Friday, 4 September 2026
THE STATES TIMES TEAM

คิวบาไม่ได้แค่น้ำมันหมด!! แต่กำลังเผชิญวิกฤตรัฐล้มเหลว จากพลังงาน เงินตรา และแรงกดดันโลก ประเทศที่ไร้ความมั่นคงพลังงาน ย่อมสูญเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจ

คิวบาไม่ได้แค่ “น้ำมันหมด”

บทความจากเพจ Annabel - Your Wealth Architect 

คิวบากำลังถูกบีบให้โลกเห็นว่า ประเทศหนึ่งประเทศพังได้อย่างไร เมื่อพลังงาน การเมือง เงินตราต่างประเทศ และศักดิ์ศรีของรัฐ ถูกมัดคอไว้ด้วยเชือกเส้นเดียวกัน

เมื่อคืนฮาวานาไม่ได้เงียบ คนออกมาตีหม้อบนถนน จุดไฟเผาขยะ ตั้งสิ่งกีดขวาง ตะโกนขอไฟฟ้า ไม่ใช่เพราะอยากประท้วงให้ดูเท่ แต่เพราะบางพื้นที่ไฟดับยาวถึง 22 ชั่วโมงต่อวันและรัฐบาลเพิ่งออกมายอมรับตรงๆ ว่า“เราไม่มี diesel แล้ว ไม่มี fuel oil แล้ว ไม่มี reserve แล้ว”

พูดภาษาคนธรรมดาคือ ประเทศไม่มีน้ำมันพอจะปั่นไฟ ไม่มีน้ำมันพอให้ระบบขนส่งเดิน ไม่มีน้ำมันพอให้เศรษฐกิจหายใจนี่ไม่ใช่แค่ energy crisis แต่มันคือ state failure แบบค่อยๆ ดับไฟทีละห้องค่ะคุณ

เวลาเราพูดว่า “เศรษฐกิจพัง” หลายคนจินตนาการถึงหุ้นตก ค่าเงินอ่อน เงินเฟ้อ แต่ความพังของจริงมันหน้าตาแบบนี้ โรงพยาบาลเลื่อนผ่าตัด ขยะไม่มีคนเก็บ อาหารกระจายไม่ทัน น้ำเริ่มขาดในบางพื้นที่

การท่องเที่ยวซึ่งเป็นแหล่งเงินตราต่างประเทศสำคัญถูกกระแทกซ้ำ เพราะสายการบินและการเดินทางเจอปัญหาน้ำมัน

นี่คือจุดที่ประเทศไม่ได้จนอย่างเดียว แต่ “ระบบ” เริ่มหยุดทำงาน คิวบาผลิตน้ำมันเองได้ประมาณ 40% ของความต้องการในประเทศแปลว่าอีก 60% ต้องพึ่งโลกภายนอกและโลกภายนอกของคิวบาเคยมีชื่อหลักๆ ว่าเวเนซุเอลา เม็กซิโก รัสเซีย และจีนในบางรูปแบบปัญหาคือ เวลาประเทศหนึ่งพึ่ง supplier น้อยรายเกินไป มันไม่ต่างจากนักลงทุนที่เอาเงินทั้งชีวิตไปลงหุ้นตัวเดียว ตอนมันขึ้น ทุกคนบอกว่า genius ตอนมันพัง ทุกคนเพิ่งจำคำว่า diversification ได้ คิวบาเคยแลกน้ำมันจากเวเนซุเอลาด้วยแพทย์ บุคลากร และอิทธิพลทางการเมือง แต่เมื่อเส้นเลือดเวเนซุเอลาถูกตัด คิวบาก็เริ่มขาดเลือดทันที

เม็กซิโกเคยส่งน้ำมัน … แล้วก็หยุดภายใต้แรงกดดันจากสหรัฐฯ

รัสเซียส่งน้ำมันมาได้หนึ่งรอบประมาณ 700,000 บาร์เรลในเดือนมีนาคม แต่สำหรับประเทศที่กำลังดับทั้งเกาะ นั่นเป็นแค่การเอาแก้วน้ำไปราดบ้านที่กำลังไฟไหม้  มันจะพอได้ยังไง สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในเรื่องนี้คือ สหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องยิงขีปนาวุธใส่คิวบาเลย …แค่ทำให้บริษัทเดินเรือ ธนาคาร ผู้ประกันภัย และประเทศคู่ค้า กลัวการโดนลงโทษ น้ำมันก็เดินทางไปไม่ถึงแล้ว

เพราะนี่คือสงครามสมัยใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีควันปืน แค่มี sanctions มี secondary sanctions มี tariff threat มี banking risk มี shipping insurance ที่ไม่มีใครกล้าแตะ ประเทศก็เริ่มหายใจติดขัดแล้ว

UN experts ถึงขั้นเรียกมาตรการนี้ว่า “energy starvation” หรือการทำให้ประเทศอดพลังงาน

เพราะมันไม่ได้กระทบแค่รัฐบาลคิวบา แต่มันกระทบอาหาร น้ำ โรงพยาบาล และสิทธิพื้นฐานของประชาชน  แน่นอน ฝั่งสหรัฐฯ บอกว่า ปัญหานี้เป็นผลจากความล้มเหลวของระบอบคิวบาเอง

และเสนอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 100 ล้านดอลลาร์ แต่คิวบาปฏิเสธ เพราะมองว่ามันคือความช่วยเหลือที่มาพร้อมเงื่อนไขทางการเมือง นี่คือจุดที่โลกจริงมันไม่ขาวดำ

คิวบามีปัญหาภายในจริงไหม จริง

ระบบเศรษฐกิจรวมศูนย์มากเกินไปไหม ใช่

โรงไฟฟ้าเก่าและพังง่ายไหม ใช่

รัฐบริหารผิดพลาดมานานไหม ใช่

แต่การบีบพลังงานจากภายนอกจนประชาชนไม่มีไฟใช้ มันเป็นเกมอำนาจที่โหดไหม ก็ใช่อีกเหมือนกัน

ความจริงของโลกไม่ได้สวยพอให้เราเลือกข้างง่าย มันไม่ใช่แค่ “อเมริกาเลว” และไม่ใช่แค่ “คิวบาล้มเหลวเอง” มันคือการที่รัฐหนึ่งอ่อนแอจากข้างใน แล้วถูกบีบจากข้างนอก จนคนที่รับแรงกระแทกจริงๆ ไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็นแม่ที่ต้องทิ้งอาหารในตู้เย็น คนไข้ที่ถูกเลื่อนผ่าตัด คนขับรถที่ไม่มีน้ำมัน เด็กที่เรียนหนังสือใต้ไฟดับ และประชาชนที่ออกมาตีหม้อกลางคืนเพราะไม่รู้จะทำอะไรได้มากกว่านั้น

บทเรียนของคิวบาโหดมาก ประเทศที่ไม่มี energy security สุดท้ายไม่มี economic sovereignty

ประเทศที่ไม่มีเงินตราต่างประเทศ สุดท้ายซื้อสิ่งจำเป็นไม่ได้

ประเทศที่พึ่งพันธมิตรน้อยรายเกินไป สุดท้ายถูกโลกบีบคอได้ง่าย และประเทศที่ใช้ ideology นำ economics นานเกินไป วันหนึ่งประชาชนจะไม่ได้จ่ายด้วยทฤษฎีแต่จ่ายด้วยชีวิตประจำวัน 

เพราะประเทศก็เหมือนพอร์ตการลงทุน ถ้าพึ่งรายได้ทางเดียว พึ่งคู่ค้าทางเดียว พึ่งพลังงานทางเดียว พึ่งอำนาจทางเดียว วันที่เส้นนั้นขาด คุณไม่ได้แค่เจ็บ คุณอาจดับทั้งระบบ คิวบาวันนี้จึงไม่ใช่แค่ข่าวต่างประเทศ มันคือคำเตือนระดับโลกว่า ความมั่นคงไม่ได้เริ่มวันที่ประเทศมีเงินเยอะ แต่มันเริ่มวันที่ประเทศมีแผนสำรองพอ เมื่อโลกไม่ใจดีกับเราแล้ว

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=122133353319037349&id=61581120472611&rdid=f0aFuCzYuGx2dDZy#

สีจิ้นผิงไม่ถอย!! ‘ทรัมป์’ เผยจีนยังเดินหน้าซื้อน้ำมันอิหร่าน แม้รับปากไม่ส่งยุทโธปกรณ์ จีนยังรักษาผลประโยชน์พลังงาน ไม่ยอมเดินตามเกมวอชิงตัน

ทรัมป์กล่าวกับฌอน แฮนนิตี (Sean Hannity) จาก Fox News ว่า "สี จิ้นผิง" ยืนยันว่าจะยังคงซื้อน้ำมันจากอิหร่านต่อไป

"สี จิ้นผิงบอกว่าเขาจะไม่ให้ยุทโธปกรณ์ทางทหารแก่อิหร่าน นั่นเป็นคำกล่าวที่สำคัญมาก แต่เขาก็บอกด้วยว่าจีนจะซื้อน้ำมันจากที่นั่นเป็นจำนวนมาก และต้องการที่จะซื้อต่อไป"

คำพูดของทรัมป์ชัดเจนมาก ว่า "สี" ไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐ ในขณะที่ทรัมป์เองก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านี้

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1295885156033175/?rdid=BmqSNO6vG004vqRn#

มหาอำนาจจับตา!! จีน–สหรัฐฯ ถกตะวันออกกลาง ยูเครน เกาหลี และไต้หวันบนโต๊ะเดียว จีนย้ำ “ไต้หวัน” คือประเด็นสำคัญสุดในสัมพันธ์สหรัฐฯ เตือนจัดการพลาดเสี่ยงปะทะตรง

แถลงการณ์จากกระทรวงต่างประเทศจีน

“ผู้นำทั้งสองได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเด็นระหว่างประเทศและภูมิภาคที่สำคัญ เช่น สถานการณ์ในตะวันออกกลาง วิกฤตยูเครน และคาบสมุทรเกาหลี

ผู้นำทั้งสองยังเห็นพ้องที่จะสนับสนุนซึ่งกันและกันในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders’ Meeting) และการประชุมสุดยอด G20 ในปีนี้ให้ประสบความสำเร็จ”
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่าโลกกำลังเผชิญ “ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่เคยพบในรอบศตวรรษ” และตั้งคำถามสำคัญว่า จีนกับสหรัฐฯ จะสามารถหลีกเลี่ยง “กับดักทูซิดิดีส” (Thucydides Trap) และสร้างรูปแบบความสัมพันธ์มหาอำนาจแบบใหม่ได้หรือไม่
ประธานาธิบดีสี ยังอีกกล่าวว่า เขาและทรัมป์เห็นพ้องร่วมกันในการสร้าง “ความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์แบบสร้างสรรค์” (constructive China-U.S. relationship of strategic stability)

โดยจีนอธิบายว่า หมายถึง
-ความร่วมมือเป็นแกนหลัก
-การแข่งขันต้องอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้
-ความขัดแย้งต้องบริหารจัดการได้
-และรักษาสันติภาพระยะยาวที่คาดการณ์ได้

จีนยังย้ำว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศเป็นแบบ “ได้ประโยชน์ร่วมกัน” และความขัดแย้งต่าง ๆ ควรแก้ผ่าน “การหารืออย่างเท่าเทียม”

อีกประเด็นสำคัญคือ จีนย้ำชัดว่า “ไต้หวัน” เป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดในความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ พร้อมเตือนว่า หากจัดการผิดพลาด อาจนำไปสู่ “การปะทะหรือแม้แต่ความขัดแย้งโดยตรง” ระหว่างสองประเทศ

ฝั่งทรัมป์กล่าวว่า เขารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เยือนจีน พร้อมชื่นชมสี จิ้นผิง ว่าเป็น “ผู้นำที่ยิ่งใหญ่” และบอกว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างเขากับสี จิ้นผิง เป็นความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดและยาวนานที่สุดระหว่างผู้นำของสองประเทศ
ทรัมป์ยังกล่าวว่า สหรัฐฯ ต้องการเห็นจีนประสบความสำเร็จ และต้องการร่วมมือกับจีนเพื่อผลักดันความสัมพันธ์ทวิภาคีให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น

“กับดักทูซิดิดีส” (Thucydides Trap) คือแนวคิดที่อธิบายว่า เมื่อมหาอำนาจเดิมรู้สึกถูกท้าทายจากมหาอำนาจใหม่ที่กำลังเติบโต ความหวาดระแวงและการแข่งขันระหว่างทั้งสองฝ่ายอาจนำไปสู่สงครามได้ แม้ไม่มีใครต้องการสงครามตั้งแต่แรก

แนวคิดนี้มาจาก “ทูซิดิดีส” (Thucydides) นักประวัติศาสตร์กรีกโบราณ ที่อธิบายว่าสงครามระหว่าง “สปาร์ตา” (Sparta) และ “เอเธนส์” (Athens) เกิดจากการที่สปาร์ตาหวาดกลัวอำนาจที่เพิ่มขึ้นของเอเธนส์ ปัจจุบันคำนี้มักถูกใช้เปรียบเทียบกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมหาอำนาจเดิม กับจีนที่กำลังผงาดขึ้นมาแข่งขันในเวทีโลก

แถลงการณ์จากกระทรวงต่างประเทศจีน:
https://www.fmprc.gov.cn/.../202605/t20260514_11910330.html

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1295882209366803/?rdid=lGkd9MGA8n0DYS53#

15 พฤษภาคม 2394 จุดเริ่มต้นของสยามในโลกยุคใหม่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่สยามเริ่มต้นรัชสมัยแห่งการเรียนรู้และการเปลี่ยนผ่าน

15 พฤษภาคม พ.ศ. 2394 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เปิดรัชสมัยสำคัญแห่งการเปลี่ยนผ่านของสยาม

วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2394 นับเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงประกอบ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก อย่างเป็นทางการ ภายหลังเสด็จขึ้นครองราชย์ในปีเดียวกัน เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพระราชพิธีสำคัญตามราชประเพณีเท่านั้น แต่ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของรัชสมัยที่มีผลอย่างลึกซึ้งต่อการเปลี่ยนผ่านของสยามในศตวรรษที่ 19 ทั้งด้านการเมือง การทูต ศาสนา วิทยาศาสตร์ และความสัมพันธ์กับโลกตะวันตก

รัชกาลที่ 4 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระราชประวัติแตกต่างจากกษัตริย์หลายพระองค์ก่อนหน้าอย่างมาก เพราะก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงผนวชนานถึง 27 ปี และระหว่างเวลานั้นได้ทรงศึกษาพระพุทธศาสนา ภาษาบาลี ภาษาอังกฤษ ดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ และองค์ความรู้จากโลกตะวันตกอย่างกว้างขวาง ทำให้เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว พระองค์ทรงมีพระราชวิสัยทัศน์กว้างไกลและพร้อมนำสยามให้ปรับตัวเข้ากับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2394 จึงมีความสำคัญในฐานะ “พิธีเปิดรัชสมัย” ของกษัตริย์ผู้จะกลายเป็นหนึ่งในผู้วางรากฐานความทันสมัยให้สยาม กรมศิลปากรอธิบายว่า พระราชพิธีดังกล่าวเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ และสัมพันธ์กับพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณีซึ่งสืบทอดมายาวนาน ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในบ้านเมืองภายใต้พระราชอำนาจของพระองค์

หากมองในบริบทของโลกช่วงนั้น สยามกำลังเผชิญแรงกดดันจากลัทธิล่าอาณานิคมของชาติตะวันตกอย่างหนัก ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายแห่งเริ่มตกอยู่ภายใต้อำนาจของอังกฤษและฝรั่งเศสโดยตรง การขึ้นครองราชย์ของรัชกาลที่ 4 จึงเกิดขึ้นในห้วงเวลาที่สยามจำเป็นต้องปรับตัวอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาเอกราชของบ้านเมือง พระองค์ทรงเลือกแนวทางที่สำคัญมาก คือการเปิดรับความรู้สมัยใหม่ การเจรจากับต่างชาติ และการแสดงให้โลกเห็นว่าสยามเป็นรัฐที่มีอารยธรรม มีระบบ และพร้อมพัฒนาให้ทัดเทียมนานาประเทศ

หนึ่งในพระราชกรณียกิจสำคัญที่สุดของรัชกาลที่ 4 หลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก คือการดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างยืดหยุ่นและมีเหตุผล พระองค์ทรงเปิดประตูให้สยามมีความสัมพันธ์กับตะวันตกมากขึ้น และทรงใช้การทูตเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาเอกราชของราชอาณาจักร เหตุการณ์สำคัญอย่างการทำ สนธิสัญญาเบาว์ริง กับอังกฤษในปี 2398 แม้มีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อเศรษฐกิจและกฎหมายของสยาม แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่ทำให้สยามสามารถประคองตนอยู่ท่ามกลางแรงกดดันของจักรวรรดินิยมได้

ในอีกด้านหนึ่ง รัชกาลที่ 4 ยังทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในเรื่อง วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ พระองค์ทรงศึกษาวิชาดาราศาสตร์อย่างจริงจัง และต่อมาได้รับการยกย่องจากนานาชาติจากการคำนวณและพยากรณ์สุริยุปราคาได้อย่างแม่นยำ เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า รัชกาลที่ 4 มิได้ทรงมององค์ความรู้ตะวันตกเป็นภัยคุกคาม แต่ทรงเลือกเรียนรู้และใช้วิทยาการเหล่านั้นเพื่อยกระดับบ้านเมืองและยืนยันศักยภาพของสยามในสายตาชาวโลก

พระองค์ยังทรงมีบทบาทสำคัญในด้านพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะการวางรากฐาน คณะธรรมยุติกนิกาย และการเน้นการศึกษาพระไตรปิฎกอย่างเคร่งครัด ความรู้ทางศาสนาที่พระองค์สั่งสมมาตลอดช่วงเวลาที่ทรงผนวช ทำให้รัชกาลของพระองค์ไม่ใช่เพียงยุคแห่งการเปิดรับตะวันตก แต่ยังเป็นยุคที่มีการจัดระเบียบและทบทวนพุทธศาสนาในสยามอย่างจริงจังด้วย

ดังนั้น พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2394 จึงไม่ใช่แค่พิธีตามราชประเพณีเพื่อรับรองสถานะพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ แต่คือการเปิดฉากของรัชสมัยที่มีความหมายอย่างลึกซึ้งต่อทิศทางของประเทศ รัชกาลที่ 4 ทรงเป็นผู้วางสะพานเชื่อมระหว่าง “สยามแบบเดิม” กับ “สยามในโลกสมัยใหม่” และหลายสิ่งที่เกิดขึ้นในรัชสมัยของพระองค์ก็ได้กลายเป็นพื้นฐานสำคัญให้การปฏิรูปประเทศขยายผลอย่างเด่นชัดยิ่งขึ้นในรัชกาลที่ 5 ต่อมา

เมื่อมองย้อนกลับจากปัจจุบัน “วันนี้ในอดีต 15 พฤษภาคม 2394” จึงเป็นวันที่คนไทยควรรำลึกในฐานะวันสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทย วันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเริ่มต้นรัชสมัยซึ่งนำสยามให้รู้จักการปรับตัว การเรียนรู้ และการยืนหยัดอย่างมีศักดิ์ศรีท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ที่มา : https://www.finearts.go.th/pranakornkeereemuseum/view/36369-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A9%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%94?

"แก้วตา ธิษะณา" ออกโรงหนุน ‘เนติวิทย์’ “รักชาติไม่ควรถูกบังคับ” ปฏิเสธเกณฑ์ทหารด้วยหลักอารยะขัดขืน แก้วตาย้ำไม่ใช่ความขี้ขลาด แต่คือการท้าทายระบบที่ไม่เป็นธรรม

“เนติวิทย์ปฏิเสธเกณฑ์ทหาร ไม่ได้ปฏิเสธสังคม ความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ แค่ไม่ยอมรับที่ต้องบังคับให้มนุษย์คนนึงต้องถืออาวุธ ในโครงสร้างอำนาจที่เขาไม่ได้เลือก แต่รัฐกำหนดให้มีโทษทางอาญา การปฏิเสธของเนติวิทย์ไม่ใช่ความขี้ขลาดไม่รักชาติ

ไม่ใช่หนีหน้าที่โดยไร้เหตุผล แค่อารยะขัดขืนยอมเอาตัวเองเสี่ยงคุก เพื่อบอกว่าสังคมว่าผิดปกติ แค่บอกว่าผมไม่ยอมรับระบบนี้ แต่รัฐกลับตอบกลับเขาด้วยการจำคุก  รักชาติไม่ควรโดนบังคับการเกณฑ์ทหาร “ แก้วตา ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีตสส.พรรคก้าวไกล ไลฟ์สด กรณีเนติวิทย์ อดีตนิสิตจุฬาคนดัง ไม่รับการเกณฑ์ทหาร มีแววว่าโดนจำคุก

ชวนมาฝึกเขียน (Writing)สำหรับเด็กม.ต้น สอบชิงทุนการศึกษา กับครูฮ้วง 

ครั้งแรกในประเทศไทย จัดสอน Academic Writing Workshop เพื่อสอบชิงทุนรัฐบาลสิงคโปร์(asean scholarship) 
.
Workshop รุ่นที่ 1 10 คนแรกแค่ 8,500 บาท จากราคาต็ม 10,800 บาท 
ติดต่อสาขา หน้าโรงเรียนโยธินบูรณะ (Little Thinkerland)080-0517755 
ติดต่อสาขา  CP 3 พญาไท (GDD Coding) 096-6345485
.
#THESTATESTIMES
#NEWS
#NewsFeed

EEC เดินหน้าเศรษฐกิจดิจิทัล!! “อีสท์ วอเตอร์” พร้อมส่งน้ำต่อเนื่อง รองรับ Data Center ระดับโลก ชูโครงข่ายท่อส่งน้ำภาคตะวันออก รับการลงทุนเทคโนโลยี

“อีสท์ วอเตอร์” สร้างความเชื่อมั่น เริ่มส่งน้ำป้อน Data Center ชลบุรี 

“อีสท์ วอเตอร์” ประกาศเริ่มส่งน้ำให้ BDC ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีแล้ว ตอกย้ำบทบาท “ผู้สร้างความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก” (Water Security Solution) พร้อมหนุนเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนระดับโลก และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคง

ล่าสุดกลุ่มอีสท์ วอเตอร์ โดยบริษัท อีสท์วอเตอร์ สเตคอน ยูทิลิตี้ส์ จำกัด (EWS) เริ่มส่งจ่ายน้ำ เพื่อรองรับการใช้น้ำของ บริษัท บริดจ์ ดาต้า เซ็นเตอร์ ไอไอไอ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ BDC พร้อมขยายการให้บริการแก่ลูกค้า Data Center อีก 2 ราย ภายในปี 2569 มูลค่าสัญญาภายใต้ EWS ตลอดอายุ 20 ปี รวมสูงสุด 3,240 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมต่อศักยภาพการบริหารจัดการน้ำของกลุ่มบริษัท โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล โครงการ Data Center ขนาดใหญ่ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งต้องการระบบสาธารณูปโภคที่มีเสถียรภาพสูงและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

อีสท์ วอเตอร์ ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะพื้นที่ EEC ที่ถูกยกระดับเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ Data Center ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อีกทั้ง Data Center เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI  ซึ่ง “น้ำ” ถือเป็นสาธารณูปโภคสำคัญ ของการดำเนินธุรกิจ Data Center จากระบบเซิร์ฟเวอร์และระบบทำความเย็นจากน้ำที่ต้องมีเสถียรภาพตลอดเวลา ซึ่งกลุ่มบริษัท อีสท์ วอเตอร์มีโครงข่ายท่อส่งน้ำที่เชื่อมโยงครอบคลุมทั้งภูมิภาค สร้าง Water security ผ่านการบริหารจัดการแหล่งน้ำ ปริมาณน้ำสำรอง ความต่อเนื่องในการส่งจ่าย และคุณภาพน้ำระดับอุตสาหกรรม ทำให้มั่นใจได้ว่าการส่งน้ำให้ผู้ใช้บริการจะมีความต่อเนื่องแม้ในช่วงภัยแล้งหรือภาวะสภาพอากาศแปรปรวน ก็ยังสามารถรองรับความต้องการใช้น้ำได้อย่างต่อเนื่อง

อีสท์ วอเตอร์ ยืนยันว่า พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มศักยภาพสอดรับกับการลงทุนในเศรษฐกิจดิจิทัล และอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทย โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิดเพื่อเดินหน้าพันธกิจในการเป็นผู้นำด้านสาธารณูปโภคเพื่ออนาคต ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

'มิลลิ' ขอโทษ!! ขอโทษสังคมหลังกดไลก์โพสต์ โดนทัวร์ลงรุนแรงในโซเชียลมีเดีย ต้นสังกัดรีบออกแถลงการณ์เคลียร์ ยอมรับขาดความรอบคอบและมีผลกระทบ

“มิลลิ ดนุภา” ขอโทษแล้ว โผล่กดไลก์ “มายด์-พาย” รับผิดขาดความรอบคอบ

รถทัวร์แหกยับคนดังที่เข้าไปเมนต์ให้กำลังใจ “มายด์ ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล” กับสามี “พาย สุนิษฐ์ สก๊อต” หลังจากที่ “ทราย สิรณัฐ สก๊อต” เผยคลิปเสียงเป็นหลักฐานย้ำว่าถูกพี่ชายล่วงละเมิดทางเพศ

งานนี้นอกจากดาราเมนต์ให้กำลังใจ แม้แต่คนบันเทิงที่กดไลก์โพสต์ดังกล่าว ต่างโดนทัวร์ลงด้วยเช่นเดียวกัน ถึงขั้นในทวิตเตอร์รวบรวมรายชื่อคนดังไปฟาดกันสนั่น คนที่โดนหนักอีกรายคือ “มิลลิ ดนุภา คณาธีรกุล”

โดนสวดยับถึงเรื่องนี้ ร้อนต้นสังกัดออกมาเทคแอ็กชั่นทันทีขณะที่มิลลิก็ได้ขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับเป็นการไม่ระมัดระวังการใช้โซเชียล ทำให้หลายคนผิดหวัง เกิดความไม่สบายใจ ยอมรับผิดว่าขาดความรอบคอบ และใช้ข้อความที่ไม่เหมาะสม อยากขอโทษอย่างจริงใจ รู้ว่าการกระทำและคำพูดที่ใช้ในโซเชียลได้ทำร้ายและทำให้หลายคนผิดหวัง เมื่อมองย้อนกลับไป ตระหนักว่าประมาทและขาดความรู้สึกมากแค่ไหน เสียใจจริงๆ พร้อมยืนยันไม่เคยตั้งใจสนับสนุนความรุนแรงหรือลดทอนความเจ็บปวดของใคร

ที่มา : https://mgronline.com/entertainment/detail/9690000045314

‘สีจิ้นผิง’ ย้ำสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เผยผลหารือเศรษฐกิจลุล่วง เน้นประโยชน์ร่วมและความเท่าเทียม ชี้สงครามการค้าไม่มีผู้ชนะ เรียกร้องรักษาแรงขับเคลื่อนบวก

สายสัมพันธ์เศรษฐกิจและการค้าจีน-สหรัฐฯ เอื้อประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

วันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวระหว่างหารือกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ณ กรุงปักกิ่ง ว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับสหรัฐฯ นั้นเกื้อหนุนและเอื้อประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

สีจิ้นผิงระบุว่าเมื่อวันพุธ (13 พ.ค.) คณะทำงานด้านเศรษฐกิจและการค้าจีน-สหรัฐฯ บรรลุผลลัพธ์เชิงบวกและสมดุลในภาพรวม ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนของทั้งสองประเทศและของโลก

นอกจากนี้ สีจิ้นผิงเผยว่าข้อเท็จจริงได้พิสูจน์หลายครั้งแล้วว่าสงครามการค้าไม่มีผู้ชนะ และการหารือบนพื้นฐานของความเท่าเทียมคือหนทางที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียวในยามที่มีความเห็นต่างและข้อขัดแย้ง พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันรักษาแรงขับเคลื่อนเชิงบวกที่ร่วมสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก

ที่มา : Xinhua

ไทยประกาศศักยภาพ!! Mobility Hub เอเชีย เปิดเวที Future Mobility Thailand 2026 ผนึก TyreXpo–AutoMROtive ดันยานยนต์อนาคต รวมทัพเทคโนโลยียานยนต์โลก ชูไทยเป็น Global Matching Hub

ไทยประกาศความพร้อมเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต งาน Future Mobility Thailand 2026 ผนึก TyreXpo Asia Bangkok และ AutoMROtive บนเวทีนานาชาติครั้งยิ่งใหญ่

กรุงเทพฯ— นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Future Mobility Thailand 2026 (FMT 2026) และ TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านยานยนต์ อุตสาหกรรมยางล้อ อะไหล่ การซ่อมบำรุง และระบบขนส่งแห่งอนาคตระดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่และ Mobility Hub ของภูมิภาคเอเชีย

งานดังกล่าวสะท้อนทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เทคโนโลยีอัจฉริยะ ระบบดิจิทัลในภาคการผลิต ตลอดจนแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและซัพพลายเชนโลก ซึ่งกำลังเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางธุรกิจด้าน Future Mobility ในภูมิภาค

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของภาคพลังงานและอุตสาหกรรมยานยนต์ การพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ งาน Future Mobility Thailand 2026 และ TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 จึงไม่ใช่เพียงเวทีแสดงสินค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากทั่วโลก เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์และพลังงานของภูมิภาค”

ภายในงานรวบรวมผู้ประกอบการ ผู้ผลิตเทคโนโลยี ผู้พัฒนาระบบ EV ผู้ผลิตยางล้อ อะไหล่ การซ่อมบำรุง และโซลูชันอุตสาหกรรมยานยนต์ครบวงจรจากทั่วโลก พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาธุรกิจ การจับคู่ทางการค้า (Business Matching) และความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ด้านผู้จัดงานระบุว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดยานยนต์และอุตสาหกรรม Aftermarket ที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก จากปัจจัยสนับสนุนทั้งจำนวนยานพาหนะที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของระบบโลจิสติกส์ การเติบโตของรถยนต์ใช้งานระยะยาว (Aging Fleet) รวมถึงการเร่งตัวของตลาด EV ที่กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบ

Future Mobility Thailand 2026 จึงถูกวางบทบาทให้เป็น “Global Marketplace และ Global Matching Hub” ที่เชื่อมโยงผู้ซื้อ ผู้ขาย นักลงทุน ผู้ผลิตเทคโนโลยี และองค์กรระดับนานาชาติไว้ในเวทีเดียว ขณะที่ TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 จะเป็นเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมยางล้อ อะไหล่ และธุรกิจซ่อมบำรุงยานยนต์แห่งภูมิภาค ที่สะท้อนศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ครบวงจรของเอเชีย

ภายในงานยังมีการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดจากผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลก ครอบคลุมทั้งระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า เทคโนโลยีแบตเตอรี่ โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ ระบบ AI และ Smart Manufacturing สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ตลอดจนโซลูชันด้านยางล้อ การซ่อมบำรุง และอุปกรณ์ Aftermarket ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่

สภาอุตสาหกรรมฯ หนุนยุทธศาสตร์ 5I ขับเคลื่อนชิ้นส่วนไทยสู่ตลาดโลก

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ถือเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยในปี 2568 มีมูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ราว 3 แสนล้านบาท และรองรับแรงงานกว่า 750,000 คน ส.อ.ท. ได้กำหนดยุทธศาสตร์ 5I ภายใต้วิสัยทัศน์ "The New Chapter of Thai Industry" ประกอบด้วย Intelligent Industry, Innovation & Creative Industry, International Alliance & Network, Industrial Infrastructure Reform และ Inclusive & Sustainable Growth เพื่อผลักดันผู้ประกอบการไทยจาก 48 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ให้พร้อมแข่งขันในเวทีสากล

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า "งานนี้ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ I3 — International Alliance & Network ของ ส.อ.ท. โดยตรง เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้รักษาความเป็นผู้นำในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์โลก และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Global Supply Chain Hub อย่างแท้จริง"

TAPMA ยืนยันพลังอุตสาหกรรมชิ้นส่วนไทย — Transform ไม่ใช่ถูกแทนที่

นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) กล่าวว่า ประเทศไทยมีผู้ประกอบการใน Supply Chain ยานยนต์กว่า 2,400 บริษัท รองรับแรงงานมากกว่า 700,000 คน ขณะที่โลกยังมีรถยนต์สะสมที่ใช้งานอยู่มากกว่า 2.2 พันล้านคัน โอกาสสำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยจึงยังคงเปิดกว้างในทุกตลาด ทั้ง Aftermarket, EV, Next Generation ICE และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

"อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ไม่ใช่อุตสาหกรรมที่กำลังถูกแทนที่ แต่คืออุตสาหกรรมที่กำลัง Transform สู่อนาคต Future Mobility Thailand 2026 จึงไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้า แต่คือเวทีแห่งการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม เทคโนโลยี การลงทุน และอนาคตของประเทศไทย" นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ กล่าว

TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 ชูเวทีระดับภูมิภาคสำหรับอุตสาหกรรมยาง–Aftermarket

Mr.Sukumar Verma กรรมการผู้จัดการ – Maritime & Energy, Informa Markets Singapore ผู้จัดงาน TyreXpo Asia Bangkok กล่าวว่า อุตสาหกรรมยางรถยนต์ในอาเซียนกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของลูกค้าที่พัฒนาขึ้น ประสิทธิภาพการดำเนินงาน ความยั่งยืน และการนำเทคโนโลยีบริการขั้นสูงมาใช้ โดยการแข่งขันในวันนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการบริการ ความเร็ว ความแม่นยำ ความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการบริหารต้นทุนรวมของการครอบครองยานพาหนะ

ปีนี้ยังได้เปิดตัว AutoMROtive 2026 ซึ่งขยายโฟกัสไปสู่อุปกรณ์เวิร์กช็อป ระบบวินิจฉัย เทคโนโลยีการบำรุงรักษา และโซลูชัน Aftermarket รุ่นใหม่ที่กำลังกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรม ควบคู่กับการ Co-locate กับ Future Mobility Thailand, INTERMACH, SUBCON Thailand และ Plastics & Rubber Thailand ซึ่งสร้างโอกาสการเข้าถึงระบบนิเวศยานยนต์–การผลิตอย่างครบวงจร

"TyreXpo Asia Bangkok ยังคงเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มชั้นนำของภูมิภาคสำหรับอุตสาหกรรมยางและ Aftermarket ยานยนต์ การรวมสามงานในครั้งนี้สร้างโอกาสอันมีคุณค่าสำหรับความร่วมมือทางธุรกิจ การค้นพบเทคโนโลยี และการขยายตลาดทั่วภูมิภาค"

Mr.Sukumar Verma ยังกล่าวเสริมเกี่ยวกับงาน Future Mobility Thailand 2026, TyreXpo Asia Bangkok & AutoMROtive 2026 ว่า “งาน Future Mobility Thailand 2026 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด "From Aftermarket Parts Excellence to Future Global Mobility" โดยสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) ร่วมกับ Informa Markets ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เวทีสัมมนาและเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระดับนานาชาติ และการนำเสนอศักยภาพผู้ประกอบการไทยในหลากหลายสาขา.

งานทั้งสามจัด ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 13–16 พฤษภาคม 2569 พร้อม Co-located กับ INTERMACH, SUBCON Thailand และ Plastics & Rubber Thailand ซึ่งรวมพื้นที่จัดงานกว่า 6 ฮอลล์ สร้างระบบนิเวศการผลิตและยานยนต์ที่ครบวงจรที่สุดในภูมิภาค


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top