Monday, 10 August 2026
Hard News Team

‘แอ๊ด คาราบาว’ เปิดตัวสามแขกรับเชิญสุดพิเศษ ‘หงา – ฮิวโก้ – ลิเดีย’ ร่วมแจมใน ADD BAO ACOUSTIC CONCERT 5 ตุลา นี้ ที่ธันเดอร์โดม

(21 ก.ย.67) ใกล้เข้ามาทุกที สำหรับคอนเสิร์ต ADD BAO ACOUSTIC CONCRET (แอ๊ด บาว อะคูสติก คอนเสิร์ต) เดี่ยวคอนเสิร์ตอคูสติกของศิลปินตำนานเพลงเพื่อชีวิต ‘แอ๊ด คาราบาว’ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 5 ตุลาคมนี้ ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี เรียกได้ว่าเป็นคอนเสิร์ตที่เจ้าตัวทุ่มเทการซ้อมโชว์อย่างหนัก เพื่อแฟนเพลงทุกคน คอนเสิร์ตครั้งนี้ แฟน ๆ ยังจะได้พบกับแขกรับเชิญสุดพิเศษจาก 3 ศิลปินคุณภาพแห่งวงการเพลง หงา สุรชัย จันทิมาธร, ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์ และ ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ดีน ที่โคจรมาพบกัน เตรียมสร้างปรากฏการณ์ความสุขสุดยิ่งใหญ่ ในคอนเสิร์ตสุดพิเศษ รูปแบบเวอร์ชั่นอคูสติก โดย แอ๊ด คาราบาว ยังนั่งแท่นควบตำแหน่งโชว์ไดเรกเตอร์ด้วยตัวเอง

ADD BAO ACOUSTIC CONCRET (แอ๊ด บาว อะคูสติก คอนเสิร์ต) จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม นี้ ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี จำหน่ายบัตรแล้วทาง Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ และเว็บไซต์ AllTicket บัตรราคา 1500 , 3000 และ 4000 บาท พิเศษเฉพาะบัตร 4,000 ได้รับเสื้อที่ระลึก ADD BAO ACOUSTIC ที่หน้างาน 

ติดตามรายละเอียดได้ทางแฟนเพจ ‘ล้อมวงมันส์ Fun Network’ แฟนเพลง แอ๊ด คาราบาว ไม่ควรพลาด!!  

‘ไทย สมายล์ บัส’ เปิดบริการครบ 3 ปี มีรถเมล์ไฟฟ้ากว่า 2,000 คัน คาดสิ้นปีนี้ มีผู้โดยสารแตะ 4.5 แสนคนต่อวัน วางเป้าปีหน้าทะลุ 5 แสน

(21 ก.ย.67) นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา วันนี้ถือเป็นหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญว่า บริษัทของคนไทย รถเมล์ที่สร้างด้วยฝีมือคนไทย สามารถทำให้ระบบขนส่งมวลชนที่ถูกละเลยมาหลายสิบปี ได้มีรถเมล์พลังงานไฟฟ้าให้ประชาชนได้ใช้บริการกว่า 2,000 คัน มีระบบเทคโนโลยีทันสมัย มีโรงเรียนฝึกอบรมบุคลากร เราลงทุนพัฒนาจุดชาร์จ อู่สาขากว่า 24 แห่งทั่วกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานของการพัฒนา

นายวรวิทย์ ชาญชญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการและกลยุทธ์ บริษัท ไทย สมายล์ บัส กล่าวว่า ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาของปี 2567 ยอดผู้โดยสารใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 350,000 คน จากปัจจัยของรถที่มีให้บริการมากขึ้นในหลายเส้นทาง โดยเฉพาะเส้นทางรถเมล์โดยสารที่เปลี่ยนมาใช้เส้นทางปฏิรูปกับผู้ประกอบการทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้น เมื่อเส้นทางเริ่มชัดเจนเห็นรถมากขึ้น ประชาสัมพันธ์มากขึ้น สอดคล้องกับตัวเลขจำนวนรถที่ให้บริการปัจจุบัน บริษัทมีค่าเฉลี่ยรถที่ให้บริการอยู่ราว 1,600 คัน ซึ่งในช่วงไตรมาส 4/2567 บริษัทมีแผนการปรับเพิ่มรถที่ให้บริการขึ้นไปอยู่ในระดับ 2,000 คันต่อวัน เพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้โดยสารภายในปีนี้ ให้อยู่ในระดับ 400,000 – 450,000 คนต่อวัน ครองส่วนแบ่งการตลาดราว 50% ของผู้ใช้รถเมล์ทั้งหมด

ทั้งนี้ ช่วงไตรมาส 1 ปี 2568 นั้น TSB มีแผนเพิ่มรถให้บริการเป็น 2,200 คัน ไม่รวมรถสำรองหมุนเวียนภายใน เพื่อขยับสู่เป้าหมายผู้โดยสาร 500,000 คนต่อวัน จากปัจจัยเส้นทางใหม่ที่ทางบริษัทยังไม่ได้เพิ่มรถเข้าไปอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น หากดูใบอนุญาตที่มีอยู่ในตอนนี้ 123 เส้นทาง ยังเห็นโอกาสการเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะกลุ่มเส้นทางปฏิรูปทั้งหมด ผู้ประกอบการทุกรายใช้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเราเชื่อว่ามีผู้โดยสารตกหล่นอยู่ ทั้งคนที่เคยรอรถหลายต่อ หาก TSB ให้บริการได้ครบลูป 100% เชื่อมต่อล้อ สู่ล้อ และทำให้เป็นโครงข่ายการต่อรถได้ เชื่อว่ายอดผู้โดยสารจะเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน

‘โบว์ ณัฏฐา’ โพสต์เฟซเตือน ‘นักการเมือง’ อย่าเสียเวลาเล่น X ชี้!! ทำให้เสียสมาธิ กังวลยอดไลก์ สุดท้ายก็ย้อนมาทิ่มแทงตัวเอง

(21 ก.ย.67) น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว และนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า เคยบอกนักการเมืองหลายครั้ง อย่าไปใช้เวลาใน X มาก คนบ้ามันเยอะ ไม่จำเป็นไม่ต้องไปเล่น ถึงเวลาคุณจะเสียสมาธิ แล้วต้องไปนั่งขอโทษกับเรื่องที่ไม่ใช่ความผิดเพราะทนโดนถ่อยใส่ไม่ไหว แถมไม่กล้าพอจะยืนยันความคิดตัวเองเพราะกลัวเสียยอดไลก์จากฝูงซอมบี้ ถึงเวลาก็ต้องโพสต์ปั่น ๆ เรียกความนิยมแต่ทำลายวัฒนธรรมการสื่อสารซึ่งสุดท้ายก็ย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเอง น่าจะได้บทเรียนกันหลายรายแล้วแต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน

‘กลุ่มพญาไท-เปาโล’ รับมอบประกาศนียบัตร เครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ มุ่งมั่น!! เดินหน้าลดก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมายรพ. Net Zero แห่งแรกของไทย

(21 ก.ย.67) กลุ่มพญาไท-เปาโล เข้าร่วมพิธีรับมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของโรงพยาบาล เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายโรงพยาบาล Net Zero แห่งแรกของไทย 

Green Standard และ GRD ภายใต้หน้าที่กำหนดเป้าหมายและแนวทาง พร้อมกับร่วมทำงานขับเคลื่อนอย่างใกล้ชิดกับทีมผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ใช้องค์ความรู้ทางเทคโนโลยี deeptech และวิศวกรรมขั้นสูง เข้าร่วมเดินทางกับกลุ่มโรงพยาบาล พญาไท-เปาโล เพื่อมุ่งสู่ Net Zero Hospital แห่งแรกของประเทศไทย ตามเป้าหมายที่กำหนด

‘กรมทางหลวงชนบท’ ระดมกำลัง!! เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงราย พร้อมติดตั้ง ‘สะพานเบลีย์’ บนสายทางที่ขาด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ปชช.

(21 ก.ย.67) นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา จังหวัดเชียงราย ประสบปัญหาอุทกภัยอย่างรุนแรง จากลมมรสุมที่พาดผ่าน ส่งผลให้ฝนตกหนักถึงหนักมาก จนเกิดน้ำป่าไหลหลาก กัดเซาะคอสะพาน และสายทางจนไม่สามารถสัญจรผ่านได้ และยังส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน ร้านค้าของประชาชนเป็นจำนวนมาก ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย จึงได้สั่งการให้สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 17 (เชียงราย) และแขวงทางหลวงชนบทเชียงราย ลงสำรวจสายทางที่ได้รับผลกระทบ และเร่งฟื้นฟูให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วน

นายอภิรัฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง มีเศษโคลนติดค้างเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ และกำลังคน เพื่อเร่งฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน จึงได้สั่งการเพิ่มเติมไปยัง สำนักงานทางหลวงชนบท และแขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ใกล้เคียง ให้ระดมเครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ และกำลังคน เข้าช่วยเหลือ เพื่อร่วมทำงานกับสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 17 (เชียงราย) แขวงทางหลวงชนบทเชียงราย และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การฟื้นฟูสายทาง การทำความสะอาด ฉีดล้างดินโคลนบริเวณบ้านเรือน ร้านค้าของประชาชนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน อำนวยความปลอดภัยให้ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ทั้งนี้ ปัจจุบัน (วันที่ 21 ก.ย. 67 เวลา 10.00 น.) พบสายทางหลวงชนบทที่ได้รับผลกระทบ สัญจรผ่านไม่ได้ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย นครพนม อุดรธานี และหนองคาย จำนวน 11 สายทาง ดังนี้

1. สะพานบนถนนสาย ชร.1041 แยก ทล.1 - บ้านสันผักฮี้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
2. สะพาน ชร.016 สะพานแม่น้ำกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
3. สะพาน ชร.007 สะพานพ่อขุนเม็งรายมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
4. ถนนสาย นพ.3065 แยก ทล.212 - บ้านหนองสาหร่าย อำเภอบ้านแพง, ท่าอุเทน จังหวัดนครพนม (ช่วง กม.ที่ 3+000 ถึง 3+500)
5. ถนนสาย นพ.4059 แยก ทล.2032 - บ้านไทยสบาย อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม (ช่วง กม.ที่ 9+850 ถึง 10+350)
6. ถนนสาย นค.3043 แยก ทล.212 - บ้านหนองบัวเงิน อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย (ช่วง กม.ที่ 10+500 ถึง 10+800)

7. ถนนสาย นค.5027 แยกทางหลวงชนบท นค.3009 - บ้านสร้างคอม (ตอนหนองคาย) อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย (ช่วง กม.ที่ 7+525 ถึง 8+850 และ 12+825 ถึง 13+400)
8. ถนนสาย นค.3042 แยก ทล.211 - บ้านธาตุน้อยกลางน้อย อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย (ช่วง กม.ที่ 16+300 ถึง 17+300)
9. ถนนสาย นค.7046 แยก ทล.212 - บ้านเหล่าต่างคำ อำเภอเมือง, โพนพิสัย จังหวัดหนองคาย (ช่วง กม.ที่ 1+850 ถึง 3+800)
10. ถนนสาย นค.1034 แยก ทล.2 - บ้านโนนสีทอง (ตอนอุดรธานี) อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี (ช่วง กม.ที่ 9+000 ถึง 11+000)
11. สะพาน นค.029 สะพานห้วยเป อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย

นายอภิรัฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับสะพานบนสายทางในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ถนนสาย ชร.1041 แยก ทล.1 - บ้านสันผักฮี้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ที่ได้รับผลกระทบหนัก คอสะพานขาด ปัจจุบันอยู่ระหว่างการติดตั้งสะพานเหล็กสำเร็จรูป (Bailey Bridge) คาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานให้กับประชาชนได้ในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่แขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146

‘สุวัจน์’ เชื่อ!! เศรษฐกิจกระเตื้อง หลังรัฐบาลกระตุ้น อัดฉีดเม็ดเงินมหาศาล 3 ล้านล้าน ‘แจกเงินหมื่น-กองทุนวายุภักษ์-งบประมาณ 68’ เหมือนแม่น้ำ 3 สายทำให้เกิดการจ้างงาน

(21 ก.ย.67) ที่สำนักงานพรรคชาติพัฒนา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานพรรคชาติพัฒนา และแกนนำของพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ ว่าวันนี้รัฐบาลได้ดำเนินการหลายๆ อย่างที่กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงนี้อาทิ กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกเงิน 10,000 บาทให้กลุ่มเปราะบาง หรือกลุ่มคนพิการ 140,000 ล้าน หรือในส่วนที่เกี่ยวกับตลาดทุนในตลาดหลักทรัพย์กับการจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์ 150,000 ล้าน จะทำให้เกิดความเคลื่อนไหวการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่มากขึ้นและทำให้มีเสถียรภาพมากขึ้น หรืองบประมาณปี 2568 ตอนนี้ผ่านรัฐสภาไปแล้ว 3 ล้านล้าน เหมือนกับแม่น้ำ 3 สาย ที่จะนำเม็ดเงินมหาศาลเข้าไปสู่พี่น้องประชาชนเข้าไปสู่การจ้างงาน เข้าไปสู่ภาคธุรกิจ ฉะนั้น 3 ส่วนนี้จะเป็นช่วงที่ทำให้เกิดการกระเตื้องขึ้นของภาวะเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 

นอกจากนี้ มีข่าวดีที่ทางธนาคารกลางสหรัฐ หรือ (เฟด) ประกาศลดดอกเบี้ย 0.5% ถือว่าเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลกและเป็นสัญญาณบวกต่อภาวะเศรษฐกิจ เพราะที่ผ่านมาหลังโควิดเกิดปัญหาหนี้สินกันเยอะและเกิดปัญหาเงินเฟ้อ ฉะนั้นเพื่อเป็นการควบคุมของโลกก็เลยขึ้นอัตราดอกเบี้ยมา 4 ปีไม่เคยลด ฉะนั้น การลดจะทำให้ต้นทุนทางการเงินของคนทำธุรกิจถูกลง และเป็นการกระตุ้นการลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจของโลกให้กลับมาฟื้นตัว ให้กลับมาเข้มแข็ง ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี และเศรษฐกิจไทยก็ไปผูกกับเศรษฐกิจโลกจะทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นตามไปด้วย

ฉะนั้น จากนี้ไปคงจะเห็นความเคลื่อนไหวของตลาดทุน ตลาดเงินต่างๆ การลงทุนต่างๆ ประเทศไทยก็จะได้อานิสงส์ และจะเป็นขวัญกำลังใจให้ผู้ประกอบการต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องการท่องเที่ยวจะดีขึ้น เพราะการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวได้ผลรวดเร็ว เพราะการท่องเที่ยวไปทุกหมู่บ้าน ไปทุกอาชีพ สร้างความเสมอภาคด้วยเรื่องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะได้ผลที่เร็วมาก หรือการที่เร่งจะมีนโยบายไทยเที่ยวไทย ส่งเสริมให้คนไทยเที่ยวเมืองไทย เป็นการรักษาการไหลออกของเงินไปต่างประเทศ และแสดงออกถึงความรักชาติ ความชาตินิยม ไทยนิยม วันนี้ต้องเอาความไทยนิยม ชาตินิยม มาช่วยเศรษฐกิจของประเทศ

ส่วนเสียงสะท้านเกรงว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาลระยะยาวจะถังแตกหรือไม่นั้น นายสุวัจน์ กล่าวว่าเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น มีการลงทุนมากขึ้น มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น มีการจัดเก็บภาษีที่เหมาะสม ขยายฐานภาษีต่าง ๆ ที่เหมาะสมมันก็จะเป็นรายได้ของประเทศ 

เราต้องพยายามที่จะคิดหานโยบายใหม่ ๆ สมมุติ นโยบายเร่งด่วนของประเทศ 10 เรื่อง มีอยู่ข้อหนึ่งที่ดีมากคือ นโยบายในการที่จะนำภาษีจากระบบธุรกิจที่อยู่นอกระบบภาษี คือ พวกที่อยู่ใต้ดินต่าง ๆ ขึ้นมา ซึ่งส่วนนี้มีอีกมากมายที่เราไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ อันนี้จะเป็นรายได้ใหม่ให้กับประเทศ

ส่วนประเด็นทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี หรือบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น นายสุวัจน์ เชื่อว่าประสบการณ์ต่าง ๆ ที่แต่ละคนมีคงจะเป็นประโยชน์ในการนำเสนอในเชิงนโยบายต่าง ๆให้กับรัฐบาลให้กับนายกรัฐมนตรี

นายสุวัจน์ กล่าวว่าสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอีกเรื่อง คือ เรื่องน้ำท่วม เรื่องน้ำแล้ง อุทกภัย แผ่นดินถล่มและความถี่ของการเกิดก็บ่อยขึ้น พื้นที่หลากหลาย เช่น ที่ จ.ภูเก็ต , จ.เชียงราย, จ.หนองคาย สถานการณ์จากภาคใต้สู่ภาคเหนือไปสู่ภาคอีสาน ตนคิดว่าสัญญาณต่าง ๆ เหล่านี้มีความถี่มากขึ้น มีความเสียหายทั้งชีวิตผู้คน ทรัพย์สินและความเสียหายทางเศรษฐกิจนับหมื่นนับแสนล้าน 

ฉะนั้น ตนคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราควรที่จะมีมาตรการหรือมีโครงการใหญ่ๆ เป็นแผนแม่บทในการวางโครงสร้างพื้นฐานในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง อุทกภัยหรือวาตภัยต่าง ๆ ที่จะเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศและลดความสูญเสีย จุดแข็งของประเทศไทย คือ เกษตร และเกษตรต้องการน้ำ เกษตรต้องน้ำไม่ท่วมและน้ำไม่แล้ง ฉะนั้น ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องนี้และมีแผนแม่บทจัดทำเป็นวาระแห่งชาติ ในการป้องกันน้ำท่วม น้ำแล้ง อุทกภัย วาตภัยต่าง ๆ ว่าจะบริหารจัดการน้ำอย่างไร จะมีการสร้างระบบระบายน้ำไปถึงมือเกษตรอย่างไร ระบบขนส่งน้ำหรือเขื่อน อ่างเก็บน้ำที่จะสามารถรับน้ำไว้ป้องกันปัญหาน้ำแล้ง หรือการระบายน้ำต่าง ๆ ไปตามแม่น้ำ ลำคลอง เขื่อนต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วม

เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการทำอย่างจริงจัง ถ้ารัฐบาลได้หยิบยกเรื่องนี้มาทำมันจะเป็นการสร้างความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาและยั่งยืนในการพัฒนาประเทศ ตอนนี้เป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าพอเกิดขึ้นก็ไปช่วยกันแจกสิ่งของ ไปช่วยกันให้กำลังใจ แต่ถ้าจะถาวรตนคิดว่ารัฐบาลจะต้องทำเรื่องนี้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคชาติพัฒนา พร้อมให้กำลังใจ นายกฯ แพทองธารฯ ในการบริหารประเทศให้สำเร็จ อย่างไร

นายสุวัจน์ กล่าวว่าตนให้กำลังใจท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่า

1.ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีสุภาพสตรี

2.ท่านอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ 

เราพูดกันมานานว่า อยากเห็นคนรุ่นใหม่เล่นการเมือง อยากเห็นนักการเมืองรุ่นใหม่ อยากเห็นผู้นำทางการเมืองรุ่นใหม่ ฉะนั้น ท่านนายกฯ แพทองธารฯ ถือว่าเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ไม่เคยอยู่ในวงการการเมืองมาก่อน และเข้าสู่การเมือง เป็นคนรุ่นใหม่มาจากภาคธุรกิจ อายุน้อยมากเพียง 38 ปี 

ฉะนั้น ตนถือว่าท่านนายกฯ แพทองธารฯ เป็นตัวแทน เป็นภาพลักษณ์ของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่จะมาทำงานแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ

อยากให้ท่านประสบความสำเร็จ เพราะถ้าท่านนายกฯ แพทองธารฯ ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาหรือในการทำงานมันก็จะเป็นโอกาสที่เราจะได้เห็นภาพการเมืองใหม่ ๆ เห็นนักการเมืองรุ่นใหม่ เห็นคนใหม่ ๆ เข้าสู่ระบบการเมือง นี่คือ สิ่งที่จะเปลี่ยนฉากทัศน์ของการเมืองไทยว่าเราต้องการคนรุ่นใหม่ นักการเมืองเลือดใหม่

ฉะนั้น ตนก็เป็นกำลังใจให้ท่านนายกรัฐมนตรี อยากให้ท่านได้ทุ่มเทการทำงานและประสบความสำเร็จในการทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทศ 

แต่วันนี้ต้องยอมรับว่าถานการณ์ต่าง ๆ หนักหนาสาหัส โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจก็คงจะต้องมีความร่วมมือช่วยกันทำงานกันอย่างเต็มที่

และในการที่ท่านขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ ก็มีการปรับโครงสร้างรัฐบาล มีการจัดทัพพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลใหม่นำไปสู่เสถียรภาพของการเมืองที่เพิ่มขึ้นจาก 310 เสียง เป็น 320 กว่าเสียง ฉะนั้น ด้วยหลักสนับสนุนของพรรคการเมืองรวมกันแล้วกว่า 10 พรรคกับเสียงของรัฐบาลที่มีมากขึ้นอย่างน้อยก็เป็นกำลังใจให้กับรัฐบาลได้ว่าเสถียรภาพในรัฐบาลไม่ต้องห่วง ไม่ต้องห่วงเสียงในสภา ไม่ต้องห่วงองค์ประชุม ขอให้รัฐบาลมุ่งมั่นตั้งใจทำงานให้เต็มที่ โดยเฉพาะในนโยบายเร่งด่วน 10 ข้อเป็นเรื่องที่มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ ฉะนั้น ทั้ง 10 ข้อต้องผลักดันให้ได้โดยใช้เสถียรภาพทางการเมือง ตนว่าพี่น้องประชาชนก็จะพึงพอใจ

ตอบข้อถามถึงปัญหานักร้องต่าง ๆ จะทำให้รัฐบาลสั่นคลอนหรือไม่ 

นายสุวัจน์ กล่าวว่าเป็นเรื่องปกติ เป็นไปตามกติกา ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะใช้กติกา เพียงแต่ว่ารัฐบาลจะต้องระมัดระวังให้มาก เหมือนกับมีคนตรวจสอบในเรื่องของการตรวจสอบที่มีมากขึ้น นักร้องก็เป็นหนึ่งในกระบวนการของการตรวจสอบ ฉะนั้น ในการทำทุกอย่างต้องมีความระมัดระวังกัน แต่ตนเชื่อว่าเรามีเสถียรภาพที่เข้มแข็ง มีนโยบายที่ดีที่เหมาะสม มีความร่วมมือกันเพื่อให้การปฏิบัตินำไปสู่ความสำเร็จในเป้าหมายร่วมกัน 

ส่วนรัฐบาลนี้ครบเทอมแน่นั้น นายสุวัจน์ฯกล่าวว่า รถออกจากบ้านไม่มีใครรู้หรอกจะมีอุบัติเหตุหรือเปล่า แต่ตามฟอร์มรถดี สภาพดี นายสุวัจน์ฯกล่าวทิ้งท้าย

'กองทัพบก' ร่วมกับ 'สวนนงนุชพัทยา' เนรมิตการจัดสวนภายใน 'วัด-มัสยิด' เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่ง 'ความสามัคคี'

กองทัพบกนำโดย พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก และพล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมกับนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา นำทีมจัดสวนกว่า 80 ชีวิต พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ และต้นไม้หลายชนิดเดินทางจากพัทยาสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเนรมิตจัดสวนสร้างความร่มรื่น สวยงามให้แก่ศาสนสถานที่สำคัญ ทั้งวัด,มัสยิดในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

เริ่มจัดสวนแรก ณ พุทธมณฑลจังหวัดนราธิวาส (วัดเขากง) อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส, สวนที่2 มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี  และสวนที่3วัดเมืองยะลา พระอารามหลวง โดยใช้ต้นไม้หลากหลายชนิดที่มีความเชื่อมโยงกับทุกศาสนา ผสมผสานเนรมิตให้เป็นสวนที่เติมเต็มความสุข และสร้างพลังให้กับคนในพื้นที่

สวนนงนุชพัทยา ต้องขอบคุณกองทัพบกที่ให้โอกาส มีส่วนร่วมได้มาจัดสวนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นความภาคภูมิใจที่ได้กลับมาอีกครั้ง เพื่อให้พื้นที่มีความสวยงามร่มเย็น และสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดสันติสุขในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

'เชียงราย' ยาบ้าทะลักแม่น้ำสาย!! ฉก.ทัพเจ้าตากยึดยาบ้า 1.1 ล้านเม็ด 'ชายแดนแม่สาย'

(21 ก.ย.67) เวลา 05.20 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดย หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จัดกำลังจาก กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตาม พระราชบัญญัติยาเสพติด บริเวณ บ้านป่าซางงาม หมู่ที่ 6 ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หลังจากทราบข่าวว่ากลุ่มขบวนการพยายามที่จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทยด้านอำเภอแม่สาย ซึ่งขณะปฏิบัติภารกิจได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย จำนวน 2 คน พร้อมกล่องต้องสงสัยขณะกำลังวางซุกซ่อนบริเวณข้างถนน เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้ทิ้งกล่องต้องสงสัยและอาศัยความมืดหลบหนีข้ามแม่น้ำสายกลับไปยังฝั่งประเทศเมียนมา ไม่สามารถจับกุมได้

ต่อมาเมื่อเวลา 06.00 นาฬิกา พันเอก ณฑี ทิมเสน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการเข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว ตรวจพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ซุกซ่อนอยู่ในกล่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จำนวน 6 กล่องๆ กล่องละ 200,000 เม็ด จำนวน 5 กล่อง และกล่องละ 100,000 เม็ด จำนวน 1 กล่อง รวมยาบ้าทั้งสิ้น 1,100,000 เม็ด หลังจากนั้นจึงได้เพิ่มเติมกำลังอีก 2 ชุดปฏิบัติการ เข้าควบคุมพื้นที่ เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจสอบของกลางอีกครั้งหนึ่ง

และเมื่อเวลา 11.00 นาฬิกา พลตรี ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ได้มอบหมายให้ พันเอก กิดากร จันทรา รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พร้อมด้วยฝ่ายปกครองโดยนาย ณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สายได้มอบหมายให้นาย ยศพงศ์ ตุลาชม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานฝ่ายความมั่นคงอำเภอแม่สายและ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าวหลังจากนั้นจึงได้นำของกลางส่งให้สถานีตำรวจภูธรแม่สายเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ซึ่งถึงแม้ว่าในห้วงนี้ในพื้นที่ชายแดนจะประสบอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มอย่างต่อเนื่อง หน่วยได้แบ่งกำลังไปช่วยเหลือประชาชนส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งก็ยังคงปฏิบัติภารกิจสกัดกั้นบริเวณชายแดนอย่างเข้มแข็ง เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มขบวนการอาศัยจังหวะช่วงเกิดภัยธรรมชาตินำยาเสพติดเข้ามาภายในประเทศได้

เผยผลวิจัย ‘iPhone’ รับกระแสการเปิดตัวรุ่นใหม่ ในไทย Gen Z ชอบซื้อผ่อน Gen Y มองเป็นเครื่องชี้วัด ‘ความสำเร็จ’

(21 ก.ย.67) The 1 Insight เปิดผลวิเคราะห์เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค iPhone ในประเทศไทย รับกระแสการเปิดตัว iPhone 16 โดยพบว่า 40% ของผู้ใช้ iPhone ในไทยนิยมเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ทุกปี สะท้อนถึงความสำเร็จในแง่ของตลาดไปจนถึงความสนใจที่มีต่อนวัตกรรมของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

จากฐานข้อมูล The 1 ในช่วงปี 2562-2567 ชี้ให้เห็นถึง 5 กลุ่มหลักของผู้ใช้ iPhone ไทย ที่มีเทรนด์พฤติกรรมการซื้อและการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้

1. กลุ่ม Gen Z มุ่งท่องโลกโซเชียล แต่ยังเน้นความคุ้มค่า
กลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 18-24 ปี ใช้งาน iPhone เพื่อการเชื่อมต่อกับโซเชียลมีเดียเป็นหลัก รวมถึงการสร้างสรรค์คอนเทนต์

จากข้อมูล พบว่า คนกลุ่มนี้ซื้อ iPhone 15 และ iPhone 15 Plus รวมไปถึงอาจซื้อรุ่นก่อนหน้าที่ให้ความคุ้มค่ามากกว่า โดยเลือกใช้รุ่นที่มีความจุ 128GB ซึ่งเพียงพอกับการใช้งานและสอดคล้องกับข้อจำกัดด้านรายได้ โดยสีที่นิยมสูงสุดคือ Black กลุ่มวัยรุ่นโซเชียลมักอัปเกรด iPhone ทุกปี และนิยมใช้การผ่อนชำระ 0% ซึ่งช่วยให้เข้าถึง iPhone รุ่นพรีเมียมได้มากยิ่งขึ้น โดยมีแนวโน้มว่าในปีนี้จะซื้อ iPhone 16 และ iPhone 16 Plus

2. กลุ่ม Gen Y ผู้มอง iPhone เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ
กลุ่มชายวัยทำงานอายุ 25-40 ปี มองว่า iPhone รุ่นท็อปเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและสถานะทางสังคม รวมถึงมีความพร้อมด้านรายได้ที่สูงขึ้นตามความก้าวหน้าทางอาชีพและมีความสนใจในเทคโนโลยีล้ำสมัย ในปี 2023 จึงเลือกซื้อ iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Pro Max ที่มีความจุ 512GB หรือ 1TB เพื่อรองรับการใช้งานได้ครบครันทั้งด้านการทำงานและความบันเทิง

โดยสีที่นิยมสูงสุดคือ Black และ Natural Titanium หนุ่มออฟฟิศกลุ่มนี้มักอัปเกรด iPhone ทุกปี และเป็นกลุ่มสำคัญที่ขับเคลื่อนยอดขายรุ่นท็อปในไทย และมีแนวโน้มว่าในปีนี้จะซื้อ iPhone 16 Pro และ iPhone 16 Pro Max

3. กลุ่ม Millennial Parents เน้นฟังก์ชันใช้งานสำหรับทั้งครอบครัว
กลุ่มคนมีครอบครัวที่มีอายุ 30-45 ปี มักให้ความสำคัญกับฟังก์ชั่นการใช้งานจริงและขนาดความจุที่เพียงพอเพื่อรองรับการใช้งานในระยะยาวสำหรับทั้งครอบครัว

ดังนั้น คนกลุ่มนี้จึงเลือกซื้อ iPhone 15 หรือ iPhone 15 Plus โดยเลือกรุ่นที่มีความจุ 128GB หรือ 256GB เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย โดยสีที่นิยมสูงสุดคือ Colorful เช่น ฟ้า เหลือง ชมพู เขียว นอกจากนี้ยังเป็นกลุ่มที่มีรายจ่ายหลากหลาย จึงไม่เปลี่ยนเครื่องบ่อยนัก โดยมักอัปเกรดทุก 3-4 ปี โดยในปีนี้มีแนวโน้มที่จะซื้อ iPhone 16 หรือ iPhone 16 Plus

4. กลุ่ม Gen X ที่พร้อมลงทุนกับเทคโนโลยีเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
กลุ่มผู้บริหารที่มีอายุ 45-60 ปี มักเลือก iPhone ในรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมองว่า เป็นการลงทุนระยะยาวเพื่ออัปเดตเทคโนโลยีในแต่ละครั้ง จึงเลือกซื้อ iPhone 15 Pro Max ในความจุ 512GB หรือ 1TB เพื่อตอบสนองความต้องการที่ครอบคลุมทั้งการทำงานและการใช้งานส่วนตัว

สีที่นิยมสูงสุดคือ Blue Titanium โดยมีรอบการอัปเกรดอุปกรณ์ทุก 2-3 ปี และไม่เน้นการเปลี่ยนตามกระแสสังคม ในปีนี้ มีแนวโน้มที่จะซื้อ iPhone 16 Pro Max

5. กลุ่ม Silver Spenders ใช้งานเพื่อสื่อสารทั่วไปและฟังก์ชันสุขภาพ
กลุ่มผู้สูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมการใช้ iPhone ที่เน้นการใช้งานพื้นฐานและฟังก์ชั่นติดตามข้อมูลสุขภาพ เลือกซื้อ iPhone SE หรือ iPhone 15 หรืออาจเป็นรุ่นก่อนหน้า โดยใช้ควบคู่กับ Apple Watch Series 9 เพื่อเชื่อมต่อฟังก์ชันการติดตามข้อมูลสุขภาพอย่างละเอียด

ข้อมูลชี้ว่า กลุ่ม Silver Spenders ส่วนใหญ่เลือก iPhone รุ่นความจุ 64GB หรือ 128GB สีที่นิยมสูงสุดคือ Colorful เช่น ฟ้า เหลือง ชมพู เขียว โดยมักอัปเกรดทุก 4-5 ปี และมีแนวโน้มที่จะซื้อ iPhone 16 และ Apple Watch ในปีนี้

'สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ' จัดพิธีมอบโล่เกียรติคุณ และทุนการศึกษาแก่เยาวชนดีเด่น เนื่องในโอกาส 'วันเยาวชนแห่งชาติ' ปี 2567

คณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้ วันที่ 20 กันยายน ของทุกปีเป็นวันเยาวชนแห่งชาติ  เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ  ของพระมหากษัตริย์ไทยในพระบรมราชจักรีวงศ์ สองพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหา อานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ที่ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ตั้งแต่ยังทรงเป็นยุวกษัตริย์  จึงถือเป็นวันสิริมงคลแก่การพัฒนาเยาวชนแห่งชาติ                

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ดำเนินการคัดเลือกเด็กดีเด่นตั้งแต่ พ.ศ. 2533 และเยาวชนดีเด่นตั้งแต่ พ.ศ. 2530 ตามหลักเกณฑ์ที่ดีและเหมาะสม อันเป็นที่ยอมรับของสาธารณชนทั่วไป และมอบโล่เกียรติคุณ เกียรติบัตร เข็มเกียรติคุณ และทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนดีเด่น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับเด็กและเยาวชนที่ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี รวมทั้งการฝึกอบรมเพื่อเสริมศักยภาพทักษะชีวิต องค์ความรู้ และประสบการณ์ให้แก่เด็กและเยาวชน อันเป็นพลังสำคัญเพื่อนำไปสู่การพัฒนาตนเอง สังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน   

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ กำหนดจัดพิธีมอบโล่เกียรติคุณ และทุนการศึกษาแก่เยาวชนดีเด่น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เนื่องในงานวันเยาวชนแห่งชาติ  ประจำปี 2567 โดยมี ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธี ในวันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2567 เวลา 10.00 น. ณ  ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top