Monday, 10 August 2026
Hard News Team

'สุริยะ' ไฟเขียว!! ที่พักริมทางศรีราชา 121 ไร่บนมอเตอร์เวย์พัทยา ต้นแบบที่พักริมทางครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทย

(23 ก.ย. 67) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีลงนามสัญญาการให้เอกชนร่วมลงทุนในการพัฒนาและบริหารจัดการ โครงการศูนย์บริการทางหลวงศรีราชาบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 สายกรุงเทพมหานคร-บ้านฉาง ‘ช่วงชลบุรี-พัทยา’ ระหว่างกรมทางหลวง และบริษัท เดอะ เรส วิลเลจ จำกัด โดยมี นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง ในฐานะตัวแทนภาครัฐ กับตัวแทนภาคเอกชน ประกอบด้วย ผู้บริหารและผู้แทนบริษัท เดอะ เรส วิลเลจ จำกัด, บริษัท ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์วิศวกรรม จำกัด 

“ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานที่พักริมทางสู่ระดับสากล โดยร่วมมือกับภาคเอกชนที่มีศักยภาพ เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ตามนโยบายคมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย ที่มุ่งเน้นการสร้างโอกาสและการเข้าถึงระบบคมนาคมขนส่งที่มีคุณภาพให้กับประชาชน พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดการจ้างงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมในภูมิภาค อีกทั้งยังเป็นการเติมเต็มประสบการณ์การเดินทาง เพิ่มความสุขและความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทาง” 

ถัดมา สราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์บริการทางหลวงศรีราชา เป็นโครงการที่พักริมทางขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณ กม. 93+500 ระหว่างทางแยกต่างระดับบางพระ (คีรี) กับทางแยกต่างระดับหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

รูปแบบมีการแบ่งพื้นที่บริการเป็น 2 ฝั่ง ทิศทางฝั่งขาออกกรุงเทพฯ มีพื้นที่ 62 ไร่ ทิศทางฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ มีพื้นที่ 59 ไร่ ปัจจุบันมีปริมาณจราจรผ่านพื้นที่โครงการมากกว่า 100,000 คันต่อวัน

โครงการนี้นับเป็นที่พักริมทางแห่งแรกของประเทศไทยที่ดำเนินการในรูปแบบ PPP โดยเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ นำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มาบริหารจัดการ และดูแลรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกของที่พักริมทางอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับรายละเอียดสัญญาสัมปทาน PPP เป็นการลงนามสัญญาร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐ คือ กรมทางหลวงและภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท เดอะ เรส วิลเลจ จำกัด ซึ่งเป็นการผนึกกำลังของบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศ ประกอบด้วย บริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด บริษัทในเครือของบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) กับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์วิศวกรรม จำกัด

เงื่อนไขสัญญามีระยะเวลาดำเนินงาน 32 ปี แบ่งเป็น 2 ระยะ หรือ 2 เฟส ดังนี้

เฟสที่ 1 การออกแบบและก่อสร้าง ระยะเวลา 2 ปี โดยเอกชนมีหน้าที่ในการจัดหาแหล่งเงินทุน ออกแบบและก่อสร้างพัฒนาที่พักริมทาง และจัดให้มีบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในพื้นที่โครงการตามข้อกำหนด

เฟสที่ 2 การดำเนินงานและบำรุงรักษาระยะเวลา 30 ปี เมื่อโครงการเปิดให้บริการ เอกชนมีหน้าที่บริหารจัดการ ดูแลและบำรุงรักษาที่พักริมทาง ตลอดจนอำนวยความสะดวกและบริการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เดินทาง โดยจะต้องรักษาระดับการให้บริการให้เป็นไปตามเงื่อนไข KPI ที่กำหนด

ด้าน ดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่า ในนามบริษัท เดอะ เรส วิลเลจ จำกัด มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาศูนย์บริการทางหลวงศรีราชาให้เป็นต้นแบบของที่พักริมทางระดับโลก

และเป็น Landmark แห่งใหม่ของประเทศไทย มีสถาปัตยกรรมที่ทันสมัย พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคที่หลากหลาย

การออกแบบโครงการยึดหลัก Universal Design ผสมผสานนวัตกรรมเข้ากับแนวคิดอนุรักษ์พลังงาน และส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมสะอาด เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับโครงการในระยะยาว

อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการ คือ อาคารยกระดับคร่อมเหนือมอเตอร์เวย์ (Crossover) พื้นที่กว่า 1,500 ตารางเมตร เชื่อมทั้งสองฝั่งของโครงการ รองรับการใช้พื้นที่ร่วมกัน โดยออกแบบให้มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ เพื่อสร้างความประทับใจและดึงดูดผู้ใช้บริการให้แวะพักมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ภายหลังจากลงนามสัญญาวันนี้ กรมทางหลวงจะเร่งรัดเอกชนให้เริ่มออกแบบเพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการภายในปี 2567 โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกบางส่วน เช่น ลานจอดรถ ห้องสุขา และพื้นที่พักผ่อนในปี 2568

ตามแผนแม่บท คาดว่าจะสามารถเปิดบริการเต็มรูปแบบในปี 2569 นี้

'บีโอไอ' หนุน 'ฮานา-ปตท.' ยกระดับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำ ผุดโรงงานผลิตชิปชนิด 'ซิลิคอนคาร์ไบด์' แห่งแรกของประเทศไทย

'บีโอไอ'หนุนบริษัทร่วมทุน 'ฮานา - ปตท.' เดินหน้าแผนลงทุนสร้างโรงงานผลิตชิปชนิดซิลิคอนคาร์ไบด์แห่งแรกของไทย ภายในสิ้นปีนี้ หลังได้รับอนุมัติจากบีโอไอและออกบัตรส่งเสริมเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 ลงทุนเฟสแรก 11,500 ล้านบาท เริ่มผลิตภายใน 2 ปี รองรับการเติบโตของกลุ่ม Power Electronics ทั้ง EV, Data Center และระบบกักเก็บพลังงาน ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำของไทย

(23 ก.ย. 67) นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 ได้นำคณะลงพื้นที่จังหวัดลำพูน เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการลงทุนผลิตชิป (Wafer Fabrication) แห่งแรกของประเทศไทย ของบริษัท เอฟทีวัน คอร์เปอเรชั่น จำกัด (FT1) ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ และกลุ่ม ปตท. หลังจากที่บีโอไอได้อนุมัติให้การส่งเสริมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 จากนั้นบริษัทได้ดำเนินการออกบัตรส่งเสริมเมื่อเดือนสิงหาคม

ที่ผ่านมา บีโอไอได้ทำงานร่วมกับบริษัทฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนการดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบโรงงาน และเตรียมเริ่มก่อสร้างโรงงานในพื้นที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ จังหวัดลำพูน ภายในเดือนธันวาคมของปีนี้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักรประมาณ 2 ปี ก่อนจะเริ่มผลิตในช่วงไตรมาสแรกของปี 2570

บริษัท เอฟทีวัน คอร์เปอเรชั่น จำกัด จะจัดตั้งโรงงานผลิตชิปต้นน้ำแห่งแรกในประเทศไทย เงินลงทุน เฟสแรกกว่า 11,500 ล้านบาท โดยรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผู้ผลิตชิปชั้นนำของเกาหลีใต้ เพื่อผลิตชิป (Wafer) ชนิดซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC) ขนาด 6 นิ้ว และ 8 นิ้ว โดยมีคุณสมบัติสำคัญที่แตกต่างจากชิปทั่วไปที่ผลิตจากซิลิคอน คือ สามารถทนกระแสไฟฟ้าและความร้อนสูงได้ จึงเหมาะสมสำหรับการใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ควบคุมการแปลงพลังงานไฟฟ้า (Power Electronics) เช่น เครื่อง Server ใน Data Center อุปกรณ์อัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า Inverter ในยานยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงอุปกรณ์แปลงพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้มีแนวโน้มเติบโตสูงในอนาคต

เหตุผลสำคัญของการเลือกประเทศไทยเป็นที่ตั้งของโครงการนี้ เนื่องจากข้อกำหนดหลักของลูกค้า คือ...

1) ต้องตั้งในประเทศที่มีความเป็นกลางเพื่อลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ 
2) มีต้นทุนที่แข่งขันได้ และ...
3) มีขีดความสามารถในการขยายกำลังการผลิตในอนาคต ซึ่งประเทศไทยสามารถตอบโจทย์เหล่านี้ 

นอกจากนี้ ไทยยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพสูง ไฟฟ้ามีความเสถียร มีศักยภาพด้านพลังงานสะอาด บุคลากรมีคุณภาพสูง มาตรการสนับสนุนที่ดีจากภาครัฐ อุตสาหกรรมรถยนต์ EV ระบบกักเก็บพลังงาน และ Data Center ที่กำลังเติบโตสูง อีกทั้งโรงงานของฮานาฯ ในไทย มีการประกอบกิจการที่ต่อเนื่องจากการผลิตชิปอยู่แล้ว โดยเฉพาะขั้นตอนการประกอบและทดสอบวงจรรวม (IC Assembly and Testing)    

“อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายต่างๆ ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล โทรคมนาคม ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ หรืออุปกรณ์การแพทย์ ที่ผ่านมาบทบาทของไทยอยู่ในขั้นกลางน้ำ คือ การรับจ้างประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ หรือที่เรียกว่า OSAT โครงการลงทุนผลิตชิปครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญที่ส่งผลต่อการยกระดับประเทศไทยไปสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำ นอกจากนี้จะช่วยสร้างงานและการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรกับมหาวิทยาลัยในไทยและการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเซมิคอนดักเตอร์จากเกาหลีใต้แล้ว ยังจะส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้เข้าสู่ซัพพลายเชนของเซมิคอนดักเตอร์ และนำไปสู่การพัฒนาระบบนิเวศของอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ซึ่งจะช่วยให้สามารถดึงดูดผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำรายอื่นๆ ให้เข้ามาลงทุนในไทยอีกด้วย” นายนฤตม์ กล่าว

'พิชัย' ยกระดับร้านอาหาร Thai SELECT เจาะห้างใหญ่ กลางกรุงลอนดอน กระตุ้นการบริโภค หวังดันยอดส่งออกโตต่อเนื่อง

'พิชัย' ใช้ห้างไทยในต่างประเทศบุก Selfridges กลางกรุงลอนดอน จัดกิจกรรมโปรโมตร้านอาหาร Thai SELECT นำร้านเด็ด 8 ร้านเสนอเมนูพิเศษ ให้นักธุรกิจ ผู้นำเข้า อินฟลูเอนเซอร์ ผู้สื่อข่าวท้องถิ่น ได้ลิ้มลอง มั่นใจยกระดับภาพลักษณ์ กระตุ้นการบริโภคอาหารไทยและดันเป้าการส่งออกอาหารโตต่อเนื่อง

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในงานเลี้ยงรับรอง Thai SELECT Night ร่วมกับ Celebrity Chef และ Influencers ณ โรงภาพยนตร์ ในห้าง Selfridges กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 ว่า การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากธุรกิจไทยที่อยู่ในต่างประเทศ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกตามนโยบายรัฐบาล และผลักดัน Soft Power ของไทยผ่านอาหารไทยและร้าน Thai SELECT ซึ่งจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์และขยายการรับรู้ในตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ของกลุ่มผู้บริโภคในตลาดสหราชอาณาจักร และส่งเสริมภาพลักษณ์อันดี สร้างกระแสความนิยมให้กับครัวไทยในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ระดับกลางถึงบน รวมทั้งสร้างและขยายการรับรู้เกี่ยวกับคุณลักษณะของอาหารไทย

ทั้งนี้ ในการจัดงานกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้เชิญร้านอาหาร Thai SELECT จำนวน 8 ร้าน มานำเสนอเมนูอาหารพิเศษร้านละ 1 เมนู (Signature Menu) ณ บริเวณพื้นที่จัดเลี้ยงหน้าโรงภาพยนตร์  และตนได้ใช้โอกาสนี้ แจกประกาศนียบัตรแก่ร้านอาหาร Thai SELECT จำนวน 18 ร้าน และจัดให้มีการฉายคลิปประชาสัมพันธ์ประเทศไทย “Think Thailand Next Level” และคลิปอาหารไทย และการท่องเที่ยวไทย โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน ประกอบด้วย ผู้ประกอบการร้านอาหารไทย เชฟ นักธุรกิจและผู้นำเข้ารายใหญ่ ตลอดจน Influencers และผู้สื่อข่าวท้องถิ่น

สำหรับเมนูพิเศษ ที่ได้นำมาเสนอ ประกอบด้วย ร้าน Farang นำเสนอเมนู Prawn Miang (เมี่ยงกุ้ง) ร้าน Patara นำเสนอเมนู Thai Mango with Sticky Rice (ข้าวเหนียมมะม่วง) ร้าน The Great Thai Restaurant นำเสนอเมนู Grilled chicken served with egg noodles, topped with soya sauce (บะหมี่หน้าไก่ราดซอส) ร้าน Supawan Thai นำเสนอเมนู Yum Hoa Plee (ยำหัวปลี) ร้าน Kin Deum นำเสนอเมนู Coconut Floral Jellies (เยลลี่มะพร้าว) ร้าน Monkey and Me นำเสนอเมนู Chicken Money Bags (ถุงทองไส้ไก่) ร้าน Thai Square นำเสนอเมนู Salmon Zaap Golden Cups (แซลม่อนแซ่บกระทงทอง) ร้าน Siam Niyom นำเสนอเมนู Som Tam (ส้มตำ)

“การจัดงานในครั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์มั่นใจว่า จะช่วยผลักดัน Soft Power ของไทยในส่วนร้านอาหาร Thai SELECT และอาหารไทย ให้เป็นที่รู้จัก เป็นที่ต้องการบริโภคชาวสหราชอาณาจักร และนักท่องเที่ยว และจะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าอาหาร วัตถุดิบอาหาร และเครื่องปรุงรส ได้เพิ่มขึ้น นำรายได้เข้าประเทศมากขึ้น”นายพิชัยกล่าว

'เผ่าภูมิ' เผยผลประชาพิจารณ์ร่าง พรบ. กอช. 'หวยเกษียณ' ปชช. เห็นด้วย 99.05% ! เข้า ครม. ตุลานี้

(23 ก.ย. 67) ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ระหว่างวันที่ 16 สิงหาคม ถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2567 ผ่านทางเว็บไซต์ กอช. www.nsf.or.th และระบบกลางทางกฎหมาย https://www.law.go.th ได้ผลการรับฟังความคิดเห็นที่น่าสนใจ ดังนี้

1.    ท่านเห็นด้วยหรือไม่ ที่ กอช. จะออกจำหหน่ายสลากออมทรัพย์เพื่อการเกษียณ (หวยเกษียณ) (ตอบ : เห็นด้วย 99.05% ไม่เห็นด้วย 0.95%)
2.    ท่านเห็นด้วยหรือไม่ หากเงินที่ท่านซื้อสลากไม่ว่าจะถูกหรือไม่ถูกรางวัล เงินของท่านจะถูกเก็บสะสมไว้ และท่านจะได้รับเงินนั้นคืนเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ (ตอบ : เห็นด้วย 92.45% ไม่เห็นด้วย 4.72% เสนอทางเลือกอื่น 2.83%)
3.    ท่านเห็นด้วยหรือไม่ กรณีสมาชิกที่ซื้อสลากได้เสียชีวิตลง เงินที่ซื้อสลากมาทั้งหมด และผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุน (ถ้ามี) จะคืนเป็นเงินก้อนทั้งหมดในคราวเดียวให้กับทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์ที่ได้แสดงเจตจำนงไว้ (ตอบ : เห็นด้วย 98.11% ไม่เห็นด้วย 0.94% เสนอทางเลือกอื่น 0.94%)
4.    ถ้าท่านมีสิทธิเลือกรับเงินคืนตอนอายุครบ 60 ปี ท่านจะเลือกวิธีการรับเงินคืนแบบใด (ตอบ :เงินก้อนงวดเดียวทั้งจำนวน 80.2% แบ่งรับเงิน 2 งวด 12.2%)

นอกจากนี้ยังพบข้อสังเกตว่า ประชาชนมีข้อเสนอแนะให้ 1. ขยายอายุผู้เข้าร่วมโครงการให้เกิน 60 ปี และ 2. ขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างกว่าแรงงานนอกระบบ

กระทรวงการคลังจะรับข้อสังเกต และจะพิจารณาปรับเงื่อนไขให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อไป และคาดว่าจะสามารถนำร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่..) พ.ศ. ... เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ได้ในช่วงต้น-กลางเดือนตุลาคมครับ

เชียงใหม่-เริ่มแล้ว! งาน “มหกรรมเสน่ห์ไทย@เชียงใหม่: HOP Chiangmai Art and Music Festival” สุดคึกคัก

(22 ก.ย. 67) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชียงใหม่ จัดงาน “มหกรรมเสน่ห์ไทย@เชียงใหม่:HOP Chiangmai Art and Music Festival” ในวันที่ 20-29 กันยายน 2567 ต่อยอดแนวคิดเมือง แห่งเทศกาล “เชียงใหม่ 12 เดือน 12 ธีม” โดยนำดนตรีและศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นผนวกเข้ากับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้คอนเซปต์ Music Hopping “Harmony & Art Performance” ส่งมอบประสบการณ์แห่งความสุขด้วยเทศกาลดนตรี 3 เวที 3 สไตล์ ใจกลางเมืองเชียงใหม่ พบกับการแสดงของศิลปินชื่อดัง ศิลปินท้องถิ่น และการแสดงวัฒนธรรมร่วมสมัย พร้อมประดับไฟ 3 จุดแลนด์มาร์กสำคัญ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวช่วงนอกฤดูกาล และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพและความพร้อมรองรับการท่องเที่ยวในหลากหลายรูปแบบ โดยได้มีการสร้าง City Branding ภายใต้แนวคิดงานเทศกาล “เชียงใหม่ 12 เดือน 12 ธีม” สอดรับกับการที่จังหวัดเชียงใหม่ได้รับเลือกให้เป็น เมืองเทศกาลโลก (World Festival and Event City) ประจำปี 2565 จากสมาคมงานเทศกาลนานาชาติ (International Federation of Technical Analysts : IFTA) ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ตามความสนใจตลอดทั้งปี โดยในเดือนกันยายน แม้ว่าจะเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ แต่เป็นเดือนแห่งการแสดงผลงานและกิจกรรมของศิลปินหลากหลายแขนง ทั้ง Music และ Performing Art  สอดคล้องกับการจัดงาน “มหกรรมเสน่ห์ไทย@เชียงใหม่ : HOP Chiangmai Art and Music Festival” ในครั้งนี้ที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว สร้างการรับรู้อัตลักษณ์ท้องถิ่นของเชียงใหม่ ทั้งยังเป็นโอกาสอันดีในการนำเสนอขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดและยกระดับคุณภาพมาตรฐานการท่องเที่ยว ตลอดจนผลักดันจังหวัดเชียงใหม่เป็น Word Class Event Hub ต่อไปในอนาคต

นายธีระศิลป์ เทเพนทร์ รองผู้ว่าการ ด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. เดินหน้ากระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวด้วยการจัดงานมหกรรมเสน่ห์ไทย 5 ภูมิภาค นำเสนออัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ด้วยกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์    ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์ไทย หรือ Soft Power” จัด Event Marketing ยิ่งใหญ่ตลอดเดือนกันยายนใน 5 พื้นที่ 5 ภูมิภาค สำหรับในพื้นที่ภาคเหนือกำหนดจัดงาน “มหกรรมเสน่ห์ไทย@เชียงใหม่ : HOP Chiangmai Art and Music Festival” ในระหว่างวันที่ 20-29 กันยายน 2567 นำเสนอประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด  5 Must Do in Thailand

เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินทางกระจายเข้าสู่พื้นที่ในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) สะท้อนศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนสร้างงาน สร้างรายได้สู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง เพื่อให้คนในท้องถิ่นได้รับประโยชน์สูงสุด  คาดว่าจะสามารถสร้างรายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้จากการเดินทางเข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 314 ล้านบาท

มหกรรมเสน่ห์ไทย@เชียงใหม่ : HOP Chiangmai Art and Music Festival ททท. ตั้งใจส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดพิเศษด้วยเทศกาลดนตรีและศิลปะใจกลางเมืองเชียงใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ Music Hopping “Harmony & Art Performance” นำดนตรี ศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาเป็นจุดแข็งจุดขาย สร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว ควบคู่กับการนำเสนอ“เสน่ห์ไทย” ผ่านสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวภายในงาน ตามแนวคิด 5 Must Do in Thailand ประกอบด้วย Must Taste : ยกทัพอาหารถิ่นมาให้ลิ้มลอง / Must Try : ร่วมสะสมสแตมป์ Hopping Passport แลกรับของที่ระลึกและสิทธิพิเศษจากผู้ประกอบการในพื้นที่ /  Must Buy : เลือกซื้อสินค้าและบริการจากพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการ อาทิ โรงแรม คาเฟ่ ร้านอาหาร ตลอดจนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น Art & Craft / Must Seek : สัมผัสประสบการณ์แห่งเทศกาลดนตรีรูปแบบเวที Hopping และเช็กอินจุดประดับไฟทั่วเมืองเชียงใหม่ / Must See : เข้าชมการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง ศิลปินท้องถิ่น และการแสดงวัฒนธรรมในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วเมืองเชียงใหม่

กิจกรรมไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ การแสดงคอนเสิร์ต โดยศิลปินที่มีชื่อเสียงและศิลปินท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่ โดยจัดให้มีเวทีการแสดงกระจายตามจุดต่าง ๆ (Hopping) ในตัวเมืองเชียงใหม่ ได้แก่ เวที Main Stage – Pop Stage ณ ลานประตูท่าแพ, เวที Classic Stage- Local music and Performance ณ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ และเวที Hopping Stage – Bus Stage เวทีบนรถบัสที่จะเคลื่อนไปส่งความสนุกตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ จำนวน 3 จุด ในตัวเมืองเชียงใหม่ ได้แก่ หน้าห้างสรรพสินค้า MAYA วันที่ 20-22 กันยายน 2567, ลาน More Space วันที่ 23-26 กันยายน 2567 และลานข้างโรงแรม Dusit d2 เชียงใหม่ไนท์บาซ่า : วันที่ 27-29 กันยายน 2567 ซึ่งจะได้พบกับศิลปินชื่อดัง อาทิ เจนนิเฟอร์ คิ้ม, บุรินทร์, ตู่  ภพธร, ลานนา คัมมินส์, นุนิว (NU NEW), THE TOYS, ไม้เมือง, เขียนไขและวานิช และการแสดงของศิลปินท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ อาทิ คณะสุเทพการบันเทิง, พาวิน หนึ่งเดอะสะล้อ, Worthless Boy, The Bundit Boy, Chiangmai Blues, สภาพสุภาพ, LAWN, The Funckster, Money Shelby Bar

นอกจากนี้ ททท. ยังได้สร้างบรรยากาศเมืองเชียงใหม่ให้คึกคักยิ่งขึ้นด้วยซุ้มไฟและ Art Installation ใน 3 พื้นที่แลนด์มาร์ก ได้แก่ ประตูท่าแพ พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา และสะพานขัวเหล็ก ให้ผู้ร่วมงานได้แชะ แชร์ โมเมนต์แห่งความสุขให้สุขทันทีที่เที่ยวไทย รวมทั้งร่วมกับผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พัก ร้านอาหาร ธุรกิจสถานบันเทิง ร้านกาแฟในพื้นที่กว่า 200 แห่ง มอบสิทธิพิเศษแก่นักท่องเที่ยวผ่านกิจกรรม Passport Stamps โดยรับ Passport จากสถานที่จัดงานและโรงแรม/ที่พักที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อสะสมแสตมป์ประทับการเข้าร่วมงานฯ ในพื้นที่ต่าง ๆ ให้ครบ 3 จุด แลกรับกระเป๋าผ้าของที่ระลึก ส่วนลดราคาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวตามเงื่อนไขที่ ททท. กำหนด

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน “มหกรรมเสน่ห์ไทย@เชียงใหม่: HOP Chiangmai Art and Music Festival” สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: GoNorthThailand  / HOP Chiangmai Instagram: hopchiangmai และ TAT Contact Center 1672 Travel Buddy

นภาพร/เชียงใหม่

'ฮิซบอลเลาะห์' ถล่มคืน 'อิสราเอล' กองกำลังติดอาวุธในอิรัก ร่วมผสมโรงด้วย หลายฝ่ายกังวล!! ความขัดแข้งใน ‘กาซา-เลบานอน’ อาจลุกลามไปใหญ่โต

(22 ก.ย. 67) การปะทะกันระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ กองกำลังติดอาวุธในเลบานอนยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสรุปได้ดังนี้ 

•    วันอังคาร (17 ก.ค.) เพจเจอร์ที่ฮิซบอลเลาะห์ใช้สื่อสารเกิดระเบิดทั่วเลบานอนพร้อมกัน 3,000 เครื่อง 
•    วันพุธ (18 ก.ย.) วิทยุสื่อสารของฮิซบอลเลาะห์ระเบิดในเลบานอน 

รวมสองวันดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 37 คน บาดเจ็บกว่า 3,000 คน

•    วันศุกร์ (20 ก.ย.) อิสราเอลปฏิบัติการทางอากาศถล่มกรุงเบรุต ปลิดชีพ “อิบราฮิม อาคิล” ผู้บัญชาการทหารระดับสูงของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และเป็นหนึ่งในผู้ที่วางแผนการโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. รวมถึงสมาชิกระดับปฏิบัติการณ์อีก 10 คน ด้านกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานวันนี้ (22 ก.ย.) ว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 45 รายแล้ว
•    วันเสาร์ (21 ก.ย.) กองทัพอิสราเอลเผยว่า ได้ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายราว 290 แห่ง รวมถึงโจมตีเครื่องยิงจรวดฮิซบอลเลาะห์หลายพันเครื่อง และว่าจะโจมตีเป้าหมายเพิ่มต่อเนื่อง

ล่าสุด สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ปะทะกันอย่างหนักมาตั้งแต่คืนวันเสาร์จนถึงเช้าวันนี้ โดยฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดเข้าไปในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล และเผยว่า กลุ่มได้โจมตีฐานทัพอากาศรามัต เดวิด ของอิสราเอลด้วยขีปนาวุธหลายลูก ซึ่งถือเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดการสู่รบระหว่างกัน 

ขณะที่เจ้าหน้าที่จากขบวนการ Islamic Resistance ในอิรัก ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เผยว่า กลุ่มได้ยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีอิสราเอลช่วงรุ่งสางวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนแนวหน้าเลบานอนครั้งใหม่ของกลุ่ม

ด้านกองทัพอิสราเอลเผยว่า ทั่วประเทศมีเสียงไซเรนดังตลอดทั้งคืน เนื่องจากมีจรวดและขีปนาวุธยิงมากจากฝั่งเลบานอนและอิรัก แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลสามารถสกัดขีปนาวุธส่วนใหญ่ไว้ได้

อิสราเอลยังได้สั่งปิดโรงเรียนและห้ามผู้คนรวมตัวกันในหลายพื้นที่ทางตอนเหนือ ทั้งยังสั่งให้โรงพยาบาลในพื้นที่ดังกล่าวย้ายไปดำเนินการในสถานที่ที่มีการป้องกันหนาแน่นเป็นพิเศษ เพื่อให้ปลอดภัยจากการยิงจรวดและขีปนาวุธ

ขณะที่ฝั่งเลบานอน ไม่มีการสั่งการใด ๆ ในเช้าวันอาทิตย์

ทั้งนี้ การโจมตีของฮิซบอลเลาะห์และกลุ่มติดอาวุธในอิรัก ทำให้อาคารจำนวนมากในอิสราเอลเสียหาย และมีบ้านหลังหนึ่งใกล้กับเมืองไฮฟาเสียหายอย่างหนัก เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้ารักษาผู้บาดเจ็บแล้ว แต่ยังไม่มีรายงานเสียชีวิต และประชาชนได้รับคำสั่งให้อยู่ใกล้หลุมหลบภัยและที่ปลอดภัย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลกันหลายฝ่ายว่า ความขัดแย้งในกาซาและเลบานอน อาจลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ ของภูมิภาค

สาว อบต.สุดช็อก!! กยศ.หักหนี้ทุกเดือนตลอด 4 ปี จู่ๆ หายไป โผล่อีกที ถูกฟ้องยึดทรัพย์ วอน!! รัฐมนตรี หาแนวทางแก้ไข ยัน!! พร้อมจ่าย แต่ขอให้หักเงินเดือน เหมือนที่ผ่านมา

(22 ก.ย. 67) น.ส.สุรินธิดา มณีทอง อายุ 40 ปี อาศัยอยู่ที่ ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ทำงานเป็นพนักงานจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)พรสำราญ อ.คูเมือง เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)และอยากให้เป็นสื่อกลาง ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

น.ส.สุรินธิดา เล่าว่าตนเข้าทำงานที่ อบต.พรสำราญ ตั้งแต่ปี 2556 และเมื่อปี 2562 กองทุน กยศ.ได้มีหนังสือจะหักเงินยืมเรียน กยศ. ตนก็รับปฏิบัติ หลังจากนั้นเป็นต้นมา เงินเดือนตนจะถูกกองคลังของ อบต.หักทุกเดือน เดือนละ 1,200 บาท และถูกหักเรื่อยมา

พอมาถึงปี 2566 เงินเดือนของตนได้เข้าบัญชีเต็มจำนวนเงินเดือน คือ ไม่มีการหักเงินออกไป จึงเข้าไปสอบถามกองคลังของ อบต.ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ว่าไม่มีรายชื่อจาก กยศ.ส่งมาให้หักจึงไม่ได้หัก การเงินจะหักได้ก็ต่อเมื่อ กยศ.แจ้งรายชื่อมาว่ามีใครบ้างที่จะถูกหักและหักคนละเท่าไร ถ้าไม่มีรายชื่อ คลังจะไม่มีสิทธิหักเงินเดือนได้

น.ส.สุรินดา เล่าด้วยว่า ส่วนหนึ่งคิดว่ากยศ.น่าจะหักพอแล้ว หรืออาจจะเป็นนโยบายของรัฐบาล แต่ละยุคที่มีการลดแลกแจกแถม จึงไม่ได้สนใจ ตนทำงานใน อบต.ของตัวเองตามปกติ

กระทั่งเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตนได้รับหมายศาลจากศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า กยศ.เป็นโจทก์ฟ้องตนเป็นจำเลยที่ 1 และคนค้ำประกันอีก 2 คนเป็นจำเลยที่ 2 และ 3 รวม 3 คน ว่าให้ดำเนินการบังคับคดีเพื่อสืบทรัพย์และยึดทรัพย์นำไปขายทอดตลาด แล้วนำเงินที่ได้ไปชำระ กยศ.พร้อมดอกเบี้ยเป็นเงิน 120,643.85 บาท

ตนและครอบครัวต่างตกใจ และไม่เข้าใจแนวทางการทำงานของ กยศ.ทั้งที่ตนเต็มใจให้หักเงินเดือนและถูกหักมาโดยตลอดเป็นระยะเวลา 51 งวด หรือ 4 ปี 3 เดือน ระหว่างปี 2562-2566 คิดเป็นเงิน 61,200 บาท และเมื่อไปตรวจสอบยอดบัญชีแล้ว เงินต้นไม่เคยลดลงเลย

จึงอยากจะฝากถึง กยศ.และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ซึ่งเป็นคนบุรีรัมย์ ออกมาชี้แจงและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนในขณะนี้ หากถามว่าตนพร้อมที่จะจ่ายหรือไม่ ตนพร้อมแต่ขอให้หักเงินเดือนเหมือนที่ผ่านมา แต่จะให้หาเงินก้อนมาชำระ คงไม่มี

หนุ่ม สอบติดผู้คุม ‘กรมราชทัณฑ์’ แต่ถูกปฏิเสธอ้างว่า ‘วุฒิไม่ตรง’ สุดท้าย!! เจ้าหน้าที่ ‘ตรวจเอกสารผิด’ ทำให้เสียสิทธิ์เข้าทำงาน

(22 ก.ย. 67) ที่มูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม จ.นนทบุรี นายสุรินทร์ หรือ ต้น ลิสอน อายุ 40 ปี ได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าร้องเรียนกับ ว่าที่ร้อยตรี รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิ นายชาญชัย ฉายบุ ที่ปรึกษามูลนิธิ แจ้งว่า ตนเองสอบติดตำแหน่งเจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังของกรมราชทัณฑ์ แต่ถูกปฏิเสธอ้างว่า วุฒิการศึกษาไม่ตรง ทั้งๆ ที่ตนมีหลักฐานแสดงทุกอย่าง

ทั้งวุฒิการศึกษา คุณสมบัติการสอบผ่าน เมื่อถูกไล่ให้ไปขอวุฒิใหม่นำมาแสดง ก็นำมาแสดงให้จนครบถ้วน กลับบอกได้เพียงแค่คำว่า “ขอโทษ” เดี๋ยวติดต่อผู้ใหญ่หาที่ใหม่ให้เป็นพนักงานราชการจ้างเหมา ซึ่งตนเองรับไม่ได้ ตนพากเพียรอ่านหนังสือสอบมาแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 จนติดในตำแหน่งที่ต้องการ แต่กลับถูกปฏิเสธแบบนี้มันไม่ยุติธรรม

นายสุรินทร์ยังกล่าวว่า ลักษณะเรื่องราวของตนเหมือนกับเหตุการณ์ของ ครูเบญ เนื่องจากตนสมัครเข้ารับการคัดเลือกสอบเข้าบรรจุรับราชการ ตำแหน่งเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ ปฏิบัติงานกรมราชทัณฑ์ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่มีเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์โทรมาแจ้งว่า
.
คุณสมบัติไม่ตรงตามประกาศรับสมัคร ซึ่งกระบวนการสอบทั้งหลายได้ผ่านมาครบทุกขั้นตอนของการสอบทุกอย่างแล้ว แม้กระทั่งการส่งจดหมายมาที่บ้านเพื่อให้ตนไปรายงานตัวในวันที่ 6 พฤษภาคม 2567 เวลา 07.30 น. พร้อมกับเตรียมเอกสารต่างๆ อาทิ สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน วุฒิการศึกษา ทั้งสำเนาและตัวจริงเพื่อตรวจสอบเอกสาร และเลือกที่ปฏิบัติหน้าที่ก็คือเรือนจำกลางนครปฐม ทุกอย่างจบทุกขั้นตอนแล้ว จึงมีการนัดหมายให้มารับหนังสือรายงานตัวที่กรมราชทัณฑ์อีกครั้งในวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 เวลา 07.30 น. และให้ไปรายงานตัวที่เรือนจำกลางนครปฐมในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน

จนมาถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 เวลา 17.20 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายสรรหาและบรรจุ โทรมาแจ้งตนว่า วุฒิการศึกษาของตนไม่ตรงตามประกาศรับสมัคร ตนก็ได้ชี้แจงและให้ทางวิทยาลัยพลศึกษาสมุทรสาคร รับรองให้เรียบร้อยแล้วว่าเป็นอนุปริญญา ซึ่งก็ตรงตามประกาศรับสมัครของกรมราชทัณฑ์ แต่ก็ยังบ่ายเบี่ยงและไม่สามารถบรรจุตนเข้ารับราชการได้ ตนได้ไปที่กรมราชทัณฑ์เพื่อติดต่อ ติดตาม ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่และผู้อำนวยการกองบริหารงานบุคคล ก็ได้รับแต่คำว่า ขอโทษ ที่ทางเราตรวจเอกสารผิดพลาด ตนจึงบอกไปว่าพี่จะมาขอโทษแบบนี้ไม่ได้ เพราะตนเสียประโยชน์ เพราะได้ลาออกจากที่ทำงานเก่ามาแล้วเพื่อเตรียมตัวเข้ารับราชการที่กรมราชทัณฑ์แล้ว

เพราะในประกาศผู้สอบผ่านและขึ้นบัญชี ตนสอบได้ในลำดับที่ 153 และท้ายประกาศตนไม่ได้ติดเงื่อนไขอะไรเลย จึงเป็นเหตุผลที่ตนลาออกจากที่ทำงานเดิมก็คือ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ตำแหน่งนักวิชาการอบรมและฝึกวิชาชีพ (ด้านพ่อบ้าน) เหตุการณ์นี้ทำให้ตนได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากไม่มีการเยียวยาแต่อย่างใดและต้องมาตกงาน เนื่องจากความบกพร่องจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ (ฝ่ายบรรจุและสรรหา) ตนจึงอยากให้ทางมูลนิธิรณรงค์ฯ โปรดช่วยเหลือด้วย เพราะตนก็มีภาระมีบุตร 2 คน ที่ต้องเลี้ยงดู

ว่าที่ร้อยตรี รภัสสิทธิ์ กล่าวว่า เคสของผู้เสียหายรายนี้ไม่ต่างอะไรกับกรณีของครูเบญ ทางมูลนิธิจะพาไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากผู้เสียหายมีคุณสมบัติครบถ้วน การที่เขาลาออกจากที่ทำงานเก่าแล้วมาสอบติดได้ในตำแหน่งที่ทำงานใหม่ที่เขารักในอาชีพ แต่กลับถูกปฏิเสธแบบนี้ ถือว่าเป็นการไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างยิ่ง ทางมูลนิธิต้องดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่แน่นอน

‘รามคำแหง’ ยกเว้นค่าเทอมให้ นักศึกษาที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม ยื่นเอกสารได้ที่ ‘ส่วนกลางหัวหมาก-ทางไปรษณีย์-สาขาวิทยบริการฯที่สังกัด’

(22 ก.ย. 67) มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ร.) ยกเว้นค่าเทอมแก่นักศึกษา ที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี (ภาคปกติ) ประจำภาค 2 ปีการศึกษา 2567 รายละเอียดดังนี้

- ยกเว้นค่าลงทะเบียนเรียน
- ยกเว้นค่าบำรุงมหาวิทยาลัย
- ยกเว้นค่าธรรมเนียมการสอบ (เฉพาะนักศึกษาส่วนภูมิภาค)

นักศึกษาต้องทำการยื่นเอกสาร บัดนี้ - 15 พฤศจิกายน 2567

นักศึกษาส่วนกลาง
- ยื่นเอกสารที่งานบริการและสวัสดิการนักศึกษากองกิจการนักศึกษา ม.ร. หัวหมาก
- ยื่นเอกสารทางไปรษณีย์

นักศึกษาส่วนภูมิภาค
ยื่นเอกสารที่สาขาวิทยบริการฯ ที่นักศึกษาสังกัด

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่นักศึกษาที่ประสบภัยพิบัติ (อุทกภัย) จากอิทธิพลพายุโซนร้อน ‘ยางิ’ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ตามประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

‘เอกนัฏ’ เผย คุมเพลิงไหม้นิคมฯ มาบตาพุดได้แล้ว สั่งการให้คุมเข้มเรื่องสารเคมีรั่วไหล พร้อม!! ดูแลเยียวยาประชาชนโดยรอบอย่างใกล้ชิด รายงานเบื้องต้น ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

(22 ก.ย. 67) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์เพลิงไหม้ของ บริษัท ไทยพลาสติกเคมีภัณฑ์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ถนนไอ-หนึ่ง ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง เมื่อเวลาประมาณ 12.10 น. ของวันนี้ ในขณะนี้นั้น ทาง ‘นิคมมาบตาพุด’ สามารถควบคุมเพลิงไหม้ไว้ได้แล้ว 

และตนได้สั่งการให้การนิคมฯ คุมเข้มเรื่องสารเคมี และสารพิษรั่วไหล โดยขณะเกิดเหตุได้อพยพคนออกจากพื้นที่ และไม่พบว่ามีใครได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นพบว่าเหตุเกิดในกระบวนการผลิต สามารถตัดแยกสารเคมีที่รั่วไหลได้ ยังไม่ลุกลามเข้าไปบริเวณแท้งค์เก็บสารเคมี

ล่าสุดเวลา 15:45 น. ตรวจวัดคุณภาพอากาศ พบว่ากลับมาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ของการนิคมฯ ร่วมกับบริษัทฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ เพื่อดูแลเยียวยาประชาชนในชุมชนใกล้เคียงอย่างใกล้ชิด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top