Monday, 10 August 2026
Hard News Team

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2567 : วัดใหญ่ วัดเล็ก เราควรทำบุญวัดไหน?

จากช่องติ๊กต็อก @dhamma_tv ได้เผยแพร่คำสอนเรื่อง ‘วัดใหญ่ วัดเล็ก เราควรทำบุญวัดไหน?’ จากรายการ ‘ธรรมะทำไม’ โดย ‘พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์ (หลวงพ่อโกวิท)’ รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เจ้าอาวาสวัดด่านใน

🔔คำถาม: คนจำนวนหนึ่งเชื่อว่าการทำบุญในวัดใหญ่ จะได้บุญเยอะ แต่ก็มีคนอีกจำนวนหนึ่งออกมาค้าน และบอกว่า ทำบุญกับวัดป่า วัดเล็ก ๆ ได้บุญมากกว่า แท้จริงแล้วเรื่องนี้มีคำตอบอย่างไร?

พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์ (หลวงพ่อโกวิท): พระพุทธเจ้าทรงให้หลักในการให้ไว้ดังนี้ (1) วัตถุทานดี: สิ่งที่จะให้ต้องมีคุณภาพและสะอาด ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง แต่ต้องมีคุณค่า (2) เจตนาความตั้งใจ: ต้องมีเจตนาที่ดีในการให้ เช่น ตั้งใจเพื่ออนุเคราะห์หรือบูชา (3) ผู้รับ: ผู้ที่ได้รับต้องใช้สิ่งที่ได้รับไปในทางที่ดี ไม่ทิ้งหรือทำให้เสียหาย

ดังนั้นจะเป็นวัดใหญ่ วัดใหม่ วัดเก่า วัดป่า วัดบ้าน หรือวัดแบบใดก็ได้ทั้งนั้น 

แต่หากเจตนาไม่บริสุทธิ์ ของที่ทำก็ไม่ดี เมื่อผู้รับรับของไปแล้วก็ใช้แบบสุรุ่ยสุร่าย ก็เกิดความเสียหายทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นวัดแบบใด

ดังนั้น เมื่อใดที่มีคนมาบอกบุญเรา แล้วเราพินิจ พิจารณา ใคร่ครวญก่อน เป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรทำ ไม่ใช่เรื่องบาป ยิ่งทุกวันนี้มีเครื่องมือในการสืบค้นอยู่แล้ว เราก็สามารถรู้ถึงบรรยากาศของที่นั่นด้วยว่าสะอาดสะอ้านมั้ยมีกิจกรรมอะไรบ้างที่เอื้อต่อชุมชน

22 กันยายน ‘วันสงขลานครินทร์’ รำลึก ‘ในหลวง ร.9’ พระราชทานชื่อ ‘มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์’ ตามพระนามฐานันดรศักดิ์ ‘สมเด็จพระบรมราชชนก กรมหลวงสงขลานครินทร์’

วันที่ 22 กันยายน ของทุกปี เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งคือ ‘วันสงขลานครินทร์’ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อมหาวิทยาลัยภาคใต้ เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2510 ว่า ‘สงขลานครินทร์’ ตามพระนามฐานันดรศักดิ์ของสมเด็จพระราชบิดา เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช ที่ได้ทรงดำรงพระอิสริยยศฐานันดรศักดิ์เป็น ‘กรมหลวงสงขลานครินทร์’

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2505 รัฐบาลมีนโยบายจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นที่ภาคใต้ โดยเริ่มต้นจากการจัดตั้ง ‘วิทยาลัยศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์’ เพื่อรอการพัฒนาขึ้นเป็นระดับมหาวิทยาลัย 

ต่อมาในปี พ.ศ. 2508 คณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติหลักการในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยในภาคใต้ขึ้นที่ ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี โดยจะใช้เป็นที่ตั้งของคณะวิศวกรรมศาสตร์ และใช้ชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า ‘มหาวิทยาลัยภาคใต้’ ซึ่งมีสำนักงานชั่วคราวของมหาวิทยาลัยอยู่ที่อาคารคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (อาคารคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในปัจจุบัน)

หลังจากนั้น คณะกรรมการพัฒนาภาคใต้ โดย พันเอก (พิเศษ) ดร.ถนัด คอมันตร์ นำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขอพระราชทานชื่อให้แก่มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นสิริมงคลแก่มหาวิทยาลัย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานนามมหาวิทยาลัยว่า ‘มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์’ เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2510 ตามพระนามทรงกรมของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก คือ ‘กรมหลวงสงขลานครินทร์’ และใช้อักษรย่อ ‘ม.อ.’ คืออักษรย่อมาจากพระนาม ‘มหิดลอดุลเดช’ อันเป็นพระนามเดิมของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กรมหลวงสงขลานครินทร์ และทรงพระราชทานตราประจำพระองค์ เป็นตราประจำมหาวิทยาลัย

ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงถือว่าวันที่ 22 กันยายนของทุกปีเป็น ‘วันสงขลานครินทร์’

ต่อมาวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2511 ได้มีพระบรมราชโองการประกาศใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ขึ้น มหาวิทยาลัยจึงกำหนดให้วันที่ 13 มีนาคมของทุกปีเป็น ‘วันสถาปนามหาวิทยาลัย’

มหาวิทยาลัยมีคติพจน์ว่า ‘ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศจะตกแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์’ ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย คือ ดอกศรีตรัง สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีน้ำเงิน

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อักษรย่อ ม.อ. ไม่ใช่ มอ. ชื่อภาษาอังกฤษ Prince of Songkla University อักษรย่อ PSU (ภาษาอังกฤษใช้ Songkla ซึ่งเขียนเหมือนพระนามประจำพระองค์ แตกต่างจากจังหวัดสงขลาที่ปัจจุบันใช้ภาษาอังกฤษ Songkhla)

เมนู ‘เกาเหลา’ วาระใหญ่แห่งสยาม ถึงขั้นตั้ง ‘เจ้ากรมเกาเหลาจีน’ ดูแลเฉพาะ | THE STATES TIMES Story EP.154 

หากพูดคำว่า 'เกาเหลา' เชื่อว่าหลายคนจะนึกถึงอาหารเป็นอย่างแรก เพราะเกาเหลาเป็นอาหารที่อยู่คู่คนไทยมานาน อาหารชนิดนี้มีผักและเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เป็นองค์ประกอบหลัก และไม่มีเส้น (ไม่มีก๋วยเตี๋ยว) ด้วยเหตุนี้ทำให้ถูกหยิบไปใช้ในเชิงเปรียบเปรยถึงการไม่ลงรอย และมีความขัดแย้งระหว่างคนสองคนนั่นเอง

แต่จริง ๆ แล้วคำว่า 'เกาเหลา' มีที่มาและประวัติที่น่าทึ่ง เรียกได้ว่า ต้องก่อตั้ง 'กรม' ขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะเลยทีเดียว

วันนี้ THE STATES TIMES STORY ขออาสาเล่าประวัติที่มา ที่ไปของ 'เกาเหลา' ให้ทุกท่านได้รับฟัง หากพร้อมแล้ว ไปเริ่มฟังกันเลย

‘ศรีลังกา’ จัดเลือกตั้ง หลังมีการประท้วงครั้งใหญ่ จากวิกฤติเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์ ชี้!! ขับเคี่ยวสูสี ปชช. คาดหวังให้มีการปฏิรูป ฟื้นฟูประเทศ

(21 ก.ย.67) การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทั่วไปของศรีลังกา ถือเป็นการลงประชามติที่สำคัญต่อการปฏิรูปเศรษฐกิจ มุ่งหวังผลักดันการเดินหน้าการฟื้นฟูประเทศ

ประชาชนศรีลังกายังคงดิ้นรน เพื่อหารายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต เนื่องจากการขึ้นภาษี รวมถึงการตัดเงินสนับสนุนและสวัสดิการรัฐ

นักวิเคราะห์หลายคนคาดการณ์ว่า ความกังวลทางเศรษฐกิจศรีลังกาได้เป็นประเด็นสำคัญอันดับแรกของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในการแข่งขันชิงประธานาธิบดีที่ขับเคี่ยวกันอย่างสูสี

นักวิจัยสถาบัน Observer Research Foundation ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศอินเดียกล่าวกับบีบีซีว่า “เงินเฟ้อของศรีลังกาที่พุ่งสูงขึ้น ค่าของชีพที่เพิ่มอย่างรวดเร็ว ประกอบกับสถานการณ์ความยากจน ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสิ้นหวังจะหาทางออก เพื่อรักษาระดับคุณภาพชีวิตให้คงที่”

หนึ่งในผู้ชิงชัยคือ รานิล วิกรมสิงเห วัย 75 ปี ประธานาธิบดีศรีลังกา กำลังหาเสียงหวังอยู่ในตำแหน่งต่ออีกสมัย ซึ่งเมื่อสองปีก่อน วิกรมสิงเหได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐสภา หนึ่งสัปดาห์ภายหลังจากอดีตประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา ถูกขับพ้นตำแหน่ง

บีบีซีรายงานว่า หลังวิกรมสิงเหเข้ารับตำแหน่งไม่นาน ก็ได้ปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงที่ยังคงเคลื่อนไหว ทั้งนี้เขาถูกกล่าวหาว่าปกป้องครอบครัวราชปักษาจากการถูกดำเนินคดี ซึ่งวิกรมสิงเหได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้มาตลอด

ขณะที่ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีศรีลังกาที่น่าจับตามองอีกคนคือ นักการเมืองฝ่ายซ้าย อนุรา กุมารา ดิสซานายาเก ได้ชูนโยบายต่อต้านการทุจริต ซึ่งทำให้เขาได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามการชิงชัยครั้งนี้ มีผู้สมัครจำนวนมากกว่าครั้งใดๆ ในประวัติศาสตร์ของศรีลังกา หรือประมาณ 30 คน แต่จะมีเพียง 4 คนเท่านั้นที่ดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ

นอกจากวิกรมสิงเหและดิสซานายาเกแล้ว ยังมีผู้นำฝ่ายค้านอย่างซาจิด เปรมทาสา และหลานชายของอดีตประธานาธิบดีนามาล ราชปักษา วัย 38 ปี

การนับคะแนนผลการเลือกตั้งจะเริ่มขึ้นหลังปิดหีบลงคะแนนแล้วในเวลา 16.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ของวันนี้ ซึ่งคาดว่าจะยังไม่ทราบผลเลือกตั้งที่ชัดเจนไปจนกว่าจะถึงเช้าวันอาทิตย์

'เงินบาท' แข็งค่าแตะ 32.91 ต่อดอลลาร์ เผย 5 เดือน แข็งพรวด 11.6% ฉุด!! ‘การท่องเที่ยว – การส่งออกไทย’ หลัง 'เฟด' ลดดอกเบี้ย

(21 ก.ย.67) เงินบาทยังคงแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา (20ก.ย.) แข็งค่าหลุดระดับ 33 บาท มาเคลื่อนไหวที่บริเวณ 32.91 บาทต่อดอลลาร์ เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเป็นระดับการแข็งค่าสุดในรอบ 20 เดือน นับจากสิ้นเดือนม.ค.2566

การแข็งค่าของเงินบาทนับเป็นเรื่องน่ากังวล เพราะแข็งค่าอย่างรวดเร็ว แม้ว่าตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นเพียง 3.7% แต่หากนับจากจุดที่เงินบาททำสถิติอ่อนค่าสุดในปีนี้ที่ระดับ 37.25 บาทต่อดอลลาร์ (วันที่ 29 เม.ย.2567) จะพบว่า เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาแล้วถึง 11.6% ในเวลาไม่ถึง 5 เดือน จึงเป็นเรื่องยากในการบริหารค่าเงินของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออก

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เงินบาทกำลังแข็งอย่างรวดเร็วที่สุดในรอบ 26 ปี นับตั้งแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจเอเชียในปี 2541 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกของไทยที่กำลังฟื้นตัวอย่างช้า ๆ 

ขณะที่เงินดอลลาร์ก็แข็งค่าอย่างรวดเร็วถึง 10% เมื่อเทียบกับเงินบาทนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี ทำให้ผู้ประกอบการเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาดูแลสถานการณ์ดังกล่าว

ล่าสุด ทั้งพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้ออกมาเรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เข้ามาดูแลและดำเนินมาตรการเพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

ด้าน เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า กรณีที่เฟดลดดอกเบี้ย ผลที่มีผลต่อตลาดเงิน ที่เห็นคือ การอ่อนค่าของดอลลาร์ ซึ่งอ่อนค่าไปพอสมควร ทำให้เงินบาท และค่าเงินในภูมิภาคแข็งค่ามากขึ้น  

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ซ้ำเติม ค่าเงินบาทให้แข็งค่ากว่าค่าเงินในภูมิภาค มาจากราคาทองคำในตลาดโลก ที่ทำระดับสูงสุดหรือออลล์ไทม์ไฮ ซึ่งส่วนใหญ่ค่าเงินบาทเป็นสกุลเงินที่เคลื่อนไหวกับทองคำมากกว่าค่าเงินภูมิภาค ทำให้เงินบาทแข็งค่ากว่าหลายประเทศ 

ทั้งนี้ สิ่งที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ไม่อยากเห็นคือ การผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงมาก และยอมรับว่า ช่วงหลัง ค่าเงินบาทแข็งค่าค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะช่วงหลังตามการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของเฟด ทำให้ตั้งแต่ต้นปี จนถึงปัจจุบันเงินบาทแข็งค่าขึ้นแล้ว 3.1% 

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ สาเหตุของการแข็งค่า หากมาจากเชิงปัจจัยโครงสร้าง มาจากปัจจัยเชิงพื้นฐาน หรือกรณีนี้ที่เงินบาทแข็งค่ามาจากการที่ดอลลาร์อ่อนค่า จากการที่เฟดลดดอกเบี้ย ก็ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดแต่สิ่งที่ไม่อยากเห็นคือ การแข็งค่าขึ้นเร็ว และไม่ได้มาจากปัจจัยเชิงพื้นฐาน จากเงินร้อน(ฮอตมันนี่) หรือการเข้ามาเก็งกำไรระยะสั้น ที่ทำให้เกิดความผันผวนเกิดขึ้น ซึ่งไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐาน พวกนี้จะเซนซิทีฟมากกว่า แต่ปัจจุบันยังไม่เห็นสัญญาณดังกล่าว แต่ก็ต้องติดตามใกล้ชิด

‘เผ่าภูมิ’ ลุยสวนผึ้ง มอบสัญญาเช่าที่ดิน ในโครงการ ‘ธนารักษ์เอื้อราษฎร์’ เน้น!! แก้ปัญหาในด้าน ‘ที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกิน’ สร้างชีวิตที่สดใสให้ปชช.

(21 ก.ย.67) ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในการมอบสัญญาเช่าที่ดิน ใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ในโครงการ ‘ธนารักษ์เอื้อราษฎร์’ ว่า

โครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์ ‘สัญญาเช่าที่ดิน พลิกชีวิตประชาชน’ ของกระทรวงการคลัง จัดให้มีการมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้ประชาชนในวันนี้ (21 ก.ย. 2567) เป็นการมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ รบ.553 (บางส่วน) ต.ป่าหวาย ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี รวม 162 สัญญา เนื้อที่ 1,500 ไร่ 72 ตารางวา เป็นเพื่ออยู่อาศัย จำนวน 55 สัญญา เนื้อที่ 139 ไร่ 1 งาน 33 ตารางวา เพื่อประกอบการเกษตร จำนวน 107 สัญญา เนื้อที่ 1,360 ไร่ 3 งาน 39 ตารางวา ในอัตราค่าเช่าต่ำ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

กระทรวงการคลังมุ่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ช่วยให้ประชาชนมีที่ดินในการประกอบอาชีพ มีรายได้ และมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง เข้าถึงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานของรัฐ ทั้งสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ และยังสามารถมีสิทธิการเช่าที่ดินไปใช้ประกอบการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้อีกด้วย ซึ่งจะเป็นการสร้างชีวิตใหม่ โอกาสใหม่ให้กับประชาชน 

โดยมีค่าเช่าที่ต่ำ เริ่มต้นที่ 20 บาท/ไร่/ปี สำหรับเนื้อที่ไม่เกิน 50ไร่

โดยในปีนี้ กรมธนารักษ์ ได้มอบสัญญาเช่าที่ดิน สร้างชีวิตใหม่ให้ประชาชนแล้วกว่า 2,800 ราย พื้นที่กว่า 9,000 ไร่ และที่ต่อไป ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ก็คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 

‘เอกนัฏ’ นำทัพกระทรวงอุตฯ เร่งฟื้นฟูระบบน้ำประปา ช่วยผู้ประสบภัย จ.เชียงราย พร้อมพักชำระหนี้ ‘SMEs’ ที่ได้รับผลกระทบ ภายใต้โครงการ ‘อุตสาหกรรมรวมใจ’

(21 ก.ย.67) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำทีมข้าราชการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดเชียงราย โดยวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะได้มอบท่อพีวีซี แข็ง ‘ท่อน้ำไทย’ ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท เอจีซี วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับทางองค์การบริหารส่วนตำบลเทอดไท อำเภอแม่ฟ้าหลวง จำนวน 8,360 เส้น นำไปฟื้นฟูระบบประปาภูเขา ผ่านโครงการ 'อุตสาหกรรมรวมใจ ช่วยผู้ประสบภัยจังหวัดเชียงราย' พร้อมมอบถุงยังชีพ ‘อุตสาหกรรมรวมใจ ช่วยพี่น้องชาวไทย’ บรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็น เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัย ณ หอประชุมบ้านเทอดไท หลังจากนั้น คณะได้เดินทางไปยังหมู่บ้านแม่หม้อ หมู่ 7 ตำบลเทอดไท เพื่อร่วมกันประกอบท่อประปาหมู่บ้านทดแทนท่อเดิมที่ถูกดินสไลด์ บรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นกับประชาชน

รัฐมนตรีฯ เอกนัฏ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ ยังได้เข้าไปพบปะหารือกับผู้ประกอบการจังหวัดเชียงราย โดยทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย ได้รายงานว่า มีผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จำนวน 22 ราย ประกอบกิจการผลิตเครื่องเรือน เครื่องตกแต่งภายใน ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ อู่ซ่อมรถยนต์ โรงชำแหละเนื้อสัตว์ ผลิตชิ้นส่วนรองเท้า ผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นขนมจีน สกัดน้ำมันพืช เมล็ดพันธุ์ทางการเกษตร ซึ่งเครื่องจักร เครื่องมือไฟฟ้า วัตถุดิบได้รับความเสียหาย ส่วนการประกอบกิจการดูดทราย รถยนต์ที่ใช้ประกอบกิจการ ตราชั่ง อุปกรณ์สำนักงาน เรือดูดทราย ได้รับความเสียหาย มูลค่าความเสียหายกว่า 23.6 ล้านบาท โดยทางกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ได้เข้าไปสำรวจพบว่า มีผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัยแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการพักชําระหนี้เงินต้น 3 เดือน จํานวน 8 ราย 

ทั้งนี้ทางกระทรวงฯ ได้เตรียมเจ้าหน้าที่ ทีมวิศวกร ช่างชุมชน หรือหน่วยงานตรวจสภาพ เพื่อช่วยเหลือ ซ่อมแซม และให้คําแนะนําเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับประชาชนต่อไป 

“ผมและคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งลงพื้นที่เพื่อฟื้นฟู เยียวยา ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ และโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ในวันนี้ขอมาให้กำลังใจกับพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการให้ทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้และกลับมาดำเนินชีวิตแบบปกติได้โดยเร็ว โดยหวังว่าโครงการ ‘อุตสาหกรรมรวมใจ’ ของกระทรวงฯ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเหลือ เยียวยา บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ผ่านการฟื้นฟูระบบประปาภูเขา และพวกเราคนกระทรวงอุตฯ ขอยืนยันว่าจะเดินเคียงข้างพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการให้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้” นายเอกนัฏ กล่าวทิ้งท้าย

ร้านบุฟเฟ่ต์ ในปัตตานี เสิร์ฟ ‘เนื้อสไลด์’ บางมากจนเห็นถาดรอง ชาวเน็ตวิจารณ์!! บาง เบา เหมือนกระดาษ แถมด้วยบริการที่แย่สุด ๆ

(21 ก.ย.67) มีสมาชิกกลุ่มผู้บริโภครายหนึ่ง ได้โพสต์รูปร้านบุฟเฟ่ต์แห่งหนึ่ง ในจ.ปัตตานี เป็นภาพเนื้อโดนสไลด์บางเกินจนเห็นถาดรอง เรียกได้ว่ากลายเป็นดราม่าที่ชาวเน็ตพากันวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก โดยสมาชิกรายดังกล่าว โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า ... 

เนื้อสไลด์ หรือเนื้อกระดาษ เพื่อนมาจากต่างจังหวัด มาเที่ยวปัตตานี จากใจคนตามกินบุฟเฟต์ คือแย่มากกกกก พนักงานบริการแย่สุด ๆ มาครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ต้องยืนเข้าแถวรอเนื้อสไลด์ พนักงานไม่ยอมใส่ในตู้

เนื้อบางมากกลัวเนื้อปลิวมาก เมนูอาหารน้อย อาหารทะเลกุ้งเล็กนิดเดียว แย่สุดๆ พนักงานพูดจาแย่ ไม่น่ามาเป็นพนักงานเลย ส่วนไก่หมักมะนาวแน่เลย เปรี้ยวมากกก เฟลสุด ๆ

‘สาวเที่ยวอัมพวา’ ซื้อ!! ลูกชิ้นทอด จากลุงที่ขายหน้าอำเภอ โอด!! ถุงนี้ร้อย แต่ได้น้อย ไม่อร่อย และเหมือนจะบูด

(21 ก.ย.67) ในโลกออนไลน์มีการแชร์ต่อและวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวจากสมาชิกกลุ่มผู้บริโภครายหนึ่ง หลังจากที่ไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวา แล้วต้องเสียความรู้สึกจากร้านลูกชิ้นร้านหนึ่ง โดยผู้โพสต์ได้โพสต์ภาพถุงลูกชิ้นทอด พร้อมระบุข้อความว่า …

ระวังด้วยนะคะ ที่ตลาดน้ำอัมพวา จอดรถหน้าอำเภอ เดินไประวังลุงคนนึง ร้านอยู่ก่อนถึงทางขึ้นสะพาน ร้านขาย ทอดมัน หอยจ๊อ และลูกชิ้นปลา แพง ได้น้อย และไม่อร่อย หอยจ๊อเหมือนจะเสีย เอาของเก่ามาทอดขายซ้ำ ๆ ขายไม่แจ้งราคา ในถุงนี้ 100.- ค่ะ ได้เท่านี้เลย

โดยหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ต่อไปมีผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา

เปิด ‘ถุงพระราชทาน’ ที่ ‘ในหลวง’ ทรงช่วยเหลือชาวเชียงราย ใช้ 2 คนยกกลับบ้าน ‘ข้าวสาร-อาหารแห้ง-น้ำ’ รวม 14 รายการ

(21 ก.ย.67) เพจ ‘แจ้งข่าวเชียงราย By เชียงราย 108’ ได้โพสต์ข้อความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้รับพระราชทานถุงยังชีพจาก ‘ในหลวง’ โดยมีใจความว่า ...

หลายคนคงเห็นแต่ถุงพระราชทาน แต่ไม่ทราบว่าข้างในมีอะไรบ้าง พอดีบ้านพี่สาวที่เชียงรายได้รับ 1 ถุง

หนักเอาการเจ้า ยก 2 คน

ข้าวสาร 5 กก.
น้ำมันพืช 1 ขวด
ปลา กป. 1 โหล
ผัก กป. 1/2 โหล
มาม่า 1 ลัง 30 ซอง
นมชั่งหัวมัน 2 ขวด

น้ำดื่ม 2 ขวด
ขนมฟันโอ 1 ถุง
ไฟฉาย+ถ่าน 1
ยาทา..กิน 1 ชุด
ผ้าอนามัย 2 ห่อ
ผ้าขนหนูใหญ่ 1
ผ้าถุง 1
ผ้าขาวม้า 1
รวม 14 อย่างเจ้า

..ขอพระองค์ทรงพระเจริญ..


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top