Sunday, 7 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

ชาวบางระจัน ติง ‘วิโรจน์’ อย่าล้ำเส้น ยัน ‘ดร.เจษฎ์’ รำดาบถวายพระเจ้าตากด้วยทักษะที่ต้องฝึกฝน ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่ใครก็ทำได้

จากกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ล้ำเส้นแซะ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ ที่ได้ทำการรำดาบถวายสมเด็จพระเจ้าตากสิน เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี ในเวทีดีเบตเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

ล่าสุด หนึ่งในชาวบ้านบางระจัน จ.สิงห์บุรี ได้ออกมาให้ข้อมูลเรื่องดังกล่าวว่า ในอดีตบรรพบุรุษของเราที่ได้ใช้อาวุธเหล่านี้ หมายถึงว่า ดาบ พลอง ง้าว จอบ มีด เสียม เคียว ในการต่อสู้กับข้าศึกศัตรูที่มารุกรานผืนแผ่นดินไทยของเรา และขอชื่นชมอาจารย์เจษฎ์ ที่ได้นำวิชากระบี่กระบองซึ่งเป็นวิชาการต่อสู้ที่สืบทอดมา ไปรำถวายมือให้กับบูรพมหากษัตริย์ได้ชม ซึ่งต้องยอมรับว่าท่านมีความรู้ความสามารถทางด้านวิชากระบี่กระบองในระดับหนึ่ง เป็นคนที่มีภูมิความรู้ในการรำดาบ ซึ่งต้องขอชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง เพราะในการจับดาบ ถือดาบ และการกวัดแกว่งดาบ ไม่ใช่ว่าใครๆ จะมาจับแล้วมาทำเล่นได้ จะต้องมีทักษะในด้านนี้เป็นอย่างดี

“ต้องขอชื่นชมอาจารย์เจษฎ์ ที่ท่านมีความรู้ มีความตั้งใจ ในการสืบสานศิลปวัฒนธรรมของไทยอันนี้เอาไว้ให้ลูกหลานได้เห็น อันนี้ต้องขอชื่นชมครับ”

อ.เจษฏ์ เดือด!! ตอกกลับ ‘วิโรจน์’ อย่าเเขวะเรื่องรำดาบสักการะพระเจ้าตาก ย้ำชัด ทำเพื่อถวายความจงรักภักดี 

รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ เตือน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อย่าล้ำเส้นเรื่องรำดาบ ระวังจะโดน

‘เจษฎ์’ ฝาก ‘วิโรจน์’ เคลียร์ด้อมส้ม โอดโดนทัวร์ลงหนักโลกออนไลน์ แต่โลกความจริงกำลังใจเพียบ แฉเบื้องหลัง "IO สีเทา-เว็บพนัน" จี้ กกต. เร่งสอบเส้นทางเชื่อมโยงพรรคการเมือง 

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ เปิดใจหลังลงสนามการเมืองเต็มตัว ยอมรับ "งง" เจอถล่มยับทั้งที่เพิ่งเริ่ม แฉข้อมูลเชิงลึก เชื่อมีขบวนการ "สีเทาออนไลน์" ใช้ AI และเครือข่ายเว็บพนันปั่นกระแสโจมตี จี้ กกต. ตรวจสอบด่วน หวั่นเงินสีเทาครอบงำการเลือกตั้ง

แม้ตนจะไม่เคยเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองโดยตรงมาก่อน แต่เมื่อก้าวเข้ามาทำหน้าที่นี้ กลับต้องเผชิญกับปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO (Information Operations) ที่รุนแรงและผิดปกติ ซึ่งตนถูกโจมตีอย่างหนักในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหน โดยมีการระบุพาดพิงถึงกลุ่มการเมืองสีหนึ่งว่า "สีส้มชอบผมมาก ขยับขวาโดนด่าห้าพันที ขยับซ้ายโดนด่าสองพันที รวมๆ แล้วเป็นหมื่นเป็นแสน" ซึ่งทำให้เกิดความสงสัยว่าเหตุใดจึงมีการระดมโจมตีที่รุนแรงขนาดนี้

 รศ.ดร.เจษฎ์ ยังได้เน้นย้ำถึงข้อมูลที่ได้รับจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ที่ชี้ว่าศักยภาพในการระดมโจมตีระดับนี้ คนธรรมดาทั่วไปทำไม่ได้ แต่ต้องใช้เครื่องมือระดับสูงอย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเครือข่ายบอท (Bot)

"ผู้เชี่ยวชาญบอกผมว่า พวกที่มีความสามารถในการทำ IO ผ่านออนไลน์ มักจะเป็นพวกเดียวกับ 'สีเทา' ในโลกออนไลน์ พวกเว็บพนัน หรือพวกที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในการปลุกปั่นยุยง" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

ขณะที่มีข้อสังเกตเชื่อมโยงกับกรณีที่ นายไชยชนก (ชิดชอบ) เคยออกมาเตือนเรื่องกลุ่มทุนสีเทาในโลกออนไลน์ โดย รศ.ดร.เจษฎ์ ระบุว่า เมื่อตรวจสอบบัญชีผู้ใช้งานที่เข้ามาโจมตีตน พบความผิดปกติที่น่าสงสัยว่าอาจเป็นกลุ่มเดียวกับเครือข่ายธุรกิจสีเทาเหล่านี้

จึงขอเรียกร้องไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยเตือนว่าหากมีการเชื่อมโยงกันจริงระหว่างพรรคการเมืองและกลุ่มธุรกิจสีเทา เพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการเลือกตั้ง ถือเป็นอันตรายร้ายแรงต่อระบอบประชาธิปไตย

"ถ้ามันเชื่อมโยงกันจริง อันตรายครับ รบกวน กกต. ตรวจสอบให้ดี ถ้าเอาสีเทาสีดำมารวมกันแล้วใช้ในการเลือกตั้ง ต้องจัดการ"

21 มกราคม 2526 ไทยให้สัตยาบันไซเตส CITES เดินหน้าคุมการค้าชนิดพันธุ์เสี่ยงสูญพันธุ์ วางระบบใบอนุญาต ยึดของกลางได้ หนุนธรรมชาติและการค้าอย่างบาลานซ์

(21 ม.ค. 69) วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2526 เป็นวันสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและภาพลักษณ์ของประเทศไทย เมื่อไทยได้ให้สัตยาบัน อนุสัญญาไซเตส (CITES) ซึ่งเป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ เพื่อควบคุมไม่ให้การค้ากลายเป็นสาเหตุให้ชนิดพันธุ์เหล่านี้สูญพันธุ์

CITES เน้นว่า "การค้าได้ แต่ต้องไม่ทำให้สูญพันธุ์" ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่การห้ามค้าสัตว์ป่าทั้งหมด แต่มีการกำหนดกติกาควบคุมการค้าให้เข้มงวดตามระดับความเสี่ยงของชนิดพันธุ์ผ่านระบบบัญชีชนิดพันธุ์ใน Appendices I, II, III ที่ต้องใช้ใบอนุญาตหรือใบรับรองในการนำเข้า ส่งออก หรือผ่านแดน

หลังจากให้สัตยาบันไทยต้องแต่งตั้งหน่วยงาน Management Authority และ Scientific Authority เพื่อควบคุมดูแลและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รวมถึงการใช้ระบบใบอนุญาตเพื่อให้การค้าสัตว์และพืชป่าตรวจสอบได้และยั่งยืน ทั้งนี้ ผู้เดินทางและผู้ประกอบการต้องใส่ใจในเอกสารเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย

หมุดหมายวันที่ 21 มกราคม 2526 เป็นจุดเริ่มต้นที่ไทยเดินเกมตามมาตรฐานสากล เพื่อประสานการค้าและการคุ้มครองธรรมชาติไว้ด้วยกันอย่างสมดุล ถือเป็นการแสดงจุดยืนของประเทศที่ไม่ยอมให้กำไรทางการค้าทำลายสัตว์และพืชป่าใกล้สูญพันธุ์

ที่มา : https://www.komchadluek.net/news/society/541337

20 มกราคม 2539 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธี ปล่อยเรือหลวงจักรีนฤเบศร หมุดหมายสำคัญของราชนาวีไทย

วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2539 เป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์กองทัพเรือไทย เมื่อมีพิธีปล่อยเรือหลวงจักรีนฤเบศร (CVH-911) เรือธงและเรือบรรทุกอากาศยานลำแรกของราชนาวีไทย ลงน้ำที่อู่ต่อเรือบาซาน เมืองเฟร์โรล ประเทศสเปน โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธี

พิธีปล่อยเรือลงน้ำถือเป็นก้าวแรกที่เรือได้รับการปลดจากอู่แห้งเพื่อเข้าสู่การติดตั้งและทดสอบระบบอย่างเข้มข้น ตั้งแต่เครื่องจักร ระบบไฟฟ้า จนถึงดาดฟ้าบินและการรองรับอากาศยาน นับเป็นการประกาศชัดว่าประเทศมีเรือรุ่นใหม่ก้าวเข้าสู่ขั้นตอนทดสอบจริงก่อนขึ้นระวางในปี 2540

ประวัติเรือหลวงจักรีนฤเบศรเริ่มต้นจากการวางกระดูกงูเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2537 ปล่อยลงน้ำในปี 2539 และขึ้นระวางประจำการในปี 2540 เพื่อขยายศักยภาพการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือและความมั่นคงทางทะเลมากขึ้น กองทัพเรือชี้ว่าเรือลำนี้ตอบโจทย์ภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลและสนับสนุนการปฏิบัติการห่างไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการสร้างเรือดังกล่าวเป็นสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยกับบริษัทบาซานแห่งประเทศสเปน เรือมีรูปแบบดาดฟ้าบินพร้อมสกีจัมพ์ที่ช่วยให้อากาศยานขึ้นบินได้ในพื้นที่จำกัด เป็นเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ขนาดเบาที่ผ่านการทดสอบจริงในสเปนก่อนเดินทางมาประจำการในไทย

เหตุการณ์ปล่อยเรือหลวงจักรีนฤเบศรลงน้ำคือการแสดงออกถึงพัฒนาการและศักยภาพที่เพิ่มขึ้นของราชนาวีไทย ที่ไม่ได้มีเพียงบทบาททางการทหาร แต่ยังเน้นภารกิจช่วยเหลือมนุษยธรรม รวมทั้งเตรียมพร้อมสนับสนุนชาติในสภาพแวดล้อมทางทะเลที่เปลี่ยนแปลงไป

ที่มา : https://thaitabloid.com/archives/205352?utm_source

19 มกราคม 2545 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบ พิธีวางศิลาฤกษ์อาคารผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2545 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นโครงการสนามบินหลักแห่งใหม่ของประเทศไทยอย่างจริงจัง

พิธีวางศิลาฤกษ์ไม่ใช่เพียงพิธีมงคลแต่เป็นสัญญาณว่ารัฐบาลให้ความสำคัญและมีความเชื่อมั่นในโครงการนี้ในด้านงบประมาณและการบริหารงาน สะท้อนการเปลี่ยนแปลงจากแผนสู่การลงมือสร้างจริง โดยอาคารผู้โดยสารคือหัวใจของสนามบินและเป็นภาพแรกของประเทศที่ผู้โดยสารเห็นเมื่อเดินทางมาถึง

อาคารผู้โดยสารเป็นเสมือน "ศูนย์กลางการต้อนรับโลก" ที่สะท้อนภาพลักษณ์การเปิดรับการท่องเที่ยว การค้า และโลจิสติกส์ของประเทศ พระราชทานนาม "สุวรรณภูมิ" ซึ่งสื่อความหมายถึง "แผ่นดินทอง" ตอกย้ำความมุ่งมั่นให้สนามบินเป็นศูนย์กลางภูมิภาคและการเชื่อมต่อโลก

ตั้งแต่วันวางศิลาฤกษ์ โครงการสุวรรณภูมิก้าวหน้าสู่การก่อสร้างจนเปิดใช้งานเป็นสนามบินหลักที่รองรับผู้โดยสารจำนวนมาก เชื่อมโยงไทยกับเมืองโลกสำคัญ เป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการเดินทางระหว่างประเทศ

19 มกราคม 2545 จึงไม่ใช่เพียงวันในอดีต แต่เป็นสัญลักษณ์การเปิดประตูประเทศไทยเข้าสู่ยุคใหม่ของการเชื่อมต่อกับโลกอย่างแท้จริง

ที่มา : https://guru.sanook.com/25821/?utm_source

เหตุผลที่นักการเมืองกลัวรัฐธรรมนูญปี 60

ถูกปลุกปั่นให้กลายเป็นกฎหมายเผด็จการ แต่หากมองเหตุผลอย่างถ่องแท้ ก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 สร้างความ 'หวาดกลัว' ต่อบรรดานักการเมือง จนต้องต้องหาแนวร่วม 'ประชาชน' มาช่วยกัน 'ล้มล้าง' ให้สิ้น

เคทีซี-แสนสิริเดินเกมกลยุทธ์ หนุนคนไทยมีบ้านง่ายขึ้น

เคทีซีและแสนสิริ สองผู้นำในแวดวงการเงินและอสังหาริมทรัพย์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของคนไทย ผ่านการผสานจุดแข็งด้านโครงการคุณภาพของแสนสิริ และโซลูชันทางการเงินที่ยืดหยุ่นจากเคทีซี 

นางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า “เคทีซีไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล แต่เรามุ่งพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของสมาชิก ความร่วมมือกับแสนสิริสะท้อนบทบาทของเคทีซีในการเป็น ‘ผู้ช่วยทางการเงิน’ ที่เข้าใจความต้องการของคนไทยในทุกไลฟ์สไตล์ โดยออกแบบสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายและการวางแผนทางการเงิน เพื่อให้การมีบ้านไม่ใช่ภาระ แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่มั่นคง และยังสนับสนุนการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยอย่างมีความรับผิดชอบ ผ่านการออกแบบสิทธิประโยชน์ที่ช่วยเสริมวินัยทางการเงิน และเปิดทางเลือกที่หลากหลายให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจได้อย่างสอดคล้องกับศักยภาพของตนเอง”

นางสาวศรีอำไพ รัตนมยูร ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด กล่าวว่า “แสนสิริเชื่อว่าที่อยู่อาศัยคือจุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่ดี ความร่วมมือกับเคทีซีครั้งนี้ เป็นการนำความเชี่ยวชาญของทั้งสององค์กรมาเติมเต็มกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงอสังหาริมทรัพย์กับโซลูชันทางการเงิน เพื่อช่วยลดข้อจำกัดด้านการเงิน และเปิดโอกาสให้คนไทยมีบ้านได้เร็วขึ้น ง่ายขึ้นและมั่นใจมากขึ้น เรามองดีลนี้ในเชิงกลยุทธ์ระยะยาว เพื่อสร้างทางเลือกที่ยั่งยืนให้กับผู้บริโภคและขับเคลื่อนตลาดที่อยู่อาศัยไทย”

เลือกตั้ง’69 EP#4 ระวัง...กับดัก “ประชามติ”

สิ่งหนึ่งซึ่งจะเกิดขึ้นในการเลือกตั้งที่จะมาถึง วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ คือ  พี่น้องประชาชนคนไทยจะต้องออกเสียงประชามติสำหรับคำถามเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ? 
หากเห็นชอบมากกว่าจะทำให้มีการร่าง/จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากไม่เห็นชอบจะได้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ต่อไป

ด้วยเหตุที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ซึ่งมีฉายาว่าเป็น “รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง” สะท้อนเจตนารมณ์ของคณะผู้ร่างที่ต้องการให้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดได้เป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น อันถือเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ด้วยมีบทบัญญัติที่กำหนดให้ 
-    คดีทุจริตไม่มีอายุความ และห้ามเดินทางออกนอกประเทศระหว่างการดำเนินคดี
-    โทษสูงสุดในการทุจริตโกงกินคือ ประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
-    ร่ำรวยผิดปกติ หรือฟอกเงิน จำคุกสูงสุด 30 ปี และถูกยึดทรัพย์
-    บริหารประเทศจนเกิดความเสียหาย จำคุกสูงสุด 30 ปี

จึงเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่นักการเมืองไม่พึงปรารถนา แต่จะปราบโกงได้หรือไม่นั้น เมื่อพิจารณาจากผลของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้นายกรัฐมนตรีต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว 3 คน โดย 2 คนต้องพ้นจากตำแหน่ง กอปรกับฝ่ายปฏิกษัตริย์นิยมได้เคลื่อนไหวอย่างเต็มที่เพื่อให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งแนวคิดของคนเหล่านั้นเป็นภัยคุกคามต่อสถาบันหลักของไทยที่ดำรงคงความเป็นชาติมาแล้วกว่า 800 ปี ดังข้อเขียนของรองศาสตราจารย์อาวิน อินทรังษี คณบดี คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่เขียนไว้ใน Facebook “Arwin Intrungsi” ว่า

ไม่มีสถาบันกษัตริย์ใดในโลกพังลงเพราะประชาชนตื่นขึ้นมาเกลียดกษัตริย์พร้อมกันทั้งประเทศ แต่ทุกสถาบันที่ล่ม ล้วนถูกทำให้ล้มทีละชิ้น อย่างเป็นระบบและแนบเนียน ประวัติศาสตร์ไม่ได้เตือนเราด้วยคำพูด แต่มันเตือนเราด้วยซากประเทศที่แตกเป็นเสี่ยง และสูตรนั้นกำลังถูกใช้ซ้ำอีกครั้ง เริ่มจาก “กติกา” ก่อนเสมอ ทุกครั้งที่ฝ่ายซ้ายในโลกต้องการล้มสถาบันกษัตริย์ พวกเขาไม่เริ่มจากการโค่นกษัตริย์ แต่เริ่มจากการบอกว่า “เราขอแค่แก้รัฐธรรมนูญ”
-    สเปน ปี 1931: รัฐธรรมนูญใหม่ถูกเสนอในนามของความก้าวหน้า แต่เนื้อแท้คือการตัดอำนาจเชิงโครงสร้างของสถาบัน ผลลัพธ์ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่งดงาม แต่คือสงครามกลางเมือง เลือด และความแตกแยกยาวนาน
-    รัสเซีย ปี 1917: ซาร์ยังอยู่ แต่ไม่มีอำนาจ และเมื่อสถาบันกลายเป็นเพียงเงา การล้มก็เป็นเพียงพิธีกรรมขั้นสุดท้าย

รัฐธรรมนูญคือด่านแรก ใครก็ตามที่บอกว่า “ไม่เกี่ยวกับสถาบัน” ควรถูกตั้งคำถามก่อนเสมอ
ทำให้กองทัพ “แพ้” โดยไม่ต้องรบ ไม่มีระบอบกษัตริย์ใดอยู่ได้ หากกองทัพอ่อนแอ และไม่มีฝ่ายซ้ายใดโง่พอจะปะทะกองทัพตรง ๆ วิธีที่ใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ ด้อยค่ากองทัพ ตัดงบประมาณ ทำให้คำว่า “ทหาร” กลายเป็นภาพลบในสังคม
-    ฝรั่งเศสก่อนปี 1789: กองทัพขาดงบ ไร้เกียรติ นายทหารถูกวาดภาพเป็นศัตรูของประชาชน เมื่อการปฏิวัติมาถึง กองทัพไม่เหลือพลังจะปกป้องอะไรเลย
-    อิหร่าน ปี 1979: กองทัพของพระเจ้าชาห์ไม่ได้แพ้ในสนามรบ แต่แพ้ในสนามศีลธรรม และเมื่อทหารลังเล ระบอบก็จบ

สูตรอันตรายที่สุด: แยกทหารผู้น้อยออกจากกองทัพ ถ้ามียุทธศาสตร์ใดที่การปฏิวัติทุกครั้งต้องใช้ มันคือการทำให้ทหารไม่เชื่อฟังผู้บังคับบัญชา
-    รัสเซีย ปี 1917: เกิด “สภาทหาร” ของทหารชั้นผู้น้อย คำสั่งกลายเป็นเรื่องต่อรอง กองทัพกลายเป็นฝูงชนติดอาวุธ
-    จีนคอมมิวนิสต์ คำว่า “ทหารของประชาชน” ถูกใช้เพื่อดึงทหารออกจากความจงรักภักดีเดิม เมื่อกองทัพไม่ขึ้นกับสถาบันใด สถาบันนั้นย่อมพัง นี่ไม่ใช่อุดมการณ์ นี่คือเทคนิค

และเมื่อโจมตีสถาบันไม่ได้ ก็โจมตี “คุณค่า” ในโลกสมัยใหม่ การล้มสถาบันไม่จำเป็นต้องล้มตัวบุคคล แค่ทำให้คุณค่าที่สถาบันยืนอยู่ กลายเป็นของน่ารังเกียจ ยุโรปทำลายศีลธรรมศาสนา ก่อนโค่นกษัตริย์ คอมมิวนิสต์ทำลาย “วัฒนธรรมเก่า” ก่อนยึดอำนาจ ในประเทศไทย ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่นโยบาย แต่คือ สายใยทางศีลธรรม ระหว่างสถาบันกับประชาชน กลับถูกบิดเบือนให้กลายเป็น “การกดให้จน” “เครื่องมือชนชั้นนำ” นั่นไม่ใช่การวิจารณ์ แต่นั่นคือการตัดราก

18 มกราคม ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันกองทัพไทย” เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช รำลึกวันยุทธหัตถี วันสำคัญแห่งการปกป้องแผ่นดิน สะท้อนการเสียสละของกองทัพไทย

(18 ม.ค. 69) ทุกวันที่ 18 มกราคมของทุกปีเป็น "วันกองทัพไทย" หรือที่รู้จักกันในชื่อ "วันยุทธหัตถี" และ "วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" วันสำคัญที่รำลึกเหตุการณ์ชัยชนะครั้งใหญ่ของกรุงศรีอยุธยาภายใต้การนำของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ บริเวณหนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรีในปัจจุบัน

วันดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงแค่การระลึกถึงวีรกรรม แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ โดยกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดพิธีวางพานพุ่มและบวงสรวง และถือเป็นวันหยุดราชการในหน่วยงานบางส่วน

วันกองทัพไทยตั้งอยู่บนการประเมินวันตามหลักฐานพงศาวดารโดยเทียบกับปฏิทินสุริยคติ ยืนยันวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2135 สะท้อนความพยายามทบทวนประวัติศาสตร์และหลักฐานอย่างรอบคอบ ความเปลี่ยนแปลงการกำหนดวันตั้งแต่ 8 เมษายน และ 25 มกราคม สู่วันที่ถูกต้องนี้ เป็นผลจากมติคณะรัฐมนตรีในปี 2548 และ 2549 ที่ให้วันที่ 18 มกราคม เป็นวันยุทธหัตถีและวันกองทัพไทยตามลำดับ

แม้วันกองทัพไทยจะมีรากฐานจากประวัติศาสตร์ แต่ความหมายในยุคปัจจุบันชวนให้สังคม "มองประวัติศาสตร์อย่างมีหลักฐาน" และย้ำถึงความเสียสละของกำลังพลทหาร "เป็นวันชวนคิดมากกว่าวันพิธี" ที่สะท้อนความจำชาติถูกทบทวนและสื่อสารใหม่ต่อคนรุ่นหลัง

"วันกองทัพไทยไม่ใช่เพียงวันรำลึก แต่เป็นวันที่บอกเล่าถึงบทบาทสำคัญของกองทัพในฐานะผู้พิทักษ์แผ่นดินและส่งต่อความภาคภูมิใจในวีรกรรมของทหารไทย" คำกล่าวสะท้อนความหมายของวันสำคัญนี้

ที่มา : https://www.crma.ac.th/18-%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top