Qualifiers เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Road to Honda LPGA Thailand ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน โดยเปิดรับนักกอล์ฟสตรีชาวไทยในระดับอาชีพและสมัครเล่น ร่วมแข่งขันในวันที่ 10 -11 มกราคม 2567 ณ สยามคันทรีคลับ โรลลิ่งฮิลส์ พัทยา จ.ชลบุรี โดยครั้งนี้มีนักกอล์ฟเข้าร่วมชิงชัยมากถึง 83 คน โดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมกอล์ฟในประเทศไทย รวมถึงการมอบโอกาสให้นักกอล์ฟไทยได้สัมผัสประสบการณ์ในเกมการแข่งขันระดับสากลกับเหล่าโปรกอล์ฟสตรีระดับโลก 

สำหรับการแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024” จะเป็นการแข่งขันกอล์ฟสตรีที่เข้มข้นและเร้าใจที่สุดในประเทศไทย โดย ลิเลีย วู นักกอล์ฟสาวอเมริกันวัย 26 ปี มือ 1 ของโลก และเจ้าของตำแหน่งแชมป์ “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023” ยืนยันการกลับมาป้องกันแชมป์ ในขณะที่นักกอล์ฟสาวระดับโลกของไทยก็พร้อมที่จะชิงชัยเพื่อคว้าถ้วยแชมป์ให้แฟน ๆ กอล์ฟชาวไทยได้ชื่นชมเช่นเดียวกัน นำโดย จีน-อาฒยา ฐิติกุล, แพตตี้-ปภังกร ธวัชธนกิจ, เมียว-ปาจรีย์ อนันต์นฤการ, พราว-ชเนตตี วรรณแสน, โม-โมรียา จุฑานุกาล และ เม-เอรียา จุฑานุกาล แชมป์ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021 เป็นต้น ส่วนการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2024 เปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมแล้วทางเว็บไซต์ www.hondalpgathailand.com โดยสามารถติดตามข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ของงาน รวมถึงทางโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand และอินสตาแกรม https://www.instagram.com/hondalpgathailand

ตำรวจปากช่อง ขนมาสคอต พี่ช้างเขาใหญ่ รถไอศกรีม ลุยฝุ่นตลบ บุกโรงเรียนชายขอบ มอบของขวัญ ผบ.ตร. ส่งความสุขวันเด็ก

เมื่อวานนี้ (11 มกราคม 2567) เวลา 10.00 น. ที่โรงเรียนบ้านหนองอีเหลอ ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พ.ต.อ.วีระพล ระเบียบโพธิ์ ผกก.สภ.ปากช่อง นำตำรวจจิตอาสา , สมาคมท่องเที่ยวเขาใหญ่ , ชมรมฮักเขาใหญ่ ลุยถนนเป็นหลุมเป็นบ่อฝุ่นตลบ ไปเลี้ยงไอศกรีม พร้อมมอบของขวัญให้กับเด็กนักเรียน จำนวน 2 โรงเรียน เนื่องในสัปดาห์วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 คือ โรงเรียนบ้านหนองอีเหลอ และโรงเรียนบ้านหนองตอ ต.จันทึก โดยมีไฮไลต์สําคัญคือ มาสคอตพี่ช้าง เขาใหญ่ มาสร้างหัวเราะให้เด็กๆ และแจกของขวัญ ท่ามกลางความดีใจของเด็กๆ ที่ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ใจดีมอบของมาให้ เพราะโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ธุรกันดาร ผู้ปกครอง และครอบครัวเด็กนักเรียนมีฐานะยากจน ส่วนมากจะมีอาชีพเกษตรกรทำไร่มัน และไร่อ้อย รวมถึงรับจ้างทั่วไป รายได้ครอบครัวจะน้อย

สำหรับกิจกรรมจิตอาสาวันเด็กออนทัวร์ 2024 ผบ.ตร.ได้สนับสนุนของขวัญ อาหาร ขนม ไปร่วมสนับสนุนจัดเลี้ยงในงานวันเด็กใน 10 โรงเรียนของเขาใหญ่ และปากช่อง รวมถึง 4 โรงเรียนในอำเภอวังน้ำเขียว โดยมีนักเรียนกว่า 1,500 คน จะได้รับของขวัญดังกล่าว

ศาลสั่งจำคุก ‘นัฏฐพล’ 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานหมิ่นเบื้องสูง ผ่านโพสต์ ‘สมศักดิ์ เจียมฯ’

(11 ม.ค. 67) ทวิตเตอร์ TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดี ‘นัฏฐพล’ ประชาชนวัย 27 ปี เหตุคอมเมนต์ใต้โพสต์ ‘Somsak Jeamteerasakul’

ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี แต่เนื่องจากให้การรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือ 1 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นประกันตัว

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2566 เวลา 10.00 น. ที่ศาลอาญา พนักงานอัยการ สํานักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ‘นัฏฐพล’ (สงวนนามสกุล) ประชาชนวัย 27 ปี ในข้อหา ‘หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ’ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) จากการโพสต์แสดงความเห็นใต้โพสต์ในเฟซบุ๊กของ ‘Somsak Jeamteerasakul’ เกี่ยวกับข่าวลืออาการป่วยของรัชกาลที่ 10 เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2564

คดีนี้ นัฏฐพลเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2564 ที่กองกํากับการ 3 กองบังคับการปราบปรามความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) โดยมี พ.ต.ต.กิตติพงศ์ อมฤตโอฬาร สว.กก.3 บก.ปอท. เป็นผู้กล่าวหา โดยนัฏฐพลได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และได้รับการปล่อยตัวโดยไม่ถูกควบคุมตัวไว้

สำหรับคำฟ้อง พรทิพย์ บุตรภักดิ์ พนักงานอัยการ สํานักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 9 บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2564 เวลากลางวัน ได้มีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ‘Somsak Jeamteerasakul’ โพสต์ข้อความว่า “มีข่าวลือว่าวชิราลงกรณ์ป่วยอยู่ศิริราช มีใครยืนยันข่าวนี้ได้บ้าง?” ซึ่งตั้งค่าเปิดเป็นสาธารณะ ต่อมาวันเดียวกันภายหลังจากนั้นได้มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กอีกรายโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็น (Comment) ตอบกลับไปใต้โพสต์ดังกล่าว พร้อมแนบภาพการ์ตูน

อัยการ ระบุว่า ประชาชนหรือบุคคลทั่วไปที่พบเห็นข้อความที่จําเลยได้โพสต์ดังกล่าว เข้าใจได้ว่า รัชกาลที่ 10 ถูกสาปแช่งให้ตายอย่างทรมาน เป็นการจองเวร อาฆาต อันเป็นการดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายรัชกาลที่ 10 ทําให้ประชาชนหรือบุคคลทั่วไปเกิดความเข้าใจผิดต่อรัชกาลที่ 10 และสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ จนอาจนํามาซึ่งความเกลียดชังหรือความแตกแยกในสังคม และเป็นข้อมูลที่บิดเบือนต่อสถาบันฯ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

ภายหลังศาลรับฟ้อง และทนายยื่นประกัน เวลา 16.50 น. ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนัฏฐพลระหว่างพิจารณาคดี ด้วยวงเงินประกัน 90,000 บาท ซึ่งใช้เงินจากกองทุนราษฎรประสงค์ ศาลยังกำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกฟ้องซ้ำอีก พร้อมทั้งนัดประชุมคดีเพื่อสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 27 พ.ย. 2566 เวลา 09.00 น. ที่่ผ่านมา

“เศรษฐา” ควง “ไชยา” ระดมทุกฝูงบินฝนหลวงดับฝุ่น PM2.5 ด้วย “ศาสตร์พระราชา“บันดาลฝนทั่วไทย

"เศรษฐา ทวีสิน“ นายกรัฐมนตรี ควง ไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดปฏิบัติการฝนหลวง พื้นที่ภาคเหนือประจำปี 2567 สั่งระดมทุกฝูงบินน้อมนำศาสตร์พระราชาบันดาลฝนทั่วไทย ดับฝุ่น PM 2.5 พร้อมขอความร่วมมือประชาชนงดเผาเพื่อรักษาสภาพอากาศที่ดีในประเทศไทย

วันที่ 11 มกราคม 2567  ที่บริเวณท่าอากาศยานทหารกองบิน 41 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละออง PM 2.5 บริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ประจำปี 2567 มี นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ในฐานะดูแลกรมฝนหลวง) นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี โดยมีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวให้การต้อนรับ และรายงานแผนการรับมือกับสภาพอากาศพื้นที่ภาคเหนือ ในช่วงระหว่างเดือนมกราคม – เมษายน ที่ประสบปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน 

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ทั่วไทยยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในทางภาคเหนือ 15 จังหวัด ที่จะมีปัญหาการเกิดไฟป่าที่เกิดจากธรรมชาติและจากการเผาโดยฝีมือมนุษย์ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ทุกปีจะเกิดปัญหาหมอกควัน ไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงได้เตรียมมาตรการรับมือสภาพอากาศพื้นที่ภาคเหนือระดมทุกฝูงบินทั่วประเทศเข้าติดตามและเฝ้าระวังพร้อมกับการปฏิบัติการ และที่ผ่านมากรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้จัดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ช่วยเหลือพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 15 จังหวัด ที่ยังมีหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว จ.ระยอง และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2566 เป็นต้นมา ช่วยเหลือพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

นอกจากนี้ ยังมีแผนการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2567 จำนวน 14 หน่วยปฏิบัติการทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 เป็นต้นไป เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้พื้นที่ป่าไม้บรรเทาและป้องกันการเกิดไฟป่า ปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 การเติมน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำ บรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง สำหรับในพื้นที่ภาคเหนือ ได้กำหนดให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ ภายใต้การบูรณาการร่วมกันระหว่าง จ.เชียงใหม่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งจะใช้เครื่องบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขนาดใหญ่ จำนวน 2 ลำ เครื่องบินขนาดกลาง จำนวน 4 ลำ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์พ่นละอองน้ำสู่ชั้นบรรยากาศ เครื่องบินขนาดเล็ก จำนวน 4 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 1 ลำ พร้อมชุดกระเช้าตักและโปรยน้ำดับไฟป่า โดยมีแผนดำเนินงานและปฏิบัติการหลักคือ ปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อให้มีฝนตกในพื้นที่ที่เชื่อว่าจะสามารถบรรเทาผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนได้และยังเป็นการสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติด้วย

‘ดร.เสรี’ ชี้!! ปีนี้มีสิทธิร้อนเพิ่ม ผลพวงที่ส่งต่อมาจากปี 2023

(11 ม.ค. 67) รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ รองประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า #โลกร้อนสุด 2023 อะไรจะเกิดขึ้นตามมาในปี 2024 นอกเหนือการควบคุม

ปี 2023 เป็นปีที่นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้มีการคาดการณ์ไว้ว่าจะเป็นปีที่ร้อนที่สุด แต่อุณหภูมิเฉลี่ยกลับเพิ่มขึ้นกว่า 1.48oC เมื่อ 100 ปีที่แล้ว และสูงกว่าปี 2016 ที่เคยเป็นสถิติสูงสุด ปัจจัยสำคัญอันหนึ่งมาจากปรากฏการณ์ El Nino ที่กำลังเกิดขึ้น และคาดการณ์ว่าจะแตะระดับสูงสุด ในเดือนมกราคมปีนี้ ดังนั้นการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงสภาพอากาศสุดขั้วต่างๆจึงเกิดตามมาโดยไม่สามารถควบคุมได้ ดังตัวอย่างการเกิดคลื่นความร้อน และไฟป่าในแคนาดา US และยุโรป น้ำท่วมใหญ่ในแอฟริกาตะวันออก รวมทั้งน้ำท่วมรุนแรงในภาคใต้ประเทศไทย

จากข้อมูลอุณหภูมิเฉลี่ยรายวันในปี 2023 ยังบ่งชี้ว่าตั้งแต่เดือนมิถุนายน อุณหภูมิเฉลี่ยรายวันทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (173 วันที่อุณหภูมิสูงเกิน 1.5 oC) ตั้งแต่มนุษย์เริ่มมีการใช้พลังงานฟอสซิล ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์จึงยังคงไม่มั่นใจว่าเหตุการณ์ความรุนแรงจากสภาพอากาศสุดขั้วใด จะเกิดขึ้นบ้าง และจะเกิดขึ้นเมื่อไรในอนาคต แม้แต่การคาดการณ์ปริมาณฝนยังมีความคลาดเคลื่อนสูง และไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าในระยะยาวเป็นรายเดือน รายฤดูกาล เป็นต้น เนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลก็ยังสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เหมือนกัน

ดังนั้นด้วยโมเมนตัม และการถ่ายทอดพลังงานความร้อนต่อเนื่องจากปี 2023 ทำให้ปี 2024 จึงเป็นปีที่มีความเสี่ยงสูงที่จะร้อนกว่าปี 2023 การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิดังกล่าวบ่งชี้การเกิดขีดจำกัด 1.5oC ตามข้อตกลงปารีสซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยในรอบ 20-30 ปี และอาจจะแตะ 3oC จากการประเมินรายงาน NDC (National Determined Contribution) ของแต่ละประเทศที่ส่งมาในปัจจุบัน ดังนั้นเหตุการณ์ความรุนแรงจากสภาพอากาศสุดขั้วจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และต้องเฝ้าระวังกันต่อไป 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top