Monday, 10 August 2026
Hard News Team

สตูล ส่งมอบเรือของกลางคืนมาเลเซีย หลังถูกโจรกรรมมาซุกในสตูล พร้อมเดินหน้าตามหาคนผิดต่อไป การส่งมอบคืนในครั้งนี้เป็นการร่วมมือในการแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและการแก้ปัญหาความมั่นคงทางทะเล

(30 ส.ค. 67) ที่ผ่านมา ที่ด่านศุลกากรตำมะลัง จังหวัดสตูล มีพิธีส่งมอบเรือของกลางคืนให้แก่ทางการมาเลเซีย โดยนายศักระ กปิลกาญจน์  ผู้ว่าราชการจังหวัด  ผอ.ศรชล.ได้มอบหมายให้  น.อ.แสนย์ไท บัวเนียม รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธี สำหรับเรือลำนี้เป็นเรือประมงสัญชาติมาเลเซีย ชื่อ KHF 818 ขนาด 38.46 กรอสตัน ถูกพบเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2567 โดยเจ้าหน้าที่ตรวจท่าปฏิบัติการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคจังหวัดสตูล พบว่าเรือลำนี้เข้ามาจอดที่อู่เรือในตำบลตำมะลัง อำเภอเมืองสตูล โดยไม่ได้รายงานการเข้ามาต่อเจ้าท่าตามกฎหมาย จากการสอบสวนพบว่า เรือลำนี้เป็นของนายอี เทีย จาย สัญชาติมาเลเซีย ซึ่งถูกโจรกรรมมาจากท่าเรือประมงกัวลาเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2565 และได้มีการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจกัวลาเคดาห์แล้ว ในการส่งมอบครั้งนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจังหวัดสตูลเข้าร่วม อาทิ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสตูล ,นายด่านศุลกากรสตูล, ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการด่านตรวจประมงเขต 9 สตูล, ประมงจังหวัดสตูล,หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเกาะหลีเป๊ะ (สตูล),กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5,กองร้อยตำรวจตะเวนชายแดนที่ 436 สตูล และเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสตูลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับฝ่ายมาเลเซียมีมูฮัมหมัด ไครูลานัวร์ บิน อิบราฮิม รองสารวัตรตำรวจน้ำลังกาวี รัฐเคดาห์ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมงรัฐเคดาห์ มารับมอบเรือ

ทั้งสองฝ่ายได้ตรวจสอบสภาพเรือและยืนยันว่าไม่มีความเสียหายเพิ่มเติม การส่งมอบครั้งนี้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายและไม่มีการเรียกร้องผลประโยชน์ใดๆ ทางการไทยยังเน้นย้ำว่าจะเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว การส่งมอบเรือคืนครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันดีระหว่างไทยและมาเลเซียในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และการรักษาความมั่นคงทางทะเลร่วมกัน

นิตยา แสงมณี // ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดสตูล

‘ปรีดี พนมยงค์’ ยอมรับ ขาดความเจนจัดในการก่อตั้งพรรคอภิวัฒน์ และเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475

มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้าง #ร่างที่เป็น

2475: การเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ และการให้อภัย

“ในปี ค.ศ. 1925 เมื่อเราเริ่มตั้งกลุ่มแกนกลางของพรรคอภิวัฒน์ในปารีส ข้าพเจ้ามีอายุเพียง 25 ปีเท่านั้น หนุ่มมาก หนุ่มทีเดียว ขาดความจัดเจน แม้ว่าข้าพเจ้าได้รับปริญญาแล้ว และได้คะแนนสูงสุด แต่ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าทางทฤษฎี (ของกฎหมายเปรียบเทียบ)...

“ข้าพเจ้าไม่มีความเจนจัด และโดยปราศจากความเจนจัด บางครั้งข้าพเจ้าประยุกต์ทฤษฎีอย่างนักตำรา ข้าพเจ้าไม่ได้นำเอาความเป็นจริงในประเทศของข้าพเจ้ามาคำนึงด้วย”

ปรีดี พนมยงค์ ให้สัมภาษณ์ ณ บ้านอองโตนี กรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ. 2522

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

นาวิกโยธิน พัน ร.7 ฯ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภช พระพุทธรูปสำคัญ ประจำจังหวัดระยอง เลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

เมื่อวานนี้ (29 ส.ค.67) เวลา 09.00 น. นาวาโท เมธา คงเจริญ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน (ผบ.พัน.ร.7 กรม ร.3 พล.นย.) ค่ายมหาสุรสิงหนาท ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง พร้อมด้วยกำลังพล ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภช พระพุทธรูปสำคัญประจำ จังหวัดระยอง ตามโครงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ประจำปีงบประมาณ 2567 กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จังหวัดระยอง ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีฯ 

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ พระอุโบสถ วัดป่าประดู่ พระอารามหลวง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง

 

30 สิงหาคม ของทุกปี องค์การสหประชาชาติกำหนดเป็น ‘วันผู้สูญหายสากล’ รำลึกถึงเหตุการณ์ ‘บังคับสูญหาย-อุ้มหาย’ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก

วันที่ 30 สิงหาคม ของทุกปี องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้เป็นวันรำลึกถึงบุคคลสูญหายสากล หรือวันผู้สูญหายสากล ด้วยเล็งเห็นถึงปัญหาการละเมิดสิทธิของความเป็นมนุษย์และตระหนักถึงสถานการณ์การบังคับสูญหายหรือการอุ้มหายที่เกิดขึ้นทั่วโลก

ทั้งนี้ การบังคับให้สูญหาย หรือที่เรารู้จักทั่วไปว่า ‘การอุ้มหาย’ ถูกพิจารณาเป็น ‘การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง’ และถือเป็นความผิดทางอาญาตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยที่อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance - CPED) ซึ่งเป็นอนุสัญญาที่มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองบุคคลจากการถูกบังคับให้สูญหายโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ได้กำหนดนิยามของ ‘การอุ้มหาย’ ไว้ว่า หมายถึง การจับกุม คุมขัง ลักพาตัว หรือการลิดรอนเสรีภาพในรูปแบบอื่น โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลหรือกลุ่มบุคคลซึ่งกระทำการโดยได้รับการอนุญาต การสนับสนุนหรือการยอมรับโดยปริยายของรัฐ ตามมาด้วยการปฏิเสธที่จะยอมรับว่าได้มีการลิดรอนเสรีภาพ หรือด้วยการปกปิดชะตากรรมหรือสถานที่ปรากฏตัวบุคคลที่หายสาบสูญ ซึ่งส่งผลให้บุคคลดังกล่าวตกอยู่ภายนอกการคุ้มครองของกฎหมาย

การบังคับให้สูญหายมักถูกใช้เป็นกลยุทธ์สร้างความหวาดกลัว ความรู้สึกไม่ปลอดภัยในสังคม ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของบุคคลผู้ถูกบังคับให้สูญหาย ได้แก่ สิทธิในการยอมรับว่าเป็นบุคคลตามกฎหมาย สิทธิในเสรีภาพและความมั่นคงของบุคคล สิทธิที่จะไม่ถูกทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่น ๆ ที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรี สิทธิในการมีชีวิต สิทธิในการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม

นอกจากนี้ ยังเป็นการละเมิดสิทธิต่อครอบครัวของผู้ที่ถูกบังคับสูญหาย เช่น สิทธิในมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอ อันเกิดจากการที่ขาดบุคคลที่เป็นกำลังสำคัญในการประกอบอาชีพ หรือหารายได้ สิทธิในการมีสุขภาพดี เนื่องจากความวิตกกังวล เป็นต้น

สำหรับประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (CPED) เมื่อปี 2555 แต่การลงนามดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้กับประเทศไทย

แต่อย่างไรก็ตาม หลายภาคส่วนของประเทศไทย ได้ผลักดันให้เกิดพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และมีผลบังคับใช้ไปเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 เพื่อเป็นเครื่องมือปกป้องคุ้มครองทุกคนมิให้ตกเป็นเหยื่อของการบังคับให้สูญหายอีกต่อไป

รวมพลัง 'วปอ.บอ. รุ่นที่ 1' ลงพื้นที่ช่วยบรรเทาวิกฤตน้ำท่วมสุโขทัย พร้อมเตรียมแผนสร้างเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวสุโขทัยหลังน้ำลด

(29 ส.ค. 67) วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เผยกิจกรรมลงพื้นที่ 2 วันของตัวแทนคณะนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรสำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 1 อาทิ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิประจำหลักสูตร นางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน และนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี เข้าร่วมช่วยเหลือชาวบ้านจากวิกฤตน้ำท่วมจังหวัดสุโขทัยภายใต้โครงการชื่อ 'เรายังมีเรา' โดยร่วมกันระดมทุนส่วนตัวกว่า 2 แสนบาท นำถุงยังชีพจำนวน 400 ชุดกระจายให้แก่ผู้ประสบภัยในหลายพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนอาหารสดที่เต็นท์ประกอบอาหาร และมอบเงินบริจาคให้แก่มูลนิธิร่วมกตัญญู เพื่อเป็นทุนในการสานต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดอื่นๆ ในพื้นที่ภาคเหนือต่อไป 

นอกจากนั้น กลุ่มตัวแทนคณะนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 1 ยังเตรียมจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวสุโขทัยเมืองสร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวหลังผ่านพ้นวิกฤตอีกด้วย

สำหรับการลงพื้นที่ช่วยเหลือน้ำท่วมในครั้งนี้ กลุ่มตัวแทนคณะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 1 ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 วัน เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม ที่บ้านนา อำเภอศรีสำโรง มีการนำถุงยังชีพไปมอบให้ผู้ประสบภัย จำนวน 120 ชุด ตามด้วย ตำบลยางซ้าย อำเภอเมือง โดยมีการนำถุงยังชีพไปมอบให้ผู้ประสบภัย จำนวน 80 ชุด และในวันพรุ่งนี้ (30 ส.ค.67) จะเดินทางไปยัง ตำบลวังใหญ่ อำเภอศรีสำโรง มีการนำถุงยังชีพไปมอบให้ผู้ประสบภัย จำนวน 200 ชุดต่อไปอีกด้วย 

ทั้งนี้ ภายในถุงยังชีพประกอบไปด้วย เครื่องอุปโภคบริโภค ได้แก่ สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน กระดาษชำระ ผ้าอนามัย ถุงขยะ ข้าวสาร อาหารแห้งและอาหารสำเร็จรูป รวมถึงน้ำขวดแพค เป็นต้น

นอกจากนี้ กลุ่มตัวแทนคณะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 1 ร่วมกับคณะกรรมาธิการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร ได้เตรียมความพร้อมการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวสุโขทัยเมืองสร้างสรรค์ (Sukhothai Creative City) ในวันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม ณ โรงแรมสุโขทัย เทรเชอร์ รีสอร์ทแอนด์สปา จังหวัดสุโขทัย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของพื้นที่ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนแม้ต้องรับมือกับวิกฤตต่างๆ ในอนาคต ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ด้วยทุนทางวัฒนธรรมของจังหวัดสุโขทัย นำโดย ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ รองประธานกรรมาธิการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร 

ด้านนายพิชิต วีรังคบุตร รองผู้อำนวยการ สำนักงาน ส่งเสริมเศรษฐกิจ (มหาชน) พันเอกนาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผู้จัดการ อพท.สุโขทัย พร้อมด้วยตัวแทนคณะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 1 ได้แก่ นางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน, ดร.ณพรรษสรณ์ เสมสันต์, ดร.ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ และ นางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน ตัวแทนคณะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 1 เปิดเผยว่า จังหวัดสุโขทัยเป็นจังหวัดพื้นที่รับน้ำจากภาคเหนือ และเป็นเส้นทางแม่น้ำยมที่ไม่มีเขื่อนเก็บกัก ทำให้ขณะนี้สถานการณ์น้ำอยู่ในจุดที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมากต่อประชาชน เกิดน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรของประชาชนและเส้นทางอีกหลายจุดในจังหวัด 

ทางคณะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 1 นั้นมีความเป็นห่วงใยชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก และเป็นพื้นที่ที่ทางหลักสูตรได้เคยเดินทางมาศึกษาดูงานและเชื่อมความสัมพันธ์กับหลายหน่วยงานในจังหวัดสุโขทัยมาก่อนหน้านี้ โดยทางคณะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 1 ได้ร่วมกันจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคและรีบเดินทางเข้าช่วยเหลือปันน้ำใจให้กับผู้ที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน พร้อมพูดคุยกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อประสานความช่วยเหลือในอนาคต 

จากนั้น เมื่อจังหวัดสุโขทัยผ่านพ้นวิกฤตอุทกภัยแล้ว ทางคณะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 1 จะร่วมมือสร้างเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวสุโขทัยเมืองสร้างสรรค์ ตามที่เคยได้มีการลงนามความร่วมมือก่อนหน้านี้ในการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวในด้านต่างๆ โดยการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับจังหวัดสุโขทัย ว่าจะได้รับการสนับสนุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพร้อมรับมือกับวิกฤตต่างๆ ในอนาคต ด้วยการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

อุกอาจ!! 'แก๊งวัยรุ่นมะกัน' รวมพลปล้นร้าน 7-Eleven มูลค่าความเสียหาย 40,000 เหรียญสหรัฐ พบ!! ไม่ใช่ครั้งแรก

(29 ส.ค. 67) เพจ 'World Forum ข่าวสารต่างประเทศ' ได้เผยแพร่ภาพการปล้นร้านสะดวกซื้อ 'เซเว่นอีเลฟเว่น' (7 Eleven) โดยวัยรุ่นที่มีการรวมตัวกันประมาณ 30-50 คน

ทั้งนี้ วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าว ได้เข้าปล้น 7-Eleven สาขา ซานเปโดร ลอสแอนเจลิส ประมาณ เวลา 01:39 น. ของวันเสาร์ที่ 24/08/2024  

จากรายงาน คนร้ายได้ขโมยบุหรี่ไปกว่า 1,000 ซอง ตั๋วล็อตเตอรี่ และเครื่องคิดเงิน 2 เครื่อง ที่มีเงินสดอยู่ข้างในประมาณ 5,000 เหรียญสหรัฐฯ ก่อนจะหลบหนีไปได้ เบื้องต้นมูลค่าความเสียหายจากการประเมินอยู่ที่ 40,000 เหรียญสหรัฐ

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านั้นช่วงเดือนสิงหาคม 7-Eleven หลายสาขาในลอสแอนเจลิส ก็เคยถูกปล้นมาแล้ว เพียงแต่ไม่แน่ชัดว่าเป็นวัยรุ่นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ทางเมืองลอสแองเจลลิสได้ขอเพิ่มกำลังตำรวจเพื่อตรวจตราเพิ่มขึ้นแล้ว

'ลุงชวน' ย้ำ!! "ต้องไม่ทรยศประชาชน" เป็นเรื่องของตนคนอื่นไม่เกี่ยว รับสภาพ!! ไร้ผลเปลี่ยนแปลงมติ 'ปชป.' ร่วมรัฐบาล 'เพื่อไทย'

(29 ส.ค. 67) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมกรรมการบริหาร (กก.บห.) และ สส.ของพรรค ถึงความคาดหวังการเปลี่ยนแปลงมติพรรคในการเข้าร่วมรัฐบาล ว่า ตนไม่คิดว่าจะมีผลเปลี่ยนแปลงอะไร เพียงแต่ในส่วนของตนแสดงเหตุผลไว้ชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยตั้งแต่เลือกนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเหตุผลของตนไม่ใช่ข้อขัดแย้งส่วนตัว แต่เป็นเหตุผลในอดีตที่ตนเคยรณรงค์ไม่ให้ประชาชนภาคใต้เลือกพรรคไทยรักไทย ด้วยเหตุผลว่าพรรคนั้นประกาศว่าจะพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือก ส่วนจังหวัดที่ไม่ได้เลือกไว้ทีหลัง ทำให้ภาคใต้เสียโอกาส ฉะนั้นหากเลือกคนที่ไปบอกให้ชาวบ้านไม่เลือก มันทรยศชาวบ้าน ตนจึงต้องยืนอยู่ในจุดที่รักษาไว้ คือเมื่อเลือกปฏิบัติกับเรา เราก็อย่าไปเลือกเขา

"ใครที่บอกว่ามันผ่านมาแล้ว 20 ปี แต่ภาคใต้เสียโอกาสไปมาก ทั้งที่ความจริงภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ทำรายได้เลี้ยงประเทศจำนวนมาก จึงไม่ควรไปเลือกปฏิบัติกับเขา นี่คือสิ่งที่ผมอยากยืนยัน ไม่ใช่ข้อขัดแย้งส่วนตัวระหว่างใคร เพราะผมไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร แต่ประโยชน์ประชาชนที่ถูกกลั่นแกล้ง อย่างน้อยมีผมคนหนึ่งที่พูด ขอให้ประชาชนอย่าสนับสนุนพรรคการเมืองใดก็ตามที่เลือกปฏิบัติ ผมเป็นนายกฯมา2สมัยไม่เคยเลือกปฏิบัติ นี่เป็นจุดแตกต่างระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกป้องผลประโยชน์ประชาชน ถ้าผมบิดเบือนเจตนารมณ์ คนอื่นต้องไม่เกี่ยว เป็นเรื่องส่วนตัวผม จึงขอยืนยันว่าไม่สามารถยอมรับวิธีที่เลือกปฏิบัติต่อพื้นที่ได้ ดังนั้นผมต้องแสดงความรับผิดชอบในสิ่งที่ผมไปบอกประชาชน สำหรับผม คนอื่นไม่เกี่ยว ต้องยืนยันว่าอย่าทรยศประชาชน" นายชวน กล่าว

'รัฐบาล' มั่นใจ!! สถานการณ์น้ำเหนือรับมือได้ ยืนยัน!! 'กรุงเทพฯ-ภาคกลาง' ยังไม่น่าเป็นห่วง

(29 ส.ค. 67) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี และร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเดินทางเข้าอาคารชินวัตร 3 ถนนวิภาวดี เพื่อรายงานสถานการณ์น้ำให้กับนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

โดยนายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมกันเพื่อสรุปสถานการณ์อุทกภัย ประกอบกับในวันพรุ่งนี้ (30 ส.ค.67) นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ไปให้กำลังใจประชาชนที่จังหวัดสุโขทัย ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นจะเดินทางไปในวันที่ 31 สิงหาคม เพื่อประชุมที่ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา และสั่งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

ขณะที่ร้อยเอกธรรมนัส ได้รายงานสถานการณ์น้ำเหนือในปัจจุบันว่า สถานการณ์ในแม่น้ำยม ที่จังหวัดสุโขทัย ขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ก่อนที่ปริมาณน้ำที่ผ่านจากจังหวัดสุโขทัย จะเข้าสู่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งตนก็จะลงไปดูพื้นที่ บริเวณปากน้ำโพในวันพรุ่งนี้ (30 ส.ค.67) พร้อมยืนยันว่าสถานการณ์ ณ ขณะนี้รัฐบาล "เอาอยู่"

โดยสิ่งที่ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงก็คือ ปริมาณน้ำเหนือที่จะลงมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลก็เฝ้าติดตามการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอยู่เสมอว่า จะมีน้ำเมื่อไหร่ แต่ปริมาณน้ำ ณ เวลานี้ยืนยันว่า สามารถควบคุมได้ 

ด้านนายภูมิธรรม ระบุอีกว่า ปัจจุบันนี้เขื่อน และอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้ ซึ่งไม่น่ามีความเป็นห่วง แต่รัฐบาลก็พยายามป้องกันเรื่องอุบัติเหตุ เช่น พายุ ที่อาจจะมีเพิ่มเข้ามา 

ขณะที่สถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพ และปริมณฑล และภาคกลาง ก็ยืนยันว่าไม่มีความน่าเป็นห่วง ซึ่งสถานการณ์เฉพาะหน้าขณะนี้ก็ยืนยันว่า "เอาอยู่ ทั้งหมด" แต่ก็ต้องเตรียมป้องกันเรื่องพายุ ที่อาจจะมีเพิ่มเข้ามา โดยในวันเสาร์ที่ 31 สิงหาคมนี้ นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. จะนำแผนที่ทั้งหมดมาประเมินว่า ตรงไหนยังเป็นจุดบอดอยู่ และให้ดาวเทียมถ่ายภาพไว้ทั้งหมด เพื่อมาประเมินสถานการณ์ร่วมกัน ซึ่งจะสามารถสั่งการ และบัญชาการที่ศาลากลางจังหวัดสุโขทัยได้ทันที เนื่องจากเป็นสถานที่ที่เป็นศูนย์อำนวยการส่วนหน้า 

เมื่อถามถึงอุปสรรคการเป็นรัฐบาลรักษาการ จะส่งผลต่อการช่วยเหลือประชาชนหรือไม่ โดยเฉพาะงบประมาณ นายภูมิธรรม ยืนยันว่า ขณะนี้ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ แต่เป็นรัฐบาลโดยตรง เพราะ เป็นการพ้นตำแหน่งเฉพาะตัวของนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ และสามารถอนุมัติงบประมาณกลางได้ทันที หากพบเจอปัญหา ซึ่งขณะนี้ได้วางงบฯ ไว้ทุกภาคส่วนแล้ว และผู้ว่าราชการทุกจังหวัดมีงบประมาณจังหวัดละ 20 ล้านบาท หลังรัฐบาลประกาศเป็นภาวะภัยพิบัติ อีกทั้งยังมีเงินอยู่อีกก้อนหนึ่งที่รองนายกรัฐมนตรีดูแลอยู่ 

ทั้งนี้ตนในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี สามารถเซ็นอนุมัติงบประมาณกลาง เพื่อแก้ไขปัญหาภัยพิบัติได้ 

‘เสรีพิศุทธิ์’ น้อยใจ!! ถูกแดกดันรับใช้เพื่อไทยมาทั้งชีวิต ฟาก ‘อดิศร-เพื่อไทย’ ปลอบ อย่าน้อยใจ เป็นตำรวจ ต้องเข้มแข็ง

(29 ส.ค. 67) ที่พรรคเสรีรวมไทย ย่านบางขุนนนท์ กทม. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส อดีต สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แถลงจุดยืนของพรรคเสรีรวมไทย กรณีถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยว่า...

"ขณะนี้พรรคเสรีรวมไทย ทำหน้าที่พรรคร่วมรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว แม้ยังต้องการทำงานให้ประเทศ แต่เมื่อไม่มีโอกาส ก็ขอไปทำงานด้านอื่นก็ได้ จึงได้ประชุมคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา และมีมติ 7 เสียง ต่อ 4 เสียง ให้ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล และได้แจ้ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผ่านนายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ว่า ขอถอนตัว และจะเป็นอิสระ ต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้านตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้พรรคได้สร้างผลงาน และปฏิบัติงานตามอุดมการณ์แนวนโยบายของพรรคอย่างเต็มที่และรักษาประโยชน์ประชาชนประเทศชาติ การอยู่ร่วมรัฐบาลต่อ โดยมารยาทจะไม่สามารถวิจารณ์นโยบายของรัฐบาลได้ จะอึดอัด ทำอะไรต้องยอมให้เขาเหยียบตลอดเวลา"

เมื่อถามว่า เหตุผลที่ถอนตัวเพราะน้อยใจหรือไม่? พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า “ผมโกหกใครไม่เป็น ผมน้อยใจ เห็นว่า วันที่ไปประชุมพรรคเพื่อไทย เสนอชื่อคุณอุ๊งอิ๊งเป็นนายกฯ พูดแดกดันว่าพรรคเสรีรวมไทยรับใช้เพื่อไทยมาทั้งชีวิตแล้ว เผื่อมีโอกาสร่วมงานกับรัฐบาลบ้าง เพราะมีปัญหา เช่น เรื่องตำรวจ ที่รองนายกฯ และรักษาการนายกฯ บอกจะขอดูแลงานตำรวจเอง แบบนี้จะมีปัญหา ทั้งที่ผมเคยเป็น ผบ.ตร.มาก่อน เพราะการดูแลตำรวจไม่ใช่แค่การแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจให้เป็นคนของตนเองเท่านั้น แต่ตำรวจต้องมีการปฏิรูปการทำงาน การบริหารจัดการ พรรคเพื่อไทยไม่เคยคิดทำงานให้ตำรวจเลย คิดแต่จะคุมการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ทำให้ประชาชนขาดศรัทธาตำรวจ”

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ช่วงที่นายทักษิณอยู่ต่างประเทศ 17 ปี ตนเคยไปเยี่ยม 5 ครั้ง ช่วงหลังการเลือกตั้งปี 62 ที่ตนได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ตอนนั้นพรรคเพื่อไทยมีอะไร ตนจัดการให้หมด แม้จะเป็นการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ไม่เคยทำผิดให้เป็นถูก แต่ทำให้พรรคเพื่อไทยได้ สส.เพิ่มขึ้น

“ผมช่วย สส.ของพรรคเพื่อไทยมาตลอด และรัฐมนตรีอีกหลายคน เมื่อเลือกตั้งเสร็จ ผมมีเสียงเดียว เอาไปเทียบกับพรรคหนึ่งเสียงได้อย่างไร เพราะรู้จักมา 51 ปี เมื่อเขาไม่รู้จักกันแบบนี้ จะให้ผมรู้จักหรอ ถอนตัวดีกว่า” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว

เมื่อถามว่า นายทักษิณรับปากจะให้ตำแหน่งหรือไม่? พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า "พูดกับตนไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ว่าเป็นหนี้บุญคุณตน ขอให้ไปคิดดู คนที่เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจจะมีรุ่นพี่ที่ดูแลนายทักษิณ ตั้งเป็นผู้การ ผู้บัญชาการทั้งหมด แต่ไม่ตั้งตนเลย พูดตลอดเวลาเป็นหนี้ตนเป็นพันครั้งต้องชดใช้ แต่พูดแล้วก็เฉย แม้กระทั่งตอนตนไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลตำรวจ ก็พูดว่าต้องตอบแทน แต่ก็เฉย ไม่เป็นไร เพราะการจัดตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องของ น.ส.แพทองธาร จะเอา สส.หรือไม่เอา สส.ก็ได้ เป็นอำนาจนายกฯ แต่ลืมตนทุกที ไม่รู้ว่าคิดอย่างไร อาจคิดว่า พรรคเสียงเดียว ไปเปรียบเทียบกับพรรคอื่น ๆ ได้อย่างไร เพราะเข้ามาหวังประโยชน์ แต่ตนต้องการเข้ามาทำงาน หลังจากเกิดปัญหาขัดแย้งระหว่างตนกับนายทักษิณ นายทักษิณก็ไม่โทรมาหา และพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้ว่าอะไร โดยยืนยันว่า ตนไปเยี่ยมนายทักษิณ 2 ครั้ง ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจจริง"

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า "ที่บอกว่าตน จะไปจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ เป็นฝ่ายค้าน เป็นไปไม่ได้ เพราะตนไม่เอาคณะปฏิวัติ ส่วนจะรอสายตรงจากนายทักษิณติดต่อมาหรือไม่นั้น ไม่มี เขาทำลายพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ อย่างเก่งก็ทำให้เสรีรวมไทยสูญพันธุ์ แต่เราก็มีแค่หนึ่งเสียง การออกมาแถลงข่าววันนี้ ไม่ได้ต้องการสร้างมูลค่าให้ตัวเอง ที่ผ่านมาสมัยตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการเสนอเงิน 300 ล้านบาท และให้ตำแหน่งรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง แต่ตนไม่เอา"

เมื่อถามว่า ถ้าตอนนี้มีการต่อรองให้เก้าอี้รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงจะเอาหรือไม่? พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า "ไปก็โง่สิ เดินมาขนาดนี้ มันก็รบกันท่าเดียว แน่นอนว่า ขอตัดสัมพันธ์นายทักษิณ คบมา 51 ปีแล้ว ทำได้แค่นี้ จะคบต่อไปทำไม หลังจากนี้ให้รอดู ป.ป.ช.จะเชิญตนไปให้ข้อมูลหรือไม่ ขอบอกเลยว่า จะต้องติดคุกกันทั้งหมด ตั้งแต่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผบ.เรือนจำ และแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ"

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่า จะต้องมีภาค 2 ให้ติดตามใช่หรือไม่? พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า "ขอให้คอยดู เดี๋ยวนักข่าวไม่มีงานทำ"

ต่อข้อถามว่า มองว่า น.ส.แพทองธาร เป็นร่างทรงนายทักษิณหรือไม่? พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า "สื่อก็รู้ ไม่เห็นต้องถาม ส่วนการกระทำของนายทักษิณ จะเข้าข่ายครอบงำพรรคเพื่อไทยหรือไม่ สื่อก็รู้เช่นกัน ขณะนี้นายทักษิณไม่ใช่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่สามารถเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้ เมื่อไม่ใช่สมาชิกพรรค จะไปแสดงตัวเชิญทุกพรรคร่วมรัฐบาลมาที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เมื่อคืนวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อขอให้สนับสนุน น.ส.แพทองธาร เป็นนายกฯ ไม่ได้ ถือว่าครอบงำพรรค"

เมื่อถามว่า มองอนาคตของพรรคเพื่อไทย และ น.ส.แพทองธาร อย่างไร? พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า "อยู่ได้ไม่ถึงปี สั้นกว่านายเศรษฐา จะตายด้วยเรื่องของนายทักษิณเอง รวมถึงเรื่องคดีของ น.ส.แพทองธารด้วย แต่เราคงไม่ถึงขั้นไปยื่นร้อง น.ส.แพทองธาร"

เมื่อถามว่า ประเมินว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะเดินเกมแก้แค้นนายทักษิณ อย่างไร? พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า "ต้องแก้แค้นเต็มที่ แต่ พล.อ.ประวิตรคงสู้ไม่ได้ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคตระบัดสัตย์ หลังเลือกตั้งปี 2562 ก็ตระบัดสัตย์ไปร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้มี สส.ลดลงจาก 52 คนเหลือ 25 คนในปัจจุบัน

"ส่วน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยบอกถ้าพรรคแพ้การเลือกตั้งปี’66 จะเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต แต่ก็ไม่เลิก ตระบัดสัตย์หรือไม่ ทั้งที่พูดต่อที่สาธารณะ ถามว่าผิดจริยธรรมหรือไม่ ตนมองว่าผิด แต่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องเป็นผู้ตัดสิน ดูแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ยังมีสัจจะดีกว่านักการเมือง สำหรับบทบาทของพรรคเสรีรวมไทยต่อจากนี้ จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน สิ่งไหนที่รัฐบาลทำดีก็ไม่คัดค้าน ถ้าทำไม่ดีก็ค้าน และจะดำเนินการฟื้นฟูพรรคในการเลือกตั้งต่อไป ถ้าพรรคเพื่อไทยมาเชิญให้ร่วมรัฐบาล ก็ไม่เข้าร่วมแล้ว"

เมื่อถามว่า ราคาที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องจ่ายในการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้คืออะไร? พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า "ก็จบแล้ว ใน กทม.ก็จบแล้ว"

ภายหลังจากการเปิดใจของหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยจบลง ด้านนายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แถลงถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลว่า...

"ด้วยความเคารพ โดยส่วนตัวแล้วตนเคารพ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นอย่างยิ่ง เคารพประวัติการต่อสู้ของท่าน คนไทยยกให้เป็นวีรบุรุษนาแก ยังมีผลงานที่ตรึงตาตรึงใจ แต่กรณีที่จะถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ทราบว่าเป็นเหตุผลกลใด เพราะ 1-2 วันที่ผ่านมาก็เจอกันอยู่ในวันรับสนองพระบรมราชโองการฯ ไปเจอที่ไหน ท่านก็บอกว่า จะสนับสนุนพรรคเพื่อไทย การตัดสินใจทางการเมืองเป็นเรื่องของแต่ละพรรค แต่ก็อยากจะกล่าวว่ากับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ว่า ลองทบทวนคำพูดของท่านในครั้งที่ผ่านมา แล้วไปศึกษาว่า ควรเป็นไปหรือไม่ เราให้เกียรติอย่างสูง โดยเฉพาะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เป็นรุ่นพี่นักเรียนนายร้อยของหลาย ๆ คน เป็นผู้บัญชาการตำรวจที่มีบทบาท"

“มีคนบอกว่า ท่านออกมาแถลงข่าว เอ๊ะ น้อยใจเพราะเหตุใด เพราะการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีก็ยังไม่สำเร็จ มีคนมาบอกว่า ท่านไม่ได้เป็นรองนายกฯดูแลยาเสพติดหรือไม่ อันนี้ผมก็ยังไม่เชื่อ เพราะโผ ครม.ยังไม่ปรากฏชัด ธรรมดาคนที่จะมาร่วมรัฐบาล แม้มีกี่เสียงก็สำคัญ ในฐานะที่ท่านมี 1 เสียง ได้แก่ นายมังกร ยนต์ตระกูล อดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทยเก่า คุณมังกรกับคุณเสรีพิศุทธ์ก็ไม่ค่อยลงรอยกัน ไปทบทวนนะครับ อาจจะพูดแรงไป พูดถึงคำว่า นักโทษด้วยนะ ทำไมมาโกรธกันในวันสองวัน อายุมากแล้วอย่าใจน้อย” นายอดิศรกล่าว

นายอดิศร กล่าวว่า "ตนไม่ได้ขออนุญาตใครก่อนลงมาแถลง แต่ดูแล้วมันไม่เหมาะสมกับฐานานุรูป และวัยวุฒิ จึงอยากให้ตัดสินใจใหม่ มาร่วมไม้ร่วมมือกันเพื่อชาติบ้านเมือง เราไม่ได้คำนึงว่าท่านมี 1 เสียง แต่คำนึงถึงศักยภาพของท่าน ท่านไปอยู่ฝ่ายค้านก็ไม่ได้เป็น สส. มีนายมังกรคนเดียวจะไปอยู่กับเขาได้หรือ"

“กลับมาเถอะครับพี่เสรี กลับมานะ กลับมา เดี๋ยวผมจะได้รับถึงพรรคเอง อย่าน้อยใจ เป็นตำรวจพิทักษ์สันติราษฎร์ต้องเข้มแข็ง ยินดีต้อนรับพี่นะครับ พวกเราคงไม่ถือสาอะไร ถือว่าเป็นคำอวยพร” นายอดิศรกล่าว

เมื่อถามว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ถอนตัว? นายอดิศรกล่าวว่า "ตนก็ไม่รู้เหมือนกัน อยากเป็นรองนายกฯ หรือเปล่า แต่จะเป็นได้อย่างไร มีเสียงเดียว"

เมื่อถามว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวถึงขนาดว่า นักโทษตั้งนายกฯ? นายอดิศร กล่าวว่า "วันตั้งนายกฯท่านก็ไปร่วมอยู่ ตนยังยกมือไหว้ท่าน เดินไปส่งถึงรถตู้ ใส่ชุดขาวด้วย ห่าวมาไม่กี่วันกลายเป็นแบบนี้แล้ว มันจะเสียสัตย์ เสียเกียรติภูมิ"

ส่วนจะกังวลหรือไม่ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จะเอาความลับมาเปิดเผย? นายอดิศร กล่าวว่า "ไม่มีความลับ เป็นเรื่องของราชทัณฑ์ ตนกังวลว่าอายุมากแล้ว เราก็ 70 ปีด้วยกันแล้ว อย่าใจน้อย อยู่อีกไม่กี่ปีก็ไปแล้ว"

กรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกมาแสดงความห่วงใย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรื่องความสุจริตและจริยธรรมในการตั้ง ครม.? นายอดิศร หัวเราะพร้อมกล่าวว่า "ขอบคุณนายไพบูลย์ สงสัยจะฝึกงานเป็นฝ่ายค้าน ลองไปเจรจากับพรรคประชาชนดูว่าเขาให้เป็นฝ่ายค้านด้วยหรือไม่"

เมื่อถามว่า เสียงของพรรคพลังประชารัฐแตกออกเป็นสองส่วน ในการร่วมรัฐบาล เวลาโหวตในสภาจะเป็นปัญหาหรือไม่? นายอดิศร กล่าวว่า "รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้เป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกในการตัดสินใจเดินต่อไป โผ ครม.ก็ไม่ได้มีคนมาจากพรรคพลังประชารัฐเลย ซึ่งหากจะมาโหวตสนับสนุนพรรคเพื่อไทยก็ไม่ติดใจ พร้อมย้ำว่าการจะไปร้องเรียน เป็นการร้องแบบลูกทุ่งลูกกรุง นึกอะไรได้ก็ไปร้อง ระวังร้องเท็จก็แล้วกัน อยากให้ยุติ เพราะรัฐบาลพักไป 2-3 เดือนก็เสียเวลา เหลืออีกเพียง 3 ปีเอง ขอให้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้เข้มแข็ง"

"มาประชุมสภาหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ" นายอดิศรกล่าวปิดท้าย

ไขความลับ 'อาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียน' ปลายทาง 'อายุยืน' ที่คนจาก 5 พื้นที่การันตี

(29 ส.ค. 67) เพจเฟซบุ๊ก ‘Healme’ ผู้เผยแพร่เรื่องราว Health & Wellness ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีระยะยาว ได้เผยแพร่วิดีโอในหัวข้อ ‘อาหารแบบไหน ช่วยอายุยืน อิงจากการทานอาหารในรูปแบบวิถีชีวิตของชาว Blue Zone ชาวกลุ่มพื้นที่ ที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปมากที่สุดในโลก’ โดยระบุว่า…

กินอาหารแบบ Mediterranean Food ช่วยอายุยืนได้ เพราะจะช่วยส่งเสริมสุขภาพได้มากที่สุด จากการสำรวจที่เข้าไปดูพื้นที่ Blue Zone กลุ่มคนที่อายุยืนมากที่สุดในโลกที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไป พบว่าคนกลุ่มนี้ทานอาหารใกล้เคียงกับแบบ Mediterranean Food ที่สุด 

สำหรับพื้นที่ Blue Zone คือพื้นที่ที่มีคนอายุ 100 ปีมากที่สุดในโลก ได้แก่ โอกินาวา ญี่ปุ่น / ซาร์ดิเนีย อิตาลี / โลมาลินดา สหรัฐอเมริกา / นิโคยา คอสตาริกา / อิคาเรีย กรีซ และเมื่อไปดูวิถีชีวิต อาหารการกินจะพบว่าคนกลุ่มเหล่านี้กินใกล้เคียงกันมาก นั่นก็คือแบบ Mediterranean Food อันได้แก่

1.ไม่กินอาหารแปรรูป เน้นกินอาหารที่มองแล้วรู้เลยว่าเป็นวัตถุดิบอะไร 

2.กินผักผลไม้หลากหลาย รวมทั้งเมล็ดธัญพืชต่าง ๆ 

3 กินกรดไขมันดีเยอะ เช่น โอเมก้า 3 จากปลา หรือมะกอก หรือน้ำมันมะกอก 

สำหรับ ‘น้ำมันมะกอก’ เป็นหนึ่งในอาหารหลักของอาหารแบบ Mediterranean Food ในน้ำมันมะกอกมีสารไฮดรอกซีไทโรซอล (Hydroxytyrosol) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีค่า ORAC สูงที่สุด โดยมีค่า ORAC มากกว่าแอสต้าแซนทีน 2.4 เท่า และมากกว่าวิตามินซี 7.3 เท่า (ORAC หรือ Oxygen Radical Absorbance Capacity คือการวัดค่าประสิทธิภาพของสารต้านอนุมูลอิสระ) 

อาหารที่มีค่า ORAC สูงจะมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคที่มีสาเหตุมาจากอนุมูลอิสระ เช่น โรคหลอดเลือด หัวใจ มะเร็ง นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องเซลล์ให้ปลอดภัยจากการถูกทําลายด้วย

สารไฮดรอกซีไทโรซอล (Hydroxytyrosol) ขึ้นชื่อว่าเป็น Anti-Aging / AntiCancer ช่วยปกป้องร่างกายของได้ดีมาก ๆ โดยจะช่วยดูแลหลอดเลือด และช่วยต้านการอักเสบในร่างกาย ควบคุมระดับความดัน และช่วยปกป้องสมอง เช่น ระบบไฮโพธาลามัส ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมความสมดุลของร่างกาย 

ฉะนั้นถ้าอยากอายุยืนจะต้อง (1) ลดอาหารแปรรูป เลือกทานอาหารที่รู้ว่าคืออะไร (2) หลีกเลี่ยงน้ำตาล ลดแป้ง และเลือกกินอาหารที่มีโอเมก้า 3 มากขึ้น กินกรดไขมันที่ดีมากขึ้น หลีกเลี่ยงพวกโอเมก้า 6 

นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนมาใช้น้ำมันมะกอกในการทำอาหารได้ด้วย โดยใช้วิธีที่เรียกว่า Slow Cooking Low Temperature ไม่ต้องใช้อุณหภูมิสูงมาก ก็สามารถใช้ทําอาหารได้ หรือเปลี่ยนจากน้ำสลัดมายองเนส มาเป็นน้ำมันมะกอกก็ได้ แต่ต้องเป็น Extra Virgin Olive Oil น้ำมันมะกอกแบบสกัดเย็น เพื่อจะได้ประโยชน์มาก ๆ และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top