Tuesday, 11 August 2026
Hard News Team

เปิดรายชื่อ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 ต่อ 4 วินิจฉัย 'เศรษฐา' พ้นนายกฯ

(14 ส.ค. 67) จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญ มีมติโดยเสียงข้างมาก (5 ต่อ 4) วินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน ผู้ถูกร้องที่ 1 นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5)เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) แล้ว รัฐมนตรีต้องพ้นตำแหน่งทั้งคณะ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1) โดยให้นำมาตรา 168 วรรคหนึ่ง (1) มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งต่อไป ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

สำหรับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก จำนวน 5 คน เห็นว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา นายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบ มาตรา 160 (4) และ (5) ประกอบด้วย...

1.นายปัญญา อุดชาชน
2.นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม
3.นายวิรุฬห์ แสงเทียน
4.นายจิรนิติ หะวานนท์
5.นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

ส่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย จำนวน 4 คน เห็นว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องที่ 1 นายกรัฐมนตรี ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรม นูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) ประกอบด้วย...

1.นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์
2.นายนภดล เทพพิทักษ์
3.นายอุดม รัฐอมฤต
4.นายสุเมธ รอยกุลเจริญ

'ศาสตรา-รวมไทยสร้างชาติ' ยกเมืองหาดใหญ่ เมืองพหุวัฒนธรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ชี้!! รัฐบาลควรเร่งปลดล็อกศักยภาพเมือง เพื่อดึงนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ทุกมิติ

(14 ส.ค.67) นายศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขต 2 พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงกรณี เมืองหาดใหญ่เป็นเมืองที่คุ้มค่าที่สุดจากการสำรวจของ Agoda ว่า...

ลำดับแรกเมืองหาดใหญ่ ถือเป็นเมืองพหุวัฒนธรรม เรามีการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทย จีน และมุสลิม ทำให้เมืองหาดใหญ่เป็นเมืองที่มีจุดเด่นที่หลากหลาย โดยเฉพาะด้านอาหารการกิน 

ต่อมาในด้านที่พัก เมืองหาดใหญ่มีความหลากหลายตั้งแต่ Budget Hotel หรือ โรงแรมราคาประหยัด ไปจนถึงโรงแรมหรู ซึ่งทำให้เมืองสามารถรองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม 

สำหรับการเดินทางภายในเมืองหาดใหญ่ ค่อนข้างมีความสะดวก ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 10 นาที สามารถไปทุกจุดในเมืองได้ นอกจากนี้เมืองหาดใหญ่ยังเป็นฮับของการเดินทางทั้งสนามบิน สถานีรถไฟ ที่บริการรถโดยสารระหว่างจังหวัด 

โดยส่วนตัวที่เป็นคนหาดใหญ่ ตนคิดว่าเมืองหาดใหญ่ที่มีงบประมาณค่อนข้างครบถ้วน หาดใหญ่เป็นเมืองที่จ่ายภาษีไปลำดับต้น ๆ ของประเทศหากภาษีเหล่านี้ย้อนกลับมาพัฒนาเมือง ตนเชื่อว่าหาดใหญ่จะกลายเป็นเมืองแห่งโอกาสสำหรับทุก ๆ คน ปัญหาในพื้นที่ รวมทั้งการพัฒนาเมืองจะสามารถทำได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น 

ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตนเชื่อว่า 'หาดใหญ่เป็นเมืองที่พร้อมจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้ในทุกมิติ' ในมิติโครงสร้างพื้นฐานในเมือง ตนได้ประสานงานและติดตามอย่างต่อเนื่องถึงโครงการทั้งการพัฒนาถนนหนทาง การนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงดิน 

นอกจากนี้ ปัญหาในเมืองหาดใหญ่ ที่ทำให้พี่น้องชาวหาดใหญ่ต่างเจ็บปวด คือ ปัญหาน้ำท่วม ตนได้ติดตามผลักดัน คลอง ร.1 โครงการพระราชดำริ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 จนแล้วเสร็จซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมแก่คนในพื้นที่ได้ 

นอกจากนี้ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตนยังได้ติดตามและผลักดันอีกหลายเรื่อง เช่น รถไฟทางคู่ในวงเงินงบประมาณ 66,000 ล้านบาท จะเริ่มสร้างในปี 68 เป็นการเชื่อมโยงจาก จ.สุราษฎร์ธานี มาที่หาดใหญ่ เราจะเป็นศูนย์กลางการคมนาคม ขนส่งและกระจายสินค้า ซึ่งจะเชื่อมต่อกับทางมาเลเซีย นำเงินเข้าประเทศมหาศาล ควบคู่ไปกับการดูแล เยียวยาชาวบ้านในชุมชนรถไฟให้ได้มีที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ 

มากกว่านั้นหาดใหญ่ต้องเตรียมพร้อม และ ร่วมพัฒนาไปพร้อมกับ จังหวัดข้างเคียง และประเทศเพื่อนบ้าน เราต้อง บูรณาการ ทั้ง 16 อำเภอ ร่วมกัน หลังจากภาครัฐผลักดันโครงการขนาดใหญ่ เช่น Landbridge สะพานเชื่อมเศรษฐกิจภาคใต้ ท่าเรือ ระนอง - ชุมพร ระเบียงเศรษฐกิจ เชื่อม มหาสมุทรแปซิฟิก และ มหาสมุทรอินเดีย เข้าด้วยกัน ทำให้ภาคใต้เป็นศูนย์กลางการขนส่ง ศูนย์กลางด้านพลังงาน และศูนย์กลางด้านการเงิน ซึ่งจะเกิดการแข่งขันทางการค้า การจ้างงาน เราจะทำอย่างไรให้คนหาดใหญ่ ได้ประโยชน์ เข้าไปมีส่วนร่วม มีรายได้ มีโอกาส จากการลงทุนมหาศาล ช่วยคนรากหญ้าให้ลืมตาอ้าปาก มีเงินในกระเป๋า เกิดธุรกิจขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ ให้คนในพื้นที่ได้ลงทุนต่อยอด

นอกจากนี้ Entertainment Complex สถานบันเทิงครบวงจร ภายใต้ข้อกฎหมายที่รัดกุม หากเกิดขึ้นในเมืองหาดใหญ่ที่มีความเหมาะสมและความพร้อมในทุกด้าน จะสามารถปลดล็อกศักยภาพของเมืองหาดใหญ่ได้ดียิ่งขึ้น

ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการการท่องเที่ยวเห็นว่า ที่ผ่านมาได้มีการยกเลิกใบ ตม. 6 เพื่อความสะดวกในการเข้าออก เป็นสิ่งที่ดีมาก แต่ต้องทำควบคุมเรื่องความปลอดภัยให้มากขึ้น ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการ Register ล่วงหน้า ด่านสะเดาของเราก็จะมีความรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น 

รัฐบาลต้องการกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยการเปิดประเทศโดย จึงมีนโยบาย Free Visa ให้ชาวต่างชาติ ถึง 93 ประเทศ แต่จะต้องป้องกันไม่ให้ คนต่างชาติมาแย่งงานคนไทย เหมือนในหลายพื้นที่วันนี้ คนจีน คนรัสเซีย, คนพม่า เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมาย แย่งงานคนไทยเป็นจำนวนมาก 

รัฐบาลต้องเอาหาดใหญ่ออกจาก Red Flag พื้นที่สีแดง เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าใจผิดเหมารวมทั้งจังหวัดสงขลา ว่าเป็นพื้นที่อันตราย พาลเหมารวมหาดใหญ่ไปด้วย ซึ่ง 16 อำเภอในจังหวัดสงขลา มีเพียง 4 อำเภอเท่านั้น ที่ยังต้องมีในเรื่องของความมั่นคง ซึ่งไม่ควรมีชื่อ 'หาดใหญ่' อยู่ในนั้น 

และรัฐบาลต้องแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ ไกด์เถื่อน ทัวร์เถื่อน อย่างจริงจัง ทั้ง Offline และ Online ดูแลผู้บริโภค ที่โดนหลอก โดยตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนแบบ One Stop Service ให้กับคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึง ออกกฎหมาย แก้ไขกฎกระทรวงให้มีความทันสมัยเป็นประโยชน์ให้ผู้ประกอบการ โรงแรมขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่

‘ชาวเน็ต’ อึ้ง!! หลังเจอประกาศรับสมัครงานตำแหน่งแอดมิน ฐานเงินเดือน 5,000 บาท ทำงาน 14 ชม. หยุดเดือนละ 2 วัน

(14 ส.ค. 67) กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันทีเมื่อเพจเฟซบุ๊ก 'Thai Work From Home งานประจำทำที่บ้าน' ที่มีผู้ติดตาม 2.2 แสนราย หลังจากที่มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ประกาศหาพนักงานพร้อมระบุคุณสมบัติว่า…

"‼️รับสมัครแอดมิน Work from anywhere‼️ แอดมินร้าน skincare (งานจริง ไม่ใช่มิจฉาชีพ) ทำงานจากที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ 

>> หน้าที่
1. เวลางาน 8.00-22.00
2. ตอบแชทลูกค้าเร็ว ภายใน 5 นาที ไม่ดองแชท
3. รับออเดอร์ ให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์ เชียร์ขายสินค้า
4. อัปเดตสต็อกสินค้า
5. ลงสินค้าในกลุ่มไลน์
6. งานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย เช่น แต่งภาพรูปสินค้า ตัดต่อวิดีโอง่าย ๆ คิดแคปชันขายสินค้า รวบรวมข้อมูลลูกค้า

>> คุณสมบัติ 
1. เพศ ญ. / LGBTQ+
2. อายุ 20-30 ปี ไม่มีภาระทางการเรียน
3. ไม่ทำงานอื่นหรือเป็นแอดมินร้านอื่น เนื่องจากลูกค้าทักมาทั้งวัน
4. จบการศึกษาขั้นต่ำ ม.6
5. อ่านภาษาอังกฤษได้ เนื่องจากชื่อสินค้าทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ
6. ตอบแชทไวภายใน 5 นาที ไม่ดองแชท ทั้งกับลูกค้าและเจ้าของร้าน ในเวลางาน 8.00-22.00 ต้องตามตัวได้ตลอด
7. มีมารยาท สุภาพ ใจเย็น สามารถทำงานภายใต้คำสั่งได้ดี
8. ใช้โปรแกรม excel, google sheet พื้นฐานได้ (แค่พื้นฐานจริง ๆ คับ แค่ใส่สต็อกง่าย ๆ)
9. หากสามารถแต่งรูปสินค้าได้ หรือตัดต่อวิดีโอได้ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
10. สามารถเริ่มงานได้ทันที (มีการสอนงานให้เบื้องต้น)

>> ผลตอบแทน
1. เงินเดือน 5,000 + ค่าคอมมิสชั่น ยิ่งเชียร์ขายมาก ยิ่งได้ค่าคอมมาก (รวมแล้วประมาณ 6,500-9,000)
2. วันหยุด เดือนละ 2 วัน

งานนี้ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์สนั่น อาทิเช่น เงินเดือนนี่พิมพ์เลข 1 ที่อยู่หน้าเลข 5 ตกไปปะคะ ช็อคเลย คุณสมบัติที่ต้องการเยอะมาก แต่เงินเดือน, ทำงาน 14 ชม. ต้องตามตัวได้ตลอด เงินเดือน 5,000, รวมค่าคอมด้วย ยังไม่ถึง 10,000 ทำ 14 ชม. หยุดเดือนละ 2 วัน ทำที่ไหนก็ได้ ค่าเน็ต ค่าไฟชาร์จแบต พนักงานจัดการเองหรอคะ ว้าวมาก

‘เศรษฐา’ น้อมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ สั่งพ้นเก้าอี้นายกฯ รับ!! เสียใจที่ถูกตัดสินว่าไม่มีจริยธรรม ยัน!! ตนไม่ใช่คนแบบนั้น

(14 ส.ค.67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดใจแถลงหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นสภาพจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยมติ 5 ต่อ 4 โดยระบุว่า…

ขอบคุณตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ให้โอกาสทุกฝ่ายชี้แจง ตนเคารพในคำวินิจฉัย โดยตลอดเวลาเกือบ 1 ปี พยายามทำทุกอย่างให้ทุกอย่าง ทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริต และยืนยันไม่ได้ทำตัวขัดแย้ง

ต่อข้อคำถาม ‘คาดคิดไว้หรือไม่?’ นายเศรษฐา กล่าวว่า ผลออกได้ทั้งซ้ายและขวา โดยไม่ได้คาดเดาผลที่จะออกมา ตนเสียใจเพราะจะถูกว่าเป็นนายกฯ ไม่มีจริยธรรม ซึ่งตนไม่ใช่คนแบบนั้น ซึ่งบ้านเมืองมีคนเก่งอีกหลายท่าน โดยนายภูมิธรรมกำลังเดินทางกลับมาอยู่ หากไม่ทันยังมีนายสุริยะ

“ยืนยันผมไม่ใช่คนแบบนั้น ไม่เชื่อมีใครวางยา โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคงตัดสินตามข้อมูล ไม่เกี่ยวว่าเข็ดกับการเมือง”

สุดท้ายต่อข้อคำถาม ‘ได้บทเรียนราคาแพง?’ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนไม่อยากมองในแง่ลบ อย่าไปกล่าวล่วงว่าใครวางยาดีกว่า ขอให้ดำเนินต่อไปในการสรรหานายกฯ คนต่อไป

รรท.รอง ผบ.ตร. ขับเคลื่อนงานพิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง ยกระดับกระบวนการคัดกรองบุคคลกลุ่มเสี่ยงเหยื่อค้ามนุษย์

วันนี้ ที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร.(มค) เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาล ที่ตระหนักและให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการกระทำผิดเกี่ยวกับเด็ก สตรี ครอบครัว และภาคประมง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ พร้อมกับการนำประเทศไทยไปสู่ระดับ Tier 1 โดยมุ่งหวังให้ ตร. มีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาล มาสู่การปฏิบัติ โดยจัดตั้งศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) และมอบหมายให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร.(มค) เป็น ผอ.ศพดส.ตร. เพื่อขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาดังกล่าว 

พล.ต.ท.ประจวบฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกระบวนการคัดกรองบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ณ ฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาเข้าและฝ่ายพิธีการเข้าเมือง ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารขาเข้า (โซน 1) และฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาออก ชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออก (โซน 2) ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จว.สมุทรปราการ โดยมี ผู้แทน บก.ตม.2 และ ผกก.ในสังกัด ที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้าร่วม โดยได้กำชับให้ยึดถือขั้นตอนการปฏิบัติตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ หรือ NRM (National Referral Mechanism) ยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง (Victim-Centered Approach) คำนึงถึงบาดแผลทางใจของผู้เสียหาย(Trauma Informed Care) และเน้นย้ำไม่ให้เจ้าหน้าที่ทุกนาย เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด           

พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวว่า พฤติกรรมที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ที่อาจพบได้ในสนามบิน มีหลายประการ เช่น การถูกหลอกลวงไปทำงาน การถูกหลอกลวงไปค้าประเวณี การเดินทางเข้ามาเป็นขอทานในประเทศไทย การถูกหลอกลวงโดยแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ การถูกหลอกลวงเรียกค่าไถ่เสมือนหรือถูกหน่วงเหนี่ยวกักขังเพื่อเรียกค่าไถ่โดยตรง โดยมีกระบวนการขึ้น Watch List และควบคุมแรงงานไทยที่เคยเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ คือ กต.ส่งข้อมูลแรงงานไทยที่เคยขอความช่วยเหลือกลับประเทศไทย เนื่องจากตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ให้กับ สตม. ตรวจสอบข้อมูลเปรียบเทียบกับข้อมูลผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์ เมื่อพบว่าเคยเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์มาก่อน จะดำเนินการขึ้น Watch List เมื่อฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาออก หรือด่าน ตม.ทอ.พบบุคคลตาม Watch List จะแจ้ง ฝ่ายสืบสวน ด่าน ตม.ทอ. นั้นๆ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนหางานทำการคัดกรอง ขั้นตอนของกระบวนการคัดกรองต่างๆ เป็นไปตามขั้นตอนที่เข้มงวด โดยมีจุดประสงค์ในการแก้ไขปัญหา เป็นทางผ่านของกลุ่มบุคคลที่จะเดินทางออกไปยังประเทศที่สาม ที่จะไปประกอบอาชีพผิดกฎหมายหรือเข้าข่ายเรื่องของการค้ามนุษย์ ซึ่งกระบวนการคัดกรองเข้า-ออกราชณาจักรอย่างเข้มงวดถูกปฏิบัติมาแล้วอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนานแล้ว นอกจากนี้ยังพบว่าในพื้นที่ชายแดนประเทศไทย โดยเฉพาะในจุดด่านพรมแดน อ.แม่สอด จว.แม่ฮ่องสอน ก็เป็นพื้นที่ที่พบว่าเป็นจุดทางออกยอดนิยม ของบุคคลที่ต้องการเดินทางออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งคาดว่าจะไปก่ออาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ และการค้ายาเสพติด ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการอย่างเข้มงวดกวดขันในการตรวจสอบ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนกว่า 6,000 กิโลเมตร ที่ติดกับอีก 4 ประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าวคู่ขนานกับการคัดกรองเข้มงวดในพื้นที่ต้นทาง เช่น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.ท.ประจวบฯ รรท.รอง ผบ.ตร. กล่าวทิ้งท้ายว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความมุ่งหวังว่าการระดมสรรพกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทุกภาคส่วน ในการเร่งรัดปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับเด็ก สตรี ครอบครัว การป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมงจะประสบผลสำเร็จ ตอบสนองนโยบายรัฐบาล เสริมสร้างความเสมอภาค เท่าเทียม และรักษาไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ภายใต้กรอบของกฎหมาย ประชาชนและสังคมมีความสงบเรียบร้อยสืบไป   

‘ผู้โดยสาร’ แฉ!! ‘รถแดงเชียงใหม่’ ไล่ลูกค้าคนไทยลงกลางทาง เหตุอยากรับลูกค้าต่างชาติ-ราคาแพงกว่า แต่สุดท้ายก็โดนปฏิเสธ

เมื่อวานนี้ (13 ส.ค. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพพร้อมบอกเล่าประสบการณ์แย่ ๆ จากการใช้บริการรถสี่ล้อแดงรับจ้างในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยระบุว่า ตัวเองได้ใช้บริการรถสี่ล้อแดงรับจ้าง ซึ่งแต่กลับถูกไล่ลงจากรถระหว่างทาง เพราะคนขับจะรับผู้โดยสารชาวต่างชาติ ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแชร์และผู้เข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างตำหนิการกระทำของคนขับรถสี่ล้อแดงรับจ้างดังกล่าว

ขณะที่จากการสอบถามป้าศรี (นามสมมติ) อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว เปิดเผยว่า ตัวเองมีบ้านอยู่ย่านศรีประกาศ ตำบลวัดเกตุ ในตัวเมืองเชียงใหม่ ช่วงสายวันที่ 13 ส.ค.67 ตัวเองกับเพื่อนได้ขึ้นรถสี่ล้อแดงบริเวณเชิงสะพานนวรัฐ ด้านตะวันตก เพื่อให้ไปส่งย่านตลาดประตูก้อม ในตัวเมืองเชียงใหม่ ตกลงค่าโดยสารคนละ 30 บาท แต่เมื่อรถไปถึงย่านกำแพงดิน พบมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 4-5 คน โบกรถ ทางคนขับที่เป็นผู้ชายสูงอายุได้จอดรถรับ และบอกให้ตัวเองลงจากรถโดยไม่เก็บค่าโดยสาร ซึ่งตัวเองรู้สึกงงอย่างมาก และถ่ายภาพไว้ จากนั้นตั้งใจเดินเท้าไปกันเอง

ส่วนคนขับได้ไปพูดคุยเจรจาตกลงค่าโดยสารกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตามปรากฏว่าสุดท้ายแล้วไม่สามารถตกลงกันได้และคนขับได้มาเรียกให้ตัวเองกลับขึ้นรถและใช้บริการตามเดิม แต่ตัวเองและเพื่อนปฏิเสธ ซึ่งทำให้คนขับรถไม่พอใจ รวมทั้งพยายามเข้ามาแย่งโทรศัพท์เพื่อให้ลบภาพที่ถ่ายไว้ แต่ไม่สำเร็จ และขับรถออกไปในที่สุด ทั้งนี้ตัวเองใช้บริการรถสี่ล้อแดงมานานหลายสิบปี เพิ่งเคยพบเจอประสบการณ์ตรงที่เลวร้ายเช่นนี้ แม้จะเคยเห็นข่าวหลายครั้งแล้ว จึงอยากจะเตือนให้ปรับปรุงและอย่าเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติดีกว่าคนไทยด้วยกัน

ด้านนายบุญเนียม บุญทา ประธานสหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด ยอมรับว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรถสี่ล้อแดงเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังทราบเหตุได้ตรวจสอบจนทราบแล้วว่าคนขับรถดังกล่าวชื่อ นายวัฒนา และเตรียมเชิญตัวคนขับรถสี่ล้อแดงคันดังกล่าวมาพูดคุยสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมตักเตือนคาดโทษ แต่หากยังมีพฤติกรรมเช่นนี้อีก จะปลดออกจากการเป็นสมาชิกสหกรณ์ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อนายวัฒนาได้

นอกจากนี้นายบุญเนียม ย้ำว่า ที่ผ่านมาทางสหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด ได้พยายามปรับปรุงแก้ไขและป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการให้บริการเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความพอใจให้กับผู้ใช้บริการให้มากที่สุด แต่ยอมรับว่าหนักใจเพราะสี่ล้อแดงเชียงใหม่ประกอบด้วยสมาชิกที่หลากหลาย จึงอยากเน้นย้ำคนขับสี่ล้อแดงทุกคนให้นึกถึงอยู่เสมอว่ามีอาชีพให้บริการ ต้องมีความอดทนอดกลั้นให้มากไม่โต้แย้งหรือต่อล้อต่อเถียงกับผู้โดยสาร เนื่องจากเขาเป็นผู้มีอุปการคุณช่วยเหลือทำให้คนขับสี่ล้อแดงมีรายได้

'ศาลรัฐธรรมนูญ' ลงมติ 5 ต่อ 4 'นายกฯ เศรษฐา' มีความผิด กรณีแต่งตั้ง ‘นายพิชิต’ เป็นรัฐมนตรี ส่งผลให้ ครม.พ้นทั้งคณะ

(14 ส.ค.67) ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 40 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5 ) หรือไม่

จากกรณี นายเศรษฐา ได้นำความกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่รู้ หรือ ควรรู้อยู่แล้วว่า นายพิชิต ขาดคุณสมบัติ หรือ มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 

เนื่องจากเคยถูกศาลฎีกามีคำสั่งจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล เป็นบุคคลที่กระทำการอันไม่ซื่อสัตย์สุจริต และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืน หรือ ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของ นายเศรษฐา สิ้นสุดลงได้  

ส่งผลให้ นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นนายกรัฐมนตรี คนที่ 30  

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญ ‘รับคำร้อง’ ไว้วินิจฉัย ด้วยมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 โดยตุลาการเสียงข้างมาก 6 เสียง ประกอบด้วย 1.นายปัญญา อุดชาชน 2.นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม 3.นายวิรุฬห์ แสงเทียน 4.นายจิรนิติ หะวานนท์ 5.นายนภดล เทพพิทักษ์  และ 6.นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ 

ส่วนตุลาการฯ เสียงข้างน้อย 3 เสียง ประกอบด้วย 1.นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ 2.นายอุดม รัฐอมฤต และ 3.นายสุเมธ รอยกุลเจริญ 

ขณะเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 ไม่สั่งให้ นายเศรษฐา หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ  

โดยตุลาการฯ เสียงข้างมาก 5 เสียง ประกอบด้วย 1.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ 2.นายนภดล เทพพิทักษ์ 3.นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ 4.นายอุดม รัฐอมฤต และ 5.สุเมธ  รอยกุลเจริญ

ส่วนตุลาการฯ เสียงข้างน้อย 4 เสียง ประกอบด้วย 1.นายปัญญา อุดชาชน 2.นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม 3.นายวิรุฬห์ แสงเทียน 4.นายจิรนิติ หะวานนท์

'รมว.ปุ้ย' สั่ง สมอ.คุมเข้ม 'สินค้าด้อยคุณภาพ-ราคาถูก' แพลตฟอร์มข้ามชาติ พร้อมเดินหน้าจัดเก็บภาษี 'อีคอมเมิร์ซ' สร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน

(14 ส.ค. 67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากกรณีที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามชาติได้เข้ามาบุกตลาดสินค้าไทย ได้ส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อธุรกิจ SME รวมถึงความไม่ปลอดภัยของประชาชนจากการใช้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน กระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และเร่งดำเนินการตามภารกิจ 'Quick win' เพื่อสกัดกั้นสินค้าไม่ได้มาตรฐานเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าที่ สมอ. ควบคุม ทั้ง 144 รายการ ที่ สมอ. สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายเพื่อความปลอดภัยของประชาชน 

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของกระทรวงอุตสาหกรรม ยังไม่ครอบคลุมสินค้าที่มีการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีจำนวนกว่า 1,000 รายการ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนร่วมดำเนินการควบคุมและกำกับติดตาม ทั้งกระทรวงการคลัง, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงดิจิทัลฯ,  กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ไม่มีคุณภาพหรือเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค รวมทั้ง พิจารณาให้มีการจัดเก็บภาษีอีคอมเมิร์ซ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขัน โดยการกำหนดนโยบายการจัดเก็บภาษีที่เหมาะสมสำหรับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามชาติ เพื่อให้บริษัทเหล่านี้เสียภาษีอย่างถูกต้องและไม่เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ

ด้าน นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สมอ. ได้เร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งภารกิจ 'Quick win' กวาดล้างสินค้าด้อยคุณภาพที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาด และทางออนไลน์ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 จนถึง เดือนกรกฎาคม 2567 ได้ยึดอายัดสินค้าไม่ได้มาตรฐานเป็นมูลค่า 322,420,097 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้ เป็นสินค้าไม่ได้มาตรฐานที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน มูลค่า 92,767,374 บาท คิดเป็น 29% จากทั้งหมด

นอกจากนี้ สมอ. ยังได้กำหนดมาตรฐานสินค้าเพิ่มในปีนี้อีกจำนวนกว่า 1,400 มาตรฐาน จากเดิมที่ประกาศใช้แล้วจำนวน 2,722 มาตรฐาน และอยู่ระหว่างดำเนินการประกาศเป็นสินค้าควบคุมอีกจำนวน 52 มาตรฐาน เพิ่มเติมจากเดิมจำนวน 144 มาตรฐาน ครอบคลุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เช่น ภาชนะและเครื่องใช้สแตนเลส กระทะ/ตะหลิว/หม้อ/ช้อน/ส้อม/ปิ่นโต/ถาดหลุม/ถุงพลาสติกสำหรับบรรจุอาหาร/ถุงพลาสติกบรรจุอาหารสำหรับอุ่นในไมโครเวฟ/เตาหุงต้มในครัวเรือนใช้กับก๊าซปิโตรเลียมเหลว/ท่อยางและท่อพลาสติกสำหรับใช้กับก๊าซหุงต้ม/ฟิล์มติดกระจกสำหรับรถยนต์/ภาชนะพลาสติกสำหรับบรรจุน้ำบริโภค/ที่รองนั่งไฟฟ้าสำหรับโถส้วมนั่งราบ/ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก และแผงโซลาร์เซลล์ เป็นต้น 

นอกจากการดำเนินการข้างต้น สมอ. ยังมีแนวทางการดำเนินงานเพื่อป้องกันการเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์รายใหม่เพิ่มเติม ดังนี้...

1) เร่งทำความเข้าใจและชี้แจงข้อกฎหมายกับผู้ประกอบการที่ให้บริการขนส่งสินค้า และให้บริการดำเนินพิธีการศุลกากร (Shipping) เพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน 
2) สร้างความตระหนักให้ประชาชนเลือกซื้อสินค้าที่มีเครื่องหมายมาตรฐานบนแพลตฟอร์มออนไลน์ 
3) บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมศุลกากร เพื่อการนำเข้าสินค้าที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานจากแพลตฟอร์มออนไลน์ 
4) บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เกี่ยวกับการควบคุมแพลตฟอร์มออนไลน์  
และ 5) บูรณาการการทำงานกับสภาองค์กรของผู้บริโภค เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

'ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตฯ ลำปาง' เปิด 7 ข้อเท็จจริง 'ชามตราไก่ลำปาง' ยัน!! ด่ากราดจีน ผ่านปมชามละ 5 บาท เป็นเรื่องเอาแพะกับแกะมาผสมกัน

(14 ส.ค.67) จากกรณีการพบชามตราไก่ นำเข้าจากจีน ขายในประเทศไทย และพบผลกระทบอย่างหนัก ทำให้ผู้ประกอบการเซรามิกขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีกว่า 300 โรงงาน ต้องหยุดไปแล้วกว่า 200 โรงงาน เพื่อรอดูท่าที และรอความหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น

ด้าน นายอธิภูมิ กำธรวรรินทร์ ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า วันสองวันนี้มีประเด็นเรื่อง เซรามิกลำปาง ย่ำแย่ผลมาจากการทุ่มตลาดของจีนทำชามไก่เหมือนลำปางขายใบละ 5 บาท ผมคิดว่ารายละเอียดมีความคลาดเคลื่อนค่อนข้างมากทีเดียว ขอให้รายละเอียดเกี่ยวกับเซรามิกลำปางโดยเฉพาะชามไก่ลำปาง และปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ดังนี้

1. ลายไก่ลำปางเดิมไม่ใช่ของลำปาง แต่มีที่มาจากประเทศจีน ซึ่งชาวจีนที่มาตั้งรกรากในลำปางได้นำลายไก่จากจีนมาผลิตที่ลำปางด้วย เพราะลำปางมีแหล่งดินขาวที่สามารถผลิตเป็นเซรามิกได้ใกล้เคียงกับจีน

2. ไม่ว่าชามไก่ของจีนในสมัยก่อน หรือชามไก่ของลำปางในสมัยก่อน จะเขียนลายด้วยมือ แต่ในปัจจุบันการผลิตชามไก่ของจีนจะใช้รูปลอกเซรามิกแทนการเขียนลาย จึงมีความเหมือนของลวดลายไก่ทุกใบ แต่ชามไก่ของลำปางในปัจจุบันยังนิยมเขียนลายด้วยมือเหมือนเดิม ที่ทุกใบมีความแตกต่างกัน

3. ชามไก่จีนใบละ 5 บาท ผมคิดว่า เป็นเรื่องเอาแพะกับแกะมาผสมกัน แล้วมองว่าเหมือนกัน แต่ในข้อเท็จจริง ชามใบละ 5 บาทเป็นสินค้าที่มีตำหนิมาก เน้นขายถูกและไม่มีลวดลายอะไร หากมีตำหนิน้อยจะขายแพงขึ้นและการโฆษณาว่าเซรามิกใบละ 5 บาท เพื่อผลในการดึงดูดลูกค้าเข้าร้านมากกว่าจะขายใบละ 5 บาทอย่างจริงจัง

4. ผมอยู่กับเซรามิกลำปางมาเกือบ 30 ปี เห็นความเปลี่ยนแปลงมาตลอด และเห็นปัญหาของเซรามิกลำปางมาตลอด ความเป็นจริงของเซรามิกลำปางคือยิ่งขายยิ่งถูก ยิ่งผลิตคุณภาพยิ่งต่ำ ด้วยสองเหตุผลหลักคือ 4.1 วัตถุดิบต้นน้ำและต้นทุนผลิตเราสู้จีนไม่ได้ 4.2 ผู้ผลิตในลำปางแข่งขันกันเองทั้งแข่งขันด้านราคาและแข่งขัน ในการลดต้นทุนการผลิต ทั้งที่ต้นทุนการผลิตของไทยสูงมากอยู่แล้ว

5. อาจจะมีบางส่วนที่สินค้าจีนไม่ได้คุณภาพในเรื่องของสารพิษที่มีจากรูปลอกบนเคลือบอุณหภูมิต่ำ แต่ไม่ได้มีสารพิษทุกชิ้น ซึ่งเรื่องนี้ต้องตรวจสอบผลิตภัณฑ์

6. ตั้งแต่มกราคม - พฤษภาคม 2567 มีการนำเข้าเซรามิกจากจีนมากกว่า 3,000 ตันในราคาเฉลี่ย 8.96 บาทต่อกิโลกรัม (ดูตารางประกอบ) ปล.ราคาที่แจ้ง 8.96 บาทต่อกิโลกรัม เป็นราคาสำแดงขณะนำเข้า ซึ่งข้อเท็จจริงราคาต้องสูงกว่านี้

7. สิ่งที่มาตามถนนหรือจะสู้สิ่งที่ข้ามเขาลงห้วยมาจากป่า นั่นหมายความว่าข้อเท็จจริงมีการนำเข้าจากจีนมากกว่าที่แสดง แต่ไม่มีการลงบันทึกตามพิธีการศุลกากร ประเมินนำเข้ามามากกว่านี้ 2-3 เท่าของที่สำแดงตามตาราง นั่นแปลว่าเซรามิกจากจีนเข้ามาท่วมตลาดและเข้ามาแข่งขันกับผู้ประกอบการในประเทศอย่างหนัก

ทั้ง 7 ข้อเป็นข้อเท็จจริงในเบื้องต้นที่ทำให้เซรามิกที่ผลิตในประเทศสู้จีนไม่ได้ ไว้จะมาเพิ่มเติมรายละเอียดเจาะลึกให้อีกครั้งครับ

'อ.แก้วสรร' ถาม!! พรรคส้มวันนี้ เป็น 'พรรคการเมือง' หรือ 'พรรคปฏิวัติ' หลังถูกยุบแล้วยังดึงดันแก้ 112 ต่อ พร้อมขอเสียงหนหน้าแบบเด็ดขาด

(14 ส.ค. 67) นายแก้วสรร อติโพธิ ออกบทความเรื่อง 'พรรคส้ม'  'พรรคการเมือง'  หรือ 'พรรคปฏิวัติ' ??? ระบุว่า “เราต้องกลับมาศึกษา ม.112 อย่างดี พวกเรายังคงต้องผลักดันเดินหน้าปรับปรุงแก้กฎหมายในส่วนนี้ ที่ปัจจุบันก็ยังมีปัญหาอยู่ ”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน

“ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า การกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองมีพฤติการณ์ในการใช้สิทธิหรือเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเพื่อทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดย ซ่อนเร้นหรือผ่านการนำเสนอร่างกฎหมาย ...มีลักษณะดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นขบวนการ ใช้หลายพฤติการณ์ประกอบกัน ทั้งการชุมนุม การจัดกิจการ การรณรงค์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ การเสนอร่างแก้ไขกฎหมายเข้าสู่สภา และการใช้เป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง” ศาลรัฐธรรมนูญ

ถาม ถ้าพรรคประชาชนเดินหน้าแก้ไข 112 อีก ก็ต้องถูกยุบอีกใช่ไหมครับ
ตอบ เขาบอกว่าจะเดินหน้าต่อไป แต่อาจจะไม่ถูกยุบถ้าไม่ปรากฏการเคลื่อนไหวอย่างเป็นขบวนการ เช่นที่ศาลรัฐธรรมนูญบ่งชี้ไว้

ถาม ผมไม่เข้าใจครับ ที่ศาลระบุว่าพรรคก้าวไกลมุ่งกร่อนเซาะสถาบัน “โดยซ่อนเร้นหรือผ่านการนำเสนอร่างกฎหมาย ”

ตอบ คุณจับความถูกแล้วครับ Key word มันอยู่ตรงนั้น....ตรงที่ศาลชี้ว่า มันมีการเคลื่อนไหวกร่อนเซาะสถาบันกษัตริย์อย่างเป็นขบวนการใหญ่ มีหลายฝ่ายหลายพฤติการณ์ประกอบกันประสานกัน หนึ่งในนั้นคือการเคลื่อนไหวในระบบรัฐสภาของพรรคส้ม ที่แต่งตัวเป็น “พรรคการเมือง” ลงเลือกตั้ง แล้วชูธงแก้กฎหมายปรับปรุงสถาบันกษัตริย์

พอชูธง หยิบ ม.112 ขึ้นมาเสนอแก้ไขในนามฝ่ายนิติบัญญัติแต่ในทางความเคลื่อนไหวกร่อนเซาะแล้ว มันก็คือการชี้เป้า วี้ดบึ้มให้การมีอยู่ของสถาบันตกเป็นปัญหาของชาติ ความเคลื่อนไหวอื่นๆ ทั้งการโจมตีใส่ร้ายในโซเชียล ทั้งการชุมนุมเป็นแฟลชม๊อบ เผาพระบรมฉายาลักษณ์ เผายาง ก่อจลาจล ก็ประสานกันเข้ามาในที่สุด

ถาม มันเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพทางการเมืองมิใช่หรือครับ
ตอบ นั่นเป็นคำกล่าวอ้าง แต่แท้จริงแล้วหาใช่การใช้สิทธิเสรีภาพตามวิถีทางรัฐธรรมนูญแต่อย่างใดไม่ ภาษากฎหมายเขาเรียกว่า “การใช้สิทธิโดยไม่สุจริต” คิดอย่างนี้มองอย่างนี้แล้ว ศาลก็เลยชี้ว่า พรรคส้มเอาการเสนอกฎหมายมาบังหน้า บังความเคลื่อนไหวกร่อนเซาะสถาบันของขบวนการใหญ่อีกชั้นหนึ่ง

ถาม ถ้าพรรคส้มยอมละวางไม่ชูธงแก้ ๑๑๒ ก็แสดงว่า เขาเลิกกร่อนเซาะสถาบันแล้วใช่ไหม ?
ตอบ ถ้าเป็นพรรคการเมืองที่มุ่งทำงานให้บ้านเมืองอย่างแท้จริง เขาก็ควรนำพลังคนรุ่นใหม่มาสร้างสรรค์อนาคตใหม่จริงๆ

ในการจัดตั้งรัฐบาลคราวที่แล้ว ถ้าเขายอมเลิกแก้ 112 วันนี้พลัง 14 ล้านเสียง ก็ได้เข้ามาขับดันประเทศแล้ว มาวันนี้พอถูกยุบ ก็ยังประกาศแก้ไข 112 อีก ขอคะแนนเสียงเด็ดขาดในการเลือกตั้งคราวหน้าอีก อย่างนี้คุณว่าตัวจริงของพรรคส้ม เป็นพรรคการเมือง หรือพรรคปฏิวัติ

ถาม ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั้น ถ้าไม่มีพระมหากษัตริย์แล้ว ยังจะเป็นประชาธิปไตยต่อไปได้ไหม

ตอบ ต้องวาน นักเข้าทรงของพรรคส้ม คือคุณช่อ พรรณิการ์ ไปถาม อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ท่านให้ละเอียดว่า ในปี 2475 เมื่อปฏิวัติล้มระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปแล้ว ทำไมพวกท่านถึงต้องไปกราบทูลอัญเชิญรัชกาลที่ 7 ให้ทรงรับเป็นประมุข และพระราชทานรัฐธรรมนูญให้ปวงชนอีก

ถาม มันไม่มีคำอธิบายในหนังสือใดบ้างเลยหรือครับ
ตอบ ที่เป็นที่รู้จักและยอมรับกันมาก ก็เป็นงานคิดของนักคิดชาวอังกฤษ Walter Bagehot ที่อธิบายระบบรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตยของอังกฤษว่า มีองค์ประกอบสำคัญสองส่วน ส่วนที่เป็นตัวตนเป็นศักดิ์ศรีของคนในชาติ คือสถาบันกษัตริย์ เขาเรียกองค์ประกอบส่วนนี้ว่า “ Dignifies ”

อีกส่วนหนึ่งเป็นส่วนทำงานเขาเรียกว่า “ Efficiency ” คือส่วนที่เป็นสภาเป็นรัฐบาลและข้าราชการ ส่วนนี้มีประชาชนในพรรคการเมืองเป็นสถาบันยืนอยู่ข้างหลัง

เมื่อสองส่วนนี้ทำงานหมุนรับกันได้ด้วยดีไม่ขบกัน ระบอบก็จะไปได้โดยราบรื่น

ถาม สถาบันกษัตริย์ มีไว้ทำไม? ในคำอธิบายของ Bagehot

ตอบ เขาบอกว่า การเมืองเป็นเรื่องการจัดการความขัดแย้ง ผู้นำมาแล้วก็ไป แต่กษัตริย์อยู่เหนือความขัดแย้ง สั่งสมประสบการณ์จนเป็น “สติ” ของการเมืองการปกครองโดยรวม ในระบบนี้ทรงมีสิทธิ สามประการนี้เท่านั้นคือ สิทธิที่จะสนับสนุนให้กำลังใจ ตักเตือน รับรู้และให้คำปรึกษา

ถาม ในสิทธิสามประการข้างต้น ถ้านายกรัฐมนตรี ไม่ฟังกษัตริย์เลยจะได้ไหม

ตอบ นั่นไม่ใช่ปัญหากฎหมาย แต่เป็นปัญหาความได้สมดุล ระหว่างหัวใจ กับ สมอง ของคนในชาติ นายกฯ มีน้ำหนักมาจากเสียงในสมองของ “ประชาชน” สถาบันกษัตริย์มีต้นทุนอยู่ที่หัวใจหรือความจงรักภักดีของราษฎร ทั้งสองส่วนต้องไปด้วยกันให้ได้

ถาม ที่ต้องมี มาตรา 112 ไม่ให้ใครมาล่วงเกิน ก็เพราะเหตุนี้หรือครับ

ตอบ ถูกต้องครับ ที่การด่าในหลวงเป็นความผิดต่อความมั่นคง ไม่ผิดเช่นด่าชาวบ้านธรรมดา ก็เพื่อรักษาบารมีของสถาบันไว้ บ้านเมืองจะได้สงบมั่นคงเย็นศิระกันต่อไปได้

ถาม ที่คณะราษฎร์ ต้องขอรัชกาลที่ 7 ให้ทรงรับเป็นประมุข ก็เพราะเหตุนี้เหมือนกัน

ตอบ คณะราษฎร์ไม่อยู่ในหัวใจของราษฎร พวกท่านจึงต้องขอให้สถาบันกษัตริย์รับหน้าที่ในส่วน Dignifies พระราชทานพระปรมาภิไธยให้อำนาจทั้งสาม ทำงานบ้านเมืองต่อไป จนปัจจุบัน

ถาม ขบวนการสามนิ้ว ส่งพรรคส้มมาลงเลือกตั้งทำงานในส่วน Efficiency ในสภาหรือรัฐบาล แล้วทำไมไม่มุ่งพัฒนาแก้ไขปัญหาบ้านเมือง กลับมาหมกมุ่นจะใช้หีบเลือกตั้งปรับแก้ส่วนประมุขอยู่ทุกวันอย่างนี้ได้อย่างไร

นี่เขายืนหยัดว่า สังคมไทยพร้อมจะเป็น “สาธารณรัฐ” มีประธานาธิบดีเป็นประมุขได้แล้วอย่างนั้นหรือ

ตอบ ผมตอบไม่ได้ และไม่ควรตอบ ได้แต่ยกคำของ Bagehot มาส่งท้ายไว้เท่านั้นว่า “อย่าโยนทิ้งสิ่งใด ถ้ายังตอบไม่ได้ว่ามันใช้ทำอะไร ถ้ารู้แล้วเมื่อใด ค่อยคิดให้กระจ่างต่อไปว่า จะหาอะไรมาแทนได้บ้าง ”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top