Monday, 20 July 2026
Hard News Team

สภากาชาดไทย และภาคีเครือข่าย จัดแถลงข่าว"หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2569"

(12 พ.ย. 68) สภากาชาดไทย โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทยร่วมกับภาคีเครือข่าย แถลงข่าวการจัดกิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2569” ณ จังหวัดชัยภูมิ มอบผ้าห่ม บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยหนาว เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงอุทิศพระวรกายทรงงานเพื่อความผาสุกของประชาชนชาวไทย และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดจนส่งเสริมสุขภาพอนามัย และคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้ยากไร้และด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดารที่ประสบภาวะอากาศหนาวเย็นให้ดียิ่งขึ้นโดยยึดหลักมนุษยธรรมตามหลักการกาชาด

พลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ประธานจัดกิจกรรมกล่าวว่า “สภากาชาดไทย เป็นองค์กรการกุศลที่มีบทบาทสำคัญในด้านการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ แก่ผู้ประสบภัยพิบัติ โดยไม่เลือกชาติ ศาสนา หรือลัทธิทางการเมือง มีสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในด้านการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ โดยกิจกรรมหนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2569

จัดขึ้นจากความร่วมมือของสำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ สภากาชาดไทย และจังหวัดชัยภูมิ ร่วมกับ กองทัพอากาศ สมาคมช่างภาพผู้สื่อข่าวโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รายการวิทยุกรีนเวฟ FM 106.5 MHz การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มูลนิธิอิออน ประเทศไทย บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) บริษัท กลุ่ม เซ็นทรัล จำกัด กลุ่มอาสากาชาดไทยเชื้อสายอินเดีย บริษัท มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท มาเรีย พิซเซอเรีย แอนด์ เรสเตอรองต์ จำกัด บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด(มหาชน) MDRT Thailand มูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย บริษัท ดาว ประเทศไทย กองประกวด Mrs. Thailand World  บริษัท ไอซ์เอจ จำกัด โดย คุณกิจติพร นันท์ตานนท์ มหาวิทยาลัยสยาม สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 มูลนิธิสมาพันธ์  ชมรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพไทย และมูลนิธิภูมิพลัง บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) ช่อง ONE31 บริษัท เจริญทรัพย์ โดย คุณสมบัติ สิบแปดเส้นทอง บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) คุณวิเชียร เอมประเสริฐสุข มูลนิธิกรุงศรี สมาคมนิยมไทย 

สำนักงานจัดหารายได้ สำนักสารนิเทศและสื่อสารองค์กร และสำนักงานยุวกาชาด และอาสาสมัครกาชาด โดยชมรมกุลบุตร-กุลธิดากาชาด จัดกิจกรรมหนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2569 ในพื้นที่อำเภอเทพสถิต อำเภอภูเขียว และอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ระหว่างวันที่ 25-27 พฤศจิกายน 2568 ประกอบด้วย  

1.กิจกรรมมอบ เครื่องกันหนาวแก่ผู้ประสบภัยหนาว จำนวน 3,500 ชุด เครื่องกันหนาวสำหรับเด็ก 1,500 ชุด 
2.มอบอุปกรณ์กีฬา เครื่องทำน้ำเย็น ยา เวชภัณฑ์สำหรับห้องพยาบาลโรงเรียนในชนบท 
3.ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป และโรคทางทันตกรรม 
4.พร้อมให้ความรู้ด้านสุขศึกษาโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น 

นอกจากนี้ยังเยี่ยมบ้านผู้ด้อยโอกาส/ผู้พิการเพื่อมอบ เครื่องกันหนาวและตรวจสุขภาพแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการ จำนวน 30 ครอบครัว นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวถึงรายละเอียดของกิจกรรมว่า “กิจกรรม หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ ได้จัดขึ้นที่จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 70 ปีแห่งเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2498 ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประกอบ พระราชกรณียกิจ ณ จังหวัดชัยภูมิ ในครั้งนั้น ทั้งสองพระองค์ได้ประทับแรม ณ พระตำหนักเขียว ภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ และเสด็จพระราชดำเนินไปประทับหน้ามุขศาลากลางจังหวัด โดยมีพสกนิกรชาวชัยภูมิร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ อย่างเนืองแน่น แสดงความจงรักภักดีและชื่นชมในพระบารมีอย่างล้นหลาม ทั้งสองพระองค์ได้ทรงมีพระปฏิสันถารกับราษฎรอย่างใกล้ชิด ไม่ถือพระองค์ สร้างความปลาบปลื้มและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณแก่พสกนิกรที่มารอรับเสด็จเป็นอย่างยิ่ง การจัดกิจกรรมในปีนี้ จึงนับเป็นการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของทั้งสองพระองค์ และสืบสานแนวพระราชปณิธานในการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม อันเป็นแบบอย่างของการทำความดีเพื่อพ่อหลวงของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง”

พลอากาศโท ประสิทธิ์ ดำรงค์ปรีชา เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ กองทัพอากาศกล่าวถึง การสนับสนุนของกองทัพอากาศว่า “ทางกองทัพอากาศยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมหนาวนี้ทำดีเพื่อพ่ออย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยในครั้งนี้ทางกองทัพอากาศสนับสนุนผ้าห่ม จำนวน 300 ผืน และสนับสนุนรถตู้เพื่ออำนวยความสะดวกในการ รับ-ส่งเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย และภาคีเครือข่ายร่วมลงพื้นที่มอบเครื่องกันหนาว  แก่ประชาชน ณ จังหวัดชัยภูมิ ทั้งนี้ การสนับสนุนดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทัพอากาศในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ยากไร้ และด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดาร ที่ได้รับ ผลกระทบจากสภาพอากาศหนาวเย็น”

คุณศิริ สาระผล นายกสมาคมช่างภาพผู้สื่อข่าวโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า “เป็นปีที่ 24 แล้ว ที่ทางสมาคมได้ร่วมจัดกิจกรรมหนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้ยินดีสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์กิจกรรม เพื่อระดมเครื่องกันหนาวไปช่วยเหลือพี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมิอย่างเต็มที่ โดยได้รับเกียรติจากคุณเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (ซิโก้) ประธานมูลนิธิซิโก้ ในฐานะที่ปรึกษาฝ่ายกีฬาของสมาคมฯ มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย การมีส่วนร่วมของสมาคมในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการเผยแพร่ และขับเคลื่อนกิจกรรมจิตอาสา หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ เพื่อส่งต่อความอบอุ่น และรอยยิ้มให้กับผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่ห่างไกล พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเติบโตอย่างเข้มแข็ง ทั้งกายและใจ”

ดีเจโบ ธนากร ชิกูล จากรายการวิทยุ กรีนเวฟ FM 106.5 MHz กล่าวถึงการสนับสนุนของกรีนเวฟว่า“ทางรายการ กรีนเวฟ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าทางจิตใจ และได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยหนาวมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ได้ให้การสนับสนุนผ้าห่ม จำนวน 500 ผืน สำหรับผู้ประสบภัยหนาว และให้การสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์กิจกรรมในทุกด้าน นอกจากนี้ทางกรีนเวฟยังยินดีจัดส่งศิลปินดาราร่วมกิจกรรม เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมแบ่งปันความอบอุ่นแก่ผู้ที่กำลังเผชิญกับสภาพอากาศหนาวเย็น เพื่อมอบความสุขและความบันเทิงแก่ผู้ประสบภัยหนาว ถือเป็นการสร้างความอบอุ่นทางใจ อีกทางหนึ่ง นับเป็นความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อรอยยิ้ม และกำลังใจ ให้กับพี่น้องประชาชนในครั้งนี้”

กิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2569” ซึ่งเดิมชื่อกิจกรรมบรรเทาภัยหนาวเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวามหาราชเริ่มดำเนินงานในปี พ.ศ.2545 จนถึง พ.ศ.2568 โดยปฏิบัติงานมาแล้ว 17 จังหวัด รวม 23 ครั้ง (ปัจจุบันเป็น ครั้งที่ 24) ได้แก่ ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ นครพนม สกลนคร เชียงราย อุดรธานี เชียงใหม่ อุทัยธานี หนองคาย นครราชสีมา กาญจนบุรี ตาก น่าน ลำพูน เลย แม่ฮ่องสอน และลำปาง มีผลการดำเนินงานในกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

มอบผ้าห่ม 89,041 ผืน
มอบเครื่องกันหนาว 58,197 ตัว
ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป 10,796 ราย
ให้บริการด้านทันตกรรม(ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน) 4,078 ราย
ให้ความรู้ด้านสุขภาพอนามัยผ่านกิจกรรมสันทนาการ 18,608 ราย

ท่านที่สนใจร่วมส่งต่อความอบอุ่นและความสุขแก่ผู้ยากไร้ผู้ด้อยโอกาสด้วยการร่วมบริจาคเงินสมทบโครงการ"หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2569" สามารถ ร่วมบริจาคเงินผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขา สุรวงศ์ ชื่อบัญชี "สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย" ประเภทบัญชี “กระแสรายวัน” เลขที่บัญชี 023-6-06799-0

'ปราชญ์ สามสี' ชี้เหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดกลางแผ่นดินไทย! ตั้งคำถาม “สันติภาพยังไงให้คนไทยขาขาด” — ชี้จุดเกิดเหตุห้วยตามาเรียลึกในเขตไทย เท่ากับกัมพูชารุกราน

(12 พ.ย. 68) เพจ ปราชญ์ สามสี ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดขาขาด บริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย  เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า สันติภาพยังไงให้คนไทยขาขาด....ห้วยตามาเรียอยู่แผ่นดินไทย ลึกเข้ามาจากเส้นเขตแดนมาก แบบนี้เท่ากับกัมพูชา รุกราน ประเทศไทยแล้ว

LINK เปิดตัวสายโซลาร์รุ่นใหม่ “LINK Solar Cable PV Series” พัฒนาเพื่อทุกระบบพลังงานแสงอาทิตย์ กับงานสัมมนา NEW Pro Tech : LINK Solar Cabling “ไขความลับสายโซลาร์ เลือกของดี มีครบทั้ง Solution งานติดตั้งไม่มีพลาด”

รุ่นใหม่ที่โดดเด่นกว่า LINK Solar Cable “PV Series” วันนี้ (12 พฤศจิกายน 2568) บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนา NEW Pro Tech : Product Highlight LINK Solar Cabling เพื่อไขความลับ เลือกของดี มีครบทั้ง Solution พร้อมอัปเดตเทคโนโลยี และแนวโน้มของระบบพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลก ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ วิศวกร และช่างติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ เกี่ยวกับการเลือกใช้สายโซลาร์ที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน ในงานครั้งนี้ ได้เปิดตัวสายโซลาร์รุ่นใหม่ LINK Solar Cable “PV Series” เปลี่ยนผ่านจาก CB Series สู่ PV Series เพิ่มความทนทาน และเสถียรภาพของวัสดุ โดดเด่นด้วยฉนวน XLPO สองชั้น ปลอดภัย ไม่ลามไฟ ทน UV กันน้ำระดับ AD8 ใช้งานได้ทั้งบนหลังคา และโซลาร์ลอยน้ำ พร้อมการรับประกันยาวนานถึง 30 ปี นับว่าสายโซลาร์รุ่นใหม่ จึงไม่เพียงเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่คืออีกก้าวของนวัตกรรมที่สะท้อนการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง เพื่ออนาคตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน

“กรมการท่องเที่ยว” อัปเดต โครงการห้องน้ำสาธารณะในแหล่งท่องเที่ยว เปิดให้บริการแล้ว 12 แห่ง พร้อมปรับปรุงให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในปี 69

(12.พ.ย.68) นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า “การเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ นอกจากการวางแผนเส้นทางแล้ว สิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือ การแวะพักและใช้ “ห้องน้ำที่ดี มีมาตรฐาน” โดยเฉพาะห้องน้ำสาธารณะในแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งต้องคำนึงถึงความสะอาดและความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยวในทุกเส้นทาง

กรมการท่องเที่ยว จึงได้ดำเนินโครงการปรับปรุงห้องน้ำสาธารณะในแหล่งท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงห้องน้ำให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้มีห้องน้ำสาธารณะในแหล่งท่องเที่ยวที่ปรับปรุงแล้วเสร็จ พร้อมให้บริการนักท่องเที่ยว จำนวน 12 แห่ง ได้แก่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวน้ำตกนางครวญ อุทยานแห่งชาติลำคลองงู เนินกูดดอย อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำพอง (ลานนับดาว) จุดชมวิวหินช้างสี วัดธาตุ พระอารามหลวง พระธาตุขามแก่น วัดพระบาทภูพานคำ จังหวัดขอนแก่น วัดภูมินทร์ วัดศรีพันต้น จังหวัดน่าน วัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก ปราสาทหินพนมวัน จังหวัดนครราชสีมา และวัดเขาช่องพราน จังหวัดราชบุรี และอยู่ระหว่างดำเนินการในพื้นที่อื่นๆ ให้ครบทั่วประเทศภายในปี 2569”

อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวย้ำถึง ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจและเป็นจุดเริ่มต้นของ “ประสบการณ์ที่ดี” ในทุกการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ

คณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม ครั้งที่ 15/2568 

(12 พ.ย. 68) เวลา 09.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุม CB311  ชั้น 3 อาคารรัฐสภา โดยมีนายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะอนุกรรมาธิการ 
มีเรื่องพิจารณา 2 เรื่อง ดังนี้ 

1. พิจารณาปรึกษาหารือประเด็นปัญหาการบังคับใช้กฎหมายด้านความมั่นคงและการพิจารณาหน้าที่และอำนาจของพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 โดยได้เชิญผู้แทนจากสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และกระทรวงมหาดไทย  มาร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลประกอบการจัดทำรายงานของคณะอนุกรรมาธิการ โดยที่ประชุมได้ให้ข้อสังเกตต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกสาบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคง เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งรวบรวมข้อมูลต่างและจัดทำรายงานการพิจารณาศึกษาเพื่อเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภาในลำดับถัดไป 

2. พิจารณากรอบการดำเนินการของคณะอนุกรรมาธิการ โดยที่ประชุมเห็นชอบให้จัดทำแผนงานและยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานด้านความมั่นคง โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา

‘มาลี’ แสดงความเสียใจ!! กลาโหมกัมพูชาขอโทษเหตุ ทหารไทยเหยียบกับระเบิด PMN-2 ปฏิเสธข้อกล่าวหาวางระเบิดใหม่ ย้ำปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวาเคร่งครัด

เมื่อวันที่ (11 พ.ย. 68) กระทรวงกลาโหมกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์ผ่าน พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ระบุว่า เสียใจต่อเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาจากสื่อและเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่ว่ากัมพูชาวางทุ่นระเบิด “ใหม่” บริเวณจังหวัดพระวิหาร โดยย้ำว่าเหตุเกิดในพื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดเก่าจากความขัดแย้งในอดีต

กัมพูชายืนยันปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวาและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ใช้หรือติดตั้งทุ่นระเบิดใหม่ใด ๆ พร้อมชี้ว่าแม้จะเร่งเก็บกู้มาหลายทศวรรษ ทุ่นระเบิดที่ยังไม่ระเบิดยังเป็นภัยคงค้างตลอดแนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงไทย จึงขอให้ฝ่ายไทยหลีกเลี่ยงการลาดตระเวนในพื้นที่ที่รับรู้ร่วมกันว่าเป็นเขตปนเปื้อน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายและความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น

นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังระบุอีกว่า หลังเหตุการณ์ดังกล่าว กำลังทหารด่านหน้าไทย–กัมพูชาได้สื่อสารกัน ไม่มีสัญญาณปะทะ ขณะเดียวกัน กองทัพภาคที่ 4 ของกัมพูชาติดตามใกล้ชิดเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ

ทั้งนี้ กลาโหมกัมพูชาย้ำความมุ่งมั่นทำงานกับไทยเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพชายแดน โดยเฉพาะการคุ้มครองพลเรือน ตามปฏิญญาร่วมกัมพูชา–ไทยที่ลงนามเมื่อ 26 ต.ค. 2568 พร้อมยินดีประสานความร่วมมือด้านเก็บกู้ทุ่นระเบิดและมาตรการลดความเสี่ยงในพื้นที่เสี่ยงตลอดแนวพรมแดนร่วมกัน

วู้ดดี้ขอโทษปม “นมวัวไทย” ย้ำหลักฐานต้องมาก่อนดราม่า “ไม่ตั้งใจด้อยค่า” ย้ำแค่ชวนคุยสุขภาพ เตรียมเทปใหม่อิงข้อมูลจริง

(12 พ.ย. 68) พิธีกรชื่อดัง วู้ดดี้–วุฒิธร มิลินทจินดา ได้อัดคลิปขอโทษสาธารณะ หลังรายการ Woody Avengers ออกอากาศตอนที่ว่าด้วย "อาหารที่คิดว่าดี อาจกำลังทำร้ายร่างกาย" ซึ่งมีถ้อยคำพาดพิง "นมไทย" กระทั่งเกิดกระแสถกเถียงรุนแรงในสังคม วู้ดดี้ยอมรับว่าสื่อสารไม่รอบด้าน จึงระงับคลิปดังกล่าวชั่วคราวเพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง โดยย้ำว่า "ไม่มีเจตนาด้อยค่านมไทย" แต่ตั้งใจชวนคนตั้งคำถามเรื่องโภชนาการด้วยข้อมูลที่เชื่อถือได้มากขึ้น

วู้ดดี้แจ้งว่าจะจัดทำตอนพิเศษเชิญแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ และตัวแทนอุตสาหกรรมนมไทย มาร่วมพูดคุย "แบบตรงไปตรงมา" เพื่อเคลียร์ประเด็น เช่น เกณฑ์เรียก "น้ำนมโคแท้ 100%" ความแตกต่างระหว่างนมสดและนมคืนรูป ใครควรระวังการดื่มนม และภาพรวมคุณภาพนมไทยเทียบต่างประเทศ รวมถึงเจ้าตัว "น้อมรับคำวิจารณ์เป็นบทเรียน" และขอบคุณทุกเสียงสะท้อนจากเกษตรกร ปศุสัตว์ และนักวิชาการ

ก่อนหน้านี้ คลิปตัวอย่างรายการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประโยคที่ว่า "นมในไทยส่วนมากไม่ใช่นมแท้ เป็นนมผงผสม… บางกล่องอาจไม่เคยแตะวัวจริงเลย" จนบรรดานักวิชาการและสื่อหลายแห่งออกมาชี้แจงว่าสินค้านมในไทยจำนวนมากเป็น "น้ำนมโคสดแท้ 100%" มีการระบุชัดเจนบนฉลาก ขณะที่นมคืนรูปหรือผลิตภัณฑ์นมปรุงแต่งก็ต้องติดฉลากตามกฎหมาย ล่าสุดรายการต้องถอดคลิปออกเนื่องจากเกิดความเข้าใจผิด

กระแสขอโทษของวู้ดดี้เกิดขึ้นควบคู่กับคำถามในโซเชียลเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลด้านโภชนาการและข้อสงสัยเรื่องสปอนเซอร์ ฝ่ายที่ถูกอ้างถึงได้เผยว่า "ให้ข้อมูลไม่ครบ" และยืนยันว่าไม่มีสปอนเซอร์จ้างเชียร์รายการ

ภาพรวม ฝ่ายรายการแสดงความรับผิดชอบโดยการแก้ไขข้อมูลและเปิดเวทีผู้เชี่ยวชาญ ขณะที่นักวิชาการเรียกร้องใช้หลักฐานและข้อกฎหมายบนฉลากเป็นฐานสื่อสาร เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกกับผลิตภัณฑ์นมไทยเกินจริง กำลังรอติดตามตอนพิเศษที่จะให้ข้อมูลเชิงวิชาการแบบครบถ้วนในเร็ว ๆ นี้

อ่างทอง- “นายกฯ หนู” ห่วงผู้ประสบภัย รับปากจะดูแลและช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย 

(12 พ.ย. 68) เวลา 13.10 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ  ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดอ่างทองและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก โดยได้แจกถุงยังชีพให้ประชาชนจำนวน 1,500 ชุด และมอบเกียรติบัตรให้แก่อาสาสมัครที่ช่วยเหลือในการป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอ่างทองมาเป็นอย่างดีด้วย

ระหว่างการลงพื้นที่นายกรัฐมนตรีได้กล่าวให้กำลังใจกับผู้ประสบอุทกภัยว่า ขอขอบคุณประชาชนด้วยหัวใจที่ได้เสียสละพื้นที่ให้เป็นที่รับน้ำ สัญญาว่าจะดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด และรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน ยืนยันว่าจะพยายามหาทางระบายน้ำให้มากที่สุด และจะนำงบประมาณมาดูแล ผู้ที่เสียสละพื้นที่ทางการเกษตรเป็นรายเดือน จนกว่าสถานการณ์จะบรรเทาลง“ขอใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีจะหาเงินมาทดแทนโอกาสของชาวไร่ชาวนาที่เสียสละพื้นที่ไร่นาให้เป็นพื้นที่รับน้ำ จะนำงบประมาณมาดูแลรายเดือนจนกว่าน้ำจะหมดไป”

ด้านนายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ได้รายงานภาพสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดอ่างทองตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2568 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดจำนวน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอ่างทองอำเภอวิเศษชัยชาญ อำเภอป่าโมก และอำเภอไชโย ได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย/เขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 45 ฉบับ ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ 31 ตำบล 147 หมู่บ้าน 14 ชุมชน 3,024 ครัวเรือน  ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน 11,572 ราย จังหวัดอ่างทองได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 แล้วจำนวนทั้งสิ้น 2,845 ครัวเรือน วงเงิน 25,605,000 บาท และด้านการเกษตร 71 รายวงเงิน 505,000 บาท รวมทั้งสิ้น 26,110,000 บาท ขณะที่ปัจจุบัน เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

‘กองทัพเรือ’ เข้ม!! มาตรการควบคุมชายแดนจันทบุรี–ตราด สกัดเครือข่ายผิดกฎหมายข้ามชาติ จับแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 108 ราย สะท้อนวิกฤตปัญหาปากท้องคนฝั่งกัมพูชา

กองทัพเรือเข้มงวดมาตรการควบคุมชายแดน จันทบุรี – ตราด จับกุมแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองกว่า 100 ราย

(12 พ.ย.68) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ชค.ทพ.นย.2) ภายใต้การควบคุมของ นาวาเอก วีระเชษฐ์ ขยันทำ ได้บูรณาการร่วมกับ สถานีตำรวจภูธรสะตอน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และ ตำรวจสันติบาล จังหวัดจันทบุรี ได้ดำเนินการจับกุมผู้นำพาแรงงานต่างด้าวและแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาจำนวน 108 คน บริเวณบ้านสวนส้ม ตำบลสะตอน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี

ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า กลุ่มแรงงานทั้งหมดมีความประสงค์จะเดินทางเข้ามาทำงานในพื้นที่ส่วนหลังของประเทศ เช่น จังหวัดจันทบุรี ระยอง ชลบุรี และกรุงเทพมหานคร โดยจ่ายค่าเดินทางให้กับผู้นำพาตั้งแต่ 5,500–7,000 บาทต่อคน จากการสอบปากคำเพิ่มเติมทราบว่า แรงงานจำนวนมากได้อพยพกลับประเทศกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ภายหลังเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลให้หลายพื้นที่ฝั่งกัมพูชามีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ขาดแคลนรายได้และโอกาสในการทำงาน แรงงานบางส่วนจึงพยายาม ลักลอบกลับเข้ามายังประเทศไทยเพื่อหางานทำ แม้จะทราบถึงความเสี่ยงและการเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย

การจับกุมในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการเข้มงวดมาตรการควบคุมและปิดช่องทางเข้าออกตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ของกองทัพเรือ เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายแรงงานผิดกฎหมาย การลักลอบข้ามแดน และการย้ายฐานปฏิบัติการของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะเครือข่าย Cyber Scam ซึ่งกองทัพเรือได้ให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

หมอเหรียญทอง เปิด รพ.มงกุฎวัฒนะ รับผู้ป่วย “สิทธิบัตรทอง” ที่ป่วยมะเร็งทุกราย สามารถมาแอดมิทได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องใช้ใบส่งตัว-ไม่เสียค่าใช้จ่าย

เมื่อวันที่ (11 พ.ย. 68) พล.ต.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ โพสต์แจ้งเปิดรับผู้ป่วย “สิทธิบัตรทอง” ที่ป่วยมะเร็งทุกรายให้สามารถมาแอดมิทได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัวจากคลินิกหรือโรงพยาบาลต้นสังกัด และไม่เสียค่าใช้จ่าย รพ.จะเป็นฝ่ายประสานส่งต่อไปยัง รพ.ตามสิทธิของ สปสช. หรือ รพ.ที่รักษาอยู่ในโอกาสต่อไป

ผอ.รพ.ระบุเพิ่มเติมว่า ได้ตั้ง “ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ” ของศูนย์รังสีรักษาและมะเร็งวิทยา เพื่อเร่งกระบวนการรักษา ผู้ป่วยที่ติดต่อเข้ามาจะได้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญภายใน 7 วัน และหลังตรวจไม่เกิน 10 วัน จะเริ่มฉายรังสีรักษาทันที กรณีฉุกเฉิน เช่น ภาวะกดไขสันหลังหรือกดหลอดเลือด รพ.พร้อมรับย้ายเข้าหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) และจัดฉายรังสีเร่งด่วนภายใน 1 วัน

นอกจากนี้ เพื่อบรรเทาภาระผู้ป่วยฐานะยากจนจากพื้นที่ห่างไกล มูลนิธิโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะเพื่อผู้ป่วยโรคร้ายแรง จัดหอพักฟรี (ห้องพัดลม ห้องน้ำส่วนตัว) สนับสนุนการฉายรังสีรายวันต่อเนื่อง พร้อมบริการรถรับ–ส่งฟรีจากสถานีรถไฟหรือสถานีขนส่งมายังโรงพยาบาล ศูนย์รังสีรักษาฯ ให้บริการทุกวัน ไม่เว้นเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

อย่างไรก็ดี มาตรการนี้เริ่มเร่งด่วนกับผู้ป่วย “สิทธิบัตรทอง” ก่อน ส่วนผู้ป่วยสิทธิประกันสังคมและสิทธิข้าราชการให้รอติดตามความคืบหน้า ผู้ป่วยสามารถติดต่อ “ศูนย์โรคมะเร็ง รพ.มงกุฎวัฒนะ” โทร. 02-574-5000 ต่อศูนย์โรคมะเร็ง หรือ LINE ID: @831emylb เพื่อประสานการเข้ารับบริการล่วงหน้า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top