Tuesday, 11 August 2026
Hard News Team

‘หนุ่มใหญ่รัสเซีย’ สูญทั้ง ‘เงิน-บ้าน-รถ’ ต้องมาสู้ชีวิตที่ จ.ภูเก็ต หลังแยกทางภรรยา เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว วอน!! คนใจดีช่วยหางานทำ

(15 ส.ค. 67) Phuket Times เผยข้อมูลของ Mr. Oleg Magdeev ซึ่งระบุว่าตนเป็นชาวรัสเซีย อายุ 57 ปี มาทำงานอยู่ จ.ภูเก็ต โดยขับเรือยนต์ขนาด 60 ฟุต เป็นเวลา 4 ปี แต่ในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด เกิดวิกฤติ ตนได้ขายบ้าน และย้ายไปอยู่ที่ จ.ชัยนาท สร้างบ้านในที่ดินภรรยา (จดทะเบียน) และซื้อรถใช้ชื่อภรรยา ปัจจุบันรถถูกยึด ภรรยาเอารถไปไว้ไฟแนนซ์ไม่ผ่อนรถเลยถูกยึด ปัจจุบันแยกกันอยู่กับภรรยา

ปัจจุบันมาขอเช่าบ้านอยู่แถว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต แต่ไม่ได้จ่ายค่าเช่ามาหลายเดือนแล้ว ขอเช่ารถจักรยานยนต์เพื่อได้พาลูกไปโรงเรียนและได้ค้างค่าเช่ามาหลายเดือนแล้วเช่นกัน ปัจจุบันลูกชายอายุ 5 ปีอยู่ชั้นอนุบาล

ตอนนี้ต้องการทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูบุตร โดย Mr. Oleg มีความสามารถดังนี้ ขับเรือยนต์ และซ่อมเรือขนาดไม่เกิน 60 ฟุต แต่ปัจจุบันใบอายุใบขับขี่เรือขาดอายุ มีความสามารถในการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น หม้อหุงข้าว พัดลม ตู้เย็น  ปั๊มน้ำ และระบบไฟฟ้า

ตอนนี้ ผู้เช่าก็ให้พักอยู่ แม้ยังไม่มีเงินจ่าย และทราบว่าก็ไปต่อจั้มวีซ่าที่ระนอง ตอนนี้อยากทำทุกอย่างให้ถูกต้อง เพื่อจะได้มีงานทำ เริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูก

บ.ไหน หรือท่านใดอยากช่วยเหลืออนุเคราะห์ สามารถติดต่อไปได้ที่คุณเอกวิทย์ สุรัตวดี 090-485-8422

‘เศรษฐา’ เคลื่อนไหวผ่าน X หลังพ้นสถานะ ‘นายกฯ’ เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ใหม่ สวมถุงเท้าแดง-มีสุนัขตัวโปรด

(15 ส.ค. 67) นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ใหม่หลังจากพ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรี โดยในแอปพลิเคชัน X หรือ ทวิตเตอร์ ได้ใส่แฮชแท็กว่า #NewProfilePic โดยรูปภาพดังกล่าวเป็นรูปในลักษณะพักผ่อนอิริยาบถสบาย ๆ นั่งอยู่กับสุนัขตัวโปรด โดยในรูปนายเศรษฐาสวมถุงเท้าสีแดง ซึ่งเป็นสีที่เจ้าตัวชื่นชอบ

ทางด้านผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กส่วนตัวของนายเศรษฐา ได้มีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก อาทิ เป็นกำลังใจให้ท่านนายกค่ะรู้สึกเสียดาย, ท่านคือแบบอย่างที่ดีงามในทุกด้าน, นายกที่ขยันและแข็งแกร่งที่สุด นายกในดวงใจค่ะ my role model,นายกที่ทำงานเยอะที่สุด คนนึง ใจเย็น พูดจาดีไพเราะ และเก่งมาก ๆ คนหนึ่ง เสียดายค่ะ และ ขอบคุณการทำงานอย่างหนักเพื่อประเทศชาติในตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาครับ เป็นต้น

โดยวันนี้บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลในเช้าวันเดียวกันนี้ เป็นไปอย่างเงียบเหงามีเพียงบรรดาสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ และข้าราชการที่เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ในส่วนของนักการเมืองยังไม่มีบุคคลใดเข้ามา 

ส่วนบรรยากาศบนตึกไทยคู่ฟ้า ยังไม่มีความเคลื่อนไหว ประตูยังคงปิดเงียบไม่มีบุคคลใดเข้าและออก  และในเวลา 14.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรักษาการรมว.พาณิชย์ ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีรักษาการเป็นครั้งแรกที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

'สมภพ' แนะ!! คนไทยบางกลุ่มที่กำลังสิ้นหวังกับประเทศไทย อย่าฝืนใจทนทุกข์ต่อไป แต่ 'สละสัญชาติ-ความเป็นคนไทย' ก่อน

(15 ส.ค. 67) จากเฟซบุ๊ก 'Sompob Pordi' ของ นายสมภพ พอดี นิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความแนะนำ 'เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน' ที่นำเสนอเนื้อหาในหัวข้อ #วันที่บ้านดูไร้ความหวัง ระบุว่า...

วันนี้เรียกหาเด็กเก่ง เด็กดี

วันก่อนเห็นบอกว่า...
- อย่าสอนให้ปลาขึ้นต้นไม้
- อย่ากดดันเด็กเรื่องเรียน
- อย่าสอบวัดผลการเรียนของเด็ก
- อย่าบังคับฝืนใจเด็กด้วยเครื่องแบบ ทรงผม
- อย่าลงโทษเด็กเมื่อทำผิด
ฯลฯ

เด็กเก่ง เด็กดี ไม่ได้เกิดขึ้นเองจากอากาศธาตุ ต้องใช้เวลาสร้าง ต้องใช้ความรู้สติปัญญา ความรัก ความใส่ใจ ดูแล อบรม สั่งสอน ปลูกฝัง

เด็กเก่ง เด็กดี ไม่ใช่เด็กที่อ่อนแอ อ่อนไหว ใจเสาะ เปราะบาง เหมือนแก้วเจียระไน ไม่รู้จักหน้าที่ ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่รู้จักกฎ ไม่ยอมรับกติกา ไร้วินัย ไม่มีมารยาท ไม่รู้จักกาลเทศะ เนรคุณ ชังชาติ ดูถูกดูแคลน เหยียดหยามแผ่นดินเกิด

คนไทยคนไหนใครสิ้นหวัง ไม่ว่าจะหัวหงอกหัวดำก็ไปซะเถอะ อย่าฝืนใจต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ต่อเลย สละสัญชาติ สละความเป็นคนไทยก่อนด้วย

แล้วให้คนที่ไม่สิ้นหวัง ที่เคยช่วยกันสร้างบ้านสร้างเมือง สร้างโรงเรียน สร้างโรงพยาบาล สร้างถนน รถไฟฟ้า ท่าเรือ สนามบิน ไฟฟ้า ประปา โทรคมนาคม สร้างศิลปวัฒนธรรม สร้างความเป็นไทย ที่คนทั้งโลกเขาเห็น เขาชื่นชม สร้างต่อไป

แต่ขอว่าอย่ากลับมาละกัน

'กฟผ.' ชวนเยาวชน 'เรียนรู้-เปิดประสบการณ์' อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ในมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 16-25 สิงหาคมนี้ ที่เมืองทองธานี

เมื่อวานนี้ (14 ส.ค.67) กฟผ. ขอชวนเยาวชนร่วมงาน มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2567 เรียนรู้ ‘โลกไฟฟ้ายั่งยืน Into Sustainable World’ ร่วมผจญภัยพร้อมสัมผัสประสบการณ์การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม รับพาสปอร์ตสะสมแต้มจากภารกิจ 4 โซน ทั้งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด โดยเฉพาะโซลาร์เซลล์ลอยน้ำระบบไฮบริด การเรียนรู้ประโยชน์ของต้นไม้ที่ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งวิธีการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านห้องเรียนสีเขียว ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EleX by EGAT ร่วมตะลุยค้นหาศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษมากมาย พลาดไม่ได้กับกิจกรรมบนเวที และการแข่งขัน E-Sport กับโค้ชทีมชาติ ในวันที่ 16-25 สิงหาคม 2567 เวลา 09.00-19.00 น. ณ อาคาร 12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

‘สุทิน’ การันตี ‘ชัยเกษม’ สุขภาพดี แข็งแรง ไม่มีปัญหา ความรู้ความสามารถประสบการณ์ไม่ได้เป็นรองใคร

(15 ส.ค. 67) ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและรักษาการรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม สส. พรรคเพื่อไทย ถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เรียกแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเข้าหารือที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนมองว่าแทรกแซงจากบุคคลภายนอก ว่า เขารู้จักกันก็เรียกไปปรึกษาหารือเป็นธรรมดา ไม่มีอะไรเป็นทางการ ปรึกษาหารือธรรมดา

ต่อข้อคำถามว่า ‘ห่วงว่าจะมีคนยื่นเอาผิดภายหลังหรือไม่ กรณีคนนอกเข้ามาแทรกแซงพรรค?’ นายสุทิน กล่าวว่า ไม่น่ามีอะไรถึงขั้นนั้น เพราะสถานการณ์เป็นแบบนี้ คนรู้จักกัน ต้องหารือกัน ซึ่งการหารือดังกล่าว ไม่ใช่การเคาะชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ให้เสนอชื่อโหวตเป็นนายกฯ ทั้งนี้ชื่อดังกล่าวเป็นการคาดหมายกันเท่านั้น เพราะการเสนอชื่อต้องเป็นมติพรรคที่ต้องออกมาอย่างเป็นทางการ

เมื่อถามถึง ‘ความพร้อมของนายชัยเกษมต่อการรับตำแหน่งนายกฯ เพื่อบริหารประเทศ’ นายสุทิน กล่าวว่า ดูแล้วล่าสุดนายชัยเกษมสุขภาพดี แข็งแรง ไม่มีปัญหา และโดยความรู้ความสามารถประสบการณ์ไม่ได้เป็นรองใคร ดังนั้นหากพรรคเพื่อไทยมีมติเสนอชื่อนายชัยเกษมต่อสภาฯ มั่นใจว่า จะได้รับเสียงโหวตเพราะพรรคเห็นด้วย แต่หากที่ประชุมมีมติไม่ส่งชื่อนายชัยเกษมแสดงว่าพรรควิเคราะห์แล้วว่าไม่ได้รับการยอมรับ 

“เราเป็นพรรคเดียวกันและทำงานต่อเนื่อง ไม่มีปัญหาต่อความเชื่อมั่น อีกทั้งยังทำงานเป็นทีมและมีทีมที่ดีจึงไปต่อไป ทั้งนี้ผมเชื่อว่าหากสส. และสภาฯ ยอมรับก็ขายได้ ส่วนประชาชนจะยอมรับหรือไม่ ที่ผ่านมานายชัยเกษมเสนอตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ ตั้งแต่ต้น ถือว่าผ่านการเสนอตัวและพิจารณาจากประชาชนมาแล้ว” นายสุทิน กล่าว

เมื่อถามถึง ‘ปรับเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรีหลังจากนี้’ นายสุทิน กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องรอหลังจากได้ตัวนายกฯ แล้ว

สุดท้ายเมื่อถามย้ำว่านายสุทิน ‘ยังดำรงตำแหน่งรมว.กลาโหมต่อหรือไม่’ นายสุทิน กล่าวว่า ไม่แน่ เรากำหนดตัวเองไม่ได้ ไม่รู้จะอยู่ที่ไหนอย่างไร เมื่อถามว่าเหนื่อยหรือยังกับตำแหน่งนี้ นายสุทิน กล่าวว่า “ยังฟิตอยู่ อยู่ที่โอกาส” 

จัดยิ่งใหญ่! สถาบันพระปกเกล้า-วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เปิดสนามศุภชลาศัย เตรียมระเบิดศึก ฟุตบอลประเพณี “รักเมืองไทย” ครั้งที่ 2

เมื่อวานนี้ (14 ส.ค.67) ที่ โรงแรม Siam At Siam Hotel รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ รองเลขาธิการ ในฐานะ (ผู้แทนเลขาธิการ) สถาบันพระปกเกล้า พล.ท.ทักษิณ สิริสิงห ผู้อำนวยการ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร คุณอรรถพล เสื้อคำรณ ประธานจัดงาน ปปร.27 พล.ท.ฐิตวัชร์ เสถียรทิพย์ อดีตประธานรุ่น และประธานที่ปรึกษา วปอ.66 คุณวิกร ภูวพัชร์ ประธานจัดงาน วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พ.ต.อ.อาภากร โกมลสุทธิ หัวหน้าทีมฟุตบอล สถาบันพระปกเกล้า และ พลเรือตรี วิชาญ วันทนี่ยกุล หัวหน้าทีมฟุตบอล วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ร่วมแถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอลประเพณี "รักเมืองไทย" ครั้งที่ 2 โดย สถาบันพระปกเกล้า และ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ รองเลขาฯ สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยว่า กิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อ และสร้างจิตสำนึกให้สังคมเห็นถึงความปรองดองสมานฉันท์ นำพาประเทศ ก้าวข้ามความขัดแย้งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ เนื่องจากทั้ง 2 สถาบัน เป็นสถาบันหลักของประเทศที่ให้ความรู้ และผลิตบุคลากรของชาติ ระดับคุณภาพอย่างมากมาย ซึ่งการแข่งขัน ยึดรูปแบบฟุตบอลประเพณี "จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์" ที่โด่งดังมาช้านาน เป็นโมเดล

ด้าน พล.ท.ทักษิณ สิริสิงห ผู้อำนวยการ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
เปิดเผยว่า การแข่งขันฟุตบอลประเพณี “รักเมืองไทย” ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นจากความสำเร็จจากกิจกรรมครั้งที่ 1 เป็นการสร้างโอกาสให้นักศึกษาในอดีตและปัจจุบันของทั้งสองสถาบัน ได้พบปะและสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น พร้อมเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านประชาธิปไตยและความปรองดองในสังคม ผ่านกีฬาฟุตบอลเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ 

งานนี้เป็นความร่วมมือจากนักศึกษาทั้ง 2 สถาบัน โดยเฉพาะ นักศึกษาหลักสูตร ปปร. รุ่น 27 และ วปอ. รุ่น 66 ที่เป็นเหมือนเจ้าภาพและแกนหลักการจัดงาน รวมถึงพลังความร่วมมือจากนักศึกษาหลักสูตรต่างๆจากสองสถาบัน อาทิ สสสส. ปรม. ปศส. ปนป. SML วปอ.บอ.

ทางด้าน คุณวิกร ภูวพัชร์ ประธานจัดงาน วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เปิดเผยว่า การแข่งขันฟตบอลประเพณี "รักเมืองไทย" ครั้งที่ 1 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2566 ณ สนามศุภชลาศัย กรีทาสถานแห่งชาติ แข่งขันกัน 2 ประเภท คือ Junior กับ Senior ในครั้งนี้มีการแข่งขันประเภท Young เพิ่มเข้ามา เพื่อผลักดันคนรุ่นใหม่ ที่มีความสามารถในทางกีฬา และเพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของรุ่นก่อน สืบไปในอนาคต

คุณอรรถพล เสื้อคำรณ ประธานจัดงาน ปปร.27 เปิดเผยว่า ฟุตบอลประเพณี "รักเมืองไทย" ครั้งที่ 2 เริ่มแข่งขันวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ.2567 ณ สนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ เริ่มตั้งแต่เวลา 15:30 น. จะมีการแข่งขันฟุตบอลคู่แรก ประเภท Young และการแข่งขันฟุตบอลคู่ที่ 2 ประเภท Junior ในเวลา 16.45 น. และจะทำพิธีเปิดการแข่งขันพร้อมการแสดงขบวนพาเหรดของศิษย์ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร - สถาบันพระปกเกล้า และการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน ก่อนจะมีการแข่งขันฟุตบอลคู่ที่สาม ประเภท Senior ในเวลา 19.00 น และพิธีมอบรางวัล ในเวลา 20.35 น.

‘ผู้เขียนบท 2475 รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ’ เผยความโชคร้ายของไทยคือการเกิด ‘ศาลพิเศษ’ ในยุคของ จอมพล ป.

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 67 พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้จัดกิจกรรมเสวนา 'มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้างร่างที่เป็น' และรับชมภาพยนตร์ 2475 รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ ณ ห้องประชุมชั้น 12 อาคารศรีศรัทธา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

สำหรับการเสวนาในหัวข้อ 'มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้างร่างที่เป็น' นั้น หนึ่งในวิทยากรที่ขึ้นบรรยายได้แก่ นางสาวปัณฑา สิริกุล ผู้เขียนบทภาพยนตร์แอนิเมชัน ‘2475 Dawn of Revolution รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ’ ได้เล่าถึงเส้นเรื่องของประวัติศาสตร์และตั้งข้อสังเกตถึงบางช่วงบางตอนของประวัติศาสตร์ที่ไม่ปรากฏในตำราและหนังสือใด ๆ โดยเฉพาะการฉ้อโกง และดำเนินคดีกับผู้เห็นต่างทางการเมืองของคณะราษฎร ประกอบกับการนำข้อมูลของศาลพิเศษของหลวงพิบูลสงครามมาเป็นข้อมูลประกอบในหนังสือซึ่งขาดความน่าเชื่อถือ เพราะจากการสืบค้นและตรวจสอบข้อมูลพบว่า การให้การภายในศาลพิเศษนั้น ล้วนเต็มไปด้วยคำให้การเท็จเป็นจำนวนมาก

ในบางช่วงบางตอน โดยนางสาวปัณฑาระบุถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุกบฏบวรเดชว่า “ความโชคร้ายของประเทศไทย คือ…กบฏบวรเดชทำให้เกิดหลวงพิบูลสงครามขึ้น และต่อมาก็เกิดศาลพิเศษ ที่จำเลยไม่มีทนาย ไม่มีการอุทธรณ์หรือฎีกา เมื่อพิพากษาเสร็จให้บังคับคดีได้เลย”

‘มีอา เลอ ลูซ์’ นางงามหูหนวกคนแรก คว้ามงกุฎ 'มิสแอฟริกาใต้' เจ้าตัวลั่น!! ชัยชนะครั้งนี้ หวังเป็นแรงใจของผู้ที่ถูกกีดกันทางสังคม

(14 ส.ค. 67) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีอา เลอ ลูซ์ (Mia le Roux) วัย 28 ปี หญิงสาวผู้พิการหูหนวกคนแรกที่คว้ามงกุฎ 'มิสแอฟริกาใต้' ไปครองได้สำเร็จ ซึ่งการประกวดเต็มไปด้วยดรามาถึงขั้นทำให้หนึ่งในนางงามผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายต้องถอนตัวออกไป หลังจากถูกโจมตีเรื่องที่เธอมีเชื้อสายของชาวไนจีเรีย

สำหรับ 'มีอา เลอ ลูซ์' ได้รับการวินิจฉัยจากทางแพทย์ว่าเธอมีอาการหูหนวก คือไม่ได้ยินเสียงใด ๆ แม้จะเป็นเสียงตะโกน ในตอนที่เธออายุเพียง 1 ขวบเท่านั้น และต้องรับการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม เพื่อช่วยให้เธอได้ยินเสียงบ้าง และต้องใช้เวลาถึง 2 ปีในการบำบัดการพูดก่อนที่เธอจะพูดคำแรกได้

'มีอา เลอ ลูซ์' กล่าวว่า เธอคือหญิงหูหนวกชาวแอฟริกาใต้อย่างภาคภูมิใจ และเธอรู้ดีว่ามันรู้สึกอย่างไรเวลาถูกกีดกัน หวังว่าชัยชนะของเธอจะช่วยเหล่าผู้ที่รู้สึกว่าถูกกีดกันทางสังคม ให้บรรลุความฝันของพวกเขาเหมือนกับเธอ 

อย่างไรก็ตาม การประกวดเวทีนางงามแอฟริกาใต้ท่านนี้ ถือว่าเป็นเวทีที่เต็มไปด้วยดรามาหนัก ทั้งเรื่องการกีดกันทางเชื้อชาติ โดยมีนางงามวัย 23 ปี ได้ถอนตัวจากการประกวดหลังแม่ของเธอถูกกล่าวหาว่าขโมยตัวตนของหญิงอเมริกาใต้คนหนึ่งมาเป็นของตัวเอง ซึ่งนางงามวัย 23 ปีท่านนี้ กำลังตกเป็นเหยื่อของ ‘การเกลียดชังคนดำโดยคนดำ’

‘ไทย-จีน’ เตรียมเปิดฉากซ้อมรบร่วมทางอากาศ ‘Falcon Strike 2024’ หวังเพิ่มพูนทักษะต่อสู้ พร้อมกระชับแลกเปลี่ยนความร่วมมือเชิงปฏิบัติ

(14 ส.ค.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงกลาโหมของจีนประกาศว่า จีนและไทยจะจัดการซ้อมรบร่วมทางอากาศ ‘ฟอลคอน สไตรค์ 2024’ (Falcon Strike-2024) ในเดือนสิงหาคมนี้ โดยการซ้อมรบเป็นไปตามแผนความร่วมมือประจำปีระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ

ทั้งนี้ กระทรวงฯ ระบุว่า การซ้อมรบจะจัดขึ้นที่ฐานทัพอากาศของไทย และจีนจะจัดส่งเครื่องบินหลายประเภทและกองกำลังพิเศษเข้าร่วมการซ้อมรบ โดยเป้าหมายของการซ้อมรบร่วมครั้งนี้คือเพิ่มพูนทักษะการต่อสู้ของกองกำลังที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกระชับการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือเชิงปฏิบัติ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top