Tuesday, 11 August 2026
Hard News Team

‘ดร.อักษรศรี’ ชี้!! EU ปรับเรทเก็บภาษีรถ EV จากจีน ดูฉาบฉวยและเลือกปฏิบัติ เอื้อค่ายรถฝรั่งผลิตในจีน แต่ยังโหดกับรถค่ายจีน

(21 ส.ค. 67) รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณี อียูลดภาษีนำเข้า EV ผลิตในจีน 🇨🇳 จากอัตราเดิมที่เคยประกาศไว้ ดูฉาบฉวยก็เหมือนจะดี แต่จริง ๆ แล้วยังคงเป็นการเลือกปฏิบัติกับจีนอยู่ดี ว่า...

รถ EV ที่ผลิตโดยค่ายรถฝรั่ง 🇪🇺 อียูจะลดภาษีให้ตรึมนะ

- ค่ายเทสล่า ลดจาก 20.8% เหลือ 9%
- ค่ายโฟล์คสวาเกน ลดจาก 37.6% เหลือ 21.3%

ส่วนรถ EV ผลิตโดยค่ายรถสัญชาติจีน 🇨🇳 จะได้รับการลดภาษีพอเป็นพิธี 😅
-ค่าย BYD จาก 17.4% เหลือ 17%
-ค่ายรถ Geely จาก 19.9% เหลือ 19.3%
-ค่ายรถ SAIC จาก 37.6% เหลือ 36.3% 

‘ประเสริฐ’ คุมเข้มข้อมูลรั่วไหล เผย ‘สคส.’ สั่งปรับเอกชน ‘7 ล้าน’ ปล่อยข้อมูลส่วนตัวประชาชนหลุดถึงมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์

วันที่ 21 สิงหาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แถลงความคืบหน้าการป้องกันและแก้ไขปัญหาข้อมูลรั่วไหลภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนไปกระทำความผิดกฎหมายที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กระทรวงดีอีว่า คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 ที่รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเทคโนโลยีและอื่นๆ ได้มีคำสั่งปรับบริษัทเอกชนรายใหญ่ของประเทศที่มีการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ที่ปล่อยให้ข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากรั่วไหลไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยไม่มีมาตรการควบคุมดูแลรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามที่ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด รวมถึงบริษัทดังกล่าวไม่มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) และละเลยไม่แจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลให้แก่สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด  โดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 ได้มีคำสั่งลงโทษปรับทางการปกครองบริษัทดังกล่าวในอัตราสูงสุดรวมจำนวนทั้งสิ้น 7 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

1) บริษัทที่ถูกร้องเรียนได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าจำนวนมากกว่า 1 แสนราย  และใช้ข้อมูลดังกล่าวในการประกอบธุรกิจหลักของบริษัท แต่กลับไม่มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายกำหนด จึงทำให้เมื่อเกิดข้อมูลรั่วไหล บริษัทดังกล่าวไม่สามารถเยียวยาแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งเป็นกรณีดำเนินการที่ขัดต่อมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

2) ผู้ถูกร้องเรียนดังกล่าวไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมตามที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด ทำให้ข้อมูลรั่วไหลจากบริษัทดังกล่าวไปยังกลุ่มมิจฉาชีพคือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรา 37(1) แห่งพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

3) เมื่อเกิดเหตุข้อร้องเรียนจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทกลับเพิกเฉยไม่ดำเนินการแก้ไข และแจ้งเหตุให้สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลล่าช้า ทำให้ไม่สามารถเยียวยาได้ อันเป็นความผิดตามมาตรา    37 (4) พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

นายประเสริฐ กล่าวว่า นอกจากนี้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 ยังมีคำสั่งให้บริษัทผู้ถูกร้องเรียนปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยที่ป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลอีก รวมทั้งได้มีคำสั่งกำชับให้บริษัทผู้ถูกร้องเรียนดำเนินการอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมถึงเพิ่มเติมมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ทันสมัย กับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และมีหน้าที่ต้องแจ้งให้สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงมาตรการแก้ไขดังกล่าวภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับคำสั่ง

“คำสั่งลงโทษปรับทางการปกครองดังกล่าว เป็นคำสั่งลงโทษปรับทางการปกครองฉบับแรกกับบริษัท เอกชนรายใหญ่ โดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 ตั้งแต่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรปหรือ GDPR” นายประเสริฐ กล่าวย้ำ 

นายประเสริฐ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE ได้แถลงเพิ่มเติมว่าคำสั่งปรับดังกล่าวต้องการคุ้มครองประชาชนจากปัญหากรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์และข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลที่เป็นปัญหาหลักของประเทศในตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงเป็นการแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชนที่มีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ให้ต้องดำเนินการแจ้งสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด โดยคำสั่งปรับทางการปกครองฉบับนี้จะใช้เป็นมาตรฐาน และบรรทัดฐานในการพิจารณาเรื่องข้อมูลรั่วไหลในภาครัฐ และภาคเอกชน ที่มีการร้องเรียนเข้าที่สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อไป และผลจากการปรับครั้งนี้จะทำให้ภาครัฐและภาคเอกชนตื่นตัวในเรื่องการเคร่งครัดและปฎิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้มากขึ้น รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการในการป้องปรามอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เกิดขึ้น จากการนำเอาข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนที่มีอยู่มากในปัจจุบันไปใช้โดยผิดกฎหมาย นอกจากนี้มาตรการดังกล่าวยังช่วยในการเยียวยาบรรเทาความเสียหายให้กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจากเหตุดังกล่าวข้างต้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลทางออนไลน์ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้มากขึ้น

ประธานวุฒิสภาให้การรับรองรองประธานสภาผู้แทนระดับภูมิภาค สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย

วันที่ 20 สิงหาคม 2567 เวลา 10.00 นาฬิกา ณ ห้องรับรองพิเศษ 204 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ให้การรับรอง ดร. มาห์ยูดิน (Dr. H. Mahyudin, St., MM.) รองประธานสภาผู้แทนระดับภูมิภาค (DPD) สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนไทย ระหว่างวันที่ 19 - 23 สิงหาคม 2567 โดยมี พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง และนางสาวนภาภรณ์ ใจสัจจะ เลขาธิการวุฒิสภา ร่วมให้การรับรอง โอกาสนี้ นายระห์หมัต บูดีมัน (H.E. Mr. Rachmat Budiman) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เข้าร่วมด้วย

ประธานวุฒิสภา กล่าวต้อนรับรองประธานสภาผู้แทนระดับภูมิภาคสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญของรัฐสภาต่างประเทศคณะแรกที่ได้ให้การรับรอง ที่ผ่านมาไทยและอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดมาอย่างยาวนาน ยินดีที่ปีนี้ครบรอบ 74 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน สำหรับความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิด มีการจัดตั้งกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาซึ่งมีการแลกเปลี่ยนการเยือนและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันอยู่เสมอ และสำหรับความร่วมมือพหุภาคี สมาชิกรัฐสภาของทั้งสองประเทศให้การสนับสนุนและทำงานอย่างใกล้ชิดในประเด็นที่อยู่ในความสนใจสำคัญร่วมกัน เชื่อมั่นว่าการพบปะกันระหว่างสมาชิกรัฐสภาทั้งสองประเทศจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ประธานวุฒิสภากล่าวแสดงความยินดีกับอินโดนีเซียในการสร้างเมืองหลวงแห่งอนาคต "นูซันตารา" (Nusantara) ให้เป็นเมืองหลวงใหม่ที่ทันสมัยด้วยความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีและนวัตกรรมซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ประธานวุฒิสภาเชื่อมั่นว่าไทยและอินโดนีเซียสามารถทำงานร่วมกันเพื่อผลักดันการท่องเที่ยวภายใต้กรอบความร่วมมืออาเซียน และการเปิดเส้นทางบินใหม่ระหว่างกันจะทำให้ประชาชนได้มีการเดินทางไปมาหาสู่กันมากขึ้น 

รองประธานสภาผู้แทนระดับภูมิภาค (DPD) กล่าวแสดงความยินดีในโอกาสที่ได้รับเลือกเป็นประธานวุฒิสภา การพบปะกันในวันนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกระชับความสัมพันธ์กันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งนี้ สภาผู้แทนระดับภูมิภาคมีหน้าที่และอำนาจในการปกครองตนเองในระดับท้องถิ่น รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การพิจารณาพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับงบประมาณของประเทศ ภาษี การศึกษา ศาสนา  ด้วยหน้าที่และอำนาจที่มีความเป็นอิสระและมีความท้าทาย สภาผู้แทนระดับภูมิภาคของอินโดนีเซียและวุฒิสภาไทยสามารถมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นด้านนิติบัญญัติร่วมกัน เชื่อมั่นในการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับนิติบัญญัติจะนำมาซึ่งความร่วมมือ ผลักดันการพัฒนาที่ยั่งยืนครอบคลุมและใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นต่อไป  

จีนพบ 'ปลาสเตอร์เจียน' หายากใกล้สูญพันธุ์ในแม่น้ำแยงซี ผลจากคำสั่งห้ามทำการประมงอย่างครอบคลุมในพื้นที่นี้

(21 ส.ค. 67) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า หน่วยงานการเกษตรท้องถิ่นของจีนรายงานพบปลาสเตอร์เจียนแยงซี ซึ่งเป็นปลาที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองระดับสูงสุดของจีน บริเวณแม่น้ำแยงซีตอนบนในมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน 

หลัวซิ่งกั๋ว หัวหน้าสถานีประมง สังกัดสำนักเกษตรและกิจการชนบทของเมืองสุ่ยฟู่ ระบุว่าคลิปวิดีโอที่บันทึกโดยกลุ่มช่างภาพเผยว่าปลาสเตอร์เจียนแยงซีอยู่ร่วมกับปลาชนิดอื่นๆ ได้อย่างกลมกลืน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบเชิงบวกของคำสั่งห้ามทำการประมงอย่างครอบคลุมในพื้นที่นี้

หลัวเสริมว่า เมืองสุ่ยฟู่ได้ติดตามปลา 62 สายพันธุ์ตั้งแต่ปี 2023 ในจำนวนนี้เป็นปลาหายากบางสายพันธุ์ ซึ่งเผยให้เห็นว่าความหลากหลายของปลาหายากและพันธุ์ปลาเฉพาะถิ่นยังคงเพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้

อนึ่ง ปลาสเตอร์เจียนแยงซี หรือที่เรียกว่าปลาสเตอร์เจียนแดบรี เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังที่เก่าแก่ที่สุดชนิดหนึ่งของโลก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนการใช้เล่มทะเบียนรถปลอม หรือโฉนดที่ดินปลอม มาใช้เป็นหลักประกันการให้กู้ยืมเงิน มีโทษตามกฎหมายอาญา จำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับสูงสุด 200,000 บาท

วันนี้ (21 สิงหาคม 2567) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่ามีประชาชนนำใบคู่มือจดทะเบียนรถปลอม (เล่มทะเบียนรถปลอม) หรือโฉนดที่ดินปลอม มาใช้เป็นหลักประกันการให้กู้ยืมเงิน เบิกเงินเกินบัญชี หรือขอเครดิตด้วยวิธีการอื่น เป็นจำนวนมากซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดและมีโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับสูงสุด 200,000 บาท

การปลอมแปลงเอกสารทั้งฉบับหรือส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ แก้ไข ประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หากได้กระทำเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ถือว่าผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเอกสาร มีความรับผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนี้

ผู้ที่ทำเอกสารปลอม มีความผิดฐานทำเอกสารปลอม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- หากเอกสารที่ปลอมขึ้นมา เป็นเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ เช่น หนังสือสัญญากู้ยืมเงิน สัญญาซื้อขาย และสัญญาเช่า ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 - 100,000 บาท
- หากเอกสารที่ปลอมขึ้นมา เป็นเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ เช่น โฉนดที่ดิน สัญญาจดทะเบียน และพินัยกรรม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 - 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท
- การแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับผู้ที่ใช้เอกสารปลอม กรณีมีการอ้างหรือใช้เอกสารที่ปลอมขึ้นตามมาตรา 264 มาตรา 265 มาตรา 266 หรือมาตรา 267 ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากการใช้เอกสารปลอม หรือพบเบาะแสว่าทีบุคคลใดรับจ้างทำเอกสารปลอม สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ที่สถานีตำรวจทุกแห่งทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 191 และสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

'Black Myth: Wukong' โกยสถิติสลุด หลังเปิดให้เล่นบน Steam 24 ชม.แรก ยอดผู้เล่นทะลุ 1 ล้านคน ขึ้นแท่นเกมขายดีอันดับ 1 รีวิวทางบวก คิดเป็น 97%

(21 ส.ค. 67) หลังจากที่เกม 'Black Myth: Wukong' เกมล่าสุดจากค่ายยักษ์แดนมังกรอย่าง Game Science เปิดให้ผู้ที่สนใจได้เล่นกันแล้วเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางการรอคอยหลังเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2020 ส่งผลให้ 'Black Myth: Wukong' ขึ้นแท่นเกมที่มียอดผู้เล่นสูงทุบสถิติเกมที่มียอดผู้เล่นทะลุ 1 ล้านคนเร็วสุดบน Steam และเป็นเกม Single Player ที่มีผู้เล่นพร้อมกันมากที่สุดบน Steam ตั้งแต่เปิดให้บริการวันแรก จากการรายงานของ SteamDB

และนอกจาก 2 สถิติข้างต้นแล้ว Black Myth: Wukong ยังทำลายสถิติอื่น ๆ ด้วย โดยใน 24 ชั่วโมงแรก Black Myth: Wukong ทำสถิติดังนี้...

- ยอดผู้เล่นแตะหลัก 1 ล้านคนเร็วสุด ใน 1 ชั่วโมง หลังเปิดให้เล่น (1.26 ล้านคน)
- เป็นเกมที่ 2 ของปี 2024 ที่มียอดผู้เล่นทะลุ 2 ล้านคน ต่อจาก Palworld

- ยอดผู้เล่นพร้อมกันสูงสุดทะลุ 2.2 ล้านบัญชี แซง Palworld (2.1 ล้านบัญชี) เป็นรองเพียง PUBG: Battlegrounds ที่มียอดผู้เล่นอยู่ที่ 3.257 ล้านบัญชี  

- มียอดผู้เล่นพร้อมกัน 2.223 ล้านบัญชี แตะจุดพีคบน Steam ใน 12 ชั่วโมง
- เป็นเกม Single Player อันดับ 1 ตลอดกาลที่มียอดผู้เล่นพร้อมกันเยอะที่สุดของ Steam บน PC

- ขึ้นแท่นเกมอันดับ 1 ขายดีสุดบน Steam
- รีวิวในทางบวก 176,256 ครั้ง คิดเป็น 97% รีวิวในทางลบ 5,369 ครั้ง คิดเป็น 3%

'เพจดัง' ขยายความ Visiting Democracy Fellowship ที่ Harvard ของ 'พิธา' สรุปแล้ว ไปเป็นนักเรียน ไม่ได้ไปเป็นอาจารย์ และไม่น่าใช่การถูกเชิญ

(21 ส.ค. 67) เพจ 'วันนี้พรรคส้มโกหกอะไร' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

#ทุกคนคะ ขอกันเข้ามาเยอะ ประเด็น คุณพิธา ในฐานะ Visiting Democracy Fellowship ที่ Harvard หมายความว่าอะไร 

#หนูจะเล่าให้ฟัง

1. ต้องสมัครค่ะ เท่าที่อ่านดู ไม่มีอธิบายเรื่องการเชิญ โดยทั่วไปคือต้องสมัคร มีค่าใช้จ่าย ไม่แน่ใจว่าจะมีกรณีเชิญพิเศษหรือไม่นะคะ

2. ต้องเป็นนักเรียน ป.เอก หรือ PhD Vandidate (คือนักเรียน ป.เอก ที่สอบ Proposal ผ่านแล้ว) หรือ มีประสบการณ์ (Professional Experienc

3. Consider เป็น Full-Time Student ค่ะ จะสมัครเรียนได้ ต้องติดต่ออาจารย์ที่มหาลัยก่อน ให้อาจารย์รับ ถึงจะสมัครได้ แล้วจะขึ้นตรงกับภาควิชาใดภาควิชานึงของมหาลัย (Process แบบนี้ถือเป็นวิธีการสมัครเรียน ป.เอก ของอเมริกาแบบปกติค่ะ)

4. ไม่ต้องลงเรียนวิชาใดแล้ว (แต่ถ้าอยากเรียน ก็สามารถลงเรียนแบบ Audit ได้) ให้ทำเฉพาะงานวิจัยของตัวเอง เป็น Independent Research ในหัวข้อของตัวเอง จะถูก Required ให้เข้าฟังสัมมนาของมหาลัย (ซึ่งเป็นปกติของ นร. ป.เอก เช่นกัน)

5. เป็นโปรแกรมระยะสั้น ไม่เกิน 1  ปี หากครบกำหนดต้องสมัครใหม่เอง ไม่ต่อโปรแกรมอัตโนมัติ ไม่ได้วุฒิ ป.เอก แต่ได้ประกาศนียบัตร

#สรุปสั้นๆ

คุณพิธา สมัครเรียน Graduate Student ค่ะ เหมือน นักเรียน ป.เอก/PhD candidate ที่เรียน coursework ครบหมดแล้ว หรือ Postdoc และ ทำแต่งานวิจัยของตัวเองค่ะ เป็นโครงการทำวิจัยระยะสั้น และ มีกิจกรรมทำตามที่ Harvard จะให้ทำ และเป็น Non-Degree ค่ะ

ทั้งนี้ ทางเพจ ได้ตรวจสอบ พบอีกว่า นานพิธา น่าจะสมัครไว้ก่อนแล้ว เพราะถ้าไปปีนี้ ก็จะตรงกับเปิดเทอมเดือน ก.ย.ที่จะถึงนี้ (Fall: Sep 2024 - May 2025)

'วินฟาสต์' ถอยทัพ!! รอจังหวะดีๆ ค่อยกลับมา ไม่ฝืนเดินหน้าเพราะมีแต่เจ็บตัว เหตุ!! ตลาดไทยไม่ง่าย ภายใต้สงครามราคาดุที่เกิดขึ้นจากแบรนด์จีน

(21 ส.ค. 67) วินฟาสต์ (VinFast) แบรนด์รถไฟฟ้า 100% สัญชาติเวียดนาม ก่อตั้งขึ้นในปี 2560 เป็นบริษัทในเครือของ Vingroup (VIC) ยักษ์ใหญ่ในเวียดนามที่ถือธุรกิจหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และโรงแรม ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 1.2 แสนล้านบาท (ปี 2566)

วินฟาสต์เริ่มขยายธุรกิจสู่ตลาดใหญ่ของโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และในปีนี้วินฟาสต์เล็งขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างจริงจัง และไทย เป็นหนึ่งในหลายประเทศที่วินฟาสต์จะเข้ามาทำตลาด ทั้งนี้เนื่องจากตลาดรถไฟฟ้าในบ้านเรากำลังเติบโตด้วยนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล

ในไทยวินฟาสต์ เข้ามาตั้งบริษัทลูกตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว คือ บริษัทวินฟาสต์ ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 108,360,000 บาท และในงานมอเตอร์โชว์ ปี 2024 นำรถเข้ามาอวดโฉมหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น VF e34 , VF5 ,VF6 , VF7, VF8, VF9 รวมถึงรถกระบะไฟฟ้า VF Wild ตัวใหม่ล่าสุดด้วย

แต่ยังไม่ทันได้ตั้งไข่มีกระแสข่าวออกมาว่า วินฟาสต์ ชะลอแผนการทำธุรกิจในไทย พร้อมเลื่อนเปิดตัวรถรุ่นแรก VF5 ออกไปแบบไม่มีกำหนด รวมถึงผู้บริหารคนแรก วู ดัง เยน ฮัง (Vu Dang Yen Hang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ วินฟาสต์ ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ถูกสั่งให้กลับไปดูงาน วินกรุ๊ป ที่เวียดนามอีกต่างหาก และตอนนี้ยังไม่มีผู้รักษาการแทน ขณะเดียวพนักงานคนไทยฝ่ายการตลาดจะถูกให้ออกภายในสิ้นเดือนนี้ (สิงหาคม)  ด้วยเหตุผลว่าปีนี้ไม่มีการจำหน่ายรถในประเทศไทย

ซึ่งตอนนั้นเธอให้สัมภาษณ์ไว้ว่า "การเปิดตัวแบรนด์ของเราในประเทศไทยเป็นก้าวสำคัญภายใต้กลยุทธ์การขยายธุรกิจสู่ทั่วโลกของวินฟาสต์ ซึ่งจะเสริมสร้างฐานธุรกิจในประเทศศูนย์กลางยานยนต์ที่คึกคักที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าครบทุกรุ่นของเราสะท้อนถึงบทบาทผู้นำของวินฟาสต์ในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปฏิวัติการขนส่งสีเขียวของประเทศไทย ซึ่งจะนำไปสู่อนาคต ที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน"

ประเทศไทยคือตลาดรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากนโยบายสนับสนุนของรัฐบาลในหลายด้าน จากข้อมูลของสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย คาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปี 2567 นี้ วินฟาสต์มุ่งมั่นที่จะขยายตัวอย่างรวดเร็วในตลาดประเทศไทย และเสริมสร้างความเป็นผู้นำในการบุกเบิกการพัฒนาการขับเคลื่อนสีเขียวและยั่งยืนทั่วโลก

บวกกับได้มีการพูดคุยกับดีลเลอร์ในช่วงแรกถึง 15 รายที่สนใจจะทำธุรกิจกับวินฟาสต์ อีกทั้งยังมีแผนเปิดโชว์รูมประมาณ 30 แห่งภายในปี 2567 แต่ปัจจุบันแผนคงถูกพับเก็บไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนดีลเลอร์ไม่รู้ชะตากรรม ว่าเหลือเท่าไร ถอดใจตามหรือเปล่า หรือจะเบี่ยงเบนไปขายแบรนด์อื่นหรือยัง

สาเหตุของการพับการทำธุรกิจในไทย น่าจะเกิดจากภายใต้ภาวะสงครามราคาที่เกิดขึ้นอยู่ขณะนี้ในตลาดไทยค่อนข้างรุนแรงด้วยแบรนด์จีน ขนาดรถค่ายญี่ปุ่นที่อยู่มานานยังซวนเซกันทั้งขบวน วินฟาสต์ในฐานะแบรนน้องใหม่จึงต้องทบทวนธุรกิจอีกรอบ เพราะการทำตลาดรถในไทยไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ นอกจากจะมีตัวเล่นเยอะทั้งค่ายญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา และจีน คุณภาพสินค้า เครือข่ายการจำหน่าย การบริการหลังการขาย กลยุทธ์ในการทำตลาด และที่สำคัญชื่อเสียงของแบรนด์ การสร้างแบรนด์ ความน่าเชื่อถือต่อลูกค้าคนไทย ทุกอย่างต้องใช้เวลา ไม่สามารถใช้การตัดราคา รถราคาถูก และจะทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้

โจทย์ดังกล่าวข้างต้นสร้างความหนักใจให้กับวินฟาสต์ไม่มากก็น้อย ดังนั้นการถอยทัพกลับไปตั้งหลัก คิดทบทวนอีกครั้งก็ยังไม่สาย ที่สำคัญคิดว่าช่วงนี้ยังไม่เหมาะสมที่จะรุกเข้ามาตลาดไทย เหตุการแข่งขันกำลังเดือด ถ้าโดดเข้าร่วมวงตอนนี้มีแต่เจ็บตัว การพักรบไปก่อน รอจังหวะดี ๆ ค่อยกลับมารุกธุรกิจก็ยังไม่สาย จะได้อยู่ยาว ๆ เป็นตัวเลือกให้กับคนไทย

เปิดประวัติ 'ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี' นักกฎหมายมือฉมัง เสริมกำลัง 'รวมไทยสร้างชาติ'

ถือเป็นการเปิดตัวเป็นสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการกับพรรครวมไทยสร้างชาติของ 'คุณเอ๋' ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หลังจากก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.67 ที่โรงภาพยนตร์ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้ชวนมาชมภาพยนตร์ ร่วมกัน

โดยก่อนหน้านี้ คุณเอ๋ เคยกล่าวไว้ว่า ตนได้เข้ามาช่วยดูงานด้านกฎหมายและเครดิตบูโร ให้กับนายพีระพันธุ์ และ พรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะมีความสนิทสนมกับนายพีระพันธุ์ตั้งแต่สมัยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งล่าสุด ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้เข้าร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยคาดว่าจะมาช่วยเสริมกำลังให้ทีมกฎหมายของพรรคให้เข้มแข็งขึ้นต่อไป

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ถือเป็นนักการเมืองชาวไทยคนสำคัญ ที่เป็นผู้ริเริ่มเสนอกฎหมายปฏิรูปเครดิตบูโร โดยบทบาททางด้านการเมืองนั้น เป็นอดีตรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า เป็นอดีตเลขาธิการพรรคกล้า เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ 

ในส่วนของประวัติ...

>> จบการศึกษา...
- ปริญญาเอก รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (ศิษย์เก่าดีเด่น)
- ปริญญาโท LL.M. in Banking and Financial Law, Boston University School of Law, USA
- ปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศิษย์เก่าดีเด่น)
- ประถมศึกษา มัธยมศึกษา โรงเรียนเซนต์คาเบรียล รุ่น 75 (ศิษย์เก่าดีเด่น)

>> ประกาศนียบัตร...
- หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงสถาบันวิทยาการตลาดทุน วตท. รุ่น 13
- หลักสูตรการพัฒนากรรมการบริษัทมืออาชีพ IOD : DCP รุ่น 107
- หลักสูตรผู้นำธุรกิจระดับโลก (Global business Leaders Program : GBL รุ่น 1)
- หลักสูตรวิชาว่าความของสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ (ใบอนุญาตทนายความ 1338 /2543)
- หลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง ปปร. รุ่น 12 สถาบันพระปกเกล้า
- หลักสูตรแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้งด้านนโยบายสาธารณะ โดยสันติวิธี สถาบันพระปกเกล้า
- หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนามหานคร: มหานครรุ่น 3
- หลักสูตรการพัฒนานวัตกรรมธุรกิจแบบก้าวกระโดด: DSTARTUP รุ่น 2 มหาวิทยาลัยศรีปทุม
- หลักสูตร Transformers รุ่น 1 มหาวิทยาลัยมหิดล
- หลักสูตรนักบริหารระดับสูง 'ธรรมศาสตร์เพื่อสังคม' : นมธ.รุ่น 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- หลักสูตรนักบริหารการพัฒนาในยุคดิจิทัล: DAD รุ่น 8 สถาบันบัณบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

>> ประสบการณ์ทำงาน
- ประธานคณะกรรมการ บริษัท เวฟ เอกซ์โพเนนเซียล จำกัด (มหาชน) (ปัจจุบัน)
- กรรมการ บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) (ปัจจุบัน)
- กรรมการ บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชม) (ปัจจุบัน)
- กรรมการ บริษัท เมทเธียร์ จำกัด (ปัจจุบัน)
- อาจารย์พิเศษ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพรมบุรี (ปัจจุบัน)

- สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 2 สมัย
- กรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า
- ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
- ประธานกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย สภาผู้แทนราษฎร
- กรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ
- กรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน
- กรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ
- กรรมการประสานงานฝ่ายรัฐบาล (วิปรัฐบาล)

- กรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2554
- กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณประจำปี
- ข้าราชการ กองกฎหมาย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
- เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.)

- ผู้บรรยายกฎหมายการคลัง การเงินและการธนาคาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต และกรุงเทพธนบุรี
- กรรมาธิการวิสามัญพิจารณากฎหมาย ดังนี้...
* พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
* พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
* พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการและบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
* พ.ร.บ.คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พรบ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

* พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ร.บ.ระเบียบริหารราชการแผ่นดิน พ.ร.ม.คุ้มครองการดำเนินงานของอาเซียนฯ
* พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างกิจการรถไฟฟ้ามหานครฯ
* พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
* พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ร.บ.ว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทำผิดกฎหมาย

>> บทความวิชาการ / งานวิจัย
- แนวทางและรูปแบบของกฎหมายเพื่อการกำกับดูแล การประกอบธุรกิจการเงินที่มิใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank)
- กระบวนการจัดเก็บภาษีตามพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 กรณีศึกษากรุงเทพมหานคร
- แนวทางการมีส่วนร่วมพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดมุกดาหาร โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

‘พีระพันธุ์’ ตอบชัดปมเข้าร่วมรัฐบาล ลั่น!! ไม่อยากยืนอยู่ฝั่งเดียวกับศัตรูของชาติและสถาบัน

เมื่อไม่นานมานี้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ตอบชัดถึงอีกปมประเด็นคำถามจากสังคมว่า ‘ทำไม รวมไทยสร้างชาติ จึงต้องเข้าร่วมรัฐบาล อย่างชัดเจน’ โดยนายพีระพันธุ์ระบุว่า…

"ในสภาไม่มีตรงกลาง ถ้าเราไม่ร่วมรัฐบาล เขาก็จะจัดสรรเราเป็นฝ่ายค้าน เราก็ต้องอยู่ภายใต้กำกับดูแลของหัวหน้าฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นใครก็รู้อยู่...

"มันไม่มีอะไรที่จะถูกใจได้ทั้งหมด แต่อันไหนที่พอจะดีกว่า แย่น้อยกว่า เสียน้อยกว่า และสามารถทำประโยชน์ให้ประเทศชาติได้ นี่คือสิ่งที่ใช้ตัดสินใจ...

"เราไม่อยากยืนคู่อยู่กับคนที่เป็นศัตรู ของชาติ ของแผ่นดิน และของสถาบัน...

"การเมืองเป็นเรื่องความรู้สึก และความรู้สึกที่สำคัญที่สุด คือ ความรู้สึกเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติและสถาบัน..."

สุดท้ายนายพีระพันธุ์ ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับการที่รวมไทยสร้างชาติได้ร่วมรัฐบาลอีกว่า จะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์อย่างที่สุด 

"ในปีหน้า ถ้าเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ เรายังได้กำกับดูแลที่เดิม ประชาชนจะได้รับของขวัญ เป็น ค่าไฟ ค่าน้ำมัน อย่างแน่นอน!!!" 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top