Tuesday, 11 August 2026
Hard News Team

เปิด 5 เหตุผล!! ทำไม ‘คนไทย’ ย้ายมาอยู่อเมริกาแล้วไม่อยากกลับบ้าน พบ!! 'งาน-เงิน-สวัสดิการ' ดี แต่ต้องแลกด้วยการจ่ายภาษีในอัตราสูง

เมื่อไม่นานมานี้ จากช่องยูทูบ 'Jason in USA' ช่องรีวิววิถีชีวิตในสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์คลิปวิดีโอเกี่ยวกับข้อสงสัยว่า 'ทําไมคนไทยหลายคนเมื่อย้ายมาอยู่ที่อเมริกาแล้วนั้น จึงไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตที่ไทย' โดยมีคนไทยจํานวนไม่น้อยที่รู้สึกว่าการใช้ชีวิตที่อเมริกานั้นมันดีกว่าที่ไทย ซึ่ง Jason in USA ก็ได้ยกเหตุผลมา 5 ข้อ ดังนี้…

ข้อที่ 1 เรื่องโอกาสในการหางานและการทํางานสูงกว่า ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทําให้หลายคนนั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเมื่อใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกา
ข้อที่ 2 เรื่องการศึกษา ซึ่งการศึกษาที่อเมริกาสามารถเข้าถึงได้กับทุกคน และที่สําคัญคือสามารถเอาไปต่อยอดในอนาคตได้อีกด้วย
ข้อที่ 3 เรื่องกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งหลายคนชอบของที่อเมริกามาก ๆ
ข้อที่ 4 เรื่องคุณภาพอากาศ ที่หลายคนมองว่าที่อเมริกาดีกว่าที่ไทยมาก โดยเฉพาะตามชานเมืองหรือชนบทที่ไม่ค่อยเจอมลพิษ
ข้อที่ 5 เรื่องสวัสดิการของรัฐในด้านต่าง ๆ ที่ดีกว่าที่ไทยมาก

ทั้งนี้ หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยเข้ามาแสดงความคิดเห็น ในมุมต่างๆ ทั้งแง่บวกและลบ โดยมีหลายความเห็นที่อยากคว้าโอกาสที่นี่ก่อน แล้วค่อยกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่เมืองไทย เช่น…

- "สวัสดิการที่ต้องแลกมากับภาษีราคาแพง"

- ยอมรับภาษีที่นี่หนักมากจริงๆ

- "ด้านสวัสดิการในการรักษาพยาบาล ของไทยยังไงก็ยังดีกว่า"

- "ชอบเมกานะ แต่เกษียณวางแผนกลับไทย เพราะเบื่อการบริการของร้านอาหารและตามห้างต่าง ๆ บริการแย่มาก แถมบังคับทิป เอามาให้คนไทยดีกว่า น้ำใจบวกรอยยิ้ม มีความสุข"

- "ยังไม่อยากกลับไทย เพราะมันยังไม่ถึงเวลา ช่วงที่โอกาสมาถึงให้รีบกอบโกยก่อน"

- สำหรับคนที่บอกอเมริกาแพงไม่ดีอย่างนู้นอย่างงี้ ต้องบอกเลยว่าบางรัฐก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด

‘คนขอนแก่น’ หนุนแจกเงินสด แทน ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ เชื่อ!! ตอบโจทย์ความต้องการ - ใช้จ่ายสะดวกกว่า

(22 ส.ค. 67) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ภายในตลาดสดเทศบาล1 เขตเทศบาลนครขอนแก่น เพื่อสำรวจความคิดเห็นประชาชนชาวขอนแก่น หลังจากมีกระแสข่าวมาว่ารัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะเปลี่ยนจากเงินดิจิทัลเป็นเงินสด 10,000 บาท

นางตุ๊กตา สรีอภัย อายุ 57 ปี แม่ค้าขายปลา กล่าวว่า ถ้าได้เป็นเงินสดจริง ๆ จะดีมากเพราะเงินส่วนนี้จะได้เอาไปเสียค่าน้ำค่าไฟ ให้ลูกไปโรงเรียน เพราะเมื่อดูตามข้อเท็จจริงแล้วถ้าได้เป็นเงินดิจิทัล 10,000 บาทน่าจะใช้ได้ยาก แต่ถ้าเป็นเงินสดจะใช้ง่ายและจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีขึ้นด้วยเพราะจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ สามารถใช้เติมน้ำมันได้ ให้ลูกไปโรงเรียนได้

"เดี๋ยวนี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนเศรษฐกิจไม่ดีทุกคนต้องการเงินสด ถ้าได้เงินส่วนนี้มาจะนำไปเสียค่าน้ำ ค่าไฟ เพราะติดมา 2 เดือนแล้วเพราะขาดสภาพคล่องที่จะนำเงินไปใช้จ่าย ขายของก็ยากลำบากคนซื้อก็ซื้อยากพฤติกรรมคนซื้อเปลี่ยนไปไม่เหมือนก่อน ตอนนี้ยังไม่ค่อยเชื่อมั่นว่าจะได้เงิน 10,000 บาท ถ้าทำสำเร็จและได้เงินจริง ๆ ตอนนั้นถึงจะเชื่อมั่นในตัวรัฐบาลจริง ๆ ตราบใดที่ยังไม่เห็นเงินก็ไม่มีทางเชื่อ ถ้าได้เงินสดอยากจะได้เป็นงวดเดียวไม่ต้องแบ่งจ่าย ค่าน้ำก็แพง ค่าไฟก็แพง ค่าน้ำมันรถ ให้ลูกไปโรงเรียน เงิน 10,000 บาท ใช้ได้ไม่กี่วันก็หมด"

ขณะที่นางเพ็ชรัตน์ กองพล 58 ปี แม่ค้าขายไส้กรอก กล่าวว่า เงินสดที่รัฐบาลจะให้ ตนเองคิดว่าดีเพราะทุกคนมีรายจ่ายครอบครัวตนเองคนแก่อยู่บ้านก็ถามมาว่าจะได้จริงไหม ตนเองก็ได้แต่บอกให้ใจเย็น ๆ จะพาทำ และเชื่อว่าจะต้องได้อย่างแน่นอน เพราะรายจ่ายก็มีมาก ถ้าได้เงินตัวนี้เข้ามาจะสามารถช่วยเหลือคนเฒ่าคนแก่เหล่านี้ได้อย่างมาก ความหวังตอนนี้เชื่อว่าทำได้

"ที่ผ่านมาในรัฐบาลลุงตู่สามารถทำได้มาแล้ว ไม่ว่าใครเข้ามาเป็นรัฐบาลก็น่าจะทำได้ เพราะมีทีมงานของตัวเองทุกอย่างสามารถจัดการได้หมด ขนาด 30 บาทรักษาทุกโรคก็ยังสามารถทำได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคณะรัฐบาลที่จะช่วยกันผลักดันไม่ขัดแย้งกันก็จะสามารถทำได้อย่างแน่นอน"

นางเพ็ชรัตน์ กล่าวต่ออีกว่า หากได้เงินจริงอันดับแรกจะนำไปซื้อข้าวสารไว้ในครัวเรือน รวมทั้งของใช้จำเป็น เพราะเงินที่ได้มาแม้ว่ามีข้อแม้ก็จะไปซื้อของใช้จำเป็นเหล่านี้ เงินอื่น ๆ ที่เราหาเองก็ค่อยไปซื้อสิ่งของอื่น ๆ แทน เพราะเงินที่ให้มาเป็นเงินที่ทางรัฐบาลให้มาใช้จ่ายในการดำรงชีพ อาจจะจ่ายแบบรายงวดก็ได้ ถ้าเป็น 2 งวดก็จะดี ถ้าได้ก้อนเดียวลูกหลานก็จะมาขอไปหมดทำให้ไม่ได้ใช้

ด้านนาง ทิวารัตน์ สร้อยสุวรรณ์ อายุ 42 ปี แม่ค้าขายผลไม้ กล่าวว่า ตนเองไม่ได้ลงทะเบียนไว้ตอนที่จะแจกเป็นเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เพราะกลัวว่าไม่มีสิทธิ์ไปซื้อร้านค้าที่ต้องการซื้อ เพราะอาศัยอยู่ในเมืองแต่ทะเบียนบ้านอยู่นอกเมือง ก็ต้องกลับบ้านไปซื้อของ มันทำให้เกิดความลำบากในการซื้อของ ไม่เหมือนเงินประชารัฐ แม้ซื้อของข้ามจังหวัดขอแค่มีธงฟ้าติดอยู่ก็จะสามารถซื้อได้ทุกร้าน และสามารถซื้อเป็นของฝากหรือซื้อขนมให้ลูกหลานได้ในแต่ละที่

"พอมีกระแสข่าวว่าจะมีการแจกเป็นเงินสด ก็จะลงทะเบียนด้วย ถ้าได้เป็นเงินสดจะมีมาก จะดีทั้งคนซื้อ คนขาย เป็นอิสระในการซื้อของ ไม่จำกัดขอบเขต ไม่จำกัดระยะทาง ไม่จำกัดสถานที่ซื้อ ถ้าคนใช้เงินเป็นก็จะถูกวัตถุประสงค์ แต่ถ้าคนใช้ไม่ถูกหลักก็คงนำไปซื้อของที่ไม่จำเป็น เช่นซื้อหุ้น ซื้อหวย ถ้าตนเองได้เงินมาก็จะนำไปซื้อของเข้าร้านมาค้าขาย เพราะตอนนี้เงินไม่มีหมุน อย่างไรก็ดีส่วนตัวก็ยังมองว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะเป็นจำนวนเงินที่เยอะ แต่ถ้าได้จริงก็อยากให้แจกจ่ายเป็นงวด งวดละ 2,000 บาท เพราะคนไทยใช้เงินไม่เป็น ขนาดคนถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 ก็ยังกลับมาจนเหมือนเดิมได้ ถ้าได้เป็นก้อนก็คงแปปเดียวหมด"

'อลงกรณ์' ตอบโจทย์วันนี้ประชาธิปัตย์ยังไม่มีมติร่วมรัฐบาล แจงยุทธศาสตร์ใหม่ปชป. ปลดแอกจากทุนการเมืองพร้อมเปิดพรรคกว้างสร้างพื้นที่ประชาชน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับประเด็นปมสมาชิกบางคนวิจารณ์พรรคในทางลบว่าไม่พัฒนาและไม่เห็นด้วยที่พรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมรัฐบาลซึ่งกำลังเป็นที่จับตาช่วงการฟอร์มรัฐบาลในขณะนี้ โดยมีข้อความว่า

“….ผมอ่านข่าวสมาชิกพรรคและอดีตสมาชิกพรรค 4-5 คนแสดงความเห็นไม่ต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย บางท่านวิจารณ์พรรคว่าไม่ได้พัฒนาตัวเองย่ำเท้าอยู่กับที่ ซึ่งในด้านหนึ่งผมดีใจที่แต่ละท่านยังสนใจและมีความห่วงใยในพรรคประชาธิปัตย์ แต่อีกด้านก็ไม่สบายใจที่มีการใช้ถ้อยคำด้อยค่าพรรคประชาธิปัตย์ทั้งที่ไม่เคยมาช่วยพรรคทำงานในยามที่พรรคตกต่ำจึงขอทำความเข้าใจในส่วนการพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับอุดมการณ์ การพัฒนาพรรคและการร่วมรัฐบาล ดังนี้

1.พรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดมั่นปฐมอุดมการณ์ของพรรคและระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2.พรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ ระบบบริหารจัดการและสถานที่ทำงานให้ทันสมัยมากขึ้น
โดยเฉพาะการพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหารพรรคและการบริการประชาชน เช่น การจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อการสื่อสาร การรับสมัครสมาชิกพรรคแบบออนไลน์ การยกระดับการสื่อสารทุกโซเชียลแพลตฟอร์ม 

3.มีการจัดทำยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์เป็นครั้งแรกโดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ขณะนี้ยกร่างยุทธศาสตร์ฯ.เสร็จแล้ว
4.ลดอิทธิพลของนายทุนการเมืองและการทุจริตในระบบการเมืองฉ้อฉลโดย
หัวหน้าพรรคแต่งตั้งคณะกรรมการ001ทำหน้าที่รณรงค์ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอุดหนุนเงินภาษีให้พรรคประชาธิปัตย์เพื่อเป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง

5.เปิดพรรคกว้างสร้างพื้นที่ของประชาชนตามนโยบายโอเพ่นเฮ้าส์(Open House)โดยเปิดพรรคจัดกิจกรรม“ลานพระแม่ ฟอรั่ม”และ“เดโมแครต ฟอรั่ม”ที่พรรคประชาธิปัตย์และในภูมิภาคด้วยระบบออนไลน์และอินไซท์
6.ยกระดับความเป็นสถาบันทางการเมืองด้วยการจัดตั้ง“เดโมแครต อะคาเดมี่”(Democrat Academy)โดยเริ่มโครงการหลักสูตรผู้บริหารการเมืองเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่การเมืองที่สุจริตมีประสิทธิภาพและก้าวหน้าทันสมัยจะเริ่มต้นรุ่นแรกในเดือนตุลาคมนี้

สุดท้ายเป็นประเด็นเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลมีการวิเคราะห์คาดเดาไปต่าง ๆ นานาว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน

คำตอบอยู่ที่มติของที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคและสส.พรรค จนถึงวันนี้ยังไม่มีการประชุมใด ๆ สำหรับวันข้างหน้าไม่ว่าพรรคจะมีมติอย่างไร ผมและสมาชิกพรรคถือปฏิบัติเช่นเดียวกับท่านชวนคือเคารพมติพรรคไม่ว่าจะมีความเห็นพ้องหรือเห็นต่างเมื่อมีมติพรรคก็จบ นี่คือความเป็นประชาธิปไตยในพรรคของเรา

อลงกรณ์ พลบุตร
รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์
22 สิงหาคม 2567“

‘นายกฯ จีน’ ส่งสารยินดี 'อุ๊งอิ๊ง' รับตำแหน่งนายกฯ คนใหม่ ลั่น!! พร้อมทำงานสานต่อมิตรภาพดั้งเดิมที่มีอนาคตร่วมกัน

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.67 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ‘หลี่เฉียง’ นายกรัฐมนตรีจีน ส่งสารแสดงความยินดีกับ ‘แพทองธาร ชินวัตร’ สำหรับการเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทย

โดย หลี่เฉียง ระบุว่า จีนและไทยเป็นเพื่อนบ้านฉันมิตรที่ใกล้ชิดและประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน โดยตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อเกือบครึ่งศตวรรษก่อน ความสัมพันธ์จีน-ไทย ยังคงพัฒนาอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ไม่ว่าภูมิทัศน์ระหว่างประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ หลี่เฉียง เผยความพร้อมทำงานร่วมกับแพทองธาร เพื่อสานต่อมิตรภาพดั้งเดิม ‘จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน’ และผลักดันผลสำเร็จในการสร้างประชาคมจีน-ไทย ที่มีอนาคตร่วมกัน เพื่อนำพาผลประโยชน์มาสู่ประชาชนของทั้งสองประเทศยิ่งขึ้น ขณะปี 2025 จะตรงกับวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับไทย

‘พีระพันธุ์’ แจ้ง!! ร่างกฎหมายโครงสร้างพลังงานใหม่เสร็จแล้ว ชี้!! ผ่านบันไดขั้นที่ 3 เตรียมมุ่งสู่บันไดขั้นสุดท้าย

เมื่อวานนี้ (21 ส.ค. 67) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแจ้งข่าวสำคัญ ไว้ดังนี้...

สวัสดีครับ วันนี้ผมได้มีการประชุมคณะทำงานพิเศษ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายและพลังงาน เพื่อจะให้พิจารณาร่างกฎหมายที่ผมได้พูดไว้ว่า “ผมร่างมาตลอดทุกวัน” ตอนนี้ร่างเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ร่างกฎหมายนี้ถือเป็นร่างแรก ซึ่งผมร่างขึ้นมาอย่างเต็มที่ มีทั้งหมด 95 หน้า 180 มาตรา และกำลังให้คณะผู้เชี่ยวชาญนำไปตรวจสอบในรายละเอียดและปรับปรุงต่อไป

ในระหว่างรอการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ผมอยากให้พี่น้องประชาชนสบายใจและมั่นใจว่าผมไม่ได้ทิ้งงานนะครับ ระหว่างนี้ผมยังทำงานเต็มที่ให้กับพี่น้องประชาชนทุกเรื่อง และทุกเรื่องที่บอกไว้ ผมยังทำอยู่ ทำต่อ เรื่องนี้เป็นบันไดขั้นที่ 3 ที่ผมเคยบอกไว้ว่า ผมจะมีบันได 5 ขั้น ก่อนหน้านี้เสร็จไปแล้ว 2 ขั้น วันนี้ขั้นที่ 3 เสร็จแล้วครับ และกำลังจะเดินหน้าสู่ขั้นที่ 5 ซึ่งเป็นขั้นสุดท้ายเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และความเป็นธรรมในการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซให้กับพี่น้องประชาชนต่อไปในอนาคตครับ

ขอให้มั่นใจว่า ผมจะทำงานทุ่มเทสติปัญญาและกำลังความสามารถทุกอย่าง เพื่อพี่น้องประชาชนในประเทศไทยของเรา ตลอดไปครับ

‘ลิซ่า’ เตรียมขึ้นแสดงโชว์ MTV VMAs 2024 ที่นิวยอร์ก สเตจแรกของเพลง Rockstar พร้อมจ่อลุ้นรางวัลชิง 4 สาขา

(22 ส.ค.67) ตามรายชื่อที่ทาง MTV VMAs 2024 ประกาศออกมาล่าสุดมีทั้ง เบนสัน บูน, ฮัลซีย์, เลนนี คราวิทซ์ และ ลิซ่า BlackPink โดยการแสดงจะเริ่มในวันที่ 11 ก.ย.67 ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ หรือเช้าวันที่ 12 ก.ย.67 เวลา 08:00 น. ตามเวลาประเทศไทย จาก UBS Arena เมืองนิวยอร์ก

ส่วนศิลปินที่ได้รับการประกาศรายชื่อไปก่อนหน้านี้มีทั้ง ซาบรินา คาร์เพนเทอร์, แชปเพล โรน, กรอริลลา, กามิลา กาเบโย และ ราอู อเลฮานโดร

ในส่วนของ เบนสัน บูน ถือว่ามาแรงกับเพลง Beautiful Things จากอัลบั้มเดบิวต์ Fireworks and Rollerblades ทางด้าน ฮัลซีย์ ก็จะกลับขึ้นเวทีอีกครั้งพร้อมผลงานเพลงจากอัลบั้มใหม่ ส่วน ลิซ่า จะเดบิวต์ขึ้นแสดงบนเวทีหลักของงาน MTV จากผลงานเพลง Rockstar ซึ่งเธอเองก็เพิ่งออกผลงานเพลงใหม่อย่าง New Woman กับ โรซาเลีย ก็ต้องมาลุ้นกันว่าจะมีการแสดงในเพลงนี้ด้วยหรือไม่ ส่วนตำนานร็อกสตาร์อย่าง คราวิทซ์ ก็จะกลับขึ้นเวที VMAs อีกครั้งในรอบ 25 ปีเลยทีเดียว

ส่วนทางด้านรายชื่อผู้เข้าชิงปีนี้ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ยังคงนำโด่งที่ 10 สาขา ตามมาด้วย โพสต์ มาโลน ที่ 9 สาขา ซาร่า คาร์เพนเทอร์, อารีอานา กรานเด และ เอ็มมิเน็ม เข้าชิง 6 สาขา และตามด้วย เมแกน ธี สตอลเลียน กับ SZA เข้าชิงที่ 5 สาขา ส่วน ลิซ่า , โอลิเวีย โรดริโก และ เท็ดดี้ สวิม เข้าชิงที่ 4 สาขา

ทางด้าน แชปเพล โรน ถูกเสนอชื่อเข้าชิงสาขาศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ซึ่งสาขานี้มีทั้ง Shaboozey , เบนสัน บูน, เท็ดดี สวิม, ไทล่า และ กราซี อาบรัมส์

ทางด้าน ซาร่า คาร์เพนเทอร์ ไม่สามารถเข้าชิงสาขาศิลปินหน้าใหม่ได้เนื่องจากเธอมีประวัติการบันทึกเสียงที่ยาวนานพอสมควรจนถึงปี 2024 ซึ่งพิสูจน์ได้จากการปรากฏตัวของเธอในการถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัล VMA เมื่อปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามแม้ไม่ได้ชิงเวทีนี้ แต่เชื่อกันว่างานประกาศรางวัล Grammy จะตัดสินให้ ซาร่า คาร์เพนเทอร์ มีสิทธิ์เข้าชิงรางวัลในประเภทศิลปินหน้าใหม่ได้แน่นอน

เดิมการประกาศรางวัลถูกกำหนดไว้เป็นวันที่ 10 ก.ย.67 ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ แต่เนื่องจากวันดังกล่าวมีการจัดโต้วาทีระหว่าง กมลา แฮร์ริส กับ โดนัลด์ ทรัมป์ ทาง MTV จึงขอเลื่อนเวลาช้าลง 1 วัน

สคอ.-สสส. และเครือข่าย ยื่นข้อเสนอต่อสมาชิกวุฒิสภา ช่วยเร่งจัดการความเสี่ยงลดเจ็บ-ตายจากอุบัติเหตุทางถนน ชี้ประเทศไทยควรมีนโยบายและปฏิบัติตามแผนต่อเนื่อง เชื่อมโยงข้อมูลเป็นระบบ-วางรากฐานวินัยจราจรตั้งแต่เด็ก

โดยสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนนไทย พบอุบัติเหตุทางถนนกว่าร้อยละ 80 เกิดในผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และสวมหมวกนิรภัยเพียงร้อยละ 45 ส่งผลต่อการเจ็บและตาย หากเข้มข้นจริงจังให้มีการสวมหมวกนิรภัยเพิ่มขึ้น จะช่วยลดความสูญเสียและเพิ่ม GDP ของประเทศในระยะยาว 

วันที่ 22 ส.ค.67 - ณ โรงแรม ทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ- ในการประชุมบูรณการความร่วมมือสื่อและเครือข่ายเพื่อความปลอดภัยทางถนน ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ  ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย ได้มีเวทีเสวนา “พลังสื่อและเครือข่าย จะร่วมผลักดันนโยบายเพื่อความปลอดภัยทางถนนได้อย่างไร?” เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหาแนวทางหนุนเสริมการทำงานสร้างความปลอดภัยทางถนนร่วมกัน ผู้ร่วมเสนา ได้แก่ นางก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส.นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา นายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภา นางสาวประสพสุข จุรุทา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ผู้แทนสมาคมเครือข่ายหมออนามัยวิชาการ และนายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) พร้อมได้ยื่นข้อเสนอต่อสมาชิกวุฒิสภาเพื่อช่วยนำข้อเสนอไปขับเคลื่อนและเร่งผลักดันให้นโยบาย เรื่องความปลอดภัยทางถนนเกิดขึ้นจริงในวุฒิสภาและรัฐบาลต่อไป โดยมี นายสุทนต์ กล้าการขาย และนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้รับมอบข้อเสนอดังกล่าว  

นางก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์  ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส.
กล่าวว่า การสร้างความปลอดภัยทางถนนต้องอาศัยความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน และบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐ-เอกชน รวมถึงภาคประชาชน ที่จะช่วยให้เกิดความปลอดภัยทางถนนและลดความสูญเสียลงทั้งชีวิต-ทรัพย์สิน-จิตใจ รวมไปถึงภาระค่าใช้จ่ายด้านค่ารักษาพยาบาลที่รัฐต้องจ่ายในแต่ละปีมากกว่า 4 พันล้านบาท และมี 2 ประเด็นสำคัญที่ควรขับเคลื่อนพร้อมกันทั้งประเทศ คือ 1) สื่อสารประชาสัมพันธ์ต่อเนื่องเป็นระบบและสร้างความรอบรู้ด้านความปลอดภัยทางถนน รวมถึงวินัยจราจรตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงผู้ใหญ่ โดยเน้นส่งเสริมให้ระดับพื้นที่และอำเภอค้นหาแนวทางและนวัตกรรมการสื่อสารเพื่อทำให้ผู้ขับขี่สวมหมวกนิรภัยเพิ่มขึ้น เน้นแข่งขันกันในเชิงบวกและสนับสนุนโล่ห์รางวัลและให้กำลังผู้ปฏิบัติงานในระดับอำเภอ และรายงานผลการสวมหมวกนิรภัยมายัง ศปถ. และ 

2) ส่งเสริมให้มีการใช้ระบบเทคโนโลยีที่ช่วยส่งเสริมการสวมหมวก อาทิ การติดตามการสวมหมวกนิรภัยจากกล้องวงจรปิดและคืนข้อมูลต่อประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมและทำให้เกิดการบังคับใช้เชิงบวกเสริมไปกับการบังคับใช้กฎหมายจราจร เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่รถจักยานยนต์โดยตรง 

นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวว่า ในการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนยังไม่สามารถขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร อาจเพราะติดขัดในหลายด้านที่ไม่สามารถขยับได้ และการแก้ปัญหาอุบัติเหตุก็เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานองค์กร รวมถึงรัฐบาลยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน 

ซึ่งในวันนี้ทางเครือข่ายได้จัดทำข้อเสนอเพื่อยื่นให้กับสมาชิกวุฒิสภา นำไปขับเคลื่อนสร้างความปลอดภัยทางถนนและเสนอต่อไปยังรัฐบาลต่อไป ได้แก่ 1. ระดับนโยบาย : ควรออกกฎหมายและนโยบายเรื่องความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นรูปธรรม มีการติดตามประเมินผลและรายงานต่อคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) อย่างต่อเนื่อง 

ระดับอำนวยการ : ควรมีการประสานการดำเนินงานกลไก 5 เสาหลัก ให้สอดคล้องกับแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน

ระดับปฏิบัติการ  : ควรมีการจัดเวทีสังเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยง ส่งต่อและบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการแก้ไข 

2. ควรใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงข้อมูลแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ 

3. ส่งเสริมให้องค์ปกครองท้องถิ่นทุกระดับเป็นเจ้าภาพหลักในการปรับปรุงสภาพสิ่งแวดล้อมด้านความปลอดภัยทางถนนของแหล่งท่องเที่ยว ชุมชน ให้เกิดความปลอดภัย 

4. วางรากฐานความมีระเบียบวินัยจราจรอย่างเป็นระบบที่ต่อเนื่อง และเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพัฒนาศูนย์เด็กเล็กให้เป็นต้นแบบความปลอดภัยทางถนน

นายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ยินดีที่จะรับข้อเสนอที่ทางเครือข่ายได้ยื่นมาในวันนี้ เพราะตนเองเป็นผู้ที่เคยทำงานร่วมกับเครือข่ายความปลอดภัยทางถนนมาอย่างยาวนาน จึงรับรู้ปัญหาและผลกระทบจากการความสูญเสียอันเกิดจากอุบัติเหตุทางถนนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันอังคารหน้าที่จะถึงนี้ ตนจะนำเรียนต่อประธานวุฒิสภา เพื่อให้รับทราบและร่วมขับเคลื่อนผลักดันนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทางถนนได้อย่างแท้จริงต่อไป

‘โรนัลโด’ ทุบสถิติโลกหลังเปิดช่องยูทูบ UR·Cristiano ยอดผู้ติดตามทะลุ 1 ล้านซับ ทำเวลาเร็วสุด 90 นาที

เมื่อวานนี้ (21 ส.ค.67) ‘โรนัลโด’ นักเตะที่มียอดฟอลโลเวอร์ในอินสตาแกรมสูงที่สุดในโลกกว่า 636 ล้านฟอลโลเวอร์ ตัดสินใจเปิดช่องยูทูบในชื่อ ‘UR’ ที่เจ้าตัวเผยว่า จะมีการสัมภาษณ์แขกรับเชิญที่หลากหลาย และจะมี ‘จอร์จิน่า โรดริเกซ’ แฟนสาวของเขาเข้ามาร่วม

“ในช่องทางใหม่นี้ คริสเตียโน่ จะแบ่งปันคอนเทนต์ลูกหนังที่เขาลุ่มหลงเช่นเดียวกับความสนใจด้านอื่น ๆ ทั้งครอบครัว โภชนาการ การเตรียมความพร้อม การฟื้นร่างกาย การศึกษา และธุรกิจ ช่องทางนี้คุณจะได้เห็น คริสเตียโน่ สนทนากับแขกในหัวข้อต่าง ๆ”

ด้าน โรนัลโด้ ได้เปิดใจว่า “ผมมีความสุขที่ได้ทำโปรเจกต์นี้ มันอยู่ในใจของผมมานานแล้ว และสุดท้ายเราก็มีโอกาสทำให้มันเป็นจริง”

อย่างไรก็ตาม สำหรับช่อง UR · Cristiano ได้โพสต์วิดีโอลงในช่องยูทูบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีทำลายสถิติโลก คนติดตาม 1 ล้านคนเร็วสุดด้วยเวลา 90 นาทีด้วย และหลังจากผ่านไป 3 ชั่วโมง ยอดผู้ติดตามก็ปาไปแล้ว 3.5 ล้านคน

เลื่อนจนเลิก!! 'เอเชียนอินดอร์เกมส์' สร้างแรงเสื่อมเสียต่อความเชื่อมั่น ทลายเกียรติภูมิทางด้านกีฬาของไทยที่สะสมมาอย่างยาวนาน

เมื่อวานนี้ (21 ส.ค.67) เพจเฟซบุ๊ก ‘TNP Sports’ รายงานว่า หลังจากที่สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) มีหนังสือยกเลิกสิทธิ์ จัดการจัดการแข่งขันกีฬา เอเชียน อินดอร์ และ มาร์ เชียลอาร์ตเกมส์ ของประเทศไทย จากปัญหาเรื่องงบประมาณที่ล่าช้า และกระชั้นชิดเกินไปสำหรับการจะจัดการแข่งขันในเดือน พ.ย.นี้

ล่าสุด คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย แถลงระบุเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเป็นการเสื่อมเสียต่อความเชื่อมั่น เกียรติภูมิทางด้านกีฬาของไทยที่สะสมมาอย่างยาวนาน
ตามที่สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) ได้ยกเลิกสิทธิ์ให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันอินดอร์มาเชียลอาร์ตเกมส์ ระหว่างวันที่ 21 - 30 พฤศจิกายน 2567 หลังเลื่อนการแข่งขันฯ ตั้งแต่ปี 2021 รวม 4 ครั้ง จนเหลือระยะเวลาอีกไม่ถึง 3 เดือน คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ยังไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขที่ OCA กำหนดได้จนเป็นเหตุให้ต้องถอนสิทธิ์ ประเทศไทย นั้น

ในส่วนของคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ ยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านมาได้เป็นตัวกลางในการช่วยประสานงานระหว่างคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ กับสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) ในการดำเนินการ ตลอดจนการขอเลื่อนการแข่งขันมาโดยตลอด เพื่อรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงและเกียรติภูมิทางด้านกีฬาของประเทศไทย

กระทั่งเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา OCA ได้จัดประชุมพิเศษคณะผู้บริหาร OCA เกี่ยวกับการถอนสิทธิ์ของประเทศไทย คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ จึงได้มีหนังสือลงวันที่ 15 สิงหาคม 2567 ถึงสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) ขอให้ชะลอการพิจารณาออกไปก่อน เนื่องจากจะมีการประชุมคณะกรรมการ จัดการแข่งขันของไทย เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ในวันที่ 19 สิงหาคม 2567 นี้ ซึ่งสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) ได้ยินดีที่จะปฏิบัติตามคำร้องขอจากคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ และ สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) มีหนังสือถึง คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ และคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ว่าจะรอความคืบหน้าทางฝั่งไทย จนถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2567 เวลา 17:00 น. โดยมีเงื่อนไขว่าทางไทย ต้องมีความชัดเจนใน 9 ประเด็น ประกอบด้วย

- เรื่องงบประมาณที่มีหลักฐานว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันมีงบประมาณเรียบร้อยแล้ว
- เรื่องสัญญาการจ่ายเงินในการเช่าสถานที่แข่งขันต่าง ๆ
- เรื่องการวางมัดจำโรงแรมที่พักและหลักฐานการจ่ายเงิน
- เรื่องการจ่ายเงินจัดจ้างระบบขนส่งต่าง ๆ
- การดำเนินการด้านสารต้องห้าม
- การจัดจ้างอาสาสมัครและการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ในการดำเนินงาน
- เรื่องการจัดจ้างบริษัทฯ ที่รับผิดชอบระบบ IT ของการแข่งขัน
- เรื่องของการจัดซื้ออุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขัน
- สัญญาการจัดจ้างบริษัทจะจะปรับปรุงสนามแข่ง

‘ดร.อรรถวิชช์’ เปิดใจหลังสมัครเข้า ‘รวมไทยสร้างชาติ’ ลั่น!! รู้สึกอบอุ่นที่ได้กลับมาทำงานกับคนคุ้นเคย

‘อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี’ เปิดใจหลังสวมเสื้อพรรค ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ เผย รู้สึกอบอุ่นที่ได้กลับมาทำงานกับคนคุ้นเคยอย่างเป็นทางการ หลังได้เข้าไปช่วย ‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ อยู่เบื้องหลังช่วยทำกฎหมายปรับโครงสร้างพลังงานก่อนหน้านี้ ย้ำชัด!! พร้อมทำงานร่วมกับสมาชิกพรรคทุกท่าน หวังช่วยผลักดันนโยบายและกฎหมายของพรรคเข้าสู่สภาแบบเชิงรุกและรวดเร็ว

(22 ส.ค. 67) ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เปิดใจกับ THE STATES TIMES หลังสมัครเข้าเป็นสมาชิก ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า…

ก่อนหน้านี้ ได้เข้ามาช่วยงานคุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ในปีกของกระทรวงพลังงานเกี่ยวกับการปฏิรูปพลังงาน โดยเฉพาะในเรื่องข้อกฎหมายทางเทคนิค หลังจากนั้นท่านก็ได้ชักชวนให้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยงานด้านกฎหมายและด้านนโยบายของพรรค

ดร.อรรถวิชช์ กล่าวว่า คุณพีระพันธุ์ มีความตั้งใจที่จะปฏิรูปโครงสร้างพลังงานของประเทศอย่างจริงจัง จึงได้มีโอกาสไปช่วยงานที่กระทรวงพลังงาน โดยเฉพาะการปฏิรูปการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ อีกทั้งยังมีกฎหมายหลายฉบับที่ต้องแก้ไข หากจะทำให้เกิดการปฏิรูปพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม เพราะในโครงสร้างพลังงานมีความซับซ้อนต้องทำอย่างละเอียดและรอบคอบ ท่านจึงต้องการคนที่ช่วยกลั่นกรองเพิ่มเติม

“หลังจากช่วยงานที่กระทรวงได้สักระยะ คุณพีระพันธุ์ ท่านเห็นว่า ยังมีกฎหมายอื่นด้านนโยบายที่เกี่ยวข้องกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งมีกฎหมายหลายฉบับที่ทางพรรคต้องการเสนอ จึงอยากให้มาเป็นสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการ เพื่อที่จะได้ทำงานได้อย่างเต็มที่ จากเดิมที่ทำงานอยู่เบื้องหลังในส่วนของกระทรวงพลังงาน แต่หลังจากนี้ จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปากท้องพี่น้องประชาชนที่จะเสนอต่อสภาฯ มากขึ้น…

“ผมอยากจะบอกว่า การเข้ามาเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ผมรู้สึกอบอุ่นนะ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว คนในพรรคส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนคุ้นเคยเป็นพี่น้องกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นท่านหัวหน้าพรรค คุณพีระพันธุ์ หรือ คุณเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรคฯ ในวันที่ผมเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และผมก็เชื่อมั่นว่าการทำงานทุกอย่างจะราบรื่น เพราะส่วนใหญ่แล้วเคยทำงานร่วมกันมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นที่พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคกล้า ผมยินดีที่จะทำงานร่วมกันกับสมาชิกทุกท่านในพรรค เพราะเชื่อมั่นว่า คนที่มีอุดมการณ์เหมือนกัน จับมือร่วมกันจะเกิดพลังมากกว่า” ดร.อรรถวิชช์ กล่าว

ขณะเดียวกัน ดร.อรรถวิชช์ ย้ำว่า หาก สส.ท่านใดของพรรครวมไทยสร้างชาติ มีข้อกฎหมายที่สนใจ และต้องการนำเสนอกฎหมายต่อสภา ก็ยินดีที่จะเข้าไปช่วยร่างตัวกฎหมายให้ เพื่อให้กระบวนการทำงานมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนเร็วยิ่งขึ้น เพราะต้องยอมรับว่า การทำงานในภาคประชาชนก่อนหน้านี้ ตนได้ทำการรวบรวมข้อมูลเอาไว้จำนวนมาก ที่สามารถนำมาแปลงเป็นกฎหมายได้ ซึ่งหลังจากนี้จะเห็นงานเชิงรุกของพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างแน่นอน เพราะขนาดของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีจำนวน สส. 36 ที่นั่ง เป็นจํานวนที่เอื้อให้สามารถเสนอกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว เพราะใช้จำนวน สส. เพียง 20 คนขึ้นไปในการลงชื่อยื่นเสนอ ในขณะที่ภาคประชาชน จะต้องรวบรวมรายชื่อให้ได้ 10,000 คนขึ้นไป จึงจะสามารถเสนอกฎหมายได้ 

พร้อมกันนี้ ดร.อรรถวิชช์ ยังได้กล่าวถึงกฎหมายปฏิรูปเครดิตบูโรที่ได้ผลักดันมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ว่า ในเรื่องกฎหมายปฏิรูปเครดิตบูโรจะยังคงเดินหน้าผลักดันต่อไป และการที่ตัดสินใจเข้ามาเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างเต็มตัว หนึ่งในเหตุผลหลัก คือ การผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ซึ่งคุณพีระพันธุ์ 

ท่านเป็นนักการเมืองท่านเดียวที่พอพูดเรื่องกฎหมายปฏิรูปเครดิตบูโรแล้วท่านเข้าใจทันที และท่านตระหนักดีว่าประชาชนได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง และท่านสนับสนุนให้เดินหน้าผลักดันอย่างเต็มที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ สามารถรวบรวมรายชื่อประชาชนได้แล้วประมาณ 5,000 รายชื่อ ยังขาดอีกครึ่งหนึ่ง เพื่อที่จะยื่นร่างกฎหมายต่อสภาได้ ซึ่งท่านได้แนะนำว่า ให้ยื่นเป็นกฎหมาย สส.ของพรรค โดยให้ สส.ลงนามแล้วยื่นต่อสภาฯ ได้เลย เพื่อเข้าสู่กระบวนการที่รวดเร็วขึ้น

“ผมมีความรู้สึกว่า คุณพีระพันธุ์ ท่านเข้าใจปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง และที่สำคัญการทำงานกับท่าน ไม่ต้องอธิบายให้ซับซ้อน เพราะว่าพออธิบายไปท่านเข้าใจแล้วว่าเรื่องอะไร และก็สั่งการทันที ซึ่งท่านรับปากในเรื่องกฎหมายปฏิรูปเครดิตบูโร และยังให้ทำกฎหมายอื่น เช่น พ.ร.บ. บัตรเครดิต ที่เคยผลักดันร่วมกันเมื่อก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่สามารถทำให้มีผลบังคับใช้คุ้มครองพี่น้องประชาชน เรื่องอัตราดอกเบี้ยที่เก็บจากบัตรเครดิต ให้เตรียมทำต่อด้วย เพราะเป็นกฎหมายที่มีประโยชน์และจะช่วยคุ้มครองประชาชน”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top