Friday, 6 November 2026
Hard News Team

‘Kang Mak’ หนังผีอินโดฯ ฉาย 4 วัน โกยรายได้ทะลุ 110 ล้านบาท หลังรีเมกจาก ‘พี่มากพระโขนง’ ของไทยอย่างถูกต้องตามลิขสิทธิ์

(20 ส.ค.67) หลังจากที่ เพจเฟซบุ๊ก GDH โพสต์แสดงความยินดีกับภาพยนตร์ ‘Kang Mak’ ระบุว่า ภาพยนตร์ของประเทศอินโดนีเซียที่รีเมกอย่างถูกต้องตามลิขสิทธิ์จากภาพยนตร์ไทย ‘พี่มาก…พระโขนง’ ที่เข้าฉายที่อินโดฯ เพียง 4 วัน ก็สามารถโกยรายได้ไปแล้วถึง 110 ล้านบาทไทย โดยมีตัวเลขผู้ชมถึง 1,236,673 คนนั้น ก็ได้สร้างความฮือฮากับชาวโซเชียลไทยจำนวนมาก 

โดยสำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ‘Kang Mak’ ภาพยนตร์สัญชาติอินโดนีเซีย ซึ่งกำกับโดย Herwin Novianto และเขียนบทโดย Alim Sudio Falcon Pictures ซึ่งดัดแปลงมาจากพี่มาก…พระโขนง ของประเทศไทย ที่แสดงนำโดย มาริโอ้ เมาเร่อ และใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ กวาดรายได้ทั่วประเทศ 1,000 ล้านบาท

หลังจาก ‘Kang Mak’ ปล่อยมาได้เพียง 4 วัน มีคนรับชมไปแล้ว 1.2 ล้านคน ในอินโดนีเซีย บริษัทสร้างภาพยนตร์ประกาศข่าวดีผ่านโซเชียลมีเดียว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จมาก เพราะมียอดผู้ชมมากกว่า 356,000 คน ด้วยจำนวนตัวเลขดังกล่าวนี้ ทำให้ภาพยนตร์เรื่อง ‘Kang Mak’ ขึ้นแท่นภาพยนตร์อินโดนีเซียที่ขายดีที่สุดอันดับ 9 ในปี 2024 ทันที และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาทางเพจ GDH ได้โพสต์ข้อความว่า "ขอแสดงความยินดีกับ ‘Kang Mak’ ภาพยนตร์อินโดนีเซียที่รีเมกอย่างถูกต้องตามลิขสิทธิ์จากภาพยนตร์ไทย ‘พี่มาก...พระโขนง’ ที่เข้าฉายที่อินโดฯ เพียง 4 วัน ก็สามารถโกยรายได้ไปแล้วถึง 110 ล้านบาทไทย โดยมีตัวเลขผู้ชมถึง 1,236,673 คน ผู้ชมชาวอินโดนีเซียโพสต์รีวิวว่า ‘Kang Mak’ สามารถปรับเอกลักษณ์ของต้นฉบับเข้ากับบริบทความเป็นอินโดนีเซียได้เป็นอย่างดี สามารถสร้างเสียงหัวเราะได้ทั้งเรื่อง และเป็นหนังตลกสยองขวัญที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว มาร่วมลุ้นไปด้วยกันว่า ‘Kang Mak’ จะทำรายได้สูงสุดที่เท่าไร!"

‘การรถไฟไทย-มาเลฯ’ เห็นชอบเปิดเดินรถ ‘กรุงเทพอภิวัฒน์-บัตเตอร์เวอร์ธ’ เชื่อมต่อการเดินทาง-กระตุ้นท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ ระหว่าง 2 ประเทศ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13-16 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา นายอวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนการรถไฟฯ เดินทางเข้าประชุมร่วมระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทยและการรถไฟมาเลเซีย ครั้งที่ 42 (42nd KTMB - SRT Joint Conference) ณ เมืองโคตา คินาบาลู รัฐซาบาห์ สหพันธรัฐมาเลเซีย เพื่อขยายความร่วมมือการให้บริการเดินรถเชื่อมต่อระหว่างไทย-มาเลเซีย อำนวยความสะดวกการเดินทางแก่ประชาชน การขนส่งสินค้าของทั้งสองประเทศแบบไร้รอยต่อ และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของ นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐบาล

นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ หัวหน้าสำนักงานผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การเดินทางไปร่วมประชุมฯ ของนายอวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการการรถไฟฯ และคณะผู้แทนการรถไฟฯ กับการรถไฟมาเลเซียครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความร่วมมือการให้บริการขนส่งทางรางของทั้ง 2 ประเทศร่วมกันในทุกมิติ ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบหลักการจัดเดินขบวนรถจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-ปาดังเบซาร์-บัตเตอร์เวอร์ธ รัฐปีนัง สหพันธรัฐมาเลเซีย เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางของชาวไทยและชาวมาเลเซียให้ไปมาหาสู่กันแบบไร้รอยต่อ ซึ่งเป็นการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังได้เห็นชอบให้มีการขยายเส้นทางขบวนรถไฟท่องเที่ยว MySawasdee จากมาเลเซียมาไทย จากเดิมเปิดให้บริการถึงสถานีชุมทางหาดใหญ่ ให้ขยายมาถึงสถานีสุราษฎร์ธานี หลังขบวนรถท่องเที่ยว MySawasdee ได้รับผลตอบรับที่ดีเยี่ยม มีจำนวนผู้โดยสารเต็มทุกเที่ยว การขยายเส้นทางรถไฟท่องเที่ยวนี้จึงเป็นประโยชน์ต่อการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และนำรายได้เข้าสู่ประเทศเพิ่มขึ้น โดยหลังจากนี้ทั้ง 2 หน่วยงานจะมีการตกลงรายละเอียด และระยะเวลาที่เหมาะสมต่อไป

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ประชุมฯ เห็นชอบในหลักการแล้ว จะได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อพิจารณาการเปิดให้บริการขบวนรถไฟเส้นทางต่อขยายจากสถานีกลางกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ไปยังสถานีบัตเตอร์เวอร์ธ โดยในช่วงแรกจะเป็นการทดลองการเดินรถเป็นระยะเวลา 6 เดือน  

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ พระราชทานดอกไม้ยินดีกับ 3 จอมพลังไทย หลังคว้าเหรียญโอลิมปิกปารีส จนสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ

เมื่อวานนี้ (19 ส.ค.67) ที่ห้องโถงชั้นล่าง อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ (ตึก 25 ชั้น) การกีฬาแห่งประเทศไทย ถนนรามคำแหง กรุงเทพมหานคร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โปรดให้ พลเอกศิวะ ภระมรทัต กรมวังผู้ใหญ่ ประจำวังศุโขทัย เป็นผู้แทนพระองค์ พระราชทานดอกไม้ แสดงความยินดีแก่ 3 นักยกน้ำหนักทีมชาติไทย ที่คว้า 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง จากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ปารีส 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส 

สร้างความปลื้มปิติ เป็นล้นพ้น แก่ นายธีรพงศ์ ศิลาชัย เหรียญเงิน รุ่น 67 กิโลกรัมชาย นายวีรพล วิชุมา เหรียญเงิน รุ่น 73 กิโลกรัมชาย และ นางสาวสุรจนา คำเบ้า เหรียญทองแดง รุ่น 49 กิโลกรัมหญิง ตลอดจน คณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่ และผู้ฝึกสอน ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้

ทั้งนี้ ในโอกาสดังกล่าว นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศ และวิทยาศาสตร์การกีฬา, พลตรีอินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย, พลเอกวิสุทธ์ เดชสกุล เลขาธิการสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย และ คณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมด้วย

‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ชม 'อีลอน มัสก์' เป็นคนฉลาด-เก่งมาก แย้ม!! พร้อมทาบทามนั่งที่ปรึกษาหรือคณะรัฐมนตรี

(20 ส.ค. 67) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน ขึ้นเวทีปราศรัยในเมืองยอร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ได้กล่าวกับสำนักข่าวว่า เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการแต่งตั้ง 'อีลอน มัสก์' ซีอีโอของเทสลา ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาหรือคณะรัฐมนตรีหรือไม่นั้น เขาได้กล่าวว่า 'อีลอน มัสก์' เป็นคนที่ฉลาด เขาเคยคุยกันอย่างสนุกสนานเมื่อไม่กี่วันก่อน และถ้าหากเขาตกลงดึง 'อีลอน มัสก์' เข้ามาทำงานในรัฐบาลของเขาอย่างแน่นอน เพราะ 'อีลอน มัสก์' เป็นคนที่เก่งมาก

โดย 'อีลอน มัสก์' ประกาศสนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกในการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขณะที่ทางเทสลายังไม่แสดงความคิดเห็นใด ๆ เกี่ยวกับการประกาศสนับสนุนดังกล่าวของอีลอน มัสก์ 

หากทรัมป์ชนะเลือกตั้งเขาอาจยกเลิกกฎของกระทรวงการคลังที่ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ได้รับประโยชน์จากเครดิตภาษี EV มูลค่า 7,500 ดอลลาร์หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 250,000 บาท ได้ง่ายขึ้น หรืออาจเรียกร้องให้สภาคองเกรสยกเลิกทั้งหมดในช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยทรัมป์เคยพยายามยกเลิกเครดิตภาษี EV แต่ถูกขยายเพิ่มเติมโดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐในปี 2565 ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าของเทสลา

โดยเขายังได้กล่าวว่า "เขายังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้ เขาเป็นแฟนตัวยงของรถยนต์ไฟฟ้า แต่ก็เป็นแฟนตัวยงของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงเหมือนกัน"

🔎คาดการณ์ 25 รายชื่อ ในสังกัด ‘บิ๊กป้อม’ หลังข่าวสะพัดแยกทาง ‘ร.อ.ธรรมนัส’

20 (ส.ค. 67) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ประกาศอิสรภาพของตนเองและสส.ในสังกัดอีก 18 รายชื่อ โดยระบุว่า ขออิสรภาพคืน หลังชื่อหลุดจาก ครม.แพทองธาร พร้อมยอมรับเสียใจรับใช้คน ๆ หนึ่ง และพรรคพลังประชารัฐมาเป็นปี ชี้สั่งให้ไปตายก็ไป ไม่มีอะไรต้องคุยกับ พล.อ.ประวิตร

ขณะที่ สส.ฝั่งของ ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เช็กรายชื่อแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 25 คน พบว่ามี 5 คน ที่รายชื่อซ้ำกับทางร.อ.ธรรมนัส โดยทั้ง 5 คนได้เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประวิตร ที่มูลนิธิบ้านป่ารอยต่อฯ โดยไม่ได้เดินทางไปร่วมแถลงข่าวกับร.อ.ธรรมนัส 

สำหรับรายชื่อ สส. ที่อยู่ในสังกัด พล.อ.ประวิตรมีดังนี้ 

1. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ 
2. นายสถิระ เผือกประพันธ์ สส.ชลบุรี เขต 10
3. นางขวัญเรือน เทียนทอง สส.สระแก้ว เขต 1
4. นางตรีนุช เทียนทอง สส.สระแก้ว เขต 2
5. นางสาวกาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ เขต 4

6. นายจำลอง ภูนวนทา สส.กาฬสินธุ์ เขต 3
7. นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ สส.หนองคาย เขต 1
8. นายไชยมงคล ชัยรบ สส.สกลนคร เขต 5
9. นายวิริยะ ทองผา สส. มุกดาหาร เขต 1
10. นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ สส.เพชรบูรณ์ เขต 1

11. นายจักรัตน์ พั้วช่วย สส.เพชรบูรณ์ เขต 2
12. นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สส.เพชรบูรณ์ เขต 3
13. นายวรโชติ สุคนธ์ขจร สส.เพชรบูรณ์ เขต 4
14. นายอัคร ทองใจสด สส.เพชรบูรณ์ เขต 6
15. นายเพชรภูมิ อาภรณ์นวรัตน์ สส.กำแพงเพชร เขต 2

16. นายอนันต์ ผลอำนวย สส.กำแพงเพชร เขต 3
17. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย สส.กำแพงเพชร เขต 4
18. นายสุธรรม จริตงาม สส.นครศรีธรรมราช เขต 6
19. นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ สส.พังงา เขต 2
20. นายทวี สุระบาล สส.ตรัง เขต 2

21. นายคอซีย์ มามุ สส.ปัตตานี เขต 2
22. นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส เขต 2
23. นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส เขต 3
24. นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สส.สิงห์บุรี เขต 1
25. นายองอาจ วงษ์ประยูร สส.สระบุรี เขต 4

‘ดร.สุวินัย’ ชี้!! ‘ชนชั้นปกครอง’ เดินเกม ‘พาไทยให้รอดจากศึกช้างชนกัน’ มองการเมืองโลกในความเป็นจริง ละทิ้ง ‘ความรัก-ความชัง’ มุ่งพาชาติพ้นภัย

(20 ส.ค. 67) รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ การจับมือกันเพื่อดำเนินยุทธศาสตร์ ‘เอาไทยให้รอดจากช้างชนกัน’ ระบุว่า…

ถ้ามองหมากทั้งกระดานจากสายตาของ ผู้คุมเกม ไม่มีเรื่องราวใดสำคัญไปกว่าความอยู่รอดของบ้านเมือง ท่ามกลางบริบทของสงครามใหญ่ (ช้างชนกัน) หรือ ‘สงครามโลกครั้งที่ 3’ ที่เริ่มต้นแล้วในทางพฤตินัย จากสงครามยูเครน (NATO) กับรัสเซีย และสงครามในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลและฝ่ายต่อต้านที่มีอิหร่านเป็นแกนนำ

ตอนนี้ดูเหมือนว่าในระดับชนชั้นปกครอง ได้มีการ ‘แบ่งงาน’ และ ‘แบ่งอำนาจ’ กันระหว่างทหารกับทักษิณและอนุทิน อย่างค่อนข้างชัดเจนและลงตัวแล้ว

'ทหาร' สร้างสัมพันธ์อันดีกับทางจีน รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย

'ทักษิณ' สร้างสัมพันธ์อันดีแบบแน่นปึ้กกับทางตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกา

'อนุทิน' รับงานทำหน้าที่ปรับสมดุลแห่งสมการทางอำนาจ ปิดทางทักษิณจับมือกับธนาธร

นี่คือความเป็นจริงของ Real Politics ที่นักยุทธศาสตร์และนักกลยุทธ์ทั้งหลายไม่ว่าสังกัดค่ายพรรคใด จะต้องก้าวข้ามอคติความเกลียดชังส่วนบุคคลที่มีต่อทหาร หรือต่อทักษิณให้จงได้

เพราะเกมยุทธศาสตร์เพื่อความอยู่รอดของบ้านเมืองท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ช้างกำลังชนกัน ... เกมมันต้องเดินทรงนี้ทรงเดียวเท่านั้น เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของคนไทยทั้งประเทศ

การที่ทักษิณหวนกลับมาสู่สมการอำนาจไทยอย่างเท่ ๆ ได้อีกครั้ง มันย่อมมีราคาที่ทักษิณต้องจ่ายหรือต้องเสี่ยงเช่นกัน

สั้น ๆ 'ทักษิณ' ยังเป็นหมากที่มีคุณค่าสำหรับชนชั้นปกครองไทย ในยุทธศาสตร์ ‘เอาไทยให้รอดจากช้างชนกัน’

ทั้งทหาร ทักษิณ และอนุทินต้องอยู่ด้วยกัน เพื่อสร้างยุทธศาสตร์เอาตัวรอดจากช้างชนกัน

ฝ่ายหนึ่งกุมจุดอ่อนของอีกฝ่ายหนึ่งเอาไว้เพื่อต่อรองและป้องกันการหักหลัง แล้วจึงปล่อยให้เจ้าตัวสนุกกับการเล่นเกมบนเวทีอำนาจอีกครั้งในช่วงบั้นปลายชีวิต ขณะที่อีกฝ่ายซุ่มซ่อนตัวอยู่หลังฉากในฐานะที่เป็นรัฐพันลึก (deep state)

ขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า ปี ค.ศ. 2030 หรืออีกหกปีข้างหน้า โลกจะดำดิ่งเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression) และสงครามใหญ่ที่เป็นสงครามโลกครั้งที่สาม

อนาคตอันรุ่งโรจน์ของไทยย่อมขึ้นอยู่กับความสามารถของชนชั้นปกครองไทยในการนำพาบ้านเมืองให้อยู่รอดปลอดภัยด้วยยุทธศาสตร์ ‘เอาไทยให้รอดจากช้างชนกัน’ ที่กำลังดำเนินอยู่ผ่านหมากทหาร หมากทักษิณ และหมากอนุทิน

ตราบใดที่มวลชนไม่ว่าสังกัดค่ายพรรคสีใด ยังมอง ‘การเมืองในโลกแห่งความเป็นจริง’ ด้วยสายตารักหรือชังอยู่ ตราบนั้นพวกเขาก็คงไม่สามารถมองเกมแห่งอำนาจให้ทะลุอย่างมองเห็นหมากทั้งกระดานได้

หากยังทำใจให้มองความเป็นจริงอย่างเยือกเย็นและไร้อารมณ์ไม่ได้ ก็จงเตรียมตัวให้พร้อมด้วยความไม่ประมาท เพื่อเอาตัวรอดให้ได้จากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจตกต่ำยืดเยื้อและสงครามใหญ่ต่อจากนี้เถิด

...เพราะมันมาแน่และเกิดขึ้นแน่

ด้วยความปรารถนาดี

~ สุวินัย ภรณวลัย

'ผศ.ดร.เพิ่มศักดิ์' ติง!! ‘นักวิชาการ’ วิพากษ์ ‘ศาสนาพุทธ’ ‘อ่านไม่แตก-ขาดความรู้’ แล้วยังกล้ายกยอตนเป็นผู้เชี่ยวชาญ

(20 ส.ค. 67) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Phermsak Chariamphan โดยระบุว่า

“บางทีนักวิชาการที่ชอบวิพากษ์ศาสนาพุทธอย่างนั้นอย่างนี้ ผมก็ไม่แน่ใจว่า เขาเข้าใจหลักธรรมของศาสนาพุทธมากน้อยแค่ไหน เพราะส่วนใหญ่เขาเป็นมาร์กซิสต์อะครับ อย่าว่าแต่หลักธรรมของศาสนาพุทธเลย บางคนทฤษฎีตะวันตกหรือมาร์กซ์ยังอ่านไม่แตกใช้ไม่คล่อง ดีแต่วิพากษ์อย่างเดียว น้อยคนที่จะเข้าใจลึกซึ้ง (คนที่เข้าใจก็มีนะ บางคนนี่เขาคิดว่า เข้าใจมาร์กซ์มากกว่ามาร์กซ์เข้าใจตัวเองเสียด้วยซ้ำ ต้นกำเนิดลัทธิแก้ ตัวเองแก้ได้คนเดียวแต่คนอื่นห้ามแก้ ผิด ฮา) บางคนเป็นมาร์กซิสต์จิตนิยม ไหว้พระไหว้เจ้าก็มี ไม่รู้ว่าทำไปเพราะแสร้งทำหรืออะไรยังไง ไม่ได้อยากรู้คำตอบด้วยครับไม่ต้องมาตอบ

อย่างผม ผมมองว่าถ้ายังไม่สามารถอ่านเขียนภาษาบาลี สันสกฤต อ่านพระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา และปกรณ์จนแตกฉานทั้งหมด รวมไปถึงคิด พูด ทำ ให้สมกับภูมิธรรมที่ตัวเองมีด้วย เช่นหลวงพ่อชา ท่านพุทธทาส ท่านปยุต ท่านชยสาโร ฯลฯ ถ้าไม่มีคุณสมบัติแบบนี้อย่ามาเรียกตัวเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญและวิพากษ์ศาสนาพุทธอย่างนั้นอย่างนี้เลยครับ อายคนมีภูมิเขาบ้าง (ถ้าไม่อายก็ทำไป ด้านได้อายอด)

พอ ๆ กับทฤษฎีตะวันตกนั้นแหละ อธิบายอย่างนั้นอย่างนี้เป็นวรรคเป็นเวร พอไล่ไปถึง Epistemology หรือญาณวิทยา ก็มีแต่หลักกูหรือคิดขึ้นมาเองทั้งนั้น แล้วเที่ยวไปไล่ตัดสินคนอื่น อย่างว่าตามประสาปุถุชน หลอกได้แค่คนไม่เรียนมาหรือคนตามไม่ทันวาทกรรมของเขาแค่นั้นแหละ

แต่สุดท้ายแล้วมีปากก็วิพากษ์ไปเถิดครับ ปากเป็นของท่าน ศอกเป็นของผม

ปล. ตามแนวคิดของพุทธศาสนานั้น พุทธองค์ท่านให้ถือธรรม หรือความถูกต้องเป็นใหญ่หรือธรรมาธิปไตย

ส่วนประชาธิปไตย ในทางพุทธศาสนาถือเป็นระบอบการปกครองที่พุทธองค์ไม่ยกย่อง เพราะถือเป็นโลกาธิปไตย คือเอาความเห็นของคนในโลกเป็นใหญ่ ถ้าความเห็นของคนส่วนใหญ่ในโลกมันดี มีหลักคุณธรรม มีความละอายต่อบาปค้ำจุนอยู่ในกมลสันดานบ้างมันก็ดีไป แต่ถ้าคนส่วนใหญ่ในโลกมันบ้า ไร้คุณธรรม ไม่รู้ดีรู้ชั่ว มันก็เป็นระบอบการปกครองของคนบ้าและคนชั่ว หรืออุปมาดั่งแมลงวันตอมสิ่งโสโครกตามที่หลวงพ่อชาและหลวงพ่อพุทธทาสได้วิเคราะห์เอาไว้ครับ”

‘ทนายรัชพล’ เตือนชาวเน็ตปมแชร์คลิป ‘ไอซ์ ปรีชญา’ ไลฟ์อาบน้ำ เสี่ยง พ.ร.บ.คอมฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

(20 ส.ค.67) จากกรณีมีคลิปของนางเอกสาวชื่อดัง ‘ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร’ หลุดว่อนโซเชียล จากการไลฟ์สดอาบน้ำนั้น จนต่อมาผู้จัดการส่วนตัวของนางเอกสาวก็ได้เผยถึงเรื่องนี้ว่า…

“ไอซ์ฝากขออภัยทุกคนมา ณ ที่นี้ และขอความเมตตากรุณาจากทุกท่านช่วยหยุดแชร์หรือเผยแพร่สิ่งนี้ ตอนนี้รู้สึกเสียใจและอับอายมาก และยอมรับความผิดที่ได้ทำพลาดไป ถือว่าเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของไอซ์ในเรื่องการไลฟ์และการลงคอนเทนต์บนโซเชียลแพลตฟอร์มค่ะ”

ล่าสุดด้าน ทนายรัชพล ศิริสาคร ได้ออกมาเตือนชาวเน็ตที่มีการกดแชร์คลิปหลุดของทางด้านไอซ์ ปรีชญาว่า “มีความผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

เพราะการที่นำภาพโป๊เปลือยที่มีลักษณะลามกทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายหรืออับอายก็จะเข้าข่ายองค์ประกอบการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

อย่างไรก็ตามใครที่จะแชร์คลิปดังกล่าวก็ควรจะคิดก่อนแชร์เพราะผิดกฎหมาย อาจติดคุกได้”

‘ตาวัย 83 ปี’ ต้องออกมาขับแท็กซี่ ดูแลภรรยาป่วยติดเตียง เผย ถ้าไม่ทำก็อดตาย แม้บางวันรายได้ไม่พอค่าเช่ารถ

เมื่อวานนี้ (19 ส.ค. 67) จากเพจเฟซบุ๊ก ‘แจ้งข่าว-ล่าสุด’ โพสต์ข้อความระหว่างการสนทนากับคนขับแท็กซี่ ในวัย 83 ปีรายหนึ่ง โดยระบุว่า…

เรา : เบื่ออยู่บ้านเหรอถึงมาขับแท็กซี่ แล้วลูกหลานไปไหนหมด
ลุงแท็กซี่ : ผมไม่มีลูก ผมเช่าบ้านอยู่ 2 คนตายาย แฟนผมนอนติดเตียง ผมต้องออกมาขับแท็กซี่ไม่งั้นก็อดตาย
เรา : แล้ววัน ๆ หนึ่งพอใช้เหรอ
ลุงแท็กซี่ : บางวันก็ได้ไม่พอค่าเช่ารถ ไม่มีคน
เรา : ผมฝากเงินช่วยค่ายาแฟนลุงนะ และขอเบอร์ลุงไว้เผื่อเรียกใช้บริการ

#ใครผ่านมาแถวเซ็นทรัลศาลายา เรียกใช้บริการลุงได้นะครับสงสารแกไม่อยากคิดเลย ถ้าวันไหนขับรถแท็กซี่ไม่ไหวสองคนตายายจะอยู่กันยังไง (ใครอยากใช้บริการแท็กซี่ของลุง เบอร์คุณลุงนะครับ 0645139583 ขอบคุณเจ้าของภาพ)

🔎คาดการณ์ 18 รายชื่อ สส.ในสังกัด ‘ร.อ.ธรรมนัส’ หลังแยกทาง ‘บิ๊กป้อม-พลังประชารัฐ’

(20 ส.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มีกระแสข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค หลุดจากตำแหน่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ และไม่ได้ร่วมในครม. ‘แพทองธาร 1’ โดยร.อ.ธรรมนัส นัด สส. พรรคพปชร.ในสังกัด ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจะแถลงจุดยืนของ ‘สส.กลุ่มธรรมนัส’ 

ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่า ร.อ.ธรรมนัส และสส.ในสังกัด จะย้ายไปอยู่ ‘พรรคกล้าธรรม’ ที่มีนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรค

สำหรับ สส.พลังประชารัฐ ในสังกัด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีดังนี้

1.นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ เขต 7
2.นายคอซีย์ มามุ สส.ปัตตานี เขต 2 
3.นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี เขต 2
4.นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ สส.ราชบุรี เขต 3
5.นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ สส.ราชบุรี เขต 5

6.นายอนุรัตน์ ตันบรรจง สส.พะเยา เขต 2
7.นายจีรเดช ศรีวิราช สส.พะเยา เขต 3
8.นายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ สส.พังงา เขต 2
9.นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4
10.นายทวี สุระบาล สส.ตรัง เขต 2

11.นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สส.เชียงใหม่ เขต 9
12.นายปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน เขต 1
13.นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เขต 1
14.นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ สส.กำแพงเพชร เขต 2
15.นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส.ตาก เขต 3

16.นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส เขต 2
17.นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส เขต 3
18.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 2


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top