Thursday, 5 November 2026
Hard News Team

ชาวโซเชียลชื่นชม ‘หนุ่มเยอรมันจิตอาสา’ ลงพื้นที่ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม เผย!! เคยอยู่ทีมกู้ภัยมาก่อน คุ้นเคยกับสถานการณ์ มาช่วยเหลือ เพราะเป็นสิ่งที่ควรทำ

(22 ก.ย. 67) เป็นอีกเรื่องราวดีๆที่ชาวโซเชียลแห่ชื่นชม เมื่อ TikTok@parecho3695 โพสต์คลิปของหนุ่มเยอรมันจิตอาสาลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ด้วยการช่วยลำเลียงอาหารแห้งและเครื่องอุปโภคบริโภค 

ในคลิป ‘โจนาธาน’ หนุ่มเยอรมันจิตอาสา เล่าว่า 

ผมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนที่น้ำท่วมผมก็อยู่ ผมมาช่วยเหลือเพราะเป็นสิ่งที่ควรทำ ถ้าเกิดที่ประเทศผมก็จะช่วยเหมือนกัน ผมเคยอยู่ทีมกู้ภัยตอนที่อยู่เยอรมัน ผมก็เคยทำงานกับบุคลากรทางการแพทย์และทีมกู้ภัย ผมก็เลยคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้

โดยหลังจากคลิปเผยแพร่ มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์ขอบคุณและชื่นชม ‘โจนาธาน’ อาทิ หัวใจไทยล้นฟ้าสำหรับคุณโจนาธานขอบคุณในน้ำใจที่มีต่อประเทศไทยสุขภาพแข็งแรงๆตลอดไปเจ้า, น้ำใจต่างชาติ ขอบคุณมากโจนาธาน, ขีดเส้นใต้ คำว่า ‘ผมทำในสิ่งที่ควรทำ’ มันมาจากจิตสำนึกล้วนๆเลย พระเจ้าอวยพรคับ, จิตใจงามไม่แบ่งแยกว่าเป็นคนชาติใดในโลก อะไรช่วยได้ช่วยเลย เยี่ยมมากๆจิตอาสา, น้ำใจงามมาก ขอบคุณแทนผู้ประสบภัยด้วยค่ะ

‘นายกฯ’ สั่งการด่วน ให้เร่งล้างดินโคลน ชี้!! ถ้ารอให้แห้ง จะทำความสะอาดยาก เล็ง!! ตรึงราคาสินค้า ป้องกันพ่อค้าฉวยโอกาส พร้อมทยอยเยียวยา อย่างต่อเนื่อง

(22 ก.ย. 67) ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ส่งมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค และอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ได้รับจากภาคเอกชน และหน่วยงานต่างๆ ภายใต้โครงการ ‘ประสานพลัง ประสานใจ’ เพื่อส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยใน จ.เชียงราย โดยเครื่องบินกองทัพอากาศ (C130)

โดยมีนายธีระพงศ์ วงศ์ศิววิลาศ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.อ.ธีระยุทธ จินหิรัญ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เข้าร่วม โดยนายกฯ นำเสื้อผ้าเด็กของลูกมาส่งมอบให้พื้นที่ด้วย

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนเวลานี้คือการล้างดินโคลน โดยเฉพาะบริเวณท่อเพื่อให้เกิดการระบายน้ำได้เร็วขึ้น หากปล่อยให้แห้งจะทำให้การทำความสะอาดลำบาก และเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ในหลวงและพระราชินีพระราชทานเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ที่มีประสิทธิภาพดี จำนวน 100 เครื่องในการช่วยเหลือ

โดยเส้นทางที่ถูกตัดขาดจะต้องเร่งเคลียร์ หากดินแข็งตัวจะทำความสะอาดได้ยาก ส่วนบ้านเรือนก็มีเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ โดยในแต่ละจุดจะมีผู้รับผิดชอบ เพื่อกระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึง และรวดเร็วที่สุด เราอยากทำให้เร็วที่สุด แต่ก็ต้องดูสถานการณ์หน้างานด้วย ไม่ได้อยากตีกรอบว่าจะต้องทำภายในระยะเวลาเท่าไหร่

ขอย้ำว่าจะทำให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชน และเวลานี้กำลังคนที่จ.เชียงราย และหนองคาย ยังวางกำลังไว้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม หากเกิดมีพายุเข้าอีกจะได้ให้ความช่วยเหลือได้ทันสถานการณ์ ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยวาตภัยและดินโคลนถล่ม (ศปช.) มีการประชุมทุกวัน และตนจะเข้าร่วมประชุมด้วยในสัปดาห์หน้า

“ช่วงวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาได้ให้ลูกช่วยกันเลือกเสื้อผ้าของตัวเองที่เล็กไปแล้ว ไปมอบให้กับผู้ประสบภัย เพราะการลงพื้นที่เชียงรายครั้งก่อน พบว่ามีคุณแม่ท้องและเด็กเล็กจำนวนมาก เสื้อผ้าของเด็กยังค่อนข้างขาด จึงนำมาบริจาค นอกจากนั้นยังมีสิ่งของจำเป็นที่ส่งมอบในวันนี้ เช่น ไม้กวาดและอุปกรณ์ทำความสะอาด” น.ส.แพทองธาร กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการปรับหลักเกณฑ์การเยียวยาช่วยเหลือประชาชน น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า การเยียวยาก้อนแรก ได้นำไปช่วยแล้ว 200,000 บาท และจะทยอยเยียวยาอย่างต่อเนื่อง และในระหว่างนี้ก็ได้ให้สำรวจความเสียหายเพื่อจ่ายในรอบแรก และจะพิจารณาหลักเกณฑ์เพิ่มเติมอีกครั้ง เพราะหากรอพร้อมกันจะล่าช้า

เมื่อถามว่าหลังการเยียวยาจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า มีแน่นอน อย่างแรกคือการตรึงราคาสินค้า เพราะหากมีราคาแพงทั้งหมด ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถรับไหว นอกจากนั้นจะคุยในเรื่องของแผนท่องเที่ยว โดยจะทำไปทีละเรื่อง

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่เอกชนฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า รวมถึงราคาค่าขุดดินในการทำความสะอาด น.ส.แพทองธาร ยังไม่ได้คุยกับเอกชนในเรื่องนี้ แต่เรามีการคุยกับเอกชนที่ติดต่อเข้ามาเพื่อไปช่วยเหลือ

ในเรื่องนี้อยากขอประชาสัมพันธ์ หากมีเอกชนรายใดที่อยากจะช่วยเรื่องการขุดดิน การทำความสะอาด ซึ่งยังมีความต้องการ เพราะเรามีเครื่องมือมาก แต่ขอให้มีคนที่มีจิตอาสา เรื่องใดที่เป็นธุรกิจจะไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่ก้าวก่าย เพราะคนละเรื่องกัน แต่หากใครอาสาสมัครเราจะเปิดรับ

“ขอย้ำว่าทุกอย่างต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพราะความทุกข์ของประชาชนนับเป็นรายวัน เป็นรายชั่วโมง จึงต้องนำมาตรการไปช่วยให้เร็วที่สุด ทั้งการเยียวยา เครื่องมือ โรงครัว” น.ส.แพทองธาร กล่าวทิ้งท้าย

‘ธนกร’ ลั่น!! ไม่รวม ‘ม.112’ ในร่างนิรโทษกรรม ย้ำ!! จะทำละเมิดสถาบันไม่ได้ ชี้!! เป็นความมั่นคงของประเทศ แต่หากสภาฯ พิจารณาขัด รธน. ก็ต้องมีผู้รับผิดชอบ

(22 ก.ย. 67) นายธนกร วังบุญคงชนะ  อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร เตรียมเสนอรายงานต่อที่ประชุมสภาฯ ในวันที่ 26 ก.ย.นี้ ซึ่งให้สภาร่วมกันพิจารณาในความเห็นต่างเรื่องคดีมาตรา 112 จะรวมอยู่ในการนิรโทษกรรมหรือไม่ ซึ่งทราบว่าในคณะกมธ.เองไม่สามารถหาข้อสรุป จึงให้สมาชิก กมธ.แต่ละคน บันทึกความเห็นไว้ในรายงานแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1.ไม่รวม มาตรา112 เพราะไม่ใช่แรงจูงใจทางการเมือง 2.รวม อย่างมีเงื่อนไข และ3.รวมโดยไม่มีเงื่อนไข   โดยส่วนตัว ได้ยืนยันมาตลอด ว่าไม่เห็นด้วยและคัดค้านถึงที่สุด ไม่สมควรรวมคดีความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้ได้รับการนิรโทษกรรม เพราะไม่ใช่แรงจูงใจทางการเมือง เพราะรัฐธรรมนูญระบุชัดเจน ในมาตรา 6 พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐ เป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระนามพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้  และสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่เกี่ยวข้องการเมือง  หากจะนิรโทษกรรมให้ก็เสี่ยงที่จะขัดต่อรัฐธรรมนูญ 

ทั้งนี้ จากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2567 ก็ชี้ชัดแล้วว่า มีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครอง ซึ่งเป็นการ รณรงค์หาเสียง รวมถึงการยื่นแก้ไขมาตรา 112  ซึ่งเมื่อมองเทียบเคียงกับ ผู้ที่กระทำความผิดตามมาตราดังกล่าว ยิ่งมีน้ำหนักรุนแรงกว่าพรรคก้าวไกลเสียด้วยซ้ำ  ดังนั้นในการประชุมสภาเรื่องนี้ ตนจะขอใช้เอกสิทธิ์สส. เลือกข้อ1. ไม่รวมมาตรา 112  ซึ่งเห็นด้วยที่จะมีการนิรโทษกรรมคดีการเมืองที่ไม่มีความรุนแรงหรือถึงแก่ชีวิต รวมทั้งไม่รวมคดีทุจริตคอรัปชั่นด้วย แต่ควรจะมีเงื่อนไขในการพิจารณาการนิรโทษกรรมอย่างละเอียดรอบคอบ  เชื่อว่าสภาเองก็ต้องมีการพิจารณาอย่างรัดกุม ไม่ทำให้เกิดการขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญเสียเอง

“ยกคดียุบพรรคก้าวไกลมาเทียบ ก็ทำให้เห็นได้ชัดเจน ว่าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยอย่างละเอียดว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง หากจะนิรโทษกรรมให้ผู้มีความผิดตามมาตรา 112 สภาต้องคิดให้ดีและรอบคอบ ส่วนตัวขอคัดค้านและไม่เห็นด้วยที่จะรวมมาตรานี้ให้ได้รับนิรโทษกรรม เพราะไม่เกี่ยวข้องกับแรงจูงใจทางการเมือง แต่หากที่ประชุมสภาในวันที่ 26ก.ย.มีการพิจารณาออกมาอย่างไร หากขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ควรจะต้องมีผู้รับผิดชอบ” นายธนกร กล่าวทิ้งท้าย

‘วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์’ แบดมินตันทีมชาติไทย โค่นท็อป 10 ของโลก หลังโดนนำไปก่อน พลิกสถานการณ์!! รัวแซง เอาชนะ 2 เกมรวด ทะลุผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

(22 ก.ย. 67) การแข่งขันแบดมินตันรายการ วิคเตอร์ ไชน่า โอเพ่น 2024 รายการระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 1000 ชิงเงินรางวัลรวม 2,000,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 66,000,000 บาท

ณ เมืองฉางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเภทชายเดี่ยว รอบก่อนรองชนะเลิศ พบกับ แอนโทนี่ ซินนิซุกะ กินติ้ง ท็อปมือ 10 ของโลกจากอินโดนีเซีย
ที่เพิ่งเอาชนะ ฉี ยู่ฉี มืออันดับ 1 ของโลกจากจีน มาได้ 2-0 เกม 21-11 , 21-8

ผลปรากฏว่า ‘วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์’ แบดมินตันทีมชาติไทย ต้องออกแรงเหนื่อยถึง 3 เกม

หลังโดน แอนโทนี่ ซินนิซุกะ กินติ้ง ออกนำไปก่อนในเกมแรก 10-21

ก่อนที่ ‘วิว กุลวุฒิ’ จะรัวแซง 2 เกมรวด พลิกแซงเอาชนะ แอนโทนี่ ซินนิซุกะ กินติ้ง มือท็อป 10 ของโลก ไป 2-1 เกม 10-21 , 21-11 และ 21-19

ส่งผลให้ ‘วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์’ แบดมินตันชายทีมชาติไทย ทะลุผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศบนเวทีโลกได้สำเร็จ

ทว่า ในรอบรองฯ วิว ได้พ่ายแก่ โคได นาราโอกะ มือวางอันดับ 6 ของรายการ และมืออันดับ 6 ของโลกจากญี่ปุ่น 0-2 เกม 17-21, 13-21 จบเส้นทางในแบดมินตัน วิคเตอร์ ไชน่า โอเพ่น 2024 เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 1000 ไว้เพียงรอบรองชนะเลิศ

‘เอกนัฏ’ สั่ง ‘ดีพร้อม’ เร่งเดินหน้าช่วยผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เยียวยาเร่งด่วน-สนับสนุนเงินทุน-แผนรับมือในอนาคต เพื่อช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกมิติ

(22 ก.ย. 67) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยผ่าน 3 มาตรการ ประกอบด้วย 1) มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย 2) มาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด และ 3) มาตรการเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย เพื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย นอกจากนี้ ยังได้เดินหน้ามาตรการช่วยเยียวยาและฟื้นฟูสถานประกอบการเร่งด่วนผ่านการจัดกิจกรรมทำความสะอาดในสถานประกอบการ (Big Cleaning) พร้อมซ่อมแซม ปรับปรุงอุปกรณ์ และเครื่องจักร รวมถึงผลักดันสถานประกอบการที่ต้องการฟื้นฟูและเยียวยาให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนหมุนเวียนฯ กว่า 20 ล้านบาท

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งเกิดจากเหตุการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่งผลต่อที่อยู่อาศัย และการประกอบอาชีพของประชาชนทำให้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังส่งผลต่อผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ดังกล่าวอีกด้วย ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้สั่งการให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เร่งติดตามสถานการณ์ เพื่อช่วยเหลือและหามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งติดตามความเสียหายที่เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย โดยเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งเตรียมมาตรการต่าง ๆ รองรับสถานการณ์หลังน้ำลด ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูในส่วนที่ได้รับความเสียหาย ตลอดจนแผนในการป้องกันหากเกิดสถานการณ์ดังกล่าวอีกครั้งทั้งในระยะฉับพลัน 

นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ได้ขานรับนโยบายเร่งด่วนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยได้ดำเนินการสำรวจความต้องการของผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น พบว่าผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่มีต้องการความช่วยเหลือ ฟื้นฟู และเยียวยาในกรณีต่าง ๆ ผ่าน 3 มาตรการ ได้แก่ 

1. มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย ผ่าน “ถุงยิ้มพิมพ์ใจ MIND ไม่ทิ้งกัน” ของอุตสาหกรรมรวมใจ ไปยังผู้ประสบภัยด้วยสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ประกอบด้วย สิ่งของอุปโภค บริโภค และยารักษาโรค พร้อมเตรียมการรถบรรทุกและรถขนส่งสำหรับการบริจาคสิ่งของจากเครือข่ายดีพร้อม ทั้งผู้ประกอบการและสถาบันต่าง ๆ เพื่อส่งมอบให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมส่งทีมวิศวกรและนายช่างเทคนิคช่วยซ่อมแซมอุปกรณ์ในเบื้องต้น รวมทั้งทำกิจกรรมทำความสะอาดในสถานประกอบการ (Big Cleaning) เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็ว 

2. มาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด ผ่านการให้คำปรึกษาปัญหาธุรกิจอุตสาหกรรมดีพร้อม โดยจัดทีมผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษา เพื่อเข้าประเมินสภาพปัญหาและวางแผน การฟื้นฟูสถานประกอบการ รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรมผ่านศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรมดีพร้อม (DIPROM Business Service Center : DIPROM BSC) เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว การฟื้นฟู และปรับปรุงกระบวนการผลิต โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค หรือ DIPROM CENTER ในพื้นที่ส่วนภูมิภาค จัดกิจกรรมช่วยเหลือ แนะนำในการปรับปรุงซ่อมแซม ฟื้นฟูเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า ระบบหล่อลื่น รวมทั้งดำเนินกิจกรรม Re-Layout, Re-Engineering เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตให้กลับมาดำเนินการได้ เช่น การให้คำปรึกษา ปรับปรุง ฟื้นฟู เพื่อให้ระบบคุณภาพ GMP/HACCP/GHP กลับมาดำเนินการได้ปกติ พร้อมยกระดับศักยภาพการประกอบอาชีพสู่ธุรกิจอุตสาหกรรม ผ่านส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่ เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพด้านการผลิต ด้านการบริการ ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ส่งเสริมให้ชุมชนเกิดรายได้ ลดรายจ่าย สามารถสร้างอาชีพใหม่ หรือนำไปประกอบอาชีพเสริมเพิ่ม ก่อให้เกิดความยั่งยืนในชุมชน พร้อมทั้งได้บูรณาการผ่านเครือข่ายดีพร้อม (DIPROM Connection) จับมือกับเครือข่ายทางการพัฒนาของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ของ SMEs เข้าสู่ช่องทางการตลาดทั้งรูปแบบออนไลน์ และออฟไลน์ อีกทั้ง ยังมีการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ สามารถได้รับการผ่อนผันการชำระหนี้ ได้รับการลดหย่อนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ มีสิทธิกู้เงินเพิ่มเติม และการขอกู้เงินเป็นกรณีพิเศษสำหรับลูกค้ารายใหม่ โดยวางกรอบวงเงินการช่วยเหลือกว่า 20 ล้านบาท

3. มาตรการเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ผ่านการจัดทำแผนรองรับการเกิดอุทกภัย เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยจัดทำ Check list เมื่อเกิดเหตุอุทกภัย การสร้างผนังกั้นน้ำ สอนวิธีการป้องกันอุปกรณ์เครื่องจักร เป็นต้น พร้อมติดตามสถานการณ์จากสถานการณ์น้ำท่วม โดยบูรณาการข้อมูลที่เกี่ยวข้องระหว่างหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อประเมินสถานการณ์ เตือนภัย และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และทันท่วงที เพื่อรับฟังปัญหาผลกระทบแบบ Real Time พร้อมให้การช่วยเหลือเฉพาะหน้าแก่สถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว 

นายภาสกร ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า “ดีพร้อม (DIPROM) ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือสถานประกอบการ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยผ่าน 3 มาตรการดังกล่าว เพื่อให้ความช่วยเหลือนั้นครอบคลุมทุกมิติ และครอบคลุมทั่วประเทศ” นายภาสกร กล่าวทิ้งท้าย

‘เสี่ยตัน’ ประกาศ!! เช่ารถแบ็กโฮ - รถขนดิน เพื่อช่วยชาวเชียงรายสู้ ‘วิกฤตโคลน’ เผย!! มีคนติดต่อเข้ามาเยอะมาก ต้องเปิดช่องทางไลน์ สำหรับผู้ที่สนใจ ส่งใบเสนอราคา

(22 ก.ย. 67) จากสถานการณ์ ‘น้ำท่วมเชียงราย’ ที่ล่าสุดแม้น้ำจะลดแล้ว แต่ประชาชนจำนวนหนึ่งยังไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตในบ้านเรือนของตัวเองได้ เนื่องจากยังมีปัญหาดินโคลนจำนวนมากปกคลุมในบ้าน และถนนหนทาง 

ล่าสุด ‘ตัน ภาสกรนที’ นักธุรกิจชื่อดัง ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยประกาศเช่ารถแบ็กโฮ รถหกล้อ รถสิบล้อ เพื่อช่วยเคลื่อนย้ายดินโคลนในเชียงราย โดยโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า...

ด่วน! ประกาศเช่า แม็คโครเล็กพร้อมคนขับ 30 คัน / รถหกล้อขนดิน 90 คัน / รถสิบล้อ 10 คัน ทำงาน 30 วัน พร้อมลงพื้นที่ จ.เชียงราย ติดต่อ คุณอีฟ 062-762-6663

เริ่มทำงานวันที่ 25 กันยานี้ ..พร้อมลุยกันครับ

คุณตัน ยังได้โพสต์เพิ่มเติมอีกด้วยว่า คนไทยสุดยอดมาก มีคนติดต่อมาเยอะมาก ขอเปิดช่องทางไลน์ สำหรับผู้ที่สนใจส่งใบเสนอราคาครับ

F1 ประกาศเชิญน้อง ‘หมูเด้ง’ ไปชมการแข่งขันในปีหน้า ที่อเมริกา ย้ำ!! มาดูให้ได้นะ พร้อมโชว์บัตรวีไอพี มีรูปของน้องด้วย

(22 ก.ย. 67) การเเข่งขันรถสูตร1 โดยฝ่ายจัดการเเข่งขัน F1 ไมอามี่ กรังด์ ปรีซ์ ส่งคำเชิญอย่างเป็นทางการเชิญ ‘หมูเด้ง’ ลูกฮิปโปชื่อดังไปชมการเเข่งขันประชันความเร็วปีหน้า 

การเเข่งขันดังกล่าวเเข่งที่ที่เมืองไมอามี่ มลรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทวิตเตอร์หรือ X ลงรูป ID card ระดับ VIP ด้วย มีรูปหมูเด้งพร้อมพร้อมชื่อ เเละเเคปชั่น ‘หมูเด้ง’ นี่คือคำเชิญอย่างเป็นทางการ มาดูเเข่งปีหน้านะ

ไมอามี่ กรังด์ ปรีซ์ ครั้งล่าสุด จบไปเป็นที่เรียบร้อย เเข่งไปเมื่อวันที่ 3-6 พฤษภาคม ส่วนในปีหน้าก็จะเเข่งช่วงเวลาเดียวกัน ทีนี้ต้องมาดูกันว่าถ้าหมูเด้งไปจริง จะเสียค่าเดินทางเท่าไหร่ เพราะตอนนั้นเจ้าตัวจะมีอายุ 1 ขวบกว่าๆ ตัวใหญ่ขึ้นเเน่นอน

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2567 : วัดใหญ่ วัดเล็ก เราควรทำบุญวัดไหน?

จากช่องติ๊กต็อก @dhamma_tv ได้เผยแพร่คำสอนเรื่อง ‘วัดใหญ่ วัดเล็ก เราควรทำบุญวัดไหน?’ จากรายการ ‘ธรรมะทำไม’ โดย ‘พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์ (หลวงพ่อโกวิท)’ รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เจ้าอาวาสวัดด่านใน

🔔คำถาม: คนจำนวนหนึ่งเชื่อว่าการทำบุญในวัดใหญ่ จะได้บุญเยอะ แต่ก็มีคนอีกจำนวนหนึ่งออกมาค้าน และบอกว่า ทำบุญกับวัดป่า วัดเล็ก ๆ ได้บุญมากกว่า แท้จริงแล้วเรื่องนี้มีคำตอบอย่างไร?

พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์ (หลวงพ่อโกวิท): พระพุทธเจ้าทรงให้หลักในการให้ไว้ดังนี้ (1) วัตถุทานดี: สิ่งที่จะให้ต้องมีคุณภาพและสะอาด ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง แต่ต้องมีคุณค่า (2) เจตนาความตั้งใจ: ต้องมีเจตนาที่ดีในการให้ เช่น ตั้งใจเพื่ออนุเคราะห์หรือบูชา (3) ผู้รับ: ผู้ที่ได้รับต้องใช้สิ่งที่ได้รับไปในทางที่ดี ไม่ทิ้งหรือทำให้เสียหาย

ดังนั้นจะเป็นวัดใหญ่ วัดใหม่ วัดเก่า วัดป่า วัดบ้าน หรือวัดแบบใดก็ได้ทั้งนั้น 

แต่หากเจตนาไม่บริสุทธิ์ ของที่ทำก็ไม่ดี เมื่อผู้รับรับของไปแล้วก็ใช้แบบสุรุ่ยสุร่าย ก็เกิดความเสียหายทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นวัดแบบใด

ดังนั้น เมื่อใดที่มีคนมาบอกบุญเรา แล้วเราพินิจ พิจารณา ใคร่ครวญก่อน เป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรทำ ไม่ใช่เรื่องบาป ยิ่งทุกวันนี้มีเครื่องมือในการสืบค้นอยู่แล้ว เราก็สามารถรู้ถึงบรรยากาศของที่นั่นด้วยว่าสะอาดสะอ้านมั้ยมีกิจกรรมอะไรบ้างที่เอื้อต่อชุมชน

22 กันยายน ‘วันสงขลานครินทร์’ รำลึก ‘ในหลวง ร.9’ พระราชทานชื่อ ‘มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์’ ตามพระนามฐานันดรศักดิ์ ‘สมเด็จพระบรมราชชนก กรมหลวงสงขลานครินทร์’

วันที่ 22 กันยายน ของทุกปี เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งคือ ‘วันสงขลานครินทร์’ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อมหาวิทยาลัยภาคใต้ เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2510 ว่า ‘สงขลานครินทร์’ ตามพระนามฐานันดรศักดิ์ของสมเด็จพระราชบิดา เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช ที่ได้ทรงดำรงพระอิสริยยศฐานันดรศักดิ์เป็น ‘กรมหลวงสงขลานครินทร์’

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2505 รัฐบาลมีนโยบายจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นที่ภาคใต้ โดยเริ่มต้นจากการจัดตั้ง ‘วิทยาลัยศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์’ เพื่อรอการพัฒนาขึ้นเป็นระดับมหาวิทยาลัย 

ต่อมาในปี พ.ศ. 2508 คณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติหลักการในการจัดตั้งมหาวิทยาลัยในภาคใต้ขึ้นที่ ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี โดยจะใช้เป็นที่ตั้งของคณะวิศวกรรมศาสตร์ และใช้ชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า ‘มหาวิทยาลัยภาคใต้’ ซึ่งมีสำนักงานชั่วคราวของมหาวิทยาลัยอยู่ที่อาคารคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (อาคารคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในปัจจุบัน)

หลังจากนั้น คณะกรรมการพัฒนาภาคใต้ โดย พันเอก (พิเศษ) ดร.ถนัด คอมันตร์ นำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขอพระราชทานชื่อให้แก่มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นสิริมงคลแก่มหาวิทยาลัย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานนามมหาวิทยาลัยว่า ‘มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์’ เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2510 ตามพระนามทรงกรมของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก คือ ‘กรมหลวงสงขลานครินทร์’ และใช้อักษรย่อ ‘ม.อ.’ คืออักษรย่อมาจากพระนาม ‘มหิดลอดุลเดช’ อันเป็นพระนามเดิมของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กรมหลวงสงขลานครินทร์ และทรงพระราชทานตราประจำพระองค์ เป็นตราประจำมหาวิทยาลัย

ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงถือว่าวันที่ 22 กันยายนของทุกปีเป็น ‘วันสงขลานครินทร์’

ต่อมาวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2511 ได้มีพระบรมราชโองการประกาศใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ขึ้น มหาวิทยาลัยจึงกำหนดให้วันที่ 13 มีนาคมของทุกปีเป็น ‘วันสถาปนามหาวิทยาลัย’

มหาวิทยาลัยมีคติพจน์ว่า ‘ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศจะตกแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์’ ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย คือ ดอกศรีตรัง สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีน้ำเงิน

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อักษรย่อ ม.อ. ไม่ใช่ มอ. ชื่อภาษาอังกฤษ Prince of Songkla University อักษรย่อ PSU (ภาษาอังกฤษใช้ Songkla ซึ่งเขียนเหมือนพระนามประจำพระองค์ แตกต่างจากจังหวัดสงขลาที่ปัจจุบันใช้ภาษาอังกฤษ Songkhla)

เมนู ‘เกาเหลา’ วาระใหญ่แห่งสยาม ถึงขั้นตั้ง ‘เจ้ากรมเกาเหลาจีน’ ดูแลเฉพาะ | THE STATES TIMES Story EP.154 

หากพูดคำว่า 'เกาเหลา' เชื่อว่าหลายคนจะนึกถึงอาหารเป็นอย่างแรก เพราะเกาเหลาเป็นอาหารที่อยู่คู่คนไทยมานาน อาหารชนิดนี้มีผักและเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เป็นองค์ประกอบหลัก และไม่มีเส้น (ไม่มีก๋วยเตี๋ยว) ด้วยเหตุนี้ทำให้ถูกหยิบไปใช้ในเชิงเปรียบเปรยถึงการไม่ลงรอย และมีความขัดแย้งระหว่างคนสองคนนั่นเอง

แต่จริง ๆ แล้วคำว่า 'เกาเหลา' มีที่มาและประวัติที่น่าทึ่ง เรียกได้ว่า ต้องก่อตั้ง 'กรม' ขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะเลยทีเดียว

วันนี้ THE STATES TIMES STORY ขออาสาเล่าประวัติที่มา ที่ไปของ 'เกาเหลา' ให้ทุกท่านได้รับฟัง หากพร้อมแล้ว ไปเริ่มฟังกันเลย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top