Tuesday, 11 August 2026
Hard News Team

'นักเขียนรางวัลซีไรต์' ฟาด 'ด้อมส้ม' ไม่ต้องบอกว่าเจ็บปวด เพราะตอน 'ใส่ร้ายเจ้า-มุ่งล้มเจ้า' คนอื่นเขาเจ็บปวดมากกว่า

(14 ส.ค. 67) วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

เมิงไม่ต้องบอก บอกว่าเจ็บปวด
ตอนพวกเมิงใส่ร้ายเจ้า เหยียดหยามเจ้า
มุ่งล้มเจ้า คนค่อนประเทศ
เขาเจ็บปวดมากกว่าพวกเมิงนัก!

โพสต์ดังกล่าวสืบเนื่องจาก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยสั่งยุบพรรคก้าวไกลในคดีล้มล้างการปกครอง ทำให้ด้อมส้ม แสดงความไม่พอใจถึงคำวินิจฉัยดังกล่าว

'เพจน้องอิคคิว' แจง!! คลิปรูบิคที่นำมาลง ล้วนได้รับอนุญาตจากบุคคลนั้นๆ ด้านแฟนคลับย้ำ!! อย่าหยุดความชื่นชอบ เพราะแค่กลุ่มคนทัศนคติไม่ดี

(14 ส.ค.67) จากเพจ 'Ik-Q & LeBron Family Fun' ซึ่งเผยแพร่ผลงานของ 'น้องอิคคิว-เอกภูมิ ศิริศักดิ์ไพศาล' เซียนรูบิคตัวน้อย ที่กำลังกลายเป็นไวรัลบนโลกโซเชียล ได้โพสต์ข้อความชี้แจง ระบุว่า...

"จากนี้ไป คลิปรูบิคที่ทางช่องนำมาลง คืองานคอนเทนต์ที่ได้รับอนุญาตจากบุคคลนั้น ๆ แล้วเท่านั้น และจะไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้น" เว้นแต่บุคคลในรูปมีความประสงค์ที่จะขอซื้อ!!

ที่ผ่านมาเราไม่ชัดเจนเอง ทำให้คนบางส่วนไม่เข้าใจ และนำไปให้ข้อมูลผิดเพี้ยน หรือปั่นกระแสเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง 

เราต่อรูบิคมาทั้งหมด 72 รูปโดยประมาณ เพื่อทำคอนเทนต์เท่านั้น มีเพียง 3 รูปที่บุคคลในภาพมีความประสงค์ที่จะขอซื้อ และไม่มีรูปไหนได้เกิน 25,000 บาท (ทุน 22,000 บาท) เพราะเราบอกเขาว่าเราเอาเท่าทุน เพื่อนำไปซื้อรูบิคมาต่อใหม่ ยกเว้น รูบิค บอสชาตรี ที่ให้รางวัลซุปเปอร์แฟน 

นอกนั้นไม่มีรูปไหนเลยที่เราขาย ยกเว้นงานจ้าง แต่คนเข้าใจว่าเราขาย เข้าใจว่าเรายกไปให้ คลิปที่ยกไปให้เกิดจาก คนที่จ้างต่อรูบิค ต้องการให้เราเอาไปมอบให้ถึงมือเท่านั้น

ในตอนแรกเราจะให้น้องหยุดต่อรูบิค และทำด้านอื่น ๆ ที่น้องทำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น การตีกลอง การเล่นบาส การรีวิวของเล่นและสถานที่ท่องเที่ยว เพราะน้องทำยูทูบ เพื่ออยากหารายได้ด้วยตัวเอง และนำไว้เป็นค่ารักษาดวงตาน้องมาตลอดตั้งแต่ 7 ขวบ 

แต่มีพี่ ๆ เยอะมากสนับสนุนให้น้องต่อรูบิคที่น้องชอบต่อไป และอย่าหยุดความฝันความชอบน้อง เพราะคนกลุ่มเล็ก ๆ หรือ คนทัศนคติไม่ดี 

พ่อและแม่เลยตัดสินใจที่พร้อมจะสนับสนุนในสิ่งที่ลูกทำและมีความสุขต่อไปครับ

เราขอขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจและสนับสนุนเรา เราจะพยายามสื่อสารให้ชัดเจนและตรงไปตรงมาในอนาคต เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและสร้างคอนเทนต์ที่ดีต่อไปครับ

‘ผู้เขียนบท 2475 รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ’ เผยคำพูด ‘พระองค์เจ้าบวรเดช’ ทูลต่อในหลวง ร.7 หากไม่พระราชทานรัฐธรรมนูญ จะเกิดการปฏิวัติ

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 67 พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้จัดกิจกรรมเสวนา 'มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้างร่างที่เป็น' และรับชมภาพยนตร์ 2475 รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ ณ ห้องประชุมชั้น 12 อาคารศรีศรัทธา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

สำหรับการเสวนาในหัวข้อ 'มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้างร่างที่เป็น' นั้น หนึ่งในวิทยากรที่ขึ้นบรรยายได้แก่ นางสาวปัณฑา สิริกุล ผู้เขียนบทภาพยนตร์แอนิเมชัน ‘2475 Dawn of Revolution รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ’ ได้เล่าถึงเส้นเรื่องของประวัติศาสตร์และตั้งข้อสังเกตถึงบางช่วงบางตอนของประวัติศาสตร์ที่ไม่ปรากฏในตำราและหนังสือใด ๆ โดยเฉพาะการฉ้อโกง และดำเนินคดีกับผู้เห็นต่างทางการเมืองของคณะราษฎร ประกอบกับการนำข้อมูลของศาลพิเศษของหลวงพิบูลสงครามมาเป็นข้อมูลประกอบในหนังสือซึ่งขาดความน่าเชื่อถือ เพราะจากการสืบค้นและตรวจสอบข้อมูลพบว่า การให้การภายในศาลพิเศษนั้น ล้วนเต็มไปด้วยคำให้การเท็จเป็นจำนวนมาก

โดยนางสาวปัณฑาได้เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งพระองค์เจ้าบวรเดช เข้ากราบทูลต่อในหลวง รัชกาลที่ 7 เกี่ยวกับการพระราชทานรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า “พระองค์เจ้าบวรเดช เคยทูลรัชกาลที่ 7 ว่า…ถ้าท่านไม่พระราชทานรัฐธรรมนูญ ก็อาจจะมีการปฏิวัติเกิดขึ้น”

กำลังพล สอ.รฝ. กายพร้อม ใจพร้อม ก่อนปฏิบัติราชการภาคใต้

รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ ฐท.สส. โดย นาวาโท สมบูรณ์ ดอนสนธิ์ หน.จิตวิทยาทางการแพทย์ กองสุขภาพจิต ดำเนินกิจกรรม “เตรียมความพร้อม ด้านสุขภาพจิตทหาร“ แก่กำลังพล สอ.รฝ. ก่อนออกปฏิบัติราชการ ฉก.นย.ทร./ฉก.นย.ภต. ชุด รปภ.สนามบิน จว. นราธิวาส ณ อาคารเอนกประสงค์ สอ.รฝ. อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ทัพเรือไทย-เวียดนาม ประชุม Navy to Navy Talks ครั้งที่ 4

พล.ร.ต.เทพฤทธิ์ ลาภเหลือ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารเรือ และคณะผู้แทน ทร.ไทย ร่วมประชุม Navy to Navy Talks ครั้งที่ 4 กับ พล.ร.ต.Nguyen Viet Khanh รองเสนาธิการทหารเรือเวียดนาม และคณะผู้แทน ทร.เวียดนาม ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ

โดยการประชุมเป็นไปด้วยความราบรื่น มีประเด็นหารือ สรุปได้ดังนี้

1.การแลกเปลี่ยนด้านการศึกษา ซึ่งผู้แทน ทร.ไทย แจ้งให้ทราบถึงการเสนอที่นั่งหลักสูตร รร.สธ.ทร. และ วทร. โดยเสนอที่นั่งหลักสูตร รร.สธ.ทร. ให้กับ ทร.เวียดนาม เป็นประจำทุกปี และเสนอที่นั่งหลักสูตร วทร. ให้กับ ทร.เวียดนาม ในปี 2570
2.การแลกเปลี่ยนด้านการข่าว  ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ถึงความสำคัญของการประชุมแลกเปลี่ยนข่าวสาร ซึ่งใช้เป็นเวทีสำคัญในการเเลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารสำคัญต่างๆ ระหว่างกัน และเห็นพ้องให้ ทร.เวียดนาม เป็นเจ้าภาพการประชุมใน ครั้งต่อไป
3.การลาดตระเวนร่วมและความร่วมมือด้านยุทธการ
3.1 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ดำรงการลาดตระเวนร่วม จำนวน 2 ครั้งต่อปีไว้ซึ่งในปีงบประมาณ 2568 ทร.ไทย มีแผนที่จะทำการลาดตระเวนร่วม ครั้งที่ 50 ในเดือน พ.ย.67 และครั้งที่ 51 ในเดือน เม.ย.68 โดย ทร.ไทย มีแผนที่จะเข้าเยี่ยมเมืองท่าเวียดนาม ภายหลังจากเสร็จสิ้นการการลาดตระเวนร่วมครั้งที่ 51
3.2 ผู้แทน ทร.ไทย ได้เสนอร่างแผนการลาดตระเวนร่วม 2571 - 2580 เพื่อเป็นการกำหนดกรอบการดำเนินการลาดตระเวนร่วม ระหว่าง ทร.ทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้แผนดังกล่าว สามารถปรับเปลี่ยนได้ ตามที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกัน
3.3 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้มีการจัดการแลกเปลี่ยนความรู้ของผู้เชี่ยวชาญ ในโอกาสที่การเยือน การประชุม หรือการเยี่ยมเมืองท่าของเรือรบ หรือโอกาสอื่นๆ ที่เอื้ออำนวย เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกำลังพลทั้งสองฝ่าย
4. เรื่องอื่นๆ
4.1 ผู้แทน ทร.ไทย เสนอขอเข้าเยี่ยมชมหน่วยป้องกันฝั่งและระบบอาวุธนำวิถียิงจากฝั่ง ต่อต้านเรือรบผิวน้ำระยะไกล ซึ่ง ทร.เวียดนาม มีความยินดีให้เยี่ยมชมในการไปประชุมที่เวียดนาม ในครั้งต่อไป
4.2 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้จัดการประชุม NTNT ครั้งต่อไป ณ เวียดนาม ในไตรมาสที่ 2 หรือ 3 ของปี 2568 อีกด้วย

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645 

14 สิงหาคม พ.ศ. 2488 ‘สงครามโลกครั้งที่ 2’ ยุติลงอย่างเป็นทางการ หลัง ‘ญี่ปุ่น’ ประกาศยอมแพ้ต่อฝ่ายสัมพันธมิตร

วันนี้เมื่อ 79 ปีก่อน ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ต่อฝ่ายสัมพันธมิตร ส่งผลให้ ‘สงครามโลกครั้งที่ 2’ (World War II) ในแปซิฟิก-เอเชีย ยุติลงอย่างเป็นทางการ

14 สิงหาคม พ.ศ. 2488 สงครามโลกครั้งที่ 2 (World War II) ในแปซิฟิก-เอเชีย ยุติลงอย่างเป็นทางการ (หากนับตามเวลาในญี่ปุ่นจะเป็นวันที่ 15) โดย พระจักรพรรดิ ฮิโรฮิโต (Emperor Hirohito) แห่งญี่ปุ่นทรงประกาศยอมแพ้ต่อฝ่ายสัมพันธมิตรผ่านทางวิทยุกระจายเสียงทั่วญี่ปุ่น (นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นกว่าพันปี ที่คนญี่ปุ่นได้ยินเสียงจักรพรรดิของตน) ภายหลังจากที่สหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูสองลูกเมื่อวันที่ 6 และ 9 สิงหาคม ที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ ส่งผลให้ฝ่ายญี่ปุ่นบาดเจ็บและเสียชีวิตนับล้านคน บ้านเมืองเสียหายยับเยิน

พระจักรพรรดิ ฮิโรฮิโต ทรงเรียกร้องให้คณะรัฐบาลญี่ปุ่นยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อรักษาชาติพันธุ์ญี่ปุ่น ให้ยอมรับ ‘ข้อตกลงพอตสดัม’ (Potsdam Declairation) และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาโมรุ ชิเกะมึทซึ (Mamoru Shigemitsu) กับ นายพล โยชิจิโร คุเมซุ (Yoshijiro Umezu) ลงนามในสัญญาสงบศึก (Japanese Instrument of Surrender) กับ นายพล แมคอาเธอร์ (Douglas MacArthur) ท่ามกลางสักขีพยานจากประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรอื่น ๆ บนดาดฟ้าเรือประจัญบาน มิสซูรี (USS Missouri) เหนืออ่าวโตเกียวในวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2488 ซึ่งได้มีการเผยแพร่ภาพไปทั่วโลกด้วย

จับพิรุธ 'พรรคส้มใหม่' เหตุไฉนเมิน 'ไหม' เลือกไพ่ 'เท้ง-ติ่ง' หรือจะเป็น 'ดีลลับ' ระหว่างสองผู้นำทางจิตวิญญาณ

ย้อนอดีตแวดวงขบวนการนักศึกษาไทยจะพบว่า ปี 2519 ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) ปิดฉากลงด้วยเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 โดยสุธรรม แสงประทุม (ปัจจุบัน สส.เพื่อไทย) เป็นเลขา ศนท.คนสุดท้าย...

ปี 2527 หลังยุค 'เราไม่มีเวลาทะเลาะกันอีกแล้ว' ภายใต้ประชาธิปไตยครึ่งใบ ได้กำเนิดสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) เลขา สนนท.คนแรกคือ ฉัตรชัย อัครมณี จากธรรมศาสตร์ และ สนนท.ปิดฉากลงปี 2556 เลขาคนสุดท้ายคือ สุพัฒน์ อาษาศรี จากรามคำแหง...

ปี 2538 เลขา สนนท.ชื่อ สุริยะใส กตะศิลา จาก ม.เกษตรฯ (ปัจจุบันคณบดีฯ ม.รังสิต) รองเลขา สนนท.ขณะนั้นคือ ธนพล อิ๋วสกุล (บก.ฟ้าเดียวกัน) มันสมองคนสำคัญของเครื่องจักรสีส้ม

ปี 2541 เลขา สนนท.คือ 'ต๋อม' ชัยธวัช ตุลาธน จากจุฬาฯ ปัจจุบันคือ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล หมาดๆ 

ปี 2543 เลขา สนนท.คือ 'ติ่ง' ศรายุทธ ใจหลัก จาก ม.เกษตรฯ รองเลขาฯ คือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากธรรมศาสตร์ ปัจจุบันคือ ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคสีส้ม...

วันสองวันนี้ช่วงการเปลี่ยนผ่านจากพรรคก้าวไกล เป็น พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล และเป็น พรรคประชาชน ในชั่วข้ามคืน...หลายสื่อนำเสนอภาพ 'ไอ้หนุ่มผมยาว' มาดเซอร์ 3 คน ยืนกอดคอกันประกอบด้วย 'ต๋อม-เอก-ติ่ง'

ไฮไลต์การเปลี่ยนแปลงของพรรคสีส้มในนามพรรค 'ประชาชน' ยุคสามเหลี่ยมหัวกลับรอบนี้ นอกเหนือจากเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ ที่พรรคส้มไม่เลือก 'ไหม' ศิริกัญญา ตันสกุล แต่เลือก 'เท้ง' ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แล้ว อีกไฮไลต์ที่ต้องขีดเส้นใต้ห้าเส้นก็คือ...

การที่ 'เอก ธนาธร' ดันเพื่อนเลิฟที่อยู่หลังบ้าน เป็นผอ.พรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกล อย่างแข็งแรงมา 5-6 ปีอย่าง 'ติ่ง ศรายุทธ' มาเป็นเลขาธิการพรรค...นับเป็นการทิ้งไพ่ใบสำคัญ...

'ติ่ง ศรายุทธ' เป็นคนใต้ที่มีอัธยาศัยไมตรีและความรู้ความสามารถดีมากคนหนึ่ง ที่สำคัญได้ช่วยเหลือดูแลธุรกิจที่ สปป.ลาว ของธนาธรและครอบครัวมาหลายปีดีดัก ก่อนถูกดึงเข้ามาช่วยงานการเมือง...

การลาก 'ติ่ง ศรายุทธ' มายืนอยู่แถวหน้าบนตำแหน่งสำคัญ ก็คงเพื่อให้ช่วยประคับประคองหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่แม้จะมีแสงในตัวเองระดับหนึ่ง แต่ความเฉียบคมและกลมกล่อมทางการเมือง ยังไม่น่าจะเพียงพอ...ผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคส้ม จึงต้องยอมงัดไพ่ใบสำคัญมาเล่น...เพื่อให้พรรคสีส้มเดินหน้าต่อไป รอท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพในปี 2573 ที่วันที่คนชื่อ 'ธนาธร' พ้นโทษเว้นวรรคสิบปี...

แต่นักสังเกตการณ์ทางการเมืองและเอฟซีของพรรคส้มจำนวนไม่น้อย 'เสียดาย' ที่พรรคไม่เลือก 'ไหม' ศิริกัญญา มาเป็นแม่ทัพประกบประดับหรือเปรียบเทียบกับ 'นายน้อย' แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้ชนะกันแบบเห็น ๆ...

บางคนบางกลุ่ม ก็อดที่จะอดคิดไม่ได้ว่า...หรือนี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งดีลลับระหว่างสองผู้นำทางจิตวิญญาณที่ชื่อ...ทักษิณกับธนาธร..!?

'องค์กรไม่แสวงหากำไรในสหรัฐฯ’ แจ้งเตือน 'ไทย' เตรียมรับมือด่วน หลังพบเรือขนขยะพิษจากแอลเบเนียกว่า 100 ตู้กำลังจะถึงแหลมฉบัง

(13 ส.ค.67) Spacebar รายงานว่า ‘Basel Action Network’ องค์กรไม่แสวงหากำไรในสหรัฐฯ ที่ติดตามการส่งออกของเสียที่เป็นพิษ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยแจ้งเตือนมาเลเซียถึงการขนส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ผิดกฎหมาย และได้แจ้งประเทศไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวที่ทางองค์กรเชื่อว่าเต็มไปด้วยฝุ่นเตาเผาไฟฟ้าที่อาจเป็นอันตรายกำลังมุ่งหน้าสู่ประเทศไทย ณ ท่าเรือแหลมฉบัง

นอกจากนี้ ยังพบว่าเรือลำหนึ่งที่บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ไม่ปรากฏบนบริการติดตามตำแหน่งทางทะเลอีกต่อไป จากนั้นเรือก็จอดเมื่อเข้าใกล้เมืองเคปทาวน์เมื่อปลายเดือนที่แล้ว หลังจากที่ ‘Basel Action Networ’ ระบุว่าได้แจ้งเตือนเจ้าหน้าที่แอฟริกาใต้เกี่ยวกับการขนส่งดังกล่าว 

เจ้าหน้าที่ไทยได้รับแจ้งว่าตู้คอนเทนเนอร์ถูกบรรทุกขึ้นเรือที่แอลเบเนียเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม และกำลังดำเนินการร่วมกับหน่วยงานในแอลเบเนียและสิงคโปร์เพื่อระงับการขนส่งดังกล่าว ซึ่งเรือจะเข้าเทียบท่าในช่วงปลายเดือนนี้ 

กรมโรงงานอุตสาหกรรมของไทย ซึ่งมีหน้าที่ดูแลการจัดการขยะระหว่างประเทศระบุในอีเมลว่า “หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ได้รับแจ้งและไม่ได้ให้ความยินยอมสำหรับการขนส่งเหล่านี้ ขณะนี้เรากำลังประสานงานและติดตามเพื่อป้องกันการขนส่งที่ผิดกฎหมายเหล่านี้” 

สำหรับประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญกับขยะล้นประเทศที่มาจากประเทศพัฒนาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นขยะพลาสติกสกปรก ขยะอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจมีสารพิษเจือปนอยู่ด้วย  

โดยตามอนุสัญญาบาเซลของสหประชาชาติ (Basel Convention) ข้อตกลงระดับโลกที่ลงนามโดยหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องยินยอมให้ประเทศพัฒนาแล้วส่งขยะมาทิ้งในประเทศของตัวเอง 

อย่างไรก็ตาม จากรายงานของ ‘Basel Action Network’ ได้ระบุว่า ตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวอยู่บนเรือแคมป์ตัน และแคนเดอร์ของบริษัท A/S AP Moller-Maersk โดยทางบริษัทยืนยันว่าเรือบรรทุกสินค้า 2 ลำของบริษัทกำลังบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่มาจากแอลเบเนีย ซึ่งบริษัทเดินเรืออีกแห่งหนึ่งจองไว้ 

“ไม่มีตู้คอนเทนเนอร์ใดที่ถูกระบุว่ามีขยะอันตราย มิฉะนั้นแล้ว Maersk (เมิร์สก์) ก็คงปฏิเสธที่จะขนส่งตู้คอนเทนเนอร์เหล่านี้ เนื่องจากมีการคาดเดาเกี่ยวกับตู้คอนเทนเนอร์เหล่านี้ บริษัท Maersk จึงจะส่งมอบตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวให้กับบริษัทเดินเรือที่จองและรับผิดชอบต่อตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าว” ซัมเมอร์ ชี โฆษกหญิง ระบุในอีเมล 

ถึงกระนั้น ‘Basel Action Network’ ซึ่งร่วมกับกลุ่มสิ่งแวดล้อม ‘มูลนิธิบูรณะนิเวศ’ (EARTH) ก็ได้แจ้งเตือนประเทศต่าง ๆ มากมาย เมื่อทราบว่าฝุ่นจากเตาเผาไฟฟ้ามากกว่า 800 ตัน ถูกบรรทุกลงบนเรือในแอลเบเนีย จากนั้นจึงส่งต่อไปยังเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ของบริษัท Maersk ในเมืองทรีเอสต์ ประเทศอิตาลี โดยข้อมูลการขนส่งทางออนไลน์แสดงให้เห็นว่า เรือของบริษัทเมดิเตอร์เรเนียน ชิปปิ้ง (MSC) ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่งครั้งนี้ด้วย โดยมีประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทาง 

ทั้งนี้ ฝุ่นจากเตาเผาที่ต้องได้รับการบำบัดเป็นขยะอันตรายที่มักมาจากการรีไซเคิลเศษเหล็ก และมีออกไซด์โลหะที่เป็นพิษ เช่น แคดเมียมและโครเมียม ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม 

ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ติดตามตู้คอนเทนเนอร์ของ MSC ระบุอีกว่า “ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต จำนวน 40 ตู้ถูกโหลดขึ้นเรือ ‘Contship Vow’ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ท่าเรือดูร์เรสของแอลเบเนีย จากนั้นตู้คอนเทนเนอร์เหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังเรือแคมป์ตันของบริษัท Maersk ที่เมืองทรีเอสต์ ในอีกไม่กี่วันต่อมา และจะถูกส่งต่ออีกครั้งบนเรือ MSC ที่สิงคโปร์ในวันที่ 18 สิงหาคม” 

โดยเรือบรรทุกดังกล่าวมีกำหนดเดินทางถึงท่าเรือแหลมฉบังของไทยในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ ในขณะเดียวกัน การขนส่งตู้คอนเทนเนอร์จำนวนประมาณ 60 ตู้ ซึ่งเดิมบรรจุอยู่บนเรือ MSC จากแอลเบเนีย ก็กำลังมุ่งหน้าสู่สิงคโปร์บนเรือแคนเดอร์ของบริษัท Maersk ด้วยเช่นกัน 

ทว่า เรือแคมป์ตัน ได้ปิดการส่งสัญญาณตำแหน่งเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม โดยบริษัท Maersk กล่าวว่า “เรือลำนี้ไม่มีกำหนดแวะจอดที่แอฟริกาใต้ และไม่ใช่เรื่องแปลกที่เรือจะปิดการส่งสัญญาณตำแหน่งด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย” ปัจจุบันเรือลำนี้อยู่ในมหาสมุทรอินเดีย เพื่อมุ่งหน้าไปยังสิงคโปร์  

ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าเรือแคมป์ตันจะจอดที่สิงคโปร์ในวันที่ 14 สิงหาคม ส่วนเรือแคนเดอร์จะเดินทางถึงสิงคโปร์ในวันที่ 22 สิงหาคม ก่อนที่ตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเต็มไปด้วยฝุ่นเตาเผาจะมุ่งหน้าไปยังประเทศไทย 

“ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก เนื่องจากสิงคโปร์และไทยจะต้องดำเนินการเพื่อหยุดยั้งเรือเหล่านี้...แอลเบเนียควรนำตู้คอนเทนเนอร์กลับคืน เพื่อให้แน่ใจว่าขยะจะไม่ถูกส่งออกอีกครั้งไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ” จิม พักเก็ตต์ ผู้อำนวยการบริหารของ ‘Basel Action Network’ กล่าว 

‘ลิซ่า’ ยอมเรียนการแสดง เพื่อซีรีส์ ‘The White Lotus Season 3’ ชี้ เกือบร้องไห้ ตอนรู้ผลว่าแคสต์ผ่าน หลังย่องเงียบคัดตัวไม่บอกใคร

(13 ส.ค.67) นิตยสาร ELLE ได้ปล่อยภาพงานถ่ายแบบของ ‘ลิซ่า’ พร้อมบทสัมภาษณ์ของเธอออกมา ซึ่งเจ้าตัวได้เผยถึงที่มาที่ไปของการเดบิวต์การแสดงผ่านซีรีส์เรื่องดัง ‘The White Lotus Season 3’ ทางสถานี HBO

โดยซีรีส์เรื่อง The White Lotus จะเป็นการพูดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในโรงแรม และซีซั่นที่ 3 นี้ถูกถ่ายทำที่ภูเก็ต เกาะสมุย และกรุงเทพฯ

“พอมาถ่ายทำที่ประเทศบ้านเกิด หนูก็เลยได้กินอาหารไทยทุกวันเลยค่ะ แล้วก็ถือเป็นโอกาสดีที่ได้พาแม่มาอยู่ใกล้ชิดด้วยตอนระหว่างถ่ายทำ”

”จริง ๆ แล้วหนูไม่ได้บอกแม่ ไม่ได้บอกเพื่อนว่าไปออดิชันมา หนูเกือบร้องไห้เลยตอนรู้ผลว่าผ่านได้แสดงในเรื่องนี้ เพราะถือเป็นงานแสดงแรกของหนูเลย ทั้งตื่นเต้นและกังวลใจเวลาเดียวกัน ตอนที่รู้ผลข่าวเรื่องแคสต์งาน หนูมีความสุขอยู่แป๊บเดียวจากนั้นก็คิดได้ว่า ‘แล้วเราจะบอกคนอื่นเรื่องนี้ยังไงดี?’”

ทั้งนี้ ลิซ่า ไม่ได้บอกว่าเธอรับบทบาทเป็นอะไรในซีรีส์เรื่องนี้ แต่เจ้าตัวได้ทำการบ้านโดยการไปเรียนการแสดงกันเลยทีเดียว

“หนูลงเรียนการแสดงเลยค่ะ แต่ตอนแรกก็สงสัยเรื่องทักษะการแสดงของตัวเองเหมือนกัน แต่ก็เดาว่ามันคงจะคล้าย ๆ กับการถ่ายมิวสิควิดีโอ ก็หวังว่าแฟน ๆ จะชอบกันนะคะ ได้ดูเรื่องนี้ หนูว่าคนจะยิ่งรักเมืองไทยมากขึ้นค่ะ” ลิซ่า กล่าวด้วยความภูมิใจ

แม้จะก้าวเท้ามาชิมลางงานแสดง แต่เจ้าตัวก็ยังคงเป็นสมาชิกวง BlackPink หลังจากที่ทั้งวงได้ตัดสินใจต่อสัญญาแบบวงกับทาง YG Entertainment ต่อไปตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว แต่แยกย้ายกันในส่วนของงานเดี่ยวที่ต่างมีสังกัดของตนเองและสังกัดอื่นช่วยดูแล

“หนูภูมิใจที่ได้เป็น Blackpink และหนูก็รักสมาชิกวงทุกคน มันไม่ใช่แค่เพราะแฟน ๆ ของเรา แต่เพราะพวกเราเองด้วย ไม่ต้องสงสัยเลย นี่คือชีวิตของพวกเราค่ะ”

“สำหรับตัวหนูเองตอนที่เป็นเด็กฝึกหัดอายุ 13 ปี หนูอยากจะบอกกับเธอว่าให้เดินหน้าต่อ เธอคงจะไม่อยากทำลายทุกอย่างนี้ อย่าไปคิดมากถึงอนาคต และโฟกัสแค่สิ่งที่กำลังทำ อย่ายอมแพ้ อย่าเลิกทำ”

'อดีตนายกฯ บังกลาเทศ' แฉ!! ถูก US ปลุกระดมโค่นอำนาจ แก้แค้นไม่ยอมให้ตั้งฐานทัพ หากยอมแต่แรกอำนาจไม่หลุด

(13 ส.ค. 67) อดีตนายกรัฐมนตรีหญิง ชัยค์ ฮาสินา แห่งบังกลาเทศ ซึ่งถูกบีบให้ลาออกและหลบหนีออกนอกประเทศ ท่ามกลางการประท้วงใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กล่าวหาสหรัฐฯ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการขับไล่เธอพ้นจากอำนาจ

ระหว่างให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อีโคโนมิกไทม์ส ที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ (11 ส.ค.) ฮาสินา บ่งชี้ว่าเธออาจยังคงอยู่ในอำนาจต่อไป หากว่าเธอยินยอมอ้าแขนรับให้กองทัพสหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพในบังกลาเทศ

"ฉันลาออกแล้ว เพื่อที่ว่าฉันจะไม่ได้เห็นขบวนแห่ศพผู้เสียชีวิต พวกเขาต้องการก้าวเข้าสู่อำนาจด้วยศพของพวกนักศึกษา แต่ฉันไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น ฉันลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี" ฮาสินากล่าว "ฉันอาจยังคงอยู่ในอำนาจ หากว่าฉันยอมสละอธิปไตยของเกาะเซนต์มาร์ติน และเปิดทางให้อเมริกามีอิทธิพลเหนืออ่าวเบงกอล ฉันขอวิงวอนผู้คนในแผ่นดินของฉัน กรุณาอย่าถูกบิดเบือนด้วยพวกหัวรุนแรง"

ฮาสินา อ้างถึงเกาะผืดหินปะการังของบังกลาเทศ ในทางตะวันออกเฉียงเหนือของอ่าวเบงกอล ที่กล่าวอ้างว่าวอชิงตันพยายามยึดครองมัน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่บังกลาเทศหลายคนกล่าวอ้างในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ว่าอเมริกาขอเช่าเกาะแห่งนี้ในหลายโอกาส แต่ถูกปฏิเสธ ขณะที่ ฮาสินา บอกว่า ‘พวกชายผิวขาว’ คำที่เธอใช้เรียกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เคยมาขอเข้าพบเธอก่อนศึกเลือกตั้งก่อนหน้านี้ และขอให้เธอสนับสนุนโครงการก่อสร้างฐานทัพอากาศบนเกาะเซนต์มาร์ติน

นักการเมืองหญิงวัย 76 ปี ซึ่งครองอำนาจมานานกว่า 15 ปี หลบหนีไปยังอินเดีย ประเทศเพื่อนบ้าน หลังลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 5 สิงหาคม อย่างไรก็ตาม เธอประกาศว่าจะเดินทางกลับกรุงธากาเร็ว ๆ นี้ "ด้วยพระคุณแห่งผู้ทรงฤทธานุภาพ พระอัลเลาะห์"

การพ้นจากตำแหน่งของฮาสินา มีขึ้นหลังจากเกิดการประท้วงทั่วประเทศที่นำโดยนักศีกษาต่อเนื่องยาวนานหลายสัปดาห์ เกี่ยวกับระบบโควตางานของรัฐบาล ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเอื้ออำนวยต่อคนที่เกี่ยวข้องกับพรรครัฐบาล การประชุมเริ่มต้นอย่างสันติ แต่จากนั้นได้ลุกลามกลายเป็นสถานการณ์ความรุนแรงอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 400 คน และถูกจัมกุมประมาณ 11,000 คน

ไม่นานหลังจาก ฮาสินา ลาออก ทางพลเอกวาเกอร์-อุซ-ซามัน ประธานคณะเสนาธิการร่วมของบังกลาเทศ แถลงว่าเขาจะตั้งรัฐบาลรักษาการ โดยที่ มูฮัมหมัด ยูนูส เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ผู้ริเริ่มและพัฒนาแนวคิดการให้กู้เงินแก่คนจนโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาลรักษาการ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top