Monday, 10 August 2026
Hard News Team

โซเชียลเดือด!! สส.พรรคส้ม แจมสัมมนา Sex Creator ร่วม 'ชายต๊อง' หมกมุ่นแต่ 'เหล้า-เบียร์-เซ็กซ์-พม่า' ส่วนปัญหาบ้านเมือง-ทุนเทา เงียบกริบ

จากกรณีเมื่อวันที่ 17 ก.ย.67 ทนายแจม สส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า...

“วานนี้ (16 ก.ย. 67) แจมได้รับเชิญมาร่วมวงสัมมนาในหัวข้อ Sex Creator เพศพาณิชย์ โอกาสหรือความอับอาย ที่จัดโดย คณะกรรมาธิการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภาค่ะ…

“สัมมนาครั้งนี้ ได้ร่วมเสวนากับ สส. เท่าพิภพ @taopiphop, คุณชายต๊อง Sex Creator และคุณเอช จากองค์กร Daydm ได้แลกเปลี่ยนกันหลายประเด็นมาก ๆ เช่น -Sexual Pleasure Right is Human Right. สิทธิในความพึงพอใจทางเพศเป็นสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่ง…

“- Sex toys ที่เป็นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาสุขภาวะทางเพศ ได้เปิดโลกมาก ๆ ว่า เซ็กส์ทอยตอนนี้พัฒนาไปไกลมาก ๆ ค่ะ…

“- กฎหมายที่ทำให้ Sex Creator ไม่สามารถทำได้ และไม่ได้ถูกปกป้องจากกฎหมายลิขสิทธิ์ และ การกีดกันของกฎหมายที่ส่งผลถึงอุตสาหกรรมหนังผู้ใหญ่ที่ช่วยให้เกิดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้…

“สุดท้ายการจะผลักดันกฎหมายที่ก้าวหน้า ต้องอาศัยการให้ความรู้ความเข้าใจกับสังคมไปพร้อม ๆ กัน สังคมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่กฎหมายปัจจุบันไม่สามารถตามทันได้ในปัจจุบัน สุดท้ายก็จะสามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้ในอนาคตค่ะ…

“#กมธท่องเที่ยว #Sextourism #ทนายแจมศศินันท์”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวปรากฏ ก็ทำให้ชาวโซเชียลแสดงความเห็นถึงการที่ พรรคประชาชน ถึงเชิญ นายธนพณ เชี่ยวสุทธิ อายุ 29 ปี มีฉายา 'ชายต๊องหญิงเพี้ยน' ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ และพรากผู้เยาว์ มาร่วมงานครั้งนี้ อาทิ...

- คนที่คุณคุยด้วยคือคนที่เคยมีคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กอายุ 16 มันจะซ้ายจัดจนไร้สติอะไรขนาดนั้นน่ะ แค่นี้ประเทศไทยก็เหมือนไม่มีกฎหมายอยู่แล้วนะ

- ภูมิใจไหมครับ ที่มีคนเหี้*ๆ ที่จ้างเด็กอายุ 16 มาเอา มาร่วมเสวนาด้วย คุณคงภูมิใจ

- ไม่เห็นด้วยกับการให้พื้นที่กับคนที่มีคดีอนาจารเด็ก แม้แต่ในมาตรฐานสากลพวกที่ทำกับเด็ก ไม่มีโอกาสมาลอยหน้าลอยตาในสังคม เท่าพิภพนี่หลายรอบแล้วทำงานชุ่ยมาก ไม่ได้เช็กประวัติคนที่เชิญมาก่อนเหรอว่ามายังไง

- บ้าหรือเปล่าสนับสนุนให้เด็กขายตัว ดูหนังโป๊มากไปไหมครับ? เลิกทำเรื่องชั่ว ๆ เถอะ ตายไปจะได้ไม่ต้องลงมาหานรกขุม 3 ทุกข์ทรมานยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์

- ยากจะช่วย Defend พี่แจม แต่พอนึกถึงรูปนั้นแล้วก็ช่วยไม่ลงจริง ๆ ครับ

- แล้ว สส. ไม่ได้รีเช็กอะไรเลยเหรอ ให้คนนี้ที่มีคดีเคยบอกว่าตัวเองถูกหลอกไม่รู้มาก่อนว่าน้องมันเด็ก แล้วเด็กมันก็หลอก หรือเจ้าตัวเองก็ไม่ได้หนีข้อหา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความเหมาะสมอ่ะค่ะ คนอื่นก็ได้นะคะ ไม่ใช่คนนี้ที่เป็นสุดยอด Sex Creator เพียงคนเดียวค่ะ คนอื่นมาตรฐานดีกว่าเค้าก็มี

- ไม่ควรเชิญคนทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะละเมิดเด็กเรื่องเพศ มามีหน้ามีตาในสังคม

- ทนาย ควรเห็นใจเหยื่อ วัย 16 ปีนะ คิดดูสิ ถ้าเป็นลูกหลาน โดนหลอกมาทำแบบนี้ จะรู้สึกยังไงฮะ

- เอาคนใส่ EM มา ความน่าเชื่อถือเป็น 0 เลย คนที่ผลักดันด้านนี้ผมก็เห็นว่ามีเยอะ ทำไมต้องไอชายต๊องอะ เอาคนที่ไม่มีคดีไม่ได้แล้วหรอ

- สนับสนุนเรื่องทางเพศ โดยเอาคนล่อลวงเยาวชนมาถ่ายหนังโป๊มาสัมมนาป่าวนะ ที่ข้อเท้ากำไลสั่งทำพิเศษเหรอคะ แบบที่ไม่มีคดีไม่มีใส่รึเปล่า 

- คิดยังไงกับข่าวพ่อบังคับลูกทำ Only Fans ครับ

- ทำไมหมกมุ่นอยู่กับเรื่องพวก เหล้า เบียร์ Sex พม่า ปาเลสไตน์ เดี๋ยวนี้ ลืมเรื่องใหญ่ๆ หมดเช่น ส่วยรถบรรทุก จีนเทา และสารพัดเรื่อง

เมื่อกระแสไม่พอใจเริ่มลุกลาม ทางด้าน สส.เพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ จึงได้โพสต์ข้อความใน X โดยชี้แจงว่า นายธนพณ เชี่ยวสุทธิ เป็นผู้ต้องหาค้ามนุษย์และล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์จริง แต่โดนผู้เยาว์หลอกว่าอายุ 20 แล้ว พร้อมทั้งระบุว่า หากกฎหมายที่พรรคของตนเสนอนำมาบังคับใช้ จะมีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง เซ็กซ์ครีเอเตอร์ จะไม่โดนเด็กหลอกโกงอายุอีกต่อไป ดังนี้...

“ชี้แจงกรณีที่ กมธ.ท่องเที่ยว เชิญ Sex Creator ที่มีคดีล่วงละเมิดทางเพศกับผู้หญิงอายุ 16 ปีมาเสวนาในงานดังนี้...

“1.ทนายแจมเป็นแขกรับเชิญมาให้ความเห็นทางกฎหมายเนื่องจากเป็นทนายที่เชี่ยวชาญเรื่องสตรีและผู้เยาว์…

“2.มีข้อสงสัยว่า Sex Creator ท่านนี้ถูกผู้เยาว์หลอกว่าอายุเกิน 20 ปีจริงหรือไม่ และหากมีกฎหมายแบบต่างประเทศที่ผู้อยู่ในธุรกิจ Sex Creator ต้องลงทะเบียน ทำให้ป้องกันผู้เยาว์เข้าสู่ธุรกิจนี้ได้จริงหรือไม่…

“3.เมื่อไม่มีกฎหมายบังคับและทุกวันนี้ทุกคนสามารถเข้าสู่โซเชียลมีเดียได้อย่างง่ายดาย  จึงเป็นอันตรายอย่างยิ่งที่จะถูกล่อลวงให้เป็นทั้งผู้ชมหรือผู้แสดง จึงต้องฟังข้อมูลจากฝั่งผู้ผลิตผลงานที่เคยกระทำผิด เพื่อหาทางป้องกันให้เท่าทันกับโลกที่เปลี่ยนไป…

“4.เป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นทั้งคัดค้านและสนับสนุน เพื่อนำความเห็นที่แตกต่างไปหาทางออกสำหรับข้อกังวลของสังคมเกี่ยวกับ Sex Creator และ Sex Toys…

“5.หลายท่านอาจมองว่ามี Sex Creator อีกหลายท่านที่ควรเชิญมาแทน แต่สำหรับ ตัวแทนกมธ.คิดว่าหากเชิญคนที่ไม่มีปัญหาก็อาจได้มุมมองที่คล้ายๆกัน แต่คนที่มีปัญหาอาจได้ข้อมูลที่แตกต่าง เพื่อใช้เป็นข้อมูลที่อาจมองข้ามหรือไม่เป็นที่สนใจ เพื่อใช้ในการออกแบบกฎหมายในอนาคต…

“6.การทำงานทางความคิดเกี่ยวกับเรื่อง Sex Creator และ Sex Toys ในประเทศไทย ยังต้องใช้เวลาและความเข้าใจเป็นอย่างมาก แม้หลายประเทศที่เจริญกว่าเราจะอนุญาตให้ทำและมีกฎหมายรองรับ แต่ก็อาจมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันกับสังคมไทย ที่เราจำเป็นต้องเคารพและรับฟังผู้ที่เป็นกังวลและเห็นต่าง ไม่ว่าทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตรงนี้จะมีความเห็นอย่างไร ทางพรรคประชาชนยินดีรับฟังและน้อมรับคำแนะเพื่อให้กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นประโยชน์มากที่สุด เหมาะสมกับยุคสมัยและความรู้สึกของคนไทยไม่ว่าจะเป็นคนหัวก้าวหน้าหรืออนุรักษ์นิยม…

“#พรรคประชาชน”

ทั้งนี้ก็มีผู้เข้ามาสนับสนุนพรรคประชาชน และผู้ไม่เห็นด้วย เข้ามาแสดงความเห็นต่าง ๆ เช่น...

- เยี่ยม ฟอกขาวให้อาชญากรอีก สนับสนุนให้เยาวชนขายตัวและถ่ายหนังโป๊ และยังช่วยกันปกป้องผู้กระทำผิดอีกด้วย จะชั่วไปถึงไหน???

- เรามองว่า ไม่ใช่เรื่องด่วนหรือจำเป็นต้องทำ และคิดว่าคนทำผิดกฎหมาย พรรคก้าวไกล กลับเชิญมาเป็นวิทยากร ยิ่งแย่มาก

- Sex Toy ทำไปเลยเพราะมันอยู่ในที่ลับ แต่ Sex Creator ขอคัดค้าน เพราะมันจะกลายเป็นตราบาปให้กับเด็กผู้หญิง ที่อาจตัดสินใจทำไปเพราะหลงผิดหรือคาดไม่ถึง แต่มันจะกลายเป็นตราบาปที่ล้างไม่ออกตลอดไปของพวกเธอ จะกลายเป็นปัญหาสังคมในภายภาคหน้า ให้มันอยู่ในมุมมืด ๆ ดีแล้ว

- คุณเพชรโพสต์แบบนี้ดีครับ รู้สึกเป็นงานเป็นการ ฝ่ายตรงข้ามที่จ้องหาช่องเอาไปปั่นเรื่องต่อก็ทำยากขึ้นครับ 

- ให้กำลังใจครับ ดูจากเมนต์ คงต้องทำงานทางความคิดเพิ่มอีกเยอะครับ

- ไม่แปลกใจ ในอดีต พรรคคุณยังมีสมาชิกที่ไปล่วงละเมิดทีมงานเลย อุดมการณ์เรื่องแบบนี้แรงกล้ามาก

- ก่อนทำ Content ทุกครั้ง ถ้าเขาขอตรวจสอบหลักฐานเรื่องอายุ เขาจะไม่ถูกหลอก ซึ่งตรวจสอบไม่ยาก ประเด็นนี้คือคนทำ Content ไม่ตรวจสอบให้ดีก่อน ทำไมไม่ตรวจสอบทั้งที่สุ่มเสี่ยงจะทำผิดร้ายแรง

- สนับสนุน Sex Creator ให้มีหนทางทำกิน ก็เหมาะสมกับพรรคนี้ดีนะครับ ลูกสาวบ้านใครก็ทำไปเหอะ แต่ไม่ใช่บ้านกู ใช่ไหมครับ อนาถใจกับข่าวพ่อข่มขืนลูกสาว 14 ปี ถ่าย OLF มาก

- เว็บเถื่อนสีดำ แชตส่วนตัว แชตลับ วิดีโอคอล ต่อให้มี กม.ควบคุม เยาวชนที่ฟุ้งเฟ้ออยากมีอยากได้อยากสบายอยากรวยทางลัด มันก็ยังทำอยู่ดี ยิ่งมีการสนับสนุนอาชีพนี้เท่ากับส่งเสริมทางอ้อมว่ามันเหมือนไม่ใช่ความผิดทางกม.มันมีแค่คำว่าอายุมากำหนด ทุกวันนี้เด็กประถมก็แอบทำคลิปหรือคอลกันแล้ว

- แค่ตั้งข้อสงสัยว่า 'ถูกผู้เยาว์หลอก' แค่นี้ก็บ่งบอกถึงคุณภาพ และแนวคิดของ สส. คุณภาพครับ เปลืองภาษีพวกกูจริง ๆ

- ตลกอะ ที่คุณพูดถึงเรื่องนี้ในกรณีที่ Sex Creator เป็นฝ่ายถูกหลอก แล้วก็เข้าข้างเขาในสภาการณ์นี้ ตรรกะมันจะวิบัติและเสื่อมไปได้ถึงขนาดนี้แล้วหรอ คุณก้อง

- แปลได้ว่า พรรคสนับสนุนคนแบบนี้ให้มีที่ยืนในสังคม ซึ่งก็ไม่แปลกใจอะไร

‘เพจเจอร์’ เทคโนโลยียุคเก่า ความนิยมในวงการแพทย์ ใช้แจ้งเหตุฉุกเฉินพร้อมกัน ในขณะที่มือถือทำไม่ได้

‘เพจเจอร์’ เครื่องเล็ก ๆ ที่เคยถูกมองว่าล้าสมัยกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ทั้งในแง่ของการใช้งานในภาคการแพทย์และเหตุการณ์ระเบิดเพจเจอร์ที่สั่นสะเทือนเลบานอน ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงหน่วยสืบราชการลับของอิสราเอล

(20 ก.ย. 67) สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ความเป็นที่นิยมของ 'โทรศัพท์มือถือ' จนกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารหลักของโลก ได้ทำให้วิทยุติดตามตัว หรือ 'เพจเจอร์' กลายเป็นสิ่งล้าสมัยไปอย่างมาก โดยความต้องการลดลงจากช่วงรุ่งเรืองในทศวรรษ 1990

อย่างไรก็ตาม เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กเหล่านี้ยังคงเป็นวิธีการสื่อสารที่สำคัญในบางพื้นที่ เช่น การดูแลสุขภาพและบริการฉุกเฉิน เนื่องจากความทนทานและมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน

แพทย์ศัลยกรรมอาวุโสที่โรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่งของสหราชอาณาจักรกล่าวว่า “นี่เป็นวิธีที่ถูกที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุดในการสื่อสารกับผู้คนจำนวนมากเกี่ยวกับข้อความที่ไม่ต้องการคำตอบ” โดยเสริมว่า เพจเจอร์นั้นมีการใช้กันทั่วไปโดยแพทย์และพยาบาลทั่วทั้งระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ของประเทศ

ล่าสุด ประเด็นวิทยุสื่อสารได้ครองหน้าข่าวเกือบทุกสำนัก เมื่อมีการระเบิดเพจเจอร์หลายพันเครื่องที่ใช้โดยสมาชิกกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์พร้อมกันทั่วเลบานอน จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 คน และบาดเจ็บเกือบ 3,000 คน

ตามแหล่งข่าวความมั่นคงระดับสูงของเลบานอนและแหล่งข่าวอีกแห่งหนึ่งระบุว่า อุปกรณ์ระเบิดภายในเพจเจอร์นั้นถูกฝังโดย 'มอสซาด' หน่วยสืบราชการลับของอิสราเอล

สำหรับเพจเจอร์นั้น NHS ของสหราชอาณาจักรใช้งานประมาณ 130,000 เครื่องในปี 2019 ซึ่งคิดเป็นมากกว่าหนึ่งในสิบของเพจเจอร์ทั่วโลก

แพทย์ที่ทำงานในแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลพกเพจเจอร์เมื่อพวกเขาอยู่ในเวร แพทย์อาวุโสใน NHS กล่าวว่า เพจเจอร์หลายเครื่องยังสามารถส่งเสียงไซเรนและข้อความเสียงไปยังกลุ่ม เพื่อให้ทีมแพทย์ทั้งหมดได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับเหตุฉุกเฉินพร้อมกัน ซึ่งไม่สามารถทำได้ด้วยโทรศัพท์มือถือ

นอกจากนี้ สถาบันเรือช่วยชีวิตแห่งชาติของสหราชอาณาจักร ยังใช้เพจเจอร์นี้เพื่อแจ้งเตือนลูกเรือของตน

ตัวเพจเจอร์นั้น สามารถติดตามได้ยากกว่าสมาร์ตโฟน เนื่องจากขาดเทคโนโลยีการนำทางที่ทันสมัยกว่า เช่น ระบบตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ หรือ GPS สิ่งนี้ทำให้เพจเจอร์เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในหมู่อาชญากร โดยเฉพาะผู้ค้ายาเสพติดในสหรัฐฯ ในอดีต

อย่างไรก็ตาม แก๊งอาชญากรรมกำลังใช้โทรศัพท์มือถือมากขึ้นในปัจจุบัน เคน เกรย์ อดีตตัวแทน FBI กล่าวกับรอยเตอร์สว่า “ตอนนี้พวกอาชญากรหันไปใช้โทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์แบบใช้แล้วทิ้ง ซึ่งสามารถทิ้งได้ง่ายและแทนที่ด้วยโทรศัพท์เครื่องอื่นที่มีหมายเลขต่างกัน ทำให้ติดตามได้ยาก”

ทั้งนี้ ตลาดเพจเจอร์ทั่วโลก ซึ่งเคยเป็นแหล่งรายได้สำคัญสำหรับบริษัทอย่าง Motorola มีมูลค่าอยู่ที่ 1,600 ล้านดอลลาร์ในปี 2023 ตามรายงานเดือนเมษายนของ Cognitive Market Research จำนวนนี้คิดเป็นเพียงเศษเล็กเศษน้อยของตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก ซึ่งมีมูลค่าประมาณครึ่งล้านล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2023

แต่ความต้องการเพจเจอร์กำลังเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความต้องการการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในภาคการดูแลสุขภาพ รายงานคาดการณ์อัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้นที่ 5.9% จากปี 2023 ถึง 2030 โดยอเมริกาเหนือและยุโรปเป็นตลาดเพจเจอร์ที่ใหญ่ที่สุดสองแห่ง โดยสร้างรายได้ 528 ล้านดอลลาร์ และ 496 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ

'พิชัย' เปิดเวทีชวนนักธุรกิจ นักลงทุนสหราชอาณาจักร ดึงเข้าอีอีซี แลนด์บริดจ์ พร้อมเจรจาปักหมุดให้ไทยอยู่ในโฟกัสชาวโลก 

เมื่อวานนี้ (19 ก.ย.67) เวลา 15:00 น ตามเวลาท้องถิ่น นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวปาฐกถาเปิดงานสัมมนา 'ยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-สหราชอาณาจักรสู่ระดับใหม่' ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน โดยได้กล่าวยินดีที่จะได้สานต่อความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร ซึ่งในปีหน้าจะครบรอบ 170 ปีแห่งความร่วมมือระหว่างสองประเทศในทุกมิติโดยเฉพาะการค้าการลงทุน

สหราชอาณาจักรเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทยมาโดยตลอด ในปี 2566 การค้าทวิภาคีไทย-สหราชอาณาจักร มีมูลค่าถึง 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา การเติบโตนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนถึงความร่วมมืออย่างลึกซึ้งระหว่างกัน 

นายพิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “รัฐบาลไทยมุ่งส่งเสริมความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจและการค้า (JETCO) ซึ่งจัดตั้งขึ้นหลัง Brexit ถือเป็นเวทีอย่างเป็นทางการสำหรับการเจรจาทางเศรษฐกิจระดับสูงระหว่างสองประเทศ โดยผ่านทาง JETCO ไทยประสบความสำเร็จในการพัฒนาโรดแมพหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย-สหราชอาณาจักร ซึ่งให้กรอบการทำงานที่ชัดเจนสำหรับการขยายความร่วมมือในหลากหลายภาคส่วน และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการกระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์และเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน”

หลังจากที่ไทย-สหราชอาณาจักร ได้บรรลุอีกหนึ่งก้าวสำคัญด้วยการลงนามในความเป็นหุ้นส่วนทางการค้าที่เพิ่มพูน (Enhanced Trade Partnership - ETP) ETP จะช่วยปลดล็อกศักยภาพของความสัมพันธ์ทางการค้าทวิภาคีระหว่างสองประเทศ ครอบคลุมกว่า 20 ภาคส่วนสำคัญ รวมถึงการค้าดิจิทัล การเกษตร ความยั่งยืน และเทคโนโลยี แผนงานที่แนบมากับ ETP ระบุถึงกิจกรรมร่วมที่ทั้งสองฝ่ายจะดำเนินการในภาคส่วนเหล่านี้ตลอดสองปีข้างหน้า ซึ่งจะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับความร่วมมือของเรา

รัฐบาลไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการค้า การลงทุน และการทูตเชิงรุกอย่างเต็มที่ เป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสให้ธุรกิจและให้ไทยเป็นที่ประจักษ์ในระดับโลก และศักยภาพของ FTA ไทย-สหราชอาณาจักรจะไม่เพียงแต่เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจแต่ยังจะเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจในทั้งสองประเทศ ขับเคลื่อนความเจริญรุ่งเรืองในระยะยาวสำหรับทั้งสองเศรษฐกิจ ปัจจุบันไทยได้ลงนามใน FTA แล้ว 15 ฉบับกับ 19 ประเทศ รวมถึงสมาชิกอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย และกำลังเจรจาข้อตกลงกับพันธมิตรอย่างสหภาพยุโรป EFTA และเกาหลีใต้ 

นอกเหนือจากความพยายามของรัฐบาล ภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในความเป็นหุ้นส่วนไทย-สหราชอาณาจักร สภาผู้นำธุรกิจไทย-สหราชอาณาจักร (TUBLC) สภาธุรกิจไทย-สหราชอาณาจักร (TUBC) หอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างธุรกิจกับธุรกิจที่แข็งแกร่ง องค์กรเหล่านี้เป็นเวทีให้ธุรกิจได้มีส่วนร่วม ร่วมมือ และสร้างนวัตกรรม ทำให้มั่นใจได้ว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจยังคงมีพลวัตและมองไปข้างหน้า บทบาทของภาคธุรกิจทั้งในไทยและสหราชอาณาจักรจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนี้ วิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย มุ่งที่จะให้ไทยเป็นศูนย์กลางระดับโลกด้านการท่องเที่ยว บริการทางการแพทย์ การเกษตร และนวัตกรรม และด้วยสหราชอาณาจักรเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการเติบโตอย่างยั่งยืน จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ปลดล็อกช่องทางใหม่ๆ ผ่านการเจรจาและความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อผลประโยชน์ที่จับต้องได้สู่ภาคธุรกิจและประชาชนของสองประเทศ

‘ธนกร’ สะกิดรัฐสภา คิดถี่ถ้วนก่อน แก้ รธน. ด้าน ‘จริยธรรม’ ชี้!! ‘ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง’ เร่งด่วน-ต้องรีบทำมากกว่า

(20 ก.ย. 67) ที่จังหวัดราชบุรี นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดการสัมมนาและปาฐกถาเรื่อง ‘บทบาทหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน’ โดยมีนางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี และนส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติให้การต้อนรับ

นายธนกร กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนและตระหนักถึงปัญหาของประชาชนในพื้นที่ จึงได้มาเผยแพร่ความรู้ สร้างความเข้าใจในเรื่องบทบาทหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร บทบาทของคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งมีทั้งการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และการสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล รวมทั้งการเปิดเวทีอันเป็นช่องทางที่ประชาชนได้สะท้อนปัญหา เสนอข้อร้องเรียนต่าง ๆ ผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชนในพื้นที่ได้ 

ทั้งนี้ นายธนกร ยังกล่าวว่า กรณีที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนกำลังเตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เรื่องมาตรฐานจริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ของสส. และรัฐมนตรี ซึ่งฝ่ายค้านโดยพรรคประชาชนก็เห็นพ้องด้วยนั้น ส่วนตัวมองว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงและผ่านการทำประชามติของประชาชน หากจะเป็นการแก้รายมาตรา ก็ควรแก้ในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วน หรือแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชนก่อนจะดีกว่า โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา 160(4) (5) มีเจตนารมณ์สำคัญในการป้องกันบุคคลที่ปราศจากคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต เข้ามามีอำนาจในการบริหารบ้านเมือง หากมีการแก้ไขตรงนี้หรือทำให้เบาลงอาจจะเป็นการเปิดช่องให้บุคคลที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตโดยแท้เข้ามามีอำนาจได้ 

“กรอบของคำว่าจริยธรรมในรัฐธรรมนูญ ถือเป็นด่านพิสูจน์เพื่อใช้กลั่นกรองบุคคลที่จะก้าวเข้าสู่อำนาจว่าเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมหรือไม่ เป็นการตรวจคัดกรองอย่างเข้มข้น เพราะหากแต่งตั้งให้คนที่มีความประพฤติผิดทางจริยธรรมเข้ามาบริหารบ้านเมือง อาจจะส่งผลเสียต่อประเทศชาติและประชาชนได้ ตนจึงเห็นด้วยที่ควรยึดและยกมาตรฐานตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปราบโกงให้สูงเข้าไว้ก่อน ผมเชื่อว่า ท่านสส.ท่านรัฐมนตรีทุกคน ต่างก็หวังดีและตั้งใจทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองอยู่แล้ว ประชาชนต้องการ ผู้บริหารประเทศที่มีมาตรฐาน คุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต เข้ามาปกครองบ้านเมือง จึงขอฝากรัฐสภาให้มีการคิดทบทวนในประเด็นนี้ให้รอบคอบ เพราะถ้ารัฐสภา ทั้งสส.และสว.ร่วมกันแก้รัฐธรรมนูญในเรื่องจริยธรรมดังกล่าว อาจถูกสังคมและประชาชนมองว่าเป็นการแก้เพื่อตัวเอง แก้เพื่อนักการเมืองเสียเอง และหากถูกยื่นร้องให้ตรวจสอบอาจส่อไปในทางที่ขัดต่อกฎหมายได้ จึงควรคิดพิจารณาให้รอบคอบ” นายธนกร ระบุ

'อ.ต่อตระกูล' เผย!! ปี 67 ไทยมีคนอายุเกิน 100 ปี ติดท็อป 5 ของโลก ส่วนใหญ่อยู่ภาคใต้ ที่เหลือกระจายตามจังหวัดใหญ่ๆ ทั่วประเทศ

(20 ก.ย. 67) รองศาสตราจารย์ ต่อตระกูล ยมนาค นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

ประเทศไทย ในปี 2567 นี้มีคนอายุเกิน 100 ติดอันดับ 5 ของโลก มีจำนวนถึง 42,485 คน  

น่าภาคภูมิใจมาก เพราะไทยเป็นประเทศที่มี ลำดับความเจริญเศรษฐกิจ ต่ำที่สุดใน 5 ชาตินี้ แต่มีพลเมืองมีความสุข มีการดูแลสุขภาพผู้สูงวัยได้ดี จนมีจำนวนคนอายุยืนเกิน 100 ปี มากติดอันดับสูงสุด 5 ประเทศของโลกได้ 

ประเทศอันดับ 3 และ 4 คือ จีน และ อินเดีย ซึ่งมีพลเมือง มากที่สุดในโลก ประเทศละ 1,400 ล้านคน อันดับ 2 คือ อเมริกา มีพลเมือง 340 ล้านคน และที่ 1 ในปี 2024 นี้คือ ญี่ปุ่น ที่มีพลเมือง 120 ล้านคน

ข้อมูลจาก The Countries with the Most Centenarians in the World. 

มีข้อมูลแสดงการเปลี่ยนแปลง ของลำดับขึ้น ๆ ลง มาตั้งแต่ปี 1950 มาจนถึง 2024 ไทยอยู่ในอันดับต้น ๆ มาตลอด เราเคยอยู่ในอันดับเหนือกว่าญี่ปุ่นด้วย เปิดดูคลิปที่แสดงสถิติแบบเคลื่อนไหวได้ ได้ที่ :
https://images.app.goo.gl/TSmvJq9SX3DNRsuPA

ประเทศไทย ต้องมีอะไร ที่ทำให้คนอายุยืน กว่าชาติอื่นๆ? ต้องหาความจริงนี้ให้ได้   

เบื้องต้นมีข้อมูลจากกรมการปกครอง เผยข้อมูลว่าผู้สูงอายุเกิน 100 ปี มีอยู่ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้สุด 5 จังหวัดมากที่สุด ถึง 5 พันกว่าคน ที่เหลืออยู่ในจังหวัดใหญ่ ๆ ทั่วประเทศ มากที่สุดคือที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล

รัฐช่วยบ้านเสียหายเกิน 70% จากอุทกภัย เคาะ!! ได้รับเงินหลังละ 2.3 แสนบาท

(20 ก.ย. 67) จากที่มีข้อมูลออกมาเกี่ยวกับรัฐบาลเยียวยาบ้านที่เสียหายเกิน 70% จากอุทกภัย หลังละ 2.3 แสนบาท ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น ‘เป็นข้อมูลจริง’

โดยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับเรื่องการลดขั้นตอนทางเอกสาร ที่สมัยก่อนต้องเอาเอกสารไปเสนอ แต่ตอนนี้จะให้ส่วนราชการทั้งกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงไปดูและสรุปให้รวดเร็วที่สุด ถ้าบ้านเรือนไหนที่เสียหายเกิน 70% จะได้รับเงินเยียวยาหลังละ 2.3 แสนบาท

ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.prd.go.th หรือ โทร. 02-618-2323

'ดร.สุวินัย' มอง!! กระแสต้าน 'พระอาจารย์ต้น' แพร่ธรรมละยึดโยงพระไตรปิฎก ชี้!! สิ่งที่สอนถูก ก็ต้องบอกว่าถูก สิ่งที่สอนผิด ก็ต้องบอกว่าผิด "นี่คือธรรม"

(20 ก.ย. 67) รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ 'การแก้ไขภาวะโรคซึมเศร้าตามแนวทางพระพุทธศาสนา' ระบุเนื้อหา ดังนี้...

๑. ตั้งจิตระลึกถึงพระรัตนตรัยให้บ่อยที่สุดในแต่ละวัน หรือระลึกทั้งวันก็ได้ ด้วยบทระลึกถึงพระรัตนตรัยว่า...

“พุทโธ เม นาโถ พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า 
ธัมโม เม นาโถ พระธรรมเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า 
สังโฆ เม นาโถ พระสงฆ์เป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า” 

>> ให้ 'ระลึก' ย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ ไว้เรื่อย ๆ อยู่เสมอ
>
๒. หากมีอารมณ์ใดเกิดกระทบจิตในแต่ละครั้ง ให้ทักอารมณ์นั้นตรง ๆ ไปเลย เช่น หากเกิดความเครียดขึ้นมาให้ทักว่า...

“นี่คือความเครียด 
ความเครียดกำลังเกิดขึ้นกับจิต 
จิตกำลังมีความเครียด 
ความเครียดมีอยู่ในจิต 
จิตกำลังถูกความเครียดปรุงแต่ง 
ความเครียดกำลังปรุงแต่งจิต”  

>> ให้ฝึก 'ทักอารมณ์' อยู่บ่อย ๆ

๓. หากอาการซึมเศร้าเกิดขึ้นมามากจนควบคุมไม่ได้ ก็ให้ทักอาการซึมเศร้านั้นตรง ๆ ว่า...

“นี่คืออาการซึมเศร้า 
อาการซึมเศร้าเกิดขึ้นกับจิต 
จิตมีอาการซึมเศร้า 
อาการซึมเศร้ามีอยู่ในจิต 
จิตถูกอาการซึมเศร้าปรุงแต่ง 
อาการซึมเศร้ากำลังปรุงแต่งจิต” 

>> ทักอาการซึมเศร้าไว้เรื่อย ๆ จนกว่าจะคลายไป หากเกิดอีกก็ให้ทักอีกอยู่เรื่อย ๆ

๔. ให้แผ่เมตตาก่อนนอนทุกคืน 

๕. สวดพระปริตร ๒ บทคือ รัตนปริตรกับอาฏานาฏิยปริตร ทุก ๆ วัน

~ จารุวณฺโณ ภิกฺขุ (พระอาจารย์ต้น)

*********

เหตุที่ กรรมฐานนี้ได้ผลในการแก้ไขภาวะโรคซึมเศร้าให้ดีขึ้นได้ เพราะ...

(1) กรรมฐานนี้สอนให้ 'เจริญสติ' ด้วยการให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าหัดตั้งจิตระลึกถึงพระรัตนตรัยให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ในแต่ละวันทุกวัน

เนื่องจากภาวะซึมเศร้าเป็น 'อกุศลจิต'  ขณะที่การระลึกถึงพระรัตนตรัย เป็น 'กุศลจิต' ... กรรมฐานนี้คือ อุบายใช้ 'น้ำดี' (กุศลจิต) เข้ามาแทนที่ 'น้ำลาย' ในจิตนั่นเอง แม้จะเป็นครั้ง ๆ คราว ๆ ก็ตาม อุปมาดั่งสภาวะจิตที่อยู่ในความมืด (อุกศลจิต) แล้วทำการจุดเทียน (กุศลจิต) ส่องความสว่างขึ้นมาท่ามกลางความมืดเพื่อมาแทนความมืดชั่วคราวนั่นเอง

หัวใจจึงอยู่ที่การทำได้บ่อย ๆ เพื่อให้จิตที่ซึมเศร้าได้สัมผัสแสงสว่างบ้าง และบ่อยขึ้น มากขึ้น นานขึ้น จนกระทั่งจิตที่อยู่ในภาวะซึมเศร้ากลับมาสู่จิตปกติของปุถุชนที่ทุกข์น้อยลงจากโรคซึมเศร้า

(2) กรรมฐานนี้สอนให้ 'ดูจิต' 'ดูอารมณ์' โดยตรง โดยใช้วิธี 'ทักอารมณ์นั้นตรง ๆ' ... การทักอารมณ์ที่เป็นอกุศลจิตตรง ๆ เช่น ความเครียดกับอาการซึมเศร้า ... มันคือการทำให้จิต 'รู้ตัว' และหลุดออกจากอารมณ์ที่เป็นอกุศลจิตนั้นได้ชั่วคราว ครั้งพออารมณ์ที่เป็นอกุศลจิตนั้นกลับมาใหม่อีก ก็ให้ "ทักอารมณ์" นั้นอีกเรื่อย ๆ ทุกครั้งไป เมื่อทำเช่นนี้บ่อยครั้ง อุศลจิตที่ว่าจะตั้งอยู่ไม่ได้ มันจะคลายอำนาจการครอบงำจิตได้น้อยลงหรืออ่อนแรงลง  เพราะจิตเป็นอนิจจัง

ผมจะไม่พาดพิงเรื่องที่ มติเถรสมาคมสั่ง 'พระอาจารย์ต้น' (ผู้สอนกรรมฐานข้างต้นเพื่อแก้ไขภาวะโรคซึมเศร้า) ให้แก้ไขแนวคิด-การเผยแพร่ว่าต้องยึดพระไตรปิฎก ... เพราะผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอ่อนไหว และผมเองก็ไม่ได้สนใจติดตามคำสอนของพระอาจารย์ต้นมาก่อนจนกระทั่งเกิดกระแสต่อต้านขึ้นมาจนกลายเป็นประเด็น 

เวลาจะให้คำตอบในเรื่องนี้เอง เพราะความจริงมีหนึ่งเดียว

อะไรที่สอนถูก ก็ต้องบอกว่าถูก  ... นี่คือธรรม
อะไรที่สอนผิด ก็ต้องบอกว่าผิด ... นี่คือธรรม
สิ่งที่สอนถูก ไม่สามารถเอามาหักล้างสิ่งที่สอนผิดได้ ... นี่คือธรรม

"พระไตรปิฎกบกพร่อง 20% ...จริงหรือไม่?"
"พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ยังมีความโกรธอยู่ ...จริงหรือไม่?"
"พระพุทธเจ้าตรัสรู้ด้วยการนั่งคิดทั้งคืน ...จริงหรือไม่?"

เวลาจะให้คำตอบเอง เพราะความจริงมีหนึ่งเดียว

ด้วยความปรารถนาดี

'วิสุทธิ์' ลั่นรับไม่ได้ สุราก้าวหน้าฉบับ สส.เท่าพิภพ เสรีจัดถึงขั้นให้ต้มเหล้าดื่มเอง แจกจ่ายในหมู่บ้านได้

เมื่อวานนี้ (19 ก.ย. 67) ที่รัฐสภา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีสรรพสามิต ที่เริ่มพิจารณาเมื่อวันที่ 18 ก.ย. และจะลงมติสัปดาห์หน้า แนวทางโหวตในสัปดาห์หน้าจะมีการคว่ำร่างหรือไม่ ว่า...

"ประเด็นที่เกิดขึ้น ตนต้องเรียนกับประชาชนว่า เรื่องสุราก้าวหน้า ภาษีสรรพสามิต ต้องอาศัยข้อเท็จจริง ซึ่งในการพิจารณามีอยู่ 3 ร่าง ได้แก่ร่างของพรรคเพื่อไทย, ร่างของพรรคประชาชน และร่างของพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่เมื่อไปดูหลักการการเสนอร่างของพรรคประชาชนนั้นระบุว่าถ้าไม่ขาย ก็สามารถต้มดื่มกันเองได้ แจกจ่ายกันเองในหมู่บ้านทั่วไปได้ เราจึงมองว่าหลักการเช่นนี้จะทำให้เราลำบาก หากมีการเสนอเข้าไปแล้วจะขัดกับหลักการกับที่เราตั้งไว้ ซึ่งสุราทุกอย่างจะต้องมีการควบคุม อาจจะลดขนาดเงื่อนไขในการตั้ง เพื่อให้วิสาหกิจชุมชนขนาดเล็กสามารถสร้างได้ ตั้งได้ ผลิตได้ แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในการควบคุมของกฎหมาย ไม่ใช่ว่าเสรีเลย จึงมีปัญหาเกิดขึ้นเมื่อวาน"

นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า “ภายหลังได้มีการเจรจากับพรรคประชาชน ทางพรรคประชาชนมาขอว่า อยากให้ห้อยรวมร่างของเขาไปด้วย ฉะนั้น พวกเราจึงถอยกลับมาว่าเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ใช่มาขอเพื่อไทย แล้วจะให้ผมบอกว่าได้หรือไม่ได้เลย แต่ในเมื่อหลักการของคุณขัดกับหลักการ ก็จะลำบากอยู่ ฉะนั้น เราต้องดูพรรคอื่นด้วยว่าคิดอย่างไรในเรื่องนี้”

นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า "นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคประชาชน หากจะพูดอะไรควรพูดในสภา จะได้มีบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ฉะนั้น เรายืนยันในหลักการของเรา ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการตรากฎหมาย ไม่ใช่ไปแก้หลักการที่ยังไม่เคยมี"

“คุณจะพูดในสภาฯ ได้หรือไม่ว่า คุณไม่ติดใจประเด็นอย่างนี้ เราก็จะมาพิจารณาว่าทำได้หรือไม่ แต่ทั้งหมดเราต้องปรึกษากับพรรคร่วมรัฐบาลก่อน” นายวิสุทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าจะถูกกล่าวหาว่าตั้งธงคว่ำร่างหรือไม่? นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า "เราไม่ได้คิดตั้งธงถ้าหากคุณเขียนหลักการว่าให้ขออนุญาตเฉพาะคนที่ทำเป็นร้านค้าหรือจำหน่าย แต่ประชาชนทั่วไปสามารถต้มเหล้ากินได้หมด อย่างนี้รับไม่ได้"

“ประชาชนเสี่ยงตายมากี่คน ใครรับผิดชอบได้บ้าง แล้วยังป่วยอีกหลายสิบคน ถ้าทำไปแล้วไม่มีใครควบคุม ใครอยากต้มก็ต้ม ใครอยากแจกก็แจก นี่มันไม่ใช่ประเทศไทยแล้ว คงเมากันทั้งประเทศ ที่เรารับไม่ได้คือประเด็นนี้ ไม่ใช่จะไปคว่ำร่างของก้าวไกล (ประชาชน) แต่เขาเอง ถึงแม้ไม่ได้นำร่างเข้ามาก็เป็นกรรมาธิการร่วมกันได้อยู่ ยังทำงานร่วมกันได้ จะไปออกข่าวว่าเราคว่ำอะไร ต้องดูข้อเท็จจริงก่อน” นายวิสุทธิ์ กล่าว

นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ต้องดูข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้เสียหายมาถึงพรรคเพื่อไทย ว่าพรรคเพื่อไทยไม่สนับสนุน แต่เราสนับสนุนให้รายย่อยมีโอกาส ลดเงื่อนไขลงมา แต่ไม่ใช่ว่าไม่ต้องขออนุญาตเลย ไม่ได้ขายต้มแจกได้หมด ไม่เช่นนั้น เมาทั้งตำบล ทั้งอำเภอ พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับองค์ประชุม

นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า "ภายหลังจากการประชุม พวกเรามานั่งปรึกษาหารือคุยกัน ฝ่ายค้านรัฐบาลไม่ได้มีอะไร แค่ความแตกต่างทางความคิด เป็นความสวยงามของประชาธิปไตย เขามาปรึกษาว่าห้อยไปด้วยได้หรือไม่"

เมื่อซักเพิ่มว่าเบื้องต้นพรรคประชาชนยอมหรือไม่? นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า "ให้เขามาตอบวันพุธก็ยังมีเวลา ไม่ได้ไปคว่ำร่างใคร คนที่ติดตามเรื่องนี้ก็ขอให้เข้าใจถูกต้อง"

เมื่อถามว่านายเท่าพิภพ ใช้คำพูดว่าเราต่อเรือมาแล้ว เหมือนเป็นการปล้น? นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า "กฎหมาย ไม่มีใครปล้นใคร ทุกพรรคหวังดีต่อพี่น้องประชาชน เราก็อยากให้ SMEs เกิดขึ้นในประเทศไทย หรือธุรกิจอะไรเกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ได้ปล้นใคร ถ้าไปพูดแบบนั้นก็มีปัญหา”

เมื่อถามว่าจะทำให้วิปรัฐบาลและฝ่ายค้านคุยกันยากขึ้นหรือไม่? นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า “ไม่ยาก เจอที่ไหนก็คุยกันได้ รุ่นใหม่รุ่นเก่าก็ทำงานร่วมกันได้ ดูตามหลักการที่ถูกต้องการ และไม่ต้องไปโจมตีกัน การใช้วาทกรรมทางการเมืองจะทำให้งานไม่เดินหน้า ปล้นเปลิ้นอะไรไม่มี”

ขณะที่ นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขาธิการวิปรัฐบาล กล่าวว่า ตนในฐานะผู้เสนอให้มีการลงมติแยกทีละฉบับ ซึ่งในหลักการร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 3 ร่างนั้น การผลักดันให้ประชาชนให้เข้าถึงและขอใบอนุญาตได้ ทั้ง 3 ร่างเห็นตรงกัน แต่ติดปัญหาเดียวคือพรรคประชาชนเขียนหลักการว่าผู้ที่ทำเพื่อการค้าเท่านั้นที่ต้องขออนุญาต ซึ่งเราก็ปรึกษาว่ามีทางไหนที่ทำให้สามารถนำเข้าไปพิจารณาพร้อมกันได้หรือไม่โดยที่ความขัดแย้งหลักการ กระบวนการไม่เป็นปัญหา ซึ่งปกติแล้วในหลักการไม่สามารถแก้ได้ จึงเป็นปัญหา โดยหลักของกฎหมายแล้วเมื่อเสนอมาแล้วไม่ควรแก้หลักการ จึงยังไม่มีข้อสรุปว่าเมื่อพิจารณารวมทั้ง 3 ร่างแล้วจะขัดกันหรือไม่

ความปลอดภัยไซเบอร์ไทย พัฒนาก้าวกระโดด ‘ประเสริฐ’ เผยผลการจัดอันดับ Global Cybersecurity Index 2024 โดย ITU ไทยขึ้นอันดับ 7 ของโลกด้าน Cyber Security จาก 194 ประเทศ  พุ่งจากอันดับ 44 ในการจัดอันดับครั้งที่ผ่านมา

เมื่อวานนี้ (19 ก.ย.67) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานแถลงข่าวความสำเร็จการพัฒนาด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งผลการจัดอันดับ Global Cybersecurity Index 2024 (GCI) โดย International Telecommunication Union (ITU) ในปี 2024 ซึ่งประเทศไทยก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 7 จากผลการประเมินของ 194 ประเทศทั่วโลก ว่า จากนโยบายการดำเนินงานของกระทรวง ภายใต้แผนงาน ‘The Growth Engine of Thailand’ หรือเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศจะให้ความสำคัญใน 3 ด้าน ประกอบด้วย 

1. การเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ (Thailand Competitiveness) 
2. การสร้างความมั่นคงและปลอดภัยของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Safety & Security) และ 3. การเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ด้านดิจิทัลของประเทศ (Human Capital) และความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่จะพัฒนารัฐบาลให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล และนโยบายรัฐบาลประการที่ห้าที่รัฐบาลจะเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่น ควบคู่กับการเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ 

โดยการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งประเทศไทยได้รับการจัดอันดับด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ GCI ในปี 2024 ประเทศไทยได้คะแนนอยู่ที่ 99.22 คะแนน เป็นอันดับที่ 7 ของโลกจากจำนวน 194 ประเทศ ซึ่งก้าวกระโดดจากลำดับที่ 44 ในการจัดลำดับในครั้งที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่ประเทศชั้นนำใน Tier 1 ซึ่งหมายถึงการเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็น role models ด้านไซเบอร์ของโลก จากรายงาน Global Cybersecurity Index (GCI) 2024 ของ ITU ที่วัดผลสัมฤทธิ์ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศต่าง ๆ ผ่าน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านกฎหมาย (Legal) ด้านเทคนิค (Technical) ด้านหน่วยงาน/นโยบาย (Organizational) ด้านการพัฒนาศักยภาพ (Capacity Development) และด้านความร่วมมือ Cooperation) 

“ผลคะแนนในดัชนีนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการพัฒนาและเสริมสร้างมาตรการความปลอดภัยไซเบอร์ในหลาย ๆ ด้าน โดยผลคะแนนที่เกิดขึ้นนั้น เป็นความร่วมมือร่วมใจของหน่วยงานต่าง ๆ ทุกภาคส่วน ร่วมผลักดันงานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ทั้งในระดับบุคคล องค์กร ภาคส่วน และในระดับประเทศ ตลอดจนพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม รายงานอาจแสดงถึงจุดที่ประเทศไทยยังต้องพัฒนาเพิ่มเติม เช่น การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Child Online Protection หรือการเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคนิคในการรับมือภัยคุกคามที่ทันสมัยขึ้นต่อไป” นายประเสริฐ กล่าว 

ขณะที่ พลอากาศตรีอมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) กล่าวเสริมว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้มีการยกระดับด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย 1.การยกระดับด้านกฎหมาย (Legal) ประเทศไทยมีการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับด้านดิจิทัลหลายฉบับเช่น การกระทำผิดเกี่ยวกับข้อมูลคอมพิวเตอร์  เช่น การเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการเผยแพร่ข้อมูลเท็จพระราชบัญญัติข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนและกำหนดหลักเกณฑ์ในการเก็บ ใช้ และเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึง พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ที่เน้นการสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ 

2.การยกระดับด้านเทคนิค (Technical) มีการจัดตั้งศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) และการจัดตั้งศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์สำหรับหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ หรือ Sectoral CERT รวมถึงยังมีการดำเนินการทางเทคนิคด้านอื่น ๆ ได้แก่ การขึ้นทะเบียน ThaiCERT กับองค์กร CERT ระดับสากล ได้แก่ First.org และ The Asia Pacific Computer Emergency Response Team (APCERT) การฝึกเพื่อทดสอบขีดความสามารถทางไซเบอร์ในระดับประเทศ (Thailand’s National Cyber Exercise) และระดับภาคส่วน การจัดตั้งระบบแพลตฟอร์มสำหรับการแบ่งปันข้อมูลภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Malware Information Sharing Platform : MISP) และการแจ้งเตือนภัยคุกคามทางไซเบอร์และช่องโหว่ของระบบ
.
3. การยกระดับด้านหน่วยงาน/นโยบาย (Organizational) โดยมีการจัดทำนโยบายและแผนปฏิบัติการว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (พ.ศ. 2565 - 2570) เพื่อเป็นยุทธศาสตร์ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ โดยมี สกมช. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนมีการจัดตั้งประชาคมไซเบอร์แห่งชาติ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแนวคิดให้เกิดการปฏิบัติตามนโยบายและแผนปฏิบัติการฯ รวมถึงนโยบายการบริหารจัดการ ประมวลแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

4.การยกระดับด้านการพัฒนาศักยภาพ (Capacity Development) สกมช. ได้ดำเนินโครงการเร่งรัดการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Intensive Cybersecurity Capacity Building Program) ระยะที่ 1 โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ทั้งนี้ สามารถพัฒนาบุคลากรได้มากกว่า 5,000 คน การจัดกิจกรรม Thailand Cyber Top Talent เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2021 - 2023 ซึ่งเป็นการแข่งขันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ มีนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ที่เข้าร่วมการแข่งขัน มากกว่า 6,000 คน  การจัดกิจกรรม Thailand National Cyber Week เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2021 - 2023 การจัดตั้งสถาบันวิชาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตลอดจนประชาชนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย โดยที่ผ่านมาได้มีการสร้างการตระหนักรู้ ให้ประชาชนไปแล้วมากว่า 1,000,000 คน

5. การยกระดับด้านความร่วมมือ (Cooperation) สกมช. มีการทำ MOU กับหน่วยงานทั้งภายในและต่างประเทศ ร่วมแล้วมากกว่า 34 ฉบับ เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน อิสราเอล Microsoft Fortinet Huawei Gogolook AIS กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมสุขภาพจิต สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย เป็นต้น การขับเคลื่อน ASEAN-Japan Cybersecurity Capacity Building Centre ร่วมกับประเทศญี่ปุ่น มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2561 ถึงปัจจุบัน เพื่อพัฒนาบุคลากรในอาเซียน ตลอดจนการริเริ่มแคมเปญเพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กลุ่มเด็กหรือเยาวชน ในการผลักดันการปกป้องเด็กบนโลกออนไลน์ (Child Online Protection) โดยออกมารูปแบบของโครงการมากมาย

นอกจากนี้ การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน ส่งผลให้ประเทศไทยได้มีส่วนร่วมในความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับนานาชาติอย่างสม่ำเสมอ เช่น ASEAN Cyber Coordinating Committee (ASEAN Cyber – CC) และ ASEAN-EU Statement on Cybersecurity Cooperation เป็นต้น

'มาริษ' จับเข่าคุยทูตกลุ่มประเทศ ACMECS 5 ประเทศหารือแนวทางการร่วมแก้ปัญหาแม่น้ำโขงท่วม-น้ำแล้ง ยืนยันประเทศไทยพร้อมเป็นหัวหอกระดมกำลังเสริมสร้างความสามารถการบริหารจัดการแม่น้ำโขงร่วมกัน

'นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารือร่วมกับเอกอัครราชทูตกลุ่มสมาชิกยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง: Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy หรือ ACMECS (แอ็กเม็กส์) จำนวน 5 ประเทศประจำประเทศไทย ประกอบด้วย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย เพื่อริ่เริ่มความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยลุ่มน้ำโขง ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ แสวงหาความร่วมมือกับกลุ่มประเทศ ที่ได้รับผลกระทบต่อแม่น้ำโขงโดยเร็วที่สุด 

นายมาริษ ยืนยันว่า ประเทศไทย พร้อมเป็นหัวหอก ในการระดมสรรพกำลัง ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำระหว่างประเทศ โดยจะใช้กรอบความร่วมมือของประเทศในอนุภูมิภาค ACMECS เป็นกลไกสำคัญ ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งของแม่น้ำโขงในระยะยาว รวมถึงใช้กลไกสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง หรือ Mekong Institute) และคณะกรรมการแม่น้ำโขง หรือ Mekong River Commission : MRC ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความรู้ด้านวิชาการ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการบริหารจัดการแม่น้ำโขงร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า การขุดลอกแม่น้ำ การพัฒนาพื้นที่รับน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานในการบริหารจัดการแม่น้ำโขงต่อไปในอนาคต

“ขอขอบคุณท่านเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิก ACMECS ประจำประเทศไทย ได้แก่ กัมพูชา เมียนมา ลาว เวียดนาม ที่มาร่วมหารือพร้อมตอบรับข้อริเริ่มในการร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยลุ่มน้ำโขงในวันนี้ เพราะความทุกข์ของพี่น้องประชาชนรอไม่ได้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงได้มอบหมายให้ผมแสวงหาความร่วมมือจากกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำโขงโดยเร็วที่สุด” นายมาริษ กล่าว

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง: Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy หรือ ACMECS ริเริ่มในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปี 2546 และเป็นกรอบความร่วมมือที่ประเทศไทย เป็นประเทศผู้ประสานงาน โดยกรอบความร่วมมือนี้มาจากแม่น้ำสำคัญ 3 สายในภูมิภาคที่ไหลผ่านประเทศสมาชิก ได้แก่ แม่น้ำอิรวดี ที่ไหลผ่านประเทศเมียนมา, แม่น้ำเจ้าพระยา ไหลผ่านประเทศไทย และแม่น้ำโขง ไหลผ่านประเทศไทย, สปป.ลาว, กัมพูชา และเวียดนาม มีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เช่น การค้าการลงทุน การท่องเที่ยว และการเกษตร โดยที่ประเทศไทย เห็นโอกาสในการสนับสนุนประเทศเพื่อนบ้าน พัฒนาประเทศได้ดีขึ้นตามนโยบาย 'prosper-thy-neighbour' หรือ การทำนุบำรุงเพื่อนบ้านให้เจริญ เพราะหากทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดี ก็จะเกื้อหนุนประโยชน์แก่ประชาชนร่วมกันได้มาก 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top