Friday, 6 November 2026
Hard News Team

'GAC Group' ประกาศศักดา 'HYPTEC SSR' ที่สุดแห่งไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า ก้าวกระโดดครั้งใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน จ่อลุยตลาดโลก

ประกาศศักดาอย่างเต็มตัวไปเมื่อ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจาก GAC Group ได้เปิดตัว HYPTEC SSR เวอร์ชัน Global Model อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ให้กับไฮเปอร์คาร์จากประเทศจีนที่พร้อมจะทำตลาดในระดับโลก นับเป็นการยกระดับเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ของประเทศจีนไปสู่มาตรฐานระดับโลก โดยรถไฮเปอร์คาร์ถือเป็น 'ที่สุดของรถยนต์สมรรถนะสูง' ในอุตสาหกรรมยานยนต์ การผลิต HYPTEC SSR และจำหน่ายในต่างประเทศได้สำเร็จ ไม่เพียงแต่เป็นการทำลายการผูกขาดเทคโนโลยีของไฮเปอร์คาร์จากชาติตะวันตกเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งออกผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี วัฒนธรรม และแบรนด์รถยนต์ระดับสูงของจีนอีกด้วย นับเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน

นับตั้งแต่ HYPTEC SSR เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา HYPTEC ได้มุ่งมั่นพัฒนารถยนต์ในทุกด้าน ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การออกแบบ การทดสอบ การผลิตอัจฉริยะ และระบบห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาจะช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน อีกทั้งยังได้ส่งเสริมนวัตกรรมยานยนต์และวงการมอเตอร์สปอร์ตในประเทศ ทำให้จีนก้าวสู่การเป็นประเทศที่มีอิทธิพลในวงการยานยนต์ระดับโลก

HYPTEC ยึดมั่นในแนวทางที่จริงจังและมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนารถยนต์ระดับพรีเมียม ซึ่งสามารถดึงดูดนักออกแบบดีไซน์รถยนต์ระดับโลกอย่างคุณ Pontus Fontaeus นักออกแบบรถยนต์ชื่อดังที่เคยร่วมงานกับแบรนด์รถยนต์ระดับโลกอย่าง Ferrari, Bugatti และ Lamborghini ได้เลือกที่จะร่วมมือกับ HYPTEC ในการรังสรรค์ HYPTEC SSR ให้เป็นงานศิลปะชิ้นเอก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณภาพสูงสุดของไฮเปอร์คาร์ยุคใหม่

ในงาน Thailand International Motor Expo 2023 ที่ผ่านมา HYPTEC SSR ได้สร้างสถิติราคาสูงสุดสำหรับการส่งออกรถยนต์ของประเทศจีน และยังมีการสั่งซื้อจากลูกค้าภายในงานอีกด้วย นอกจากนี้ที่งาน Milan Design Week ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า HYPTEC SSR ได้รับความสนใจจากนักออกแบบทั่วโลก ด้วยการผสมผสานศิลปะจีนและตะวันตกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สร้างความประทับใจให้กับผู้คนภายในงานเป็นอย่างยิ่ง และในเดือนตุลาคมนี้ HYPTEC SSR ยังมีแผนที่จะเข้าร่วมงาน Paris Motor Show เพื่อแสดงศักยภาพเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศจีนในภูมิภาคยุโรปอีกด้วย

การเปิดตัวรถเวอร์ชัน Global Model ของ HYPTEC SSR ยังเป็นการเสริมสร้างการยอมรับในความสามารถของอุตสาหกรรมยานยนต์จีนจากผู้บริโภคในต่างประเทศอีกด้วย HYPTEC ได้ก้าวข้ามพรมแดนออกจากประเทศจีน และไม่เพียงแต่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาสู่ตลาดโลก แต่ยังยกระดับสถานะของอุตสาหกรรมยานยนต์จีนในระดับสากล HYPTEC ใช้ความสามารถและนวัตกรรมที่โดดเด่น เพื่อเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคที่ให้ความเชื่อมั่นแบรนด์รถยนต์ระดับไฮเอนด์จากฝั่งตะวันตก ให้หันมาสนใจรถยนต์ระดับไฮเอนด์จากประเทศจีนมากยิ่งขึ้น 

ทั้งนี้ การเปิดตัว HYPTEC SSR เวอร์ชัน Global Model เป็นสัญญาณของการก้าวสู่แบรนด์ระดับโลกในระดับไฮเอนด์ โดย HYPTEC SSR ซึ่งเป็นไฮเปอร์คาร์ที่ถูกออกแบบ วิจัย พัฒนา และผลิตขึ้นเองโดย GAC ทั้งหมด ได้สร้างมาตรฐานใหม่ในวงการซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ เป็นการเปิดประตูให้กับไฮเปอร์คาร์จากประเทศจีนสู่เวทีระดับโลกอย่างแท้จริง เพื่อสร้างรถไฮเปอร์คาร์หมายเลขหนึ่งของจีน HYPTEC ได้ก้าวผ่านความท้าทายทางเทคนิคหลายประการ ตั้งแต่การออกแบบจนถึงการวิจัยและพัฒนา และในที่สุดก็ประสบความสำเร็จในการสร้างสายการผลิตไฮเปอร์คาร์ของประเทศจีนเป็นครั้งแรก HYPTEC SSR ได้ใช้มาตรฐานการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ถึง 1,184 มาตรฐาน ในการสร้างสรรค์ศิลปะและเทคโนโลยีเพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับผู้ใช้งาน ทั้งยังเป็นการกำหนดมาตรฐานการผลิตไฮเปอร์คาร์ในระดับสากลอีกด้วย

HYPTEC SSR ได้รับการออกแบบด้วยเทคโนโลยีระดับโลกหลายอย่าง รวมถึงตัวถังที่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ 100% โครงสร้างที่ทำจากอะลูมิเนียมมีน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรงสูง ในด้านเทคโนโลยีระบบไฟฟ้า HYPTEC SSR ได้พัฒนาระบบแบตเตอรี่ที่สามารถจัดการความร้อนได้ดี ช่วยให้สามารถส่งพลังงานไปสู่ระบบขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของมอเตอร์ไฟฟ้า HYPTEC SSR ใช้มอเตอร์สามตัวที่ให้กำลังมากกว่า 1,000 แรงม้า นอกจากนี้ยังใช้ยางที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นยางเกรดเดียวกับที่ใช้ในอากาศยาน พร้อมด้วยจานเบรกที่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพสูง ถือเป็นการเติมเต็มช่องว่างในเทคโนโลยีรถสมรรถนะสูงของประเทศจีน

นอกจากนี้ การเปิดตัว HYPTEC SSR เวอร์ชัน Global Model ยังได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในต่างประเทศมากมาย ซึ่งเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของแบรนด์ HYPTEC ในระดับสากล HYPTEC SSR จะเริ่มต้นการส่งมอบในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเดือนสิงหาคมนี้ และจะขยายตลาดไปยังตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ และยุโรปอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะทำให้ HYPTEC ได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์รถยนต์ระดับไฮเอนด์ของโลก อีกทั้งการเปิดตัว HYPTEC SSR เวอร์ชัน Global Model ยังเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาที่ครอบคลุมทั้งในด้านการวิจัย การออกแบบ การทดสอบ การผลิตอัจฉริยะ และห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน และเป็นการแสดงให้เห็นถึงเสน่ห์และนวัตกรรมของยานยนต์ระดับไฮเอนด์จากประเทศจีนอีกด้วย

สำหรับลูกค้าที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้า AION รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่มาพร้อมกับฟีเจอร์และเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก สามารถเข้าไปทดลองขับได้ที่ศูนย์บริการ AION ทั่วประเทศ และสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

Website : https://www.aionauto.com/
Facebook : https://www.facebook.com/AIONthailand
Instagram : https://www.instagram.com/aion_thailand/
X (Twitter) : https://x.com/AION_TH
Tiktok : https://www.tiktok.com/@aion_thailand

สมุทรปราการ-พิพิธภัณฑ์ครุฑ จัดพิธีบวงสรวงพญาครุฑ พร้อมมอบโล่ใบประกาศเชิดชูเกียรติแก่เยาวชนกตัญญู ประจำปี 2567

ที่พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยธนาคารทหารไทยธนชาต ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นายสุจินต์ วาจากิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีบวงสรวงมหามงคลฉลองบูรณะองค์พญาครุฑ ที่ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์รับสิริมงคล   

โดยมี พล.ต.จินตมัย ชีกว้าง รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบกส่งเสริมกิจกรรมเด็กและเยาวชน เรื่องคุณธรรมจริยธรรม ความซื่อสัตย์สถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมด้วย นางสาวมาริสา จงคงคาวุฒิ หัวหน้ากิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืน ทีเอ็มบีธนชาต ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมในพิธีครั้งนี้

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก นางสาวสุมลฑา เจริญศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย ดร.วิชัย จันทร์จำรูญ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ นางสาวจรรยารักษ์ สาธิตกิจ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ คณะครูและนักเรียนจากสถานการศึกษาต่าง ๆ ทั้งในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ที่เดินทางมารับมอบโล่และใบประกาศเชิดชูเกียรติพร้อมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมกันเป็นจำนวนมาก

โดยกิจกรรมในช่วงเช้าได้จัดพิธีบวงสรวงองค์พญาครุฑที่ตั้งประดิษฐานอยู่ด้านหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์ จากนั้น ได้จัดให้มีพิธีมอบโล่และใบประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ที่ให้การสนับสนุนพิพิธภัณฑ์ในทุกด้าน รวมถึงคณะครูและผู้บริหารจากสถานการศึกษาต่างๆ พร้อมได้มอบโล่และใบประกาศการยกย่องเชิญชูเกียรตินักเรียนต้นแบบคนกตัญญู ประจำปี 2567 อีกด้วย

Adidas เผย!! จีนยังเป็นตลาดสำคัญ 'การผลิต-การลงทุน' รับ!! ผลประกอบการที่ดีมีปัจจัยจากกลยุทธ์ 'ในจีน เพื่อจีน'

ไม่นานมานี้ บียอร์น กุลเดน ซีอีโอของอาดิดาส (Adidas) แบรนด์เครื่องแต่งกายและรองเท้ากีฬาระดับโลก ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของตลาดจีน ภายใต้กลยุทธ์ระดับโลกของอาดิดาส ซึ่งเป็นการแสดงมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับการเติบโตในอนาคตและโอกาสการลงทุนในจีน ระหว่างการให้สัมภาษณ์ครั้งล่าสุดกับสำนักข่าวซินหัว

“จีนถือเป็นตลาดสำคัญสำหรับบริษัท และจะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในอนาคต” กุลเดนกล่าวเมื่อวันจันทร์ (12 ส.ค.) ระหว่างต้อนรับนักฟุตบอลเยาวชนจีน 22 คน ซึ่งมีกำหนดเข้าร่วมการฝึกซ้อมเข้มข้นนาน 3 สัปดาห์ที่สำนักงานใหญ่อาดิดาสในเมืองแฮร์ซอกเกนัวรัค และสมาคมฟุตบอลบาเยิร์น มิวนิค โดยเขาได้เน้นย้ำบทบาทสำคัญของกีฬาในโลกท้าทายยุคปัจจุบัน และมองว่าโครงการแลกเปลี่ยนเหล่านี้จะช่วยสร้างสะพานเชื่อมผ่านเกมกีฬา

กุลเดนระบุว่า อาดิดาสจะลงทุนด้านกีฬาในจีนต่อไป รวมถึงย้ำบทบาทของจีนในการเป็นตลาดแห่งสำคัญ ตลอดจนฐานการผลิตและการจัดหาที่สำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์ของอาดิดาส และเป็นตลาดสำคัญในแง่ยอดจำหน่ายและการผลิต

ข้อมูลของบริษัทระบุว่าอาดิดาสมีรายได้ไม่อิงตามสกุลเงิน (Currency-Neutral Revenue) เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 ในช่วงไตรมาสที่สองของปีงบการเงิน 2024 เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ยอดจำหน่ายในจีนเพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน

กุลเดนชี้ว่า ผลประกอบการที่ดีของอาดิดาสมีปัจจัยจากการให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้บริโภค และย้ำความมุ่งมั่นที่อาดิดาสมีต่อกลยุทธ์ 'ในจีน เพื่อจีน' (in China, for China) โดยบริษัทยังมุ่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการของผู้คนในท้องถิ่น ด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อรับรองความพึงพอใจของผู้บริโภค

ฉลุย!! ‘อิ๊งค์-แพทองธาร’ ขึ้นแท่นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย

(16 ส.ค. 67) ที่ประชุมรัฐสภา มีมติเห็นชอบนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 31 ด้วยเสียงเห็นชอบ 319 เสียง ไม่เห็นชอบ 145 เสียง งดออกเสียง 27 เสียง

สำหรับประวัติส่วนตัว เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2529 สัญชาติไทย เป็นบุตรของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร กับ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์

สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายจากโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ระดับปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษย์วิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และระดับปริญญาโทจาก MSc International Hotel Management, University of Surrey, Weybridge, United Kingdom

ในด้านประวัติการทำงาน ดำรงตำแหน่ง กรรมการบริษัท เรนด์ เพลินจิต โอเต็ล จำกัด (2554 - 2567) / กรรมการบริษัท เรนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจโรงแรม และสนามกอล์ฟ บ. เรนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (2555 - 2567)

กรรมการบริษัท เทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ โฮเต็ล จำกัด (2556 - 2567) / กรรมการบริษัท อัลไพน์ กอล์ฟแอนด์สปอร์ตคลับ จำกัด (2559 - 2567) / กรรมการบริษัท อัลไพน์ การ์เด็น ดีไซน์ จำกัด (2559 - 2567) / กรรมการบริษัท โอเอไอ คอนซัลแต้นท์แอนด์แมนเนจเม้นท์ จำกัด (2559 - 2567)

ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วม และนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย, หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย (2565-ปัจจุบัน) / รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ, รองประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ (2566 - 2567) และ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (2566 - ปัจจุบัน)

#ตำรวจมาเลเซียเจ้าภาพคว้าถ้วยจิรวงศ์ ครั้งที่ 35

เมื่อวานนี้ (15 ส.ค.67) เวลา 15.00 น. พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / ประธานคณะทำงานจัดการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย พร้อมด้วย พล.ต.ท.อัครเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / รองประธานฯ, พล.ต.อ.ปริญญา จันทร์สุริยา ที่ปรึกษาคณะทำงานฯ, พล.ต.ต.เทอดศักดิ์ รุจิรวงศ์ ที่ปรึกษาคณะทำงานฯ, พล.ต.ต.สมพร สัจจพจน์ รองผู้บัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะ ร่วมชมการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณีตำรวจไทย-มาเลเซีย ชิงถ้วย “รุจิรวงศ์” ครั้งที่ 35 ในวันที่ 15 สิงหาคม 2567 เวลา 15.00 ณ สนามกีฬาฮังตูวะห์ เมืองมะละกา ประเทศมาเลเซีย

โดยมี ดาโต๊ะ เซอรี อุตามอ อับดุล ราอุฟ บิน ยูโซะห์ ผู้ว่าการรัฐมะละกา, ตัน ซารี ราซารูดิน บิน ฮูเซ็น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย, ดาโต๊ะ ซารี อัสมี บิน อาบู กัซซิม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร ตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย, ดาโต๊ะ ซารี รัมลี บิน โมฮัมเหม็ด ยูซุฟ ผู้อำนวยการฝ่ายปรามอาชญากรรมเศรษฐกิจ ตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย, ดาโต๊ะ ฮัจญี ไซนอล บิน ฮัจญี ซามะห์ หัวหน้าตำรวจรัฐมะละกา, อับดุล รามัล บิน อาซะ รอง ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร และคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐมะละกา ร่วมให้การต้อนรับ 

สำหรับการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณี ตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ได้เริ่มต้นในปีพุทธศักราช 2504 ครั้งเมื่อ พลตำรวจเอก ประเสริฐ รุจิรวงศ์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ โดย ทีมรักบี้ฟุตบอลสโมสรตำรวจ ได้เดินทางไปแข่งขันที่ประเทศมาเลเซีย เป็นครั้งแรก ต่อจากนั้น ได้มีการสลับกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลายาวนานถึง 63 ปี กลายเป็นประเพณีที่ผูกพันระหว่างตำรวจทั้งสองประเทศ และถือเป็นกิจกรรมสำคัญในการสร้างโอกาสให้ตำรวจทั้งสองประเทศได้มีความคุ้นเคยกัน เสริมสร้างสัมพันธภาพอย่างแนบแน่นมั่นคง

ในผลการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณี ตำรวจไทย - ตำรวจมาเลเซีย ครั้งที่ 35 ประจำปี 2567 มีดังนี้

1.การแข่งขันรักบี้ฟุตบอล 10 คน ประเภทอายุเกิน 45 ปี ตำรวจมาเลเซีย ชนะ ตำรวจไทย ด้วยคะแนน 26 : 0 จุด ตำรวจมาเลเซียครองถ้วย “Razarudin Cup“

2.การแข่งขันรักบี้ฟุตบอล 15 คน ประเภทอายุไม่เกิน 45 ปี ตำรวจมาเลเซีย ชนะ ตำรวจไทย ด้วยคะแนน 31 : 21 จุด ตำรวจไทยครองถ้วย "รุจิรวงศ์" 

ทั้งนี้ การแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีดังกล่าว ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ในการบูรณาการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม, การป้องกันปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติด, การค้ามนุษย์, การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง, แรงงานผิดกฎหมาย, องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตลอดจนความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ, ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนบุคลากรและการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเสริมสร้างความเป็นมืออาชีพ รวมไปถึงการอำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงระหว่างกันของประชาคมโลกเข้าด้วยกัน 

'เพจดัง' โชว์ภาพเต๊นท์ชักชวนคนเป็นสมาชิกพรรคประชาชนตั้งตระหง่าน แต่สะดุด!! เพราะอยู่หน้าทางเข้าวัดในเชียงใหม่ ติง!! ไม่เหมาะสม

(16 ส.ค.67) เพจ 'วันนี้พรรคส้มโกหกอะไร' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

#ทุกคนคะ ชาวบ้านที่ อำเภอเชียงดาว เชียงใหม่ ฝากเพจช่วยเป็นกระบอกเสียงด้วยค่ะ

"ตอนเย็นตั้งใจจะไปทำบุญที่วัด แต่เจอเต๊นท์ชักชวนคนเป็นสมาชิกพรรคประชาชนหน้าทางเข้าวัด หมดอารมณ์ มันไม่เหมาะสม ขอพื้นที่ปลอดการเมืองบ้างค่ะ"

‘นักเรียนประถม’ ถูกไฟดูดกลางป้ายรถเมล์ ถนนสุขุมวิท 71 ล่าสุดเอ็นขาด ค่ารักษาเฉียดแสน หลังสะบัดมือไปโดนเหล็ก

(16 ส.ค.67) จากกรณีที่เพจดัง 'อีซ้อขยี้ข่าว3' โพสต์ข้อความระบุว่า "เด็กนักเรียนชายถูกไฟดูดที่เสาแล้วสะบัดมือออกไปโดนเหล็กบาด จนเอ็นขาด บริเวณป้ายรถเมล์ ถนนสุขุมวิท 71 (กรุงเทพฯ ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัว )"

ต่อมาพบว่า นักเรียนที่ถูกไฟฟ้าดูดนั้น เป็นเด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาเท่านั้น โดยนักเรียนรายนี้ เรียนโรงเรียนอนุบาลชื่อดังในซอยสุขุมวิท 71 ต่อมาทางเพจ 'อีซ้อขยี้ข่าว3' ได้รายงานเพิ่มเติมว่า ป้ายรถเมล์ ถนนสุขุมวิท 71 ลูกชายโดนไฟดูดแล้วสะบัดมือไปโดนเหล็กบาด เอ็นขาด รอเย็บ ค่าใช้จ่าย 85,000 บาท พร้อมทั้งโพสต์ภาพป้ายรถเมล์ พร้อมระบุว่า "ป้ายรถเมล์ที่เกิดเหตุ ไม่ต้องรอให้ตายถึงเป็นข่าวนะคะ"

งานนี้ชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นและแชร์ข้อความออกไปจำนวนมาก พร้อมทั้งขอให้เด็กที่บาดเจ็บปลอดภัย หายไวไวอีกด้วย 

'สวนดุสิตโพล' เผลผลสำรวจ ‘คนไทยกับนายกรัฐมนตรี’ คาดหวัง!! เข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง-แก้ปากท้องได้ทันที

(16 ส.ค. 67) สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง ‘คนไทยกับนายกรัฐมนตรี’ ระหว่างวันที่ 14-15 สิงหาคม 2567 กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,239 คน สำรวจผ่านทางออนไลน์และภาคสนาม พบว่า กลุ่มตัวอย่างคิดว่าการที่นายกฯ เศรษฐาหลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นเรื่องการเมือง มีเบื้องลึกเบื้องหลัง ร้อยละ 52.88 และน่าจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง ร้อยละ 70.30

ทั้งนี้หวังว่าผู้ที่จะมาเป็นนายกฯ คนใหม่ ควรเข้าใจปัญหาสังคมและประชาชน ร้อยละ 62.62 สุดท้ายคิดว่าคนที่จะมาเป็นนายกฯ คนใหม่ น่าจะเป็นคุณแพทองธาร ชินวัตร ร้อยละ 36.35 รองลงมาคือคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 25.33

นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากผลโพลสะท้อนถึงความกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่เข้มข้นในช่วงนี้ มองเห็นถึงความไม่มั่นคงทางการเมืองที่อาจกระทบต่อทิศทางการบริหารประเทศและนโยบายเรือธงที่เป็นความหวังของประชาชน เรื่องการเมืองมีความซับซ้อนและผลประโยชน์ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง ดังนั้น ผู้นำคนใหม่จึงต้องเป็นผู้ที่มีความเข้าใจลึกซึ้งในปัญหาของประเทศและสามารถเชื่อมโยงกับประชาชนได้อย่างแท้จริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและนำพาประเทศไปสู่เสถียรภาพที่มั่นคง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยอดชาย ชุติกาโม อาจารย์ประจำโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า การหลุดจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้สถานการณ์ทางการเมืองไทย ณ เวลานี้ มีความร้อนแรงอย่างยิ่ง และกระทบไปยังภาคส่วนต่างๆ จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพล พบว่า 52.88% ประชาชนเชื่อว่าเป็นเรื่องการเมือง มีเบื้องลึกเบื้องหลัง มีประชาชน เพียง 15.76% เท่านั้นที่เชื่อว่าไม่มีผลกระทบกับชีวิตประจำวัน

ขณะที่คนส่วนใหญ่มองว่าการหลุดจากตำแหน่งของนายเศรษฐา น่าจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองไทย ในประเด็นที่ว่าใครสมควรเป็นนายกฯ คนต่อไป ประชาชน 36.35% ให้คุณแพทองธาร ชินวัตร มาเป็นอันดับหนึ่ง เบียดคู่แข่งที่มาแรงอย่างคุณอนุทิน ชาญวีรกูล โดยประชาชนส่วนใหญ่คาดหวังว่านายกฯ คนต่อไป ต้องเข้าใจปัญหาสังคมและประชาชน และสามารถแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจได้ทันทีซึ่งประชาชนมีความคาดหวังเรื่องเศรษฐกิจถึง 61.97%

“ทิศทางการเมืองไทยนับจากนี้ เราจะมีนายกรัฐมนตรี และผู้นำฝ่ายค้านที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของการปกครองไทยนับตั้งแต่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยมา 92 ปี คนรุ่นใหม่ที่หลายฝ่ายอยากได้มาสร้างรูปแบบ และกระบวนการทางการเมืองใหม่ ๆ จะเป็นดังที่หลายฝ่ายคาดหวังไว้หรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไป” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยอดชาย ระบุ

‘จีน’ ทดสอบ ‘เครื่องบินไฟฟ้าไร้คนขับ’ รองรับผู้โดยสารได้ 5 คน สำเร็จ พร้อมให้บริการรูปแบบแท็กซี่ หวังช่วยหนุน ‘การเดินทาง-เลี่ยงรถติด’

เมื่อวานนี้ (15 ส.ค.67) การให้บริการ ’Air Taxi‘ ใกล้ความจริงมากขึ้น เมื่อเครื่องบินไฟฟ้าไร้คนขับ (eVTOL) ประสบความสำเร็จในการบินข้ามแม่น้ำแยงซี ในเมืองหนานจิง โดยการบินทดสอบครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ระยะทาง 25 กิโลเมตร ถือเป็นครั้งแรกที่เครื่องบิน eVTOL ที่มีหนักกว่า 1 ตัน บินข้ามแม่น้ำแยงซี ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดของจีน

สำหรับเครื่องบิน eVTOL รุ่นนี้มีปีกกว้าง 15 เมตร ลําตัวยาว 11 เมตร และสูงประมาณ 3.5 เมตร สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 5 คน มีความจุสูงสุดเกือบ 500 กิโลกรัม พัฒนาโดยบริษัท AutoFlight บริษัทสตาร์ตอัปในเซี่ยงไฮ้ Xie Jia รองประธานอาวุโสของ AutoFlight กล่าวว่า เครื่องบินรุ่นนี้จะเป็นตัวเลือกในการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยว หรือผู้ที่ต้องการเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดในเมือง ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 ใน 5 หรือ 1 ใน 10 ของการเดินทางภาคพื้นดิน

ทั้งนี้ จีนมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจการบินในความสูงระดับต่ำ โดยเมืองหนานจิงถือเป็นเมืองแนวหน้าของการขับเคลื่อนเรื่องนี้ ตั้งแต่ปี 2020 เมืองหนานจิงได้มีการเปิดเขตทดสอบอากาศยานไร้คนขับพลเรือน (UAV) มีเที่ยวบินทดสอบมากกว่า 24,000 เที่ยว 

ทางด้าน Shi Shan เลขาธิการคณะกรรมการพรรคประจำ Pukou Hi-Tech Zone ในหนานจิงกล่าวว่า การขับเคลื่อนการบินในความสูงระดับต่ำมีความก้าวหน้าอย่างมาก ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งด้านการท่องเที่ยว การเดินทางในเมือง การกู้ภัยฉุกเฉิน การขนส่ง และสถานการณ์อื่น ๆ ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม CCID Consulting บริษัทด้านการวิจัยระบุว่า ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรม eVTOL ของจีนเติบโตขึ้นร้อยละ 77.3 มีมูลค่ากว่า 980 ล้านหยวน หรือประมาณ 4,900 ล้านบาท โดยคาดการณ์ว่า ภายในปี 2026 อุตสาหกรรม eVTOL น่าจะมีมูลค่ากว่า 9,500 ล้านหยวน หรือประมาณ 47,500 ล้านบาท

'รมว.ปุ้ย' สั่ง 'สนอ.' เกาะติดราคาน้ำตาลตลาดโลก ห่วง!! อาจกระทบราคาอ้อยในไทยปี 67/68

เมื่อวานนี้ (15 ส.ค.67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้กำชับให้สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำตาลตลาดโลกอย่างใกล้ชิด ห่วงอาจกระทบกับราคาอ้อยในประเทศ ฤดูการผลิตปี 2567/68 ซึ่งสถานการณ์ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 ราคาน้ำตาลตลาดโลกเฉลี่ยที่ระดับ 20 เซนต์ต่อปอนด์ ลดลง 16.67% จากปี 2566 ที่ราคาอยู่ในระดับ 24 เซนต์ต่อปอนด์ เนื่องจากมีสต็อกน้ำตาลในตลาดโลกเป็นจำนวนมาก และบราซิล ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ของโลกมีผลผลิตน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งได้เพิ่มสัดส่วนการผลิตน้ำตาล ประกอบกับในฤดูการผลิตปี 2566/67 ไทยมีผลผลิตน้ำตาล 8.81 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 12.80% จากที่คาดการณ์ไว้ว่าจะมี 7.81 ล้านตัน 

สำหรับสถานการณ์ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 แนวโน้มราคาน้ำตาลตลาดโลกจะอยู่ในระดับที่ไม่เกิน 21 เซนต์ต่อปอนด์ โดยมีปัจจัยมาจากบราซิลสามารถผลิตน้ำตาลได้มากขึ้น และหากอินเดียได้เปลี่ยนนโยบายอนุญาตให้ส่งออกน้ำตาลได้ตามปกติ จะส่งผลให้สต็อกน้ำตาลในตลาดโลกสะสมเพิ่มขึ้น ส่วนไทยคาดว่าในฤดูการผลิตปี 2567/68 จะมีผลผลิตอ้อย 92 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 11.96% เมื่อเทียบกับฤดูการผลิตปีที่ผ่านมาที่มีปริมาณอ้อย 82.17 ล้านตัน

ด้าน นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวว่า เบื้องต้น สอน. ได้นำตัวเลขมาคิดคำนวณราคาอ้อยในประเทศสำหรับฤดูการผลิตปี 2567/68 หากราคาน้ำตาลตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับที่ 21 เซนต์ต่อปอนด์ จะส่งผลให้ราคาอ้อยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,200 บาทต่อตันอ้อย ลดลง 15.49% เมื่อเทียบกับฤดูการผลิตปีที่ผ่านมาที่มีราคาอ้อยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,420 บาทต่อตันอ้อย 

อย่างไรก็ดี องค์ประกอบในการคำนวณราคาอ้อยในประเทศยังคงมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ในฤดูการผลิตปี 2567/68 สอน. จะมีแนวทางในการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตเพื่อให้ชาวไร่อ้อยมีผลผลิตที่ดี และโรงงานได้น้ำตาลทรายที่มีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยผลักดันราคาอ้อยในประเทศให้สูงขึ้นในอนาคต สอดคล้องกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่จะให้ชาวไร่อ้อยจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะสามารถเพิ่มกำลังซื้อและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทาง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top