Monday, 10 August 2026
Hard News Team

ศาลอุทธรณ์พิพากษา จำคุก 8 ปี 'ครูไพบูลย์' คดีพรากผู้เยาว์อดีตภรรยา 'เอ๋ มิรา'

(3 ก.ย.67) ความคืบหน้ากรณี ‘เอ๋ มิรา ชลวิรัลวานิศร์’ ยื่นฟ้องอดีตสามีนายไพบูลย์ แสงเดือน หรือ ครูไพบูลย์ ผู้บริหารค่ายเพลงลูกทุ่งในความผิดฐานพรากผู้เยาว์และกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี

ล่าสุด นายวิษรุษ มณีรัตน์ ทนายของ มิรา ได้โพสต์ข้อความเผยความคืบหน้า โดยระบุว่า…

"พ่อ แม่ เด็กและผู้เยาว์ วันนี้คงอุ่นใจขึ้น ความยุติธรรมของกฎหมายไทย ที่จะเป็นเกราะป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จากคนที่จ้องจะทำลายอนาคตของเด็ก คดีพรากผู้เยาว์ มิรา ชลวิรัลวานิศร์ ตัดสินแล้ววันนี้ ศาลอุทธรณ์จำคุก 8 ปี ไม่รอการลงโทษ"

ขณะที่เฟซบุ๊กของ ‘ครูไพบูลย์’ ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ มีเพียงโพสต์ช่องทางการติดต่องาน และโพสต์ภาพเจ้าตัวเองล่าสุด 12 ชม.ที่แล้ว ที่ระบุว่า…

"ฉันผ่านมาหมดแล้ว สุข ทุกข์ ผิดหวัง สมหวัง ยากจน มีกิน ขอคุณความดีคุ้มครอง" 

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 พ.ค.65 พนักงานอัยการ จ.หนองบัวลำภู ได้มีคำสั่งฟ้องนายไพบูลย์ ในคดีพรากผู้เยาว์

ต่อมาเมื่อวันที่ 6 ก.พ.66 ศาลชั้นต้นได้พิพากษา นายไพบูลย์ จำคุก 8 ปีไม่รอลงอาญา คดีพรากผู้เยาว์อดีตภรรยา ชดใช้เงิน 350,000 บาท โดยนายไพบูลย์ได้ยื่นอุทธรณ์ และล่าสุด ศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินจำคุก 8 ปี ไม่รอการลงโทษ

ชาวเน็ตแดนกิมจิ โบ้ย!! #แบนเกาหลีใต้ ทำยอดคนไทยเที่ยวลดลง เดือด!! ชาวไทยยังย้ำ "อย่าไปเกาหลี ให้ไปญี่ปุ่นกับจีนดีกว่า"

เมื่อวานนี้ (2 ก.ย. 67) จากเพจ ‘World Forum ข่าวสารต่างประเทศ’ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

คำที่ชาวเน็ต เกาหลีใต้โกรธ จากสื่อระบุว่า "สาเหตุที่นักท่องเที่ยวไทยลดลงมากเพราะมีแคมเปญ แบนเกาหลีใต้"

ในสื่อออนไลน์ ประเทศไทย คำที่ทำให้ชาวเน็ตเกาหลีโกรธ นอกจากแบนเกาหลีแล้ว นักท่องเที่ยวไทยยังบอกว่า "อย่าไปเกาหลีใต้เลย ไม่น่าสนใจ ไป ญี่ปุ่น กับ จีนดีกว่า สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจกว่าเยอะ" 

แน่นอนว่า เรื่องนี้ได้จุดประเด็นถกเถียงในสื่อออนไลน์อีกครั้ง อาทิ...

โดยฟากที่เห็นด้วยกับเกาหลีใต้ มองว่า "ประเทศด้อยพัฒนาแบบไทยคนเกาหลีเขาดีใจด้วยซ้ำที่ไม่ไปบ้านเขา คนไทยไม่ไปประเทศเขาไม่กระทบต่อเงินประเทศเขาด้วยซ้ำแค่ คนไทยไม่ไปสักคน เงินที่คนไทยไปเที่ยวเหมือนเศษเงินบ้านเขาแค่นั้นแหละ รายได้เกาหลีเขามาจากนู้น ผลิตและส่งออก  เรือเดินสมุทร รถยนต์ เครื่องจักร สินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือสื่อสาร ผลิตชิป รถยนต์ อะไรนู้นประเทศหลังเขาด้อยพัฒนาแบบไทยไม่มีความสำคัญสำหรับเขาอยู่แล้ว"

ขณะที่กลุ่มแอนตี้เกาหลีใต้ มองว่า "ประเทศต้นตอของการ #ชอบบูลลี่ เป็นอาหารหลักคนรุ่นใหม่เกาหลีใต้ไม่รู้เหรอว่า ก่อนจะขายบันเทิง กับ หมอศัลย์ฯ ได้อย่างวันนี้ ประเทศเคยทำของเล่นสังกะสีก๊อบปี้ เสื้อผ้าก๊อบปี้ ส่งออกพอๆ กับไต้หวัน #ก่อนโดนจีนแดงถล่มตลาดยับ!!"

"เกาหลี ไปเที่ยวมาครั้งเดียว ไม่น่าเที่ยวเลย ญี่ปุ่น ผมไปมาสิบกว่าครั้ง และจะไปเรื่อยๆ จีนได้ไป 1 ครั้ง ชอบมากๆ อยากไปอีก"

นอกจากนี้ ยังมีการถกเถียงเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกมากนับพันคอมเมนต์ในเพจดังกล่าวอีกด้วย

‘พีระพันธุ์’ จ่อออกกฎหมายลดความยุ่งยากติดตั้ง-ขออนุญาต ‘โซลาร์รูฟท็อป’ หนุน ‘เงิน-ลดภาษี’ ช่วยคนไทยหลุดพ้นภาระค่าไฟหลักที่ต้องปรับทุก 4 เดือน

เมื่อวานนี้ (2 ก.ย. 67) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมออกกฎหมายฉบับใหม่เพื่อที่จะกํากับดูแลให้การติดตั้งระบบโซลาร์บนหลังคาบ้าน เพื่อติดตั้งได้สะดวกและง่ายขึ้น และมีมาตรการสนับสนุนเงินทุนในการติดตั้ง การหักค่าใช้จ่ายเพื่อลดหย่อนภาษี  

ทั้งนี้ คาดว่าจะเสร็จพร้อมกับกฎหมายน้ำมันภายในปลายปี 2567 นี้ เพื่อมีส่วนช่วยให้ประชาชนหลุดพ้นจากภาระค่าไฟหลักที่ต้องปรับทุก 4 เดือน

รวมถึงเตรียมสนับสนุนการประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีและอุปกรณ์สำหรับการติดตั้งระบบ Solar Rooftop แบตเตอรี่สำหรับกักเก็บพลังงานไว้ใช้ในเวลากลางคืนในราคาถูก

ซึ่งอยู่ระหว่างการทดลอง เบื้องต้นก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยระบบดังกล่าวนี้สามารถใช้กับเครื่องแอร์ได้ 3 เครื่อง ตู้เย็น 1 เครื่อง ประกอบด้วยแผงโซลาร์ เครื่องอินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ ทั้งหมดจะอยู่ในวงเงินประมาณ 30,000 บาท

โดยจะเป็นราคาต้นทุนการผลิตไม่รวมค่าบริหารจัดการ สามารถใช้ไฟได้ทั้งกลางวันและกลางคืน 

“เชื่อว่าในรอบปีที่ 2 จะมีผลิตภัณฑ์เหล่านี้ออกมาจำหน่ายในราคาถูก ซึ่งจะลดภาระให้ประชาชนหลุดพ้นจากปัญหาค่าไฟแพงได้"

นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า การดำเนินการดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงค่าไฟที่ถูกลงโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้จากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา และขจัดปัญหาความยุ่งยากในการติดตั้งและการขออนุญาต

‘ชาวเน็ต’ ฉะ!! ‘สื่อบันเทิงไทย’ ใช้คำหยาบมากเกินจำเป็น บางเรื่องจัดเรท 15 ปีแต่พ่นคำหยาบเพียบ หวั่น!! เยาวชนเลียนแบบ

(3 ก.ย. 67) กำลังเป็นประเด็นถกสนั่นในโลกโซเชียลขณะนี้ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ชื่อบัญชี Thejui Kesjamras ออกมาตั้งคำถามถึงประเด็น ‘การใช้คำหยาบ’ ในสื่อบันเทิงปัจจุบันนั้น มากเกินความเหมาะสมหรือไม่? หวั่นส่งผลต่อเยาวชน... 

โดยทางเจ้าของโพสต์เล่าว่า ตนดูภาพยนตร์ ‘เธอ ฟอร์ แคช สินเชื่อ..รักแลกเงิน’ ที่นำแสดงโดย ไบรท์ วชิรวิชญ์ และ ญาญ่า อุรัสยา แต่รู้สึกตกใจเป็นอย่างมากกับบทสนทนาของตัวละคร ‘ริซซี่’ ที่แสดงโดย ป๋อมแป๋ม นิติ มีการพูดคำว่า (อวัยวะเพศหญิง) อย่างชัดถ้อยชัดคำถึง 2 ครั้ง

ทำเอาเจ้าของโพสต์ตกใจ เพราะนี่ คือ ภาพยนตร์ที่ฉายในโรงภาพยนตร์ พร้อมเสริมว่า “เท่าที่ดูหนังมาในช่วงปี สองปีนี้ ไม่เคยเห็นตัวละครบนจอพูดคำรุนแรงเช่นนี้ในหนังมาก่อนเลยครับ”

ไม่เพียงเท่านี้ ตัวละครอื่น ๆ ในเรื่องก็ยังคงพูดคำหยาบกันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระบบจำแนกประเภทภาพยนตร์ตามอายุ เรื่องนี้ คือ เรท 15 ปีเท่านั้น…

ทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่า ‘คำหยาบ’ ในสื่อบันเทิงนั้น มีการใช้อย่างพร่ำเพรื่อ แม้จะพยามทำให้ตัวละครมีบทพูดเป็นธรรมชาติ สมจริง แต่ก็อาจส่งผลเสียต่อเยาวชนได้ วอนแพลตฟอร์มต่าง ๆ และ สื่อบันเทิง อย่ามองแต่ผลประโยชน์ทางธุรกิจจนลืมถึงผลกระทบในแง่ลบต่อสังคม

เมื่อโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตให้ความสนใจอย่างมาก เข้ามากดถูกใจกว่า 4.4 พันครั้ง และกดแชร์กว่า 3.9 พันครั้ง รวมทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันสนั่น

-เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ไม่อยากให้เยาวชนชินกับการใช้คำหยาบจนชินว่าเป็นเรื่องปกติค่ะ
-เห็นด้วยค่ะ บางเรื่องก็พูดคำหยาบพร่ำเพรื่อเกิน
-สมัยนี้สบถในช่วงอ่านข่าวก็ยังมีเลย

-พวกฉาบฉวยแหละ พยายามเอาใจวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่ชอบแบบนี้ โดยไม่คำนึงถึงความลงตัว ความเหมาะสม และความพอดี

-ตรงใจทุกคำค่ะ เอาคำหยาบมาขายมันง่าย มันไม่ต้องใช้สมอง
-พอเถอะครับคำหยาบ โลกมนุษย์ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยสิ่งนั้น
-ละครบางช่อง เดี๋ยวนี้ ก็หยาบคายจนน่าตกใจ
-อยากให้ลูกหลานเราพูดหยาบเหรอ

นอกจากนี้ยังมีคอมเมนต์จากพ่อ-แม่ ผู้ปกครอง ที่วอนให้ยูทูบเบอร์ขวัญใจเด็ก ๆ ระมัดระวังการใช้คำหยาบอีกด้วย 

'รมว.ตปท.เวเนฯ' ประณามสหรัฐฯ ปมยึดแอร์ฟอร์ซวันแห่งเวเนฯ เพิ่มรอยร้าวความสัมพันธ์ 'สหรัฐฯ-เวเนฯ' ให้ลึกยิ่งขี้น

(3 ก.ย.67) นายอีวาน กิล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวเนซุเอลา กล่าวว่า เวเนซุเอลา ประณามการยึดเครื่องบินดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ สหรัฐฯ ใช้มาตรการกดดัน บังคับใช้ฝ่ายเดียวและผิดกฎหมายไปทั่วโลก

ข้อโต้แย้งของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ว่าการขายและการส่งออกเครื่องบินดังกล่าวถือเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ไม่น่าจะมีน้ำหนักมากนักกับประธานาธิบดีมาดูโร ซึ่งกล่าวหาสหรัฐฯ เสมอว่าแทรกแซงกิจการภายในของประเทศ

การตรวจยึดเครื่องบินเกิดขึ้นในสาธารณรัฐโดมินิกันและส่งกลับมาที่สำนักงานของกระทรวงยุติธรรมในรัฐฟลอริดา ยังไม่ชัดเจนว่าเครื่องบินลำดังกล่าวลงจอดที่สาธารณรัฐโดมินิกันได้อย่างไรและเมื่อใด ข้อมูลการติดตามระบุว่าเครื่องบินออกจากสนามบินลาอิซาเบลา ใกล้กับกรุงซานโตโดมิงโก เมื่อวันจันทร์ (2 ก.ย.67) และถึงสนามบินในรัฐฟลอริดา 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่นายมาดูโร ประกาศว่าชนะการเลือกตั้ง ขณะที่ ฝ่ายค้าน อ้างว่า ชนะการเลือกตั้งเช่นกัน เนื่องจาก มีบันทึกการลงคะแนน ทำให้เกิดเหตุการณ์ประท้วงวุ่นวาย มีผู้เสียชีวิตหลายสิบรายและมีคนถูกจับกุมมากกว่า 2,400 คน

ความเคลื่อนไหวของเวเนซุเอลา หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยึดเครื่องบิน Falcon 900 EX  ของประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา อ้างว่าละเมิดมาตรการคว่ำบาตรและกฎหมายควบคุมการส่งออก ซื้อมาอย่างผิดกฎหมายด้วยราคา 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (9.8 ล้านปอนด์) และลักลอบนำออกนอกประเทศ

จากเหตุการณ์นี้ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลายิ่งตึงเครียดมากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า เครื่องบินลำนี้เทียบเท่ากับเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วันของเวเนซุเอลา และเคยถ่ายภาพเครื่องบินลำนี้ในระหว่างการเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการของนายมาดูโรด้วย

'นักเขียนซีไรต์' ชำแหละฐานเสียงส้ม เชื่อ!! สุดท้ายก็คงแพ้ทั้งขบวนการ

(3 ก.ย. 67) วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความหัวข้อ ‘ฐานเสียงฟองสบู่’ มีรายละเอียดดังนี้

ฐานเสียงของพรรคส้มนั้นส่วนมากเป็นคนหนุ่มสาวและวัยรุ่น ชอบสิ่งแปลกใหม่ เป็นกระแสอย่างเดียวกับกระแสแฟชั่น ชอบวาทะเท่ ๆ แม้บางทีก็ทึ่ม ชอบคนสวยคนหล่อ ชอบนโยบายที่จะทำให้ตัวเองสุขสบาย อย่างรัฐสวัสดิการ การแจกเงินตามนโยบายต่าง ๆ

ส่วนคนวัยกลางคน…ส่วนหนึ่งเคยเป็นสลิ่ม อีกส่วนไม่เคยใส่ใจการเมืองจริงจังมาก่อน แต่ส่วนมากเคยเป็นเสื้อแดง ตอนยังไม่มีเสื้อส้มก็แห่แหนรวมหัวกันอย่างบ้าคลั่ง ‘สู้เพื่อทักษิณ’ เพราะท่าน ‘ดี เก่ง ฉลาด ทันโลก ต่อสู้เพื่อคนยากคนจน’ ใครแตะไม่ได้

พอมีเสื้อส้มก็ไหลไปปลาบปลื้มกับเสื้อส้ม ‘พิธาเก่ง หล่อ ฉลาด ทันสมัย’ ‘พรรคส้มสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่อความเป็นธรรม และความเท่าเทียม’ ใครแตะไม่ได้อีกแหละ ไม่รู้ว่าลืมทักษิณที่เคยอวยหรือไม่?

ส่วนท่านผู้อาวุโส ที่อายุ 70 + – แทบทั้งหมดก็เคยเชียร์เสื้อแดงมาก่อน ตอนนี้ย้ายมาเชียร์เสื้อส้ม เพราะสดใหม่กระแสแรงกว่า พวกผู้อาวุโสเหล่านี้คือพวกฝ่ายซ้าย ที่ส่วนมากออกจากป่ามาได้เพราะในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่ลัทธิคอมมิวนิสต์ยังฝังหัวอยู่ และตัวเองก็ชราเกินกว่าจะทำอะไรได้แล้ว นอกจากเชียร์ฝ่ายล้มเจ้า หลายปีมานี้จึงเห็นพวกท่านชู 3 นิ้ว คอยลุ้น คอยแก้ต่างให้ม็อบส้ม คอยให้กำลังใจพรรคส้มชนะทุกเวทีประกวด

มีคนบอกว่าผู้อาวุโสเหล่านี้น่าจะปล่อยวางได้แล้ว แต่ผมเข้าใจพวกท่านว่าความยึดมั่นถือมั่นต่ออุดมการณ์ยังแรงกล้าอยู่

พวกท่านเก็บกดมานาน ไม่เคยถึง ‘จุดกระสันสุดยอดของอุดมการณ์’ จึงอยากจะถึงจุดกระสันสุดยอดสักครั้ง ก่อนตายคาอุดมการณ์ไปอย่างเดียวดาย

สุดท้ายก็แพ้ทั้งขบวนการ!

'กรมเจ้าท่า' ลุย 'ท่าเรือสำราญ' 3 จังหวัด หวังดันรายได้ท่องเที่ยวทางทะเล ตั้งเป้าเป็นศูนย์รับเรือสำราญใหญ่ที่สุดในโลก ชง 'เกาะสมุย' พิกัดแรก

เมื่อวันที่ (1 ก.ย. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘กรมเจ้าท่า’ ได้เริ่มว่าจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ และได้รับจัดสรรงบประมาณปี 2563 - 2566 ภายใต้แผนงานบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว วงเงินรวม 156.15 ล้านบาท เนื่องจากโอกาสทางการเติบโตของการท่องเที่ยวทางทะเลผ่านเรือสำราญขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

โดยแผนพัฒนาท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ มีจำนวน 3 โครงการ ได้แก่

1. โครงการพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

โครงการนี้จะใช้พื้นที่ในการพัฒนาประมาณ 47 ไร่ แยกเป็นพื้นที่บนฝั่ง 15 ไร่ และพื้นที่นอกชายฝั่ง 32 ไร่ รวมมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 12,172 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการลงทุน 6,414.41 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา 5,757.19 ล้านบาท รูปแบบการลงทุนในลักษณะ PPP Net Cost โดยให้เอกชนเป็นผู้ร่วมลงทุนในการก่อสร้างและการดำเนินงานทั้งหมด โดยรัฐจะชำระค่าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคืนให้ในระยะเวลา 10 ปี

โดยโครงการนี้จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปี 2604 โดยเริ่มก่อสร้างในปี 2572 และจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี  2575 ซึ่งมีระยะเวลาการให้บริการยาวนานถึง 30 ปี คาดการณ์ว่าหลังจากเปิดให้บริการจะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ตั้งแต่ 200,000 ถึง 400,000 คนต่อปี และรองรับเรือสำราญได้ 240 เที่ยวต่อปี

จากการศึกษาโครงการฯ คาดว่าโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ที่เกาะสมุยจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจตลอดระยะเวลา 30 ปี ประมาณ 46,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์สูงกว่า 15%

สถานะโครงการปัจจุบันกรมเจ้าท่าได้ส่งรายงานผลการศึกษา ให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) พิจารณาแล้ว คาดว่าจะสามารถนำโครงการเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ก่อนสิ้นปี 2567 และจะเริ่มก่อสร้างในปี 2572 เมื่อโครงการนี้เสร็จสิ้นจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยวของประเทศไทยในระดับโลก ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

2. โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เพื่อรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal)

โครงการนี้จะปรับปรุงท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตให้สามารถรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ บริเวณชายฝั่งอันดามัน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปี 2567 โดยจะดำเนินการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ด้วยการขยายความยาวหน้าท่าเทียบเรือ ขุดลอกความลึกของร่องน้ำเท่ากับ -10.5 เมตร จากระดับน้ำลงต่ำสุด หรือ -12.8 เมตร เทียบกับระดับน้ำทะเลปานกลาง

นอกจากนี้ จะขุดลอกเพื่อขยายแอ่งกลับลำเรือให้มีความเหมาะสม ก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นและติดตั้งไฟหัวเขื่อน และก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารและเครื่องมืออุปกรณ์ที่เป็นมาตรฐานของท่าเทียบเรือสำราญที่เป็นท่าเรือต้นทาง (Home Port) โดยเมื่อท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตได้รับการปรับปรุงตามแผนดังกล่าว จะทำให้ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตมีศักยภาพเป็นท่าเรือแบบ Hybrid ที่เป็นทั้ง Home Port รองรับเรือ Cruise ขนาดกลางถึงเล็ก และเป็นท่าเรือแวะพัก (Port of call) รองรับเรือ Cruise ขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียที่บรรทุกผู้โดยสารได้ถึง 4,200 - 4,900 คน

3. โครงการพัฒนาท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) บริเวณอ่าวไทยตอนบน บริเวณแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

โครงการจะพัฒนาบริเวณแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยท่าเรือเป็นลักษณะผสมผสาน (Hybrid) โดยจะเป็นท่าเรือต้นทาง (Home Port) สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 1,500 คนต่อชั่วโมง และท่าเรือแวะพัก (Port of Call) จะสามารถรองรับผู้โดยสาร จำนวน 3,500 - 4,000 คนต่อชั่วโมง

อีกทั้งท่าเรือนี้จะพัฒนาให้สามารถรองรับเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ รองรับเรือสำราญเข้าเทียบท่าได้พร้อมกัน 2 ลำ ความยาวท่าเทียบเรือ 300 เมตร พร้อมก่อสร้างอาคารพักผู้โดยสาร อีกทั้งจะพัฒนาที่จอดรถยนต์ เพื่อรองรับการเชื่อมต่อทางบกไปยังแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาที่จอดเรือโดยสาร และเรือเร็ว เพื่อเชื่อมต่อการท่องเที่ยวไปยังเกาะแก่งต่าง ๆ

สำหรับผลการศึกษาเบื้องต้น ประเมินวงเงินลงทุนอยู่ที่ 7,412 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าลงทุนก่อสร้าง 5,934 ล้านบาท และค่าดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) 1,478 ล้านบาท โดยกรมเจ้าท่าจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP Net Cost สัญญาสัมปทาน 30 ปี คาดว่าจะเริ่มเปิดประมูลภายในปี 2568 ก่อนดำเนินการก่อสร้างภายในปี 2569 ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 4 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2572

ศาลยกฟ้อง ‘เดวิด’ ฝรั่งเตะหมอปาย ยกผลประโยชน์ความสงสัยให้จำเลย

(3 ก.ย. 67) จากคดี หมอปาย หรือ พญ.ธารดาว จันทร์ดำ ถูกนายเดวิด ชาวสวิตเซอร์แลนด์และเจ้าของปางช้างภูเก็ต ทำร้ายร่างกายด้วยการเตะเข้าบริเวณหลัง ขณะนั่งบริเวณบันไดหน้าวิลล่าหรู ริมชายหาดยามู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เหตุเกิดขึ้นเมื่อเดือน ก.พ.2567 ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น 

สำหรับความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลมีคำพิพากษาในคดีนี้ โดยยกฟ้องนายเดวิด จำเลยในคดีนี้ เนื่องจากยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลย

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา เมื่อ พญ.ธารดาว จันทร์ดำ หรือหมอปาย เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายเดวิด ชาวสวิตเซอร์แลนด์ อายุ 45 ปี ข้อหาทำร้ายร่างกายบริเวณชายหาดยามู จ.ภูเก็ต จนเกิดกระแสการขับไล่นายเดวิดออกจากพื้นที่

ต่อมาวันที่ 5 มี.ค. นายศรัทธา ทองคำ รองผวจ.ภูเก็ต รักษาราชการแทนผู้ว่าฯ ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดถึง ผกก.ตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต ให้พิจารณาเพิกถอนวีซ่านายเดวิดโดยเร่งด่วน โดยให้เหตุผลว่า จ.ภูเก็ตพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของ นายเดวิด มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขและความเรียบร้อยของประชาชน

จากนั้นวันที่ 7 มี.ค. พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.1 ในฐานะรองโฆษก สตม. เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 6 มี.ค. พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6 ลงนามอนุมัติเพิกถอนวีซ่าของนายเดวิดตามที่ ตม.จว.ภูเก็ต เสนอแล้ว

โดยเห็นว่าการกระทำของนายเดวิด มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขและความเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งเข้าเงื่อนไขตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ตามพฤติการณ์ที่ได้รับการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าราชการจังหวัด และ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต

แต่นายเดวิด มอบอำนาจให้ผู้แทนยื่นคำร้องขออุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรต่อคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองอีกด้วย

'ดร.กอบศักดิ์' เผยข่าวดี MIT ตั้งสถาบันสอนบริหารธุรกิจในไทย เชื่อ!! ช่วยดันไทยก้าวสู่สังคมแห่งเทคโนโลยีอีกขั้นได้เร็วขึ้น

เมื่อวานนี้ (2 ก.ย.67) ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

การตัดสินใจก่อตั้งสถาบัน MIT แห่งที่สองของโลกที่ประเทศไทยนั้นจะทำให้ประเทศไทยมีโอกาสในหลาย ๆ ด้าน โดยจะมีการแลกเปลี่ยนความรู้และการวิจัยทางด้านนวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่ ๆ กับนักวิจัยของไทย บริษัทไทย มหาวิทยาลัยไทย หน่วยงานภาครัฐไทย และในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้ไทยและอาเซียน ตอบโจทย์สำคัญ ทำให้เราสามารถก้าวขึ้นไปบน Technological Ladder หรือก้าวขั้นบันไดของเทคโนโลยีได้เร็วยิ่งขึ้น

นับเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย เมื่อสถาบันบริหารธุรกิจเอ็มไอที สโลน (MIT Sloan School of Management) ซึ่งเป็นสถาบันสอนบริหารธุรกิจระดับโลกได้ตัดสินใจเปิดสถาบันแห่งที่สองนอกสหรัฐอเมริกา ที่ใจกลางกรุงเทพมหานครฯ ประเทศไทย ภายใต้ชื่อ ‘สถาบันบริหารธุรกิจเอ็มไอที สโลน แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (MIT Sloan Office for Southeast Asian Nations – MSAO)’ หลังจากที่ได้ถูกก่อตั้งขึ้นที่ประเทศชิลี สำหรับภูมิภาคลาตินอเมริกา เมื่อปี 2556 

โดย สถาบัน MIT ที่ก่อตั้งขึ้นในกรุงเทพฯ นั้นจะเริ่มเปิดดำเนินการในช่วงปลายเดือนตุลาคม ปี 67 ที่กำลังจะมาถึง โดยจะเป็นการเปิดตัวโดยจัดสัมมนาเรื่อง ‘Beyond Years : the Future of Longevity’ รวมทั้งมีกิจกรรมที่น่าสนใจอื่น ๆ อาทิเช่น การแสดงเทคโนโลยีใหม่, Chimate Change, เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), การทำธุรกิจในอนาคต และโอกาสทางด้านธุรกิจอีกมากมาย

ตำรวจไทยเข้าประชุมตำรวจหญิงโลก ณ สหรัฐอเมริกา ร่วมเดินขบวนพาเหรดอย่างยิ่งใหญ่กลางเมืองชิคาโก

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้คณะตัวแทนตำรวจไทยเข้าร่วมการสัมมนาของสมาคมตำรวจหญิงนานาชาติ (International Association of Women Police) ครั้งที่ 61 ณ โรงแรม ฮิลตัน เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 1-5 กันยายน 2567 โดยได้มีพิธีเปิดและการเดินขบวนพาเหรดอย่างยิ่งใหญ่ในย่านดาวน์ทาวน์ของชิคาโก 

คณะตำรวจหญิงไทยนำโดย พล.ต.ต.หญิง พรรณวิภา โรหิโตปการ ผบก.สบร. (หัวหน้าคณะ) พร้อมด้วย พ.ต.อ.หญิง นพวรรณ ถิระวุฒิ รอง ผบก.อก.ภ.9, พ.ต.ท.หญิง กุลวดี ณ นคร สว.(กอ.รมน.) สกพ., พ.ต.ท.หญิง ฉันสินี ไชยรัตน์ รอง ผกก.ฝ่ายกิจการต่างประเทศ บก.อก.บช.ส., พ.ต.ท.หญิง ณพวรรณ ปัญญา อจ.(สบ2) กลุ่มงานคณาจารย์ คณะสังคมศาสตร์ รร.นรต., ว่าที่ พ.ต.ท.หญิง ภัทรินทร์ทิพย์ ธาระสิทธิ์ สว.ฝ่ายพิธีการฯ ตท., ร.ต.อ.หญิง จิรัฐติกาล เดียวจรัศ รอง สว.กก.ดส. บช.น. และ ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง สุภิญญา เอื้อมศศิธร นว.(สบ1) ผบก.สบร. รวม 8 นาย ได้เข้าร่วมการประชุมของสมาคมตำรวจหญิงนานาชาติ โดยการสนับสนุนจาก ฝ่ายความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและยาเสพติด (International Narcotics and Law Enforcement Affairs Section - INL) สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย 

การสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นโดยสมาคมตำรวจหญิงนานาชาติ (International Association of Women Police -IAWP) ซึ่งเป็นองค์กรที่มีมีสมาชิกกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และองค์กรพันธมิตรมากกว่า 30 หน่วยงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อก่อตั้งเครือข่ายระดับโลกเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของสตรี ในการทำหน้าที่ตำรวจในระดับนานาชาติ สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีตัวแทนตำรวจหญิงจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมจำนวนกว่า 1,000 นาย และมีกิจกรรมอย่างหลากหลาย เช่น การอบรมสัมมนา กิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการเดินขบวนพาเหรด 

นับเป็นโอกาสและประสบการณ์ที่มีค่าอย่างยิ่ง ที่ทางคณะตำรวจหญิงไทยได้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ซึ่งนอกจากจะได้สร้างเครือข่ายกับตำรวจหญิงจากนานาประเทศแล้ว ทางคณะฯ ยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของสตรีในบทบาทตำรวจ ได้เรียนรู้มุมมองและแนวคิดการพัฒนาการปฏิบัติงาน ซึ่งทางคณะฯ จะได้นำองค์ความรู้ดังกล่าว กลับไปต่อยอด พัฒนา และส่งเสริมภาวะผู้นำของข้าราชการตำรวจหญิงในอนาคตต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top