Monday, 10 August 2026
Hard News Team

🔎ส่องประเทศที่มี ‘นักท่องเที่ยว’ เดินทางไปเยอะที่สุด ในปี 2023

จากผลสำรวจของ The World Tourism rankings  by the United Nations World Tourism Organization ระบุว่าในปี 2023 ‘ประเทศไทย’ ทำรายได้จากการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติรวม 1.2 ล้านล้านบาท มีรายได้รวมจากการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาท โดยมีนักท่องเที่ยวลำดับ 1 มาจากมาเลเซีย 4.5 ล้านคน

ส่วนประเทศที่โกยนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากที่สุดในปี 2023 ได้แก่ ‘ฝรั่งเศส’ โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปเที่ยวมากถึง 100 ล้านคน

‘คณะราษฎร’ ขอพระราชทานอภัยโทษจากในหลวง รัชกาลที่ 7

มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้าง #ร่างที่เป็น

2475: การเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ และการให้อภัย

“ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม…

“การที่พวกข้าพระพุทธเจ้าได้ประกาศกล่าวข้อความ ในวันเปลี่ยนแปลงด้วยถ้อยความรุนแรง กระทบกระเทือน ถึงใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และพระบรมวงศานุวงศ์ ก็ด้วยมุ่งถึงผลสำเร็จทันทีทันใดเป็นใหญ่…

“สมเด็จพระมหากษัตริย์ตราธิราชในพระราชวงศ์จักรี ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ ได้ทรงมีส่วนนำความเจริญมาสู่ประเทศสยามตามกาลสมัย บัดนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พวกข้าพระพุทธเจ้า มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท…

ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจึงขอพระราชทาน พระบรมราชวโรกาสนี้ กราบบังคมทูล ขอพระราชทานอภัยโทษอีกครั้งหนึ่ง เป็นคำรบสองในถ้อยที่ได้ประกาศไป”

คณะราษฎร กราบบังคมทูลขอพระราชทานอภัยโทษ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2475

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

‘จอมพล ป.’ เขียน ส.ค.ส. “Please อโหสิกรรม” ถึง ‘ปรีดี’

มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้าง #ร่างที่เป็น

2475: การเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ และการให้อภัย

“Please อโหสิกรรม”

จอมพล แปลก พิบูลสงคราม อดีตนายกรัฐมนตรีไทย เขียน ส.ค.ส. ถึง ปรีดี พนมยงค์ ก่อนตนถึงแก่อสัญกรรม ในปี พ.ศ. 2507

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ข้อเสนอแก้หนี้ครัวเรือน กับผลงานชิ้นโบแดงของแบงก์ชาติ

(1 ก.ย. 67) อ.พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อดีตปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศ

ในบรรดาหลายมาตรการที่อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เสนอในเวที Vision for Thailand เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าข้อเสนอปรับโครงสร้างหนี้ภาคประชาชน โดยแบ่งเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ครึ่งหนึ่ง (0.23% ของฐานเงินฝากของธนาคารพาณิชย์) มาสมทบกับเงินของสถาบันการเงินเอง เพื่อ Haircut หนี้ของลูกหนี้ที่มีปัญหา เป็นข้อเสนอที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษและมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติสูง

ข้อเสนอดังกล่าวเป็นการคิดนอกกรอบอีกครั้งหนึ่งของท่านนายกทักษิณ ซึ่งหากทำสำเร็จ ก็จะผ่อนคลายความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องแบกรับภาระหนี้ที่มีจำนวนสูงถึงกว่า 16 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 91% ของ GDP และเป็นตัวเหนี่ยวรั้งการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยมายาวนาน

ทันทีที่ข้อเสนอถูกเผยออกมา ผู้บริหารแบงก์ชาติถึงกับเกิดอาการอึ้ง เมื่อถูกสื่อสอบถามความเห็น แต่ก็ได้ให้ลิ่วล้อออกมาส่งเสียงคัดค้านว่าจะเกิดผลเสียต่อการบริหารหนี้ FIDF (Financial Institutions Development Fund) ต่าง ๆ นานา ทั้ง ๆ ที่หนี้ FIDF ก้อนนี้ ซึ่งยังคงค้างอยู่ประมาณ 600,000 ล้านบาท เป็นหนี้สาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง ไม่ใช่หน้าที่ของ ธปท. แต่ ธปท. ในฐานะธนาคารกลางที่เป็นอิสระ เป็นผู้สร้างขึ้นมาจากน้ำมือของ ธปท. เองล้วน ๆ

ย้อนหลังไปเมื่อปี 2540 หลายท่านอาจจำไม่ได้แล้วว่า ประเทศไทยมีอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (Fixed Exchange Rate) ธปท. ในฐานะผู้รับผิดชอบนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน จึงออกไป Defend ค่าเงินบาท ปกป้องไปปกป้องมาจนผลาญเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเสียเกลี้ยง จึงต้องประกาศลอยตัวค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 พร้อม ๆ กับการเข้าโปรแกรม IMF การปิดสถาบันการเงิน และการให้รัฐบาลประกาศรับประกันเงินฝากของประชาชนที่สถาบันการเงิน จึงเป็นที่มาของหนี้จำนวนมากมายมหาศาล ซึ่งในที่สุด ธปท. ต้องร้องขอให้รัฐบาลแปลงจากหนี้ของกองทุน FIDF มาเป็นหนี้สาธารณะ (Fiscalization)

เนื่องจากหนี้ FIDF มีที่มาจากระบบสถาบันการเงิน จึงไม่เหมาะสมที่จะให้คนไทยผู้เสียภาษีทั้งประเทศรับภาระหนี้ก้อนนี้ ซึ่งมีจำนวนสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท จึงมีความตกลงกันให้ ธปท. รับผิดชอบชดใช้เงินต้น และกระทรวงการคลังรับภาระดอกเบี้ย แต่จนแล้วจนรอด ธปท. ก็ไม่ทำตามสัญญา โดยอ้างว่าไม่มีกำไร ในขณะที่ยังคงจ่ายโบนัสพนักงานอยู่เป็นปกติ 

เมื่อหนี้ไม่ลด การชำระดอกเบี้ย จึงไม่ลดไปด้วย โดยกระทรวงการคลังต้องขอตั้งงบประมาณชำระดอกเบี้ยเป็นจำนวนสูงถึงปีละกว่า 60,000 ล้านบาท

เมื่อ ธปท. ไม่ชำระหนี้เงินต้นตามที่ตกลงกันไว้ จึงเป็นที่มาของการออกกฎหมายกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์นำส่งเงินเพื่อชำระหนี้ FIDF จำนวน 0.46% ของฐานเงินฝาก ในสมัยที่คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาหนี้ FIDF อย่างเบ็ดเสร็จและตรงจุด และผลจากการดำเนินการดังกล่าวได้ทำให้รัฐบาลสามารถลดภาระงบประมาณได้อย่างมากและลดยอดหนี้ FIDF คงค้างเหลือไม่ถึง 600,000 ล้านบาทในปัจจุบัน

ดังนั้นข้อเสนอของอดีตนายกทักษิณ แม้จะทำให้การชำระหนี้ FIDF ล่าช้าไปบ้าง แต่ก็เป็นทางออกที่เหมาะสมในการบรรเทาปัญหาหนี้ภาคประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่รุมเร้าสังคมไทยอยู่ทุกวันนี้ ส่วนคนที่ควรรักษามารยาท ก็น่าจะเป็น ธปท. เพราะเป็นผู้สร้างปัญหามาแต่ต้น และก็ไม่สามารถแก้ปัญหาที่ตัวเองก่อขึ้นได้

'เชียงราย' นายอำเภอประสานจิตอาสาทั่วไทยธารน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน แบ่งปันสู่อำเภอเทิง

(1 ก.ย. 67) สืบเนื่องจากจากเหตุการณ์เกิดน้ำป่าไหลหลาก และฝนตกหนักต่อเนื่องบริเวณ พื้นที่อำเภอเทิง เวียงแก่น ขุนตาล พญาเม็งราย ที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ เช่นเดียวกับอำเภอเทิงที่เกิดเหตุน้ำท่วมหนักและเกิดความเสียหายหลายครัวเรือนต่อมาทางด้านของ นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอเทิง ไม่ได้นิ่งนอนใจ ประสานทุกหน่วยงาน จิตอาสาทั่วประเทศ เข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนบ้านเวียงใต้ หมู่ที่15 ตำบลเวียง อำเภอเทิงจากเป็นที่มาของ “ธารน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” แบ่งปันสู่ อำเภอเทิง หลั่งไหลความรัก ให้พี่น้องชาวอำเภอเทิงที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่และก้าวเริ่มสู่ระยะฟื้นฟูกันต่อไปบางครอบครัวแทบสิ้นเนื้อประดาตัวและต้องขอขอบพระคุณ น้ำใจจากผู้มีจิตอาสาทุกคนที่ร่วมเป็นสะพานบุญ ส่งมอบความสุขให้พี่น้องที่ประสบภัยทุกคน จิตอาสาจากทั่วทุกสารทิศที่ร่วมกันกับภารกิจในครั้งนี้ โดยการประสานงานจาก “นักประสานงาน10ทิศ  นักจิตอาสาคนเดิมจากภารกิจ ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนาย ประสงค์  น้อยหมอ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอแม่จันได้ประสานภารกิจจากพี่น้องทุกทิศทั่วไทยเข้าเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือขอบสิ่งของในครั้งนี้เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2567 โดยมีผู้ร่วมภารกิจ อาทิเช่น คุณรัตน์ สันตอรรนพ ผู้บริหารอาวุโส ช.การช่าง ผู้ใหญ่ตั้น นภดล นิยมตรง (ปั้มเจส จากถ้ำหลวง)เสื้อผ้าใหม่ๆ จาก Camp71 แบรนด์ 71 Export บจก.JP เมดอินโนเวชั่น กลุ่มพรเจริญ กรุ๊ป ครอบครัว วรจักร และ เพื่อนๆจิตอาสาซักผ้าจากปฎิบัติการถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนและน้องจากหน่วยงาน pea แม่จัน พร้อมพี่น้องจาก อยุธยา ทุกคนที่ร่วมธารน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน แบ่งปันสู่อำเภอเทิงในครั้งนี้ต่อไป

สันติ วงศ์สุนันท์/หัวหน้าศูนย์ข่าวอำเภอแม่สาย/รายงาน

‘ลัทธิโกงกิน’ แพร่กระจายไปทั่ว อุดมคติทำงานเพื่อชาติ ไม่มีเหลืออยู่ในจิตใจ

มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้าง #ร่างที่เป็น

2475: การเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ และการให้อภัย

“เมื่อร่ำรวยไปตาม ๆ กันและถูกอิจฉา จากพรรคพวกเดียวกัน ก็ออกจากราชการโดยสมัครใจบ้าง ถูกบีบบังคับตามวิถีการเมืองบ้าง คณะเผด็จการชุดใหม่ก็ดำเนินการแบบเดียวกับชุดเก่า สร้างภาพพจน์ ฉ้อราษฎร์บังหลวง คอร์รัปชันในวงราชการ เป็นตัวอย่างแก่ข้าราชการชั้นสูง ชั้นผู้น้อยต่อไป ไม่สิ้นสุด…

“ลัทธิโกงกิน แผ่ซ่านไปทั่ววงราชการ ทั้งในเมืองหลวงและต่างจัดหวัด ข้าราชการชั้นผู้น้อยก็เอาเยี่ยงอย่างตัวเบิ้ม ๆ เขากินได้ เราก็ขอกินบ้าง คำน้อย ๆ อุดมคติทำงานเพื่อชาติ ไม่มีเหลืออยู่ในจิตใจ”

ร.อ.สำรวจ กาญจนสิทธิ์ นายทหารคนสนิทคนสุดท้ายของ พระยาทรงสุรเดช (เทพ พันธุมเสน) กล่าวเมื่อปี พ.ศ. 2523

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือแรงงาน น่าน และภาคเอกชน มอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบอุทกภัย

(1 ก.ย.67) นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วย นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มไทยสมายล์บัส เจ้าหน้าที่กลุ่มพลังงานบริสุทธิ์ กลุ่มไทยสมายล์กรุ๊ป ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ จำนวน 300 ชุด เพื่อช่วยเหลือและเยี่ยมให้ขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน

โดยมี นายเทวา ปัญญาบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางสาวจำลองลักษณ์ ก่ายแก้ว แรงงานจังหวัดน่าน พร้อมหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดน่าน นายอำเภอเชียงกลาง และชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ ณ ที่ว่าการอำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน

นางเธียรรัตน์ กล่าวว่า มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กระทรวงแรงงาน กลุ่มพลังงานบริสุทธิ์ กลุ่มไทยสมายล์กรุ๊ป และพลังเครือข่ายภาคเอกชนมีความห่วงใยต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย ในวันนี้มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์จึงได้นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท สหพัฒนพิบูลย์ จำกัด บริษัท ไบ่ลี่ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด บจก. คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล บริษัท ไทย สมายล์ บัส กลุ่มพลังงานบริสุทธิ์ (E@) และเครือข่ายภาคเอกชน ที่ได้ร่วมบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ ข้าวสาร น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ข้าวโอ๊ต โจ๊กคัพ โดนัท อาหารแห้ง เป็นต้น มามอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน รวมทั้งมูลนิธิยังได้มอบเรือท้องแบน จำนวน 6 ลำ เพื่อมอบให้กับทางจังหวัดน่านไว้ใช้ประโยชน์ในการนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ นอกจากนี้ สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานน่าน ยังได้ให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และซ่อมรถจักรยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบเสียหายจากอุทกภัยแก่ประชาชนอีกด้วย

🔎เปิด 10 อันดับ ‘เมืองอัจฉริยะ’ ในเอเชีย 2024

‘เมืองอัจฉริยะ’ หมายถึง เมืองที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและชาญฉลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการและการบริหารจัดการเมือง ภายใต้แนวคิดการพัฒนา ‘เมืองน่าอยู่ เมืองทันสมัย’ ให้ประชาชนในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข อย่างยั่งยืน 

THE STATES TIMES ได้รวบรวม 10 เมืองอัจฉริยะ ในเอเชีย ประจำปี 2024 มาไว้ให้แล้ว จะมีเมืองไหนบ้าง ไปดูกัน!!

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 27 มิ.ย. 2475 ต้องเกณฑ์ชาวบ้านไปฟัง ทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไร

มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้าง #ร่างที่เป็น

2475: การเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ และการให้อภัย

“เห็นได้ถนัด เมื่อวันประกาศรัฐธรรมนูญที่พระที่นั่งอนันต์ฯ วันที่ 27 มิถุนายน 2475 ต้องต้อนราษฎรให้เข้าฟังในพระที่นั่งกันเสียแทบแย่ และก็ได้จำนวนราษฎรสักหยิบมือเดียว ไปยืนฟังโดยไม่รู้เรื่องอะไร หากจะมีละครให้ดู และมีเจ๊กก๋วยเตี๋ยวด้วยแล้ว คนจะไปมากกว่านั้นมาก”

พระยาทรงสุรเดช (เทพ พันธุมเสน) กล่าวหลังจากหลี้ภัยไปยังประเทศเวียดนาม เมื่อปี พ.ศ. 2482

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

หลังการปฏิวัติ มีการกว้านซื้อที่ดินจากชาวไร่นาในราคาถูก เพราะล่วงรู้ความลับทางการว่าจะมีการตัดถนนผ่าน ทำให้มีกำไรกันมากมาย

มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้าง #ร่างที่เป็น

2475: การเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ และการให้อภัย

“แต่ส่วนใหญ่มีความทะเยอทะยาน ในยศ ในตำแหน่งสูงและเงินต่อไป อีกญาติ ภรรยา และพรรคพวกช่วยหาเงิน โดยพึ่งพาอาศัยอิทธิพล และมีอภิสิทธิ์ในการประมูล ซื้อของให้ราชการ ตนเองได้กำไรมหาศาล… 

“บางคนรู้ความลับราชการในการตัดถนนหนทาง ทั้งในพระนครและหัวเมือง ก็รีบให้ภรรยาและพรรคพวกกว้านซื้อที่ดิน ไร่นา ซึ่งมีราคาต่ำในบริเวณที่จะตัดถนนไป…

“เขาฉลาดใช้ถ้อยคำอธิบายให้ผู้ขายสมัครใจขาย โดยอ้างว่าราคาที่เสนอซื้อนั้นสูงแล้ว เป็นที่ดินไม่มีประโยชน์…เจ้าของไร่นาไม่ฉลาดนัก หลงกลคำพูด...ต่อมาไม่ถึง 6 เดือน ทางการตัดถนนผ่านเข้าไป เขามีกำไรหลายล้านบาท บนกองน้ำตาของชาวไร่ชาวนา”

ร.อ.สำรวจ กาญจนสิทธิ์ นายทหารคนสนิทคนสุดท้ายของ พระยาทรงสุรเดช (เทพ พันธุมเสน) กล่าวเมื่อปี พ.ศ. 2523

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top