Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

รองโจ๊ก กำชับตำรวจตระเวนชายแดนเดินตามปณิธานสมเด็จย่า ร่วมสืบสาน รักษา ต่อยอด เสริมสร้างคุณภาพชีวิตด้านการศึกษาให้เด็กชายขอบ และร่วมเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด หลังระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลง จนเดินข้ามได้ในหลายจุด หวั่นเป็นจุดลำเลียงยาเสพติด

11 มกราคม 2567 13.00 น.พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ และประชุมรับฟังสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคงและชายแดน ในความรับผิดชอบของ กก.ตชด.24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ จังหวัดอุดรธานี พร้อมมอบสิ่งของ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ ที่ปฎิบัติงานมาตลอดทั้งปี ซึ่งการตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญเป็นไปตามแนวทางที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ดำเนินการในฐานะรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่กำกับดูแลงานด้านความมั่นคง

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กล่าวชมเชยการทำงานของตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเสียสละรับผิดชอบพื้นที่ที่ไร้ความเจริญ และยังทำหน้าที่ปกป้องประชาชน ตามแนวชายแดนทั้งในแง่ของปัญหายาเสพติดและการศึกษาของเยาวชนชายขอบ เพื่อให้เด็กเด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นการสืบสาน รักษา และ ต่อยอด พระปณิธานของสมเด็จย่า ที่ทรงมุ่งมั่นให้เกิดความเท่าเทียมในสังคม 

สำหรับค่าย ตชด. แห่งนี้ รับผิดชอบ 4 หน่วยด้วยกัน ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี บึงกาฬ เลย และหนองคาย โดยกำชับให้เฝ้าระวังปัญหาการลักลอบนำเข้ายาเสพติด เนื่องจากมีพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่พบการลักลอบการนำเข้ายาเสพติดผ่านลำน้ำโขงเข้ามา เข้าในพื้นที่ชั้นใน ซึ่งมีทั้งแบบรายย่อยและรายใหญ่ ล้วนเป็นภัย ต่อชีวิตและทรัพย์สิน ยิ่งในช่วงนี้ ลำน้ำโขงลดระดับลงอย่างมาก ทำให้หลายช่วง  เดินข้ามไปมา ได้สะดวก จึงต้องเฝ้าระวังให้เข้มข้น

นอกจากนี้ยังขอให้เพิ่มความเข้มงวดในเรื่องของการค้ามนุษย์และค้าประเวณี ซึ่งเป็นหน้างานหลัก ของศูนย์พิทักษ์เด็กสตรี ครอบครัว ปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคการประมง โดยที่ผ่านมาพบว่า ยังมีปัญหาลักลอบเข้ามาค้าประเวณีและถ่ายคลิปอนาจาร เพื่อนำเข้าสู่โซเชียล ยากต่อการกู้ภาพเด็กๆ กลับออกมา จึงกลายเป็นบาดแผลเมื่อเด็กโตเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้นการให้การศึกษาสำหรับเยาวชนและการป้องปราม จึงเป็นงานคู่ขนานที่ขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้ และ หากความเข้มงวดเหล่านี้ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ปัญหาที่เกิดขึ้นจะค่อยๆ ลดลงและหมดไปในที่สุด

อีกทั้งได้กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนทุกนายที่ร่วมกันสนับสนุนกำลังพลในการดูแลประชาชนช่วงเดินทางกลับภูมิลำเนาในเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาจนทำให้งานด้านการจราจรและอุบัติเหตุลดลงเป็นที่น่าพอใจและขอให้เดินตามแนวทางนี้ต่อไปเพื่อรับมือกับอีกหลายเทศกาลหยุดยาวที่จะเริ่มขึ้นหลังจากนี้เป็นต้นไปโดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบของขวัญวันเด็ก 1.9 แสนชิ้น แด่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อมอบให้กับเด็กและเยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567

วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 11 มกราคม 2567) นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ และ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย คณะกรรมการ และผู้บริหารมูลนิธิฯ เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อมอบชุดของขวัญวันเด็ก ประกอบด้วย สมุด ดินสอ ไม้บรรทัด และ กระปุกออมสิน รวมจำนวน 190,000 ชิ้น เพื่อนำไปแจกจ่ายให้เด็กและเยาวชน เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2567  ณ ห้องนารี 2 ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า การให้ของขวัญวันเด็ก เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่มูลนิธิฯ ได้จัดทำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 65 ปี การจัดของขวัญส่งความรักความปรารถนาดีให้เด็กๆ ในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” ด้วยเด็กดีในวันนี้ คือผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าและเป็นกำลังสำคัญเป็นอนาคตของชาติ และ เพื่อร่วมเป็นขวัญกำลังใจและร่วมส่งเสริมให้เด็กไทย “มองโลกกว้าง คิดสร้างสรรค์ เคารพความแตกต่าง ร่วมกันสร้างประชาธิปไตย” ตามคำขวัญของท่านนายกรัฐมนตรี

โดยเมื่อวันอังคารที่ 9 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้จัดพิธีมอบชุดของขวัญวันเด็กให้กับนักเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย โดยมีผู้แทนโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ  รวมทั้งจัดให้มีการส่งชุดของขวัญวันเด็กของมูลนิธิฯ เพื่อมอบให้กับเยาวชนในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ

รวมจำนวนของขวัญวันเด็กที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมอบให้กับเยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 ทั้งสิ้น 900,000 ชุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 23,400,000 บาท  (ยี่สิบสามล้านสี่แสนบาทถ้วน)

ตลอดระยะเวลา 114 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ทาง รวมทั้งด้านส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง #ช่วยชีวิต #รักษาชีวิต #สร้างชีวิต 
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

ขอนแก่น - 'มข.' เตรียมจัดงาน 'งานวันเกษตรภาคอีสาน 2567' ยิ่งใหญ่ แห่งปี

“งานวันเกษตรภาคอีสาน 2567” มข. มหกรรมงานโชว์ศักยภาพการพัฒนาด้านการเกษตรไทยสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ฉลอง 60 ปี มหาวิทยาลัยและคณะเกษตรศาสตร์ พร้อมปักหมุดให้ชม ช้อป ชิม วันที่ 26 ม.ค.- 4 ก.พ. นี้  

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดขอนแก่น รายงานว่า ที่ ห้อง 5101 อาคาร AG 05 คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดงานแถลงข่าว งานวันเกษตรภาคอีสาน ประจำปี 2567 “เกษตรอีสาน สรรค์สร้างนวัตกรรม นำคุณค่าสู่สากล” นำโดย รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วย รศ.ดร.ดรุณี โชติษฐยางกูร คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ประธานคณะกรรมการจัดงาน รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจ การบัญชี ม.ขอนแก่น และภาคีเครือข่ายทั้งกรมส่งเสริมการเกษตร, สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 กรมวิชาการเกษตร, กรมการข้าว, กรมปศุสัตว์ และกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมเปิดไฮไลต์มหกรรมสุดยิ่งใหญ่แห่งปี

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การจัดงานวันเกษตรภาคอีสาน ถือว่าเป็นอีกงานใหญ่ที่ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นและของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสนองตอบต่อปณิธานและปรัชญาของมหาวิทยาลัยขอนแก่นซึ่งเป็นศูนย์รวมทางความคิดสติปัญญาของสังคมและเป็นศูนย์รวมการศึกษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นับเป็นโอกาสอันดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี คณะเกษตรศาสตร์ และ 60 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น

“การจัดงานงานวันเกษตรภาคอีสานเป็นงานที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาด้านการเกษตรของไทย  ทั้งยังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนทางวิชาการและเทคโนโลยีด้านการเกษตรในระดับต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุลและยั่งยืน เกิดเป็นเศรษฐกิจ BCG ที่เติบโต แข่งขันได้ในระดับโลก กระจายรายได้สู่ชุมชน และกระตุ้นการท่องเที่ยว–เศรษฐกิจในจังหวัดขอนแก่น เมื่อปี 2566 มีประชาชนเข้าเที่ยวชมงานรวมกว่า 560,000 คน และมีเงินทุนหมุนเวียนภายในงานมากกว่า 500-600 ล้านบาท”

ขณะที่ รศ.ดร.ดรุณี  โชติษฐยางกูร คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า งานวันเกษตรภาคอีสานประจำปี 2567 กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันศุกร์ที่ 26 มกราคม – วันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567    รวมระยะเวลา 10 วัน ณ อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปีนี้นับเป็นปีที่ 32 ของการจัดงาน ภายใต้คำขวัญ “เกษตรอีสาน สรรค์สร้างนวัตกรรม นำคุณค่าสู่สากล” โดยความร่วมมือจาก 44 องค์กรและหน่วยงานในการจัดงานปีนี้

ภายในงานมีกิจกรรมของคณะเกษตรศาสตร์มากมาย ทั้งนิทรรศการ “60 ปีเกษตรมข. : บทบาทการพัฒนาภาคการเกษตรที่ยั่งยืนของอีสาน”, การเสวนาและฝึกอบรมอาชีพทางด้านการเกษตร, การประกวดและแข่งขันภูมิปัญญาชาวบ้าน,การแข่งขันตอบปัญหาทางด้านการเกษตร ในวันที่ 28 มกราคม 2567, การประชุมวิชาการเกษตร ครั้งที่ 25 วันที่ 29 มกราคม 2567, การจัดแสดงปลาสวยงาม การแข่งขันจับปลาไหล การประกวดสัตว์ชนิดต่าง ๆ และนิทรรศการแสดงนวัตกรรมการเกษตรร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร, สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 กรมวิชาการเกษตร, กรมการข้าว, กรมปศุสัตว์ และกรมพัฒนาที่ดิน

ด้าน นายกมล โสพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 4 จังหวัดขอนแก่น ระบุว่า สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 4 จังหวัดขอนแก่น พร้อมจัดแสดงผลงานดีเด่นระดับประเทศ ยกผลงานการเกษตรจาก 20 จังหวัดภาคอีสานมาให้ได้ชมกัน โดยมีไฮไลต์ คือ กล้วยหอมทองแก้จน วิถีคนบึงกาฬ,ซำตารมย์แปลงใหญ่ ทุเรียนภูเขาไฟแก้จน จ.ศรีสะเกษ และข้าวอินทรีย์ วิถีเมืองธรรมเกษตร แก้จนให้ชาวนาอำนาจเจริญ เพื่อให้เกษตรกรและผู้ที่สนใจได้เรียนรู้นวัตกรรมการเกษตรสู่การสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

ส่วน นายวีระสันติ ประทุมพล ปศุสัตว์เขต 4 กรมปศุสัตว์ กล่าวเสริมว่า กรมปศุสัตว์ เตรียมนิทรรศการด้านปศุสัตว์ พร้อมกับการเดินหน้าจัดการประกวดกระบือฯ พื้นเมืองไทย,การแข่งขันประลองไก่เก่ง 3 รุ่น จากชมรมผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง, การแข่งขันคล้องโค ล้มโค และกิจกรรมใหม่กับการแข่งขันลาบชิงแชมป์ จังหวัดขอนแก่น  ประจำปี 2567 ชิงเงินรางวัลพร้อมใบประกาศนียบัตรอีกด้วย

นอกจากนี้ ในปีนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีบริการนำเที่ยวเชิงเกษตรบริเวณโดยรอบงานวันเกษตรภาคอีสาน โดยนักศึกษา และการออกร้านจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรของนักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์อีกด้วย ส่วนของพื้นที่จัดงาน คณะได้เนรมิตพื้นที่บริเวณทิศใต้ของอุทยานเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อจัดทำเป็นแปลงพืชพันธุ์ไม้ดอกเมืองหนาว (KKU Smart Flower Farm) ซึ่งประกอบไปด้วยแปลงดอกคัตเตอร์ ทานตะวันแคระ และทุ่งดอกคอสมอส

คณะเกษตรศาสตร์ยังได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการร้านค้าเอกชน กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน เครือข่าย Young Smart Farmer ในการออกร้านจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร การจัดแสดงสินค้าชุมชนจากทั่วทุกภาคของประเทศ (OTOP) การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของดี 20 จังหวัดภาคอีสาน การจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมความก้าวหน้าเครื่องจักรกลการเกษตรทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ การจัดแสดงนวัตกรรมทางด้านพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ชนิดต่าง ๆ การจำหน่ายพันธุ์ไม้หายากหลากหลายชนิด

ด้านความบันเทิง ยังจัดเต็มกับการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งเกษตรอีสาน ครั้งที่ 11  และการประกวดวงดนตรี Aggie Music Award ครั้งที่ 5 และกิจกรรม อีกมากมาย ที่มุ่งเน้นเผยแพร่และถ่ายทอดความรู้ทางด้านการเกษตรและเทคโนโลยีการเกษตรสู่เกษตรกรและชุมชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ทั้งนี้ ฟาร์มคณะเกษตรศาสตร์และบริเวณทิศตะวันออกของพื้นที่จัดงานยังได้เพิ่มจุดจอดรถไว้บริการผู้เข้าร่วมงาน พร้อมมีบริการรถเมล์ปรับอากาศฟรีสายสีเขียว (shuttle bus) วิ่งรับ-ส่งรอบบริเวณจัดงานด้วย โดยมีชุดกำลังจากกองป้องกันและรักษาความปลอดภัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสถานีตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น คอยดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยแก่ผู้เข้าร่วมงาน

ร้อยเอ็ด…มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ มอบผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน 3,000 ผืน แก่ราษฎรในจังหวัดร้อยเอ็ด

วันนี้ (11 มกราคม 2567) เวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด เชิญผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน จำนวน 3,000 และสิ่งของพระราชทาน จำนวน 3,000 ชุด ไปมอบแก่ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยหนาว ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด 

โดยมี นายนพดล จอมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย นายอำเภอหนองฮี หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ บ้านม่วงหวาน หมู่ที่ 12 ตำบลเด่นราษฎร์ อำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด

โดยในวันนี้ได้มอบผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน จำนวน 8 อำเภอ ประกอบไปด้วย อำเภอหนองฮีอำเภอโพนทราย อำเภออาจสามารถ อำเภอเสลภูมิ อำเภอโพนทอง อำเภอหนองพอก อำเภอโพธิ์ชัย และอำเภอเมยวดี เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นขัวกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยหนาว ต่อไป

กองทัพอากาศขอเชิญร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ กองทัพอากาศ ประจำปี 2567 

กองทัพอากาศ ขอเชิญร่วมกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ กองทัพอากาศ ประจำปี 2567 โดยส่วนกลางที่ตั้งดอนเมืองจัด ณ ฝูงบิน 601 กองบิน 6 พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ สนามบินเล็กกองทัพอากาศ (ทุ่งสีกัน) สำหรับต่างจังหวัดจัด ณ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช (สระบุรี) โรงเรียนการบิน กำแพงแสน และกองบินต่างๆ 
ทั่วประเทศ ในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 ระหว่างเวลา 08.00 - 15.00 น. โดยที่ตั้งดอนเมืองมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจ ดังนี้

• การแสดงภาคการบิน (AIR SHOW) ของเครื่องบินแบบต่าง ๆ ได้แก่ การบินผ่านสนามบิน และการบินผ่านปล่อยควันสี 
• การตั้งแสดงยุทโธปกรณ์ และการตั้งแสดงอากาศยาน จำนวน 12 แบบ ได้แก่ T-50, F-16 A/B, AU-23A, EC-725, F-5 E/F, Alpha Jet, CT/4E, A-340, DA-42, T-6C, C-130H และ Gripen เป็นต้น
• กิจกรรมบนเวที ได้แก่ การแสดงดนตรีของวงดุริยางค์ทหารอากาศและแขกรับเชิญ การเดินแบบโดยนักเรียนนายเรืออากาศและนักเรียนพยาบาลทหารอากาศ การแสดงของศิลปิน Girl Group BERRY BERRY การเล่นเกมส์แจกของรางวัล เป็นต้น
• กิจกรรมอื่น ๆ ได้แก่ การออกบูธนิทรรศการของหน่วยงานต่าง ๆ การแสดงของสุนัขทหาร การแสดง Fancy Drill การแสดงกระบี่กระบอง การแสดง Drum Zeed การแสดงรถเกราะ (1 Condor, V-150) เป็นต้น

ทั้งนี้ กองทัพอากาศ ได้จัดรถโดยสารปรับอากาศ จากกรมขนส่งทหารอากาศ อำนวยความสะดวก รับ-ส่งผู้ร่วมงานจากจุดจอดรถ ไปยังบริเวณงานฯ สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว สามารถจอดรถได้ 4 จุด ดังนี้
- จุดจอดรถ อุทยานการบินกองทัพอากาศ รองรับได้ประมาณ 400 คัน
- จุดจอดรถ หอประชุมกานตรัตน์ รองรับได้ประมาณ 50 คัน
- จุดจอดรถ หอประชุมกองทัพอากาศ (ทองใหญ่) รองรับได้ประมาณ 300 คัน
- จุดจอดรถบริเวณโรงเรียนจ่าอากาศ รองรับได้ประมาณ 500 คัน

โดยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดการจัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติของกองทัพอากาศ ประจำปี 2567 ได้ที่ www.rtaf.live และเฟซบุ๊ก “กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force” ระหว่างเวลา 08.00 - 10.00 น. ทั้งนี้ ขอความร่วมมือไม่บินโดรนเหนือบริเวณพื้นที่จัดงาน รวมถึงไม่นำลูกโป่ง อาวุธและสิ่งของมีคม วัตถุไวไฟ และสัตว์เลี้ยง เข้ามายังบริเวณงาน 

นอกจากนี้ ในวันที่ 13 มกราคม ของทุกปี ยังเป็นวันการบินแห่งชาติ ซึ่งในปีนี้ ตรงกับกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ กองทัพอากาศ จึงจัดให้มีพิธีวางพานพุ่ม เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณโรงเก็บอากาศยาน ฝูงบิน 601 กองบิน 6  โดยมี พลอากาศเอก พันธ์ภักดี  พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีวันการบินแห่งชาตินั้น เริ่มต้นมาจากปีพุทธศักราช 2454 โดยจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลต่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ถึงความจำเป็นและประโยชน์ของเครื่องบินที่ต้องมีไว้เพื่อป้องกันประเทศ จึงมีคำสั่งให้นายทหาร 3 นาย (บุพการีทหารอากาศ) คือ พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ, นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์ และนาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต (ยศสุดท้าย) ไปเรียนวิชาการบินที่ประเทศฝรั่งเศส ในระหว่างที่นายทหารทั้ง 3 นาย เดินทางไปศึกษาที่ประเทศฝรั่งเศสนั้น ทางการก็ได้สั่งซื้อเครื่องบินเป็นครั้งแรกจากฝรั่งเศส มาจำนวน 7 เครื่อง ประกอบด้วย เครื่องบินแบบเบรเกต์ปีก 2 ชั้น จำนวน 3 เครื่อง และเครื่องบินแบบนิเออปอร์ตปีกชั้นเดียว จำนวน 4 เครื่อง เข้าไว้ประจำการ 

นอกจากนี้ เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) ยังได้อุทิศทรัพย์ส่วนตัว ซื้อเครื่องบินแบบเบรเกต์ให้ราชการไว้ใช้งานอีก 1 เครื่อง ด้วยเห็นว่าเครื่องบินสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางราชการได้ ทำให้ในยุคแรกประเทศไทยมีเครื่องบินประจำการ จำนวน 8 เครื่อง หลังสำเร็จการศึกษานายทหาร นักบินทั้ง 3 นาย ได้กลับมาทดลองบินครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2456 (ค.ศ.1913) ซึ่งนายทหารนักบินทั้ง 3 นาย สามารถขับเครื่องบินและร่อนลงจอดได้เป็นอย่างดี ท่ามกลางเสียงชื่นชมของผู้ชมจำนวนมากที่มารอชม เนื่องจากในสมัยนั้น การขึ้นบินบนท้องฟ้าถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง ผู้ที่สามารถขับเครื่องบินได้จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้กล้าหาญ และถือเป็นเกียรติประวัติที่ควรได้รับการสรรเสริญ

ในเวลาต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสถาปนาแผนกการบินขึ้นในกระทรวงกลาโหม เป็นผลให้กิจการการบินไทยได้รับการพัฒนาขึ้นมาตามลำดับ จากนั้นในวันที่ 13 มกราคม 2456 (ค.ศ.1914 ห้วงนั้นประเทศไทยถือเอาวันที่  1 เมษายน เป็นวันขึ้นศักราชใหม่) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จทอดพระเนตรการบิน โดยมีนายทหารนักบินขึ้นแสดงการบินถวายและโปรยกระดาษถวายพระพรชัยมงคล ในการนี้ มีเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการ และประชาชนมาร่วมเฝ้าเสด็จและชมการแสดงการบินในครั้งนี้ด้วย กระทั่ง ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2537 คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติ เห็นชอบกำหนดให้วันที่ 13 มกราคมของทุกปี เป็นวันการบินแห่งชาติ โดยเริ่มตั้งแต่พุทธศักราช 2538 เป็นต้นมา เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และในวันนี้ได้มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของการบินไทย และคุณประโยชน์ของกิจการการบิน อีกด้วย

โรงพยาบาลตำรวจจัดงานวันเด็ก จัดเต็ม มอบของขวัญ ขนม ผลไม้ และของรางวัลจำนวนมากให้เด็กๆ

วันนี้ (11 มกราคม 2567) โรงพยาบาลตำรวจจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 หลากหลายกิจกรรม ณ ห้องตรวจโรคกุมารเวชกรรม อาคารเฉลิมพระเกียรติมหาราชินี 60 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ โดย พ.ต.อ.โสภณ พรกุลวิไล หัวหน้ากลุ่มงานกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลตำรวจ ผู้เชี่ยวชาญอนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม ให้การต้อนรับ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ และ ร.ต.ท.หญิง สายพิณ สมพงษ์ ภริยา ประธานเปิดงาน ที่แต่งกายชุดในเจ้าชายและเจ้าหญิง โดยมี พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ ทีมงานโฆษก และเจ้าหน้าที่จากทีมศูนย์ประชาสัมพันธ์ สื่อสารองค์กร พร้อมทีมแพทย์ พยาบาลในทุกสาขาของหน่วยกุมารเวชกรรม โรง พยาบาลตำรวจ ร่วมกิจกรรมด้วย

ปีนี้ทุกคนแต่งตัวเป็นการ์ตูน ฮีโร่ และการ์ตูนน่ารักๆ ที่เด็กชื่นชอบ ขณะที่ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 9 สาขา ได้แก่กุมารแพทย์ ทารกแรกเกิด โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต โรคติดเชื้อ โรคเลือด โรคภูมิแพ้ โรคต่อมไร้ท่อ พัฒนาการและพฤติกรรม ขึ้นแสดงเพลง Baby Shark บนเวทีร่วมกับเด็กๆ สร้างสีสัน ความสนุกสนานให้กับผู้ร่วมงานทุกคนโดยนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมภริยา มอบรางวัลให้เด็กๆ ที่ขึ้นแสดงบนเวที และแจกไอศกรีมให้กับเด็กทุกคนด้วย พร้อมนำขนม ไอศกรีม มอบให้กับเด็กและผู้ปกครองที่พักรักษาตัวที่หอผู้ป่วยเด็กด้วย

ขณะที่หน่วยกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลตำรวจ จัดหลากหลายกิจกรรม อาทิ แจกของรางวัล เล่นเกม จับฉลาก และกิจกรรมสันทนาการ ที่ให้ความสนุกสนานกับเด็กและผู้ปกครอง บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ทุกคนมีรอยยิ้มแห่งความสุขกับการจัดงานวันเด็กปีนี้ นอกจากความสนุกสนานแล้ว ยังมีกิจกรรมที่ให้ความรู้ อาทิ ซุ้มโภชนาการ ให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารที่เหมาะสมกับวัยของเด็กๆ , ซุ้มทันตกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพฟันการแปรงฟันอย่างถูกวิธี , ซุ้มนมแม่ ให้ความรู้เรื่องการให้นมบุตรในแต่ละช่วงวัย ให้คำปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับการให้นมบุตร , ซุ้มประเมินพัฒนาการ ให้ความรู้เรื่องพัฒนาการเด็กในแต่ละวัยอย่างเหมาะสมหากเด็กมีพัฒนาการปกติ จะฝึกให้เด็กอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ หากผิดปกติ อาจจะต้องพบแพทย์

เพื่อแนะนำขั้นตอนการเสริมสร้างพัฒนาการให้กับผู้ปกครอง ซึ่งมีการแนะนำผ่านกล้อง ระบบ LINE OFFICIAL ที่บ้าน ใช้เวลาเพียง 1 เดือนแล้วให้เด็กกลับมาทดสอบใหม่อีกครั้งจนกว่าจะผ่านเกณฑ์ อีกทั้งสอนการช่วยชีวิตเบื้องต้นกรณีอาหารติดคอเด็ก รวมไปถึงสนทนาให้ความรู้ในหัวข้อ "กุมารแพทย์ไขปัญหา" และมีการเล่านิทานเกร็ดความรู้ โดยนักศึกษาพยาบาลด้วย

'เพจดัง' ชี้!! วิกฤติผิดนัดชำระหุ้นกู้ภาคก่อสร้าง-อสังหาฯ เริ่มส่อเค้า ปล่อยให้แบงก์มีกำไรสะสมไว้ดีแล้ว ช่วยรับแรงกระแทกก่อนชั้นนึง

(11 ม.ค.67) เพจ 'สานต่อเจตนารมณ์ อาจารย์สมเกียรติ โอสถสภา' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

วิกฤติผิดนัดชำระหุ้นกู้ภาคก่อสร้าง-อสังหาที่เริ่มส่อเค้า ต้องไม่ให้กระทบไปถึงแบงก์

ให้แบงก์มีกำไรไว้ดีแล้ว อย่างน้อยได้มีกำไรสะสมไว้รับแรงกระแทกก่อนชั้นนึง

ถ้าสถาบันการเงินยืนอยู่ได้ วงจะจำกัดอยู่ที่ผู้ถือหุ้นกู้ของแต่ละบริษัท 

ให้ถือซะว่าการลงทุนมีความเสี่ยง

สถาบันการเงินไทยรอบนี้ระวังตัว ไม่ปล่อยกู้ความเสี่ยงสูงก็ดีแล้ว 

ปี 40 ที่เละเพราะสถาบันการเงิน ปล่อยกู้เพลิน พอวิกฤติมาเลยไปกันหมด 

สถานะการเงินภาครัฐไทยรอบนี้ไม่ได้มีปัญหา หนี้ไม่ได้สูง อยู่แค่ 60% กว่า ๆ 

เงินสำรองระหว่างประเทศมีเยอะอันดับต้น ๆ ของโลก ไม่มีปัญหาถูกโจมตีค่าเงินจนสำรองหมดเหมือนปี 40

หัวใจคือ อย่าให้ปัญหาผิดนัดชำระหุ้นกู้ของภาคอสังหาฯ ลามไปถึงสถาบันการเงิน 

สถานะการเงินภาครัฐและสำรองเงินตราระหว่างประเทศไม่ได้มีปัญหาอะไร

ชื่นชม!! พนักงานล่ามจีนไหวพริบดี ช่วยผู้โดยสาร 'แม่ลูกชาวจีน' ขึ้นเครื่องทัน 'ค้นหาหนังสือเดินทางเด็กจนเจอ-ประสานสายการบินว่าทั้งสองกำลังไป'

ไม่นานมานี้ เพจ 'ล่ามสนามบินสุวรรณภูมิ' ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีผู้โดยสารชาวจีนท่านหนึ่งเกิดปัญหาค้นหาหนังสือเดินทางของลูกตนเองไม่เจอ แต่สุดท้ายได้พนักงานล่ามจีนของทางสนามบินสุวรรณภูมิเข้าช่วยเหลือ จนทั้งสองแม่ลูกได้เดินทางไปขึ้นเครื่องอย่างราบรื่น ว่า...

ผู้โดยสารชาวจีน กำลังเดินทางกลับประเทศ เมื่อไปถึง Boarding Gate พบว่าหนังสือเดินทางของลูกหาย พยายามค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จึงมาขอความช่วยเหลือพนักงานล่ามจีนตรงจุดเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ห้องโถงขาออก เพื่อช่วยตามหาหนังสือเดินทางของลูก

พนักงานล่ามจีนถามข้อมูลต่าง ๆ และช่วยโทรติดต่อทุกจุดที่ผู้โดยสารไป โทรไปเช็กที่ศูนย์ติดตามสัมภาระสูญหายของสนามบินก็แล้ว ร้านค้าใน Duty Free และ ตม. ทุกทีให้คำตอบเดียวกันว่า "ไม่พบ" 

คุณแม่มีภาวะเครียดและเหนื่อยล้าสะสม เพราะเดินทางกับเด็กแค่ 2 คน จึงเริ่มขึ้นเสียงดังใส่เด็ก น้องก็เริ่มร้องไห้ เหตุการณ์ดูตึงเครียดขึ้น เพราะใกล้เวลา Boarding Gate จะปิด พนักงานล่ามโทรไปแจ้งรายละเอียดเบื้องต้นกับสายการบินที่แม่ลูกใช้บริการ 

สุดท้ายคุณแม่เทของออกกระเป๋าทุกใบ ก็ยังไม่พบ แต่พนักงานล่ามสังเกตว่ายังมีอีกใบยังไม่รื้อค้น ก็คือใบสีเหลืองที่เด็กสะพายอยู่ และเมื่อเปิดออกก็พบหนังสือเดินทางของเด็กทันที คุณแม่รีบวิ่งไปที่ Boarding Gate พนักงานล่ามจีนโทรไปแจ้งสายการบินว่า ผู้โดยสารกำลังไป สุดท้ายทั้ง 2 คนได้เดินทางกลับจีน 

‘หมอยง’ ชี้!! 'JN.1' เข้าสู่สายพันธุ์หลักโควิด19 ในไทย เหมือนหวัดทั่วไป ‘ติดง่าย-แต่ไม่รุนแรง’ คลายตัวช่วงเดือน 2-3

(11 ม.ค. 67) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ‘โควิด 19 สายพันธุ์ JN.1 เป็นสายพันธุ์ที่พบมากแล้วในขณะนี้’ ระบุว่า...

ในที่สุด การคาดการณ์ว่าสายพันธุ์ JN.1 ที่ระบาดและติดต่อได้ง่าย ก็เข้ามาเป็นสายพันธุ์หลักในประเทศไทย

จากการศึกษาของศูนย์ไวรัส ถอดรหัสพันธุกรรม ในเดือนธันวาคม 14 ตัวอย่าง (ยังมีอีกจำนวนหนึ่งที่รอวิเคราะห์) ด้วยงบประมาณที่จำกัด พบว่าสายพันธุ์เด่นที่พบมากที่สุด เป็นสายพันธุ์ JN.1 แล้ว หลังปีใหม่นี้สายพันธุ์ JN.1 จะเป็นสายพันธุ์หลัก หรือเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นสายพันธุ์ติดต่อได้ง่ายกว่าสายพันธุ์เดิมที่ผ่านมา

สายพันธุ์ JN.1 พบครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา เป็นลูกของสายพันธุ์ BA.2.86 (Pilora ชื่อของดาวเคราะห์น้อย) เป็นสายพันธุ์ที่ติดต่อได้ง่ายและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว มีการคาดการณ์ไว้แล้วว่าสายพันธุ์นี้จะเข้ามาแทนที่สายพันธุ์อื่นทั้งหมด

เป็นตามคาดหมาย สายพันธุ์นี้เข้ามาสู่ประเทศไทย เริ่มเด่นชัดในเดือนธันวาคมและแน่นอนหลังปีใหม่นี้ ก็น่าจะเป็นสายพันธุ์ JN.1 สายพันธุ์ใหม่ขณะนี้ยังไม่มีชื่อเล่น

ผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์ JN.1 อาการไม่รุนแรง บางคนเพียงเป็นหวัด เจ็บคอเหมือนโรคทางเดินหายใจทั่วไป ติดต่อได้ง่าย เป็นแล้วก็สามารถเป็นอีก จึงทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังปีใหม่นี้ และคาดว่าผู้ป่วยจะเริ่มลดลงหลังเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ โดยจะลดลงอย่างมากในเดือนมีนาคม แล้วจะสงบลง จนไปถึงฤดูกาลใหม่ในเดือนมิถุนายนปีนี้

ขณะนี้ทางศูนย์ ได้ติดตามสายพันธุ์อยู่ตลอด เนื่องจากมีงบประมาณที่จำกัด จึงทำจำนวนได้ไม่มาก เพื่อเฝ้าระวังแนวโน้มสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ดังแสดงในรูป จะเห็นว่าสายพันธุ์เด่นในเดือนพฤศจิกายน เป็น HK3 แล้วเปลี่ยนเป็น JN.1 ในเดือนธันวาคม และในเดือนนี้สายพันธุ์ส่วนใหญ่จะเป็น JN.1 เพราะแพร่กระจายได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่น

ความรุนแรงของโรคไม่ได้เปลี่ยนแปลง สิ่งที่สำคัญที่ต้องศึกษาขณะนี้คือ ระบบภูมิต้านทานเดิมที่มีอยู่มีผลอย่างไร กับการเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์ใหม่ โดยจะนำสายพันธุ์ใหม่ มาเพราะเชื้อขยายจำนวน แล้วทดสอบกับปฏิกิริยาภูมิต้านทาน ในคนไทย ที่ได้รับวัคซีนชนิดต่างๆ และการติดเชื้อที่ผ่านมา

‘กระทรวงดีอี’ พร้อม ‘คกก.ยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ฯ’ จับมือ ‘การีนา’ ปั้น ‘กางเกงแมวโคราช’ เป็นแฟชั่นไอเทมผ่าน ‘เกม Free Fire’ ผลักดันผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยผงาดในดิจิทัลคอนเทนต์ระดับเวทีโลก

วันที่ 10 มกราคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมงานแถลงข่าวความร่วมมือเพื่อส่งเสริม ‘กางเกงแมวโคราช’ เป็นแฟชั่นไอเทมเกมผ่าน ‘เกม Free Fire’ ซึ่งการีนา ขานรับนโยบายส่งเสริมสินค้าวัฒนธรรมและผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยผงาดในเวทีโลกผ่านดิจิทัลคอนเทนต์ โดยมีนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม , นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ , นายจิรพิสิษฐ์ รุจน์เจริญ ประธาน YEC (Young Entrepreneur Chamber of Commerce) หอการค้าจังหวันครราชสีมา พร้อม Sea (ประเทศไทย) และ การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) นำโดยนางสาวมณีรัตน์ นุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) ,  ดร.ศรุด วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Sea (ประเทศไทย) และนายกฤตย์ พัฒนเตซะ
ผู้อำนวยการอาวุโสประจำประเทศไทย บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่การีนา อีสปอร์ต สตูดิโอ กรุงเทพมหานคร 

นายประเสริฐ กล่าวว่าในนามกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และในนามของคนโคราช มีความยินดีอย่างยิ่ง ในการร่วมประชาสัมพันธ์การส่งเสริมกางเกงแมวโคราช ซึ่งเป็น Cultural Product ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายสู่โลกดิจิทัล เชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการต่อยอดและเผยแพร่ Cultural Product สู่เวทีโลก เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลาย และโดดเด่นทางวัฒนธรรม อันแสดงถึงอัตลักษณ์พื้นถิ่นที่มีเสน่ห์และเรื่องราวที่น่าสนใจ คนไทยมีความคิดสร้างสรรค์ในการประยุกต์พัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ตามสมัยนิยมและสอดคล้องกับความต้องการในปัจจุบัน

นายประเสริฐ กล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาลมีความพร้อมให้การสนับสนุนและผลักดันเพื่อให้เกิดเป็น Soft Power จึงทำให้วันนี้ศักยภาพของประเทศไทย มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการนำเผยแพร่สู่ระดับสากล และแนวทางการส่งเสริมของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คือ สนับสนุนให้เกิดการเผยแพร่ Cultural Product สู่ช่องทางดิจิทัล เพื่อเพิ่มคุณค่า เพิ่มการรับรู้และการเข้าถึงกลุ่มคนที่หลากหลายและรวดเร็ว โดยกระทรวงดีอีพร้อมดูแลด้านความมั่นคงและปลอดภัยของข้อมูล การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อสามารถนำไปต่อยอดผลิตภัณฑ์หรือบริการอื่นๆ ให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมต่อไป

“ในโลกสมัยใหม่ที่พึ่งพาเทคโนโลยี การผสานร่วมวัฒนธรรม อัตลักษณ์พื้นถิ่น และการใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเผยแพร่สินด้าวัฒนธรรม (Cultural Products) ผ่านดิจิทัลคอนเทนท์ จะเพิ่มคุณค่าการรับรู้ และสามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์อื่นสู่เวทีโลกให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง” นายประเสริฐ กล่าวย้ำ

สำหรับโครงการนี้ การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นธุรกิจดิจิทัลเอนเตอร์เทนเมนต์ภายใด้กลุ่ม Sea (ประเทศ
ไทย) ได้ร่วมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ , กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , กระทรวงวัฒนธรรม , กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา นำ ‘กางเกงแมวโคราช’ สินค้าเอสเอ็มอีไทย ที่ต่อยอดมาจากการประกวดออกแบบลายโคราช โมโนแกรม (KORAT MONOGRAM) เข้าสู่โลกดิจิทัลคอนเทนต์ในฐานะแฟชั่นไอเทมใหม่ล่าสุด ภายในเกม Free Fire เกมแบทเทิลรอยัลระดับโลกจากการีนา ที่เข้าถึงผู้เล่นทั่วโลกกว่า 160 ประเทศ โดยจะเปิดตัวกางเกงแมวภายในเกม Free Fire ในประเทศไทย วันที่ 10 มกราคมนี้ และทยอยเปิดตัวในต่างประเทศภายในปี 2567


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top