Sunday, 7 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

14 มกราคม ของทุกปี กำหนดเป็น “วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้แห่งชาติ” หมุดหมายมาตรการป่าไม้ไทย ชวนสังคมดูแลต้นน้ำ ลดความเสี่ยงภัยพิบัติ

(14 ม.ค. 69) ทุกวันที่ 14 มกราคมของทุกปี ประเทศไทยกำหนดให้เป็น "วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ" เพื่อเตือนใจสังคมว่าป่าไม้คือฐานชีวิต ฐานเศรษฐกิจ และฐานความปลอดภัยของชุมชน โดยเฉพาะในยุคที่ภัยพิบัติทางธรรมชาติมีความถี่และรุนแรงมากขึ้น

วันที่ 14 มกราคมได้รับการกำหนดขึ้นจากเหตุการณ์สำคัญในปี 2532 ที่มีการประกาศใช้ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายด้านป่าไม้ เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งของกฎหมายในการจัดการป่าและระบบสัมปทาน ก่อนจะมีมติคณะรัฐมนตรีในปี 2533 ให้วันที่ 14 มกราคมเป็นวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เพื่อย้ำให้สังคมร่วมกันปกป้องป่าไม้

เหตุการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากที่ตำบลกะทูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ในปี 2531 เป็นบทเรียนให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของป่าต้นน้ำ ป่าช่วยดูดซับน้ำและปกป้องหน้าดิน ลดความเสียหายจากน้ำหลากและดินถล่ม เมื่อพื้นที่ป่าลดลง ความเสี่ยงต่อภัยพิบัติเหล่านี้ยิ่งเพิ่มขึ้น

คุณค่าของป่าไม้อยู่ที่บริการระบบนิเวศ เช่น การรักษาวัฏจักรน้ำ การควบคุมอุณหภูมิ และการกักเก็บคาร์บอน หากป่าลดลง ต้นทุนที่สังคมต้องจ่ายไม่ใช่แค่ทรัพยากรหายไป แต่เพิ่มความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพและเศรษฐกิจ

แม้จะมีความพยายามรณรงค์ แต่ป่าไม้ของไทยยังเหลือเพียงประมาณ 31.46% ของพื้นที่ประเทศ (ข้อมูลปี 2567) ดังนั้น การดูแลป่าจึงต้องเป็นวาระร่วมของทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่กิจกรรมปลูกต้นไม้ครั้งเดียว แต่ต้องต่อเนื่องทั้งการดูแลและปกป้องพื้นที่ป่าเพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ

ที่มา : https://www.forest.go.th/songkhla13/14-%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84/

เมื่อยอมเป็นสุนัขรับใช้อเมริกา ก็ต้องเร่งเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ

ไม่ต้องฉลาดก็รู้ว่าขาใหญ่อย่างอเมริกา ประเทศที่ “อันธพาลเรียกพี่” ถึงวันนี้ก็ยังไม่หยุดระราน และแสวงหาประโยชน์จากประเทศที่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติในแบบที่ประเทศของตนเองนั้นไม่มี สิ่งที่อเมริกาแสดงออกหลายครั้ง ยังสะท้อนชัดเจนว่าเป็นประเทศที่ไม่มีความจริงใจกับใคร 

โดยเฉพาะในยามที่ประเทศนั้น ๆ เริ่มจะหมดประโยชน์ 

ผู้นำ หรือกลุ่มคนที่มีวิสัยทัศน์ในประเทศต่าง ๆ จึงระมัดระวังตัวมาก ไม่ยอมพลาดท่าเสียทีหรือตกเป็นเบี้ยบนกระดาน เพราะเมื่อถลำลึกเดินลงสนามชั่วแล้วก็จะไม่ต่างจาก “สุนัขรับใช้” ที่ต้องคอยขู่ เห่า กระทำในเรื่องเลว ๆ ตามคำสั่งการเพื่อแลกกับ “ผลประโยชน์ลับ” ต่างตอบแทนที่ไม่จีรัง 

ภาพของกลุ่มคน องค์กร หรือประเทศที่เต็มใจที่จะยอมเป็น “ขี้ข้าของอเมริกา” จะมีลักษณะที่เหมือนกันคือ ต้องโง่แต่มักใหญ่ใฝ่สูง อยากขึ้นสู่ระดับบน ๆ ขององค์กรหรือประเทศนั้น ๆ อยากร่ำรวยกว่าคนรวยทั่ว ๆ ไป เป็นผู้ไร้ความสามารถแต่อยากมีอำนาจไว้ข่มเหง หรือบงการผู้คนที่ตัวเล็กกว่า หรือโง่กว่า อยากได้ชื่อว่าเป็นนักเปลี่ยนแปลงสังคมแม้จะเปลี่ยนไปในทางเลวก็ตาม คุณสมบัติเหล่านี้ถ้าเปรียบกับ “พรรคการเมืองหนึ่ง” ในประเทศไทย ก็จะเห็นภาพ “ชายหน้าตี๋” ซึ่งเป็นผู้นำทาง “จิตวิญญาณวิปลาส” ของ “บริษัทสามกีบจำกัด” เท่านั้น มองไม่เห็นใครอื่น

“บริษัทสามกีบจำกัด” ใช้ทุกวิธิทีที่จะทำให้ “สถาบันกษัตริย์” ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยอ่อนแอลง ถึงคราวนั้น ประเทศที่ตนเอง “นับถือเป็นพ่อ” ก็จะเข้ามาแทรกแซงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางบก ทางน้ำ จนกลืนกินประเทศไทยได้สำเร็จ  

13 มกราคมของทุกปี ถือเป็น "วันการบินแห่งชาติ" รำลึกจุดเริ่มต้นฟ้าไทย จากเครื่องบิน 8 ลำ ยุครัชกาลที่ 6 สู่การบินที่เชื่อมต่อโลก จุดเปลี่ยนความมั่นคง เศรษฐกิจไทย

(13 ม.ค. 69) ในวันที่ 13 มกราคมของทุกปี ถือเป็น "วันการบินแห่งชาติ" ของประเทศไทย เพื่อรำลึกถึงจุดเริ่มต้นสำคัญของการบินไทยที่เกิดขึ้นในรัชกาลที่ 6 ด้วยเครื่องบิน 8 ลำ และนักบิน 3 นายที่ได้รับการส่งไปศึกษาวิชาการบิน ณ ประเทศฝรั่งเศส

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีการบินในยุคใหม่ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งแผนกการบินในกระทรวงกลาโหม และส่งนายทหารไปฝึกวิชาการบินที่ฝรั่งเศส ขณะที่รัฐบาลซื้อเครื่องบินเข้าประจำการเครื่องแรกเพื่อเสริมสร้างกองทัพอากาศไทย

ในวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2457 พระองค์เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการบินครั้งแรกของนายทหารไทย ซึ่งเป็นการประกาศว่า สยามพร้อมเข้าสู่ยุคการบินและมีกำลังทหารอากาศของตนเอง โดยมีการแสดงยุทธวิธีทางทหารและโปรยกระดาษถวายพระพรจากท้องฟ้า

"การบินไม่ใช่แค่เรื่องของนักบิน แต่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติและเศรษฐกิจ" จึงเป็นวันที่เตือนใจถึงการกล้าเสี่ยงและก้าวไกลทางเทคโนโลยีของคนไทย ที่ช่วยสร้างระบบการบินในประเทศไทยขึ้นตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน

ทุกปีภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะจัดพิธีวางพวงมาลาถวายพระเกียรติและจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนได้เรียนรู้และระลึกถึงความสำคัญของอากาศยานและฟ้าไทยในวันนี้

ที่มา : https://url.in.th/TYsci

ดีกรีบัณฑิตใหม่!! ลูกชาย “ตั๊ก–นุ้ย” สำเร็จปริญญาวิศวะ มธ. โมเมนต์อบอุ่นครอบครัวพร้อมหน้า ลูกชายคนเก่งก้าวสู่บทใหม่ วางแผนเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศ

(12 ม.ค. 69) บรรยากาศอบอุ่นในครอบครัวของ 'ตั๊ก ศิริพร อยู่ยอด' และ 'นุ้ย เชิญยิ้ม' หลังลูกชายคนเก่ง "น้องภู" หรือ 'ภูสิษฐ์ เอี่ยมสุข' จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสายวิศวกรรมดิจิทัลจากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยคุณพ่อคุณแม่เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีในวันรับปริญญาอย่างอบอุ่น

'ตั๊ก ศิริพร' ได้โพสต์ภาพลูกชายในชุดครุย พร้อมข้อความแสดงความภูมิใจว่า "ลูกชายเรียนหนักมาก" นี่เป็นก้าวแรกของชีวิตหลังเรียนจบและแม่ส่งกำลังใจให้ลูกก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ พร้อมบอกว่า "ชีวิตนี้เป็นของลูก จงใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุด" นอกจากนี้น้องภูมีแผนศึกษาต่อระดับปริญญาโทในต่างประเทศ

หลังโพสต์ข่าวนี้เผยแพร่ มีแฟนคลับและคนในวงการบันเทิงเข้ามาร่วมแสดงความยินดีจำนวนมาก และชื่นชมความน่ารักของครอบครัวที่คอยสนับสนุนและส่งเสริมกันในทุกก้าวของชีวิต

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10093313

'เลือกตั้ง' 69 No Vote = ภัยร้ายชาติ!! ประชาชนต้องระวังวาทกรรมบิดเบือน เมื่อสนามเลือกตั้งเต็มไปด้วยกระแสลวง ชี้ "สติ" คืออาวุธเดียวสยบวงจรการเมืองเทา

เลือกตั้ง’69 EP#3
ไม่ใช้สิทธิ (No Vote) กับ Vote No และกาบัตรให้เสีย ภัยที่สุดร้ายแรงต่อชาติบ้านเมือง

สองสามเรื่องที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งของบ้านเราจนกลายเป็นเรื่องเป็นปกติธรรมดา ซึ่งพี่น้องประชาชนคนไทยอาจจะรู้สึกเฉย ๆ ไม่แปลกใจ แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นอันตรายที่ร้ายแรงมาก ๆ ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขเป็นอย่างยิ่ง นั้นก็คือ การไม่ใช้สิทธิ (No Vote) กับการ Vote No และการกาบัตรให้เสีย

ทั้งสามประเด็นนี้ คนไทยส่วนหนึ่งมองว่าเป็นสิทธิเสรีภาพอันชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตย แต่อันที่จริงแล้วสามประเด็นดังกล่าวกลับกลายเป็นภัยที่ร้ายแรงต่อชาติบ้านเมือง ทั้งนี้ ด้วยเพราะ “สิทธิ” ในการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนคนไทยถือเป็นสิ่งที่มีค่ามาก ๆ (ไม่ใช่เพราะสามารถนำไปซื้อ-ขายกันได้) แต่คะแนนจากแต่ละ “สิทธิ” ในการเลือกตั้งมีผลอย่างสำคัญต่ออนาคตของชาติบ้านเมือง ซึ่งหมายรวมถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะใช้หรือไม่ใช้ “สิทธิ” ก็ตาม

การไม่ใช้สิทธิ (No Vote) หรือที่เรามักเรียกกันว่า “การนอนหลับทับสิทธิ” นั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยเป็นการขัดต่อหน้าที่ของประชาชนไทยตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ด้วย เพราะการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชนไทยในการเลือกตั้งภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ออกแบบไว้ในระบบ “การจัดสรรปันส่วนแบบผสม” ซึ่งถือว่า ทุกคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีความหมายและจะถูกนำมาคิดเป็นคะแนนเพื่อจัดสรรที่นั่ง ส.ส. ให้แก่พรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ประชาชนลงคะแนนเลือกเพื่อเข้าไปทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 

เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้นอกจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้ลงคะแนนเลือกกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (บัตรสีเขียว) และเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) แล้ว ยังจะต้องออกเสียงประชามติ (บัตรสีเหลือง) รับหรือไม่รับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่อีกด้วย และหากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะถูกจำกัดสิทธิดังนี้
- สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น (ส.ถ.) หรือผู้บริหารท้องถิ่น (ผ.ถ.) หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
- สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
- เข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
- ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
- ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหาร ท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น
- ดำรงตำแหน่งเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น และ เลขานุการรองประธานสภาท้องถิ่น

โดยจะถูกจำกัดสิทธิเป็นเวลา 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งในครั้งที่ผู้มีสิทธิไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

การกาบัตรให้เสียก็ส่งผลร้ายที่น่ากลัวและเป็นอันตรายยิ่งต่อความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเมืองของชาติ เพราะปัจจุบันการเมืองไทยมีการแข่งชันกันด้วยกระแสและกระสุน กระแสที่พี่น้องประชาชนคนไทยรับรู้อยู่ทุกวันนี้ส่วนใหญ่มาจากสื่อโซเชียลออนไลน์ จึงมีทั้งเรื่องจริงและไม่จริง โดยความเป็นจริงแล้วเรื่องไม่จริงมีมากกว่าเรื่องจริงมากมาย ซึ่งพรรคการเมืองที่อาศัยกระแสจึงพยายามใช้สื่อออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้ในเรื่องราวที่ไม่ถูกต้อง ขาดเหตุผลและตรรกะตามความเป็นจริงที่ชอบธรรม อาศัยการสร้างกระแสจากความเกลียดชัง หลงเชื่อจึงหลงผิด ในขณะที่อีกหลายพรรคการเมืองทุ่มกระสุนในสนามเลือกตั้งอย่างหนักหน่วง แน่นอนที่สุดของฟรีย่อมไม่มีในโลก ที่สุดแล้วเมื่อได้อำนาจรัฐแล้วจึงจะถอนทุนเอาคืนและบวกกำไรอย่างเต็มที่สร้างความเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองอย่างเหลือคณนานับ

ฉะนั้น ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ พี่น้องประชาชนคนไทยจะต้องเลือกตั้งโดยใช้สติและปัญญา ด้วยการพิจารณาสถานการณ์ของประเทศชาติบ้านเมืองในภาพรวม เมื่อนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ดีพร้อมและสะอาดบริสุทธิ์ตามสังคมในอุดมคติไม่ได้มีอยู่จริง จำเป็นต้องเลือกนักการเมืองและพรรคการเมืองที่เลวน้อยที่สุด (The Lesser Evil) ด้วยเพราะ ไม่มีนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดสมบูรณ์แบบ นักการเมืองแทบทุกคนและทุกพรรคการเมืองต่างก็มีข้อบกพร่องด้วยกันทั้งนั้น จากนโยบายที่ไม่เป็นที่นิยม หรือความล้มเหลวในอดีต ดังนั้นพี่น้องประชาชนคนไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้งจึงอาจไม่พบตัวเลือกที่ตรงกับค่านิยมของตนได้อย่างสมบูรณ์ จึงต้องเลือกตัวเลือกนักการเมืองและพรรคการเมืองที่เชื่อว่าจะก่อให้เกิดผลเสียให้เกิดกับชาติบ้านเมืองที่น้อยที่สุด

เกมพลังงานใหม่เดือด!! รัสเซียดันพลังงานร่วมอินเดีย ขยายความร่วมมือพลังงานนิวเคลียร์ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอาร์กติก เสริมความมั่นคงพลังงานอินเดียเร่งดัน

(12 ม.ค. 69) แซมมี คอตวานี ประธานสมาคมพันธมิตรธุรกิจอินเดียในรัสเซีย เปิดเผยความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างรัสเซียและอินเดีย โดยบอกว่าไม่จำกัดเพียงการค้าน้ำมัน แต่รวมถึงโครงการพลังงานนิวเคลียร์และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาร์กติก

คอตวานีกล่าวผ่านสปุตนิกว่า "ขณะนี้เราเริ่มเห็น ‘ชั้นที่ลึกขึ้น’ ของความร่วมมือด้านพลังงานที่ไปไกลกว่าการค้าน้ำมันเพียงอย่างเดียว รัสเซียและอินเดียกำลังหารือทางเลือกเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่ รวมถึงประเด็นความร่วมมือที่กว้างขึ้น เช่น SMRs หรือเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ และแนวทางเรื่องการผลิต/ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (localisation) ซึ่งมีการพูดถึงในรายงานสาธารณะแล้ว"

นอกเหนือจากโครงการนิวเคลียร์ อินเดียยังสนใจเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาพลังงานและโลจิสติกส์ในอาร์กติก เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้งขึ้น นอกเหนือจากการค้าพลังงานทั่วไป มิติอื่น ๆ ของความร่วมมือมีศักยภาพเพิ่มบทบาทสำคัญในภูมิภาคและเสถียรภาพพลังงานระหว่างสองชาติ

ที่มา : Sputnik

'ศุภชัย ใจสมุทร' จ่อดำเนินคดี 'เสรีพิศุทธ์' ใส่ร้าย 'ภูมิใจไทย' จูงใจให้หลงผิดในคะแนนนิยม ตามกม.เลือกตั้ง

12 ม.ค.2569- จากกรณีที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้กล่าวพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทยในระหว่างหาเสียงเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ล่าสุด นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ในฐานะประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ออกมาพูด แต่คำกล่าวดังกล่าวล้วนเป็นความเท็จ

ความจริงก็คือ 1.งบประมาณ 4,000 ล้านบาทเป็นงบประมาณที่การกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นหน่วยรับงบประมาณตาม พรบ.งบประมาณรายจ่าย ไม่เกี่ยวกับนายเนวิน ชิดชอบ อย่างไรก็ตามงบประมาณดังกล่าวยังไม่ได้อนุมัติ เป็นเพียงเห็นชอบในกรอบค่าใช้จ่ายและอนุมัติหลักการ

2.กรณีที่ดินเขากระโดง มีประชาชนผู้มีเอกสารสิทธิกว่า 1,000 ราย มีการฟ้องคดีทางแพ่งในศาลเพียงไม่กี่คดี และคดียังไม่ถึงที่สุด ผลคดีศาลจะตัดสินออกมาอย่างไรไม่มีใครรู้ที่แน่ ๆ ไม่มีเรื่องคดีฉ้อโกง

3.คำกล่าวของพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จ จูงใจให้หลงผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง เป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง สส.

พรรคภูมิใจไทยจะดำเนินคดีกับพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ในการกระทำผิดดังกล่าว

MTR เดินเกมรุก!! รถไฟความเร็วสูงฮ่องกง เชื่อมต่อฮ่องกงสู่จีนแผ่นดินใหญ่ ปรับตู้นอนเซี่ยงไฮ้หงเฉียววิ่งทุกวัน เพิ่ม 16 จุดหมาย เริ่มปลายเดือนนี้

(12 ม.ค. 69) เอ็มทีอาร์ คอร์เปอเรชัน ผู้ให้บริการรถไฟในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประกาศเปิดเส้นทางรถไฟความเร็วสูงใหม่ 16 จุดหมายบนแผ่นดินใหญ่ของจีน เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. นี้

เส้นทางใหม่นี้ครอบคลุมเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น หนานจิง อู๋ซีในมณฑลเจียงซู และเหอเฝยในมณฑลอันฮุย ทำให้จำนวนเส้นทางตรงจากสถานีเกาลูนตะวันตกของฮ่องกงเพิ่มขึ้นเป็น 110 เส้นทาง

นอกจากนี้ การบริการรถไฟโดยสารตู้นอนสายเซี่ยงไฮ้-หงเฉียว ซึ่งเดิมให้บริการเฉพาะวันศุกร์ถึงวันจันทร์ จะปรับมาให้บริการตลอดทุกวัน ขณะที่เส้นทางขาไป-ขากลับจากสถานีกว่างโจวใต้ในมณฑลกว่างตงก็จะเพิ่มความถี่การเดินรถ

'หยางเหม่ยเจิน' ซีอีโอเอ็มทีอาร์ กล่าวว่า "มีการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐของฮ่องกงและแผ่นดินใหญ่ เพื่อเพิ่มจุดหมายและยกระดับบริการอย่างต่อเนื่อง" สะท้อนแนวทางส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของรถไฟความเร็วสูงและการพัฒนาประเทศในภูมิภาค

ที่มา : Xinhua

ของจริงระดับโลก!! “ฉี ยู่ฉี” ลั่นชม “กุลวุฒิ” แนวหน้าของโลก หลังเสียแชมป์มาเลย์ โอเพ่น ไทยคุมเกมแรกอยู่หมัดก่อนปิดงาน สัญญาณชัด “วิว” พร้อมล่าแชมป์ต่อทั้งฤดูกาล

(12 ม.ค. 69) "วิว" กุลวุฒิ วิทิตศานต์ สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ Malaysia Open 2026 ซึ่งเป็นรายการระดับ BWF World Tour Super 1000 ที่กัวลาลัมเปอร์ หลังเอาชนะมือ 1 โลก "ฉี ยู่ฉี" จากจีน ในรอบชิงชนะเลิศ โดยเกมแรก "วิว" ชนะอย่างดุเดือด 23-21 และเกมสอง "ฉี ยู่ฉี" มีอาการบาดเจ็บจนต้องขอยอมแพ้ที่สกอร์ 6-1

หลังการแข่งขัน "ฉี ยู่ฉี" ยอมรับความสามารถของ "วิว" ว่าเป็นนักแบดมินตันระดับท็อปและคู่ต่อสู้ที่เล่นด้วยยากทุกครั้ง พร้อมชื่นชมว่า "กุลวุฒิแข็งแกร่งมาก" และการเจอกันกับเขาเป็น "งานยากเสมอ" ซึ่งคำชมนั้นสะท้อนถึงคุณภาพและความน่าเกรงขามของนักตบชาวไทย

ชัยชนะครั้งนี้มีความหมายพิเศษ เพราะรายการ Super 1000 เป็นสนามแข่งขันที่รวมท็อปโลกไว้มากมาย และต้องผ่านแรงกดดันสูง "วิว" แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาทักษะการควบคุมเกมและการวางแผนที่ยอดเยี่ยม ส่งผลให้คู่แข่งระดับโลกยอมรับ

แม้ว่าผลการแข่งขันรอบสองจะจบด้วยการถอนตัวของคู่แข่งจากอาการบาดเจ็บ แต่ "วิว" ก็ทำเต็มที่ในเกมแรกจนสร้างแรงกดดันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และชัยชนะนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเขาในการล่าแชมป์ระดับโลกในปี 2026

สถานะใหม่ของ "วิว" คือหนึ่งในนักแบดมินตันชายเดี่ยวชั้นนำที่โลกไม่อาจมองข้าม เป็นการเปิดฤดูกาลใหม่ด้วยความหวังและความท้าทายที่จะต้องจับตาต่อไปในปีนี้

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1629780/

รู้ทันคำโกหก!! กางงบเลือกตั้ง-ประชามติ 8,978 ล้าน ท่ามกลางดราม่า "แก้รัฐธรรมนูญเพื่อเศรษฐกิจ" เตือนประชาชน Search Google เช็กข้อมูล ก่อนหลงกลวาทกรรม 'ปากท้อง' ที่พูดความจริงไม่ครบ

แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ? พูดความจริงไม่หมดมันก็ไม่ต่างอะไรกับการโกหก

สวัสดีปีม้าทอง พร้อมคำขวัญวันเด็ก "รักชาติไทย ใส่ใจโลก" เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนไทยเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความรักและความภาคภูมิใจในชาติ ควบคู่กับการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม 

เริ่มต้นปี กับการหาเสียงอย่างดุเดือด เตรียมเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และเม็ดเงิน 8,978  ล้านบาท คืองบประมาณสำหรับการเลือกตั้ง และทำประชามติ ปี 2569 ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดที่เคยมีมา

ประเทศไทย ใช้งบประมาณสำหรับการเลือกตั้ง ในทุกครั้งเป็นจำนวนมาก ยังไม่รวมการเลือกตั้งซ่อม กรณีที่ สส. ลาออก หรือพ้นจากตำแหน่ง จากสาเหตุต่างๆ ทั้ง ขาดคุณสมบัติในภายหลัง จากการต้องคดีความ หรือประพฤติผิดจรรยาบรรณ 

ไม่แน่ใจว่าการตรวจสอบคุณสมบัติของ ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทย ผู้ทรงเกียรติ ที่ต้องผ่านการตรวจสอบจากทั้งจากพรรคการเมืองที่ส่งลงสมัคร และ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทำไมถึงมักจะมาพบว่าขาดคุณสมบัติในภายหลัง จนต้องเสียงบประมาณเพิ่มเติมในหลายๆ เขต ในการจัดเลือกตั้งซ่อม

ตัวอย่างล่าสุด ก็คงได้ทราบข่าวกันแล้ว กับการจับกุม ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ที่มีเอี่ยวกับการฟอกเงิน ผู้ถูกกล่าวหา: นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร เขต 33 (บางพลัด-บางกอกน้อย) ถูกออกหมายจับเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 ตามหมายจับในข้อหา ฟอกเงิน ที่ขยายผลมาจากเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ปปง. ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สิน ของนายบุญฤทธิ์และพวก รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

และที่ตั้งงบประมาณการเลือกตั้งในปี 2569 เป็นจำนวนสูงสุดที่เคยจัดเลือกตั้ง ส่วนหนึ่ง ก็อาจจะเพราะมีการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ในคราวเดียวที่จะให้ประชาชนไปหย่อนบัตร ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้ผ่านการออกเสียงประชามติโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และมีเสียงข้างมากเห็นชอบ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 โดยได้รับเสียงเห็นชอบ 61.35% (6,568 895 เสียง) และไม่เห็นชอบ 38.65% (4,131,150 เสียง)

หากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประเทศไทย ก็ต้องเสียงบประมาณเพิ่มอีก อย่างน้อยก็น่าจะอีกราวๆ 10,000 ล้านบาท ถึงแม้จะทำประชามติ ครั้งที่ 1 จากการต้องทำประชามติ 3 ครั้ง พร้อมกับการเลือกตั้งในครั้งนี้

 การหาเสียงของบางพรรคการเมือง กับ การแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อปากท้อง จะกระตุ้นให้เศรษฐกิจดีขึ้น ?
 คงต้องถามว่าปากท้องใคร เศรษฐกิจของใคร ...
 ขอหยิบบางประเด็นที่กำลังเป็นกระแสในสาเหตุที่อ้างว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ดี

1. รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ได้เขียนให้คดีคอรัปชั่นไม่มีอายุความ ความจริงคือ มีการแก้เพิ่มเติมให้การนับอายุความคดีทุจริตจะหยุด เมื่อผู้ต้องหาหลบหนีคดี หมายความว่า ไม่ว่าจะหนีก่อนหรือหลังพิจารณาคดี ถ้าผู้ต้องหาหลบหนี อายุความจะหยุดนับไว้จนกว่าจะกลับมาเข้ากระบวนการ 

2. รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ได้เขียนห้ามให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยสารเครื่ิงบินชั้นเฟิร์สคลาส ความจริงคือ แก้ไขระเบียบเบิกจ่ายให้เบิกจ่ายได้แค่ราคา“ชั้นประหยัด”เท่านั้น ส่วนใครอยากขึ้นชั้นธุรกิจ หรือเฟิร์สคลาสต้องจ่ายค่าส่วนต่างเอง มันคนละความหมายกับห้ามนั่งเฟิร์สคลาส

3. รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ได้เพิ่มโทษประหารชีวิตสำหรับคดีทุจริต ความจริงคือ มีระบุอยู่ในประมวลกฎหมายอาญามาแต่เดิมว่าโทษสูงสุดของคดีทุจริตคือประหารชีวิต รธน.แค่ส่งเสริมการปราบโกง มีการเพิ่มเติมในบางมาตรา ซึ่งถ้าร้ายแรงที่สุดก็คือมีโทษประหารชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 (มาตรา 123/2): เพิ่มโทษสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับทรัพย์สินโดยมิชอบ ให้มีโทษจำคุก 5 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต หรือประผารชีวิต

 แค่ 3 ข้อนี้ เริ่มจะเอะใจกันบ้างไหม ว่าคนที่อยากแก้ จะแก้เพื่อปากท้องใคร ? 
ยังไม่รวมบางสื่อ ที่มีการสัมภาษณ์ชี้นำ ตั้งคำถามในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะอยากแก้ไขมาตรา 112 ใช่หรือไม่ แล้วตอบว่า มาตรา 112 เป็นประมวลกฎหมายอาญา ไม่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ฝั่งที่โจมตี ไม่รู้เหรอ เสมือนอีกฝั่งตรงข้าม เขาเป็น IO แค่ท่องจำมา

จะบอกว่า ยังมีประชาชนจำนวนมาก ที่ Search Google เป็น เขาก็รู้ว่า มาตรา 112 เป็นกฎหมายอาญา จริงๆ พิธีกร ควรตั้งคำถามว่า ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะอยากแก้ไขหมวด 1 มาตรา 1 และ มาตรา 2 ใช่หรือไม่ อยากฟังคำตอบของคำถามนี้มากกว่า 

แซะโดยพูดความจริงไม่หมดมันก็ไม่ต่างอะไรกับโกหก มันก็คือการบิดเบือน แต่ Digital Footprint มันชัดเจนในคำตอบ มันลบได้ไม่หมดนะ 

คุ้มไหม ..!! กับการต้องเสียงบประมาณ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ทั้ง ๆ ที่ หากจะแก้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อปัญหาปากท้องชาวบ้านจริง ก็สามารถแก้ไขบางมาตรา ผ่านกำไกของรัฐสภาได้ แทนที่จะนำงบประมาณก้อนนี้มาใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน กระตุ้นเศรษฐกิจ น่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้มากกว่า 


เรื่อง : The PALM


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top