Wednesday, 22 July 2026
Hard News Team

ติ๊กต็อก–เมตา–สแน็ป ยอมทำตามกฎหมายใหม่ออสเตรเลีย ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียล เริ่มมีผล 10 ธันวาคม 2568 ฝ่าฝืนอาจถูกปรับ 1 พันล้านบาท

(4 ต.ค. 68) ไบต์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทแม่ของติ๊กต็อก (TikTok), เมตา (Meta) เจ้าของเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม รวมถึงสแน็ป (Snap) ผู้ให้บริการสแน็ปแชต (Snapchat) ประกาศต่อรัฐสภาออสเตรเลียว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งถือเป็นกฎหมายฉบับแรกของโลกในลักษณะนี้ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

บริษัททั้งสามระบุว่าจะปิดบัญชีของผู้ใช้งานที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีทันทีเมื่อกฎหมายมีผล โดยกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบตั้งแต่ปี 2024 และมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของเยาวชนในโลกออนไลน์

เจนนิเฟอร์ สเตาท์ (Jennifer Stout) รองประธานอาวุโสฝ่ายนโยบายระดับโลกของสแน็ป แสดงความกังวลว่าการแบนอาจทำให้วัยรุ่นหันไปใช้บริการส่งข้อความอื่นที่ขาดระบบป้องกันความปลอดภัยเท่าที่ควร แม้จะไม่เห็นด้วยกับมาตรการนี้ แต่บริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเต็มที่ 

ขณะที่เมตาเตรียมติดต่อผู้ใช้ออสเตรเลียอายุต่ำกว่า 16 ปีราว 450,000 คน เพื่อให้เลือกว่าจะลบบัญชีหรือเก็บข้อมูลไว้จนกว่าจะมีอายุครบตามกำหนด

ทั้งนี้ กฎหมายใหม่กำหนดโทษปรับสูงสุดถึง 49.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 1.05 พันล้านบาท) สำหรับบริษัทที่ไม่ดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเหมาะสม เพื่อห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีเข้าถึงแพลตฟอร์มของตน ถือเป็นก้าวสำคัญในการควบคุมการใช้โซเชียลมีเดียของเยาวชนในระดับโลก

'ฉงชิ่ง' เมืองเศรษฐกิจ มหานครพิเศษทางตะวันตกเฉียงใต้ เศรษฐกิจโตแซงค่าเฉลี่ยประเทศ GDP ขึ้นอันดับ 4 ของจีน แซงกวางโจวขึ้นแท่นเมืองมาแรง

📍 ภาพรวม
ฉงชิ่ง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เป็นหนึ่งในมหานครใหญ่โดยตรงภายใต้การปกครองของรัฐบาลกลางจีน (municipality) แยกตัวออกจากมณฑลเสฉวนเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 1997

มีพื้นที่ประมาณ 82,403 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่าสมาชิกของบางประเทศ และมีประชากรราว 32 ล้านคน (ตามสำมะโนในปี 2020) เป็นเมืองที่มีภูมิประเทศโดดเด่น — ตั้งอยู่ที่จุดบรรจบของแม่น้ำ Yangtze River และ Jialing River พร้อมยังล้อมรอบด้วยภูเขาและเนินเขา ซึ่งทำให้เมืองมีลักษณะ “ชั้นๆ” หรือหลายระดับ (multi-level urbanism) ในการวางผังเมืองและถนนอาคารต่างๆ

🚀 จุดเด่นของการเติบโต
ฉงชิ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่เติบโตเร็วที่สุดของจีน ด้วยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าเฉลี่ยประเทศ โดยในปี 2024 ก้าวขึ้นเป็นเมืองอันดับ 4 ของจีนจากมูลค่า GDP รวม (แซงหน้าเมืองใหญ่อย่าง Guangzhou) เศรษฐกิจของเมืองถูกผลักดันโดยภาคการผลิต (automotive, อิเล็กทรอนิกส์) และอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ภาพยนตร์ การท่องเที่ยวฯลฯ อยู่ภายในยุทธศาสตร์ “Chengdu–Chongqing Economic Circle” ที่รัฐบาลจีนตั้งเป้าให้เป็นหนึ่งใน “ขั้วการเติบโต” ทางตะวันตกของประเทศ ซึ่งรวมเมือง Chengdu และพื้นที่โดยรอบไว้ด้วย

🏙 ลักษณะเมืองที่น่าสนใจ

เนื่องจากภูมิประเทศที่สูง-ต่ำและสลับซับซ้อน ฉงชิ่งจึงมีการก่อสร้างแบบหลายระดับ (vertical urbanism) อาคารหลายหลังอาจมีทางเข้า “ground floor” อยู่ที่ชั้นต่างๆ ขึ้นอยู่กับระดับถนนในแต่ละด้าน ระบบโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมมีความทันสมัยและใหญ่โต เช่น รถไฟระบบโมโนเรล/รถไฟฟ้าที่เชื่อมโยงหลายชั้น และสะพานข้ามแม่น้ำหลายแห่ง

🎯 ทำไมควรสนใจเมืองนี้
ถ้าคุณสนใจเรื่อง เมืองที่เติบโตเร็ว หรือ การพัฒนาเมืองในภูมิภาคที่ไม่ใช่ชายฝั่ง ฉงชิ่งคือกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เป็นตัวอย่างของการผสมผสานระหว่างภูมิศาสตร์ท้าทาย + นโยบายรัฐ + การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหญ่

สำหรับนำเสนอ: สามารถใช้ภาพของเมืองที่แสดงภูมิประเทศภูเขา + แม่น้ำ + ตึกสูง เพื่อสื่อถึง “การเติบโตในภูมิประเทศท้าทาย” ได้อย่างทรงพลัง

ตลาดน้ำมันได้รับแรงหนุนจากมาตรการคว่ำบาตรบริษัทน้ำมันรัสเซียของชาติตะวันตกและสงครามการค้าส่อเค้าคลี่คลาย

หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์ตลาดน้ำมัน ประจำสัปดาห์วันที่ 3 – 7 พ.ย. 68 และแนวโน้มในสัปดาห์วันที่ 10 – 14 พ.ย. 68 โดยระบุว่าตลาดน้ำมันได้รับแรงหนุนจากมาตรการคว่ำบาตรบริษัทน้ำมันรัสเซียของชาติตะวันตกและสงครามการค้าส่อเค้าคลี่คลาย

บริษัทน้ำมันแห่งชาติของอินเดีย Indian Oil Corp. (IOC) ซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ ปริมาณรวม 24 ล้านบาร์เรล ส่งมอบไตรมาส 1/69 โดยบริษัทเริ่มมองหาโอกาสในการนำเข้าน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น และชะลอการนำเข้าจากรัสเซีย หลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรบริษัทน้ำมัน Rosneft และ Lukoil ของรัสเซีย ทั้งนี้ รัสเซียส่งออกน้ำมันดิบจากท่า Primorsk, Ust-Luga และ Novorossiisk ทางตะวันตกของรัสเซีย ในเดือน ต.ค. 68 อยู่ที่ 2.33 ล้านบาร์เรลต่อวัน

วันที่ 2 พ.ย. 68 กองบัญชาการปฏิบัติการฉุกเฉินภูมิภาค Krasnodar ในรัสเซียกล่าวว่ายูเครนใช้โดรนโจมตีท่าเรือ Tuapse ของรัสเซียบริเวณทะเลดำ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ และโจมตีโรงกลั่นTuapse (กำลังการกลั่น 240,000 บาร์เรลต่อวัน)

วันที่ 30 ต.ค. 68 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นาย Donald Trump และประธานาธิบดีจีน นาย Xi Jinping เจรจาข้อตกลงทางการค้าเบื้องต้น ณ เมือง Busan ในเกาหลีใต้ โดยสหรัฐฯ จะลดภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในส่วนการลักลอบขนส่งยา Fentanyl จากเดิม 20% มาอยู่ที่ 10% ซึ่งจะทำให้อัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนโดยเฉลี่ยลดลงจาก 57% มาอยู่ที่ 47% โดยจีนจะกวาดล้างการค้า Fentanyl ผิดกฎหมาย กลับมานำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ และชะลอการควบคุมการส่งออกแร่ Rare Earth เป็นเวลา 1 ปี เป็นต้น อย่างไรก็ดี ยังไม่ได้ลงนามเป็นข้อตกลงทางการค้าฉบับสมบูรณ์

วันที่ 2 พ.ย. 68 กลุ่ม OPEC+ (8 ประเทศ) มีมติเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในเดือน ธ.ค. 68 ปริมาณเดือนละ 137,000 บาร์เรลต่อวัน เพื่อชดเชยส่วนที่เคยอาสาลดการผลิตโดยสมัครใจ (Voluntary Cut) ปริมาณ 1.66 ล้านบาร์เรลต่อวัน Advertisment

คนไทย ‘เจ็บแล้วไม่จำ’ วงจรอุบาทว์ทางการเมือง ไม่สิ้นสุด เพราะประชาชน ยังเลือก!! นักการเมืองในคราบโจร

เมื่อวันที่ (2 พ.ย. 68) คนไทยมีความโดดเด่นในเรื่อง “เจ็บแล้วไม่จำ” ซ้ำยังเป็นชาติพันธุ์ที่ให้อภัยพร่ำเพรื่อ ผสมกับการลืมง่าย และเห่อของใหม่ นิสัยทั้งหมดเหล่านี้จึงทำให้ได้นักการเมืองขายชาติ, โกงที่ดิน, ฮั้ว สว., เอี่ยวสแกมเมอร์, หนีการเกณฑ์ทหาร และนัการเมืองล้มล้างสถาบันกษัตริย์ เข้ามาอยู่ในสภา

สภาอันทรงเกียรติ กลายเป็น “สภาที่น่ารังเกียจ” ดูหมอง ไร้ราคา และไร้ความน่าเชื่อถือ กลายเป็นพื้นที่ของกลุ่มคนที่เป็นอันตรายต่อประเทศชาติในความรู้สึกของประชาชนคนไทยที่ “คิดเป็น” 

ทั้งหมดล้วนมาจากน้ำมือของ “คนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง” ไม่น้อยกว่า 30 ล้านเสียง ที่ผลักดัน สนับสนุนด้วยการกาเลือก “นักการเมืองในคราบโจร” ให้มาทำร้ายแผ่นดินไทย 

นักการเมืองที่กระทำชั่วกับชาติ และประชาชน กี่ยุคสมัยก็ไม่ได้ฉลาดล้ำ แถมยังอ่านออกได้ง่าย ๆ เพราะถ้ามองดี ๆ ก็จะเห็นคำว่า “นักการเมืองเลว” แปะติดอยู่ที่หน้าผากทุกคน แต่ขนาดว่าดูง่าย แค่ไหน ก็ยังมี “คนไทยบ้องตื้น” หลงวนอยู่กับความมืดบอด ออกไปกาเลือกในสิ่งที่เข้าใจเพียงผิวเผิน ผลจึงออกมาอย่างที่เห็น เป็น “ลูปนรก” หมุนวนอยู่กับที่ ไร้ทางออก ไร้ความรุ่งเรือง

คำกล่าวที่ว่า ถ้าประเทศใดมีประชาชนไม่ฉลาด ประเทศชาตินั้นก็จะได้ “นักการเมืองเลว” นั้นจริงที่สุด 

สำหรับประเทศไทย นอกจากมี “ประชาชนฉลาดน้อย” ที่มีอยู่ในจำนวนไม่น้อยในสังคม ก็ยังถือดี อวดดี ไม่อ่านหนังสือ ไม่ติดตามข่าว ไม่สนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ไม่แยแสเรื่องบ้านเรื่องเมือง ดูแต่ข่าวซุบซิบดารา สนแต่เรื่องราวบันเทิงน้ำเน่า ตามติดแต่ “คนดัง” ที่ผลัดเปลี่ยนกันมา “หลอกต้มสังคม” เมื่อถึงเวลาต้องเลือกตั้ง ก็ออกไปเลือกตามกระแส หรือสิ่งที่เคยเห็นผ่าน ๆ ทางหน้าจอมือถือ เรื่องที่จะใช้ “สติปัญญาตรองคิด” ยากที่จะมี กรรมจึงต้องตกอยู่กับคนไทยทั้งประเทศ

“คนไทยคิดน้อย” เหล่านี้ ก็ไม่เคยรู้สึกรู้สา หรือสำนึกถึงการกระทำของตัวเอง ส่วนใหญ่ ๆ เลือกคนเลวเข้ามาเสร็จก็หันไปสายลมแสงแดดกับชีวิตตนเอง ปล่อยความเน่าเหม็นให้คนไทยทั้งชาติร่วมรับกรรมกันไป 

คิดเหมือนผมไหมครับ โคตรจะไม่แฟร์ ไม่แฟร์เลยจริง ๆ

ย้อนมองผลสำเร็จ 'คนละครึ่ง' 5 เฟส ก่อนมาถึง 'คนละครึ่ง พลัส'

โครงการ ‘คนละครึ่ง’ หนึ่งในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่โดนใจประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ดำเนินการต่อเนื่องถึง 5 เฟส จนมาถึงรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้ปัดฝุ่นนำมาใช้อีกครั้งในชื่อ ‘คนละครึ่ง พลัส’ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีได้อีกเช่นกัน

กฟผ.ออกแถลงการณ์ กรณีเกิดเหตุดินสไลด์เหมืองแม่เมาะ พบทรัพย์สินเสียหายแต่ไร้ผู้บาดเจ็บ ยันไม่กระทบชุมชนโดยรอบ ไม่ส่งผลต่อการจ่ายไฟฟ้าในภาคเหนือ

ตามที่ การไฟฟ้าฝ้ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ได้ออกแถลงการณ์ โดยระบุว่า วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2568) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ได้ตรวจพบการเคลื่อนตัวของมวลดินและเกิดดินสไลด์บริเวณที่ทิ้งดินฝังตะวันตกด้านใต้ (SW Dump) ส่งผลให้อาคารสำนักงาน บริษัท สหกลอิควิปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และทรัพย์สินบางส่วนได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และไม่ส่งผลกระทบกับการจ่ายไฟในพื้นที่ภาคเหนือแต่อย่างใด

ขณะที่ ความคืบหน้าล่าสุด นายสุชาติ ตุ่นแก้ว ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ (ชชม.) เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูลระบบตรวจวัดการเคลื่อนตัวพื้นที่ทิ้งดินแบบเรียลไทม์อย่างต่อเนื่อง พบการเคลื่อนตัวผิดปกติ บริเวณที่ทิ้งดินฝั่งตะวันตกด้านได้ (SW Dump) 

โดย กฟผ.แม่เมาะ ได้แจ้งบริษัทผู้รับจ้าง ซึ่งทำงานอยู่บริเวณดังกล่าว ให้หยุดการเดินเครื่องจักรโปรยดิน ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2568 เวลา 19.00 น. พร้อมกับ ให้เคลื่อนย้ายเครื่องโปรยดิน ออกจากพื้นที่ รวมทั้ง ไม่ให้มีการโปรยดินเพิ่มเติม

กระทั่ง วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 03.00 น. พบการเคลื่อนตัวของมวลดินและเกิดดินสไลด์ ส่งผลให้อาคารสำนักงานบริษัทผู้รับจ้าง และทรัพย์สินบางส่วนได้รับความเสียหาย แต่ไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด บริเวณความเสียหายเบื้องต้นครอบคลุม 1 ตารางกิโลเมตร และอยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่ จากการตรวจสอบสาเหตุเบื้องต้นพบว่า ตั้งแต่ช่วงวันที่ 31 ตุลาคม 2568 จนถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 มีฝนตกต่อเนื่อง คาดว่าจะเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเคลื่อนตัวและดินสไลด์ดังกล่าว

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เป็นพื้นพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการทำเหมืองและทิ้งมูลดินทราย ของ กฟผ.แม่เมาะ ไม่ส่งผลกระทบกับชุมชนโดยรอบ และไม่กระทบกับการจ่ายกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ภาคเหนือ อย่างไรก็ตาม กฟผ.แม่เมาะ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ให้ผู้ปฏิบัติงานดำเนินการเก็บข้อมูลการเคลื่อนตัวเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

ทั้งนี้ ตลอดทั้งช่วงเช้าที่ผ่านมามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำโดย นายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง , อุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง , นายอำเภอแม่เมาะ , สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 3 เชียงใหม่ , สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง , สำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่เมาะ จ.ลำปาง , โรงพยาบาลแม่แม่เมาะ , กอ.รมน.ลำปาง เป็นต้น ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมกำกับให้เร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยในช่วงบ่ายได้ประชุมชี้แจงข้อมูลเบื้องต้นต่อหน่วยงานกำกับดูแลได้รับทราบ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างเรียบร้อยทันการณ์ต่อไป

(สุรินทร์) มทบ.25 ลงพื้นที่ติดตามการสร้างบ้านและมอบถุงยังชีพพร้อมทั้งมอบผ้าห่มกันหนาวแก่ประชาชน

(4 พ.ย. 68) พลตรี ไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25, คุณสายธาร กิจคณะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 25, แพทย์ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน พร้อมด้วย จิตอาสา 904, จิตอาสาพระราชทาน, ประชาชนจิตอาสา, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้นำชุมชน, ชรบ.ในพื้นที่
ลงพื้นที่ติดตามการสร้างบ้านและซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ทำให้เกิดความเสียหายทั้งหลังมี จำนวน 3 หลังคาเรือน ในพื้นที่ อำเภอปราสาท และ อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ พร้อมมอบผ้าห่มกันหนาว, ถุงยังชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ จำนวน 20 ครอบครัว พร้อมทั้งยังได้มอบสิ่งของให้ อสม. และ ชรบ. ที่ดูแลความสงบเรียบร้อย ประจำหมู่บ้าน 

ทั้งนี้ โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน ยังได้จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ในการตรวจสุขภาพเบื้องต้น พร้อมมอบยาสามัญประจำบ้านแก่ผู้ป่วยติดเตียง, ผู้สูงอายุ, และผู้ป่วยทุพพลภาพ สร้างความดีใจและรู้สึกปราบปลื้มที่ได้มีหน่วยงานราชการ และหน่วยงานทหารได้เข้ามาสอบถามถึงความเดือดร้อนของประชาชน

ทำความรู้จัก Zhipu AI สตาร์ทอัพปัญญาประดิษฐ์ ยักษ์ใหญ่ของจีน ดังไกลทั่วโลก ผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 10 เท่า!! ในปีเดียว สัญญาณบ่งชี้ AI แดนมังกรมาแรง

ในช่วงปีที่ผ่านมา ชื่อของ Zhipu AI (智谱AI) กลายเป็นที่จับตาของวงการเทคโนโลยีระดับโลก บริษัทสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์จากกรุงปักกิ่งรายนี้ เป็นหนึ่งในผู้นำของคลื่น “AI Made in China” ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการขับเคี่ยวกับยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง OpenAI และ Google DeepMind

จุดเริ่มต้น ?
Zhipu AI ก่อตั้งในปี 2019 โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิงหวา (Tsinghua University) หนึ่งในสถาบันวิศวกรรมชั้นนำของจีน และเป็นผู้พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ชื่อว่า GLM (General Language Model) ซึ่งมีศักยภาพใกล้เคียงกับ GPT ของสหรัฐฯ 

ปัจจุบันบริษัทเปิดให้บริการแชตบอต “ChatGLM” ที่รองรับทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศที่มีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าในรอบปีที่ผ่านมา

เป้าหมาย ?
ความสำเร็จของ Zhipu AI สะท้อนแนวโน้มว่าเทคโนโลยี AI จากจีนเริ่มได้รับความเชื่อมั่นในระดับโลก ทั้งด้านคุณภาพของโมเดล ความเร็วในการอัปเดต และความสามารถในการประยุกต์ใช้งานในภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นงานวิเคราะห์ข้อมูล การสื่อสาร หรือการสร้างคอนเทนต์อัตโนมัติ

มุมมองรัฐบาล ?
รัฐบาลจีนเองก็สนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยมองว่า AI คือหนึ่งในเสาหลักของยุทธศาสตร์ “Made in China 2025” และเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ในจีนอย่าง Baidu, Alibaba และ SenseTime ต่างเร่งพัฒนาโมเดลแข่งขันกัน แต่ Zhipu AI โดดเด่นด้วยภาพลักษณ์ของ “สตาร์ทอัพสายวิจัย” ที่เน้นคุณภาพและการใช้งานเชิงลึกมากกว่าการตลาด

แนวคิด CEO ?
“อนาคตของปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันกันที่ประสิทธิภาพของโมเดลเท่านั้น แต่คือการปฏิวัติรูปแบบการผลิตและการสร้างคุณค่าใหม่อย่างสิ้นเชิง” จางเผิง (Zhang Peng) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Zhipu AI กล่าว

คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Zhipu AI ที่ไม่ได้มองเพียงด้านเทคโนโลยี แต่ยังมองถึงการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและการทำงานในอนาคต ซึ่งอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทได้รับความสนใจจากทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

บทสรุป
การเติบโตของ Zhipu AI และกระแสตอบรับจากต่างประเทศจึงเป็นสัญญาณชัดเจนว่า โลกกำลังเข้าสู่ “ยุคใหม่ของ AI จีน” ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ตามอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำร่วมในเวทีเทคโนโลยีระดับโลกอย่างแท้จริง

รองนายกรัฐมนตรีประชุมเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัย การจัดการจราจร และการบริการประชาชน เดินทางไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

(4 พ.ย. 68) เวลา 13.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจรในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นประธานการประชุมการเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัย การจัดการจราจร และการบริการประชาชนที่ร่วมเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ประจำพระองค์, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้แทนหน่วยต่างๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักนายกรัฐมนตรี, สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, ผู้แทนเหล่าทัพ, กระทรวงต่าง ๆ, กรุงเทพมหานคร, กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตามที่มีพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนได้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป เวลา 09.00 – 21.00 น. นั้น คณะกรรมการฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจรในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ได้เตรียมความพร้อมในการดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนทุกด้าน อาทิ การจัดการด้านการจราจร จุดจอดรถ การให้บริการรถฟรี 14 เส้นทาง การให้บริการเรือโดยสารฟรี เส้นทางท่าเรือวัดระฆังฯ- ท่าเรือวัดอรุณฯ- ท่าเรือท่าช้าง, การดูแลจุดพักคอย จุดคัดกรอง, การบริการด้านสาธารณสุข, การดูแลความปลอดภัย รวมทั้งการประชาสัมพันธ์เพื่อให้งานพระราชพิธีดำเนินไปอย่างสมพระเกียรติ โดยจัดตั้งกองอำนวยการร่วมฯ ณ หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งนี้ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการรักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และการจัดการจราจร

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กำชับทุกหน่วยงานปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนเสร็จสิ้นพระราชพิธีฯ ให้ทุกหน่วยวางแผนกำลังพลให้เหมาะสม มอบหมายหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน ด้านการข่าวให้ทำงานเชิงรุก เพื่อวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และให้ทุกหน่วยงานวางแผนบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง สนับสนุนซี่งกันและกัน และต้องรอบคอบ รัดกุม สมพระเกียรติ และในวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายนนี้ จะลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมในการปฏิบัติ ณ ท้องสนามหลวง 

‘วัน อยู่บำรุง’ โพสต์ยินดี งบสร้างสะพานปูนหนองแขม 4.5 ล้านบาท ลงมือก่อสร้างแล้ว ด้านไอซ์ รักชนก โผล่คอมเมนต์ทันควัน ซัดเคลมผลงาน

(4 พ.ย. 68) นายวัน อยู่บำรุง อดีตสส.กทม. โพสต์คลิป พาดูสะพานไม้ ข้ามคลองภาษีเจริญ พร้อมระบุว่า เคยขอตอนสส.ให้สร้างเป็นสะพานปูน แต่เมื่องบประมาณไม่มา ก็มาซ่อมให้ จนต้องขอไปอีกเป็นรอบที่ 2 ก็ยังไม่มา กลายเป็นงบซ่อมแซมอีก ล่าสุดงบประมาณมาแล้ว จากการผลักดันของนายนวรัตน์ อยู่บำรุง สก.เขตหนองแขม คุณอาของตน ซึ่งดีใจกับชาวหนองแขมด้วย จะได้สัญจรไปมาและสะดวกสบายมากขึ้น

พร้อมระบุข้อความว่า สะพานข้ามคลองภาษีเจริญจากวัดหลักสามข้ามไปโรงเรียนประชาบำรุงเขตหนองแขมที่ผมเคยขอไว้ในสภาผู้แทนราษฎร บัดนี้ลงมือก่อสร้างแล้วนะครับ งบประมาณ 4,500,000 บาท

จากนั้น น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ได้เข้ามาคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าว ระบุว่า โหพี่ สุดยอด หารือครั้งเดียวแล้วไม่สนใจอีกเลย แต่พองบจะมาลงปุ๊บรีบมาเคลมทันที ทำงานเค้าทำกันแบบนี้ ดูไว้นะคะ ถ้าอยากกลับเข้าสภาอีก ลองเอาไปฝึกดู 😃 

พร้อมทั้งได้แปะลิงก์ [ ปิดตำนาน “งบกลางผู้ว่า กทม.” เปลี่ยนสะพานไม้ เดินหน้าสร้างสะพานปูน ] https://www.facebook.com/share/p/1DVJfAXAxs/?mibextid=wwXIfr ซึ่งเป็นโพสต์ของทีมรังนกเอาไว้ด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top