Saturday, 25 July 2026
Hard News Team

อาชีพใหม่ในอีก 10 ปีข้างหน้า 6 คลัสเตอร์ กำลังโต!!

(2 พ.ย. 68) ทศวรรษหน้า ตลาดแรงงานไทยจะขยับจาก “ทำงานซ้ำ–บนระบบเดิม” ไปสู่ “ออกแบบ–กำกับ–ต่อยอดระบบอัจฉริยะ” งานใหม่จะเกิดในจุดตัดของ AI/ข้อมูล หุ่นยนต์–โรงงานอัตโนมัติ เมดิคอลและไลฟ์สปาน สิ่งแวดล้อม–พลังงาน ข้อมูลอวกาศ–โลจิสติกส์ และครีเอทีฟรีมิกซ์โลกจริงกับดิจิทัล บทความนี้ชี้ 6 คลัสเตอร์อาชีพ ตัวอย่างบทบาท ทักษะสำคัญ และ “Roadmap 90 วัน” ที่ลงมือได้เลย

1) AI & ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
ภาพรวม: จาก “ใช้ AI เป็นเครื่องมือ” → สู่ “ออกแบบให้ AI สร้างมูลค่าเชิงธุรกิจอย่างวัดผลได้”
อาชีพตัวอย่าง
AI Interaction Designer — ออกแบบปฏิสัมพันธ์คน–ระบบให้คุยรู้เรื่อง ใช้ง่าย โปร่งใส
Synthetic Data Engineer — สร้าง/คุมคุณภาพข้อมูลสังเคราะห์เพื่อเทรนโมเดล โดยไม่เสี่ยงข้อมูลจริง
AI Auditor & Risk — ตรวจคุณภาพโมเดล ความลำเอียง ความปลอดภัย และการทำตามกฎ (compliance)
AI Product Manager — จับปัญหาจริง → โมเดล/ฟีเจอร์ → KPI
Automation Architect — ต่อ AI+RPA+ระบบเดิมให้ไหลลื่น
ทักษะหลัก
Data/LLM เบื้องลึก, UX เชิงสนทนา
กรอบจริยธรรม–กฎหมายข้อมูล, Privacy
การตั้ง KPI ที่ผูกธุรกิจและการวัดผล
จุดเริ่ม: เลือก 1 ปัญหาในทีม เช่น เวลาตอบลูกค้านาน → สร้างบอต/เวิร์กโฟลว์ AI วัดผลก่อน–หลัง

2) หุ่นยนต์–โรงงานอัจฉริยะ & EV
ภาพรวม: ไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญ เมื่อคลื่นโคบอท (cobot) และ EV มากขึ้น ความต้องการช่าง/วิศวกรภาคสนามพุ่ง
อาชีพตัวอย่าง
Cobot Technician — ติดตั้ง ปรับจูน ดูแลแขนกลที่ทำงานเคียงข้างคน
Field Commissioning Engineer — เซ็ตอัพไลน์อัตโนมัติ ตรวจความปลอดภัย ทดลองเดินเครื่อง
Battery & Microgrid Planner — ออกแบบสถานีชาร์จ–ระบบกักเก็บพลังงานให้โรงงาน/คอมเพล็กซ์
ทักษะหลัก
Mechatronics, PLC/เซนเซอร์, ระบบความปลอดภัย
Simulation โหลดไฟฟ้า, การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์
จุดเริ่ม: เข้าคอร์สแขนกล/PLC + ฝึก onsite ในโรงงานจริง 1 โปรเจกต์

3) สุขภาพ–ไลฟ์สปาน & เมดิคอลฮับ
ภาพรวม: ไทยมีความพร้อมด้านบริการแพทย์และเวลเนส การใช้ข้อมูลไบโอ+AI จะทำให้บริการ “เฉพาะบุคคล” โตเร็ว
อาชีพตัวอย่าง
Longevity Coach — วางโปรแกรมโภชนาการ–การนอน–ฝึกกายบนข้อมูล wearables/ผลตรวจ
Clinical Workflow Designer (with AI) — สร้างเวิร์กโฟลว์สรุปเวชระเบียน จัดคิว ตอบอัตโนมัติ
Personalized Wellness Travel Specialist — ออกแบบแพ็กเกจเมดิคอล–เวลเนสไทยเชิงเฉพาะกลุ่ม
ทักษะหลัก
โภชนาการ/กายภาพพื้นฐาน, HL7/FHIR
Data Privacy, Service Design, การสื่อสารกับทีมแพทย์
จุดเริ่ม: ทำ pilot 3–5 เคส เก็บผลลัพธ์เชิงสุขภาพ/ความพึงพอใจเป็นหลักฐานผลงาน

4) สิ่งแวดล้อม–พลังงาน & BCG
ภาพรวม: แรงกดดัน ESG/คาร์บอน และต้นทุนพลังงานผลักให้ทุกธุรกิจต้องวัด–ลด–ชดเชยคาร์บอนอย่างเป็นระบบ
อาชีพตัวอย่าง
Carbon Accountant / ESG Consultant — ทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ รายงานตามมาตรฐานสากล
Nature-based Project Developer — พัฒนาโครงการปลูกป่า/บลูคาร์บอน สร้างเครดิตคุณภาพ
Climate Risk Analyst (สถาบันการเงิน) — โมเดลความเสี่ยงภูมิอากาศต่อพอร์ตสินเชื่อ/ซัพพลายเชน
ทักษะหลัก
GHG Protocol, LCA, มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูล
GIS/สถิติ, การเงินโครงการ, การตรวจสอบภาคสนาม
จุดเริ่ม: รับทำฟุตพริ้นท์ Scope 1–3 ให้ SME 1–2 เจ้า สร้าง playbook และเทมเพลตรายงานเป็นทรัพย์สิน

5) ข้อมูลอวกาศ–ภูมิสารสนเทศ & โลจิสติกส์ใหม่
ภาพรวม: ภาพดาวเทียม+IoT จะกลายเป็น “ข้อมูลดินฟ้าอากาศของธุรกิจ” ใช้คุมฟาร์ม ก่อสร้าง เมือง และห่วงโซ่ส่งสินค้า
อาชีพตัวอย่าง
Satellite Data Productizer — แปลงภาพดาวเทียมเป็นแดชบอร์ด/สัญญาณเตือนเพื่อการตัดสินใจ
UAM/Drone Dispatcher — วางตาราง/กำกับจราจรโดรนและแท็กซี่ไฟฟ้าในเมือง
Last-Meter Robotics Engineer — หุ่นยนต์ส่งของภายในอาคาร โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย
ทักษะหลัก
Remote Sensing, Python/GDAL
UTM/กฎการบิน, SLAM/IoT, ระบบความปลอดภัย
จุดเริ่ม: ทำเดโมตรวจการเปลี่ยนแปลงไซต์ก่อสร้าง/พื้นที่เกษตร พร้อมตัวชี้วัดลดต้นทุน/เวลาหน้างาน

6) ครีเอทีฟ–สื่อ–ประสบการณ์ (Phygital)
ภาพรวม: สื่อสังเคราะห์คุณภาพสูงและประสบการณ์ผสานโลกจริง–ดิจิทัลจะเป็นมาตรฐานของอีเวนต์ การศึกษา และแบรนด์
อาชีพตัวอย่าง
Virtual World Architect — ออกแบบพื้นที่เสมือนจริงสำหรับอีเวนต์/เรียนรู้แบบอินเทอร์แอคทีฟ
Phygital Experience Designer — เชื่อมเซนเซอร์–แอป–เวทีหน้างานให้ไหลลื่นเป็นหนึ่งเดียว
Synthetic Media Producer — สร้างวิดีโอ/เสียง AI แบบถูกลิขสิทธิ์และปลอดอคติ
ทักษะหลัก
3D/Realtime Engine, Service Design
กฎหมายลิขสิทธิ์ดิจิทัล, Storytelling เชิงข้อมูล
จุดเริ่ม: ทำโชว์เคสงาน 1–2 ชิ้น เน้น “ตัวเลขผลลัพธ์” (อัตรามีส่วนร่วม/เวลาพำนัก/ยอดขาย)

ทักษะสากลที่ “โอนย้ายได้” ข้ามทุกอาชีพ
Data/AI Literacy: รู้จักเลือกเครื่องมือ ตั้งคำสั่ง ทดลอง–วัดผล
Automation & API: ต่อระบบให้ทำงานอัตโนมัติได้จริง ไม่ใช่แค่เดโม
Compliance & Quality: รู้กรอบกฎหมายข้อมูล/ลิขสิทธิ์–ตั้งมาตรฐานตรวจคุณภาพ
Design Thinking & Service Design: เริ่มจากปัญหาจริงของลูกค้า/ผู้ใช้
Change Management & Storytelling: พาทีมเปลี่ยนผ่าน พร้อมเล่า “ค่าที่เพิ่มขึ้น” ให้ผู้บริหาร
ภาษา: อังกฤษเป็นฐาน จีนพื้นฐานเพิ่มโอกาสห่วงโซ่อุปทานเอเชีย

Roadmap 90 วัน: เปลี่ยนตัวเองเป็น “มืออาชีพยุคใหม่”
สัปดาห์ 1–2: เลือกสนาม + เก็บโจทย์จริง
เลือกคลัสเตอร์ที่ถนัดหรือเชื่อมธุรกิจคุณ
เก็บโจทย์ 1 ปัญหาเชิงวัดผล (เช่น ลดเวลางานซ้ำ 30%)
สัปดาห์ 3–6: สร้างเดโมที่วัดผลได้
พัฒนา POC/เดโม 1 ชิ้น ใช้ข้อมูลจริง (แต่ปลอดภัย/นิรนาม)
วัดตัวชี้วัดก่อน–หลัง (เวลา/ต้นทุน/ความแม่นยำ/ความพึงพอใจ)
สัปดาห์ 7–9: ทำเป็น “บริการ/ผลิตภัณฑ์”
แพ็กเป็นชุดบริการ 2–3 ระดับราคา พร้อม SOW/ขอบเขต
ทำเอกสารมาตรฐาน: Privacy, QA checklist, SLA เบื้องต้น
สัปดาห์ 10–12: เปิดตัวลูกค้ากลุ่มแรก
นำเสนอผลลัพธ์ให้ผู้บริหาร/ลูกค้าทดลอง เก็บรีวิว–เคสสตัดดี้
ปรับปรุงเวิร์กโฟลว์ + ทำเพจ/เด็คแนะนำบริการ

ข้อคิดเชิงกลยุทธ์สำหรับคนทำงานไทย
จาก “ทำเองทุกขั้น” → “ออกแบบระบบ–บูรณาการ”: ค่าแรงในอนาคตมาจากความสามารถเชื่อมคน–เครื่อง–ข้อมูลให้ทำงานร่วมกันได้
จาก “พอร์ตโฟลิโอรูปสวย” → “เคสผลลัพธ์วัดได้”: ผู้จ้างต้องการ % การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้
จาก “เจ้าเดียวทำได้หมด” → “เครือข่ายมืออาชีพ”: รู้จักประกบพาร์ตเนอร์ (โรงงาน–คลินิก–ไอที–ครีเอทีฟ) เพื่อปิดงานปลายทาง
ยืนบนกฎ–มาตรฐาน: ESG, ความปลอดภัยข้อมูล, ลิขสิทธิ์ คือ “ใบผ่านทาง” สู่ลูกค้าองค์กร

สรุป
สิบปีข้างหน้าไม่ใช่การแข่งขันว่า “ใครเก่งเครื่องมือกว่า” แต่คือ “ใครแปลงเครื่องมือเป็นคุณค่าที่วัดผลได้” ใครเริ่มวันนี้ด้วยเดโมเล็กๆ จากปัญหาจริง เก็บหลักฐานผลลัพธ์ และยืนอยู่บนมาตรฐานความปลอดภัย–ความโปร่งใส จะกลายเป็นมืออาชีพที่ตลาดต้องการสูงในทุกคลัสเตอร์ข้างต้น

‘พีระพันธุ์ – ชัชวาลล์’ จับมือ ขับเคลื่อน!! ‘รวมไทยสร้างชาติ’ เดินหน้า สู้ศึกเลือกตั้ง ย้ำ!! ทำให้ทุกคน ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ พร้อมแก้ปัญหาความมั่นคง ‘ชายแดน - พลังงาน’

(2 พ.ย. 68) พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2568 เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค และตำแหน่งอื่นของพรรค แทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยมีผู้บริหารพรรค พร้อมด้วย สส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ณ สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพฯ  ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้

1.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
2.นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
3.นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
4.นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
5.นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
6.นายชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
7.นายสามารถ มะลูลีม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
8.นายโกวิทย์ ธารณา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
9.พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
10.นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ
11.นายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ
12.นาวาอากาศตรี ดร.ปุญณัฐส์ นำพา รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ
13.ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง อัยรดา บำรุงรักษ์ รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ
14.นายปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ เหรัญญิกพรรครวมไทยสร้างชาติ
15.นายสยาม บางกุลธรรม นายทะเบียนสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

ในโอกาสนี้ นายพีระพันธุ์ ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกพรรคทุกคนที่ให้ความไว้วางใจเลือกตนให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติต่อไป พร้อมระบุว่า ตลอด 2 ปีเศษที่ผ่านมา ตนได้มีโอกาสเข้าไปปฏิบัติภารกิจให้กับประเทศในการกำกับดูแลพลังงาน ทำให้ได้ทราบข้อเท็จจริงและปัญหาต่าง ๆ ในด้านพลังงาน จึงได้เร่งแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชน จนทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกที่สามารถบริหารจัดการโครงสร้างพลังงานของประเทศให้เกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการตรึงราคาก๊าซหุงต้มให้อยู่ที่ 423 บาท/ถัง ขนาด 15 กิโลกรัม  และการลดค่าไฟฟ้าลงอย่างต่อเนื่องจนมาอยู่ที่หน่วยละ 3.94 บาท ในปัจจุบัน ซึ่งตนมั่นใจว่าหากได้ทำงานกำกับดูแลกระทรวงพลังงานต่อก็จะสามารถลดค่าไฟให้ลงมาเหลือหน่วยละ 3.70 บาท ได้แน่นอน ทั้งนี้จากการตรึงค่าไฟในปี 2567 สามารถทำให้ประชาชนประหยัดเงินค่าไฟรวมกันได้ถึง 270,000 กว่าล้านบาท ส่งผลให้ประชาชนมีเงินคืนสู่กระเป๋าเพื่อนำไปจับจ่ายซื้อสิ่งของและกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง

“ผมอาจจะช่วยให้ทุกคนรวยขึ้นไม่ได้ แต่ผมทำให้ทุกคนประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ประเทศไทยในวันนี้ต้องการคนทำงาน คนที่ตั้งใจแก้ปัญหาให้ประเทศ ผมจึงขอให้คำมั่นกับสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติว่า พรรคจะเดินหน้าทำงานต่อไปอย่างเต็มที่ และหากได้เข้าไปบริหารประเทศ ผมจะแก้ทุกปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในทันที ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความมั่นคงทางชายแดน  ความมั่นคงทางพลังงาน และปัญหาความมั่นคงด้านอื่น ๆ” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า วันนี้ยังเป็นนิมิตหมายที่ดีที่พรรคได้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยเฉพาะในตำแหน่งเลขาธิการพรรคที่ได้นายชัชวาลล์ คงอุดม เข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งตนมั่นใจว่า ด้วยผลงานที่ผ่านมาของนายชัชวาลล์ ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานและการช่วยเหลือผู้อื่นมาเสมอ จะช่วยขับเคลื่อนพรรคให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอน

ด้านนายชัชวาลล์ กล่าวว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับนายพีระพันธุ์และพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะนายพีระพันธุ์ เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ เสียสละ ทำงานให้ประเทศเต็มที่ และมุ่งมั่นตั้งใจทำงานแก้ไขปัญหาให้ประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ตนตัดสินใจอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติต่อไป 

นอกจากนี้  ในคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ยังมี นายนราพัฒน์ แก้วทอง เข้ามารับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค เพื่อร่วมขับเคลื่อนพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย

นิสิตรัฐศาสตร์จุฬาฯ ชูป้ายต้อนรับ!! อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เรียกร้อง!! ทวงความยุติธรรม เหตุสลายชุมนุมปี 53 เจ้าตัวยัน!! ไม่เคยแทรกแซงคดี ยกฟ้องแล้วทั้ง 3 ศาล ศ.ไชยันต์ แจง!! อธิบาย เหตุใดถึงเชิญมา ก่อนนิสิตแยกย้าย

(2 พ.ย. 68) ประชาไท Prachatai.com ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ นิสิตรัฐศาสตร์จุฬาฯ ถือป้ายต้อนรับนายอภิสิทธิ์ โดยในป้ายนั้นเขียนว่า "สลายการชุมนุม 53 คนสั่งฆ่าอยู่นี่"

นิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือป้ายข้อความ "สลายการชุมนุม 53 คนสั่งฆ่าอยู่นี่" ต้อนรับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกเชิญมาเป็นวิทยากรพิเศษในเสวนาเชิงนโยบาย (Policy Talk) หัวข้อ "นโยบายสาธารณะ: ทฤษฎีและการปฏิบัติ" ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ หลักสูตรปริญญาเอก สาขานโยบายสาธารณะ

กลุ่มนิสิตทวงถามความยุติธรรมกรณีสลายการชุมนุมเสื้อแดง 2553 ต่ออภิสิทธิ์ และความเหมาะสมในการเชิญอภิสิทธิ์มาบรรยายต่อคณะรัฐศาสตร์

โดยอภิสิทธิ์ได้นั่งพูดคุยกับนิสิตกลุ่มนี้หน้าตึกเกษม อุทยานิน เป็นเวลากว่า 20 นาที ชี้แจงว่าก่อนหน้านี้ก็มีการดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยที่ตนไม่เคยแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เขายกข้อสรุปของ ปปช. มายืนยันว่าคำสั่งของตนในขณะนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา รวมถึงกรณีที่ธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดี DSI เคยส่งฟ้องตนในข้อหาสั่งฆ่าประชาชน แต่ยกฟ้องทั้งสามศาล และธาริตเองถูกศาลฎีกาสั่งจำคุก เพราะมีเจตนากลั่นแกล้ง

รวมถึงศาสตราจารย์ไชยันต์ ไชยพร ที่อธิบายให้นิสิตฟังว่าเหตุใดจึงเชิญมา โดยไชยันต์ตั้งคำถามกลับว่านับตั้งแต่ทักษิณ ชินวัตร เป็นต้นมา ใครบ้างเป็นนายกฯ ที่ตัดสินใจโดยอิสระ ไม่อยู่ภายใต้คนอื่น เขามองว่าอดีตนายกฯ คนอื่น ๆ เช่น สมัคร สุนทรเวช, สมชาย วงศ์สวัสดิ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คือนายกฯ ที่ไม่เป็นอิสระ

เมื่อนิสิตถามว่าพวกเขาอยู่ใต้ใคร ทักษิณใช่หรือไม่ ไชยันต์ตอบว่า "ใช่ ทักษิณครับ"
 

บทบาท คณะกรรมาธิการรัฐสภาไทย มีหน้าที่ทำอะไร มีอำนาจแค่ไหน ประชาชนได้ประโยชน์ หรือแค่เขียนรายงาน

(2 พ.ย. 68) กมธ.รัฐสภา ทำอะไรได้จริงแค่ไหน หน้าที่ ผลงานเด่นที่คนได้ประโยชน์จริง  และจุดที่ ‘ยังไม่เห็นผล’

1) หน้าที่ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.)—สรุปสั้น
•    พิจารณาร่างกฎหมายเชิงลึก รับฟังความเห็น แก้ไขถ้อยคำ ก่อนส่งกลับที่ประชุมใหญ่ลงมติ
•    ศึกษา/สอบหาข้อเท็จจริง และติดตามการบริหารราชการแผ่นดิน
•    มีอำนาจเชิญบุคคลและเรียกเอกสารตามกฎหมาย เพื่อประกอบการพิจารณา
•    จัดทำรายงาน/ข้อเสนอแนะ เสนอให้ที่ประชุมใหญ่ และเผยแพร่ต่อสาธารณะเมื่อเหมาะสม

2) “ผลงานเด่น” ที่ประชาชนได้ประโยชน์ชัด ๆ
2.1) พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 — ยกระดับการคุ้มครองผู้ถูกควบคุมตัว กำหนดสิทธิผู้เสียหายและความรับผิดผู้บังคับบัญชา (ผ่านชั้นกมธ.ก่อนไปสู่การประกาศใช้)
2.2) พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 — บังคับ “คาร์ซีท/อุปกรณ์นิรภัยสำหรับเด็ก” มีผลใช้ 5 กันยายน 2565 ช่วยลดความรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
2.3) ระบบตัดแต้มใบขับขี่ (12 แต้ม) — เริ่มใช้ทั่วประเทศ 9 มกราคม 2566 กลไกปรับพฤติกรรมและยกระดับวินัยจราจร
2.4) ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 — รวมกฎหมายกระจัดกระจายเป็นฉบับเดียว เน้นมาตรการบำบัด ลดความซ้ำซ้อนในกระบวนการยุติธรรม
2.5) พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) พ.ศ. 2562 — สิทธิของประชาชนในการเข้าถึง/คัดค้าน/ลบข้อมูลส่วนบุคคล เป็นกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับแรกของไทย
2.6) พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 — ตั้งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (NIEMS) และกำหนดสิทธิการเข้าถึงบริการฉุกเฉินมาตรฐานทั่วประเทศ
2.7) พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 — กฎหมายคุ้มครองสัตว์ฉบับแรกของไทย กำหนดมาตรฐานสวัสดิภาพและบทลงโทษ
2.8) กมธ.งบประมาณ ปี 2563 — ตัด-ปรับลดงบประมาณรวมประมาณ 16,200 ล้านบาท สะท้อนบทบาทในการตรวจสอบการใช้เงินภาษีในชั้นกมธ.

3) เคสที่ถูกวิจารณ์ว่า “ยังไม่เห็นผลกับประชาชน” มากพอ
•    ทริปดูงานต่างประเทศของ ส.ส./ส.ว./กมธ. — ถูกตั้งคำถามความคุ้มค่า (เช่น ยุคล่าสุดมีการวิจารณ์วงกว้าง และในอดีตสภาเคยตัดงบเดินทาง-สัมมนาหลายร้อยล้านบาท)
•    บุหรี่ไฟฟ้า — มีการตั้งกมธ.ศึกษาและทำรายงานเสนอหลายทางเลือก แต่ข้อยุติระดับกฎหมายยังล่าช้า ทำให้ผลลัพธ์ต่อประชาชนยังไม่ชัด
•    กมธ.งบประมาณ — แม้มีการตัด-ปรับ แต่เมื่อเทียบกับงบทั้งก้อนบางปีคิดเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก จึงถูกตั้งคำถามเรื่องผลกระทบเชิงโครงสร้าง
•    องค์ประชุมสภาล่ม/สะดุด — ตารางประชุมกมธ.กับห้องประชุมใหญ่ชนกันในบางจังหวะ ทำให้การออกกฎหมายล่าช้า สูญเสียเวลาและโอกาสของประชาชน

4) บทสรุปสำหรับประชาชน
•    เมื่อกมธ.ทำงานได้ผล เราได้กฎหมาย/มาตรการที่ดีขึ้น เช่น คาร์ซีทเด็ก ระบบตัดแต้มใบขับขี่ สิทธิข้อมูลส่วนบุคคล และระบบแพทย์ฉุกเฉิน
•    เมื่อกมธ.ทำงานไม่เกิดผล เราจะเห็นค่าเสียโอกาส เช่น งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า รายงานที่ไม่ถูกนำไปสู่การตัดสินใจ หรือกระบวนการที่ล่าช้า
.
เช็กลิสต์ “กมธ.เพื่อประชาชน”
กำหนดเป้าหมาย/ตัวชี้วัด (KPI) ที่วัดผลได้ เช่น จำนวนข้อเสนอเชิงนโยบายที่หน่วยงานนำไปใช้จริง
เปิดข้อมูล—ถ่ายทอดสด และเผยแพร่รายงานให้ตรวจสอบได้
ไทม์บ็อกซ์งานศึกษา ไม่ปล่อยยืดเยื้อ
บริหารตารางประชุม ไม่ให้ชนกับการพิจารณากฎหมายในห้องใหญ่
ใช้อำนาจเรียกเอกสาร/บุคคลอย่างมีวินัยและจำเป็นจริง ตามกรอบกฎหมายที่กำหนด

‘รัศมีแข’ กลายเป็น!! พลังซอฟต์พาวเวอร์ ทีมไทย สื่อเอเชีย ยกให้!! สีสันแห่ง Physical: Asia บน Netflix ส่งพลังบุคลิกไทย สู่สายตาเอเชีย ในรายการสุดโหด เน้น!! ‘สนุก’ มากกว่า ‘โชว์กล้าม’

(2 พ.ย. 68) ทำไม?? ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ กลายเป็นสีสันทีมไทยที่ทั่วเอเชียพูดถึงในเรียลิตี้โหดสุดอย่าง Physical: Asia บน Netflix และนี่ไม่ใช่แค่ความแข็งแรง แต่คือ “พลังบุคลิก” ที่พาไทยดังไปพร้อมกัน

Physical: Asia คือสนามแบบไหน
สปินออฟจาก Physical: 100 ที่เปลี่ยนกติกาเป็น “ศึกทีมชาติ” 8 ประเทศ แข่งกันภารกิจหนักระดับเอาตาย เพื่อศักดิ์ศรีทีมและเงินรางวัล 1 พันล้านวอน รายการเปิดฉาย 28 ต.ค. 2025 และดึงซูเปอร์สตาร์สายกีฬา–ความฟิตจากทั้งภูมิภาคมาเจอกัน เช่น Manny Pacquiao, Robert Whittaker, Superbon ฯลฯ (กัปตันทีมไทย) นับว่าเป็นการเล่าเรื่องความแกร่งที่ผสมวัฒนธรรมและทีมเวิร์กชัดกว่าเดิม

จุดที่ทำให้ “รัศมีแข” โดดเด่นระดับภูมิภาค
เปิดตัวแบบจำ–ไม่–ลืม: สายเอนเตอร์เทนมาเต็ม แต่ลงสนามแล้ว “ทำได้จริง” ภาพจำคือเดินเข้าสตูฯ ด้วยความมั่นใจ ก่อนโชว์สกิลภารกิจสุดโหด จนสื่อและแฟนรายการพูดถึงวงกว้าง
โมเมนต์ไวรัล: ศึก “เรืออัปปาง–ขนลัง” ที่ทีมไทยต้องยก/วิ่ง/สื่อสารแข่งกับทีมเกาหลี ฟุตเทจ “ตะโกนปลุกใจ–คุมจังหวะทีม” ทำให้ชื่อรัศมีแขพุ่งติดเทรนด์ในช่องทางทางการของ Netflix
คำพูดคม–คัลเจอร์แคปซูล: มุกหยอกเชิงวัฒนธรรม (อาหาร–ป็อปคัลเจอร์) ถูกยกไปแชร์–ตีความต่อทั้งไทยและต่างประเทศ ขยาย “อารมณ์ขันแบบไทย” สู่ผู้ชมวงกว้าง
เสียงเชียร์นอกประเทศ: สื่อต่างชาติยกบุคลิก “ซนแต่จริงใจ” ของเขาว่าเป็นหัวใจความสนุกของทีมไทย—ระดับ reality TV gold ในแง่สีสันและพลังบวกต่อทีม

ทำไม “คาแรกเตอร์แบบไทย” ถึงเข้าทางรายการฟิตเนสโหด
บาลานซ์ “โหด–ฮา”: รายการให้ภาพ “แรงกาย” ส่วนรัศมีแขเติม “แรงใจ–แรงเชียร์” ผู้ชมเลยได้ “ความเป็นมนุษย์” ของทีม—ยิ้มได้แม้งานหนัก ความเครียดของโชว์จึงดูสนุก–น่ารักขึ้นมาก
รหัสวัฒนธรรมที่เข้าใจง่าย: การเปรียบเทียบอาหาร–ป๊อปคัลเจอร์ ทำหน้าที่เป็น “ซับวัฒนธรรม” ช่วยต่างชาติอ่านไทยได้ทันที—ไม่ต้องรู้ภูเก็ตหรือวอลเลย์บอล ก็หัวเราะและเชียร์ไทยร่วมกันได้
ทีมเวิร์กที่มีผู้นำทางอารมณ์: ในเกมที่แพ้–ชนะด้วยความพร้อมทั้งกายและใจ “ผู้นำอารมณ์” สำคัญไม่แพ้กัปตันสายเทคนิค คลิปของ Netflix โชว์ชัดว่าการสื่อสาร–ปลุกใจ ช่วยให้ทีมรักษาจังหวะการยก/วิ่งได้จริง

หลักฐานจากกระแสและสื่อ
บทความ/พอร์ตข่าวต่างชาติแนะนำแคสต์และยืนยันรูปแบบทีมชาติ–เงินรางวัล–วันฉาย (เช่น Marie Claire, Netflix Tudum ฯลฯ)
สื่อไทยรายงานต่อเนื่อง—ตั้งแต่เปิดตัวทีมไทย (มี Superbon เป็นกัปตัน) จนถึงกระแสการชม “รัศมีแขคือสีสันทีม” หลังออกอากาศไม่กี่ตอน
โพสต์/คลิปทางการของ Netflix ประเทศไทย–เกาหลี ช่วยขยายโมเมนต์ “ทีมไทยฮึด!” สู่วงกว้าง สร้างฐานแชร์ข้ามประเทศ

บทเรียนซอฟต์พาวเวอร์สำหรับไทย (ทำได้เลยช่วงกระแสกำลังเดือด)
เซต “มุกไทยเข้าใจง่าย” เป็นสคริปต์สื่อสารสำหรับนักกีฬา–ครีเอเตอร์ไทยเวลาไปเวทีนานาชาติ: อาหาร, เพลง, คนดัง, สถานที่—สั้น จำง่าย แชร์ต่อได้
แคมเปญคู่กีฬา–ท่องเที่ยว: คลิปสั้น “ฝึกภารกิจแบบทีมไทยใน 30 วินาที” ปิดด้วยโลเคชันไทย (ชายหาด–มวยไทย–สตรีตฟู้ด) ให้หน่วยงานท่องเที่ยว/สโมสร/ยิมหยิบไปทำคอนเทนต์ร่วม
แบรนด์แอสโซซิเอตกับ “พลังบวก”: ใช้รัศมีแขเป็นคีย์เวิร์ดของคอนเทนต์—เน้นคำสำคัญ “ทีมเวิร์ก–กำลังใจ–สนุก” มากกว่า “โชว์กล้าม” เพื่อสื่อสารกับผู้ชมวงกว้าง

สรุป
Physical: Asia เปิด “ลานประลองเอเชีย” ที่ไม่ได้วัดแค่แรง แต่คือ “เรื่องเล่าแห่งทีม” และในหมากนี้ รัศมีแข คือการ์ดซอฟต์พาวเวอร์ที่พา “อารมณ์ขัน–ความจริงใจ–สปิริตทีมไทย” ไปให้ผู้ชมทั่วภูมิภาคเห็นแบบชัดเจน—ยิ้มได้ เชียร์เพลิน และจำไทยได้แม่นยำกว่าที่เคย
ปิดท้ายสำหรับผู้อ่าน TST: ถ้าอยาก “อินให้สุด” แนะนำเปิดดูคลิป “ทีมไทยฮึด!” ก่อน แล้วค่อยไปดูเต็มใน Netflix—จะเห็นชัดว่าทำไมคาแรกเตอร์แบบไทยถึงชนะใจคนดูได้ในรายการสุดโหด

สส. มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ภาครัฐ อย่าง สปสช ที่ชักดาบโรงพยาบาล ประชาชนเดือดร้อน แต่ ‘รักชนก’ ไม่ทำหน้าที่ มาตรวจสอบ ประชาชน อย่าง ‘กัน จอมพลัง’ ใช่หน้าที่ สส. ตรวจสอบ ประชาชนหรือ

(2 พ.ย. 68) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Arnond Sakworawich’ โดยมีใจความว่า ...

สส. มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ภาครัฐ อย่าง สปสช ที่ชักดาบโรงพยาบาล ประชาชนเดือดร้อน แต่รักชนก ไม่ทำหน้าที่ มาตรวจสอบ ประชาชน อย่างกัน จอมพลัง ใช่หน้าที่ สส. ตรวจสอบประชาชนหรือ

เชียงใหม่-สโมสรนักศึกษาพยาบาล มช.ดูงานสภาการพยาบาลและ ม.บูรพา

วันที่ 29 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2568 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย ผศ.ดร.อนนท์ วิสุทธิ์ธนานนท์ ผู้ช่วยคณบดี พร้อมด้วยคณาจารย์ บุคลากรหน่วยพัฒนาคุณภาพนักศึกษาและสโมสรนักศึกษาของคณะฯ เข้าศึกษาดูงานสภาการพยาบาล โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ นายกสภาการพยาบาล และ ดร.สุดคนึง ฤทธื์ฤาชัย ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาต่อเนื่องสาขาพยาบาลศาสตร์ สภาการพยาบาล กล่าวต้อนรับและเป็นวิทยากรบรรยายสรุป เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสภาการพยาบาล ตระหนักถึงความสำคัญของวิชาชีพการพยาบาล 

นอกจากนี้ได้ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณะกรรมการบริหารสโมสรนักศึกษา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.พรชัย จูลเมตต์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นประธานกล่าวต้อนรับ เป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ของผู้นำนักศึกษา อีกทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและเรียนรู้การจัดกิจกรรมสำหรับนักศึกษาระหว่างสถาบัน ทำให้สโมสรนักศึกษาของคณะฯ มีแนวทางในการจัดกิจกรรมนักศึกษานำไปสู่คุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ ตลอดจนมีผลลัพธ์สอดคล้องกับการประกันคุณภาพการศึกษาของคณะฯ ต่อไป

คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรนักศึกษา โดยมุ่งหวังให้ผู้นำนักศึกษาเป็นพลังสำคัญในการสร้างสรรค์กิจกรรมที่พัฒนาทั้งทักษะทางวิชาการและทักษะชีวิตแก่เพื่อนนักศึกษาในทุกมิติ คณะฯ จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ไม่ใช่เพียงด้วยนโยบายเท่านั้น แต่ต้องอาศัยศักยภาพของนักศึกษาที่ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืน

วันแรกของการรับทหารใหม่ ผลัดที่ 3/68 จำนวน 2,088 นาย มาเป็น “น้องเล็กคนใหม่ของกองทัพเรือ” ณ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ “หล่อหลอมกาย ใจ รับใช้ชาติ”

วันเสาร์ที่ 1 พ.ย.68 น.อ.ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ต้อนรับทหารใหม่ ผลัดที่ 3/68 ณ สถานีรับรายงานตัวของศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

โดยทหารใหม่ในส่วนของกองทัพเรือ ผลัดที่ 3/68 จำนวน 2,088 นาย แบ่งเป็นทหารใหม่ที่สมัครโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ และวิธีการคัดเลือก เดินทางมาจากภาคกลาง  ภาคตะวันออก  ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านขั้นตอนการรับรายงานตัว ประกอบด้วย
     - สถานีคัดกรองโรค
     - สถานีตรวจสิ่งเสพติดและสิ่งของต้องห้าม
     - สถานีลงทะเบียนคัดแยกสังกัดกองร้อย และธุรกรรมการเงิน
     - สถานีรับยุทธอาภรณ์    

เข้าสู่ครอบครัวของกองทัพเรือในฐานะ “น้องเล็กคนใหม่ของกองทัพเรือ” ซึ่งการดำเนินงานในแต่ละสถานีเป็นไปอย่างมีมาตรฐานที่รวดเร็ว เรียบร้อย และปลอดภัย  และจะเข้าสู่การฝึกอบรมเป็นเวลา 8 สัปดาห์ เพื่อให้เป็นทหารเรือที่มีความเข้มแข็ง องอาจ มีระเบียบวินัย มีทัศนคติที่ดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมปฏิบัติงานในหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือต่อไป

จากวิกฤติ!! สู่การพลิกเกมคว่ำบาตร ‘อิหร่าน - รัสเซีย’ เอาตัวรอด ด้วยการพึ่งพาตนเอง เติบโต!! ด้วยความแข็งแกร่ง ท่ามกลางแรงกดดัน!! จากโลกตะวันตก

(2 พ.ย. 68) อาจารย์ ดร. รุสตั้ม หวันสู อาจารย์ประจำสังกัดภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘อิหร่าน - รัสเซีย’ โดยมีใจความว่า ...

หนึ่งในเป้าหมายการเดินทางมามอสโก คือมาดูให้เห็นกับตาว่ารัสเซียจะเอาตัวรอดทางเศรษฐกิจได้หรือไม่ ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรอย่างหนักหน่วงของสหรัฐฯและพันธมิตร 

คำตอบที่ได้ก็คือ ไม่ใช่เพียงเอาตัวรอดได้ แต่กลับเติบโตอย่างน่าทึ่ง เห็นการก่อสร้างทั่วมอสโก เห็นตึกระฟ้าไปทั่ว เห็นปั๊มน้ำมันที่ขายน้ำมันถูกกว่าหลายประเทศ ไม่ได้ขาดแคลนน้ำมันตามที่เป็นข่าว เห็นผู้คนจับจ่ายใช้สอยกันครึกครื้นในซุปเปอร์มาร์เก็ต เห็นอัตราการว่างงานที่ 2.2% น้อยกว่าเยอรมนี สามเท่าตัว น้อยกว่าอังกฤษ สองเท่าตัว เห็นอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แม้จะลดลงมาก แต่ก็ยังมีตัวเลขสูงกว่าประเทศแกนนำยุโรปอย่างเยอรมนี แน่นอนว่าอัตราเงินเฟ้อในรัสเซียสูงเป็นประวัติการณ์แต่พวกเขาก็ยังเอาตัวรอดได้

เราเห็นอะไรเบื้องหลังปรากฏการณ์เหล่านี้..

มาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐฯและพันธมิตรใช้กับรัสเซียนั้นมีจุดมุ่งหมายให้รัสเซียเผชิญวิกฤติทางเศรษฐกิจจนไม่มีงบประมาณไปใช้ในการต่อสู้ในยูเครน หรือทำให้ต้นทุนในการต่อสู้ต่อไปนั้นสูงเกินรัสเซียจะจ่ายไหว ผู้คนจะไม่ทนและออกมาล้มรัฐบาล แต่สิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์ในตะวันตกคิดนั้นล้วนผิดคาด 
ในปี 2025 นี้ ผมเดินทางไปสำรวจประเทศที่ถูกคว่ำบาตรอย่างหนักสองประเทศคือ 'อิหร่าน' และ 'รัสเซีย' พบว่าทั้งสองประเทศกลับเอาตัวรอดได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งสองประเทศนี้ไม่ได้มีมนต์วิเศษใด ๆ แต่ประเทศที่สามารถเอาตัวรอดจากการคว่ำบาตรได้นั้น ผมพบว่าพวกเขามีปัจจัยร่วมกันบางประการดังนี้

หนึ่ง...พวกเขาพึ่งพาตัวเองได้ โดยเฉพาะเรื่องอาหาร พลังงาน เทคโนโลยี ยารักษาโรคและอาวุธฯ คนเราหากมีข้าวขนมปังกิน โอกาส-อดตายนั้นแสนยากเย็น 

สอง...พวกเขามีเพื่อนแท้ในยามยาก ที่พร้อมเสี่ยงไปด้วยกัน แม้จะถูกโดดเดี่ยวในเวทีโลกโดยเฉพาะจากชาติตะวันตก แต่เพื่อนจากชาติตะวันออกที่เป็นชาติมหาอำนาจอย่างจีน อินเดีย พร้อมให้ความช่วยเหลือ ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังมีมิตรประเทศอีกมากมายในอาเซียน แอฟริกา อดีตชาติโซเวียต และลาตินอเมริกา 

สาม...พวกเขามีคนที่รักชาติรักแผ่นดิน แน่นอนว่าอาจมีคนที่ไม่ชอบรัฐบาล แต่เมื่อต้องเผชิญกับศัตรู คนในชาติจะเลือกสู้กับภัยคุกคามที่หมายให้พวกเขาสิ้นชาติ ดังนั้นประเทศต้องรอด นี่คือ mindset ของผู้คนในประเทศอย่างรัสเซียหรืออิหร่าน

สี่...พวกเขายืดหยุ่นและปรับตัวได้อย่างน่าทึ่ง ภายหลังถูกคว่ำบาตรรอบแรกในปี 2014 รัสเซียปรับตัวขนานใหญ่ด้านการเกษตร ลดการนำเข้า เน้นการผลิตภายในทำให้รัสเซียสามารถผลิตสินค้าหลักด้านการเกษตรจนเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ เมื่อรัสเซียถูกตัดออกจากระบบ SWIFT พวกเขาหันมาใช้การโอนเงินระหว่างประเทศด้วยคริปโตแทน อิหร่านหันมาพัฒนาอุตสาหกรรม ชีวะเภสัชกรรม และเครื่องมือทางการแพทย์ภายในประเทศ ทำให้ความมั่นคงด้านสุขภาพยังคงอยู่ ในอิหร่านสินค้าที่เป็นบริการสาธารณะราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้คน ในรัสเซียผมได้ไปดูโรงงานตัดแผ่นเหล็กด้วยหุ่นยนต์ วิศวกรบอกว่า พวกเขาเคยนำเข้าหุ่นยนต์จากยุโรป แต่เมื่อถูกคว่ำบาตรพวกเขาใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น ในการผลิตหุ่นยนต์เหล่านั้นด้วยตนเองทดแทนการนำเข้า

ความบีบคั้นทางเศรษฐกิจไม่ได้นำมาซึ่งความล่มสลายทางการเมือง แต่กลายเป็นเตาหลอมที่หล่อหลอมให้เกิดนวัตกรรมและความสามัคคี เมื่อทางออกเดียวคือการสู้... ชาติที่มีความมุ่งมั่นจะไม่รอความช่วยเหลือจากใคร แต่จะสร้างเครื่องมือเอาตัวรอดขึ้นมาเอง

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top