Monday, 10 August 2026
Hard News Team

เกม ‘Black Myth: Wukong’ ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว ‘มณฑลซานซี’ ปลุกกระแส!! ให้คนอยากสัมผัส สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมในจีน

(21 ก.ย.67) ‘เซียวซีเทียน’ หรือ ‘อุทยานสวรรค์ตะวันตกน้อย’ สถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปอันวิจิตรงดงามในมณฑลซานซี ทางตอนเหนือของจีน เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ปรากฏอยู่ในวิดีโอเกม ‘แบล็กมิธ: อู้คง’ (Black Myth: Wukong) วิดีโอเกมยอดนิยมของจีน ที่นำเรื่องราวของ ‘เห้งเจีย’ หรือ ‘ซุนหงอคง’ หนึ่งในตัวละครยอดนิยมจากวรรณกรรมสุดคลาสสิกอย่าง ‘ตำนานไซอิ๋ว’ มาตีความใหม่

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้คลาคล่ำไปด้วยประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่ต้องการมาสัมผัสกับสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมในเกมอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้จำนวนผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นถึง 326% ในวันแรกของวันหยุดเทศกาลไหว้พระจันทร์เมื่อวันที่ 15 ก.ย.

สถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างใช้ประโยชน์จากความนิยมของวิดีโอเกม ด้วยการติดตั้งป้ายแนะนำข้อมูล จุดเช็กอินตามธีมต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ของผู้เยี่ยมชม รวมถึง ที่วัดฉงฝู (Chongfu Temple) ซึ่งบรรดานักท่องเที่ยวต้องเริ่มเข้าแถวตั้งแต่เวลา 05.00 นาฬิกา เพื่อรับบัตรผ่านรุ่นลิมิเต็ด

ทั้งนี้ วิดีโอเกม แบล็กมิธ อู้คง เป็นผลงานของผู้ผลิต เกม ไซแอนซ์ (Game Science) สตูดิโอของจีนที่ใช้เวลาหลายปีในการบันทึกภาพแหล่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทั่วประเทศ เพื่อผลิตวิดีโอเกมที่มีความสมจริงระดับโลก ผ่านเทคโนโลยีมากมาย เช่น การสแกนสถานที่จริง ก่อนอัปโหลดโมเดลสิ่งปลูกสร้าง รูปปั้นและประติมากรรมโบราณ เข้าสู่เครื่องมือสร้างภาพสามมิติ

สมาคมแม่บ้านตำรวจเปิดร้านปันรักษ์ แฟลกชิป สโตร์ และร้านอาซ้อ คาเฟ่ สาขาใหม่ใจกลางกรุง ร้านสินค้าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นไทยสุดพรีเมียม ฝีมือแม่บ้านตำรวจ และร้านกาแฟจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สานสายใยครอบครัวตำรวจทั่วประเทศ

เมื่อวานนี้ (20 ก.ย.67) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย คุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ และ ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ อดีตนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมเป็นประธานเปิดร้านปันรักษ์ และร้านอาซ้อ คาเฟ่ สาขาสี่แยกราชประสงค์ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 โรงพยาบาลตำรวจ 

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ กล่าวว่า การเปิดร้านปันรักษ์ และร้านอาซ้อ คาเฟ่ แห่งใหม่ ณ โรงพยาบาลตำรวจ เกิดจากความตั้งใจของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ที่มุ่งมั่นจะส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นทั่วประเทศของครอบครัวข้าราชการตำรวจ และเมล็ดกาแฟของนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อสนับสนุนส่งเสริมท้องถิ่น สร้างรายได้สู่ชุมชน และสนับสนุนครอบครัวตำรวจให้มีอาชีพเสริม ให้มีช่องทางในการจำหน่าย รวมถึงการคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพเพิ่มรายได้แบบยั่งยืน โดยร้าน “ปันรักษ์” แฟลกชิป เป็นร้านสาขาที่ 7 และร้าน “อาซ้อ คาเฟ่” ในรูปแบบพรีเมี่ยมเป็นร้านแรก มีทำเลที่ตั้งอยู่ในใจกลางการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร คือบริเวณแยกราชประสงค์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ร.9 โรงพยาบาลตำรวจ เดินทางสะดวกสบาย สามารถเป็นที่นัดพบปะสังสรรค์ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 - 20.00 น.

ผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่ายในร้านแห่งนี้จะเป็นสินค้าและผลิตภัณฑ์พรีเมียม คัดสรรมาเป็นอย่างดีจากทั่วประเทศ เช่น ผลิตภัณฑ์ขวัญดาว แบรนด์ของสมาคมแม่บ้านตำรวจ ผลิตภัณฑ์ผ้าทองานฝีมือจากทุกภาคของประเทศไทย กระเป๋าผ้าและกระเป๋าสานจากวัสดุธรรมชาติ เครื่องประดับ อาหารอร่อยต่างๆ และของที่ระลึกจากสมาคมแม่บ้านตำรวจ

ร้านอาซ้อ คาเฟ่ เป็นการสร้างอาชีพยั่งยืนให้ครอบครัวตำรวจ โดยจำหน่ายกาแฟสดและเครื่องดื่มชงประเภทต่างๆ ในราคาย่อมเยา แต่ยังคงคุณภาพและมาตรฐาน อีกทั้งยังสนับสนุนเมล็ดกาแฟพันธุ์ดีจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และชุมชนในพื้นที่ดอยสามหมื่น ตชด.ที่ 33 อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ที่ทางสมาคมแม่บ้านตำรวจได้มีโครงการสนับสนุนและพัฒนาเมล็ดกาแฟ เพื่อสร้างรายได้อีกทางให้แก่พื้นที่นั้นๆ สำหรับสาขาแห่งนี้จะเป็นการนำกาแฟที่มีความพรีเมียมมาเป็นเมนู Signature ของทางร้านอีกด้วย

เชียงใหม่- ผบช.ภ.5แถลงข่าวการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงข่าวการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ ของ สภ.แม่พริก จว.ลำปาง จำนวน 2 คดี รวมของกลางยาบ้ากว่า 3,280,000 เม็ด ผู้ต้องหารวม 5 คน รถยนต์ของกลางรวม 4 คัน

เมื่อวานนี้ (20 ก.ย.67) เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร  ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ประจำฯ ช่วยราชการ ภ.5, พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง, ผชช.ปปส.ภาค 5, รอง ผบ.กกล.ผาเมือง, เสธ.นบ.ยส.35 และนายอำเภอแม่พริก
ร่วมแถลงผลการจับกมุยาเสพติดรายสำคัญ ของ สภ.แม่พริก จว.ลำปาง จำนวน 2 คดีดังนี้

คดีที่ 1 จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 2,006,000 เม็ด และรถยนต์ 2 คัน ของ สภ.แม่พริก จ.ลำปาง 
คดีที่ 2 จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 1,274,000 เม็ด และรถยนต์ 2 คัน ของ สภ.แม่พริก จ.ลำปาง

สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.66 – 20 ก.ย.67

จับกุมคดียาเสพติด    
- จำนวน 24,985 คดี       
- เป็นคดีรายสำคัญ 197 คดี

ตรวจยึดของกลางยาเสพติด    
- ยาบ้า 226 ล้านเม็ด      
- ไอซ์ 1,910 กิโลกรัม
- เฮโรอีน 305 กิโลกรัม      
- เคตามีน 52 กิโลกรัม
- ฝิ่น 270 กิโลกรัม

ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 2,088 ล้านบาท

21 กันยายน ของทุกปี กำหนดให้เป็น ‘วันประมงแห่งชาติ’ สนับสนุนคนทำอาชีพประมง ตระหนักถึงความสำคัญ พร้อมสร้างขวัญกำลังใจให้ชาวประมงไทย

วันประมงแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 21 กันยายนของทุกปี เพื่อเป็นการสนับสนุนในการทำอาชีพประมง และเป็นที่ระลึก สร้างขวัญกำลังใจในการประกอบอาชีพของชาวประมงไทย

จุดเริ่มต้นของ ‘วันประมงแห่งชาติ’ เกิดจาก ‘สหกรณ์ประมงสมุทรสาคร’ ได้ทําหนังสือลงวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 ถึงนายกรัฐมนตรี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เสนอให้รัฐบาลกําหนดวันประมงแห่งชาติขึ้น เพื่อให้เป็นกําลังใจในการประกอบอาชีพและอาสาปกป้องประเทศทางด้านทะเล 

นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้พิจารณา ซึ่งได้มอบให้ ‘กรมประมง’ เป็นผู้รับเรื่อง เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรง 

นอกจากนี้สํานักเลขาธิการฯ ได้ขอให้กระทรวงศึกษาธิการ สั่งการให้ราชบัณฑิตยสถานและกรมศิลปากรร่วมกันพิจารณาความเหมาะสมอีกด้วย กรมประมงจึงได้ประสานงานกับกองทัพเรือและมีความเห็นร่วมกันให้ ‘วันสงกรานต์’ ซึ่งประชาชนชาวไทยยึดถือเสมือนเป็นวันขึ้นปีใหม่มาตั้งแต่อดีต เป็นวันที่หยุดปฏิบัติภารกิจประจําวัน ในวันดังกล่าว เพื่อไปทําบุญตักบาตร ปล่อยนก ปล่อยปลา เพื่อความเป็นสิริมงคลและในวันนี้ทางราชการได้ถือว่าเป็น ‘วันขยายพันธุ์ปลาแห่งชาติ’ โดยสนับสนุนให้ประชาชนนําพันธุ์ปลาไปปล่อย ตามแหล่งน้ำต่าง ๆ ในโอกาสที่วันนี้เป็นวันสําคัญวันหนึ่งโดยมีศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงสมควร กําหนดให้วันที่ 13 เมษายนของทุกปี เป็น ‘วันประมงแห่งชาติ’ เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา 

นอกจากนี้ยังเห็นสมควรให้หยุดทําการประมง มีการปล่อยปลาในแหล่งน้ำต่าง ๆ รวมทั้งในทะเลด้วย เพื่อเป็นการชดเชยสําหรับการที่ได้ทําการประมงมาตลอดปี 

แต่ในปัจจุบันกรมประมงพิจารณาแล้วเห็นว่าสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยโดยรวมในช่วง เดือนเมษายนแล้งมากในทุกจังหวัด แหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำต่าง ๆ มีปริมาณค่อนข้างน้อย ดังนั้นการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในช่วงวันที่ 13 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงอุณหภูมิอากาศสูงมากพันธุ์สัตว์น้ำ ที่กรมประมงเตรียมมาให้ประชาชนปล่อยมีอัตราการตายสูง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดือนกันยายน ซึ่งเป็นฤดูฝน แหล่งน้ำต่าง ๆ มีปริมาณน้ำมาก สภาพทางธรรมชาติของแหล่งน้ำเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำวัยอ่อน 

กอปรกับวันที่ 21 กันยายน เป็น ‘วันสถาปนากรมประมง’ ดังนั้นเพื่อเป็นการรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก ปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชโองการเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2469 ตั้ง ‘กรมรักษาสัตว์น้ำ’ ขึ้น ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ‘กรมประมง’ ดังนั้นจึงมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2549 กําหนดให้เปลี่ยน ‘วันประมงแห่งชาติ’ จากเดิมวันที่ 13 เมษายน เป็นวันที่ 21 กันยายนของทุกปี ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โดยให้เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา

'กทม.' ชิมลาง!! เนรมิตถนนบรรทัดทองเป็นถนนคนเดิน ชูหลากกิจกรรม ขานรับ 'Car Free Day' 21-22 ก.ย.นี้

(20 ก.ย.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้โพสต์บนเฟซบุ๊ก ว่า...

บันทึกก่อน Car Free Day 2024 ปีนี้ 
21-22 กันยายน น่าตื่นเต้นมาก
ให้เมืองคือห้องทดลองห้องใหญ่ 
เริ่มต้นที่ถนนบรรทัดทองครับ

>> สองเดือนก่อน
สรุปงานย่านสร้างสรรค์ ปี 67 นี้มี 30 ย่านที่เขตร่วมมือกับคนในชุมชนคนในย่าน เรามาสรุปกันว่ามีหลายย่านที่ควรต่อยอดจากการส่งเสริม Peopleware, Software เป็นการไปส่งเสริม Hardware ปรับปรุงกายภาพให้ดีขึ้นเพื่อรองรับความต้องการใหม่ ๆ ที่กำลังมา เช่น เยาวราชที่แปลงนาม ทรงวาด ตลาดพลู บรรทัดทอง ฯลฯ 

>> เดือนก่อน
คุยกับจุฬาฯ และเขตปทุมวันเรื่องการยกระดับย่านบรรทัดทอง ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "คนเยอะและเดินยาก(มาก)" ปัญหาคลาสสิกคือการขายของบนทางเท้า ทางจุฬาฯร่วมกับเขตปทุมวันเลยดีเดย์กันจัดระเบียบทางเท้า แต่ในหลายจังหวะ เราก็มองกันว่าจากจำนวนคนขนาดนี้ เราน่าจะต้องทำ Street Diet (ลดเลนรถยนต์เพิ่มทางเท้า) เลยไหม คนจะได้เดินง่ายขึ้น และฝันกันมากที่สุดก็คือฝันถึงเรื่องการทำ 'Pedestrianise' (หรือการทำให้เป็นถนนคนเดิน) คือการปิดถนนเป็น Walking Street บางเวลาแบบสยามสแควร์ไปเลย

>> สุดสัปดาห์นี้ (เสาร์-อาทิตย์) 
เราจะทดลองปิดถนนบรรทัดทองกันครับ ปิดเป็นถนนคนเดิน กทม. จุฬาฯ และภาคีมากมายเราจะปิดถนน ทำถนนคนเดิน (Pedestrianise) ตั้งแต่ซอยจุฬาฯ 12 ถึงจุฬาฯ 20 เวลา 16.00-24.00 น. ไม่ได้มีร้านค้าเพิ่มเติมครับ สองฝั่งมีร้านค้าดี ๆ อยู่แล้ว เราปิดแค่ให้คนมาเดิน มาเล่นดนตรีเปิดหมวก มีที่นั่งนิดหน่อย มีสีให้มาระบายถนน เราอาจจะเตรียมเสื่อ เตรียมเก้าอี้ มาเดินกันสบาย ๆ เตรียมร่มมาด้วยเผื่อฝนตก แล้วเตรียมท้องมากินข้าวย่านบรรทัดทองกันครับ ในงานจะมีการให้ทำแบบสอบถาม หากได้ฟีดแบ็กที่ดีก็จะเสนอทำต่อเนื่องระยะยาวไปเลย

รายละเอียดแบบสมบูรณ์รอทางเพจกรุงเทพมหานคร

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าถนนบรรทัดทองจะมีการจัดระเบียบการจราจรระหว่างวันที่ 21-22 กันยายน 2567 ในช่วงเวลา 16.00-24.00 น. โดยมีการเปิดถนนบรรทัดทองยังเปิดให้รถยนต์เข้าได้ 1 เลนเป็น one way จากถนนพระราม 4 มาพระราม 1 แต่ขอความกรุณาหลีกเลี่ยงเส้นทางและงดการใช้รถยนต์ส่วนตัว

‘ผอ.สวนสัตว์ฯ’ แจงปมติ๊กต็อกเกอร์กล่าวหา ‘กักขังหมูเด้ง’ ยัน!! มีพี่เลี้ยงดูแล-ทีมแพทย์เช็กสุขภาพประจำทุกวัน

(20 ก.ย. 67) ที่บริเวณส่วนแสดงฮิปโปโปเตมัส สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี นายณรงวิทย์ ชดช้อย ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวติ๊กต็อกเกอร์ต่างชาติ โพสต์คลิปรณรงค์ห้ามแชร์คลิป ‘น้องหมูเด้ง’ พร้อมแฉความมืดของสวนสัตว์ว่า การที่ทำกับน้องหมูเด้ง ตัวตึง ของสวนสัตว์เปิดเขาเขียวนั้น เป็นการกักขังสัตว์ป่า จนสัตว์นั้นลืมสัญชาตญาณความเป็นสัตว์ป่าไปแล้ว ทั้งการว่ายน้ำ หรือการหากินอาหาร อีกทั้งการที่สวนสัตว์ทำเช่นนี้ เป็นการหากินกับสัตว์

นายณรงวิทย์ กล่าวต่อว่า ทางสวนสัตว์มีภารกิจหลัก ๆ 4 ด้าน คือ การอนุรักษ์ วิจัยสัตว์ ให้การศึกษา และพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งในส่วนของเรื่องการอนุรักษ์ วิจัยสัตว์นั้น เรามีภารกิจในเรื่องของการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าทั้งในเขตและนอกเขตอาศัยด้วย เพื่อนำกลับไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ทั้งในส่วนของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ก็มีผลงานโดยการปล่อยนกกระเรียน วัวแดง คืนสู่ธรรมชาติ หรือแม้แต่นกกระสาคอขาว ที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่ จ.บุรีรัมย์ และล่าสุดก็ทราบข่าวว่านกชุดที่ปล่อยไปนั้นออกลูกตามธรรมชาติได้แล้ว

ส่วนมาตรการในการดูแลน้องหมูเด้งนั้น ในทุก ๆ วันทางสวนสัตว์ก็จะมีทีมแพทย์เข้ามาตรวจเช็กสุขภาพประจำทุกวันอยู่แล้ว โดยจะทำงานร่วมกับพี่เลี้ยง เพื่อตรวจเช็กการเจริญเติบโตของน้องหมูเด้ง โดยถึงขณะนี้น้องมีสุขภาพแข็งแรง แต่ยังกินอาหารที่แข็งมากไปไม่ได้ ซึ่งคาดว่าเมื่อน้องอายุครบ 3 เดือน ก็น่าจะสามารถทานอาหารแข็งได้

'รถไฟฟ้าบีทีเอส-สายสีทอง' หนุนกิจกรรมวัน Car Free Day ชวน!! 22 ก.ย.นี้ จูงจักรยานขึ้นรถไฟฟ้าฟรีทุกสถานี

(20 ก.ย. 67) บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยว่า เนื่องด้วยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับวัน วันคาร์ฟรีเดย์ (Car Free Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 22 กันยายน ของทุกปี ที่ทุกประเทศทั่วโลกจะร่วมกันรณรงค์หยุดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล พร้อมหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือปั่นจักรยาน เพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศจากยานพาหนะ อาทิ คาร์บอนไดออกไซด์, คาร์บอนมอนอกไซด์, ควัน และฝุ่นละออง PM 2.5 ทำให้คุณภาพอากาศดีขึ้น และยังช่วยลดปัญหาการจราจร รวมถึงลดมลพิษทางเสียง

ดังนั้นในวันที่ 22 กันยายน 2567 บริษัทฯ จะยกเว้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ให้แก่ ผู้ที่เดินทางด้วยจักรยานฟรีทุกสถานี รวมทั้งส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท และส่วนต่อขยายสายสีลม โดยจักรยานพับได้สามารถเข้าระบบฟรี ตลอดเวลาการให้บริการ ส่วนจักรยานพับไม่ได้จะแบ่งระยะเวลาการเข้าระบบฟรีเป็น 2 ช่วงคือ ตั้งแต่เวลา 06.00 - 09.00 น. และตั้งแต่เวลา 22.00 น. จนถึงปิดให้บริการ 

ส่วนรถไฟฟ้าสายสีทอง สามารถนำจักรยานเฉพาะพับได้ เข้าระบบฟรี ตลอดเวลาการให้บริการ ผู้โดยสารสามารถติดต่อขอรับคูปองเดินทางฟรี ได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานี

รถไฟฟ้าบีทีเอส ก้าวเข้าสู่ปีที่ 25 ของการให้บริการ เรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาระบบการให้บริการ ด้วยความรวดเร็ว ปลอดภัย และมีคุณภาพต่อผู้โดยสาร ควบคู่ไปกับการดำเนินนโยบายให้สอดคล้องกับ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลักของบริษัทฯ ที่มีเป้าหมายในการเป็นองค์กร ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero และกิจกรรมวัน Car Free Day ของบริษัทฯ เป็นส่วนหนึ่งที่จะนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้ เพราะเราเชื่อว่าการดำเนินธุรกิจอย่างมีจิตสำนึกต่อชุมชน และสังคม จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญสู่การพัฒนา และเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

ติดตามข้อมูลข่าวสาร หรือสอบถามข้อมูลการให้บริการได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บีทีเอส โทรศัพท์ 02 - 617 - 6000 Line official : @btsskytrain และ Facebook Page : รถไฟฟ้าบีทีเอส หรือเช็กสถานะการเดินรถได้ที่ Application ‘The SKYTRAINs’

‘GAC AION’ เปิดตัว ‘HYPTEC HT’ เอสยูวีไฟฟ้า รุ่นเริ่มต้น 1.449 ล้านบาท รุ่นปีกนก 1.749 ล้านบาท

GAC AION เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต HYPTEC HT เอสยูวีไฟฟ้าลักซ์ชัวรี่ระดับไฮเอนด์ เน้นความหรูหราและเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ผสานเข้ากับการออกแบบ และการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยคุณสมบัติ 5 จุดเด่น ของตัวรถ ได้แก่ HYPTEC Design, HYPTEC Space, HYPTEC Smart, HYPTEC Energy และ HYPTEC Performance เคาะราคาขายเริ่มต้น 1.449 ล้านบาท

(20 ก.ย. 67) นายโอเชี่ยน หม่า (Ocean Ma) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออน ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด,นาย พอนตุส ฟอนเทอุส (Pontus Fontaeus) ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ GAC Advanced Design Los Angeles และผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ HYPTEC, นายสวี่เจ้าหยู่ (Xu Zhaoyu) ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ ร่วมเปิดตัว HYPTEC HT เอสยูวีไฟฟ้าลักซ์ชัวรี่ระดับ ไฮเอนด์ ณ สามย่านมิตรทาวน์ 

นายโอเชี่ยน หม่า เผยว่า หลังจากที่ GAC AION ได้มีการแนะนำแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ Hyper อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัว Hyper HT รถยนต์เอสยูวีไฟฟ้าลักซ์ชัวรี่ระดับไฮเอนด์ที่หลายคนรอคอย ในงาน Motor Show 2024 ล่าสุด HYPER ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจ ด้วยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์ใหม่เป็น ‘HYPTEC’ และไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนชื่อแบรนด์เท่านั้น แต่เป็นการปรับปรุงภาพลักษณ์และกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ครอบคลุมมากขึ้น สะท้อนถึงการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีล้ำสมัยและการขยายตัวในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ

การเปลี่ยนชื่อแบรนด์จาก HYPER เป็น HYPTEC เกิดจากการศึกษาวิจัยตลาดและความต้องการของลูกค้าทั่วโลกอย่างละเอียดลึกซึ้ง ซึ่งชื่อ ‘HYPTEC’ ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการในยุคดิจิทัล โดยชื่อแบรนด์ HYPTEC มาจาก ‘Hyper’ สื่อถึงความสุดยอดและความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และ ‘Technology’ สื่อถึงการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแค่หรูหรา แต่ยังล้ำหน้าด้วยคุณสมบัติทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่โดดเด่น

สำหรับการเปิดตัว HYPTEC HT เอสยูวีไฟฟ้าลักซ์ชัวรี่ระดับไฮเอนด์ มี 2 รุ่นย่อย ได้แก่ HYPTEC HT 620 Premium ราคา 1,449,000 บาท และ HYPTEC HT 620 Luxury (ประตูปีกนก: Gull wing doors) ราคา 1,749,000 บาท 

HYPTEC HT ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจากสถาบัน C-NCAP และได้รับคะแนนระดับ G (ระดับสูงสุด) ในด้านการปกป้องผู้โดยสาร, การปกป้องคนเดินถนน และความปลอดภัยเชิงรุก จากสถาบัน Zhongbao Research แถมระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbones) ด้านหลังแบบอิสระ 5-Link มาพร้อม ASTC (Eagle Claw) ระบบรักษาเสถียรภาพอัจฉริยะ ช่วยปรับสมดุลของตัวรถโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ ระบบความปลอดภัย HYPTEC HT ยังมีออปชัน และระบบเด่น ๆ อีกมากมาย ดังนี้…
- ถุงลมด้านหน้า ด้านข้างตอนหน้า ม่านถุงลม
- ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
- ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า
- ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน

- ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถออกนอกเลน
- ระบบไฟสูงอัตโนมัติ
- ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา
- ระบบเตือนการเปิดประตู

- ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง
- ระบบช่วยเตือนเมื่อรถคันหลังเข้าใกล้
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชัน Stop & Go
- ระบบควบคุมความเร็ว (ICA)

- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ (TJA)
- ระบบควบคุมความเร็วในขณะเข้าโค้ง
- ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่
- ระบบเสียงเตือนคนภายนอกรถขณะขับขี่โหมดมอเตอร์ไฟฟ้า

- ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS)
- ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา

ส่วนพละกำลังของ HYPTEC HT มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 250 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่ขนาด 83.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 340 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 430 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ใน 5.8 วินาที สามารถวิ่งได้ไกล สูงสุด 620 กม. ต่อการชาร์จ1 ครั้ง และรองรับการชาร์จเร็ว โดยสามารถชาร์จไฟจาก 10-70% ได้ภายใน 15 นาที วิ่งได้ระยะทาง 372 และการชาร์จเร็ว สามารถชาร์จไฟจาก 0-100% ภายใน 53 นาที

นอกจากนี้ HYPTEC HT ยังมีจุดเด่นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่ เบาะนั่งหนัง Nappa ที่พักแขนทำจากวัสดุไม้แท้ พร้อมด้วยฟีเจอร์เบาะรองน่องผู้โดยสารด้านหน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า พนักพิงเบาะหลังปรับเอนได้ 143 องศา รวมถึงเบาะรองขาทำให้ผู้โดยสารสามารถเหยียดขาได้ / โต๊ะอเนกประสงค์ด้านหลังเบาะคนขับออกแบบให้มีความโค้ง เพื่อลดอันตรายจากการกระแทกสำหรับเด็ก เบาะคู่หน้ามีระบบนวดไฟฟ้า 10 จุด และโหมดการนวด 5 รูปแบบ

มีหลังคากระจกพาโนรามาขนาด 2.6 ตารางเมตร ม่านไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น 620 Premium) กระจกลามิเนตสองชั้นรอบคัน ป้องกันเสียงจากภายนอก พื้นที่เก็บสัมภาระ 670 ลิตร และพื้นที่จัดเก็บสัมภาระแบบสองชั้นขนาด 80 ลิตร และยังมีพื้นที่จัดเก็บด้านหน้ารถใต้ฝากระโปรงหน้าขนาด 55 ลิตร

มีระบบเสียง Dolby Atmos 7.1.2 พร้อมลำโพง 22 ตำแหน่ง ทำงานร่วมกับซับวูฟเฟอร์ และยังมีลำโพงอิสระที่ตำแหน่งไหล่ของผู้ขับขี่ สำหรับพูดคุยโทรศัพท์หรือฟังระบบนำทางโดยไม่รบกวนการฟังเพลงหรือภาพยนตร์ของผู้โดยสาร

มีจอความละเอียดสูง 2.5K ขนาด 14.6 นิ้ว ประมวลผลด้วยชิป Qualcomm 8155 รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และแอปพลิเคชันอื่น ๆ

สามารถเพิ่มบรรยากาศด้วยระบบน้ำหอมปรับอากาศ ซึ่งสามารถสั่งการผ่านหน้าจอกลาง เลือกกลิ่นได้ 3 รูปแบบ

มีระบบสั่งงานด้วยเสียงแบบ 4 ตำแหน่ง รองรับทุกตำแหน่งในรถ

มีระบบเตือนเมื่อเหนื่อยล้าหรือเสียสมาธิขณะขับขี่

นายโอเชี่ยน หม่า ยังได้กล่าวอีกว่า GAC AION ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบพลังงานควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานใหม่ โดยทำงานร่วมกับ GAC Energy โดยตั้งเป้าสร้างสถานีชาร์จ 25 แห่งในปีนี้ และสร้างเครือข่ายสถานีชาร์จภายในรัศมี 15 กิโลเมตรทั่วกรุงเทพฯ

“ภายในปี 2570 เราวางแผนจะสร้างสถานีชาร์จให้ครอบคลุม 100 เมืองทั่วประเทศ เป็นจำนวน 200 แห่ง เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า AION และ HYPTEC จะได้รับความสะดวกสบายในการชาร์จไฟฟ้า ขณะเดียวกันในด้านการพัฒนาบุคลากร เราได้เพิ่มจำนวนพนักงานในประเทศไทยถึง 12.6 เท่า จากช่วงเริ่มต้น และได้สนับสนุนการสร้างงานในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง”

ในส่วนของสิทธิประโยชน์ HYPTEC Exclusive Privilege ประกอบไปด้วย…

1. Financial Benefit ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% (เมื่อดาวน์ 30% ผ่อน 48 งวด)
*เมื่อรับรถและจดทะเบียนรถ ระหว่างวันที่ 19 กันยายน 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567

2. Exclusive Warranty Package
- รับประกันแบตเตอรี่ และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบรวม ตลอดอายุการใช้งาน (เฉพาะเจ้าของรถส่วนบุคคล ผู้ครอบครองรถลำดับที่ 1, และไม่ใช้งานรถในลักษณะเชิงพาณิชย์) *กรณีไม่เข้าตามเงื่อนไขด้านบน ระยะการรับประกันสำหรับชิ้นส่วนแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบรวม จะถูกปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการรับประกันเป็น 8 ปี หรือ 240,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) โดยนับจากวันที่ออกรถ

- รับประกันคุณภาพรถยนต์ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- รับประกันชิ้นส่วนประตูปีกนก 8 ปี หรือ 240,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

3.Insurance Gift ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี

4. Exquisite Gifts ฟรี ฟิล์มกระจก แผ่นรองเท้า ค่าจดทะเบียน

5. Exclusive Deal for Home Charger ฟรี Home Chager พร้อมบริการติดตั้ง (ฟรีสายไฟความยาวไม่เกิน 20 เมตร / รับประกันเครื่องชาร์จ 1 ปี)

6. In-car Internet Service แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตในรถยนต์ฟรี นาน 2 ปี ไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน

7. Lifetime OTA Firmware Update ล้ำสมัยตลอดการขับขี่ บริการอัปเกรดซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องในระบบรถยนต์ฟรีตลอดชีพ

8. 24 Hours Roadside Service บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

‘ผู้ว่าแบงก์ชาติ’ ชี้!! ถึงเฟดปรับลดดอกเบี้ย ก็ไม่ใช่ว่าไทยต้องลดตาม แจง!! การลดดอกเบี้ยของไทยควรขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก

(20 ก.ย. 67) นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.50% ว่า กรณีเฟดไม่ใช่ว่าเฟดลดแล้วเราต้องลด การที่เฟดลดดอกเบี้ยมีผลกระทบต่อปัจจัยหลายด้าน ซึ่งเป็นตัวแปรที่เราต้องตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย

การดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท. ยังคงเน้นจากปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก ใน 3 ปัจจัย กล่าวคือ แนวโน้มเศรษฐกิจว่าสามารถเติบโตได้ถึงศักยภาพหรือไม่ อัตราเงินเฟ้อ จะเข้ากรอบเป้าหมายหรือไม่ และเสถียรภาพด้านการเงิน แต่การพิจารณาจากสิ่งเหล่านี้ ก็หนีไม่พ้นต้องคำนึงถึงภาพรวมด้วย

ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินของธนาคารกลางรายใหญ่ของโลกควบคู่กันด้วย เพราะการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางในประเทศขนาดใหญ่ ย่อมมีผลกระทบในภาพรวม ที่ต้องคำนึงถึงผ่าน 3 ปัจจัยนี้

อย่างไรก็ดี สำหรับการตัดสินใจต่อนโยบายดอกเบี้ยของไทยจาก 3 ปัจจัยดังกล่าว ในปัจจุบัน ยังไม่เห็นสิ่งที่ทำให้ภาพการประเมินเศรษฐกิจต่างไปจากที่ ธปท.ได้เคยประเมินไว้ โดยยังคง Outlook Dependent ซึ่งเชื่อว่าเป็นกรอบการตัดสินใจที่เหมาะสม ถูกต้อง

นอกเหนือจากนี้ต้องคำนึงว่าการลดดอกเบี้ยจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงแค่ไหน ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างภาระหนี้เดิม กับสินเชื่อใหม่ที่จะเกิดขึ้น และอยากฝากว่า การลดดอกเบี้ยนั้น ผลที่จะส่งต่อไปยังการลดภาระหนี้อาจจะไม่ได้เต็มที่ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง การปรับลดดอกเบี้ย ผลที่จะได้รับอาจไม่มากเท่ากับการปรับโครงสร้างหนี้ และจะคาดหวังว่าดอกเบี้ยลงแล้ว ภาระหนี้จะลดลงทันที คงไม่ใช่

'สายสีเหลือง-สายสีชมพู' ขานรับ 'Car Free Day' นำจักรยาน-สกูตเตอร์พับได้ ขึ้นฟรี 22 ก.ย.นี้

(20 ก.ย. 67) บริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล (EBM) ผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้ามหานคร สายนัคราพิพัฒน์ (สายสีเหลือง) และ บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (NBM) ผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู เปิดเผยว่า...

เนื่องในวันคาร์ฟรีเดย์ (Car Free Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 22 กันยายน ของทุกปี เป็นวันที่ทั่วโลกจัดกิจกรรมรณรงค์ ให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และรถจักรยานให้มากขึ้น เพื่อลดปริมาณรถยนต์ในท้องถนน ลดปัญหามลพิษทางอากาศ และทางเสียง รวมทั้งลดปัญหาการจราจรติดขัด และอุบัติเหตุบนท้องถนน

เพื่อสอดรับกับกิจกรรม Car Free Day ในวันที่ 22 กันยายน 2567 นี้ ทางบริษัทฯ จะยกเว้นค่าโดยสารให้แก่ผู้ที่เดินทางด้วยจักรยานชนิดพับได้ และสกูตเตอร์ชนิดพับได้ ฟรี! ตลอดเวลาการให้บริการทุกสถานี 

ทั้งนี้ แค่เพียงนำจักรยานชนิดพับได้ และสกูตเตอร์ชนิดพับได้ มาแสดงตนเพื่อรับบัตรโดยสารฟรี 1 ใบ ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร สำหรับ เข้า-ออก ในระบบรถไฟฟ้า ผ่านทางประตูพิเศษ (Swing Gate) 

อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยขณะอยู่ในระบบรถไฟฟ้า ขอความร่วมมือห้ามปั่นจักรยาน หรือสกูตเตอร์, ระมัดระวังจักรยาน หรือสกูตเตอร์ เกี่ยว/เฉี่ยว ชนกระแทกผู้อื่น หรือขบวนรถ, ไม่วางจักรยาน หรือสกูตเตอร์ กีดขวางผู้อื่น และไม่ถอด หรือพับ จักรยาน หรือสกูตเตอร์ ขณะอยู่ในขบวนรถ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์รถไฟฟ้ามหานคร สายนัคราพิพัฒน์ (สายสีเหลือง) และรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู MRT Yellow Line - MRT Pink Line Call Center โทรศัพท์ 02 - 617 - 6111, Line Official : @pinkyellowline เว็บไซต์ www.ebm.co.th, www.nbm.co.th หรือ Facebook Page : MRTYellowLine, MRTPinkLine หรือเช็กสถานะการเดินรถได้ที่ Application ‘The SKYTRAINs’


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top