Sunday, 9 August 2026
Hard News Team

เปิดคำอ้าง!! ไร้เจตนาทุบศิลปะภาพปูนปั้นของศิลปินแห่งชาติ ชี้!! อาจเกิดจากการสื่อสารผิดพลาดในการก่อสร้าง

จากกรณีนายนิพัทธ์พร เพ็งแก้ว นักวิชาการนักเขียนชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อว่า ‘นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว’ เป็นภาพศิลปะปูนปั้นภูมิปัญญาของชาวเมืองเพชรบุรี พร้อมระบุข้อความว่า พ่อล้อม เพ็งแก้ว ตายไม่ถึง 2 เดือน ช่างทองร่วง เอมโอษฐ์ ศิลปินแห่งชาติ ตายไม่ถึง 1 ปี ได้มีการทุบงานปูนปั้นการเมืองของครูทองร่วงทิ้งไปแล้ว ที่วัดมหาธาตุ กลางเมืองเพชรบุรี เพราะวัดมหาธาตุจะใช้พื้นที่ทำร้านกาแฟ หมดพ่อล้อม หมดครูทองร่วง ต่อจากนี้ใครเล่าจะปกป้องรักษางานปูนปั้นศิลปะการเมืองของเมืองเพชรบุรีเอาไว้ได้ จนมีชาวเพชรบุรีจำนวนมากเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

ล่าสุด (24 ก.ย. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘อุดมเดช เกตุแก้ว’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นทุบงานปูนปั้นของช่างทองร่วง โดยได้ชี้แจงในมุมของเจ้าอาวาส โดยได้ระบุข้อความว่า

“กรณีทุบงานปูนปั้นช่างทองร่วง เอมโอษฐ ศิลปินแห่งชาติ ที่วัดมหาธาตุ วรวิหาร จ.เพชรบุรี ที่เป็นข่าวดังอยู่ในขณะนี้ ขออนุญาตให้ข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ว่าหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ และคณะกรรมการที่ร่วมพิจารณาแบบก่อสร้างอาคารดังกล่าว ไม่ได้มีเจตนาที่จะทุบทำลายงานปูนปั้นของช่างทองร่วงแต่อย่างใด ทางวัด คณะกรรมการมีความประสงค์ที่พัฒนาพื้นที่ใช้สอยภายในวัดให้เกิดประโยชน์แก่ทางวัด และโรงเรียนสุวรรณรังสฤษฏ์ฯ ซึ่งเป็นโรงเรียนการกุศลทางพระพุทธศาสนาที่ดำเนินการโดยวัดมหาธาตุฯ จึงได้รื้อถอนอาคารห้องน้ำ-ห้องสุขา ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าวัดออก แล้วก่อสร้างอาคารร้านจำหน่ายสินค้า เครื่องดื่ม (บนพื้นที่เดิม) โดยใช้เงินของทางวัดดำเนินการก่อสร้างทั้งหมด เมื่อสร้างเสร็จแล้ว วัดจะร่วมกับโรงเรียนในการบริหารจัดการ เช่น จัดแสดงและจำหน่ายผลงานของนักเรียน จำหน่ายอาหารเครื่องดื่ม เป็นจุดบริการนักท่องเที่ยว เป็นต้น

ส่วนกรณีการทุบงานปูนปั้นของช่างทองร่วงนั้น ยืนยันอีกครั้งว่าไม่ใช่เจตนาของหลวงพ่อ กับคณะกรรมการ เนื่องจากในที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณารูปแบบก่อสร้างอาคาร ให้ใช้พื้นที่ก่อสร้างเฉพาะอาคารห้องสุขา ไม่ได้ให้ทุบกำแพงหน้าอาคาร น.ส.อำพร บุญประคอง แต่อย่างใด อาจจะเกิดจากข้อผิดพลาดในการออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง ซึ่งอย่างไรก็ตาม ช่วงเวลา 16.00 น.ของวันนี้ (24 ก.ย. 2567) ทางวัดจะมีการประชุมชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อีกครั้ง

ฉะเชิงเทรา-สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติสทนช. ภาค2เข้าร่วมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้าใจ การใช้น้ำประเภทที่หนึ่งในเขตพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา

เมื่อวานนี้ (23 ก.ย.67) ณ ห้องเทพราช โรงแรมชันธารา เวลเนส รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล จ.ฉะเชิงเทรา นางสาว ธารทิพย์ จันทร์พิทักษ์ ผู้อำนวยการกลุ่ม ประสานงานลุ่มน้ำบางปะกง พร้อมเจ้าหน้าที่ สทนช.2 เข้าร่วมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้าใจการใช้น้ำประเภทที่หนึ่ง ณ ห้องประชุมเทพราช โรงแรมชันธารา เวลเนส รีสอร์ท แอนด์โฮเทล จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีนางพัชววีร์ สุวรรณิก ที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทนกลุ่มองค์กรผู้ใช้น้ำในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราและพื้นที่ใกล้เคียง จำนวนกว่า 150 คน

การดำเนินโครงการดังกล่าว เป็นไปตามบันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ร่วมกัสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันดำเนินงานวิจัย พัฒนา บูรณาการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสาธารณะ โดยการจัดทำบัญชีการใช้น้ำของผู้ใช้น้ำประเภทที่หนึ่ง เพื่อสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนด้านทรัพยากรน้ำของประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม 

รวมถึงการบริการทางวิชาการ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ให้บรรลุตามแผนแม่บทการบริหารจัดการพรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2566-2580) 

โดยในการพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลการใช้น้ำประเภทที่หนึ่ง ตามประกาศของ กนช. ใช้พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา แลพจังหวัดชลบุรี เป็นพื้นที่นำร่องในการดำเนินงาน และปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบและประเมินผลการใช้งานระบบดังกล่าว รวมถึงสร้างความรู้ ความเข้าใจและความสำคัญของการจัดเก็บข้อมูลการใช้น้ำประเภทที่หนึ่งให้กับผู้ใช้น้ำได้รับรู้ และรับทราบ รวมถึงให้ความร่วมมือในการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวด้วย

‘พีระพันธุ์’ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเป็นประธานในพีธีเบิกเนตรและเปิดแพรคลุมป้ายวิหารองค์พระมหาโพธิสัตว์กวนอิมพันกร

เมื่อวันที่ (22 ก.ย. 67) นาย พีระพันธุ์ สาลีรัฐภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  ได้เดินทางมาเป็นประธานในพีธีเบิกเนตรและเปิดแพรคลุมป้ายวิหารองค์พระมหาโพธิสัตว์กวนอิมพันกรและวิหารหลวงปู่ไต่ฮงกง ที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ซึ่งจัดสร้างโดยนายวุฒิพงศ์ และนางสมจิตต์ วงษ์พิทักษ์โรจน์ ประธานบริษัทในเครือวงษ์พิทักษ์ และเป็นประธานในการจัดสร้างวิหารองค์พระมหาพระโพธิสัตว์กวนอิมพันกร และวิหารหลวงปู่ไต่ฮงกง รวมถึงหล่อองค์พระมหาโพธิสัตว์กวนอิมพันกรและหลวงปู่ไต้ฮงกง โดยมีนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ (สส.มุ่ง) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรีเขต 4 และประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมสภาผู้แทนราชฎร เป็นที่ปรึกษาการจัดสร้างโครงการดังกล่าว 

โดยพิธีเบิกเนตรและเปิดแพรคลุมป้ายวิหารมีพระเดชพระคุณ พระราชวชิรานุสิฐ เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้รับเกียรติจาก นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ,นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี เขต2 ,นางสาวกุลวลี นพอมรบดี  สส.ราชบุรี เขต1 ,นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ สส.ราชบุรี เขต5นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์  สส.ราชบุรี เขต3 , นายวิวัฒน์ นิติกาญจนานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี , พล.ต.ต.วชิรพงศ์ อมราพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดราชบุรี ผู้นำท้องถิ่น และพี่น้องประชาชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

โดยครอบครัววงษ์พิทักษ์โรจน์ได้จัดสร้างวิหารดังกล่าวเพื่อการจัดตั้งมูลนิธิวงษ์พิทักษ์ร่วมประชาสงเคราะห์ที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ยากไร้และประสบภัยในเขตจังหวัดราชบุรี
ในงานดังกล่าวได้มีการแจกข้าวสารและอาหารสำเร็จรูปเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน กลุ่มเปราะบางจำนวน 600 ชุด 

จึงขอเชิญชวนพี่น้องที่มีจิตศรัทธาในองค์พระมหาพระโพธิสัตว์กวนอิ่มพันกร และหลวงปู่ไต่ฮงกง  ขอเชิญมากราบไหว้ สักการระ และมาทำบุญได้ตั้งแต่ วันที่ 22 กันยายน 67 เป็นต้นไป

'ในหลวง' ทรงรับ 'ลูกชาย' ของอาสากู้ภัยฯ ที่เสียชีวิตหลังช่วยน้ำท่วม เป็นนักเรียนทุนพระราชทาน จนกว่าจะจบการศึกษา

(23 ก.ย. 67) เพจเฟซบุ๊ก 'มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์' ได้เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับเด็กชายจีรพัฒน์ แจ้งรู้สุข บุตรชายของ นางสาวจันทิมา ครุฑหมื่นไวย อาสากู้ภัยหน่วยเจริญธน 19-146 ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ หลังเดินทางกลับจากช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ไว้เป็นนักเรียนทุนพระราชทานเพื่อการศึกษาสงเคราะห์ ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จนกว่าจะจบการศึกษา

🔎ส่อง 5 ขุมกำลัง!! ชิงไลเซนส์ 'ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา' ในไทย (Virtual bank)

(23 ก.ย. 67) นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงการคลัง และ ธปท. ได้ เปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) มายัง ธปท. จนถึงวันที่ 19 กันยายน 2567 นั้น

บัดนี้ ธปท. ได้ปิดรับคำขอแล้ว โดยมีผู้ยื่นคำขอจำนวนทั้งสิ้น 5 ราย ซึ่ง ธปท. จะพิจารณาคุณสมบัติ ศักยภาพ และความสามารถที่จะประกอบธุรกิจ Virtual Bank ของผู้ขออนุญาต ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ที่เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567

โดยคำนึงถึงประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจการเงินไทยโดยรวม และความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน ก่อนเสนอรายชื่อผู้ที่สมควรได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาต่อไป

ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้จัดตั้ง Virtual Bank ได้ภายในช่วงกลางปี 2568

โดยผู้ที่ได้รับความเห็นชอบจะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้สามารถเปิดดำเนินธุรกิจได้ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ที่ทยอยออกมาประกาศแล้ว ในการเข้าร่วมชิงไลเซนส์ Virtual bank มีด้วยกัน ทั้งหมด 5 กลุ่มทุน 

1. ‘บมจ.เอสซีบี เอกซ์’ (SCB) ที่มีพันธมิตรใหญ่ ‘WeBank’ ธนาคารดิจิทัลชั้นนำในจีน และ ‘KakaoBank’ ธนาคารยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้

2. ‘กรุงไทย-เอไอเอส-กลุ่มกัลฟ์-โออาร์’ ที่มองตลาดนี้มีโอกาสอีกมากในการเข้ามาทำธุรกิจ 

3. ‘กลุ่มแอสเซนด์ มันนี่’ ผู้ให้บริการอีวอลเล็ต ภายใต้ชื่อ ‘ทรูมันนี่’ ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทในเครือของ ‘เครือเจริญโภคภัณฑ์’ (ซีพี) จับมือ ‘แอนท์ กรุ๊ป’ (Ant Group) ซึ่งเป็นผู้นำในฟินเทค เป็นบริษัทลูกของอาลีบาบา (Albaba) จากจีน 

4. ‘ซี กรุ๊ป’ ผนึก 4 พันธมิตร ชิงเวอร์ชวลแบงก์ ทั้งธนาคารกรุงเทพ (BBL) บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง หรือ BTS ที่ส่งบริษัทลูกอย่าง บริษัท วีจีไอ หรือ VGI เป็นผู้ลงสนามดังกล่าว, เครือสหพัฒน์ และไปรษณีย์ไทย 

5. กลุ่ม Lightnet ภายใต้ ‘ชัชวาลย์ เจียรวนนท์’ จับมือ WeLab ผู้นำด้าน Virtual Bank ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

‘เคทีซี’ จับมือพันธมิตรร้านมือถือและไอทีชั้นนำ จัดดีลเด็ดซื้อ iPhone16 ผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน

(23 ก.ย. 67) นายณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต ‘เคทีซี’ หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “Apple เป็นแบรนด์เลิฟที่เป็นที่นิยมและคอยติดตามกระแสความเคลื่อนไหวในสินค้าและบริการใหม่ ๆ อยู่เสมอ สำหรับประเทศไทยกลุ่มสาวก Apple มีทุกเจนเนอเรชั่น โดยเฉพาะไอโฟนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงมาก 

และในโอกาสเปิดตัว iPhone 16 ครั้งนี้ เคทีซีได้เตรียมสิทธิพิเศษเพื่อให้สมาชิกบัตรเคทีซีได้เป็นเจ้าของ iPhone 16 โดยสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีสามารถผ่อน 0% ได้นานสูงสุด 10 เดือนพร้อมรับเครดิตเงินคืนหรือส่วนลดรวมสูงสุด 35% และสมาชิกบัตรกดเงินสด ‘เคทีซี พราว’ สามารถผ่อน 0% ได้นานถึง 24 เดือน ด้วยซึ่งเป็นการสร้างความคุ้มค่าสูงสุด 

โดยสามารถรับสิทธิพิเศษได้ทั้งการซื้อผ่านช่องทางหน้าร้านและออนไลน์ ณ ร้านมือถือและไอทีชั้นนำที่ร่วมรายการ ได้แก่  Advice, Jaymart, True, Dtac, iStudio by Uficon, Power Mall, JIB, iStudio by Copperwired, .life, iStudio by SPVI, Studio7, BaNANA, IT city | CSC, Power Buy, AIS และ TG” 

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ktc.co.th/promotion/iphone16/index หรือติดต่อ KTC PHONE 02 123 5000 สำหรับผู้สนใจสมัครบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภท คลิก https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อ KTC PHONE โทร. 0-2123-5000 หรือศูนย์บริการสมาชิก ‘เคทีซี ทัช’ ทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรเครดิตควรใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี สำหรับผู้ถือบัตรกดเงินสด ‘เคทีซี พราว’ ควรกู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว 

นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าญี่ปุ่น 8 เดือนแรกปี 67 ทะลุ 24 ล้าน เติบโต 58% คนไทยติดท็อป 10 ไปเยือนกว่า 7 แสนคน แต่ยอดยังไม่แซงก่อนช่วงโควิด

(23 ก.ย. 67) รายงานองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) ระบุว่า สถิตินักท่องเที่ยวไทยเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น ช่วง 8 เดือนแรก (ม.ค.-ส.ค.) ของปี 2567 พบว่ามีจำนวนกว่า 706,500 คน เพิ่มขึ้น 21.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 แต่ยังติดลบ 12.4% หรือคิดเป็นการฟื้นตัวแล้ว 87.6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562

เฉพาะเดือน ส.ค. ซึ่งตรงกับโลว์ซีซันฤดูร้อนของญี่ปุ่น มีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางเข้า 34,700 คน เพิ่มขึ้น 4.6% เทียบกับจำนวน 33,166 คนของเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามยังติดลบ 30% หรือคิดเป็นการฟื้นตัว 70% เมื่อเทียบกับจำนวน 49,589 คนของเดือน ส.ค. 2562

ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่น 8 เดือนแรกยังคงเติบโตแรงต่อเนื่อง ด้วยจำนวนกว่า 24,007,900 คน เพิ่มขึ้น 58% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และเติบโต 8.4% แซงช่วงเดียวกันของปีก่อนโควิดระบาดอีกด้วย

สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10 อันดับแรกที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นสูงสุด ได้แก่...

1. เกาหลี 5,811,900 คน

2. จีน 4,595,200 คน

3. ไต้หวัน 4,115,200 คน

4. ฮ่องกง 1,801,800 คน

5. สหรัฐ 1,768,100 คน

6. ไทย 706,500 คน

7. ออสเตรเลีย 551,600 คน

8. ฟิลิปปินส์ 496,300 คน

9. เวียดนาม 434,000 คน

10. แคนาดา 367,400 คน

‘ผลวิจัย’ ชี้!! ‘เมือง-บริษัท’ กว่า 40% ทั่วโลก ยังนิ่งเฉย ไร้กำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

(23 ก.ย. 67) เน็ต ซีโร่ แทร็กเกอร์ (Net Zero Tracker) กลุ่มความร่วมมือด้านการติดตามข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก เปิดเผยว่า เมืองและบริษัทมากกว่า 40% ยังไม่ได้กำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 

จากรายงานเผยอีกว่า แม้รัฐบาลและบริษัทจำนวนมากขึ้นให้คำมั่นว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net-zero) แต่ความตั้งใจดังกล่าวถูกเบี่ยงเบนจากสงคราม การเลือกตั้ง และความท้าทายทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างความมุ่งมั่นกับความเป็นจริง

กลุ่มวิจัยระบุว่า ในขณะที่ประเทศต่าง ๆ เตรียมนำเสนอเป้าหมายสภาพภูมิอากาศปี 2578 แก่สหประชาชาติ (UN) นั้น ผู้กำหนดนโยบายของรัฐบาลและบอร์ดบริหารของบริษัทต่าง ๆ กำลังพยายามเปลี่ยนเป้าหมายระยะยาวให้เป็นการดำเนินงานอย่างมีรูปธรรม แต่แผนการเปลี่ยนผ่านยังขาดความชัดเจนและรายละเอียด

รายงานดังกล่าวได้จากการสำรวจความมุ่งมั่นและแผนการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ จากประเทศต่าง ๆ 198 ประเทศ ส่วนภูมิภาค 706 แห่ง เมือง 1,186 เมือง และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เกือบ 2,000 บริษัท โดยรายงานระบุว่า แม้จะมีบริษัท 1,750 แห่งจากทั้งหมดกว่า 4,000 แห่งให้คำมั่นอย่างเป็นทางการที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ แต่ในขณะเดียวกัน พบว่า บริษัทเกือบ 1,700 แห่งยังไม่ได้กำหนดเป้าหมายใด ๆ ไว้เลย ขณะที่มีบริษัทจดทะเบียนไม่ถึง 60% ที่กำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์เอาไว้ ซึ่งเพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับรายงานของปีที่แล้ว โดยเฉพาะบริษัทจากเอเชียที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เน็ต ซีโร่ แทร็กเกอร์ ระบุว่า จำนวนบริษัททั้งหมดที่ไม่ได้กำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดลงมาอยู่ที่ 495 แห่ง จาก 734 แห่งในปีที่แล้ว ซึ่งรวมถึงผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเทสลา (Tesla) และบีวายดี (BYD) บริษัทเกมอย่างนินเทนโด (Nintendo) และบริษัทลงทุนอย่างบริษัทเบิร์กเชียร์ แฮทาเวย์ (Berkshire Hathaway)

‘พิมพ์มาดา’ ร่วมไว้อาลัย ‘อ๋อม อรรคพันธ์’ หลังจากไปด้วยโรคมะเร็ง พร้อมแชร์ความน่ากลัวของมะเร็ง แนะทุกคนใส่ใจ-ตรวจสุขภาพ

(23 ก.ย. 67) หลังจากที่โรคมะเร็งร้ายได้คร่าชีวิตพระเอกชื่อดัง 'อ๋อม อรรคพันธ์ นะมาตร์' จากไปอย่างไม่มีวันกลับในวัยเพียง 39 ปี สร้างความตกใจให้กับเพื่อน ๆ ในวงการบันเทิง รวมไปถึงเหล่าแฟนละครของพระเอกชื่อดัง 

ด้าน 'พิมพ์' พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร หรือ พิมพ์  ZAZA นักร้อง-นักแสดงชื่อดังที่เคยป่วยโรคมะเร็ง ได้ออกมาโพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว @pimmada พร้อมระบุข้อความว่า… 

"ไม่มีโอกาสได้รู้จักคุณอ๋อมส่วนตัว แต่พิมพ์ก็เป็นคนนึงที่เคยสัมผัสกับโรคนี้ มันน่ากลัวค่ะ มันพรากคนที่เรารักไปนักต่อนัก พิมพ์ยังคงเป็นผู้โชคดี แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก ยังคงขอเป็นกระบอกเสียงให้ทุกคนใส่ใจสุขภาพ อย่าละเลยนะคะ ไปตรวจสุขภาพกันค่ะ ขอส่งคุณอ๋อมไปพักผ่อนในที่ที่สบายที่สุด เสียใจกับครอบครัวด้วยนะคะ"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top