Sunday, 7 June 2026
LITE TEAM

๔ กรกฎาคม วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้าคณะผู้บริหารและพนักงาน สำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIME

4 กรกฎาคม วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประสูติเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2500 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์เล็กในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ได้รับพระราชทานพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

พระนาม จุฬาภรณ์ หมายถึง การอัญเชิญพระนาม "จุฬา" ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาเป็นคำต้นพระนามของพระองค์ เนื่องด้วยในวันประสูตินั้น เป็นวันมหาปีติของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา

ทรงเริ่มศึกษาระดับอนุบาลที่โรงเรียนจิตรลดา ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ทรงได้รับการปลูกฝังทางศิลปะ นาฏศิลป์และดนตรี จากพระอาจารย์ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทั้งยังทรงสนพระทัยวิชาคำนวณและวิทยาศาสตร์ ขณะเดียวกันโปรดศึกษาวิชาภาษาต่างประเทศ และวิชาศิลปะควบคู่กันไป โดยทรงเลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์ ในระดับมัธยมปลาย เพื่อนำความรู้มาต่อยอดทำประโยชน์เพื่อความสุขของประชาชน

เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลาย ทรงเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีคณะวิทยาศาสตร์ สาขาอินทรีย์เคมี เกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทรงสอบได้ที่ 1 ในวิชาเคมีและชีววิทยา ทั้งยังทรงได้รับรางวัลเรียนดีจากมูลนิธิศาสตราจารย์ ดร.แถบ นีละนิธิ

พ.ศ.2528 ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาอินทรีย์เคมี มหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งนี้ยังทรงสำเร็จการอบรมระดับหลังปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยอูล์ม สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

พ.ศ.2550 ทรงสำเร็จการศึกษาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

พ.ศ.2557 ทรงสำเร็จการศึกษาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพสัตวแพทย์ (หลักสูตรนานาชาติ) จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อนำความรู้ไปช่วยเหลือสัตว์ต่างๆ

ทรงมีพระธิดา 2 พระองค์ คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ทรงอุทิศพระวรกายเพื่ออาณาประชาราษฎร์ให้มีความสุข อยู่ดีกินดี และร่วมพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ ไม่ว่าจะในแขนงใด

รู้จัก 'สุนา' ชูเกียรติ บุญคง เจ้าของเพจ 'สุนา Channel' ครีเอเตอร์ดังแดนใต้ กับตัวตนที่มีสไตล์ ขอแค่ไม่อายที่จะชัดเจน

สัมภาษณ์พิเศษ : สุนา ครีเอเตอร์ดังภาคใต้ จากเพจ สุนา Channel

“ชัดเจน ไม่ต้องเขินอาย แล้วเราจะมีตัวตน” 
รู้จัก ‘สุนา’ ผ่านแนวคิด LGBTQ

“พี่สุนา จากเพจ สุนา Channel ปัจจุบันก็เปิดแบรนด์เสื้อผ้า “สุนาผ้าไทย” และก็ทำเพจและยูทูบเบอร์ ‘สุนา  Channel’ ค่ะ”

1.) ‘เพจสุนา’ ดังมาจากอะไร?

สุนา : เพจสุนาทำมาแล้วประมาณ 2 ปี ค่ะ มีผู้ติดตามอยู่ประมาณ 270,000 กว่าคน เพจเริ่มต้นด้วยจากความชอบค่ะ มันเกิดขึ้นมาจาก ช่วง Covid-19 คืองานประจำประสบปัญหาเศรษฐกิจ เราก็เลยคิดอีกหนึ่งช่องทาง คือการเปิดเพจเกี่ยวกับการเรียนรู้ วัฒนธรรมภาคใต้ ร่วมกับเพื่อนอีกหนึ่งคน 

แล้วบังเอิญมันเป็น Viral ขึ้นมา จากเรื่องวัฒนธรรม การไปเที่ยวงานประเพณีภาคใต้แล้วมีการไป “ลักแกงงาน” (ภาษาใต้) ก็คือเหมือนไปขอแกงของคนในหมู่บ้าน หรือขอแกงในงานต่างๆ เช่นคำพูดว่า “ฉันขอแกงกลับไปหน่อยนะ ฉันจะเอาไปให้คนที่บ้านกินนู้นนี่นั้น” 

มันเป็นสิ่งที่คนภาคใต้ปฏิบัติ และเราเอามาพูดแบบหยอกล้อเชิงสนุกสนาน ก็เลยทำให้ดังขึ้นมาเป็น Viral 



2.) ในฐานะตัวแทน LGBTQIA+ เดือนแห่งเทศกาล Pride Month อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง?

สุนา : อยากเห็นความเท่าเทียมที่มันชัดเจนขึ้น การออกมาเรียกร้องต่างๆ อยากให้ทางผู้ใหญ่ หรือ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเห็นถึงปัญหาตรงนี้ และนำไปพัฒนาให้มันตอบโจทย์กับสิ่งที่พวกเรากำลังเรียกร้อง เพราะพวกเราก็คือหนึ่งในมนุษยชนคนนึง

3.) ข้อดีของการเป็น LGBTQIA+ คืออะไร?

สุนา : เราเป็นคนนึงคนที่อยากทำให้โลกใบนี้มีความสุข สนุก สดใส สดชื่น รู้สึกอยากให้ทุกอย่างมันพัฒนาไปในทางมันจะดีได้ทั้งชายหญิงและคนเพศอื่นๆ อยากให้มองว่าพวกเราไม่ใช่ตัวตลกแต่พวกเราคือคนที่ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ทุกคนมีความสุขได้ 

'Ampa Ampa' สติ๊กเกอร์หอมติดแมสก์บำบัดอารมณ์ เสกกลิ่นหอมสดชื่น คลายความตึงเครียด

สองปีกว่าแล้วกับการใช้ชีวิตแบบใส่แมสก์อยู่ตลอดเวลา และคิดว่ายังคงต้องใส่ต่อไปเรื่อยๆ เชื่อว่าทุกๆคนรู้สึกแบบเดียวกันแน่นอน อึดอัดค่าาาา!!!! อยากจะกรี๊ด หายใจไม่ค่อยจะทั่วท้อง ยิ่งเพิ่งกินข้าวเสร็จแล้วน้องมาใส่แมสก์นี่นะ เป็นลมเลยได้หรือไม่😵‍💫 พามู้ดเสียไปทั้งวันได้นะพส. แต่แล้วค่าคุณผู้โช๊มมมมมม ฉันพบทางออก ฮ่าาาๆ คนอย่างริต้ามันต้องหาของมาสนองนี๊ดทุกทางสินะ55555

'Ampa Ampa สติ๊กเกอร์หอมติดแมสก์บำบัดอารมณ์น้องเสือขาว' กลิ่นหอมจาก essential oil ซึ่งมีกลิ่นให้เลือกถึง 3 กลิ่นเลย!  

1. Eucalyptus Tea Tree 
2. Pink Grapefruit
3. Peppermint Orange 

ใน 1 กล่องมี 3 แผ่นด้วยกัน และใน 1 แผ่นมีสติ๊กเกอร์ 8 ดวง รวมทั้งสิ้น 24 ดวง ในราคาแค่ 169 ส่งฟรี‼️ คุ้มมาก หรือจะคละกลิ่นภายในกล่องก็ได้เลย 

ข้อสรุปล่าสุดจากนักวิทยาศาสตร์ ‘สโตนเฮนจ์' คือ ปฏิทินสุริยคติขนาดยักษ์

สโตนเฮนจ์คือปฏิทินสุริยคติขนาดยักษ์ และตอนนี้นักวิทยาศาสตร์รู้แล้วว่ามันทำงานอย่างไร

นักโบราณคดีเชื่อกันมานานแล้วว่า สโตนเฮนจ์ อนุสรณ์สถานหินยุคก่อนประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ที่อยู่ในประเทศอังกฤษ เป็นปฏิทินสุริยคติโบราณมาอย่างยาวนาน เนื่องจากมันสอดคล้องกับวันครีษมายัน (วันที่มีช่วงกลางวันยาวนานที่สุด) ทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว

แต่ไม่มีใครทราบว่าทำงานอย่างไร จนในที่สุด ทิโมธี ดาร์วิลล์ (Timothy Darvill) ศาสตราจารย์ด้านโบราณคดีที่มหาวิทยาลัย Bournemouth ในสหราชอาณาจักรเชื่อว่าพบวิธีการทำงานของสโตนเฮนจ์แล้ว

"นักวิชาการได้เห็นมานานแล้วในองค์ประกอบอันน่าเกรงขามของสโตนเฮนจ์ สำหรับการคำนวณเวลาก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นปฏิทินยุคหินใหม่ อย่างไรก็ตาม ปฏิทินดังกล่าวทำงานอย่างไรยังคงไม่ชัดเจน" ศ. ดาร์วิลล์ กล่าว

เขาเชื่อว่าคำตอบคือการเพิ่มตัวเลขเข้าไปในสโตนเฮนจ์ “30, 5 และ 4 เป็นตัวเลขที่น่าสนใจในแง่ของปฏิทิน” ดาร์วิลล์ กล่าว 
 

3 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเปิดการเดินรถ รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล อย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดการเดินรถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกของประเทศไทย "โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (หัวลำโพง-บางซื่อ)" อย่างเป็นทางการ 

โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล หรือสายสีน้ำเงิน เดินทางช่วงหัวลำโพง-บางซื่อ ระยะทาง 20 กม. จำนวน 18 สถานี โดย บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้รับสัมปทานในการลงทุนในระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้า รวมทั้งให้บริการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงรักษาตามมาตรฐานการให้บริการที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขสัญญา และมีสิทธิ์ในรายได้ค่าโดยสาร รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมและการพัฒนาเชิงพาณิชย์ภายในสถานีและภายในขบวนรถไฟฟ้า

เหตุใดจึงตั้งชื่อสถานีรถไฟฟ้า ‘กลันตัน-มักกะสัน’ เหมือนชื่อรัฐของประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน

‘สถานีกลันตัน - สถานีมักกะสัน’ ชื่อนี้มีที่มาอย่างไร?

ตอนนี้มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าใน กทม. หลายสาย เช่น รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ที่มีชื่อสถานที่น่าสนใจสถานีหนึ่ง คือ ‘สถานีกลันตัน’ ที่มีชื่อสถานีดันไปเหมือนกับชื่อรัฐหนึ่งในมาเลเซีย นั่นคือ ‘รัฐกลันตัน’ หลายคนสงสัยว่าเป็นความบังเอิญหรือเปล่า ที่จริงไม่ได้เป็นความบังเอิญ แต่ชื่อ ‘สถานีกลันตัน’ กับ ‘รัฐกลันตัน’ มีความเกี่ยวข้องในแง่ประวัติศาสตร์จริง ๆ 

สยามในอดีตและปัจจุบันมีหลายชาติพันธุ์ และในกรุงเทพฯ เองก็มีหลายชุมชนของหลากหลายชาติพันธุ์ เช่น ชุมชนชาวญวน ชาวลาว ชาวเขมร ชาวโปรตุเกส ชาวมลายู ฯลฯ ที่จะพูดถึง คือ ‘ชุมชนชาวมลายู’ ซึ่งมาจากการเทครัวในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 - 3 แล้วมาตั้งถิ่นฐานในกรุงเทพฯ เช่น ชุมชนบ้านแขก ชุมชนมุสลิมมหานาค ชุมชนมุสลิมพระประแดง ชุมชนมุสลิมย่านรามคำแหง ชุมชนมุสลิมคลองแสนแสบ ฯลฯ 

ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 - 3 เกิดสงครามกับหัวเมืองมลายูขึ้นหลายครั้ง และเมื่อมีการทำสงครามสิ่งหนึ่งที่แถบอุษาคเนย์มักจะทำ คือ ‘การเทครัว (กวาดต้อนเชลยศึก)’ เพราะสมัยนั้นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด คือ ‘คน’ ช่วงเวลานั้นจึงมีการกวาดต้อนเชลยศึกชาวมลายูมายังกรุงเทพฯ และไม่ได้มาพร้อมกันแต่มาหลายรอบ

สมัยรัชกาลที่ 1 ปี 2329 กวาดต้อนเชลยศึกชาวปัตตานี (ปัจจุบันอยู่แถวแยกบ้านแขก และพระประแดง)
สมัยรัชกาลที่ 2 ปี 2364 กวาดต้อนเชลยศึกชาวปัตตานีและชาวไทรบุรี (เคดะห์) 
สมัยรัชกาลที่ 3 ปี 2381 กวาดต้อนเชลยศึกชาวกลันตัน ตรังกานู และหัวเมืองปักษ์ใต้อื่น ๆ

‘ชาวกลันตัน’ ที่ถูกกวาดต้อนมานี้ ไม่ได้มาจากเมืองกลันตันแต่อย่างใด แต่มาจากเมืองปัตตานี เพราะสมัยนั้นราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครองเมืองปัตตานี คือ ‘ราชวงศ์กลันตัน’ จึงมีชาวกลันตันที่อาศัยอยู่ในเมืองปัตตานีด้วย

2 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 วันประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ปฐมบทสู่ ‘วิกฤตต้มยำกุ้ง’

วันนี้เมื่อ 25 ปีก่อน ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาท หลังจากถูกโจมตีค่าเงินบาทอย่างหนัก ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนจาก 25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ พุ่งขึ้นไปที่ 40 บาททันที

วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 วันอีกหนึ่งวันที่คนไทยหลายคนยังจดจำไม่ลืม เมื่อรัฐบาลไทยในสมัย พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างหนัก จากอัตราแลกเปลี่ยน 25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นไปทันทีที่ 40 บาท และไต่ขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึง 52 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลกระทบอย่างหนักกับหลายบริษัทที่ไปกู้เงินดอลลาร์สหรัฐมาลงทุน

จากภาวการณ์ลดลงของค่าเงินบาทได้ส่งผลต่อภาระหนี้ต่างประเทศเป็นอันมาก เพราะดอกเบี้ยที่ต้องชำระคืนเพิ่มสูงเป็นอันมาก (ก่อนเกิดวิกฤต กู้มาในอัตราเพียง 1 ดอลลาร์เท่ากับ 25 บาท) ในปี 2533 ประเทศไทยเป็นหนี้ต่างประเทศ 29,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มเป็น 82,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2539 และเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นในปี 2540 ไทยเป็นหนี้ต่างประเทศสูงถึง 109,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จำแนกเป็นหนี้ภาครัฐ 24,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หนี้ภาคเอกชน 85,200 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นภาครัฐเท่ากับร้อยละ 22.5 และหนี้ภาคเอกชนเท่ากับ 77.5 ของหนี้ต่างประเทศทั้งหมด

1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงทรงสถาปนากิจการลูกเสือไทย

วันนี้ เมื่อ 111 ปีก่อน เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงสถาปนากิจการลูกเสือไทยขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 จึงได้ยึดถือวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปีเป็นวันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ

โดยเป็นวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ซึ่งได้จัดให้มีการเดินสวนสนามของลูกเสือ ณ สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ เป็นประจำทุกปี ในแต่ละปีจะมีลูกเสือทั้งในส่วนกลางและปริมณฑลมาร่วมเดินสวนสนาม ประมาณ 10,000 คน เพื่อแสดงความเคารพและกล่าวทบทวนคำปฏิญาณ ต่อองค์พระประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติ เพื่อประกาศความเป็นลูกเสืออย่างแท้จริง

ลูกเสือได้กำเนิดครั้งแรกในประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2450 โดยท่านลอร์ดบาเดน เพาเวลล์ กิจการลูกเสือในยุคแรกมีจุดประสงค์เพื่อเตรียมคนไว้เป็นทหาร หลายประเทศที่ไม่มีพระราชบัญญัติเกณฑ์ทหาร จึงได้จัดให้มีลูกเสืออย่างประเทศอังกฤษบ้าง หลังจากนั้นไม่นานกิจการลูกเสือก็ได้แพร่หลายเข้าไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา

ต่อมาใน พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกองเสือป่าขึ้น เพื่อให้ข้าราชการพลเรือนได้เข้ารับการอบรม โดยมีจุดประสงค์ที่จะมุ่งอบรมจิตใจให้คนไทยรู้จักรักชาติมีมนุษยธรรม มีความเสียสละ สามัคคี และมีความกตัญญู

30 มิถุนายน ของทุกปี วันโซเชียลมีเดีย (Social Media Day) สะท้อนความสำคัญต่อการสื่อสารทั่วโลก

รู้หรือไม่ ทุกวันที่ 30 มิถุนายนเป็น ‘วันโซเชียลมีเดีย’ ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยเว็บไซต์ Mashable.com เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและรำลึกถึงโลกโซเชียลมีเดีย ที่มีอิทธิพลต่อการสื่อสารและคนทั่วโลกในปัจจุบัน

ทั้งนี้ จากรายงาน Global Digital Report 2021 ของ We Are Social และ Hootsuite แพลตฟอร์มบริหารจัดการสื่อสังคมออนไลน์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถิติตัวเลขล่าสุดของผู้ใช้โซเชียลที่พบว่า ในปีที่ผ่านมาการใช้งานโซเชียลมีเดียทั่วโลก มีผู้ใช้งาน 4.48 พันล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 500 ล้านคน ในเวลาเพียง 1 ปี 

29 มิถุนายน พ.ศ. 2481 เรือดำน้ำชุดแรก 4 ลำ ที่รัฐบาลไทยสั่งซื้อ เดินทางจากประเทศญี่ปุ่นมาถึงประเทศไทย

รู้หรือไม่ ในอดีตประเทศไทยเคยมีเรือดำน้ำที่สั่งซื้อจากประเทศญี่ปุ่น มาแล้ว เมื่อปี พ.ศ.2481 

29 มิถุนายน พ.ศ. 2481 เรือหลวงสินสมุทร, เรือหลวงพลายชุมพล, เรือหลวงมัจจาณุ (ลำที่ 2) และ เรือหลวงวิรุณ ซึ่งเป็นเรือดำน้ำชุดแรกที่รัฐบาลไทยสั่งต่อมาจากประเทศญี่ปุ่น ได้เดินทางมาถึงประเทศไทย 

เรือดำน้ำทั้ง 4 ลำ ได้รับการต่อที่อู่ต่อเรือ บริษัท มิตซูบิชิ ที่เมืองโกเบ เมื่อปี 2479 ในสนนราคาลำละ 882,000 บาท วางกระดูกงูและปล่อยลงน้ำไล่เลี่ยกันคือระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม 2479  ดังนี้ 

พิธีวางกระดูกงู ร.ล.มัจฉาณุ และ ร.ล.วิรุณ โดยพระมิตรกรรมรักษา เมื่อ 6 พฤษภาคม 2479

พิธีวางกระดูกงู ร.ล.สินสมุทร และ ร.ล.พลายชุมพล โดยพระมิตรกรรมรักษา เมื่อ 1 ตุลาคม 2479

ปล่อยลงน้ำ ร.ล.มัจฉาณุ และ ร.ล.วิรุณ โดยนางมิตรกรรมรักษา เมื่อ 24 ธันวาาคม 2479

ปล่อยลงน้ำ ร.ล.สินสมุทร และ ร.ล.พลายชุมพล โดยพระมิตรกรรมรักษา เมื่อ 14 พฤษภาคม 2480 (มีการถ่ายทำภาพยนตร์โดย ร.ท.นิตย์ สุขุม)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top