Monday, 7 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

ลุคนี้ยืนหนึ่ง!! “ญาญ่า” เดรสลูกไม้แดงซีทรู ฉลองคริสต์มาสนอร์เวย์ สวยแพงจัดเต็ม ฉลองคริสต์มาสอบอุ่นพร้อมครอบครัว โมเมนต์ดินเนอร์เรียบง่ายแต่สุขเต็มโต๊ะ

(26 ธ.ค. 68) นางเอกสาว 'ญาญ่า' อุรัสยา เสปอร์บันด์ สาดความแซ่บกลางนอร์เวย์ ด้วยเดรสลูกไม้สีแดงซีทรู ฉลองคริสต์มาสกับครอบครัวที่บ้านพักในนอร์เวย์ วันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นพร้อมหน้าคุณพ่อ คุณแม่ และพี่สาว 'แคทลียา'

ไฮไลต์คือลุค 'ญาญ่า' ที่แม้จะสวยสง่าแต่ยังปล่อยความเซ็กซี่ในเดรสดังกล่าว พร้อมเมคอัพโทนแดงเข้ากับเทศกาลคริสต์มาส โดยเฉพาะลิปสีแดงที่ทำให้ลุคออกมา "สวยแพง" แฟนคลับแห่คอมเมนต์ชื่นชมผ่านโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง

แม้การฉลองจะเป็นดินเนอร์ในบ้านแบบเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความสุขและความเป็นกันเอง 'ญาญ่า' ยังเผยว่าการได้กลับมาเจอครอบครัวคือการชาร์จพลังเพื่อพร้อมลุยงานในปีหน้า ส่วนฝั่งแม่ปลา โพสต์วิดีโอเผยให้เห็นลูกๆ ช่วยกันเตรียมบ้านและอาสาเป็นเชฟ ทำความสะอาดบ้านก่อนวันคริสต์มาส

โดยรวมไม่เพียงเป็นแฟชั่นคริสต์มาสที่แซ่บสะท้อนลุคที่โดดเด่น แต่ยังเผยให้เห็นมุมอบอุ่นของ 'ญาญ่า' ในโมเมนต์ครอบครัวที่ละมุนใจและเรียบง่าย จนแฟนๆ ต้องยิ้มตามไปกับความสุขครั้งนี้

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9864482/

คนบึงกาฬเตรียมเฮ!! ‘มัลลิกา’ ดันสนามบินใหม่ 8 พันล้าน เชื่อมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ลุ้นสร้างปี 72 คาดผู้โดยสารราว 1.5 แสนคนต่อปี ชี้ผลตอบแทนสูงหนุนเศรษฐกิจอีสานเหนือ

‘รมช.คมนาคม’ เร่งเครื่อง ‘สนามบินบึงกาฬ’ หนุนเศรษฐกิจชายแดนเชื่อมโยง ‘เวียดนาม – สปป. ลาว – ไทย – เมียนมา’ ดันชงครม. เคาะ ลุ้นตอกเสาเข็มปี 72  ปักธงเปิดใช้ปี 75  รองรับผู้โดยสารกว่า 1.4 แสนคนต่อปี 

(26 ธ.ค.2568) นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางอากาศที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬและพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน สนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สังคม และเสริมความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน รวมถึงยกระดับศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด

สำหรับท่าอากาศยานบึงกาฬจะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เชื่อมต่อจากทะเลจีนใต้ ผ่านเวียดนาม สปป.ลาว ไทย และเมียนมา ออกสู่มหาสมุทรอินเดีย ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ตลอดจนเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม พบว่าในด้านความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลการศึกษาพบว่า โครงการมีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ หรือ EIRR อยู่ที่12.66 %และมีอัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน หรือ B/C เท่ากับ 1.07 สะท้อนให้เห็นว่าโครงการมีความเหมาะสมและคุ้มค่าต่อการลงทุน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจและการพัฒนาพื้นที่ในระยะยาว

ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.)กล่าวว่า โครงการก่อสร้างท่าอากาศยานบึงกาฬได้เริ่มศึกษาความเป็นไปได้และคัดเลือกตำแหน่งที่ตั้งที่เหมาะสมตั้งแต่ปี2564 ต่อมาในปี 2566 ได้ดำเนินการออกแบบรายละเอียดอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ พร้อมทั้งปรับปรุงรายละเอียดโครงการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA )ซึ่งปัจจุบันโครงการอยู่ในขั้นตอนการเสนอรายงาน EIA โดยได้จัดส่งเอกสารชี้แจงผลกระทบฯ ครั้งที่ 3 แล้ว และมีการประชุมพิจารณารายงานเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 หากขั้นตอนดังกล่าวแล้วเสร็จ จะเข้าสู่กระบวนการเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อพิจารณาอนุมัติและเดินหน้าโครงการในขั้นตอนถัดไป

ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยานคาดการณ์ว่า หากโครงการได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี จะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2572 และเปิดให้บริการท่าอากาศยานบึงกาฬอย่างเป็นทางการในปี 2575 โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2575 จะมีผู้โดยสารใช้บริการประมาณ 149,172 คนต่อปี มีจำนวนเที่ยวบิน 1,244 เที่ยวบินต่อปี หรือเฉลี่ยประมาณ 4 เที่ยวบินต่อวัน ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับระบบคมนาคมทางอากาศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับจังหวัดบึงกาฬในเวทีเศรษฐกิจภูมิภาคและระหว่างประเทศ

สำหรับพื้นที่โครงการทั้งหมดแบ่งเป็นพื้นที่ส่วนที่ไม่ใช่เขตการบิน หรือ landside จำนวน 2,542 ไร่ และพื้นที่เขตการบิน หรือ airside จำนวน 1,858 ไร่ รวมมูลค่าโครงการทั้งสิ้นประมาณ 8,196 ล้านบาท และจากผลการศึกษาความเหมาะสม พื้นที่ตั้งโครงการอยู่ในตำบลโป่งเปือย อำเภอโซ่พิสัย และตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬและสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 5 ประมาณ 12 กิโลเมตร และมีระยะห่างจากท่าอากาศยานใกล้เคียง ได้แก่ ท่าอากาศยานอุดรธานี 194 กิโลเมตร ท่าอากาศยานสกลนคร 190 กิโลเมตร และท่าอากาศยานนครพนม 188 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นทำเลที่เหมาะสมต่อการพัฒนาโครงข่ายการบินในภูมิภาค

ที่มา : https://www.thaipost.net/economy-news/922030/

“มาดามแป้ง” สุดปลื้ม!! รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยนครพนม สะท้อนบทบาทผู้นำหญิงในงานบริหาร หนุนแรงบันดาลใจคนรุ่นใหม่

(26 ธ.ค. 68) ‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม จากมหาวิทยาลัยนครพนม เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่หอประชุมวชิรบพิตร โดยมีครอบครัวร่วมแสดงความยินดี

ภายหลังพิธี ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม พร้อมคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ร่วมมอบช่อดอกไม้และแสดงความยินดีในโอกาสที่ ‘มาดามแป้ง’ ได้รับเกียรติยศครั้งสำคัญนี้

มหาวิทยาลัยนครพนมจัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตรสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาปี 2567 รวม 1,108 คน โดยในปีเดียวกันได้มอบปริญญากิตติมศักดิ์แก่บุคคล 5 ราย รวมถึง ‘มาดามแป้ง’ ด้วย มอบเกียรติอันทรงคุณค่านี้เพื่อยกย่องผู้มีผลงานคุณูปการต่อสังคมและประเทศชาติ

‘มาดามแป้ง’ เป็นที่รู้จักทั้งในวงการธุรกิจและกีฬาด้วยบทบาทเด่นในธุรกิจประกันภัยและการขับเคลื่อนฟุตบอลไทย การได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทผู้นำหญิงในวงการบริหารและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในสาขาการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ

มหาวิทยาลัยนครพนมยังเน้นย้ำว่าการมอบเกียรติยศนี้ไม่เพียงแต่เป็นการมอบปริญญาเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมและคนรุ่นใหม่ผ่านตัวอย่างของผู้ได้รับเกียรติยศในแต่ละสาขา

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1628412/

ศักดิ์ศรีซื้อไม่ได้!! 'สรรเพชญ' เปิดใจครั้งแรก หลังซบภูมิใจไทยเป็นทางการ เหตุพรรคเดิมไร้ความชัดเจนทางการเมือง ย้ำจุดยืน "ไม่แลกศักดิ์ศรีกับอำนาจ"

‘สรรเพชญ’ เปิดใจครั้งแรกหลังย้ายซบภูมิใจไทย ประกาศศึกการเมืองเขต 1 ย้ำไม่แลกศักดิ์ศรีกับอำนาจ มวลชนแห่ให้กำลังใจแน่น

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2568 ที่อำเภอเมืองสงขลา บรรยากาศการเมืองคึกคัก เมื่อมวลชนชาวสงขลาจำนวนมากร่วมให้กำลังใจ นายสรรเพชญ บุญญามณี อดีต ส.ส.สงขลา เขต 1 ในโอกาสเปิดศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย เขต 1 พร้อมเปิดใจเป็นครั้งแรก หลังตัดสินใจย้ายสังกัดทางการเมืองและประกาศเสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งอีกสมัย ในนามพรรคภูมิใจไทย

นายสรรเพชญ ระบุว่า ตลอดเกือบ 3 ปีในสภาผู้แทนราษฎร ตนได้นำปัญหาของจังหวัดสงขลาเข้าสู่เวทีสภาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่วงที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล พร้อมย้ำจุดยืนทางการเมืองชัดเจนว่า การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา เป็นไปตามความเห็นและอุดมการณ์ของตน ซึ่งสอดคล้องกับการกระทำตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

อดีต ส.ส.สงขลา เขต 1 ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสความไม่ชัดเจนทางการเมืองภายในพรรคเดิม จนทำให้ตัดสินใจเปิดการพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้ให้โอกาสและเปิดพื้นที่ในการทำงานอย่างจริงใจ โดยเป้าหมายหลักคือการผลักดันการพัฒนาจังหวัดสงขลาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้

ช่วงท้าย นายสรรเพชญ ประกาศจุดยืนบนเวทีอย่างหนักแน่นว่า จะไม่แลกศักดิ์ศรีกับอำนาจทางการเมือง และไม่ยึดติดกับการเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมรัฐบาล แต่จะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน พร้อมยืนยันว่า การย้ายมาพรรคภูมิใจไทยคือก้าวใหม่ทางการเมืองที่ยังยึดมั่นในอุดมการณ์เดิม และพร้อมพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในสนามเลือกตั้งเขต 1 สงขลาที่กำลังจะมาถึง

จีนเปิดอุโมงค์ยักษ์!! อุโมงค์เทียนซานยาวที่สุดในโลก ลดเวลาเดินทางข้ามเทือกเขา ทางด่วนอุรุมชี-อวี้หลีปี 2025 เชื่อมเหนือใต้ซินเจียงอย่างรวดเร็ว

(26 ธ.ค. 68) ประเทศจีนเปิดเผยภาพอุโมงค์เทียนซาน เซิ่งลี่ ซึ่งเป็นอุโมงค์ทางด่วนที่ยาวที่สุดในโลก ด้วยความยาวกว่า 22.13 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนทางด่วนสายอุรุมชี-อวี้หลี ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน อุโมงค์นี้จะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางข้ามเทือกเขาเทียนซานจากหลายชั่วโมง เหลือเพียงประมาณ 20 นาที

ทางด่วนสายอุรุมชี-อวี้หลีมีกำหนดเปิดใช้งานภายในสิ้นปี 2025 การเปิดใช้งานจะเชื่อมต่อพื้นที่ตอนเหนือและตอนใต้ของซินเจียงอย่างรวดเร็ว โดยระยะเวลาเดินทางจากเมืองอุรุมชี เมืองเอกตอนเหนือของเทือกเขาเทียนซาน ถึงเมืองคู่เอ่อร์เล่อ ทางตอนใต้ จะลดลงจากเกือบ 7 ชั่วโมง เหลือเพียง 3 ชั่วโมง

“การก่อสร้างอุโมงค์เทียนซานครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง และส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาค” เป็นคำกล่าวที่สะท้อนความสำคัญของโครงการในพื้นที่นี้

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในภูมิภาคห่างไกลอย่างซินเจียงถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของจีน เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงภายในประเทศและสนับสนุนพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนืออย่างยั่งยืน

ที่มา : Xinhua

เสริมทัพไทยก้าวใหม่!! ไทยก้าวใหม่ 'สุกฤษฎิ์ชัย' นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลัง 'ดร.เอ้-คุณหญิงกัลยา' เปิดตัวชิง สส.กทม. เขต 3 พรรคไทยก้าวใหม่ ชูธงดันนโยบายสิ่งแวดล้อมให้เป็นจริง

‘สุกฤษฏิ์ชัย’ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม เปิดตัวชิง สส.กทม. เขต 3 พรรคไทยก้าวใหม่ ผนึกกำลัง ‘ดร.เอ้-คุณหญิงกัลยา’ ลุยเลือกตั้ง 2569

นายสุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ ได้เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊ก “สุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ - Sukritchai Teeraroengrit" ความว่า “เพื่อให้ได้ผลักดันนโยบาย ความรู้ และความคิดเพื่อบ้านเมือง กับคนที่ใช่และพรรคที่ชอบ รวมถึงการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ผมทำงานมาอย่างต่อเนื่อง

ผมพร้อมและอาสาลง สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 (เขตยานนาวาและบางคอแหลม) พรรคไทยก้าวใหม่ ที่นำโดย ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคฯ และ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคฯ ซึ่งเป็นผู้นำทางการเมืองที่มีความเชี่ยวชาญและพร้อมเข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศของเราให้ดีขึ้น ให้เป็นประเทศที่”ใช่“ของพวกเราทุกคน”

ก้าวใหม่ให้ไทยสตรอง ไปด้วยกัน

โดยนายสุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์นั้น เป็นนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ที่ทำงานด้านนี้มาอย่างยาวนาน รวมถึงเคยดำรงตำแหน่ง กรรมาธิการ พรบ.การรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (PRTR Act.) และที่ปรึกษากรรมาธิการ พรบ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด (Clean Air Act.) ตลอดจนทำกิจกรรมและผลักดันงานด้านสิ่งแวดล้อม ด้วย

26 ธันวาคม 2547 ครบรอบ 21 ปี ‘วันสึนามิ’ ถล่มไทย ย้อนมหันตภัยสึนามิคร่ากว่านับพัน เปลี่ยนชายฝั่งไทยตลอดกาล ก่อนลุกขึ้นสร้างระบบเตือนภัยอันดามัน

(26 ธ.ค. 47) เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 คลื่นสึนามิจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลขนาด 9.1-9.3 แมกนิจูดถล่มชายฝั่งอันดามันของไทย เป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางธรรมชาติที่คร่าชีวิตกว่า 230,000 คนในภูมิภาคประเทศรอบมหาสมุทรอินเดีย ไทยได้รับผลกระทบรุนแรง มีผู้เสียชีวิตกว่า 5,000 คนและบาดเจ็บสูญหายอีกจำนวนมาก

เหตุดังกล่าวเกิดจากแผ่นเปลือกโลกอินเดีย-ออสเตรเลียมุดตัวใต้แผ่นเปลือกโลกยูเรเซีย ทำให้พื้นทะเลยกตัวอย่างรุนแรง ส่งคลื่นสึนามิถาโถมชายฝั่งสูงหลายเมตร รุนแรงในพื้นที่จังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตลอดจนระนอง ตรัง และสตูล

ในวันนั้นน้ำทะเลลดอย่างผิดปกติ ประชาชนบางส่วนไม่ทันรับรู้ถึงอันตราย ก่อนคลื่นน้ำซัดเข้าทำลายบ้านเรือน ร้านค้า และแหล่งท่องเที่ยว กระทบเศรษฐกิจและชีวิตผู้คนอย่างลึกซึ้ง “หลังเหตุการณ์สงบลง เราต้องลุกขึ้นสร้างระบบเตือนภัยสึนามิที่เข้มแข็ง” เป็นคำกล่าวสะท้อนจากการฟื้นฟูและเรียนรู้ของไทย

หลังจากภัยครั้งนั้น รัฐบาลและองค์กรต่างๆ ร่วมกันสร้างระบบเตือนภัย ติดตั้งเสาสัญญาณเตือนภัยและแผนอพยพหนีภัย มีการจัดซ้อมแผนป้องกันอยู่เป็นประจำ ความรู้และการตระหนักรู้เรื่องสึนามิเพิ่มขึ้นในชุมชนชายฝั่ง

ทุกปีในวันที่ 26 ธันวาคม พื้นที่ชายฝั่งอันดามันจัดพิธีรำลึกผู้สูญเสีย เพื่อให้สังคมไม่ลืมบทเรียนและยังคงใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติอย่างระมัดระวัง ตอกย้ำความเปราะบางของมนุษย์ต่อพลังธรรมชาติและความพร้อมในการรับมือภัยในอนาคต

ที่มา : https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_43257

เปิดบ้านที่นอร์เวย์ “ญาญ่า” กลับนอร์เวย์จัดบ้านฉลองคริสต์มาส สองพี่น้องช่วยกันลุยทำความสะอาด ก่อนเสิร์ฟดินเนอร์อบอุ่น โมเมนต์เรียบง่ายแต่พ่อแม่ยิ้ม

(25 ธ.ค. 68) ซุปตาร์สาว 'ญาญ่า อุรัสยา' กลับบ้านที่ประเทศนอร์เวย์เพื่อฉลองคริสต์มาสกับครอบครัวในบรรยากาศอบอุ่น เมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยปีนี้เธอและพี่สาว 'พี่แคท' ต้องช่วยกันทำความสะอาดและจัดบ้านอย่างเร่งรีบหลังมาถึงช้ากว่าปกติ

'แม่ปลา' คุณแม่ของครอบครัว เล่าว่าในมื้อคริสต์มาสดินเนอร์ปีนี้ ลูกๆ อาสารับบทบาทเป็นเชฟแทนพ่อแม่ โดยมีบางช่วงที่แซวเล่นว่า "มาลุ้นกันว่าหมูกรอบจะกรอบแบบนาน 3 วันมั้ย" เสริมความสนุกสนานให้วันพิเศษ

ท้ายที่สุด ผู้เป็นแม่สรุปความรู้สึกไว้ว่าวันนี้เป็นวันที่ "พิเศษและมีความสุข" ที่ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างอบอุ่นและเรียบง่าย แม้จะเป็นโมเมนต์ที่ดูธรรมดาแต่กลับเต็มไปด้วยความหมาย

เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความสำคัญของการใช้เวลาร่วมกับครอบครัวในเทศกาลสำคัญ และการแบ่งปันบทบาทกันในบ้านเพื่อสร้างความสุขร่วมกันอย่างแท้จริง

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9864286/

กกท. เคาะแนวทาง!! ลงพื้นที่เช็กสนามครบ 3 คลัสเตอร์ มุ่งมั่นมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัย ย้ำใช้งานสนามต่อเนื่องหลังจบงาน โฟกัสความรับผิดชอบสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ

(24 ธ.ค. 68) การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ลุยยกระดับสนามแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพช่วงวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยสนามต่างๆ เช่น สระว่ายน้ำ และ เอ็กซ์ตรีม ที่ได้มีการปรับปรุง จนอยู่ในระดับมาตรฐานสากล

โดยวางเป้าหมายให้สนามแข่งขันและระบบต่าง ๆ ได้มาตรฐานสากล ทั้งเรื่องความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการบริหารหลังจบงาน เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานกีฬานี้ใช้งานได้ยั่งยืนไม่ถูกทิ้งร้าง

กกท. ส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบสนามแข่งขันและระบบรองรับใน 3 คลัสเตอร์หลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และสงขลา พร้อมประสานงานเจ้าหน้าที่ในแต่ละจังหวัดเพื่อบูรณาการงาน โดยเฉพาะที่สงขลาซึ่งมีประสบการณ์จัดกีฬาระดับนานาชาติแล้ว มีความพร้อมในการปรับสู่มาตรฐานซีเกมส์ ขณะที่ชลบุรีเน้นความพร้อมระบบทั้งหมดตั้งแต่สนามถึงการสร้างบรรยากาศ และกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางพิธีเปิด-ปิด ยกระดับสนามและเมืองเป็นภาพลักษณ์เมืองเจ้าภาพ

กรอบมาตรฐานสากลถูกชูในเรื่องความปลอดภัยเป็นหัวใจหลัก โดย กกท. ระบุพร้อมปรับแผนสนามหากพบความเสี่ยงเพื่อให้มั่นใจทุกฝ่ายปลอดภัยและการแข่งขันคงคุณภาพระดับนานาชาติ ซึ่งสะท้อนความเป็นมืออาชีพของเจ้าภาพที่พร้อมยืดหยุ่นตามสถานการณ์จริง

สนามแข่งขันหลังจบงานจะไม่ถูกทิ้งเป็นภาระ เพราะ กกท. วางแผนให้ใช้เป็นศูนย์ฝึกซ้อม รองรับการแข่งขันในประเทศและนานาชาติ และเปิดเป็นพื้นที่กีฬาเพื่อสุขภาพของประชาชน พร้อมระบบบริหารจัดการสนามที่มั่นคงเพื่อรักษาคุณภาพ

นอกจากนั้น ซีเกมส์ครั้งนี้ยังเน้นแนวคิด Green SEA Games เพื่อรองรับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันกิจกรรม "ชิม ช็อป เชียร์" สนับสนุนสินค้าและชุมชนท้องถิ่นที่สนาม สร้างรายได้และกระจายเม็ดเงินไปสู่พื้นที่จริงอย่างทั่วถึง

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/other-sports/sports-world/96862/

จีนสวนทรัมป์!! 'จีน' เรียกร้องให้'สหรัฐฯ' รับฟังเสียงโลก ย้ำเคารพสิทธิประเทศภูมิภาคตามกฎหมายระหว่างประเทศ เน้นความปลอดภัยเดินเรือในภูมิภาค เตือนอย่ายกระดับสถานการณ์เวเนซุเอลา

(25 ธ.ค. 68) จีนเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกายุติการดำเนินการที่สร้างความตึงเครียดต่อเวเนซุเอลา โดยซุน เล่ย รองเอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติ ระบุในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า "เราขอเรียกร้องให้สหรัฐอเมริการับฟังคำเรียกร้องอันชอบธรรมของประชาคมระหว่างประเทศ ยุติการดำเนินการที่เกี่ยวข้องโดยทันที และหลีกเลี่ยงการยกระดับความตึงเครียดเพิ่มเติม"

ซุน เล่ย ยังเน้นให้วอชิงตันคุ้มครองความปลอดภัยในการเดินเรือของประเทศในภูมิภาค และเหตุกิจกรรมบังคับใช้กฎหมายต้องเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขู่เวเนซุเอลาด้วยการใช้ "แรงสั่นสะเทือนที่ไม่เคยมีมาก่อน" พร้อมเรียกร้องให้คืนทรัพย์สินที่อ้างว่าเป็นของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงน้ำมันและที่ดิน และประกาศแผนโจมตีผู้ค้ายาเสพติดในภูมิภาคในเร็ว ๆ นี้

กรณีนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนในเวทีระหว่างประเทศ และแสดงถึงความห่วงใยของจีนต่อเสถียรภาพภูมิภาคและกฎหมายระหว่างประเทศ

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top