Friday, 24 July 2026
Hard News Team

เชียงใหม่-กองบิน 41 ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวานนี้ (30 ต.ค. 68) นาวาอากาศเอก ธีระยุทธ เกื้อสกุล ผู้บังคับการกองบิน 41 ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ 

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบให้จัดพิธีบำเพ็ญกุศล และแสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวาระครบ 7 วัน 15 วัน 50 วัน และ 100 วัน แห่งการสวรรคต

ผบช.ภ.2 ลงพื้นที่ จว.ตราด, จันทบุรี และ สระแก้ว เดินหน้ายกระดับตรวจสัญญาณชายแดน ตามนโยบาย ผบ.ตร. ปิดช่องทางหนุนคอลเซ็นเตอร์ข้ามประเทศ

เมื่อวานนี้ (30 ต.ค. 68) พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) พร้อมด้วย พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ รอง จตร.(สบ.7) ช่วยราชการ ภ.2 และ พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2 ลงพื้นที่แนวชายแดนจังหวัดตราด, จันทบุรี และ สระแก้ว เพื่อขับเคลื่อนข้อสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ทุกหน่วยเร่ง “ปูพรมตรวจสอบโครงสร้างสื่อสารชายแดน” ป้องกันไม่ให้ถูกนำไปใช้เอื้อประโยชน์แก่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน

มาตรการดังกล่าวถือเป็นวาระแห่งชาติ มุ่งดำเนินการทั้งด้าน “ป้องกัน” และ “สกัดกั้น” ควบคู่กัน
• ด้านการป้องกัน — สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน ไม่ตกเป็นเหยื่อกลโกง
• ด้านการสกัดกั้น — ตรวจสอบเสาและสายสัญญาณโทรคมนาคมทุกประเภท เช่น เสาส่งสัญญาณมือถือ สายอินเทอร์เน็ต Leased Line ข้ามแดน ระบบ Wireless Link ที่ยิงสัญญาณออกนอกประเทศ รวมถึงตรวจจับการลักลอบใช้จานดาวเทียมผิดกฎหมายและอุปกรณ์ซิมบ็อกซ์ที่ใช้โทรหลอกลวง

พล.ต.ท.ฉัตรชัย กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 2 ได้บูรณาการทำงานร่วมกับ กสทช. หน่วยความมั่นคง และหน่วยในพื้นที่ เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึก วางแผนปิดช่องโหว่ด้านสื่อสารจากต้นทาง ลดความสามารถของขบวนการสแกมเมอร์ในการติดต่อสื่อสารกลับเข้ามาหลอกประชาชนในประเทศ พร้อมยืนยันเดินหน้า “ตัดวงจรสนับสนุนอาชญากรรมออนไลน์” อย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง

‘อ.ธรณ์’ น้ำตาคลอ ประกาศข่าวดี แล็บไทยเพาะ “หญ้าคาทะเล” สำเร็จ แห่งแรกและแห่งเดียวในโลก ช่วยฟื้นระบบนิเวศ-ต้านโลกร้อน

(30 ต.ค. 68) ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประกาศข่าวดีผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า “แล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหญ้าทะเล” ของไทยประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยง “หญ้าคาทะเล” ได้เป็นครั้งแรกในโลก นับเป็นก้าวสำคัญในการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลท่ามกลางภาวะโลกร้อนที่ทำให้หญ้าทะเลสายพันธุ์นี้ใกล้สูญพันธุ์

อ.ธรณ์ เผยว่า แล็บดังกล่าวสามารถเพาะเลี้ยงหญ้าคาทะเลได้ไม่ต่ำกว่า 20,000 ต้นต่อปี ถือเป็น “ทางรอดของทะเลไทย” หลังจากวิธีเพาะพันธุ์ตามธรรมชาติจากเมล็ดแทบใช้ไม่ได้ผล เพราะหญ้าทะเลในธรรมชาติส่วนใหญ่ตายจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จนี้เกิดจากความร่วมมือของคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัทบางจาก ที่สนับสนุนการก่อตั้ง “หน่วยวิจัยหญ้าทะเลต้านโลกร้อน” เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อชนิดนี้โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นแล็บแห่งแรกของโลกที่ทำได้สำเร็จ

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้คนจำนวนมากร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมในความสำเร็จของทีมวิจัยไทย หลายคนระบุว่า “นี่คือก้าวประวัติศาสตร์ของการฟื้นฟูทะเลไทย” และ “ขอบคุณ อ.ธรณ์ ที่ไม่หยุดสร้างความหวังให้ทะเลบ้านเรา”

เปิดข้อมูลทางการของฝ่ายจีน การหารือระหว่าง ‘สีจิ้นผิง-ทรัมป์’ ผู้นำสองชาติมหาอำนาจ เผชิญหน้ากันในรอบ 6 ปี

(30 ต.ค. 68) รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn โดยมีใจความดังนี้

ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีนกล่าวว่า…
1) ภายใต้การชี้นำร่วมกัน ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ยังคงมั่นคงโดยรวม จีนและสหรัฐฯ ควรเป็นหุ้นส่วนและมิตรสหาย นี่คือ สิ่งที่ประวัติศาสตร์ สอนเราและสิ่งที่ความเป็นจริงต้องการ 

ด้วยสภาพการณ์ที่แตกต่างกันในระดับชาติ เราจึงไม่อาจเห็นพ้องต้องกันเสมอไป และเป็นเรื่องปกติที่เศรษฐกิจชั้นนำของโลกทั้งสองประเทศจะมีความขัดแย้งกัน บ้างเป็นครั้งคราว 

ท่านและผมคือ ผู้นำความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ท่ามกลางลมพายุ  คลื่นซัดมา และความท้าทาย เราควรยึดเส้นทางที่ถูกต้อง นำทางผ่านภูมิประเทศอันซับซ้อน และสร้างความมั่นใจว่าเรือลำใหญ่แห่งความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ จะแล่นไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ผมพร้อมที่จะทำงานร่วมกับท่านต่อไปเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ และสร้างบรรยากาศที่ดีสำหรับการพัฒนาของทั้งสองประเทศ

2) การพัฒนาเศรษฐกิจของจีนมีแรงผลักดันที่ดี ในช่วงสามไตรมาสแรกของปีนี้ เศรษฐกิจจีนเติบโต 5.2% และการค้า การนำเข้าและส่งออกสินค้ากับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกขยายตัว 4% ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อพิจารณาถึงความยากลำบากทั้งภายในและภายนอกประเทศ เศรษฐกิจจีนเปรียบเสมือนมหาสมุทร อันกว้างใหญ่  แข็งแกร่ง และเปี่ยมไปด้วยความหวัง เรามีความมั่นใจและศักยภาพที่จะรับมือกับความเสี่ยงและความท้าทายทุกรูปแบบ

3) ในการประชุมเต็มคณะครั้งที่สี่ คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 20 ได้พิจารณาและรับรองข้อเสนอแนะสำหรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมสำหรับห้าปีข้างหน้า 

ตลอดเจ็ดทศวรรษที่ผ่านมา จีนได้ทำงานจากรุ่นสู่รุ่นบนแผนเดียวกันนี้เพื่อทำให้แผนนี้เป็นจริง จีนไม่มีเจตนาที่จะท้าทายหรือแทนที่ใคร จีนมุ่งเน้นที่การบริหารจัดการกิจการของจีนให้ดี พัฒนาตนเอง และแบ่งปันโอกาสการพัฒนากับทุกประเทศทั่วโลก และนั่นคือเคล็ดลับสำคัญสู่ความสำเร็จของจีน  จีนจะพัฒนาการปฏิรูปในทุกด้าน ขยายการเปิดกว้าง และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีคุณภาพสูงขึ้น พร้อมกับเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจอย่างเหมาะสม และส่งเสริมการพัฒนามนุษย์อย่างรอบด้านและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันสำหรับทุกคน สิ่งนี้จะขยายพื้นที่ความร่วมมือระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาด้วย

4) คณะเจรจาทั้งสองทีมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงลึกเกี่ยวกับประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจและการค้า และบรรลุฉันทามติในการแก้ไขปัญหาต่างๆ พวกเขาควรดำเนินการและสรุปขั้นตอนการติดตามผลโดยเร็วที่สุด และมั่นใจว่าความเข้าใจร่วมกันได้รับการยึดถือและนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งสองประเทศและเศรษฐกิจโลกผ่านผลลัพธ์ที่มั่นคง 

5) ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ มีทั้งขึ้นและลงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายได้มุมมองเชิงลึก ความสัมพันธ์ทางธุรกิจควรยังคงเป็นเสาหลักและพลังขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ไม่ใช่อุปสรรคหรือจุดเสียดสี ทั้งสองฝ่ายควรคิดให้กว้างและตระหนักถึง ผลประโยชน์ระยะยาว ของความร่วมมือ และต้องไม่ตกอยู่ใน วังวนแห่งการตอบโต้ซึ่งกันและกัน ทั้งสองทีมสามารถเจรจากันต่อไปโดยยึดมั่นในจิตวิญญาณแห่งความเท่าเทียม ความเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน พร้อมทั้งย่นรายการปัญหาและเพิ่มรายการความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง

6) การเจรจาย่อมดีกว่า การเผชิญหน้า จีนและสหรัฐอเมริกาควรรักษาการสื่อสารผ่านช่องทางที่หลากหลายและหลากหลายระดับเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทั้งสองประเทศมีศักยภาพที่ดีในการร่วมมือกันในการปราบปราม ผู้อพยพผิดกฎหมาย และ การฉ้อโกงทางไซเบอร์  รวมทั้งการต่อต้านการฟอกเงิน ประเด็น AI ปัญญาประดิษฐ์ และการรับมือกับโรคติดเชื้อ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเสริมสร้างการเจรจาและการแลกเปลี่ยน และดำเนินความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน จีนและสหรัฐอเมริกาควรมีส่วนร่วมในปฏิสัมพันธ์เชิงบวกบนเวทีระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ 

ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับปัญหาที่ยากลำบากมากมาย จีนและสหรัฐอเมริกาสามารถ ร่วมกันแบกรับความรับผิดชอบ ในฐานะประเทศสำคัญ และทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่และเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศและทั่วโลก

7) จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค 2026 และสหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอด G20 ในปีหน้า ทั้งสองฝ่ายสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันในการทำให้การประชุมสุดยอดทั้งสองครั้งมีประสิทธิผล เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกและยกระดับธรรมาภิบาลเศรษฐกิจโลก

ในขณะที่ ฝ่ายสหรัฐฯ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า …
1) นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง  ประเทศจีนเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่เคารพนับถือ และเป็นเพื่อนที่ดีของผมมาหลายปี เราเข้ากันได้ดีเสมอมา 

2) สหรัฐอเมริกาและจีนมีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมมาโดยตลอด และจะยิ่งดียิ่งขึ้นไปอีก 

3) เราจะทำให้ทั้งจีนและสหรัฐอเมริกาดียิ่งขึ้นไปอีก จีนเป็นพันธมิตรที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา เมื่อร่วมมือกัน ประเทศของเราทั้งสองจะสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่มากมายเพื่อโลกและประสบความสำเร็จไปอีกหลายปี 

4) จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค 2026 และสหรัฐอเมริกาจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอด G20 ในปีหน้า เราคาดหวังว่าทั้งสองประเทศจะประสบความสำเร็จ

โดยสรุป ผลจากการหารือกันครั้งนี้ ประธานาธิบดีของทั้งสองเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า พลังงาน และสาขาอื่นๆ รวมถึงส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนให้มากขึ้น

ประธานาธิบดีทั้งสองคน เห็นพ้องที่จะรักษาปฏิสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอ 

ประธานาธิบดีทรัมป์ตั้งตารอที่จะเดินทางเยือนจีนในช่วงต้นปีหน้า และได้เชิญประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เยือนสหรัฐอเมริกา

Note: 
โปรดสังเกต ทีมฝ่ายจีน นอกเหนือจาก รมว. ต่างประเทศอย่าง Wang Yi และมือเศรษฐกิจนำทีมเจรจาอย่างรองนายกฯ He Lifeng แล้วก็มี Cai Qi มือขวาสายเหยี่ยวของสีจิ้นผิงเข้าร่วมหารือด้วย

ยูเครน ส่อเสียเมืองยุทธศาสตร์ ‘คูปิยันสค์–โปโครฟสค์’ ผู้เชี่ยวชาญชี้ ‘หมดหนทางรอด’ รัสเซียจ่อรุกคืบลึกถึงเมืองสำคัญ ‘คาร์คิฟ’

(30 ต.ค. 68) อนาโตลี มัตวิยชุก (Anatoliy Matviychuk) อดีตนายทหารรัสเซีย ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุดต่อสงครามว่า ทหารยูเครนที่ถูกปิดล้อมในเมืองคูปิยันสค์และโปโครฟสค์ (หรือคราสโนอาร์เมย์สค์) กำลังตกอยู่ในภาวะ “หมดทางรอด” หากประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ไม่สั่งยอมจำนนต่อกองทัพรัสเซีย โดยรัสเซียยังคงเดินหน้ารุกคืบลึกสู่เมืองดนีโปรเปตรอฟสค์ ครามาตอร์สก์ และสลาวยันสค์

มัตวิยชุกระบุว่า การสูญเสียพื้นที่ดังกล่าวถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ที่ทำลายความน่าเชื่อถือของ โวโลดิมีร์ เซเลนสกี โดยสิ้นเชิง หลังเคยกล่าวอ้างต่อชาติตะวันตกว่ากองทัพยูเครนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ และรัสเซียจะเป็นฝ่ายพ่าย อย่างไรก็ตาม การปิดล้อมครั้งนี้กลับสะท้อนภาพตรงข้ามอย่างชัดเจน และอาจทำให้ผู้นำยูเครนสูญเสียการสนับสนุนจากสหรัฐฯ 

รายงานระบุอีกว่า พื้นที่โปโครฟสค์และดิมิตรว์เป็นศูนย์กลางคมนาคมสำคัญของภูมิภาค มีเส้นทางรถไฟและทางหลวงเชื่อมต่อสู่ดนีโปรฯ รวมถึงเหมืองถ่านหินแห่งสุดท้ายของยูเครน ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเหล็ก ขณะที่คูปิยันสค์ทางตะวันออกเฉียงเหนือยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเชื่อมสู่เมืองคาร์คิฟ หากรัสเซียยึดได้ จะตัดเส้นทางส่งกำลังของยูเครนทั้งภาคเหนือและตะวันออกทันที

ทั้งนี้ มัตวิยชุกเตือนว่า หากเซเลนสกียังเลือกปฏิเสธความจริง และไม่สั่งถอนกำลัง ทหารยูเครนในพื้นที่อาจต้องเผชิญทางเลือกสุดท้ายคือ “ถูกจับหรือเสียชีวิต” พร้อมเสริมว่า หากสหรัฐฯ โดยเฉพาะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทราบว่าเคยถูกหลอกให้สนับสนุนยูเครนด้วยข้อมูลเท็จ ก็อาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันกับเคียฟ

จีนเปิดตัวทีมนักบินอวกาศ ‘เสินโจว-21’ ลุยภารกิจสำคัญ เพื่อทดลองเทคโนโลยีใหม่ เตรียมปล่อยยาน 31 ต.ค.นี้

(30 ต.ค. 68) สำนักงานอวกาศคนจีน (CMSA) แถลงเปิดตัวนักบินอวกาศสำหรับภารกิจ เสินโจว-21 (Shenzhou-21) ซึ่งประกอบด้วย จางลู่ (Zhang Lu), อู๋เฟย (Wu Fei) และจางหงจ่าง (Zhang Hongzhang) โดย จางลู่ รับหน้าที่ผู้บัญชาการภารกิจ พร้อมเปิดเผยว่าการปล่อยยานจะมีขึ้นในวันศุกร์นี้ (31 ต.ค.) ตามเวลาปักกิ่ง เวลา 23:44 น. จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วฉวน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน

สำหรับนักบินอวกาศทั้งสามประกอบด้วยนักบินอวกาศ, วิศวกรบิน และผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งบรรทุก โดยเป็นตัวแทนของประเภทนักบินอวกาศทั้งสามประเภทของจีน ซึ่ง จางลู่ เคยร่วมภารกิจ เสินโจว-15 ส่วน อู๋เฟย และ จางหงจ่าง เป็นนักบินอวกาศรุ่นที่สามของจีน และจะปฏิบัติภารกิจอวกาศเป็นครั้งแรก

ก่อนถูกคัดเลือกเป็นนักบินอวกาศ อู๋เฟย เคยเป็นวิศวกรที่สถาบันเทคโนโลยีอวกาศจีน ภายใต้บริษัท China Aerospace Science and Technology Corporation ขณะที่ จางหงจ่าง เป็นนักวิจัยที่สถาบันฟิสิกส์เคมีต้าเหลียน ภายใต้สถาบันวิทยาศาสตร์จีน โดยทั้งสองเตรียมร่วมภารกิจสำคัญเพื่อขยายขอบเขตการปฏิบัติการสถานีอวกาศของจีน

ทั้งนี้ ภารกิจเสินโจว-21 ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาสถานีอวกาศจีน ช่วยเพิ่มความสามารถในการวิจัยและปฏิบัติการในวงโคจรต่ำของโลก โดยนักบินอวกาศทั้งสามจะปฏิบัติภารกิจร่วมกับระบบอัตโนมัติและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อทดลองเทคโนโลยีใหม่ ๆ และเก็บข้อมูลสำหรับโครงการอวกาศระยะยาวของจีน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าทางอวกาศของประเทศ

‘ทรัมป์’ แซว ‘สีจิ้นผิง’ ทำตัวเย็นชา!! ไม่มีข้อตกลงร่วมกัน ซีนประชุมจบไม่สวย ผู้นำแยกทางทันที

(30 ต.ค. 68) รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn โดยมีใจความว่า …

ซีนแรกที่เจอกัน สีจิ้นผิงดูเย็นชา ทรัมป์ก็แซวสีจิ้นผิงว่าเป็น “นักเจรจาที่แข็งกร้าวมาก ซึ่งไม่ดีเลยนะครับ” He’s a very tough negotiator that’s not good … +ไม่มีซีนกอดกันแบบชื่นมื่น #จบไม่สวย

หลังจากปิดห้องประชุมหารือกัน 1 ชั่วโมง 40 นาที ผู้นำมหาอำนาจทั้งสองคน สีจิ้นผิงและทรัมป์ ก็แยกจากกัน แบบไม่มี #ข้อตกลง ใดๆ และไม่มีซีน ยืนแถลงข่าวร่วมกัน ฝ่ายทรัมป์ก็บินกลับสหรัฐฯ เลยทันที (ไม่กลับไปเข้าร่วมประชุม APEC summit)

ป่อเต็กตึ๊งขยายโอกาสอาชีพชาวสงขลา มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ-วีลแชร์แก่ผู้ด้อยโอกาส พร้อมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่บริการฟรี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวสงขลา มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ พร้อมมอบวีลแชร์แก่ผู้พิการ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคใต้ จังหวัดสงขลา

เมื่อวานนี้ (29 ต.ค. 68) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ จำนวน 23 ราย คิดเป็นมูลค่า 455,950 บาท และได้นำรถเข็นวีลแชร์มามอบให้แก่ผู้พิการ จำนวน 15 ราย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 45,000 บาท รวมมูลค่าการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 500,950 บาท (ห้าแสนเก้าร้อยห้าสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ได้นำหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ออกหน่วยให้บริการแจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง และกิจกรรมนันทนาการ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ โดยมี นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นางสาวสุนิษา หวานแก้ว รักษาราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคใต้จังหวัดสงขลา ร่วมในพิธี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคใต้ จังหวัดสงขลา

นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ เปิดเผยว่า โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีวัตถุประสงค์ เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ชลบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก คัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ ส่งมาให้มูลนิธิฯ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

‘กองทัพรัฐฉาน’ ลดธงชาติลงครึ่งเสา ร่วมแสดงความอาลัยต่อการสวรรคต ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

(30 ต.ค. 68) สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS) ออกแถลงการณ์แสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมลดธงชาติไทใหญ่ น้อมส่งพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 เพื่อแสดงความโศกเศร้าและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

กองทัพรัฐฉาน RCSS/SSA เผยภาพลดธงชาติไทใหญ่ที่กองบัญชาการควบคุมส่วนหน้า ที่ 1 กิ่งอำเภอเมืองต๋น จังหวัดเมืองสาด เมียนมา พร้อมระบุว่า การแสดงความอาลัยครั้งนี้สะท้อนถึงความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย และยกย่องพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพระองค์

สำหรับ RCSS/SSA เป็นกลุ่มกอบกู้เอกราชของชนชาติไตหรือไทใหญ่ในรัฐฉานใต้ มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับประเทศไทย และมักจัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแก่พระมหากษัตริย์และพระราชินีไทยทุกปีมาตั้งแต่ปี 2542 การลดธงชาติไทใหญ่ในครั้งนี้จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความอาลัย และการยกย่องพระมหากรุณาธิคุณของพระพันปีหลวงต่อปวงชนและดินแดนไทย-ไทใหญ่

‘ทรัมป์’ สั่งทดสอบนิวเคลียร์ทันที ครั้งแรกในรอบ 33 ปีของสหรัฐฯ ตอบโต้ ‘จีน-รัสเซีย’ ขยายคลังอาวุธ นานาชาติจับตาความมั่นคงระหว่างประเทศ

(30 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งให้กองทัพสหรัฐฯ เริ่มการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ทันที เป็นครั้งแรกในรอบ 33 ปี โดยประกาศผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระหว่างเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ Marine One เพื่อพบปะเจรจาด้านการค้ากับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้

ทรัมป์ระบุว่า การทดสอบดังกล่าวจะทำให้สหรัฐฯ เท่าเทียมกับอำนาจนิวเคลียร์อื่นๆ โดยกล่าวถึงรัสเซียเป็นอันดับสอง และจีนเป็นอันดับสาม ซึ่งคาดว่าจะใกล้เคียงกันภายใน 5 ปี แม้ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการทดสอบเป็นแบบระเบิดนิวเคลียร์หรือการทดสอบขีปนาวุธที่สามารถบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ได้

การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากจีน ขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์มากกว่า 2 เท่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และรัสเซียเพิ่งประกาศการทดสอบขีปนาวุธครูซและเรือดำน้ำนิวเคลียร์ได้สำเร็จ โดยสำนักวิจัย CSIS ประเมินว่าจีนจะมีอาวุธนิวเคลียร์มากกว่า 1,000 ชิ้น ภายในปี 2030

สำหรับสหรัฐฯ การทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปี 1992 การทดสอบมีทั้งข้อมูลทางเทคนิคและสัญญาณ ยืนยันอำนาจยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ต่อรัสเซียและจีน ขณะที่ประวัติศาสตร์ระเบิดนิวเคลียร์เริ่มตั้งแต่ปี 1945 ที่แอละโมกอร์โด รัฐนิวเม็กซิโก ก่อนจะทิ้งระเบิดฮิโรชิมาและนากาซากิเพื่อยุติสงครามโลกครั้งที่สอง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top