Wednesday, 29 July 2026
TODAY SPECIAL

8 กรกฎาคม พ.ศ. 2503 ในหลาง รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จฯ บ้านหลังแรก ที่เคยประทับเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์

วันนี้ เมื่อ 65 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ณ อพาร์ตเม้นท์เลขที่ 63 ถนนลองวู้ดแอฟเวนิว ชานเมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นบ้านหลังแรกที่พระองค์เคยประทับเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์  

ในวันนั้นเจ้าของบ้านได้มารับเสด็จด้วยความปลาบปลื้มใจ พร้อมกับถือป้ายข้อความว่า “ขอต้อนรับกลับบ้าน ... Welcome home to the King.”

สำหรับบ้านหลังดังกล่าว เป็นที่ประทับเมื่อครั้งสมัยสมเด็จพระบรมราชชนก ทรงศึกษาวิชาการแพทย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพที่ “โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น” และเสด็จประทับอยู่ที่ “บ้านเลขที่ 63” ถนนลองวู้ด เอเวนิว บรู๊คไลน์ ชานเมืองบอสตัน จนพระชันษา 9 เดือน แล้วจึงเสด็จนิวัติประเทศไทย ภายหลังสมเด็จพระราชชนกสำเร็จการศึกษา ซึ่งปัจจุบันสถานที่เหล่านี้ยังคงถูกอนุรักษ์ไว้ พร้อมกับแผ่นจารึกเรื่องราวของพระองค์ รวมถึงยังมี “จัตรัสภูมิพล” ที่ทางมูลนิธิ KTBF (The King of Thailand Birthplace Foundation) จัดตั้งไว้เพื่อเป็นที่ระลึกว่าเมืองแห่งนี้เป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพอีกด้วย

7 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 ในหลวง รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จฯ สวนหาดทรายใหญ่ จ.ประจวบคีรีขันธ์

วันนี้ เมื่อ 34 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จทอดพระเนตรโครงการพระราชดำริสวนหาดทรายใหญ่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และมีพระราชกระแสว่า “...ขอให้ปลูกหญ้าแฝกไว้ด้วย เพราะหญ้าแฝกมีประโยชน์มากในการช่วยยึดดินไม่ให้พังทลาย ช่วยรักษาหน้าดินโดยเฉพาะที่โครงการฯ นี้ มีที่ลาดชันหลายแห่ง นอกจากนี้ หญ้าแฝกยังช่วยกักเก็บอินทรียวัตถุไว้ในดิน ใบอ่อนของหญ้าแฝกยังเป็นอาหารสัตว์ได้อีกด้วย...”

สำหรับหาดทรายใหญ่ เป็นผืนดินที่มีความเป็นมายาวนานสืบเนื่องมาจาก “อ่างเก็บน้ำเขาเต่า”ซึ่งเป็นโครงการชลประทานตามพระราชดำริแห่งแรกของในหลวง รัชกาลที่ 9 สร้างด้วยพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์ในปี พ.ศ.2506 เพื่อทรงช่วยราษฎรในพื้นที่ใกล้เคียงได้มีน้ำอุปโภคบริโภคเพราะที่บริเวณนี้ไม่มี แหล่งน้ำจืด จากนั้น พ.ศ.2508 ได้ทรงใช้พื้นที่ของหาดทรายใหญ่ ทำเป็นฟาร์มส่วนพระองค์เลี้ยงโค สุกร และไก่พันธุ์ไข่ เพื่อขยายพันธุ์แจกจ่ายให้กับราษฎรในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นอาหารและเพิ่มรายได้

6 กรกฎาคม พ.ศ.2428 ‘หลุยส์ ปาสเตอร์’ นักเคมีชาวฝรั่งเศส ทดสอบวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าสำเร็จ

6 กรกฎาคม พ.ศ. 2428 หรือวันนี้ เมื่อ 140 ปีก่อน หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) นักเคมีชาวฝรั่งเศส ประสบความสำเร็จในการทดสอบวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) เป็นครั้งแรก โดยใช้รักษาให้กับเด็กชาย โจเซฟ เมสเตร์ (Joseph Meister) วัย 9 ขวบ 

ในสมัยนั้น โรคพิษสุนัขบ้าแม้ว่าจะไม่ใช่โรคระบาดที่ร้ายแรง แต่ก็สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนมาก เพราะเมื่อผู้ใดที่ถูกสุนัขบ้ากัดแล้วต้องเสียชีวิตทุกราย สัตว์ที่ป่วยด้วยโรคนี้ก็จะต้องตายโดยไม่มีวิธีรักษาหรือป้องกันได้เลย 

จากการค้นคว้าปาสเตอร์พบว่าเชื้อสุนัขบ้าอยู่ในน้ำลาย ดังนั้นเมื่อถูกน้ำลายของสุนัขที่มีเชื้อโรคอยู่ไม่ว่าจะถูกเลียหรือถูกกัด เชื้อโรคในน้ำลายก็จะซึมเข้าไปทางแผลสู่ร่างกายได้ 

ปาสเตอร์ได้นำเชื้อมาเพาะวัคซีน แล้วนำไปทดลองกับสัตว์ ปรากฏว่าได้ผลเป็นอย่างดี แต่เขาก็ยังไม่กล้านำมาทดลองกับคน จนกระทั่งวันหนึ่งเด็กชายเมสเตร์ถูกสุนัขบ้ากัด ไหน ๆ ก็จะต้องตายอยู่แล้ว พ่อแม่จึงได้นำบุตรชายมาให้ปาสเตอร์ทดลองรักษา ปรากฏว่าเด็กน้อยไม่ป่วยเป็นโรคสุนัขบ้า 

การค้นพบครั้งนี้ทำให้เขามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากนั้นในปี 2431 ปาสเตอร์ได้ก่อตั้ง 'สถาบันปาสเตอร์' (Pasteur Institute) ขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และได้ขยายสถาบันปาสเตอร์ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ในประเทศไทยใช้ชื่อว่า 'สถานเสาวภา' ก่อตั้งในปี 2455 โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ปัจจุบันเป็นหน่วยงานในสังกัดสภากาชาดไทย

5 กรกฎาคม พ.ศ. 2503 ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ถนนบรอดเวย์ โดยมีประชาชนกว่า 7 แสนคน รับเสด็จ

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 1960 (พ.ศ. 2503) ประชาชนกว่า 7.5 แสนคน (จากการประเมินของเจ้าหน้าที่ตำรวจ) ได้มาเฝ้ารอรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ซึ่งประทับรถยนต์พระที่นั่งเปิดประทุนมาพร้อมกับขบวนพาเหรด บนถนนโลเวอร์บรอดเวย์ (Lower Broadway) นครนิวยอร์ก โดยมีแถบกระดาษขนาดเล็กจำนวนมากโปรยปรายลงมาระหว่างการเคลื่อนขบวนเสด็จ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของการต้อนรับขบวนพาเหรดในนครนิวยอร์ก

ขบวนพาเหรดดังกล่าวกินเวลาประมาณ 20 นาที นำเสด็จจากถนนโลเวอร์บรอดเวย์ ไปถึงศาลาว่าการนครนิวยอร์ก เมื่อเวลาประมาณ 12.25 นาฬิกา

“มันอลังการมาก เราเคยเห็นการต้อนรับแบบนี้ในภาพยนตร์หลายเรื่อง และเราก็ตื่นเต้นมากที่ได้รับการต้อนรับแบบเดียวกัน” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ตรัสกับ โรเบิร์ต แวกเนอร์ (Robert Wagner) ผู้ว่านครนิวยอร์กในขณะนั้น

ทั้งนี้ ในช่วงเวลาดังกล่าวยังอยู่ในภาวะสงครามเย็น สื่อสหรัฐฯ จึงตั้งคำถามต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึงภัยคุกคามจากลัทธิคอมมิวนิสต์ซึ่งพระองค์ได้ทรงตอบว่า

“ประชาชนชาวไทยต้องการสันติภาพ สันติภาพอันมีเกียรติ…เราไม่เคยยั่วยุผู้ใด แต่เราพร้อมที่จะปกป้องตนเองจากการรุกรานจากภายนอก”

๔ กรกฎาคม วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประสูติเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2500 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต 

ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์เล็กในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้รับพระราชทานพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

พระนาม จุฬาภรณ์ หมายถึง การอัญเชิญพระนาม 'จุฬา' ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาเป็นคำต้นพระนามของพระองค์ เนื่องด้วยในวันประสูตินั้น เป็นวันมหาปีติของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา  

ทรงเริ่มศึกษาระดับอนุบาลที่โรงเรียนจิตรลดา ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ทรงได้รับการปลูกฝังทางศิลปะ นาฏศิลป์และดนตรี จากพระอาจารย์ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทั้งยังทรงสนพระทัยวิชาคำนวณและวิทยาศาสตร์ ขณะเดียวกันโปรดศึกษาวิชาภาษาต่างประเทศ และวิชาศิลปะควบคู่กันไป โดยทรงเลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์ ในระดับมัธยมปลาย เพื่อนำความรู้มาต่อยอดทำประโยชน์เพื่อความสุขของประชาชน

เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลาย ทรงเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีคณะวิทยาศาสตร์ สาขาอินทรีย์เคมี เกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทรงสอบได้ที่ 1 ในวิชาเคมีและชีววิทยา ทั้งยังทรงได้รับรางวัลเรียนดีจากมูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.แถบ นีละนิธิ 

พ.ศ.2528 ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาอินทรีย์เคมี มหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งนี้ยังทรงสำเร็จการอบรมระดับหลังปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยอูล์ม สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

พ.ศ.2550 ทรงสำเร็จการศึกษาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

พ.ศ.2557 ทรงสำเร็จการศึกษาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพสัตวแพทย์ (หลักสูตรนานาชาติ) จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อนำความรู้ไปช่วยเหลือสัตว์ต่างๆ

ทรงมีพระธิดา 2 พระองค์ คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ทรงอุทิศพระวรกายเพื่ออาณาประชาราษฎร์ให้มีความสุข อยู่ดีกินดี และร่วมพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ ไม่ว่าจะในแขนงใด 

ด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์นั้น ทรงมีพระราชปณิธานในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาประเทศ โดยทรงแลกเปลี่ยนความร่วมมือกับต่างประเทศในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ ทำให้เป็นที่ประจักษ์ของชาวโลก 

ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ จากยูเนสโก ในปี พ.ศ.2530 ทรงก่อตั้งมูลนิธิจุฬาภรณ์ขึ้น ก่อนพัฒนาเป็นสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ต่อมา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัย ทั้งทรงก่อตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ให้บริการทางการแพทย์และการเงินแก่ผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ ทำให้ทรงได้รับการยกย่องเป็น เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์

ทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) และได้เสด็จฯไปทรงร่วมกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มูลนิธิ พอ.สว. ให้การรักษาแก่ผู้ป่วยทุกภูมิภาคของไทย 

ทรงมีพระเมตตาแผ่ถึงบรรดาสัตว์ป่วยอนาถา ทรงรับเป็นประธานกรรมการขับเคลื่อนการดำเนิน “โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ทั้งยังมีพระดำริให้ก่อตั้งโรงพยาบาลสัตว์ขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศด้วย

พระอัจฉริยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมของพระองค์ยังได้ฉายชัด ทรงดนตรี ทรงขับร้องเพลง ทรงนิพนธ์เพลง ทรงวาดภาพ และทรงออกแบบเครื่องประดับและเครื่องแต่งกาย ทรงเชี่ยวชาญเปียโน และกีต้าร์ 

พ.ศ.2543 ขณะเสด็จฯ ไปทรงเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน รัฐบาลจีนได้บรรเลง 'กู่เจิง' ถวาย ทำให้ทรงประทับใจและมุ่งมั่นศึกษา ฝึกซ้อมอย่างจริงจัง จนถึงระดับสูงสุด โดยทรงมีพระดำริให้จัดการแสดงดนตรีและวัฒนธรรม 'สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน' กระชับสัมพันธไมตรีไทยกับจีน 

ทรงออกแบบเครื่องประดับผนวกกับงานการกุศล เช่นโครงการ 'ถักร้อย สร้อยรัก' และโครงการ 'ดร.น้ำจิต' นำรายได้สมทบทุนมูลนิธิจุฬาภรณ์ ทั้งยังทรงจัดนิทรรศการภาพวาดฝีพระหัตถ์ของพระองค์เองด้วย ด้านการศาสนา ทรงดำรงพระองค์เป็นพุทธมามกะ และพุทธศาสนูปถัมภก เอาพระทัยใส่ในพุทธศาสนา ทั้งยังทรงเป็นประธานของโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์อ่านประกาศกระแสพระบรมราชโองการเฉลิมพระนาม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เป็น “สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี” เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์ ใบมะตูม ทรงเจิม พระราชทานพระสุพรรณบัฏและเหรียญรัตนาภรณ์ ร.10 ชั้นที่ 1

3 กรกฎาคม พ.ศ. 2440 ในหลวงรัชกาลที่ 5 เสด็จฯ เยือนรัสเซีย จุดเริ่มต้นสถาปนาความพันธ์สู่มิตรแท้ที่ยาวนาน

ย้อนอดีต 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2440 เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินเยือนรัสเซีย นับเป็นปฐมบทความสัมพันธ์ไทย – รัสเซีย มายาวนานครบ 128 ปี

ไทยและรัสเซียได้ยึดถือการเสด็จประพาสรัสเซียของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (3-11 กรกฎาคม พ.ศ. 2440/ค.ศ.1897) เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน โดยความสัมพันธ์ระหว่างพระราชวงศ์มีความใกล้ชิด 

การเสด็จฯ ในครั้งนั้น นับเป็นการเยือนยุโรปอย่างเป็นทางการครั้งแรก ซึ่งต่อมาได้ถือวันดังกล่าวเป็นวันสถาปนาความสัมพันธ์ไทยและรัสเซีย 

โดยก่อนหน้านั้น พระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่ 2 เมื่อครั้งยังดำรงพระอิสริยศที่ "มกุฎราชกุมาร" แห่งรัสเซีย ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยือนราชอาณาจักรสยามอย่างเป็นทางการ ในฐานะพระสหายสนิทในสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ระหว่างวันที่ 20 - 24 มีนาคม พุทธศักราช 2434 รวมเวลาทั้งสิ้น 5 วันโดยได้รับการต้อนรับอย่างสมพระเกีรยติเช่นกัน 

ว่ากันว่า ด้วยพระราชไมตรีอันแน่นแฟ้นของพระราชวงศ์ทั้งสองนี้ ก็ได้คานอำนาจของประเทศมหาอำนาจในยุโรปอย่างฝรั่งเศสและอังกฤษ ทำให้สยามดำรงเอกราชเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคจวบจนกระทั่งทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม ไทยกับรัสเซียไม่มีการติดต่อกันทางการทูตนับแต่ปี 2460 (ค.ศ.1917) เมื่อเกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองในรัสเซียจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบสังคมนิยม ทั้งนี้ ได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยครั้งใหม่ ในปี พ.ศ.2491 (ค.ศ.1948) โดยได้มีการแลกเปลี่ยนคณะทูตชุดแรกระหว่างกันในระดับอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม ต่อมา เมื่อสหภาพโซเวียตได้สลายตัวลงในปี 2534 (ค.ศ.1991) สหพันธรัฐรัสเซียได้เป็นผู้สืบสิทธิ์ของสหภาพโซเวียตทั้งหมด จึงถือได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซียดำเนินต่อมาโดยไม่หยุดชะงัก

2 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ประกอบพิธีเปิด “อนุสรณ์สถานแห่งชาติ”

วันนี้เมื่อ 31 ปีก่อน ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอนุสรณ์สถานแห่งชาติ

พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ประกอบพิธีเปิดและพระราชทานนาม “อนุสรณ์สถานแห่งชาติ” เพื่อจัดแสดงนิทรรศการเรื่องราวประวัติศาสตร์ทหารและเป็นสถานที่จารึกรายชื่อวีรชนผู้สละชีวิตในการปกป้องชาติ ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 จนถึงปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกคนรุ่นใหม่ให้เกิดความรักและหวงแหนประเทศชาติและรำลึกถึงความเสียสละของบรรพชนผ่านเทคโนโลยีสื่อผสมแบบ Interactive เพื่อช่วยให้ผู้เข้าชมเกิดความสนใจและสื่อสารข้อมูลประวัติศาสตร์ได้สะดวก รวดเร็ว เข้าใจง่าย

‘เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ’ ปลงผมเข้าพิธีบวชสามเณรี ได้รับฉายา “ธัมมกัลยาณี – ผู้หญิงที่มีความงามทางธรรม”

(1 ก.ค. 68) วันนี้ เวลา 04.30น. นางเอกสาว “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” ได้ปลงผมตามฤกษ์ดี เพื่อเข้าพิธีบวชเป็นสามเณรี ณ ศรีวรญาลัย จ.สระบุรี โดยสามเณรีเจนี่ได้รับฉายาทางธรรมว่า ธัมมกัลยาณี แปลว่า ผู้หญิงที่มีความงามทางธรรม

“ในวันนี้ ข้าพเจ้าขออนุโมทนาบุญในการอุปสมบท อันเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ในชีวิต และนับเป็นเกียรติสูงสุดที่ได้รับ ผ้าไตรพระราชทานจากทูลหม่อม ซึ่งข้าพเจ้าสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

การบวชในครั้งนี้ มิได้เกิดจากเพียงแรงศรัทธาแต่เป็นความตั้งใจลึกซึ้งของข้าพเจ้าที่ต้องการ 'วางทุกสิ่ง' และหันกลับมาอยู่กับความจริงภายใน ข้าพเจ้าขออุทิศการบวชแด่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณทั้งในอดีตและปัจจุบัน

ขอบคุณทุกความรักที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต ทั้งที่สมหวังและไม่สมหวัง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างได้หล่อหลอมให้หัวดวงใจนี้ รู้จักคำว่า 'ให้อภัย' และ 'วางลง' ข้าพเจ้าขอให้แรงบุญแห่งการบวชครั้งนี้ ส่งผลให้ทุกท่านประสบความสุข ความสงบในจิตใจและขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในวันนี้

ขออนุญาตกราบขอบพระคุณทุกท่านด้วยใจจริง สาธุ ธัมมกัลยาณี”

1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ

ในวันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี พสกนิกรชาวไทยต่างร่วมกันรำลึกถึง 'วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ' ซึ่งเป็นวันสำคัญที่แสดงถึงจุดเริ่มต้นของกิจการลูกเสือในประเทศไทย อันเป็นรากฐานสำคัญในการบ่มเพาะและพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี มีระเบียบวินัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม

กิจการลูกเสือในประเทศไทยถือกำเนิดขึ้นด้วยพระบรมราชโองการของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 (ค.ศ. 1911) ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการฝึกอบรมเยาวชนให้มีคุณธรรม จริยธรรม ความมีวินัย ความอดทน และความเสียสละ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ โดยได้ทรงจัดตั้ง 'กองลูกเสือ' ขึ้นเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง (ปัจจุบันคือโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย)

พระองค์ทรงพระราชทานคำขวัญอันเป็นอมตะแก่ลูกเสือว่า "เสียชีพอย่าเสียสัตย์" ซึ่งสะท้อนถึงอุดมการณ์ของลูกเสือที่มุ่งเน้นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต และทรงถือว่ากิจการลูกเสือเป็น "การเตรียมกำลังสำรองในการป้องกันประเทศ" ควบคู่ไปกับการปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีงาม

30 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ‘พงษ์ศักดิ์เล็ก’ ป้องกันแชมป์โลก WBC รุ่นฟลายเวท สมัยที่ 15!! ทุบสถิตินักชกเม็กซิกัน ที่ยืนยาวเกือบ 3 ทศวรรษ

พงษ์ศักดิ์เล็ก ศิษย์คนองศักดิ์ หรือนายพงศกร วันจงคำ สร้างประวัติศาสตร์วงการมวยโลกในวันที่ 30 มิถุนายน 2549 ด้วยการป้องกันแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท WBC (สมัยแรก) เป็นครั้งที่ 15 ได้สำเร็จ กลายเป็นนักชกที่ป้องกันตำแหน่งได้มากที่สุดในรุ่นนี้

การชกครั้งนี้จัดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี โดยพงษ์ศักดิ์เล็กเอาชนะน็อค เอเวอราโด โมราเลส (Everardo Morales) ผู้ท้าชิงชาวเม็กซิกัน ไปได้อย่างงดงามในยกที่ 4 ด้วยพลังหมัดที่เด็ดขาดและการชกอย่างชาญฉลาด

ชัยชนะในครั้งนั้นส่งผลให้พงษ์ศักดิ์เล็กทำลายสถิติเก่าของมิเกล คันโต (Miguel Canto) อดีตแชมป์โลกชาวเม็กซิกัน เจ้าของฉายา "El Maestro" ผู้เคยป้องกันแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท WBC ได้ 14 ครั้งระหว่างปี 1975–1979 โดยสถิติดังกล่าวยืนยาวมานานกว่า 27 ปี ก่อนจะถูกพงษ์ศักดิ์เล็กล้มลงอย่างสมศักดิ์ศรีในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม การป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 18 กับไดซูเกะ ไนโต (Daisuke Naito) นักชกชาวญี่ปุ่น เมื่อวัน 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ที่ญี่ปุ่นกลับไม่เป็นไปตามคาด แม้พงษ์ศักดิ์เล็กเคยเอาชนะมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ครั้งนี้เขาประสบปัญหาการลดน้ำหนักหลายรอบก่อนชั่ง ทำให้สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ ขณะที่ไนโตเตรียมตัวมาอย่างดี ใช้จังหวะเข้าทำเร็วและโผเข้ากอดบ่อยครั้งจนทำให้พงษ์ศักดิ์เล็กออกอาวุธไม่ถนัด ก่อนจะแพ้คะแนนเอกฉันท์ 115-113, 116-113, 116-113 อย่างพลิกความคาดหมาย

ความพ่ายแพ้นี้ทำให้สถิติการป้องกันแชมป์ต้องหยุดที่ 17 ครั้ง พลาดเป้าหมายป้องกันครบ 20 ครั้งที่ตั้งใจไว้ แต่ยังเพียงพอให้ชื่อของเขาถูกจารึกว่าเป็นนักชกที่ป้องกันแชมป์โลกรุ่นฟลายเวทได้มากเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย เทียบเท่ากับยู มย็อง-อู อดีตแชมป์โลกรุ่นไลท์ฟลายเวทของ WBA จากเกาหลีใต้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top