Friday, 24 July 2026
Hard News Team

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักงานอัยการสูงสุดอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ.วัดหน้าพระเมรุราชิการามวรวิหาร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักงานอัยการสูงสุดอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานน้อมนำไปถวายแด่พระสงฆ์จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ วัดหน้าพระเมรุราชิการามวรวิหาร ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในกาลกฐินพุทธศักราช 2568

(31 ต.ค. 68) เวลา 13.00 น. นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานน้อมนำไปถวาย ณ วัดหน้าพระเมรุราชิการามวรวิหาร ตำบลท่าวาสุกรี  อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายสัญจัย จันทร์ผ่อง ผู้ตรวจการอัยการ นายธานินทร์ ประดิษฐ เลขานุการผู้ตรวจการอัยการ (นายสัญจัย จันทร์ผ่อง) คณะผู้บริหาร ข้าราชการฝ่ายอัยการ สมาคมภริยาอัยการ  บุคลากรสำนักงานอัยการสูงสุด ดร.สมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมในพิธี

วัดหน้าพระเมรุราชิการามวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สังกัดมหานิกาย เป็นวัดโบราณที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พุทธศักราช 2046 มีชื่อเดิมว่า "วัดพระเมรุราชการาม" ที่ตั้งของวัดนี้เดิมคงเป็นสถานที่สำหรับสร้างพระเมรุถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่งสมัยอยุธยาตอนต้น ต่อมาจึงได้สร้างวัดขึ้น มีตำนานเล่าว่าพระองค์อินทร์ในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงสร้างวัดนี้เมื่อ พ.ศ. 2046 และในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ได้มีการปฏิสังขรณ์วัดนี้โดยรักษาแบบอย่างเดิมไว้และได้เชิญพระพุทธรูปศิลาสีเขียวหรือพระคันธารราฐประทับนั่งห้อยพระบาทสมัยทวาราวดีจากวัดมหาธาตุมาไว้ในวิหารสรรเพชญ์ ซึ่งอยู่ข้างพระอุโบสถ พระพุทธรูปศิลาแบบนั่งห้อยพระบาทสมัยทวาราวดีนี้ นับเป็น 1 ใน 5 องค์ที่มีอยู่ในประเทศไทยปัจจุบันมีพระพิศาลวิหารกิจ (สมศักดิ์ ฉนทกโร) เป็นเจ้าอาวาสในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานครั้งนี้

‘ทรัมป์’ หวั่นจีนเร่งสะสมหัวรบนิวเคลียร์ คาดอาจเทียบสหรัฐฯ ได้ภายในปี 2030 นักวิเคราะห์ทหารชี้ ‘จีนไม่ลดอาวุธแน่’ และจะเดินหน้าพัฒนาแสนยานุภาพต่อ

(31 ต.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ใน Truth Social ระบุว่า จีนอาจมียุทโธปกรณ์นิวเคลียร์เทียบเท่าสหรัฐฯ ได้ภายในปี 2030 สอดคล้องกับรายงานของสถาบันสตอกโฮล์มเพื่อการวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศ (SIPRI) ที่คาดว่าจีนจะมีหัวรบนิวเคลียร์เพิ่มจาก 600 ลูก เป็นกว่า 1,000 ลูกในอีก 5 ปีข้างหน้า

อิกอร์ โครอทเชนโก (Igor Korotchenko) นักวิเคราะห์ทหารและบรรณาธิการวารสาร National Defense ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวสปุตนิกว่า คำกล่าวของทรัมป์อาจเป็นความพยายามโน้มน้าวให้จีนเข้าร่วมเจรจาลดอาวุธนิวเคลียร์ แต่ยืนยันว่าจีน “ไม่มีทางยอมอย่างแน่นอน” เพราะต้องการพัฒนาขีดความสามารถด้านยุทธศาสตร์ตามแผนของตนเอง ไม่ขึ้นอยู่กับแรงกดดันจากต่างชาติ

ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า จีนยังไม่พร้อมเข้าร่วมการเจรจาควบคุมอาวุธใด ๆ กับสหรัฐฯ และรัสเซีย เนื่องจากศักยภาพทางนิวเคลียร์ยังต่างกันมาก โดยสหรัฐฯ มีหัวรบนิวเคลียร์กว่า 5,000 ลูก จีนยังคงอยู่ในขั้นของการพัฒนาและเสริมสร้างระบบ “นิวเคลียร์ไตรภาคี” เพื่อป้องปรามเชิงยุทธศาสตร์เท่านั้น

'ปราชญ์ สามสี' โพสต์วิจารณ์ กมธ.ทหาร ชี้ทำให้ 'ประชาชน-ทหาร' เกลียดกันแทนที่จะร่วมมือ ทั้งที่ทุกฝ่ายกำลังสามัคคีรบกัมพูชา

เพจเฟซบุ๊ก ‘ปราชญ์ สามสี’ โพสต์เมื่อวันที่ (31 ต.ค. 68) ถึงประเด็นการทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า “สรุปผล กมธ.ทหาร คือเพื่อให้ประชาชนกับทหารเกลียดกันเท่านั้น หาประโยชน์อะไรไม่ได้ ทั้งๆ ที่ทุกฝ่ายสามัคคีกันรบกับกัมพูชา”

เซี่ยงไฮ้ "ปารีสแห่งตะวันออก" : มหานครแห่งอนาคต พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีน

“เซี่ยงไฮ้เป็น1ใน4มหานครใหญ่ของจีน(เทียนจิน ฉงชิ่ง เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง)ที่ผมมีโอกาสไปเยือนครบทุกมหานครในช่วงกว่า30ปีที่ผ่านมา ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดนับแต่จีนเริ่มนโยบาย4ทันสมัยโดยเติ้งเสี่ยวผิง วันนี้กลับมาเซี่ยงไฮ้อีกครึ่งจึงถือโอกาสเล่าเรื่องราวของมหานครแห่งนี้”
อลงกรณ์ พลบุตร ตุลาคม 2025

เซี่ยงไฮ้ (Shanghai) คือมหานครที่เล่าเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งของจีน ผ่านภูมิทัศน์ที่สะท้อนความขัดแย้งและความผสมผสานระหว่างสองยุคสมัยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คือ "ปารีสแห่งตะวันออก" ในอดีต และ "ศูนย์กลางทางการเงินระดับโลก" ในปัจจุบัน เป็นเมืองที่แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงของประเทศจีนได้อย่างชัดเจนที่สุด จากหมู่บ้านริมน้ำเล็ก ๆ สู่ "ปารีสแห่งตะวันออก" และกลายมาเป็น ศูนย์กลางการเงินระดับโลก ในปัจจุบัน ด้วยจำนวนประชากรที่หนาแน่นกว่า 24 ล้านคน เซี่ยงไฮ้จึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งจีนและเวทีโลก

อดีต จากหมู่บ้านประมงสู่ "ปารีสแห่งตะวันออก" ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 19 เซี่ยงไฮ้มีสถานะเป็นเพียงเมืองค้าขายขนาดเล็ก แต่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นหลัง สงครามฝิ่น (1842) เมื่อเซี่ยงไฮ้ถูกเปิดเป็น เมืองท่าสนธิสัญญา

อิทธิพลตะวันตก: มหาอำนาจตะวันตกได้เข้ามาจัดตั้ง เขตสัมปทาน (Concessions) ทำให้พื้นที่เหล่านี้อยู่ภายใต้กฎหมายและการบริหารของชาวต่างชาติ ก่อให้เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใคร สัญลักษณ์ยุคเก่า: เดอะบันด์ (The Bund) คือภาพสะท้อนของยุคทองนี้ ด้วยอาคารสไตล์ Art Deco และ Neoclassical ที่เคยเป็นที่ตั้งของสถาบันการเงินและบริษัทการค้าระดับโลก

จุดสิ้นสุด: ความรุ่งเรืองต้องหยุดชะงักลงเมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้ายึดครองแผ่นดินใหญ่ในปี 1949 บทบาทและอิทธิพลในระดับโลกของเซี่ยงไฮ้จึงถูกจำกัดลง

ปัจจุบัน : สร้างอนาคตใหม่
ตั้งแต่ทศวรรษ 1990s รัฐบาลจีนได้กำหนดให้เซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาและเป็นหน้าเป็นตาของชาติ โดยเฉพาะการสร้าง เขตผู่ตงใหม่ (Pudong New Area) ขึ้นมาใหม่ทั้งหมดสถาปัตยกรรมแห่งอนาคต: ผู่ตงเปรียบเสมือนภาพความทะเยอทะยานของจีน ด้วยกลุ่มตึกระฟ้าที่ล้ำยุค เช่น เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ (Shanghai Tower) ซึ่งมีความสูงถึง 632 เมตร กลายเป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัย
มหานครคู่ขนาน: ปัจจุบันเซี่ยงไฮ้จึงมีภูมิทัศน์ที่โดดเด่น คือ การเผชิญหน้ากันของ เดอะบันด์ (อดีต) และ ผู่ตง (อนาคต) ข้ามแม่น้ำหวงผู่ ซึ่งสะท้อนการผสมผสานประวัติศาสตร์เข้ากับวิสัยทัศน์แห่งอนาคต

บทบาททางเศรษฐกิจ : ฟันเฟืองของโลก

เซี่ยงไฮ้มีบทบาทสำคัญในสามมิติหลัก ได้แก่ การเงิน การค้า และนวัตกรรม ด้วยขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่โตจนมี GDP ต่อปีสูงกว่า 4 ล้านล้านหยวน
1. ศูนย์กลางการเงิน (Financial Hub)
ตลาดทุน: เป็นที่ตั้งของ ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (SSE) ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดรวมใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นแหล่งระดมทุนที่สำคัญที่สุดของจีน
สกุลเงินหยวน: รัฐบาลใช้เซี่ยงไฮ้เป็นฐานในการผลักดันสกุลเงินหยวนให้เป็นสากลมากขึ้น โดยมุ่งเป้าให้เป็นศูนย์กลางสกุลเงินหยวนโลก

2. ศูนย์กลางการขนส่งและการค้า (Logistics Hub)
ท่าเรืออันดับหนึ่ง: ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการค้าโลก โดยมีปริมาณการขนถ่ายคอนเทนเนอร์ (TEUs) สูงกว่า 40 ล้าน TEUs ต่อปี ซึ่งถือว่าคับคั่งที่สุดในโลก
การเชื่อมต่อ: ทำหน้าที่เป็นประตูหลักเชื่อมต่อพื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมอันอุดมสมบูรณ์ในลุ่มแม่น้ำแยงซีกับตลาดโลก

3. ศูนย์กลางนวัตกรรม (Innovation Hub)
เทคโนโลยีขั้นสูง: เซี่ยงไฮ้เป็นฐานที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ และมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น หุ่นยนต์อัจฉริยะ (Robotics) โดยมีเป้าหมายสร้างมูลค่ารายได้ในอุตสาหกรรมนี้สูงถึง 5 หมื่นล้านหยวน ในเขตผู่ตง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่อิงกับความรู้และนวัตกรรม

เซี่ยงไฮ้จึงเป็นมากกว่าเมืองหลวงทางเศรษฐกิจที่ผสมผสานอดีตเข้ากับความยิ่งใหญ่ของอนาคตเพื่อขับเคลื่อนจีนในฐานะผู้นำบนเวทีเศรษฐกิจโลก

‘คิงชาร์ลส์ที่ 3’ แห่งสหราชอาณาจักร ดำริให้ถอดฐานันดรศักดิ์ของ ‘เจ้าชายแอนดรูว์’ พระอนุชาวัย 65 ปี ตะเพิดจากคฤหาสน์วินด์เซอร์ ปิดฉาก ‘ดยุกแห่งยอร์ก’ หลังพัวพันคดีอื้อฉาว

(31 ต.ค. 68) สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงมีพระราชดำริให้ถอดฐานันดรศักดิ์ของ 'เจ้าชายแอนดรูว์' พระอนุชาวัย 65 ปี พร้อมสั่งให้ออกจากคฤหาสน์ Royal Lodge ในวินด์เซอร์ จากกรณีที่เจ้าชายแอนดรูว์มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน (Jeffrey Epstein) อาชญากรคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

แถลงการณ์จากพระราชวังบักกิงแฮมระบุว่า จากนี้ 'เจ้าชายแอนดรูว์' จะถูกเรียกว่า แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน วินด์เซอร์ และต้องยกเลิกสัญญาเช่าคฤหาสน์หลวง โดยจะย้ายไปอาศัยที่พักเอกชนบนที่ดินของแซนด์ริงแฮม ซึ่งได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของกษัตริย์ ทั้งนี้ การปลดฐานันดรฯ มีผลในทันที และถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 100 ปีที่มีการถอดยศเจ้าชายในราชวงศ์อังกฤษ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังครอบครัวของเวอร์จิเนีย จุฟเฟร (Virginia Giuffre) หญิงชาวอเมริกัน-ออสเตรเลีย ซึ่งกล่าวหาเจ้าชายแอนดรูว์ว่าล่วงละเมิดทางเพศเมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่น โดยจุฟเฟรเสียชีวิตไปแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะที่พี่ชายของเธอกล่าวว่า “นี่คือวันที่ทั้งสุขและเศร้าในเวลาเดียวกัน เธอน่าจะได้อยู่เห็นสิ่งนี้ด้วยตาตัวเอง”

อย่างไรก็ตาม กลุ่มต่อต้านราชวงศ์ 'รีพับลิก' เรียกร้องให้มีการดำเนินคดีทางกฎหมายกับแอนดรูว์ โดยย้ำว่าการปลดยศไม่เพียงพอต่อความยุติธรรม “นี่ไม่ใช่การแสดงความเข้มงวดของชาร์ลส์หรือวิลเลียม แต่คือการปกป้องสถาบันจากมลทินของแอนดรูว์” กลุ่มระบุ พร้อมย้ำว่า “ไม่มีใครควรอยู่เหนือกฎหมาย”

‘พระคลังข้างที่’ หน่วยงานหลวงอายุกว่า 200 ปี หน่วยงานเก่าในชื่อใหม่ที่คนไทยควรรู้จัก กับโครงสร้างและการจัดระเบียบทรัพย์สินที่ชัดเจน พร้อมบทบาทขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจไทย

พระคลังข้างที่คืออะไร? เปลี่ยนชื่อใหม่ปี 2568 แล้วคนไทยได้อะไรบ้าง
สรุปย่อ 
'พระคลังข้างที่' คือหน่วยงานที่ดูแลทรัพย์สินของสถาบันกษัตริย์ ซึ่งในสมัยรัชกาลที่ 10 มีการปรับกฎหมายครั้งสำคัญ: ปี 2561 จัดระเบียบทรัพย์สินใหม่ทั้งระบบ และปี 2568 เปลี่ยนชื่อ “สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์” กลับมาใช้ “สำนักงานพระคลังข้างที่” อย่างเป็นทางการ พร้อมเดินภารกิจเพื่อสังคมหลายด้าน—สุขภาพ ชุมชน ปากท้อง วัฒนธรรม—ควบคู่กับบทบาทผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทยักษ์ของไทยที่ช่วยหนุนเสถียรภาพระยะยาวของระบบเศรษฐกิจ

1) พระคลังข้างที่—ภาพรวมและที่มา
แนวคิด “พระคลังข้างที่” มีมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อแยกการดูแลพระราชทรัพย์จากเงินแผ่นดิน ต่อมาในระบอบใหม่หลัง พ.ศ. 2475 จึงมี พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ วางกรอบแยกทรัพย์ชัดเจน ซึ่งเป็นพัฒนาการเชิงสถาบันที่สำคัญของไทยยุคใหม่

2) กฎหมายยุครัชกาลที่ 10: โครงสร้างใหม่และการ “เปลี่ยนชื่อกลับ”
• พ.ศ. 2561 ตรา พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ กำหนดนิยาม/หลักเกณฑ์จัดการทรัพย์สิน “พระมหากษัตริย์” และกลไกมอบหมายการจัดการทรัพย์สิน (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 3 พ.ย. 2561)
• พ.ศ. 2568 ตรา พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ (ฉบับที่ 2) เปลี่ยนชื่อ “สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์” เป็น “สำนักงานพระคลังข้างที่” และปรับชื่อคณะกรรมการ/ตำแหน่งให้สอดคล้อง มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ
หมายเหตุ: ชื่อ “สำนักงานพระคลังข้างที่” ในปัจจุบันคือชื่อทางการใหม่ของหน่วยงานเดิม (CPB) ตามกฎหมายปี 2568 ไม่ใช่หน่วยงานย่อยแยกต่างหาก

3) คนไทยได้ประโยชน์อย่างไรบ้าง (จับต้องได้จริง)
3.1 สุขภาพ: หน่วยแพทย์พระราชทาน—ลดคิว ลดค่าใช้จ่าย
โครงการ “ราษฎรสุขใจ พลานามัยสมบูรณ์ แพทย์พระราชทาน” ออกหน่วยตรวจ-รักษา โดยร่วมกับทีมแพทย์อาสาหลายสถาบัน (เช่น รามาธิบดี จุฬาฯ บ้านแพ้ว) ครอบคลุมตรวจตา-ผ่าตัดต้อกระจก และทันตกรรมในรูปแบบหน่วยเคลื่อนที่—ช่วยเข้าถึงบริการสำหรับประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล

3.2 ชุมชนและสาธารณประโยชน์: ใช้ “ที่ดิน” เพื่อคนรายได้น้อย
มีนโยบายใช้พื้นที่รองรับผู้มีรายได้น้อยและใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม—ยึดหลักให้คุณภาพชีวิตและความมั่นคงของผู้เช่า/ชุมชนเป็นศูนย์กลาง

3.3 ปากท้อง: “โกลเด้น เพลซ”—ตู้เย็นของประชาชน
ร้านโกลเด้น เพลซ เป็นช่องทางจำหน่ายผลผลิตจากโครงการหลวง/ชุมชน/SMEs ด้วยราคายุติธรรม—ตั้งแต่ต้นทางแนวพระราชดำริรัชกาลที่ 9 จนถึงการขยายสาขาในต่างจังหวัด ช่วยทั้งผู้ผลิตรายย่อยและผู้บริโภค

3.4 การเรียนรู้-วัฒนธรรม: นิทรรศน์รัตนโกสินทร์
ศูนย์การเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์-ศิลปวัฒนธรรม “นิทรรศน์รัตนโกสินทร์” อยู่ภายใต้การบริหารของสำนักงานพระคลังข้างที่ มุ่งพัฒนาเยาวชนด้วยสื่อทันสมัยและกิจกรรมบนถนนราชดำเนิน—เข้าชมได้อังคาร-อาทิตย์

3.5 โอกาสทางเศรษฐกิจของประชาชน-SME: เช่าพื้นที่/ประมูลโปร่งใส
สำนักงานประกาศให้เช่า/ประมูลสิทธิการเช่าทรัพย์สินเป็นระยะ (ทั้ง กทม.-ภูมิภาค) เปิดทางผู้ประกอบการเข้าถึงทำเลตามกลไกตลาด—มีหน้ารวมข่าวประมูลและประกาศบนเว็บไซต์และเพจทางการโดยตรง พร้อมเอกสารเงื่อนไขตัวอย่าง เช่น ช่วงเวลา 180 วันสำหรับปรับปรุงพื้นที่โดยไม่คิดค่าเช่า หลังทำสัญญา

4) มุมเศรษฐกิจมหภาค: ผู้ถือหุ้นฐานมั่นคงของบริษัทยักษ์ไทย
สำนักงานฯ เป็นผู้ถือหุ้นขนาดใหญ่ในบริษัทจดทะเบียนสำคัญ เช่น SCBX และ SCC—บทบาทผู้ถือหุ้นระยะยาวช่วยเป็น “ฐานเสถียรภาพ” ให้ธุรกิจระบบการเงินและอุตสาหกรรมหลักของประเทศเดินต่อเนื่อง ลดความผันผวนเชิงโครงสร้าง (ข้อสรุปเชิงนโยบายนี้เป็นการอนุมานจากข้อมูลผู้ถือหุ้นทางการของบริษัท/ตลาดหลักทรัพย์)

5) วิธี “ใช้ประโยชน์” ในชีวิตประจำวัน (เช็กลิสต์)
• ติดตามประกาศเช่า/ประมูลทรัพย์สินบนเว็บไซต์ทางการ (หมวด “ข่าวประมูลและเช่าอสังหาริมทรัพย์”) เพื่อหาโอกาสทำเลทำมาหากินใหม่ ๆ ของ SME/ร้านค้า
• ตรวจสอบรอบหน่วยแพทย์พระราชทานในพื้นที่ใกล้บ้าน โดยดูหมวด “ภารกิจเพื่อสังคม” บนเว็บสำนักงาน.
• อุดหนุนโกลเด้น เพลซ เพื่อเข้าถึงสินค้าคุณภาพ-ราคายุติธรรม พร้อมช่วยตลาดชุมชนผู้ผลิต
• พาเด็ก-เยาวชนเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ (ราชดำเนิน) เปิดอังคาร-อาทิตย์ 09.00-17.00 น.

6) Q&A สั้น ๆ กันสับสน
ถาม: “พระคลังข้างที่” ตอนนี้คือหน่วยงานไหน?
ตอบ: คือชื่อทางการใหม่ (ตั้งแต่กลางปี 2568) ของ “สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์” ตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ที่แก้ไขคำเรียกหน่วยงาน และตำแหน่งทุกแห่งในกฎหมายให้เป็น “พระคลังข้างที่”

แหล่งอ้างอิงหลัก
• ราชกิจจานุเบกษา: พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2561 (เล่ม 135 ตอน 88 ก, 3 พ.ย. 2561)
• กฎหมายปี 2568: พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ (ฉบับที่ 2) ที่เปลี่ยนชื่อหน่วยงานเป็น “สำนักงานพระคลังข้างที่”
• เว็บไซต์ สำนักงานพระคลังข้างที่: ภารกิจเพื่อสังคม, ข่าวประมูลและเช่าอสังหาริมทรัพย์, ข้อมูลผู้เช่า
• Golden Place: ประวัติและบทบาทด้านสินค้าเกษตร/อุปโภคบริโภค
• นิทรรศน์รัตนโกสินทร์: ศูนย์การเรียนรู้ภายใต้การดูแลของสำนักงานพระคลังข้างที่
• ข้อมูลผู้ถือหุ้น SCBX/SCC จากรายงานบริษัทและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ลำปาง-มทบ.32 “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ส่งมอบความห่วงใยถึงบ้านทหารใหม่ ผลัด 2/68 ก่อนวันเข้ารับใช้ชาติ

เมื่อวันที่ (30 ต.ค. 68)  เวลา 14.00 น. พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 มอบหมายให้ พันเอก สุกิจ ภิญโญ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา,สมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 32 และสัสดีอำเภอเมืองลำปาง 

ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน นายภัทรากร มีสา ทหารกองเกินผู้มีฐานะยากจน สังกัด บก.มทบ.32 ซึ่งมีกำหนดเข้ารับราชการทหารกองประจำการผลัดที่ 2/2568 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของกองทัพบกในการดูแลกำลังพลและครอบครัวอย่างใกล้ชิด ภายใต้แนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ทหารใหม่และครอบครัว ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติอย่างเต็มภาคภูมิ

ทั้งนี้ มณฑลทหารบกที่ 32 ได้จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ให้คำแนะนำและดูแลสุขภาพเบื้องต้นแก่ครอบครัวทหารใหม่ พร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและยาสามัญประจำบ้าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและแสดงความห่วงใยจากกองทัพบก บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและปลื้มปีติจากครอบครัวทหารใหม่

ผู้ก่อตั้ง “หงส์ไทย” ตัดพ้อ สร้างธุรกิจมา 20 ปี พังใน 2 วัน คาดลูกค้าหายกว่า 90% ถามตรงๆ ทำไมต้องขยี้กันขนาดนี้

(31 ต.ค. 68) ธีระพงศ์ ระบือธรรม ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัทสมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย 'ยาดมหงส์ไทย' เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้เข้าพบสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) เพื่อแก้ไขปัญหาจุลินทรีย์ใน 'ยาดมสมุนไพรสูตร 2 ล็อต 332' ตามที่ อย.ตรวจพบการปนเปื้อน โดยได้ฉายรังสีฆ่าเชื้อสินค้าทั้งหมดแล้ว และผลตรวจยืนยันว่าค่าจุลินทรีย์เป็นศูนย์ ไม่ส่งผลต่อผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม ปัญหายังไม่จบ เมื่อมีข่าวว่าพื้นที่ใช้ติดสติ๊กเกอร์และบรรจุโหลในย่านพุทธมณฑลสาย 3 ถูกระบุว่าเป็น 'โรงงานเถื่อน' ซึ่งเจ้าของชี้แจงว่าเกิดจากการผลิตไม่ทันตามออเดอร์ จึงขยายพื้นที่และซื้อเครื่องติดสติ๊กเกอร์เพิ่มชั่วคราว เพื่อให้ส่งของได้ตามกำหนด ไม่ได้ตั้งใจละเมิดกฎหมาย

นายธีระพงศ์ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานใหม่ที่พุทธมณฑลสาย 4 ซึ่งดำเนินการตามแบบที่ อย.อนุมัติแล้ว แต่ยังไม่ได้ใบอนุญาตจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เนื่องจากต้องรอความพร้อมของเครื่องจักรทั้งหมดก่อน จึงเกิดความล่าช้าและถูกตีความว่า “ไม่มีใบอนุญาตผลิต”

“เรื่องนี้บานปลายจนธุรกิจที่สร้างมากว่า 20 ปีพังใน 2 วัน ลูกค้าหายไป 90% ผมก็อยากรู้ว่าทำไมไม่เปิดโอกาสให้เรา ถ้าผิดก็เตือนให้แก้ ไม่ใช่เอากฎระเบียบมาขยี้กันขนาดนี้ เราไม่ได้หนีปัญหา แค่ขอโอกาสได้ลุกขึ้นอีกครั้ง” เจ้าของหงส์ไทยกล่าวทิ้งท้าย

ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 รับการเยี่ยมคำนับจากผู้บังคับการเรือหมู่เรือที่ 1 กองทัพเรือสิงคโปร์

เมื่อวานนี้ (30 ต.ค. 68) พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ให้การต้อนรับและรับการเยี่ยมคำนับจากพันเอก Carlin Song ผู้บังคับการเรือหมู่เรือที่ 1 กองทัพเรือสิงคโปร์ เนื่องในโอกาสที่เรือกองทัพเรือสิงคโปร์ จำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือ RSS VIGILANCE และเรือ RSS INTREPID เดินทางมาเยือนประเทศไทย

การเยือนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมือด้านการทหารระหว่าง กองทัพเรือไทย และ กองทัพเรือสิงคโปร์ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อการประสานงาน ความเข้าใจอันดี และการปฏิบัติการร่วมกันในอนาคต

ลำปาง-มทบ.32 ส่งผลัดปลด สู่อ้อมกอดครอบครัว พร้อมเป็นพลเมืองดีของสังคมประเทศชาติ 

(31 ต.ค. 68) เวลา 10.00 น. พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 เป็นประธานในพิธีส่งทหารกองประจำการ ที่ครบกำหนดและจะปลดจากกองประจำการของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดลำปาง จำนวน 192 นาย โดยมีคณะผู้บังคับบัญชาและกำลังพลร่วมพิธีฯ ณ หน้าอนุสาวรีย์จอมพลมหาอำมาตย์เอกเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาในการเข้าประจำการทหารกองประจำการ ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น มีความประพฤติดี ตั้งใจปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย สมควรได้รับการยกย่องให้เป็นแบบอย่าง

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ทหารกองประจำการที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นและมีความประพฤติดี จำนวน 6 นาย ได้แก่

1.พลทหาร ปริญวัฒน์ ศรีนาราหิรัญโชติ 
สังกัด กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32
2.พลทหาร ภูวดล แสงสว่าง
สังกัด กองร้อยมณฑลทหารบกที่ 32
3.พลทหาร เปรมชัย ชัยชนะ
สังกัด กองร้อยมณฑลทหารบกที่ 32 
4.พลทหาร ศรัณย์ รังผึ้ง
สังกัด กองร้อยทหารสารวัตร มณฑลทหารบกที่ 32
5.พลทหาร สิทธิโชค ใจซื่อ
สังกัด กองร้อยพลเสนารักษ์ โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
6.พลทหาร สุเทพ เทพอุต  

สังกัด ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 32

ในการนี้ พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ได้กล่าวโอวาทให้แก่ทหารกองประจำการที่ครบกำหนดปลดประจำการ โดยแสดงความชื่นชมในความเสียสละ ความรับผิดชอบ และความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ของชายไทยทุกนายที่ได้ตอบแทนคุณแผ่นดิน พร้อมทั้งให้ข้อคิดในการนำความรู้และวินัยที่ได้รับจากการรับราชการไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ อีกทั้งได้อวยพรให้กำลังพลทุกนายและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ และความสำเร็จในทุกสิ่งที่มุ่งหวัง ภายใต้ร่มพระบารมีแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และหากมีสิ่งใดที่หน่วยจะช่วยเหลือสนับสนุน ขอให้ติดต่อกลับมา เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top