Friday, 4 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

Nike เสียหลักในจีน? แบรนด์กีฬาท้องถิ่นโตแรง ท้าชบอเมริกันทั้งเทคโนโลยี ราคา และกระแสชาตินิยม WSJ ชี้ "สองพันล้านเท้า" หันซบแบรนด์ท้องถิ่น หลัง Anta-Li-Ning ไล่กันทั้งคุณภาพและภาพลักษณ์

Wall Street Journal รายงานเรื่อง “สองพันล้านเท้า” ของจีนกำลังวิ่งหนีจาก Nike อย่างกะทันหัน

แบรนด์กีฬาภายในประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็วในขณะนี้สามารถแข่งขันด้านคุณภาพและภาพลักษณ์ได้ทัดเทียมกับแบรนด์อเมริกันแล้ว ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงอย่างยิ่งและมีแนวโน้มชาตินิยมเพิ่มมากขึ้น

China's "Two Billion Feet' Are Suddenly Running From Nike

Quick-moving domestic athletic brands are now able to match American quality and cachet in the hypercompetitive and increasingly nationalistic market

ธุรกิจของไนกี้ในจีน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นตัวอย่างความสำเร็จของบริษัทอเมริกันในตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กำลังเผชิญวิกฤตครั้งสำคัญ ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงและกระแสชาตินิยมที่ทำให้ผู้บริโภคจีนหันไปสนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่นมากขึ้น

เกือบครึ่งศตวรรษก่อน ฟิล ไนต์ ผู้ร่วมก่อตั้งไนกี้เคยเดินทางผ่านจีนและวางวิสัยทัศน์ “หนึ่งพันล้านคน สองพันล้านเท้า” เพื่อบุกตลาดรองเท้ากีฬาในประเทศนี้ จนถึงปี 2010 จีนกลายเป็นหนึ่งในตลาดทำกำไรสูงสุดของไนกี้ และเป็นต้นแบบให้บริษัทสหรัฐจำนวนมากเข้ามาแสวงหาโอกาสในเศรษฐกิจจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธุรกิจไนกี้ในจีนกลับตกต่ำ รายได้ในช่วงสามไตรมาสล่าสุดลดลง 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อห้าปีก่อน ทั้งที่ตลาดเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาของจีนยังเติบโต บริษัทปลดผู้บริหารระดับสูงหลายตำแหน่ง ยอมรับว่ากำลังเผชิญ “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” และจีนกลายเป็นภูมิภาคที่ผลงานแย่ที่สุดของไนกี้ทั่วโลก

ผู้บริหารแจ้งนักลงทุนว่ารายได้ในจีนและไต้หวันอาจลดลงราว 20% ในไตรมาสที่สิ้นสุดเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้ราคาหุ้นไนกี้ร่วงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่าสิบปี ก่อนที่บริษัทจะประกาศลดพนักงานราว 1,400 คน หรือประมาณ 2% ของกำลังแรงงานทั้งหมด

ไนกี้ไม่ใช่แบรนด์อเมริกันรายเดียวที่เผชิญปัญหาในจีน ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้การใช้จ่ายอ่อนแรง ขณะเดียวกันความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างจีนกับสหรัฐทำให้ผู้บริโภคบางส่วนลดความสนใจสินค้าอเมริกัน สตาร์บัคส์ขายหุ้นส่วนใหญ่ของธุรกิจจีนหลังแข่งขันหนักกับร้านกาแฟท้องถิ่น ลัคอิน คอฟฟี่ แบรนด์รถยนต์สหรัฐถูกบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าจีนแย่งตลาด ส่วนแบรนด์เสื้อผ้า Guess ปิดร้านทั้งหมดในจีนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

อดีตพนักงานไนกี้ระบุว่า ปัญหาหลักคือบริษัทปรับตัวช้าเกินไปต่อภูมิทัศน์การแข่งขันใหม่ แบรนด์จีนอย่าง Anta และ Li-Ning พัฒนาอย่างรวดเร็ว สามารถผลิตรองเท้าและอุปกรณ์ระดับพรีเมียมในราคาถูกกว่า พร้อมวงจรพัฒนาสินค้าที่รวดเร็วขึ้น Anta ยังร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์จีนพัฒนาโฟมรองเท้ารูปแบบใหม่ที่ให้แรงเด้งสูงจนลดความได้เปรียบทางเทคโนโลยีของไนกี้

การทดสอบประสิทธิภาพพบว่ารองเท้าวิ่งระดับท็อปของ Li-Ning มีคุณภาพใกล้เคียงรองเท้าระดับสูงของไนกี้ นักกีฬาชื่อดังใน NBA และนักวิ่งระดับโลกจำนวนหนึ่งหันมาใช้แบรนด์จีน ขณะที่ผู้บริโภครุ่นใหม่มองว่าสินค้าอเมริกันไม่ “เท่” เหมือนเดิม

ไนกี้พยายามแก้เกมด้วยยุทธศาสตร์ “China-for-China” มุ่งพัฒนาสินค้าเฉพาะตลาดจีน ปรับปรุงร้านค้า และตัดสต๊อกสินค้าที่ขายไม่ออก บริษัทระบุว่ายอดผู้เข้าร้านและยอดขายสินค้าเกี่ยวกับการวิ่งเริ่มฟื้นตัว แม้ผู้บริหารยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงยังช้ากว่าที่ต้องการ

อดีตพนักงานบางรายเห็นว่าไนกี้ขาดสินค้าที่โดดเด่นสำหรับผู้บริโภคจีน ตัวอย่างเช่น รองเท้าบาสเกตบอล S.T. Flare ที่ออกแบบสำหรับสนามกลางแจ้งได้รับการยอมรับด้านคุณภาพ แต่ถูกวิจารณ์ว่าราคาแพงเกินไปเมื่อเทียบกับสินค้าจีนที่มีคุณภาพใกล้เคียง นอกจากนี้ไนกี้ยังผลักดันแบรนด์ Jordan ต่อเนื่อง แม้คนรุ่นใหม่จำนวนมากเกิดหลังยุคของไมเคิล จอร์แดน และไม่รู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์ดังกล่าว

ผู้บริโภคจีนจำนวนมากหันไปนิยมรองเท้า Li-Ning รุ่น Way of Wade ที่ร่วมมือกับดเวย์น เวด แทน ขณะที่ไนกี้เริ่มพัฒนาสินค้าใหม่ร่วมกับนักออกแบบจีน เช่น รองเท้าทรงบัลเลต์ Shox Z Calistra

นอกเหนือจากการแข่งขันด้านสินค้า ไนกี้ยังปรับตัวช้าด้านช่องทางขาย บริษัทเปิดร้านแฟลกชิปบน Douyin ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคล้าย TikTok ของจีนช้ากว่าคู่แข่งหลายปี อีกทั้งต้นทุนสินค้าสูงกว่าเพราะรองเท้าหลายรุ่นผลิตนอกจีนแล้วนำเข้า ทำให้แข่งขันด้านราคาได้ยาก

ในอดีต ไนกี้เคยประสบความสำเร็จสูง โดยปี 2019 บริษัททำยอดเติบโตสองหลักในจีนติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 20 แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2021 เมื่อกระแสชาตินิยมออนไลน์โจมตีไนกี้หลังประกาศไม่ใช้ฝ้ายจากซินเจียง ผู้บริโภคเผารองเท้าไนกี้ลงโซเชียล และคนดังรวมถึงศิลปินชื่อดังยกเลิกสัญญากับแบรนด์ ส่งผลให้ยอดขายตกหนัก

ช่วงโควิด-19 ที่จีนปิดประเทศทำให้สำนักงานใหญ่ไนกี้ในสหรัฐต้องพึ่งรายงานจากฝ่ายบริหารจีนมากขึ้น ซึ่งถูกมองว่านำเสนอภาพสถานการณ์ในแง่ดีเกินจริง ขณะเดียวกันบริษัทปรับโครงสร้างทีมขายโดยลดความเชี่ยวชาญเฉพาะกีฬา ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันด้านสินค้าเฉพาะทางลดลง

แนวโน้มกีฬาในจีนก็เปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่หันจากบาสเกตบอลและ NBA ไปสู่กิจกรรมอย่างโยคะ เดินป่า และกีฬากลางแจ้ง ซึ่งแบรนด์จีนตอบสนองได้รวดเร็ว Anta ขยายธุรกิจผ่านการร่วมทุนกับแบรนด์ต่างประเทศและเข้าถือหุ้นใหญ่ใน Amer Sports เจ้าของแบรนด์ Arc’teryx และ Wilson เพื่อครอบคลุมความต้องการผู้บริโภคหลายกลุ่ม

แม้ไนกี้เคยเชื่อว่ายอดขายเริ่มฟื้นในต้นปี 2024 แต่บริษัทกลับเผชิญกระแสวิจารณ์อีกครั้งเมื่อโฆษณาช่วงโอลิมปิกปารีสถูกมองว่าดูหมิ่นนักกีฬาจีน เหตุการณ์นี้เกิดในช่วงที่กระแสชาตินิยมเพิ่มสูง ทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์เสียหาย

ต่อมาในเดือนตุลาคม 2024 ซีอีโอคนเดิมถูกปลด และเอลเลียต ฮิลล์ เข้ารับตำแหน่ง พร้อมประกาศกลับไปเน้นกีฬาและนวัตกรรม บริษัทเตรียมตั้งสตูดิโอผลิตโฆษณา “Icon” แห่งแรกนอกสหรัฐที่เซี่ยงไฮ้ และตั้งศูนย์วิจัยกีฬาในจีนเพื่อพัฒนาสินค้าให้ตรงกับตลาดท้องถิ่น แม้อดีตพนักงานบางส่วนเห็นว่าการพัฒนาสินค้ายังไม่เร็วพอและยังถูกกำหนดจากสำนักงานใหญ่ในสหรัฐ

อีกความท้าทายสำคัญคือกระแส “กั๋วเฉา” (Guochao - 国潮) "กระแสแห่งชาติ" หรือความภูมิใจในวัฒนธรรมจีน ซึ่งทำให้ผู้บริโภคหันมาสนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่นมากขึ้น แม้คู่แข่งตะวันตกบางรายอย่าง Adidas จะประสบความสำเร็จด้วยสินค้าที่ผสมผสานดีไซน์จีนดั้งเดิม ส่วนแบรนด์ตะวันตกอย่าง Lululemon และ On เติบโตจากการจับกลุ่มกีฬาเฉพาะทาง

ไนกี้ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ เปลี่ยนผู้บริหารจีน และให้หัวหน้าภูมิภาครายงานตรงต่อซีอีโอ นักวิเคราะห์มองว่าบริษัทยังมีโอกาสกลับมาได้ หากสามารถพัฒนาสินค้าเฉพาะกลุ่มให้แข่งขันได้จริง ตัวอย่างเช่น แคมเปญตรุษจีนล่าสุดที่ได้รับเสียงตอบรับดี

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายรายเตือนว่า การแข่งขันจากแบรนด์เฉพาะทางและความนิยมสินค้าท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นทำให้การฟื้นตัวไม่ง่ายอีกต่อไป จีนซึ่งเคยเป็นเครื่องยนต์การเติบโตหลักของไนกี้ อาจไม่สามารถทำหน้าที่นั้นได้เหมือนในอดีต แม้ผู้บริหารยืนยันว่าบริษัทจะไม่ยอมถอนตัว เพราะตลาดผู้บริโภคกว่า 1.4 พันล้านคนยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอุตสาหกรรมกีฬาโลก

ที่มา : https://www.facebook.com/100004281102701/posts/3650899225062745/?rdid=ihku6nuBwOTFcQw1#

พีทีที สเตชั่น ร่วม “ไทยช่วยไทย” OR ร่วมรัฐบาลลดค่าครองชีพประชาชน ลดภาระค่าน้ำมันรถพุ่มพวง กระจายสินค้าราคาประหยัดถึงชุมชนทั่วประเทศ หนุนสินค้าราคาประหยัดเข้าถึงอำเภอ–ชุมชน

พีทีที สเตชั่น ช่วยไทยลดภาระค่าครองชีพประชาชนผ่านรถพุ่มพวงทั่วประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นายสุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) 

ร่วมแถลงข่าวเปิดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยนำสินค้าอุปโภคและบริโภคราคาประหยัดจำหน่ายแก่ประชาชนในชุมชนผ่านรถพุ่มพวง เพื่อเป็นการช่วยให้ประชาชนได้เข้าถึงสินค้าราคาประหยัดและยังเป็นการช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2569 

หม่อมหลวงปีกทอง เปิดเผยว่า “สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ได้ร่วมสนับสนุนลดภาระค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ขับขี่รถพุ่มพวงให้สามารถนำสินค้าราคาประหยัดจำหน่ายไปยังอำเภอต่าง ๆ 

ทั่วประเทศได้อย่างทั่วถึง ซึ่งมีสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น กว่า 2,400 แห่ง ในกว่า 760 อำเภอ ที่พร้อมรองรับการเดินทางของรถพุ่มพวงได้ตลอดเส้นทาง” 

กิจกรรมนี้ไม่เพียงเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้ขับขี่รถพุ่มพวง แต่ยังตอกย้ำว่า พีทีที สเตชั่น เป็นศูนย์กลางของชุมชนตามแนวคิด Living Community รวมถึงได้ร่วมเติมเต็มรอยยิ้มให้ชุมชน และส่งต่อความสุขให้กับประชาชน โดย พีทีที สเตชั่น ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาสังคม พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนไทยในทุกมิติ 

ฝ่ายสื่อสารองค์กร โออาร์

อีเมล [email protected]  

13 พฤษภาคม 2569 

เว็บไซต์ www.pttor.com

ฟีฟ่าเขย่าเวทีบอลโลก 2026 !! “ลิซ่า” ถูกคาดร่วมพิธีเปิดฟุตบอลโลก 2026 ที่ SoFi Stadium พร้อมศิลปินระดับโลก พร้อมพิธีเปิดใหญ่ 3 ประเทศ เม็กซิโก แคนาดา สหรัฐฯ ร่วมเจ้าภาพ

ลลิษา มโนบาล หรือ 'ลิซ่า' สมาชิกวง BLACKPINK ถูกคาดหมายว่าจะร่วมแสดงในพิธีเปิดฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา ขณะที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เตรียมจัดพิธีเปิดถึง 3 ครั้งใน 3 ประเทศเจ้าภาพร่วม คือ เม็กซิโก แคนาดา และสหรัฐอเมริกา

รายงานจาก ดิ แอตเลติก ระบุว่า ฟุตบอลโลก 2026 จะเริ่มฟาดแข้งวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม 2026 โดยมีการจัดพิธีเปิดก่อนเกมนัดแรกของแต่ละประเทศเจ้าภาพ ระยะเวลา 13 นาทีต่อพิธีเปิด ซึ่งจะจัดขึ้นที่ BMO Field ในโตรอนโต ประเทศแคนาดา วันที่ 12 มิถุนายน มีศิลปินอย่าง Michael Bublé, Alanis Morissette และ Alessia Cara ร่วมแจม

ส่วนพิธีเปิดที่สหรัฐฯ จะมีขึ้นที่ SoFi Stadium ในนครลอสแอนเจลิส วันที่ 12 มิถุนายน มี Katy Perry เป็นศิลปินหลัก พร้อมด้วย Future, Sanjay, 'ลิซ่า' และ Marilina Bogado โดยฟีฟ่ายังเตรียมกิจกรรมพิเศษฉลองครบรอบ 250 ปีของสหรัฐอเมริกาในวันที่ 4 กรกฎาคม ที่เมืองฮิวสตันและฟิลาเดลเฟีย

ฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นเวิลด์คัพครั้งแรกที่ขยายจำนวนทีมเป็น 48 ชาติ และเพิ่มแมตช์แข่งเป็น 104 เกมมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน

ฟีฟ่า ระบุว่า "เราต้องการสร้างความยิ่งใหญ่และสีสันให้กับฟุตบอลโลกครั้งนี้" และมั่นใจว่าจะเป็นประสบการณ์พิเศษสำหรับแฟนบอลทั่วโลก 

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1635257/

ขีปนาวุธที่โลกต้องจับตา!! ‘ปูติน’ อวด “Sarmat ICBM” ขีปนาวุธทรงพลังสุดโลก ชี้หัวรบแรงกว่าตะวันตก 4 เท่า เจาะทุกระบบป้องกัน

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ระบุว่า ขีปนาวุธข้ามทวีป ซาร์มัต (Sarmat ICBM) เป็น “ขีปนาวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลก” โดยกล่าวว่า อานุภาพของหัวรบมีมากกว่าขีปนาวุธตะวันตกที่ทรงพลังที่สุด “มากกว่า 4 เท่า”

หนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของซาร์มัต คือการติดตั้งหัวรบแบบ MIRV หรือหัวรบแยกเป้าหมายได้หลายหัว โดยแต่ละหัวรบสามารถโจมตีเป้าหมายที่แตกต่างกันได้อย่างอิสระ

ยูรี คนูตอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารและประวัติศาสตร์ระบบป้องกันภัยทางอากาศ กล่าวว่า
“ความพิเศษของขีปนาวุธรุ่นนี้อยู่ที่การติดตั้งหัวรบแบบหลายหัวรบอิสระ ซึ่งแต่ละส่วนมีระบบนำวิถีของตนเอง และสามารถโจมตีเป้าหมายตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้”

เขาระบุเพิ่มเติมว่า ขีปนาวุธดังกล่าวยังสามารถบรรทุกหัวรบในยานร่อนความเร็วเหนือเสียง อวานการ์ด (Avangard) ซึ่งเดินทางด้วยความเร็วระดับ มัค 26 และสามารถเปลี่ยนทิศทางเพื่อหลบหลีกมาตรการสกัดกั้นได้ พร้อมทั้งติดตั้งเป้าลวงและระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อทำให้ระบบป้องกันขีปนาวุธของฝ่ายตรงข้ามรับมือได้ยากขึ้น

ปูตินกล่าวเสริมว่า ซาร์มัตสามารถส่งหัวรบได้ไม่เพียงตามวิถีแบบขีปนาวุธทั่วไป แต่ยังสามารถใช้วิถีแบบ กึ่งวงโคจร (suborbital trajectory) ได้ด้วย ทำให้สามารถโจมตีจากทิศทางที่คาดไม่ถึง ในระยะไกลกว่า 35,000 กิโลเมตร พร้อมเพิ่มความแม่นยำในการโจมตี

คนูตอฟกล่าวว่า คุณสมบัตินี้ทำให้ขีปนาวุธดังกล่าวสกัดกั้นได้ยากมาก ต่างจากขีปนาวุธข้ามทวีปทั่วไปที่มีเส้นทางบินค่อนข้างคาดการณ์ได้ ซาร์มัตอาจบินเข้าโจมตีสหรัฐฯ ผ่านขั้วโลกใต้และเม็กซิโก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แทบไม่มีระบบเรดาร์เตือนภัยล่วงหน้าหรือระบบป้องกันขีปนาวุธครอบคลุม

“ไม่มีระบบป้องกันขีปนาวุธใดในปัจจุบัน หรือในอนาคตอันใกล้ ที่สามารถสกัดกั้นมันได้” เขากล่าว

ปูตินระบุว่า ซาร์มัตถูกออกแบบมาเพื่อเจาะทะลุ “ระบบป้องกันขีปนาวุธทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบันและในอนาคต”

คนูตอฟยังให้ความเห็นว่า แม้แต่โครงการโล่ป้องกันขีปนาวุธ Golden Dome ที่สหรัฐฯ วางแผนไว้ ก็อาจไร้ประสิทธิภาพเมื่อต้องเผชิญกับหัวรบที่ใช้วิถีกึ่งวงโคจรและมีความสามารถในการร่อนหลบหลีกด้วยความเร็วเหนือเสียง

ที่มา : Sputnik

พญามังกรบุกยุโรป!! JPMorgan ฟันธงปี 2028 รถจีนยึดถนนยุโรป 20% เขย่าบัลลังก์ยานยนต์เจ้าถิ่น สัญญาณชัดรถจีนกำลังเปลี่ยนเกม EV โลก

พญามังกรกินรวบ! JPMorgan ฟันธง 2028 รถจีนยึดถนนยุโรป 20% แซงหน้าเจ้าถิ่นขาดลอยยุโรปที่เคยเป็น “เจ้าแห่งยานยนต์” วันนี้กำลังโดนบุกถึงหน้าบ้าน 

เจพีมอร์แกนฟัน: ปี 2028 ค่ายรถจีนครองยุโรปตะวันตก  20%  ส่งมอบ  2.5 ล้านคัน  
หลักฐานปี 2025 ชัดยิ่งกว่าชัด: ยอดขายรถจีนในยุโรปโต  99%  ขายไป 8.1 แสนคัน แตะ 10% แล้ว

 เมื่อ “เสือดาวยุโรป” วิ่งตาม “มังกรจีน” ไม่ทัน
 เจาะตัวเลข “ขาขึ้น” ของค่ายจีน  
-  2025 : โต 99% ส่วนแบ่ง 10% เร็วกว่าที่ทุกคนคาด 
-  2028 : JPMorgan ชี้เป้า 20% = ถนนยุโรป 1 ใน 5 คันจะเป็นรถจีน

 ศึกสายเลือด EV :  BYD น็อก Tesla คาบ้าน
ก.ค. 2025 BYD แซง Tesla ในยุโรปสำเร็จ 
-  BYD : ส่วนแบ่ง 1.2% จดทะเบียน 1.3 หมื่นคัน รถมีตั้งแต่ Seagull ราคาประหยัดยัน SUV หรู 
-  Tesla : ร่วง 40% เหลือ 0.8% รุ่นน้อย ราคาสูง คนยุโรปรัดเข็มขัดเลือกไม่ลง 

 MG หัวหอกพญามังกร
SAIC ดัน MG ขายยุโรปปี 2025 ทะลุ **3 แสนคัน โต 30%** ติด Top 20 แบรนด์ยุโรป 
สูตรสำเร็จ “Glocal”: เทคจีน + หน้าตายุโรป คนซื้อไม่รู้สึกว่าขับรถจีน
ตรงนี้ลองคิดดู ถ้าคุณเป็นคนยุโรป เงินเฟ้อ ค่าไฟแพง ต้องเลือก
A: BMW 1.5 ล้าน ได้เทคปี 2020 
B: BYD 8 แสน ได้แบตเบลด ชาร์จ 15 นาที แถมซอฟต์แวร์ฉลาดกว่า 
คนรุ่นใหม่เลือก B ไม่ต้องคิด

มุมคัดข่าว: ยุโรปกำลัง “แพ้ภัยตัวเอง”
1.  ช้ากว่า 1 ก้าว : ยุโรปยังง่วนกับเครื่องยนต์สันดาป จีนสร้างนิเวศ EV+แบต+ซอฟต์แวร์จบไปแล้ว
2.  กำแพงภาษีใช้ไม่ได้ : EU ตั้งภาษี EV จีน จีนแก้เกมตั้งโรงงานในฮังการี โปแลนด์ ลบภาษีทิ้ง จบ
3.  ความคุ้มค่าฆ่าแบรนด์ : ยุคเศรษฐกิจฝืด คนซื้อเพราะ “คุ้ม” ไม่ใช่ “โลโก้” รถจีนถูกกว่าครึ่ง ออปชั่นจัดเต็ม

เมื่อก่อนยุโรปขาย “ความหรู” 
วันนี้จีนขาย “ความคุ้ม + เทคล้ำ” 
นวัตกรรมไม่เคยรอใคร และรอบนี้ มังกรวิ่งเร็วกว่าเสือดาวยุโรปไปหลายช่วงตัวแล้ว

**ทีนี้ตาเราบ้าง**
1. ปี 2028 ถนนปารีส ลอนดอน เบอร์ลิน เต็มไปด้วย BYD + MG คุณคิดว่า VW, BMW, Mercedes จะ
A: ปรับตัวทัน  
  หรือ
B: กลายเป็น Nokia แห่งวงการรถยนต์  ที่เคยยิ่งใหญ่แต่หายไป?
2. ไทยเป็นฐานผลิตญี่ปุ่นมาตลอด ถ้ารถจีนยึดยุโรปได้ ไทยควร  ผูกมิตรจีนเพิ่ม  หรือ  อุ้มญี่ปุ่นให้รอด หรือทำทั้ง 2 อย่าง แท็กเพื่อนสายยานยนต์มาคิด
12 พฤษภาคม 2569 / คัดข่าว - หาดใหญ่

ที่มา: JPMorgan Research, ACEA, JATO Dynamics, ข้อมูลจดทะเบียน EU 2025
https://www.facebook.com/100044307350059/posts/1533851104768453/?rdid=7R0PlAsecxHBQZGM#

EECO ติดตามท่าเรือแหลมฉบัง ประชุมติดตามความก้าวหน้าท่าเรือ รายงานแผนขยายระยะเวลาก่อสร้าง ชมพื้นที่ก่อสร้างถมทะเลและสาธารณูปโภค พร้อมผลักดันเป็นท่าเรือมาตรฐานโลก

EECO ติดตามความก้าวหน้าโครงการท่าเรือแหลมฉบังฯ

พร้อมขับเคลื่อนตามแผนงาน ก้าวสู่ท่าเรือมาตรฐานระดับโลกในพื้นที่อีอีซี

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 นายธาริศร์ อิสสระยั่งยืน รองเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสัญญา โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม 1 อาคารบริหารท่าเรือแหลมฉบัง และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมรับทราบความก้าวหน้าการก่อสร้าง ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการลดผลกระทบของโครงการฯ

ทั้งนี้ ในที่ประชุมฯ  ได้มีการรายงานความก้าวหน้างานก่อสร้างส่วนที่ 1 งานก่อสร้างทางทะเล รวมถึงการรับทราบแผนงานและการขยายระยะเวลาดำเนินงาน ตลอดจนรายงานความคืบหน้างานก่อสร้างส่วนที่ 2 ซึ่งประกอบด้วย งานก่อสร้างอาคาร ท่าเทียบเรือ ระบบถนน และระบบสาธารณูปโภค พร้อมทั้งติดตามแผนบูรณาการงานก่อสร้าง การส่งมอบพื้นที่ท่าเทียบเรือ F1 และแนวทางควบคุมคุณภาพพื้นที่ท่าเทียบเรือ F2 ให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด รวมทั้งได้รับทราบการดำเนินงานด้านประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ เพื่อให้การดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องตามแผนพัฒนาท่าเรือฯ ให้ก้าวสู่ท่าเรือมาตรฐานโลก เพื่อรองรับและดึงดูดการลงทุนในพื้นที่อีอีซีต่อไป

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารสัญญาฯ อาทิ นางสาวรัชนีพร ธิติทรัพย์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง นายชนภัทร วินยวัฒน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานวิชาการ นางสุภาภรณ์ เสนาลักษณ์  ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการร่วมลงทุน สกพอ. และผู้บริหารจาก บริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด (บริษัท GPC) ได้ร่วมกันติดตามความก้าวหน้าของการก่อสร้าง โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F โดยได้เข้าเยี่ยมชมพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อตรวจเยี่ยมงานถมทะเลของโครงการฯ งานก่อสร้างท่าเทียบเรือ งานถนนและสะพาน และงานสาธารณูปโภค เป็นต้น

พลังงานเผยไทยสำรองน้ำมันพอ 117 วัน จับตาฮอร์มุซตึงเครียดดันราคาดิบโลกพุ่งอีกครั้ง ฮอร์มุซยังเป็นจุดเสี่ยงพลังงานโลก พลังงานเผยราคาน้ำมันไทยทรงตัว ดีเซลไทยคง 39.95 บาทต่อลิตร

กระทรวงพลังงาน ขอรายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยและต่างประเทศ ปริมาณสำรองและปริมาณการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2569

1.สถานการณ์พลังงานโลกและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคา

-  สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงยังเปราะบางอย่างมาก และได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องยุติสงครามของอิหร่านอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ผู้นำอิสราเอลย้ำว่าสงครามยังไม่จบเนื่องจากยังต้องยับยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน รวมถึงตลาดยังจับตาการหารือประเด็นนี้ในการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีนที่กำลังจะเกิดขึ้น ปัจจัยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เหล่านี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่าสงครามจะยืดเยื้อและส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของอุปทานน้ำมันในตลาดโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานหลัก ที่อาจเผชิญภาวะชะงักงันยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ หากทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ส่งผลให้ทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก กลับมาพลิกปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจนเพื่อตอบรับกับความกังวลดังกล่าว หลังจากที่ภาพรวมราคาเคยปรับตัวย่อลงมาในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้าจากความหวังว่าสถานการณ์ความขัดแย้งอาจคลี่คลายลง

2. ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ และ การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล

- ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 117 วัน โดยเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 31 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 35 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 26 วัน  

- การผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล ข้อมูลเฉลี่ยตั้งแต่วันที่ 1- 10 พฤษภาคม 2569 ไทยสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 69.28 ล้านลิตร และจำหน่าย 58.05 ล้านลิตร

3. ราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ ต่างประเทศ และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 

- ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B7 อยู่ที่ 39.95 บาท และดีเซล B20 ที่ 32.95 บาทต่อลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล 95 อยู่ที่ 42.45 บาท แก๊สโซฮอล 91 ที่ 42.08 บาท และแก๊สโซฮอล E20 ที่ 35.45 บาท 

- เทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอาเซียน โดยราคาน้ำมันเบนซินของไทยอยู่ที่ 42.45 บาท ขณะที่ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 45.57 - 88.16 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซล   ของไทยอยู่ที่ 39.95 บาทต่อลิตร ขณะที่ กัมพูชา ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์    อยู่ที่ 41.48 – 114.15 บาทต่อลิตร 

- ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ติดลบ 63,379.82 ล้านบาท โดยมีรายจ่ายประมาณวันละ 71.93 ล้านบาท

ตอบประเด็นผลการเยือนจีนของทรัมป์ครั้งนี้ สหรัฐฯต้องการอะไร และผลการหารือกับสีจิ้นผิงจะจบสวยหรือไม่ อย่างไร

ประธานาธิบดีทรัมป์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับการไปเยือนจีนและพบสี จิ้นผิงมาโดยตลอด ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งสมัยที่สอง

กำหนดการเยือนจีนต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากความผิดพลาดของทรัมป์ในการโจมตีอิหร่าน จนเกิดวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

สถานการณ์นี้ทำให้สี จิ้นผิงได้เปรียบในการเจรจา โดย The Economist ยังชี้ว่าความผิดพลาดของทรัมป์คือโอกาสของจีน

จีนยังแสดงให้เห็นว่าไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากวิกฤตพลังงาน เนื่องจากมีพลังงานสำรอง เส้นทางเลือก และการลงทุนในพลังงานสะอาด (energy security)

ผลการเยือนครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะออกมาในเชิงบวกและชื่นมื่น แต่เป็นเพียง "เกมซื้อเวลา"
.
รองศาสตราจารย์ ดร. อักษรศรี พานิชสาส์น 
คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

ขอตอบประเด็นไต้หวัน ทำไมคือ เมนูหลักของสีจิ้นผิงที่ต้องนำขึ้นโต๊ะเจรจากับทรัมป์ในการพบกันครั้งนี้

จีนถือว่าไต้หวันเป็น "เมนูหลัก" และเป็น "ผลประโยชน์หลัก" (core interest) ของจีนในความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ มาโดยตลอด โดยมีการย้ำเรื่องนี้ในการสนทนาระหว่างสีจิ้นผิงกับทรัมป์ และในสื่อของทางการจีนอย่าง China Daily

ไต้หวันถูกเรียกว่าเป็น "เส้นแดงที่อ่อนไหวที่สุด" (the most sensitive red line) ในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ

จีนย้ำถึงความจำเป็นในการเคารพ "หลักการจีนเดียว" (One China Principle) และแถลงการณ์ร่วม 3 ฉบับก่อนหน้า ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับการเจรจา

ผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐฯ ไม่ควรประมาทประเด็นไต้หวัน เพราะเป็นรากฐานสำคัญต่อความสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

รองศาสตราจารย์ ดร. อักษรศรี พานิชสาส์น 

คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

สวนนงนุชให้ฟรี!! เปิดเทอมนี้เที่ยวฟรีวันเกิด เฉพาะคนไทยโชว์บัตรประชาชน รับสิทธิ์เข้าฟรีทันทีเฉพาะวันเกิด เด็ก ผู้สูงอายุยังมีส่วนลดพิเศษ

เปิดเทอมนี้ สวนนงนุชพัทยามอบของขวัญวันเกิดสำหรับนักท่อง

เที่ยวชาวไทย “เกิดวันไหน…เที่ยวฟรีวันนั้น!”

สวนนงนุชพัทยา โดย นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา จัดโปรโมชั่น ต้อนรับเปิดเทอม ตั้งแต่วัน 12 พฤษภาคม2569 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2569 เพียงมาเที่ยวตรงกับ “วันเกิดของคุณ”รับบัตรผ่านประตูเข้าชมสวนนงนุชพัทยา ฟรี! ตลอดทั้งปี(เฉพาะวันเกิดเท่านั้น)

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย(ที่มาแบบwalk-in)  เพียงแสดงบัตรประชาชน ณ จุดจำหน่ายบัตร  ก็รับสิทธิ์เข้าชมฟรีได้เลย

ชวนครอบครัว เพื่อน หรือคนพิเศษมาสร้างความทรงจำดี ๆ ท่ามกลางสวนสวยระดับโลก  และมุมถ่ายรูปสุดอลังการ

นอกจากนี้ ยังมีสิทธิประโยชน์เพื่อสังคมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ ได้แก่

เด็กส่วนสูงไม่เกิน 140 เซนติเมตร เข้าฟรีทุกวัน (เมื่อมากับครอบครัว)

ผู้พิการ เข้าฟรีทุกวัน

ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าฟรีทุกวันศุกร์

ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป เข้าฟรีทุกวันตลอดปี

เพราะวันเกิดของคุณ…คือวันพิเศษสำหรับเรา 

เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nongnoochpattaya.com


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top