Friday, 6 November 2026
Hard News Team

ชาวเน็ตสุดงง!! เด็กเกเรทำร้ายร่างกายนักเรียน แต่ครูนิ่งเฉย ไม่ตักเตือนหรือสั่งสอน

เมื่อวานนี้ (2 ก.ย. 67) เพจอีซ้อขยี้ข่าว3 ได้มีการโพสต์คลิปวิดีโอเผยพฤติกรรมของเด็กคนหนึ่งทำร้ายเด็กนักเรียนในระหว่างที่ครูกำลังสอน ทั้งที่มีวิดีโอถ่ายเห็นชัดเจนแต่กลับไม่มีการว่ากล่าวตักเตือนใด ๆ จากครูผู้สอนหรือคนที่กำลังถ่ายคลิปอยู่ โดยในคลิปดังกล่าวได้มีการระบุข้อความว่า

"ถ้าเราเป็นครูจะจัดการเรื่องนี้ยังไง? กรณีนี้ครูไม่เห็นเลยหรือ?"

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในห้องเรียนซึ่งคาดว่าเป็นชั้นระดับอนุบาล จะมีเด็กคนหนึ่งแต่งตัวไม่เหมือนเพื่อน ใส่ชุดอยู่บ้านทำตัววุ่นวายภายในห้องเรียน ซึ่งมีเด็กนักเรียนนั่งอยู่กันเต็มห้อง ก่อนที่เด็กเสื้อแดงจะคลานมาหาเด็กนักเรียนคนหนึ่ง จากนั้นต่อยเข้าไปที่ท้องและใบหน้าของเด็กนักเรียน จากนั้นไม่นานเดินไปข้างหลังเด็กนักเรียนคนเดิมและต่อยเตะที่กลางหลัง หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าเด็กนักเรียนในห้องต่างผวาเมื่อเด็กเสื้อแดงคลานผ่าน ซึ่งคาดว่าเด็กนิสัยไม่ดีรายนี้คงมีพฤติกรรมเช่นนี้บ่อย

แต่ต้องแปลกใจมากยิ่งขึ้นเมื่อในห้องเรียนดังกล่าวมีครูอยู่ถึง 2 คน คาดว่าน่าจะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่กลับไม่เข้าห้ามปรามหรือสั่งสอนเด็กชายเสื้อสีแดงเลย นอกจากนี้ ผู้ที่บันทึกวิดีโอซึ่งเห็นเหตุการณ์ชัดเจนก็ปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินไปโดยไม่มีการทำอะไรทั้งสิ้น

ทั้งนี้ มีชาวเน็ตเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของครูในห้องเรียนเป็นจำนวนมากที่ปล่อยปละละเลยเหตุการณ์ดังกล่าว บ้างก็คาดว่าเด็กเกเรรายนี้อาจจะเป็นลูกหลานของคุณครูก็ได้

'ต่างชาติ' วิเคราะห์!! 'กาสิโนไทย' จะเป็นคู่แข่งรายใหญ่สุดของ 'มาเก๊า-สิงคโปร์' ชี้!! ภายในสิ้นทศวรรษ 2030 อาจโตแซงสิงคโปร์ ทั้งในแง่ 'รายได้-ความนิยม'

(3 ก.ย. 67) สำนักข่าว CNBC (ซีเอ็นบีซี) รายงานว่า ‘รัฐบาลไทย’ กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติเข้าประเทศ และกระตุ้นการใช้จ่ายในการท่องเที่ยว ด้วยการออกมาตรการและนโยบายมากมาย เช่น การยกเว้นวีซ่า และยังมีอีกหนึ่งความพยายามในการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ตกเป็นข้อถกเถียงอย่างมากคือ การสร้าง ‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์’ (Entertainment Complex) หรือ ‘บ่อนกาสิโนเสรี’ เนื่องจากนักวิชาการบางส่วนกังวลว่า ‘กาสิโน’ อาจไม่ได้ช่วยหนุนเศรษฐกิจในระยะยาว

จากการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ ‘ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ....’ เมื่อเดือน ส.ค. พบ คนไทยมากกว่า 50% ไม่เห็นด้วยกับกาสิโนถูกกฎหมาย และอีก 30% เห็นด้วย และที่เหลือยังตัดสินใจไม่ได้ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายมองว่ายังมีข้อกังวลและผลกระทบทางเศรษฐกิจหลายประการ

อย่างไรก็ตาม ในมุมของผู้สังเกตการณ์อุตสาหกรรมกาสิโนต่างชาติและผู้เชี่ยวชาญ มองว่า กาสิโนอาจสร้างรายได้ให้กับไทยได้มาก หนุนให้กาสิโนเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวแห่งใหม่ และประเทศไทยอาจกลายเป็นคู่แข่งรายใหญ่ที่สุดของ ‘มาเก๊า’ และ ‘สิงคโปร์’ ภายในสิ้นทศวรรษ 2030

ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มิ.ย. เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีไทยสั่งให้มีการร่างกฎหมายเพื่อทำให้ ‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์’ ถูกกฎหมายในไทย โดยซีเอ็นบีซี ระบุ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในการท่องเที่ยว เพิ่มการจ้างงาน และฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง และแม้ ‘แพทองธาร ชินวัตร’ ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของไทยแทนที่ ‘เศรษฐา’ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะยังคงดำเนินการต่อไป

หยิน เชา หยาง นักวิเคราะห์จากเมย์แบงก์ อินเวสเมนต์ แบงก์ บอกว่า “สถานการณ์การเมืองไทยไม่แน่นอน แต่ไม่ได้ทำให้แผนการสร้างกาสิโนถูกปัดตก” และผลวิจัยจากเมย์แบงก์ พบว่า หากร่างกฎหมายนี้ผ่าน กาสิโนของไทยอาจสร้างรายได้มากถึง 187,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

>>กาสิโนดึงดูดนักท่องเที่ยว

เบน ลี หุ้นส่วนผู้จัดการ IGamiX Management and Consulting กล่าวว่า “ไทยได้เห็นแล้วว่าการสร้างกาสิโนส่งผลอย่างไรต่อสิงคโปร์ และเห็นอำนาจของเงินพนันในมาเก๊า ถ้าไทยทำให้มันถูกกฎหมาย อาจหนุนให้กาสิโนกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว”

ซีเอ็นบีซีระบุ การท่องเที่ยวถือเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แต่การท่องเที่ยวไทยยังคงเติบโตชะลอตัว นักท่องเที่ยวที่มาเยือนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดโควิด-19 และแนวโน้มการเติบโตอาจไม่ดีขึ้น จนกว่านักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาท่องเที่ยวได้เต็มที่

ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนราว 28 ล้านคนในปี 2566 ซึ่งยังคงห่างไกลจากยอดนักท่องเที่ยวที่มาเยือนไทยเมื่อปี 2562 ที่ระดับ 40 ล้านคน

“ประเทศไทยเป็นยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในตลาดท่องเที่ยวของภูมิภาคที่ใคร ๆ ก็กลัว แต่ประเทศยังคงประสบกับปัญหาฟื้นเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดโควิด-19” ลีกล่าว

แกรี โบเวอร์แมน ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลเชิงลึกด้านการท่องเที่ยวและลูกค้า จากบริษัทเช็ก-อิน เอเชีย กล่าวว่า “การท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการแข่งขันสูง และหลายประเทศในภูมิภาคพยายามหาวิธีวางให้การท่องเที่ยวเป็นเสาหลักของการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ” 

อย่างไรก็ดี โบเวอร์แมนมองว่า เมื่อกาสิโนถูกกฎหมายจะทำให้ไทยมีสถานะที่แข็งแกร่งมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจท่องเที่ยวของไทยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนจำนวนมาก และภาคส่วนนี้พร้อมขยายตัวได้อีก

>>ทิศทางกาสิโนไทย
คำถามส่วนใหญ่จากนักสังเกตการณ์อุตสาหกรรมกาสิโน คือ ประเทศไทยจะสร้างกาสิโนในจังหวัดใด แม้รัฐบาลยังไม่เปิดเผยจังหวัดเป้าหมายอย่างเป็นทางการ แต่นักวิเคราะห์คาดว่า ไทยอาจจะไม่ตั้งกาสิโนใจกลางกรุงเทพมหานคร

“กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่พัฒนาแล้ว และไม่มีที่ให้พัฒนามากกว่านี้ ผมไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่ายังมีที่ดินว่างในกรุงเทพฯ" หยิน จากเมย์แบงก์กล่าว และว่า กาสิโนอาจสร้างในพื้นที่ที่มีประชากรน้อย เช่น ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของไทยอย่าง ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่อื่น ๆ ในไทยที่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ และพัทยา ที่คาดว่าอาจเป็นที่ตั้งของกาสิโนได้เช่นกัน

ด้าน ‘อัลแลน เซแมน’ ประธานกรรมการบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ‘หลานไกวฟง กรุ๊ป’ เผยกับซีเอ็นบีซีว่า โมเดลกาสิโนไทยไม่เหมือนกับโมเดลของมาเก๊า ซึ่งเป็นเมืองที่มีคลัสเตอร์กาสิโนอยู่รวมกันจำนวนมากเหมือนกับลาสเวกัส และตนไม่เชื่อว่า กาสิโนไทยจะประสบความสำเร็จในอนาคต

เซแมนเตือนว่า “หลายรัฐบาลชอบสร้างกาสิโนในพื้นที่ด้อยพัฒนา เพราะมองว่าจะช่วยให้เกิดการพัฒนา แต่หากคุณมีกาสิโนเพียงแห่งเดียวในเมืองที่พัฒนาแล้ว ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเช่นกัน”

ขณะที่โบเวอร์แมนจากเช็ก-อิน เอเชีย มองว่า ไทยมีแนวโน้มทำตามโมเดลของสิงคโปร์ โดยการสร้างกาสิโนพร้อมรีสอร์ตที่มีกิจกรรมสันทนาการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่นักพนัน

“ที่มารีนาเบย์แซนด์ มีทั้งบาร์สุดอลังการชั้นบน มีสระว่ายน้ำ โรงแรม พิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร คนหนุ่มสาวที่ไม่ได้มาเล่นพนันก็สามารถสนุกไปกับบริการในส่วนนี้ได้”

ซีเอ็นบีซีอ้างอิงรายงานร่างกฎหมายเอ็นเตอร์แทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ระบุว่า ประชาชนคนไทยที่ต้องการเข้ากาสิโนในประเทศ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 5,000 บาท ส่วนต่างชาติอาจได้เข้าฟรี ซึ่งซีเอ็นบีซีเผยว่า โมเดลนี้มีความคล้ายกับกาสิโนในสิงคโปร์ที่คนท้องถิ่นต้องจ่ายเงินเข้ากาสิโน 150 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 4,000 บาท)

นอกจากนี้ กาสิโนของไทยยังต้องได้รับใบอนุญาตดำเนินงานอย่างถูกกฎหมายซึ่งรัฐบาลไทยอนุญาตดำเนินธุรกิจนานสุดที่ 30 ปี และมีเงื่อนไขผู้ให้บริการต้องจ่ายเงิน 5,000 ล้านบาท สำหรับเปิดกาสิโนครั้งแรก และจ่ายรายปีอีก 1,000 ล้านบาท

โบเวอร์แมนย้ำว่า รัฐบาลไทยอาจกำหนดให้ผู้ประกอบการสหรัฐฯ ที่ต้องการลงทุนอุตสาหกรรมกาสิโนในไทย ต้องทำงานร่วมกับบริษัทไทยด้วย เพื่อให้บริษัทในท้องถิ่นมีส่วนร่วมและได้ประโยชน์

>>กาสิโนไทยแซงหน้าสิงคโปร์?

แม้ยังไม่ชัดเจนว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ของไทยจะเกิดขึ้นจริงไม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกาสิโนหลายคนมีความคิดเห็นในทิศทางเดียวกันว่า หากไทยสร้างกาสิโนได้สำเร็จ 5 - 8 แห่งทั่วประเทศ ไทยอาจแซงหน้าตลาดกาสิโนของสิงคโปร์ได้ ในแง่ของความนิยมและรายได้ของกาสิโน แต่กาสิโนของมาเก๊าจะยังคงเป็นแหล่งกาสิโนเบอร์หนึ่งต่อไป

จากรายงานผลประกอบการของผู้ประกอบการแต่ละรายในมาเก๊า แสดงให้เห็นว่า รายได้จากกาสิโนในเมืองนี้มีมูลค่า 114,000 ล้านปาตากามาเก๊า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 ขณะที่สองกาสิโนในสิงคโปร์สร้างรายได้ราว 2,530 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน

ลีจาก IGamiX บอกว่า “หากกาสิโนไทยถูกกฎหมาย ไทยจะมีศักยภาพแซงหน้าแหล่งการพนันอื่น ๆ ในเอเชียได้แน่นอน ยกเว้น มาเก๊า” และเสริมว่า กาสิโนไทยอาจยกระดับเทียบเท่ากาสิโนมาเก๊าได้ ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี

'พล.ท.นันทเดช' ชำแหละ!! เหตุ ‘พรรคส้ม’ แพ้ติดต่อกันมา 9 จังหวัด หากยังไม่ทบทวนแนวทางพรรค ก็แค่ยักไหล่ แล้วแพ้ต่อไปเรื่อยๆ

(3 ก.ย. 67) พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊ก ‘พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์’ หัวข้อ ‘แค่ยักไหล่ แล้วแพ้ต่อไปเรื่อย ๆ’ ระบุว่า…

แค่ยักไหล่ แล้วแพ้ต่อไปเรื่อย ๆ

การพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งส่วนท้องถิ่นของ ‘กลุ่มเครือข่ายก้าวไกล’ ที่ จ.ราชบุรี อย่างยับเยินนั้น เป็นการแพ้ติดต่อกันมาแล้ว 9 จังหวัด ถ้าจำไม่ผิดนะ และยังมีอีกหลายจังหวัดที่ก้าวไกลไม่กล้าส่งลงไปแข่งขันด้วย

การพ่ายแพ้ดังกล่าว บ่งบอกถึงการถอยห่างของประชาชนต่อพรรค และเครือข่าย เป็นเพราะว่า…

1. ประชาชนเริ่มรู้แนวทางของพรรคก้าวไกลมากขึ้น ตามลำดับ

2. การพูดติติงคนอื่นอย่างเดียว โดยไม่ลงมือทำอะไรเพื่อประชาชนเลยนั้น ประชาชนก็เริ่มเห็นกันแล้ว

ไม่เป็นไรครับ โอกาสที่พรรคจะเปลี่ยนแนวทางยังมีอีกยาวนาน ถ้ายอมรับและเชื่อมั่นต่อประชาชนจริง ๆ ตามที่พูดไว้ แต่ถ้าไม่คิดจะทบทวนอะไร

แค่ยักไหล่ แล้วก็จะแพ้ต่อไปเรื่อย ๆ ก็เท่านั้นเอง

'มติ สว.' ตีตกญัตติสอบจริยธรรมตุลาการของ 'สว.พันธุ์ใหม่' ชี้!! ไม่เร่งด่วน หากเทียบกับการเสนอญัตติเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม

วันนี้ (2 ก.ย. 67) ได้มีการประชุมวุฒิสภา โดยมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม โดยก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.เสนอญัตติด่วนเพื่อตรวจสอบจริยธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่า ตุลาการฯ ที่วินิจฉัยคึดียุบพรรคก้าวไกล มีการวิจารณ์ที่ไม่เหมาะสมและส่อขัดต่อประมวลจริยธรรมที่ใช้บังคับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเสนอญัตติดังกล่าว พบว่า มี สว.ที่เห็นต่างและประท้วง เนื่องจากมองว่าไม่ใช่เรื่องด่วนหากเทียบกับการเสนอญัตติเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม อีกทั้งยังมองว่า ไม่มีความจำเป็น เพราะการตั้งญัตติดังกล่าวเป็นการกระทบกับบุคคลภายนอกรัฐสภา นอกจากนั้นแล้ว ขอให้วุฒิสภาพิจารณาร่างแก้ไขข้อบังคับวุฒิสภาให้เสร็จเพื่อตั้งกรรมาธิการ จากนั้นจึงควรเสนอเรื่องดังกล่าวให้ กมธ.พิจารณา

อย่างไรก็ดี สว.ในกลุ่มที่สนับสนุนญัตติด่วนของ น.ส.นันทนา ลุกโต้แย้งและมองว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าสภาผู้แทนราษฎรได้วินิจฉัยในญัตติที่มีเนื้อหาทำนองเดียวกันและถือเป็นญัตติด่วน ดังนั้นวุฒิสภาจึงสามารถพิจารณาเรื่องดังกล่าวได้

ทั้งนี้ พล.อ.เกรียงไกร ได้วินิจฉัยให้ น.ส.นันทนา เสนอญัตติด่วนได้ แต่ต้องใช้มติของวุฒิสภาตัดสินว่าจะพิจารณาญัตติด่วนดังกล่าวหรือไม่ โดยผลการลงคะแนนพบว่าเสียงข้างมาก 118 เสียง ไม่เห็นด้วยกับญัตติดังกล่าว ต่อ 37 เสียง และงดออกเสียง 12 เสียง

'ช้างแฝด' เกิดใหม่ในเมียนมา เป็น 'เพศเมีย' และ 'เพศผู้' ถือเป็นครั้งที่ 12 ในประเทศ นับตั้งแต่มีบันทึกเมื่อปี 1960

(2 ก.ย. 67) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า แม่ช้างวัย 21 ปีที่ปางช้างหวิ่นกะบ่อ ในภูมิภาคพะโคของเมียนมา ได้ให้กำเนิดลูกช้างฝาแฝดเพศผู้และเพศเมียเมื่อวันที่ 26 ส.ค. โดยการเกิดของลูกช้างฝาแฝดนั้นเป็นเรื่องที่พบได้ยาก และถือเป็นช้างแฝดที่ลืมตาดูโลกเป็นครั้งที่ 12 ในเมียนมานับตั้งแต่มีบันทึกเมื่อปี 1960

โดยเมื่อวันอาทิตย์ (1 ก.ย.67) เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ประจำปางช้างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่า แม่ช้างเพิร์ล แซนดาร์ ออกลูกช้างตัวแรกเป็นเพศเมีย ตัวที่สองเป็นเพศผู้ และทั้งสองเกิดห่างกันราว 4 นาที

รายงานระบุว่าช่วง 2 วันแรกลูกช้างฝาแฝดไม่สามารถดื่มนมจากแม่ได้ จึงต้องให้นมจากขวดแทน ส่วนในวันที่ 3 ลูกช้างฝาแฝดจึงเริ่มดื่มนมจากเต้าของแม่ ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการและเป็นประโยชน์ต่อพวกมันมากกว่า

ปัจจุบันมีช้างทั้งหมด 9 เชือกในปางช้างหวิ่นกะบ่อ ซึ่งรวมถึงลูกช้างฝาแฝดดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ต่างตั้งใจที่จะดูแลช้างแฝดสองตัวนี้เป็นพิเศษเนื่องจากการเกิดช้างแฝดมักไม่เกิดขึ้นบ่อย

'ชัยวัฒน์' ควบวีลแชร์คว้าทองที่ 3 ให้ทัพไทย ทุบสถิติพาราลิมปิก ด้วยเวลา 14.76 วินาที

(2 ก.ย. 67) การแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ปารีส 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทัพนักกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ลงชิงชัยลุ้นคว้าเหรียญรางวัลต่อเนื่อง โดยในการแข่งขันกรีฑา วีลแชร์เรซซิ่ง 100 เมตร คลาส T34 ‘ชัยวัฒน์ รัตนะ’ นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย ลงสนามแข่งขัน

ผลการแข่งขันปรากฏว่า ‘ชัยวัฒน์ รัตนะ’ ควบวีลแชร์คู่ใจเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 14.76 วินาที ซึ่งเป็นเวลาที่ทำลายสถิติพาราลิมปิกอีกครั้งของตัวเอง พร้อมคว้าเหรียญทองที่ 3 ให้ทัพไทย ในศึกพาราลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024

ด้านการแข่งขันแบดมินตัน ประเภทคู่ผสม คลาส SL3-SU5 รอบชิงเหรียญทองแดง ศิริพงษ์ เติมอารมณ์ จับคู่ นิภาดา แสนสุภา ลงสนามพบกับ ลูก้าส์ มาซูร์ และเฟาสติน โนเอล คู่นักตบลูกขนไก่ของเจ้าภาพฝรั่งเศส

ผลการแข่งขันปรากฏว่า คู่ผสมไทย สู้อย่างเต็มที่ ก่อนจะแพ้ไป 0-2 เกม 14-21, 16-21 ส่งผลให้ ศิริพงษ์ และนิภาดา คว้าอันดับ 4 มาครองในพาราลิมปิกเกมส์ครั้งนี้

ทั้งนี้ ทัพนักกีฬาพาราลิมปิกไทย ทำผลงานในศึกพาราลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 คว้าไปได้แล้ว 3 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 5 เหรียญทองแดง

‘สุกฤษฏิ์ชัย-ปชป.’ ชวนทุกคนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม-ดูแลธรรมชาติ ร่วมสร้างโลกที่น่าอยู่-ส่งต่ออากาศบริสุทธิ์ให้รุ่นลูกหลานสืบต่อไป

(2 ก.ย. 67) นายสุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ (หน่วยงานดีเด่นแห่งชาติสาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) และที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า…

“ในเดือนกันยายน เป็นเดือนที่มีความสำคัญต่อวงการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไทยและสากลอย่างยิ่ง เนื่องจากในวันที่ 1 กันยายน เป็นวันสืบ นาคะเสถียร ซึ่งวันดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้เราร่วมกันรำลึกถึงคุณงามความดี และความเสียสละของวีรบุรุษของผืนป่าไทย ซึ่งได้เสียสละชีวิตเพื่อเรียกร้องและสะท้อนปัญหาของทรัพยากรธรรมชาติให้สาธารณชนได้รับรู้ และตระหนักถึงอุดมการณ์อย่างแน่วแน่ในการรักษาผืนป่า รวมถึงในวันที่ 7 กันยายน ยังเป็นวันอากาศสะอาดสากล ที่ทั่วโลกโดยเฉพาะภาคประชาสังคมและกลุ่มอนุรักษ์จะได้จัดกิจกรรม รณรงค์เพื่อการเรียกร้องและทวงคืนอากาศสะอาด ปราศจากมลพิษ ซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่ทุกคนควรจะต้องได้รับ อย่างมิต้องสงสัย

ข้อมูลจากงานวิจัยที่นำโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโมนาชของออสเตรเลียเปิดเผยว่า มีประชากรโลกเพียง 0.001% เท่านั้น ที่มีอากาศสะอาด ความหมายคือ แทบไม่มีที่ไหนในโลกเลยที่ปราศจากหมอกควันหรือฝุ่นพิษ รวมถึงข้อมูลจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติระบุว่า ในปี 2020 จำนวนพื้นที่ป่าไม้บนโลกมีอยู่ที่ร้อยละ 31 ของพื้นที่บก และมีแนวโน้มลดลงทุกวัน ฉะนั้นแม้ว่าจะมีวันสำคัญไว้ให้ตระหนักหรือรำลึกนึกถึง แต่การรณรงค์และการลงมือทำคือสิ่งสำคัญยิ่ง และการลงมือทำด้วยตัวเราเองคือสิ่งสำคัญที่สุด โดยการสนับสนุนที่ถูกต้องและทั่วถึงจากทางภาครัฐ ก็จะเป็นส่วนเติมเต็มสำคัญได้และบรรลุเป้าหมายได้อย่างดี 

ดังนั้นการดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน ที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันสร้างโลกที่น่าอยู่ อนาคตที่ยั่งยืน มั่นคงและปลอดภัย สำหรับคนรุ่นหลังต่อไป

'พระราชินี' ทรงร่วมการแข่งขันกับทีม ‘วายุ’ ในศึกการแข่งขันเรือใบที่สเปน 1 ใน Strategist ปลื้ม!! พระองค์ทรงให้กำลังใจแก่ทุกคนยามท้อ จนมีแรงฮึดสู้

เมื่อวานนี้ (1 ก.ย. 67) เวลา 10.52 น.ตามเวลาราชอาณาจักรสเปน ซึ่งช้ากว่าเวลาประเทศไทย 5 ชั่วโมง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าเรือ Puerto Portals เกาะมายอร์กา เพื่อทรงร่วมการแข่งขันเรือใบ รายการ Puerto Portals 52 Super Series Sailing Week TP 52 Super Series 2024 เพื่อเก็บคะแนน Race ที่ 9 เป็นวันสุดท้าย 

การนี้ก่อนการแข่งขัน ได้พระราชทานของที่ระลึกซึ่งเป็นกระเป๋าจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ให้แก่ นายโทนี่ แรงค์รี่ย์ (Mr.Tony Langley) เจ้าของทีมเรือ Gladiator (แกลด-ดิ-เอ-เทอะ) จาก สหราชอาณาจักร พร้อมภรรยา และลูกเรือทุกคน ณ เรือยอช์ต 'Corinthian' (คะ-ริน-เธียน) 

จากนั้นเวลา 15.15 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เริ่มทรงเรือใบร่วมกับทีมวายุ (Vayu) หมายเลขเรือ 27 ออกจากจุดสตาร์ทพร้อมกับทีมเรือใบอีก 12 ทีม เพื่อทำการแข่งขันเก็บคะแนน Race ที่ 9 อันเป็นวันสุดท้ายของการแข่งขัน ซึ่งการแข่งขันตลอดทั้ง 9 Race ที่ผ่านมาทีมวายุทำคะแนนสะสมอยู่อันดับที่ 12 ของตาราง 

โดยการแข่งขันในครั้งนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงทำหน้าที่เป็น Strategist คอยวางแผนการเดินเรือผ่านการคำนวณทิศทางของลมในทะเลทั้งซ้ายขวา เพื่อให้เรือแล่นไปในทิศทางที่ต้องการและถึงที่หมายอย่างรวดเร็วและปลอดภัย แต่ก็ยังทรงทำหน้าที่อื่นในเรือร่วมกับสมาชิกทุกคนอย่างเต็มกำลัง เช่น ทรงช่วยหมุนกว้านทดแรง เพื่อช่วยให้ดึกเชือกทุกเส้นได้ง่ายและเร็วขึ้น ทรงช่วยโหนและถ่วงเรืออย่างเต็มที่ ไปจนถึงทรงช่วยพับเก็บ-กางใบเรือ แม้บางครั้งสมาชิกบางคนหมดแรงใจในการแข่งขันที่ใช้ระยะเวลาหลายวันติดต่อกัน พระองค์ก็จะทรงให้กำลังพระทัยแก่สมาชิกทุกคนให้มีแรงสู้อีกครั้ง

นางสาวนพเก้า พูนพัฒน์ หนึ่งในสมาชิกทีมเรือวายุ ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่เป็น Strategist ร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีตลอดการแข่งขันทั้ง 5 วัน กล่าวว่า พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถในการทรงเรือใบมาก เพราะทรงใช้ทักษะพิเศษของความเป็นนักบินในการพยากรณ์ท้องฟ้า จึงทำให้สามารถคำนวณทิศทางลมซ้ายขวาในแต่ละวันได้อย่างแม่นยำ อันจะส่งผลสำคัญในการเลือกใบเรือที่จะใช้แข่งให้เหมาะสมได้ในแต่ละวันและด้วยการแข่งที่หลายมีขึ้นหลายวันสมาชิกหลายคนมีความท้อถอย พระองค์ก็จะทำทุกหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ซึ่งสมาชิกเห็นท่านทรงสู้ไม่ถอยก็จะมีกำลังแรงใจต่อสู้อย่างแข็งขันเช่นกัน หรือแม้แต่ในแต่ละวันการกำหนดทิศทางลมอาจมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ ก็จะทรงให้กำลังพระทัยสมาชิกทุกคนว่า "สู้ๆไม่เป็นไร เราต้องทำได้"

สำหรับการแข่งขันในวันนี้ แม้จะเป็นวันสุดท้ายของสนามที่ 4 แต่สมาชิกทีมวายุทุกคนต่างพร้อมใจและกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า "จะตั้งใจสู้อย่างสุดหัวใจ เพื่อคะแนนที่ดีที่สุด" ซึ่งวันนี้ได้เตรียมใบเรือมาถึง 3 ขนาด อีกทั้งพยายามปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การเล่นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด จึงเข้าเส้นชัยใน Race ที่ 9 ในลำดับที่ 10

สำหรับการแข่งขันเรือใบรายการ 'Puerto Portals 52 Super Series Sailing Week' TP 52 Super Series 2024 วันนี้นับเป็นวันสุดท้ายของการแข่งขันของสนามที่ 4 ซึ่งสามารถทำการแข่งขันได้แค่เพียง 9 Race เนื่องจากเจอสภาพลมอันแปรปรวน และเวลาการแข่งขันที่ถูกกำหนดไว้ จึงไม่สามารถทำการเก็บคะแนนใน Race ที่ 10 ได้

ดังนั้นคณะกรรมการจึงนับผลการแข่งขันในสนามที่4 เพียงแค่ 9 Race เท่านั้น ส่งผลให้ ทีม Gladiator จากสหราชอาณาจักร มีคะแนนนำเป็นอันดับได้ที่ 1 ทีม Platoon Aviation จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เป็นอันดับที่ 2 และทีม Quatum American Magic จากสหรัฐอเมริกา เป็นอันดับ 3 ส่วนทีมวายุอยู่ที่อันดับที่ 12 ของตาราง

นอกจากนี้ จะมีการแข่งขันในสนามที่5 อันเป็นนัดการเก็บคะแนนนัดสุดท้ายต่อไป เพื่อหาทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันของรายการ '52 Super Series Sailing Week' TP 52 Super Series 2024 ต่อไป

‘สุริยะ’ แง้ม!! ‘DP World’ ประสานตั้งคณะทำงานร่วมไทย ศึกษาข้อมูล-รายละเอียดการลงทุน ‘โครงการแลนด์บริดจ์’

(2 ก.ย. 67) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย - อันดามัน (ชุมพร - ระนอง) หรือโครงการแลนด์บริดจ์ โดยระบุว่า กระทรวงฯ ยังคงมีเป้าหมายเดินหน้าผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในรัฐบาลนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ รวมถึงผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

โดยแผนการดำเนินงานในขณะนี้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อยู่ระหว่างการทำหนังสือบรรจุวาระการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ พ.ศ. .... หรือ พ.ร.บ. SEC เข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพศ.) เพื่อพิจารณา ก่อนเสนอไปยังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือน ก.ย. 2568

อย่างไรก็ดี เมื่อ พ.ร.บ.SEC มีผลบังคับใช้แล้ว จะมีการจัดตั้งสำนักงาน SEC และเข้าสู่แผนงานอื่น ๆ โดยในส่วนการออกแบบทางรถไฟ และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) รวมถึงการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และคาดว่าสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณา EIA แล้วเสร็จในปี 2568 สอดคล้องกับการออกแบบท่าเรือ และการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) และส่งให้ สผ. พิจารณาแล้วเสร็จในปี 2568

ในส่วนของกระบวนการคัดเลือกเอกชน การจัดทำร่างเอกสารเชิญชวนผู้ลงทุนในการร่วมลงทุนโครงการ (RFP) คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/2569 ก่อนที่จะคัดเลือกผู้ลงทุนแล้วเสร็จในไตรมาส 2/2569 จากนั้นจะออก พ.ร.ฎ. เวนคืนที่ดิน ก่อนเสนอ ครม. อนุมัติโครงการภายในไตรมาส 2/2569 จากนั้นจะสามารถลงนามสัญญากับผู้ชนะการประกวดราคา และเริ่มดำเนินการก่อสร้างระยะที่ 1 ในไตรมาส 3/2569 แล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2573

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทางบริษัท Dubai Port World (DP World) ประสานต้องการที่จะให้ สนข.ช่วยให้ข้อมูลในเรื่องต่าง ๆ ของโครงการอย่างละเอียด จึงมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่าง สนข.และ DP World ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงการนี้มีเอกชนพร้อมลงทุน 

อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการเอกชนรายใด ต้องการจะตั้งคณะทำงานร่วมกับประเทศไทย ก็สามารถแสดงความประสงค์มาได้ทันที โดยยืนยันว่ากระทรวงคมนาคม และรัฐบาลไทย มีความยินดีต้อนรับนักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลก และไม่ได้ผูกมัด หรือกีดกันรายใดรายหนึ่ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top