Thursday, 23 July 2026
Hard News Team

“ออปชัน–ราคา–ดีไซน์” ยังห่างชั้น!! ซีอีโอลั่นไม่ยอมแพ้ พร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีทวงตลาดคืน

(3 พ.ย. 68) นายโทชิฮิโร มิบะ (Toshihiro Mibe) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ยอมรับตรงไปตรงมาในการให้สัมภาษณ์สื่อจากไทย เวียดนาม และอินโดนีเซียว่า “ฮอนด้าเพลี่ยงพล้ำให้กับรถ EV จีนใน 3 ด้านหลัก คือ ออปชัน ราคา และดีไซน์” แต่ยืนยันว่า “เราจะไม่ยอมแพ้ และจะใช้เทคโนโลยีของเรา ทวงคืนตลาดนี้กลับมาให้ได้”

อย่างไรก็ตาม ซีอีโอบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ยังระบุอีกว่า ฮอนด้าไม่ได้พัฒนา EV ช้ากว่าคู่แข่งอย่างที่หลายคนคิด เพราะยังมีเทคโนโลยีไฮบริด (HEV) ที่ตอบโจทย์ในหลายประเทศ ขณะที่การผลักดันรถไฟฟ้า 100% ยังมีข้อจำกัดเรื่องการปล่อยมลพิษจากแหล่งผลิตไฟฟ้า ฮอนด้าจึงเลือกพัฒนา EV ควบคู่เทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบช่วยขับอัจฉริยะ เพื่อให้แข่งขันกับแบรนด์จีนได้อย่างสมศักดิ์ศรี

สำหรับตลาดไทย ฮอนด้ายืนยันจะเปิดตัว “Honda 0 Series Alpha” และ “Honda 0 Series SUV” ภายใน 2–3 ปีข้างหน้า โดยตั้งเป้าราคาประมาณ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว ราว 1.11 ล้านบาท) และจะมีรุ่นราคาต่ำกว่านี้ตามมา พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีช่วยขับสมบูรณ์แบบ รวมถึงระบบความปลอดภัย SDV ที่ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050



 

‘ฟิยาตา’ มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา หลานสาว ‘มาลี โสเจียตา’ ฝ่ามติกอง ส่งตัวเองประกวด Miss Universe 2025 ที่ไทย

(3 พ.ย. 68) ไท เนียรี โสเจียตา (Thy Neary Socheata) หรือ “ฟิยาตา” มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา 2025 เดินทางถึงประเทศไทยแล้ว เพื่อเข้าร่วมเวที Miss Universe 2025 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ แม้บริษัท Elevento9 ผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวดของกัมพูชา จะออกแถลงการณ์ไม่ส่งผู้แทนเข้าประกวดในช่วงก่อนหน้านี้ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ฟิยาตาได้ประกาศเดินหน้ามาด้วยตนเอง โดยยืนยันว่าการถอนตัวนั้นไม่ยุติธรรม พร้อมชี้แจงว่าตนติดภารกิจและมีอาการป่วยในวันที่ถูกเรียกประชุม ซึ่งเธอได้โพสต์ข้อความหลังถึงไทยว่า “รู้สึกขอบคุณสำหรับการต้อนรับอันอบอุ่น ความเมตตา และการสนับสนุนจากทุกคน”

ด้าน ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าภาพจัดการประกวด Miss Universe 2025 ประเทศไทย โพสต์ภาพต้อนรับอย่างเป็นทางการผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมระบุว่า “ขอต้อนรับตัวแทนจากกัมพูชาอย่างเป็นทางการ สู่การประกวดมิสยูนิเวิร์สครั้งที่ 74”

สำหรับฟิยาตา เป็นหลานสาวของ “พลโทหญิง มาลี โสเจียตา” โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ซึ่งคนไทยคุ้นชื่อจากเหตุปะทะชายแดน ทำให้การเดินทางมาประกวดครั้งนี้ถูกจับตามองทั้งในแง่ความงามและการเมืองระหว่างประเทศ

ไร้มารยาททางการเมือง เปิดตัวผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย  หน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ แต่งสีกากีหาเสียง อาจผิดกฎหมาย

(3 พ.ย. 68) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.ประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กตำหนิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หลังเดินทางไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย ที่จังหวัดตรัง บริเวณหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ โดยมองว่าเป็นการกระทำที่ “ไร้มารยาททางการเมือง” และไม่ให้เกียรติพรรคการเมืองอื่น

 

นอกจากนี้ อดีต สส.ประชาธิปัตย์ยังตั้งข้อสังเกตว่า การที่นายอนุทินสวมเครื่องแบบสีกากี ขึ้นเวทีหาเสียงให้พรรคภูมิใจไทย ที่จังหวัดกระบี่ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายและผิดจริยธรรม พร้อมฝากถึงนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ให้ช่วยแนะนำว่า “อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ” เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ

 

ทั้งนี้ นายนิพิฏฐ์ทิ้งท้ายว่า นายกรัฐมนตรีควรระมัดระวังมากกว่านี้ โดยเฉพาะการแสดงออกในจังหวัดที่มีความหมายทางการเมืองอย่างตรัง พร้อมเหน็บแรงว่า “ยุคการเมืองไร้มารยาท ผมก็บังอาจไร้มารยาทกับนายกรัฐมนตรีอย่างนี้แหละครับ”

กลุ่มอาชีพเหล่านี้ อาจโดนแทนที่ โดยเทคโนโลยี ภายใน 10 ปีข้างหน้า ถ้าไม่รีบปรับตัว

(3 พ.ย. 68) สั้น ๆ ตรง ๆ ไม่มีใครกล้าการันตีว่าอาชีพใด ‘ตกงานแน่นอน’ 100% แต่มี ‘กลุ่มงานเสี่ยงสูงมาก’ ที่มีแนวโน้มหดตัวแรงใน 5–10 ปีข้างหน้า จากคลื่น AI/ระบบอัตโนมัติและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป บทความนี้สรุปภาพรวม ตัวอย่างอาชีพที่เคยหายไปแล้ว และทางรอดแบบลงมือได้จริง

 

กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูงใน 10 ปี (ถึงราวปี 2035)

• เสมียน/ธุรการ/เลขานุการ — งานเอกสารและงานซ้ำ ๆ ถูกซอฟต์แวร์สำนักงานอัจฉริยะและ RPA ทำได้เร็วกว่าและผิดพลาดน้อยลง

• แคชเชียร์หน้าร้าน/พนักงานขายตั๋ว — Self‑checkout และการชำระเงินไร้แคชเชียร์ทำให้หลายสาขาลดช่องแคชเชียร์

• เจ้าหน้าที่คีย์ข้อมูล (Data Entry) — ระบบดึงข้อมูลอัตโนมัติ/AI ทำงานแทนงานพิมพ์ซ้ำ ๆ ได้อย่างแม่นยำ

• พนักงานธนาคารหน้าสาขา (Bank Teller) — ธนาคารเร่งใช้ Mobile/Internet Banking และ Kiosk แทนงานหน้าเคาน์เตอร์

• เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ไปรษณีย์บางส่วน — ระบบติดตาม/จ่ายเงินอัตโนมัติและอีคอมเมิร์ซเปลี่ยนภาพรวมงาน

• งานโทรขาย/คอลเซ็นเตอร์เชิงสคริปต์ — Generative AI และระบบตอบอัตโนมัติแทนงานโต้ตอบเชิง rote ได้มากขึ้น

 

ตัวอย่าง ‘อาชีพที่แทบไม่มีแล้ว’ (บทเรียนจากอดีต)

• พนักงานควบคุมลิฟต์ (Elevator Operator) — เมื่อระบบลิฟต์อัตโนมัติปลอดภัยและใช้งานง่าย อาชีพนี้จึงหายไปแทบทั้งหมด

• พนักงานต่อสายโทรศัพท์ (Switchboard Operator) — เทคโนโลยีโทรตรง/แลกเปลี่ยนอัตโนมัติทำให้ความต้องการลดลงจนน้อยมาก

• เจ้าหน้าที่/แมสเซนเจอร์โทรเลข — บริการโทรเลขปิดฉากในหลายประเทศ เมื่อการสื่อสารดิจิทัลเข้ามาแทนที่

• พนักงานเก็บค่าผ่านทางด่าน (Toll Collector) — ระบบเก็บเงินอิเล็กทรอนิกส์/ไร้ด่านทำให้ตำแหน่งงานลดฮวบ

• พนักงานร้านเช่าวิดีโอ/คีออสเช่า — สตรีมมิ่งทำให้ธุรกิจเช่าหนังแบบเดิมแทบหมดไป

 

สัญญาณเตือนว่า ‘บทบาทของคุณ’ เสี่ยงถูกลด/หาย

• งานส่วนใหญ่เป็นขั้นตอนซ้ำ ๆ หรือใช้แบบฟอร์มเดิมแทบทั้งวัน

• ผลลัพธ์งานสามารถวัดได้ชัดเจนและทำซ้ำได้ (เหมาะกับ RPA/AI)

• เริ่มมีการทดลองใช้ Bot/Workflow ใหม่ ๆ เพื่อทดแทนงานเดิม

• ลูกค้าหรือผู้ใช้งานหันไปใช้ช่องทางดิจิทัลมากกว่าหน้าเคาน์เตอร์

 

ทางรอด: ขยับจาก “ทำเอง” ไปสู่ “คุมระบบ–แก้ปัญหา–ใช้ข้อมูล–ดูแลคน”

1) อัปสกิลด้านดิจิทัล/AI-RPA

- ใช้/ออกแบบเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติ, Prompt งานเอกสาร, ทำงานคู่กับ GenAI อย่างมีมาตรฐาน

2) สายข้อมูลและการวิเคราะห์

- ทำ Dashboard, อ่าน Insight, วัดผล KPI เพื่อยกระดับการตัดสินใจ

3) งานที่เติบโตสวนกระแส

- CX ที่ปรึกษาลูกค้า, ดูแลระบบดิจิทัล/ไซเบอร์, กรีน/พลังงานสะอาด, เฮลท์แคร์-ผู้สูงอายุ, การศึกษา

4) ยกระดับ Soft Skills สำคัญ

- สื่อสาร-อธิบายเชิงที่ปรึกษา, การบริหารโครงการ, คิดเชิงระบบ/แก้ปัญหา, จริยธรรมการใช้ AI

 

เช็กลิสต์ 30 วัน เพื่อเปลี่ยนผ่านอย่างปลอดภัย

• สัปดาห์ที่ 1: สำรวจงานที่ทำทุกวัน แยกสิ่งที่ซ้ำ ๆ /วัดผลได้ชัด — ทำรายการ ‘งานที่ AI ทำแทนได้’

• สัปดาห์ที่ 2: ทดลองเครื่องมือ 2–3 ตัว (เช่น RPA เบื้องต้น, เอกสารอัตโนมัติ, Chatbot ภายใน) กับงานจริงเล็ก ๆ

• สัปดาห์ที่ 3: สร้าง Dashboard/Template ประจำ เพื่อให้ทีมเห็นผลลัพธ์ชัดและใช้ซ้ำได้

• สัปดาห์ที่ 4: จัดทำ SOP ใหม่ที่ ‘มี AI อยู่ในขั้นตอน’ และบันทึกบทเรียน/ผลลัพธ์เพื่อปรับปรุงรอบถัดไป

 

สรุปสั้น

“ตกงานแน่นอน” ไม่แฟร์กับความจริง แต่ “งานซ้ำ ๆ เชิงเอกสาร/หน้าเคาน์เตอร์” เสี่ยงสูงมาก จะรอดไม่ใช่ด้วยการหนี AI แต่ด้วยการ ‘ทำงานร่วมกับ AI’ ให้ได้เปรียบกว่าเดิม—ย้ายบทบาทจาก ผู้ลงมือทำ ไปเป็น ‘ผู้ออกแบบ‑คุมระบบ‑อ่านข้อมูล‑ดูแลลูกค้า’ ตั้งแต่วันนี้

 

‘ทรัมป์’ เผยสหรัฐอเมริกา อาจกลายเป็นประเทศ ‘โลกที่สาม’ หากศาลสูงสุดตัดสินประธานาธิบดี ไม่มีอำนาจใช้มาตรการรีดภาษี

(3 พ.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ใน Truth Social เตือนว่า “สหรัฐอเมริกาอาจตกต่ำจนกลายเป็นประเทศโลกที่สาม” หากศาลสูงสุดตัดสินว่า ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจใช้มาตรการภาษีศุลกากรได้โดยตรง โดยคดีดังกล่าวจะเริ่มพิจารณาในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ทรัมป์ระบุว่าเป็น “หนึ่งในคดีที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ”

ทรัมป์ย้ำว่า มาตรการภาษีศุลกากรในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งช่วยสร้าง “ความมั่งคั่งมหาศาลและความมั่นคงของชาติ” โดยระบุว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคยทำสถิติสูงสุดหลายครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ ของรัฐบาลตน และแทบไม่มีปัญหาเงินเฟ้อ พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จจากการเจรจาการค้ากับจีนและอีกหลายประเทศ ที่เขาเชื่อว่ามาจาก “อำนาจต่อรองด้วยภาษีศุลกากรของรัฐบาลตนเอง”

ทรัมป์เตือนเพิ่มเติมว่า หากประธานาธิบดีไม่สามารถใช้อำนาจด้านภาษีได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น “ประเทศจะไร้การป้องกัน” และอาจนำไปสู่ “ความล่มสลายของชาติ” โดยชี้ว่า ผู้ที่คัดค้านเรื่องนี้มีเพียง “ประเทศที่เคยเอาเปรียบสหรัฐฯ มานาน ผู้ที่เกลียดชังประเทศ และพรรคเดโมแครต”

นอกจากนี้ ทรัมป์ระบุว่าเขาจะไม่เดินทางไปศาลในวันพุธ เพื่อไม่ให้การปรากฏตัวของตนบดบังความสำคัญของคดี พร้อมกล่าวปิดท้ายว่า “หากเราชนะ เราจะเป็นประเทศที่ร่ำรวยและมั่นคงที่สุดในโลก แต่หากเราแพ้ ประเทศของเราอาจตกต่ำ ขอให้พระเจ้าช่วยไม่ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น”

‘เนเน่’ เล่าบรรยากาศตึงเครียด เหตุการณ์ ‘อภิสิทธิ์’ นั่งเคลียร์นิสิตจุฬาฯ หลังชูป้ายป่วนถามกรณีสลายชุมนุมปี 53 สุดท้ายจบสวยด้วยเหตุผลบนข้อเท็จจริง

'เนเน่ รัดเกล้า' เล่าเหตุระทึก 'อภิสิทธิ์' นั่งเคลียร์นิสิตจุฬาฯ ประท้วงเหตุสลายชุมนุมปี 53 ก่อนเข้าบรรยายในหัวข้อ “นโยบายสาธารณะ: ทฤษฎีและการปฏิบัติ”

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ด้านสตรี เยาวชน ความยั่งยืน) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรี เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า "เพราะอยู่ในเหตุการณ์จริง #อภิสิทธิ์นิสิตจุฬา …เลยอยากเล่าให้ฟังค่ะ 

วันนี้เนเน่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ที่ด้านล่างคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ก่อนที่การบรรยายในห้องจะเริ่มขึ้นไม่นานค่ะ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนที่กลุ่มน้องๆนิสิตจุฬาฯ ประมาณ 5–6 คน เข้ามาถือป้ายแสดงออกและขอคำชี้แจงกับ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกี่ยวกับกรณี #สลายการชุมนุมปี53 ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายคนยังคงมีคำถาม และอยากฟังจากเจ้าตัวโดยตรง

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ สื่อประชาไท ที่บันทึกเหตุการณ์ไว้อย่างครบถ้วน และเผยแพร่คลิปให้ประชาชนได้เห็นข้อเท็จจริงด้วยตนเองค่ะ

เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Policy Talk หัวข้อ “นโยบายสาธารณะ: ทฤษฎีและการปฏิบัติ” จัดโดย ศาสตราจารย์ ไชยันต์ ไชยพรในหลักสูตรรัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สาขานโยบายสาธารณะ (CU-DriPP) ซึ่งเนเน่เองก็กำลังศึกษาอยู่พอดีค่ะ

อาจารย์ไชยันต์ ได้เชิญ คุณอภิสิทธิ์ มาเป็นผู้บรรยายคนแรกของซีรีส์ Policy Talk (จากทั้งหมด 4 ครั้ง ซึ่งการคัดเลือกผู้มาบรรยายเป็นการหารือร่วมกันระหว่างคณะนักศึกษา ปริญญาเอกในหลักสูตรและอาจารย์ไชยันต์) เนื่องจากท่านเป็นหนึ่งในอดีตนายกรัฐมนตรีที่มีความอิสระในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะอย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในผู้นำทางการเมืองของไทยยุคหลัง ในความเห็นของอาจารย์ ไชยันต์

เหตุการณ์ในวันนี้... ทั้งคณะอาจารย์ และคณะนักศึกษาปริญญาเอก ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าเลย ว่าน้อง ๆ นิสิตประมาณ 5–6 คน จะเข้ามาถือป้ายใส่แขกรับเชิญของพวกเราเช่นนี้ ทั้งนี้ (ดูได้จากในคลิป) พี่ๆ ทีม รปภ. พยายามทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสุดความสามารถ พยายามเข้าดูแลสถานการณ์ แต่คุณอภิสิทธิ์กลับพูดกับเจ้าหน้าที่อย่างสุภาพ (พร้อมแตะที่แขน รปภ. เบาๆ) ว่า...

“ไม่เป็นไรครับ ให้เขาแสดงออกเถอะ อย่าไปกีดกัน”

จากนั้นท่านได้ชวนน้อง ๆ มานั่งพูดคุยกันที่ม้านั่งบริเวณใกล้ ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ถาม-ตอบกันตรงไปตรงมา การสนทนานั้นกินเวลาประมาณ 20 กว่านาที โดยหนึ่งในน้องนิสิตได้ขออนุญาตบันทึกเสียงและวิดีโอไว้ คุณอภิสิทธิ์ไม่ติดขัดใดๆ ซึ่งเราก็พึ่งมารู้กันภายหลังว่า มีสื่อประชาไทมารวมอยู่ในกล้องของน้อง ๆ นิสิตด้วย

สำหรับเนเน่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ตรงนั้นตั้งแต่เริ่มจนจบ อยากให้ทุกคนได้ดูคลิปเต็มจากประชาไทด้วยตาของตัวเอง เพื่อรับรู้บรรยากาศและข้อเท็จจริงทั้งหมดในแบบที่มันเป็นจริง ๆ เพราะบางครั้ง… “สิ่งที่เราเห็นผ่านบางมุม อาจไม่ใช่เรื่องทั้งหมด” การได้ฟังจากต้นเหตุการณ์ ย่อมดีที่สุดเสมอค่ะ เนเน่ขอแชร์คลิปฉบับเต็มไว้ตรงนี้ค่ะ

คลิปเต็มจากประชาไท – เหตุการณ์นิสิตจุฬาฯ ขอคำชี้แจงคุณอภิสิทธิ์
https://youtu.be/EjHzPh95PyM?si=gG1UqEZJSHpVw2YO

ไม่ว่าคุณจะคิดเห็นอย่างไร… สิ่งสำคัญคือการฟังกันด้วยเหตุผล และใช้วิจารณญาณบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง

 

‘อรรถวิชช์’ ขอบคุณสมาชิก รทสช. รับตำแหน่ง!! ‘รองหัวหน้าพรรค’ ลั่น!! เดินหน้า ‘เสรีโซลาร์–ปฏิรูปเครดิตบูโร’ เชื่อมั่น!! ‘พีระพันธุ์’ นำพรรคสู้วิกฤตประเทศ

เมื่อวานนี้ (2 พ.ย. 68) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ขอบคุณสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมีใจความว่า ...

ผมขอขอบคุณสมาชิกพรรค #รวมไทยสร้างชาติ ที่มอบหมายให้ทำหน้าที่รองหัวหน้าพรรค ในภารกิจงานนโยบายพรรค ผมจะทำให้ดีที่สุด 

นโยบายพลังงาน "เสรีโซลาร์" จะชนกี่ตอ เราจะทำให้สำเร็จ! นโยบายเศรษฐกิจฐานราก "ปฏิรูปเครดิตบูโร" ยุติการแช่แข็งลูกหนี้ให้คนมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อแก้หนี้ครัวเรือน เราจะลุยต่อจนสำเร็จ!!

ผมเชื่อ "ความเด็ดขาดและการทำงานที่จริงจัง" ของคุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่สู้กับวิกฤตของประเทศ ถ้าพรรคมีคนแบบเดียวกัน มาสู้ด้วยกัน การเมืองจะเปลี่ยนไป…. เชื่อในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่เชื่อ!!
 

บุรีรัมย์-พุทธศาสนิกชนทั่วทุกสารทิศ ร่วมกันทอดกฐินสามัคคี วัดพุทธบูชาป่าโคกประสาท อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์

วันที่ 2 พ.ย. 68 ที่วัดพุทธบูชาป่าโคกประสาท ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ นาย ณพล บริบูรณ์ นักวิชาการคณะทำงานทางเมือง ดร.ฉลาด ขำช่วง ประธานสภาคนที่สอง นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์ภาคตะวันออก นาย โกสินธ์ จินาอ่อน รองประธานที่ปรึกษา สว.สมหมาย ศรีจันทร์ ที่ปรึกษาผู้ตรวจการอัยการ บรรณาธิการข่าว ท็อปนิวส์ ทั่วไทย( ภาคเหนือ)น.ส.นภชนก เหมือนนามอญ ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานทอดกฐินพร้อมพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ได้เดินทางมาร่วมกันทอดกฐินสามัคคี โดยมีพระครูปลัดวิชาญ ธัมมโชโต เจ้าอาวาสวัด) เจ้าอาวาสพุทธบูชาป่าโคกประสาท เป็นประธานฝ่ายบรรพชิต พร้อมพระภิกษุสงฆ์ ประกอบพิธีรับถวายผ้าพระกฐิน

ประวัติวัดพุทธบูชาป่าโคกประสาท เดิมชื่อว่าวัดโคกปราสาทตามพื้นที่เป็นที่เนิน เป็นโคกและก็มีปราสาทหินเก่าแก่อยู่ในป่านี้จึงเรียกว่าป่าโคกปราสาท ซึ่งเป็นปราสาทเก่าแก่ตั้งแต่สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นหัวเมืองหนึ่งที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จะเสด็จไปเมืองพิมายจะต้องผ่านสถานที่หัวเมืองแต่ละที่และตรงป่าโคกปราสาทก็เป็นที่ที่ 1 ที่เป็นที่ประทับเดินทางของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เมื่อเสด็จมาถึงก็มาพักอยู่ ณ.ปราสาทแห่งนี้เพื่อให้ชาวบ้านพสพนิกร บริเวณเมืองโคกปราสาทแห่งนี้ได้นำเครื่องสักการะเครื่องบรรณาการมาถวายแด่พระเจ้าชัยวรมันและปราสาทแห่งนี้สมัยดั้งเดิมเรียกว่าบ้านไฟบ้างหรือ อโรคยาศาลบ้างคือเป็นที่เมื่อพระราชาเสด็จมาถึงก็มีการบวงสรวงสถานที่ตามประเพณี

เมื่อเจ้าเมืองไปที่หัวเมืองต่าง ๆ ก็ต้องมีประเพณีสักการะสถานที่แห่งนั้นในปราสาทจะมีศิวลึงค์ซึ่งเป็นที่บูชาของพราหมณ์ฮินดูในสมัยนั้นเมื่อพระราชาได้นำน้ำนมนำถั่วงาสิ่งต่าง ๆ ได้ทำพิธีสวดถวายองค์ศิวลึงค์เพื่อบูชาเทพแล้วก็จะเทราดน้ำนมลงไปในองค์สีวลึงพร้อมถั่ว งา น้ำอบ น้ำหอม อื่นๆลง ข้าง ๆ องค์ศิวะลึงก็จะมีรางน้ำเส้นทางน้ำไหลเมื่อบวงสรวงเสร็จก็จะเทไปในศิวะลึงค์บูชาเทพน้ำนมพืชพันธุ์ต่าง ๆ ก็จะไหลไปด้านอีกทิศ1 ชาวบ้านหรือข้าราชขุนนางต่าง ๆ ก็จะมาตักเอาน้ำนมนั้นมาดื่มมาลูบศรีษะเพื่อความเป็นสิริมงคลเชื่อว่าเป็นการกำจัดทุกข์กำจัดโศกโรคภัยต่าง ๆ ได้ ซึ่งมีพระราชาได้มาทำพิธีพร้อมกับฤาษีพราหมณ์ต่าง ๆ ที่ติดตามพระราชามาด้วย ถือเป็นสิริมงคลแก่ชาวเมือง

วัดพุทธบูชา ก่อตั้งมาประมาณปี 2537ซึ่งมีเจ้าอาวาสองค์เดิมได้มาปฏิบัติธรรมอยู่แต่ก็ยังไม่ได้พัฒนาเท่าไหร่จนกระทั่งปี 2548 พระอาจารย์วิชาญ ธรรมโชโตหรือปัจจุบันพระครูปลัดวิชาญ ธรรมโชโต เดินธุดงค์หาที่ปฏิบัติธรรมแล้วก็มาพบสถานที่ป่าแห่งนี้ก็รู้สึกชอบความสงบและความเป็นปราสาทซึ่งเป็นป่าเสื่อมโทรมห่างจากหมู่บ้านพอสมควรทั้งทางเข้าก็ลำบากเป็นถนนลูกรังแต่ก็ด้วยความสงบดูสัปปายะจึงตัดสินใจที่จะได้ปักกลดอยู่สัก 1 พรรษา ในตอนนั้นคิดอย่างนั้น ต่อมาก็เกิดความผูกพันรู้สึกผูกพันในปราสาทผูกพันในสถานที่จึงได้ตั้งหลักปักฐานตั้งจิตอธิษฐานว่าจะอยู่พัฒนาวัดตรงนี้เป็นที่ปฏิบัติธรรมจนถึงปัจจุบัน

พระครูปลัดวิชาญ ธัมมโชโต เจ้าอาวาสวัดวัดพุทธบูชาป่าโคกปราสาท (กล่าวว่า)วัดพุทธบูชาป่าโคกปราสาท ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์กำลังก่อสร้างอุโบสถซึ่งสร้างแล้วเสร็จประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ยังรอเพียงการ ตีฝ่าเพดาน ประดับลวดลาย เดินสายไฟภายในอุโบสถ ปรับระดับทางเดินรอบอุโบสถ จึงขอเจริญพรบอกบุญมายังท่านเพื่อร่วมทอดกฐินสามัคคี ครั้งนี้เพื่อรวบรวมจตุปัจจัยร่วมก่อสร้างอุโบสถให้แล้วตามวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาฝากชื่อไว้ในพระพุทธศาสนาให้ดำรงถาวรสืบต่อไปชั่วกาลนาน ตามกำลังทรัพย์ศรัทธา

ขออานุภาพคุณพระศรีรัตนตรัยและกุศลบุญครั้งนี้ จงอำนวยอวยชัยให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาจงประสพด้วย จตุรพิธพรชัยทั้ง ๔ ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ เทอญ ฯ

โครงสร้างรายได้ภาครัฐ 'กรมสรรพากร' เกินเป้า!! 'กรมสรรพสามิต – กรมศุลกากร' ต่ำกว่าเป้า!!

(2 พ.ย. 68) ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2568 (ต.ค. 2567–มี.ค. 2568) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิได้ 1,195,662 ล้านบาท ใกล้เคียงประมาณการและสูงกว่าปีก่อน 2.3% แต่ภาพรวม “พอไหว” นี้ซ่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง: รายได้บางฐานโตจากแรงท่องเที่ยวและใช้จ่ายในประเทศ ขณะที่ภาษีบางฐานถูกกดด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคและนโยบายใหม่ ๆ โดยเฉพาะ EV และยาสูบที่หดตัวกว่าคาด

3 กรม 3 โทน: สรรพากรเกินเป้า—สรรพสามิต/ศุลกากรต่ำเป้า
กรมสรรพากร จัดเก็บรวม 966,200 ล้านบาท เกินประมาณการ +1.1% และสูงกว่าปีก่อน 3.9% โดย VAT รวม 487,718 ล้านบาท เด่นชัดเพราะ VAT ในประเทศเกินเป้า +9.7% ขณะที่ VAT จากนำเข้าต่ำเป้า −5.1% จากการใช้สิทธิปลอดอากรและราคาน้ำมันที่ลดลง ซึ่งกด ETR (effective tax rate) ลง
กรมสรรพสามิต จัดเก็บรวม 264,971 ล้านบาท ต่ำเป้า −7.4% โดยภาษีรถยนต์ต่ำเป้า −38.3% และภาษียาสูบต่ำเป้า −14.9% สะท้อนผลของนโยบายส่งเสริม EV และพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป
กรมศุลกากร จัดเก็บรวม 57,365 ล้านบาท ต่ำเป้า −6.9% ทั้งที่มูลค่านำเข้าสูงกว่าปีก่อน จากค่าเงินบาทแข็งกว่าที่คาดและการใช้สิทธิปลอดอากรเพิ่ม ทำให้ ETR ลดลง

หมายเหตุ: ครึ่งปีนี้มีการคืนภาษีสรรพากร 210,945 ล้านบาท สูงกว่าเป้า 5.9% โดยเฉพาะ VAT ทำให้ “รายได้สุทธิ” ถูกกดลงบางส่วนแม้รายได้ขั้นต้นจะดีขึ้น

ทำไม “พอไหว” แต่ “โครงสร้างเปลี่ยน”?
VAT ในประเทศฟื้นตามเศรษฐกิจบริการ/ท่องเที่ยว: การเดินทางและการใช้จ่ายในประเทศหนุนฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม ในประเทศให้เกินเป้า แม้ VAT จากนำเข้าจะอ่อนจากสิทธิปลอดอากรและราคาพลังงานที่ต่ำลงซึ่งกด ETR

นโยบาย EV และพฤติกรรมผู้บริโภค กดฐานสรรพสามิตยานยนต์-ยาสูบ: มาตรการส่งเสริม EV ลดอัตราภาษีที่แท้จริงในหมวดยานยนต์ ขณะที่ยาสูบอ่อนแรงต่อเนื่อง—ทั้งจากปริมาณเสียภาษีที่ต่ำกว่าประมาณการและการปรับพฤติกรรมบริโภค

ค่าเงินและระเบียบการค้า กดรายได้ศุลกากร: บาทแข็งกว่าที่คาดผนวกการใช้สิทธิปลอดอากรเพิ่ม ทำให้รายได้ภาษีนำเข้าต่ำกว่าเป้า ทั้งที่มูลค่านำเข้าจริงสูงขึ้น

นัยต่อธุรกิจ–งบประมาณ
ค้าปลีก–ท่องเที่ยว–บริการ: สัญญาณ VAT ในประเทศยังส่งแรงหนุน หากมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง ภาคบริการน่าจะเป็น “แหล่งภาษีหลัก” ของรอบนี้ต่อไป
ยานยนต์สันดาป–ซัพพลายเชนเดิม: การจัดเก็บภาษีรถต่ำเป้าแรงสะท้อน “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” ของอุตสาหกรรม สื่อว่าภูมิทัศน์รายได้สรรพสามิตจะเปลี่ยนถาวรถ้า EV โตเร็ว
งบประมาณส่วนกลาง: รายได้สุทธิใกล้เคียงเป้า “ประคองดุล” ได้ระดับหนึ่ง แต่การคืนภาษีที่สูงขึ้นและฐานสรรพสามิตบางหมวดที่อ่อน อาจทำให้กันชนทางการคลังต้องพึ่งวินัยการใช้จ่าย และคุณภาพการกู้มากขึ้นในครึ่งปีหลัง

กล่องตัวเลขสำคัญ (ครึ่งปีงบฯ 2568)
รายได้สุทธิรัฐ: 1,195,662 ล้านบาท (↑2.3% YoY; ใกล้เคียงเป้า)
สรรพากร: 966,200 ล้านบาท (↑3.9% YoY; +1.1% เหนือเป้า) / VAT รวม 487,718 ล้านบาท – ในประเทศ +9.7% เหนือเป้า; นำเข้า −5.1% ต่ำเป้า
สรรพสามิต: 264,971 ล้านบาท (ต่ำเป้า −7.4%) — รถยนต์ −38.3%; ยาสูบ −14.9%
ศุลกากร: 57,365 ล้านบาท (ต่ำเป้า −6.9%) จากบาทแข็ง + ใช้สิทธิปลอดอากรเพิ่ม
คืนภาษีสรรพากร: 210,945 ล้านบาท (สูงกว่าเป้า +5.9%)
.
สรุป (Bottom line)
รายได้รัฐ “ไม่แย่” แต่เสาหลักกำลังขยับ — VAT ในประเทศกลายเป็นคานงัดสำคัญ ขณะที่สรรพสามิตยานยนต์/ยาสูบและศุลกากรยังเป็นแรงฉุดเพราะโครงสร้างเศรษฐกิจและนโยบายกำลังเปลี่ยน หากรัฐจะ “ปิดดุลแบบยั่งยืน” ในครึ่งปีหลัง ต้องรักษาแรงส่งบริการ–ท่องเที่ยว พร้อมออกแบบโครงสร้างภาษีที่ทันกับ EV/พฤติกรรมใหม่ และบริหารการคืนภาษี–สิทธิปลอดอากรอย่างสมดุล
 
ที่มา: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)  รายงานสถานการณ์ด้านการคลัง ไตรมาส 2/2568 (ข้อมูลครึ่งปีงบประมาณ 2568: ต.ค. 2567–มี.ค. 2568)
 

สมุทรปราการ-ศิษยยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีแห่ผ้าแดงห่มองค์พระมหาเจดีย์ วัดบางพลีใหญ่กลางความยาวกว่า 70 เมตร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้ประกอบพิธีอันสำคัญและเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ คือการแห่ผ้าแดงซึ่งเป็นผ้าห่มองค์ พระมหาเจดีย์พิศาลวุฒิกิจมงคลมหาชนบูชิต 

โดยทางวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ภายใต้การดูแลและความเมตตาของท่าน พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง มีครอบครัวรุ่งแจ้งเป็นผู้ที่นำผ้าแดงขึ้นไปห่มที่ด้านบนพระมหาเจดีย์ ซึ่งในช่วงเช้าของวันนี้ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้ประกอบพิธีบวงสรวงเพื่อความเป็นสิริมงคล

มีประชาชนและข้าราชการจำนวนมากเดินทางมาร่วมในพิธี อาทิ นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง นายก อบต.บางพลีใหญ่ คณะไวยาวัจกรวัดบางพลีใหญ่กลาง เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา เจ้าหน้าที่วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ คณะครู ข้าราชการตำรวจ เป็นต้น

นอกจากนี้ ท่านพระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้เมตตาให้ประชาชน และข้าราชการที่เดินทางมาร่วมในพิธีแห่ผ้าห่มองค์พระมหาเจดีย์ได้เขียนชื่อตนเองลงบนผ้าแดงเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล


ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง นำคณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลางประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถาธรรมจักรกัปปะวัดตะนะสูตร เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ พระอุโบสถวัดบางพลีใหญ่กลาง

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top