Friday, 31 July 2026
Hard News Team

น้ำมันอาเซอร์ไบจานยังส่งผ่านตุรกีสู่ท่าเรือไฮฟา ท่ามกลางมาตรการตัดสัมพันธ์การค้าของอังการา

(28 เม.ย. 68) สื่ออิสราเอลรายงานว่า แม้รัฐบาลตุรกีประกาศยุติความสัมพันธ์ทางการค้าทั้งหมดกับอิสราเอลอย่างเป็นทางการ เพื่อตอบโต้การโจมตีฉนวนกาซ่า แต่การส่งออกน้ำมันจากสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานไปยังอิสราเอลผ่านท่าเรือตุรกียังคงดำเนินต่อไป

Globes สื่อเศรษฐกิจของอิสราเอลเปิดเผยว่า น้ำมันดิบจากอาเซอร์ไบจานยังคงส่งผ่านท่อบากู-ทบิลิซี-เจฮานถึงท่าเรือเจฮานในตุรกี ก่อนถูกลำเลียงต่อไปยังท่าเรือไฮฟาในอิสราเอลโดยเรือบรรทุกน้ำมัน ทั้งนี้ อิสราเอลนำเข้าน้ำมันดิบจากอาเซอร์ไบจานมากกว่า 523,000 ตันในเดือนมกราคม คิดเป็นมูลค่าเกือบ 297 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความตึงเครียด ฮิกเมต ฮาจิเยฟ ผู้ช่วยฝ่ายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจาน ได้พบกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูที่สถานทูตอาเซอร์ไบจานในกรุงเทลอาวีฟ เพื่อหารือเรื่อง "การพัฒนาในภูมิภาค" โดยเน้นความพยายามไกล่เกลี่ยกับตุรกีเกี่ยวกับสถานการณ์ในซีเรีย

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ฮาจิเยฟเดินทางต่อไปยังกรุงอังการา เพื่อพบกับฟาเรตติน อัลตุน หัวหน้าสำนักงานสื่อสารแห่งชาติของตุรกี และผู้ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีเออร์โดกัน โดยทั้งสองได้หารือเกี่ยวกับประเด็นในภูมิภาคและระดับโลก ท่ามกลางความพยายามฟื้นฟูเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ผู้บัญชาการทหารเรือตรวจเยี่ยมการฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) ของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นย.) ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2568

(28 เม.ย. 68) เวลา 10.00 น. พลเรือเอก จิรพล  ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ เดินทางตรวจเยี่ยมการฝึก CALFEX ของ นย. ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หมายเลข 16 บ้านจันทเขลม อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี

การฝึก CALFEX นั้น เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (FTX) ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2568 ซึ่ง เป็นการฝึกปฏิบัติการจริงของหน่วยกำลังรบประเภทต่าง ๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยและประสบการณ์ให้กับกำลังพล โดยมีจุดประสงค์เพื่อทดสอบขีดความสามารถในการปฏิบัติการและทดสอบความพร้อมทั้งด้านกำลังพลและยุทโธปกรณ์

สำหรับการฝึก CALFEX จะทำการเข้าตี ยึดครอง รักษาที่หมายและสถาปนาเส้นแนวหัวหาดพร้อมทั้งสนับสนุนการเข้าตีด้วยการยิงอาวุธสนับสนุนของ นย. และหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) รวมถึงร้องขอการโจมตีเป้าหมาย High Value Targets จากกองทัพอากาศ ซึ่งได้จำลองสถานการณ์และพื้นที่การฝึกมาที่สนามฝึก กองทัพเรือหมายเลข 16 
   
สำหรับอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกในส่วนของกองทัพเรือประกอบด้วย ยานรบสะเทินน้ำสะเทินบก AAV จำนวน 6 คัน ยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก VN16 จำนวน 3 คัน ยานเกราะล้อยาง BTR -3E1 จำนวน 4 คัน รถ AWAV 7 คัน รถยนต์บรรทุกฮัมวี่ 4 คัน ปืนใหญ่สนามขนาด 155 มม.จาก นย. และ สอ.รฝ. หน่วยละ 2 กระบอก ปืนใหญ่สนามขนาด 105 มม. 2 กระบอก ปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 40/60 มม. 2 กระบอก อาวุธยิงสนับสนุนภายในอัตรากองพันทหารราบ ชุดแทรกซึมทางอากาศจากกองพันลาดตระเวน  กองพลนาวิกโยธิน อากาศยานไร้คนขับแบบ M SOLAR-X 1 ระบบ 

โดยมีอากาศยานของกองทัพเรือที่ร่วมการฝึกประกอบด้วย เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลดอร์เนียร์สำหรับการส่งชุดแทรกซึมทางอากาศ เครื่องบินตรวจการณ์ชี้เป้าแบบ T-337 สำหรับการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (Close Air Support : CAS ) และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบ EC-645 สำหรับการส่งกลับสายแพทย์  

ทั้งนี้ กองทัพบกได้จัดรถหุ้มเกราะติดอาวุธแบบ M1126 Stryker ICV 4 คัน เข้าร่วมการฝึกสำหรับการดำเนินกลยุทธ์เข้าตีและยึดครองที่หมาย ในขณะที่กองทัพอากาศจัดเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 2 เครื่อง สำหรับการขัดขวางกำลังเพิ่มเติมของฝ่ายตรงข้าม โดยมีชุดควบคุมอากาศยานโจมตี (Combat Control Team) จากกรมปฏิบัติการพิเศษหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน แนะนำการติดต่ออากาศยานเข้าพื้นที่การปฏิบัติการ
  
ผลลัพธ์ที่จะได้รับจากการฝึกในครั้งนี้ นอกจากกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกจากหน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือ กองทัพบก และกองทัพอากาศจะได้ใช้ยุทธวิธีหลักนิยมในการรบร่วม และทดสอบแนวทางการใช้กำลังของกองทัพเรือให้เป็นไปตามแผนป้องกันประเทศ เพื่อให้เกิดความรู้ความชำนาญเพิ่มขึ้นจากการฝึกจริงแล้ว ยังทำให้กองทัพเรือได้รับทราบถึงขีดความสามารถและข้อจำกัดของกำลังพลในปัจจุบัน รวมทั้งการปฏิบัติการร่วมกันกับเหล่าทัพต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาขีดความสามารถสำหรับการปฏิบัติภารกิจของกองทัพเรือ โดยเฉพาะในการป้องกันประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เลย-มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 แถลงปฏิบัติการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe  ยึดยาบ้า  5.5 ล้านเม็ด 

(27 เม.ย. 68)  เวลา 13.30 น. ที่กรมทหารพรานที่ 21 ต.ศรีสองรัก อ.เมืองเลย จ.เลย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) พร้อมด้วยนายชัยพจน์  จรูญพงศ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ร่วมกันแถลงข่าวปฏิบัติการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ในพื้นที่อำเภอชายแดน ของจังหวัดเลย  โดยมี  พล.ต.ต.วีระเดช เลขะวรกุล  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย นายกิตติคุณ  บุตรคุณ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย  พันเอก สุพรเทพ ไชยยงค์ ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 3 ( ร.8 )  นางสาวภูมารินทร์  คงเพียรธรรม  ปลัดจังหวัดเลย  พันเอกอินทราวุธ  ทองคำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21  นายสุชิน จันทร์ป่าน นายอำเภอปากชม และหัวหน้าส่วนราชการ  เข้าร่วมแถลงข่าว

โดยเมื่อวันที่  25  เมษายน 2568 เวลา  02.00  น. กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2109 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 สืบทราบจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนย้ายยาเสพติดเข้ามายังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่บ้านปากมั่ง ตำบลหาดคัมภีร์ อำเภอปากชม จังหวัดเลย จึงได้ประชุมวางแผนการปฏิบัติ ร่วมกับ ชป.505 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ,จนท.สภ.ปากชม จากนั้นได้วางกำลังซุ่มเฝ้าตรวจพบ เรือกีบ 1 ลำ แล่นเข้ามายังฝั่งไทยมีกลุ่มชายฉกรรจ์ ประมาณ 5 คน  กำลังแบกกระสอบสีดำขึ้นจากเรือมาวางริมถนน จากนั้นได้มีรถยนต์กระบะถอยเข้ามาเพื่อทำการขนกระสอบสีดำขึ้นท้ายกระบะ จนท.ชุดซุ่ม จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ พบเห็นว่าเป็น จนท. จึงได้กระโดดลงน้ำแม่โขงหลบหนีไปได้ แต่จนท.สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 2 คน ต่อมาจึงได้ประสานหน่วยที่เกี่ยวมาร่วมทำการตรวจสอบกระสอบสีดำ พบเป็นกระสอบบรรจุยาบ้ารวม ทั้งหมดประมาณ 15 กระสอบ พบเป็นยาเสพติดทั้งหมด 5,566,000 เม็ด  พร้อมทั้งนำส่งผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ให้ สภ.ปากชม เพื่อทำการขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

กรณีที่มีการตรวจยึดจับกุมในครั้งนี้ นบ.ยส.24 ในพื้นที่ 7 จังหวัด 25 อำเภอ พื้นที่ตามแนวชายแดน ในห้วงที่ผ่านมานั้น มีสถิติการจับกุมในพื้นที่อำเภอชายแดนของจังหวัดเลย  จำนวน 186 ครั้ง ผู้ต้องหา 240 ราย โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 14,898,762 เม็ด, ไอซ์ 993 กิโลกรัม และเคตามีน 250 กิโลกรัม การจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบของ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งหมด 7 จังหวัด 25 อำเภอ จำนวน 696 ครั้ง ผู้ต้องหา 974 คน โดยมี ของกลางยาบ้ามากถึง 104,955,437 เม็ด, ไอซ์ 4,084 กิโลกรัม, เฮโรอีน 124 กิโลกรัม, เคตามีน 777 กิโลกรัม, และอื่นๆ (ยาอี 3,490 เม็ด,  happy Water 1,156 ซอง, ฝิ่น 1 กรัม) รวมมูลค่ามากถึงเจ็ดพันกว่าล้านบาทเศษ

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

พิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมนำเยาวชนทัศนศึกษาทัศนศึกษาประจำปี 2568  “จากภาคเหนือตอนล่าง สู่ภาคเหนือตอนบน”

(28 เม.ย. 68) เวลา 09.00 นาฬิกา ที่สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พลโท กิตติพงษ์  แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พันเอกหญิง สุชาดา  แจ่มสุวรรณ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับเยาวชนกองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง พร้อมให้โอวาทแก่เยาวชนที่ร่วมกิจกรรมทัศนศึกษานอกพื้นที่ ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 ก่อนจะเดินทางไปยังแหล่งเรียนรู้และสถานที่สำคัญต่างๆ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน

กองทัพภาคที่ 3  จัดกิจกรรมนำเยาวชนในพื้นที่พื้นภาคเหนือตอนล่าง เดินทางไปทัศนศึกษาภาคเหนือตอนบน ระหว่างวันที่ 28 – 30 เมษายน 2568 ภายใต้แนวคิด “เรียนรู้วิถีคนเมือง สัมผัสวัฒนธรรมล้านนา เสริมสร้างปัญญา พัฒนาเยาวชน” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางสังคม ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ทหารยุคใหม่ รวมถึงการดำเนินงานตามศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ภายในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 3  โดยมีเยาวชนจำนวนทั้งสิ้น 25 คน จาก เยาวชนที่เคยเข้าร่วมและสนับสนุนกิจกรรมของหน่วย / มัคคุเทศก์น้อย / เยาวชนจากโรงเรียนในโครงการทหารพันธุ์ดี “ชุมชนเบิกบาน อาหารปลอดภัย” / นักเรียนที่สนใจสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนทหารในส่วนของกองทัพบก

โดยระหว่างการทัศนศึกษา เยาวชนจะได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่สำคัญด้านประวัติศาสตร์ของชาติ อาทิเช่น อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย  และประวัติศาสตร์ด้านการทหาร พร้อมทั้งเยี่ยมชมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของ กองทัพภาคที่ 3 หรือ โครงการทหารพันธุ์ดี และเดินทางสัมผัสวิธีชีวิตคนเมือง ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ณ จังหวัดเชียงใหม่อดีตศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนา ตลอดจนนิทรรศการเกี่ยวกับการก่อตั้งโครงการในการดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ อันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติโดยส่วนรวม

กองทัพภาคที่ 3 มุ่งหวังให้การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง “พลเมืองรุ่นใหม่” ที่มีคุณภาพ มีความเข้าใจในประวัติศาสตร์และมิติทางวัฒนธรรมอันหลากหลาย ที่หล่อหลอมจนกลายมาเป็นประเทศไทยในปัจจุบัน อีกทั้งยังมีความรู้ควบคู่คุณธรรม และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

กองทัพเรือ จัดอบรมให้ความรู้แก่ทหารก่อนปลดประจำการ ผลัดที่ 1/2566 พื้นที่สัตหีบ

(28 เม.ย.68) นาวาเอก พนม คมสัน รองเจ้ากรมโรงงานฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นประธานในพิธีเปิดอบรมทหารกองประจำการก่อนปลดเป็นทหารกองหนุน ผลัดที่ 1/66 ในสังกัดพื่นที่สัตหีบ โดยแบ่งออกเป็นรอบเช้า ชุดที่ 1 จำนวน 220 นาย รอบบ่าย ชุดที่ 2 จำนวน 260 นาย รวมจำนวน 480 นาย ณ สโมสรสัญญาบัตร ฐานทัพเรือสัตหีบ

ตามที่กองทัพเรือ ได้อนุมัติให้ฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นหน่วยดำเนินการจัดการอบรมทหารกองประจำการก่อนปลดเป็นทหารกองหนุน ที่สังกัดต่าง ๆ ในพื้นที่สัตหีบ ประกอบด้วย กองเรือยุทธการ ฐานทัพเรือสัตหีบ ทัพเรือภาคที่ 1 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ และโรงเรียนชุมพลทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ โดยได้กำหนดหัวข้อในการอบรม จำนวน 4 หัวข้อ ได้แก่ การให้ความรู้เกี่ยวสถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย หัวข้อที่ 2 การให้ความรู้เกี่ยวกับโทษและพิษภัยจากยาเสพติด ได้รับวิทยากรจากโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ มาให้ความรู้ หัวข้อที่ 3 การให้ความรู้และการลดความเสี่ยงต่อโรคติดต่อร้ายแรง ได้รับวิทยากรจากโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ มาให้ความรู้ หัวข้อที่ 4 การให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่ควรทราบ ได้รับวิทยากรจากแผนกพระธรรมนูญ ฐานทัพเรือสัตหีบ มาให้ความรู้

ภาพข่าว  สมนึก เชื้อสนุก

‘นายกฯ สิงคโปร์’ แถลงด่วนเหตุ!! บล็อกโพสต์โซเชียลมีเดีย ของนักแสดงต่างชาติ ลั่น!! ไม่ปล่อยให้ อินฟลูเอนเซอร์ต่างชาติ มาใช้ประโยชน์ จากความแตกต่าง

(27 เม.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

เมื่อวานนี้นายกฯ สิงคโปร์ แถลงด่วน!!

“ชาวสิงคโปร์คงได้ยินข่าวแล้วว่าเราบล็อกการโพสต์โซเชียลมีเดียของนักแสดงต่างชาติ 3 คนที่ขอร้องชาวสิงคโปร์ให้ลงคะแนนเสียงตามหลักศาสนา
วันนี้ผมขอใช้เวลาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้และรับคำถามจากสื่อ

เราทุกคนต้องปฏิเสธการเมืองเรื่องอัตลักษณ์ และไม่ควรนำเชื้อชาติและศาสนามาปะปนกับการเมือง 

เราต้องไม่ปล่อยให้พวกอินฟลูเอนเซอร์ต่างชาติ หรือภายนอกประเทศมาใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของเราเพื่อแบ่งแยกเราหรือสนองผลประโยชน์ของตนเอง 
ไม่มีใครชนะหาก #สิงคโปร์ ลงเอยด้วยความแตกแยกจนแหลกสลาย

เรามาร่วมกันรักษาความสามัคคีและรักษาโอเอซิสแห่งสันติภาพและความสามัคคีนี้ต่อไปอีกหลายปีข้างหน้ากันเถอะ

ไม่มีนักการเมืองที่ทำให้ถูกใจทุกคนได้หรอกครับ ที่เขาทำได้คือเร่งทำผลงาน แล้วให้ประชาชนตัดสินครับ

(27 เม.ย. 68) นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ นักเรียนทุนฟูลไบรท์ระหว่าง ไทย-สหรัฐอเมริกา อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนวิชาด้านกฎหมายการเมืองไทย ณ มหาวิทยาลัยลอนดอน SOAS ประเทศอังกฤษ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

ผมไม่แน่ใจว่าจะให้ เพื่อไทย ขอโทษอย่างไร 
ในเมื่อฐานเสียงที่ต้องการให้เพื่อไทยตั้งรัฐบาลก็มีมาก

ดูอย่างคุณเสรีพิสุทธิ์ ยังเปลี่ยนใจได้เรื่อยๆ 
วันนี้อัดพรรคประชาชนเสียแล้ว คุณเท้งยังไม่ทันทำอะไรผิดเลย 

ไม่มีนักการเมืองที่ทำให้ถูกใจทุกคนได้หรอกครับ ที่เขาทำได้คือเร่งทำผลงาน แล้วให้ประชาชนตัดสินครับ

นักศึกษา ม.โคลัมเบีย ถูกพักการเรียน!! เพราะแอบพัฒนา AI ใช้โกง!! สัมภาษณ์งาน สำหรับ ‘วิศวกรซอฟต์แวร์’

(27 เม.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Extreme IT’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

นักศึกษาโคลัมเบียวัย 21 ปี ชุงอิน รอย ลี และเพื่อนของเขาโดนพักการเรียน เพราะแอบพัฒนาเครื่องมือ AI ที่ช่วยโกงการสัมภาษณ์งานสำหรับวิศวกรซอฟต์แวร์ โดยจะแสดงเบราว์เซอร์แบบลับ ๆ ที่ผู้คุมมองไม่เห็น 

โดยตัวของลีและเพื่อนมีบริษัทสตาร์ตอัปของเขาเองในชื่อ Cluely แถมยังสามารถระดมทุน Seed Funding ได้ถึง 5.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเป้าหมายพี่แกก็สุดซะเหลือเกิน คือการสร้าง AI ที่โกงได้ทุกสิ่งทุกอย่าง 

ปัจจุบันทั้งคู่ลาออกมาจากมหาวิทยาลัยเรียบร้อย ในขณะที่ตัวของ ลี เป็น CEO ของบริษัท Cluely ส่วนเพื่อนอีกคนเป็น COO ซึ่ง Cluely จัดเป็นสตาร์ตอัป AI ที่สร้างความขัดแย้งได้แบบสุดโต่ง เพราะรวม AI โกงหลายชนิดที่ร่วมพัฒนากับเพื่อนไว้

นอกจากนี้ตัวของลี ยังเคยพูดไว้ว่า ขนาดเครื่องคิดเลขหรือโปรแกรมตรวจคำผิดที่เคยถูกมองเป็นโปรแกรมโกง ปัจจุบันก็ยังได้รับการยอมรับแล้ว หรือจะสื่อแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่าโปรแกรมโกงของแกที่กำลังโดนแอนตี้อยู่ตอนนี้ อนาคตจะต้องกลายเป็นที่ยอมรับแน่นอน

เปิดความหมาย โลโก้ใหม่ ‘พปชร.’ 3 แถบสี แสดงจุดยืน อนุรักษนิยมทันสมัย ‘แดง-น้ำเงิน-เขียว’ สื่อความสามัคคี พัฒนาชาติเจริญก้าวหน้า ไร้ความขัดแย้ง

(27 เม.ย. 68) ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ นายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรค และนายอัคร ทองใจสด สส.เพชรบูรณ และรองโฆษกพรรค ร่วมแถลงข่าวหลังการประชุมใหญ่สามัญของพรรคว่า ในวันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้มาทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมโดยได้แก้ไขข้อบังคับพรรค 3 ข้อคือ

1.ให้ยกเลิกข้อ 4 ของข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ ก็คือเป็นเรื่องเกี่ยวกับเครื่องหมายพรรคการเมือง โดยให้แก้ไขโลโก้เดิมเป็นของใหม่ โดยมีคำว่า "พรรค" อยู่บนกึ่งกลางด้านในของเครื่องหมายพรรคการเมือง เหนือตัวอักษรคำว่า "พลังประชารัฐ" โดยมี คำว่า "พลัง" เป็นสีเขียว คำว่า "ประชา" เป็นสีน้ำเงิน คำว่า "รัฐ" เป็นสีแดง อยู่ภายในวงล้อพลวัต ที่มี 3 แถบสี เป็นสีแดง สีน้ำเงิน สีเขียว บนพื้นสีขาว โดยสีแดง หมายถึงความสามัคคีร่วมมือร่วมใจของประชาชน เพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ายั่งยืน ปราศจากความขัดแย้งในชาติ โดยจะสร้างพลังแห่งความเชื่อมั่น และความสุขของประชาชน ความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ สีขาว หมายถึง ความดีงามอภิบาล และการจัดการบ้านเมืองที่ดี และสีน้ำเงิน หมายถึง จุดยืนและการเมืองเชิงอนุรักษนิยมที่เป็นศูนย์รวมแห่งความสามัคคีของคนในชาติปราศจากความขัดแย้ง ส่วนสีเขียว หมายความถึง ความทันสมัย และอนุรักษ์ทรัพยากร และปกป้องผลประโยชน์ชาติและของประชาชนเป็นสำคัญ 

2.เรื่องอุดมการณ์ของพรรค โดยแก้ไขประกาศจุดยืนทางการเมืองในการเป็นพรรคอนุรักษนิยมทันสมัยที่มีเจตจำนงแน่วแน่ และปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีจารีต และค่านิยมของชาติ เปลี่ยนแปลงแนวทางขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีและการบริหารจัดการภาครัฐที่ทันสมัยมีความยืดหยุ่นกับบริบทการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ประชาชนมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี โดยยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนส่วนรวมเป็นสำคัญ 

3.แก้ไขเรื่องที่เป็นกรรมการสิ้นสุดลงเฉพาะตัว หากขาดการประชุมพรรค 3 ครั้งติดต่อกัน โดยไม่แจ้งหัวหน้าพรรคทราบ และคณะกรรมการพรรคการเมืองมีมติให้พ้นจาก 

จากนั้น ได้มีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติมในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค 2 คน ได้แก่ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล และนายสุรเดช ยะสวัสดิ์ พร้อมกันนี้ พล.อ.ประวิตร ได้มอบหมายให้นายสุรเดช เป็นผู้ดูแลภาคเหนือตอนบน และได้มอบหมายให้นายธีระชัย เป็นรองหัวหน้าพรรคฝ่ายเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นคนแรกในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคที่รับผิดชอบเรื่องนี้ เพื่อจะขับเคลื่อนภารกิจของพรรคพลังประชารัฐต่อไป

พบผู้ว่ากทม. คุณชัชชาติ โดยบังเอิญที่ร้านอาหาร Malibu

(27 เม.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaran Ditapichai’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

พบผู้ว่ากทม. คุณชัชชาติ โดยบังเอิญที่ร้านอาหาร Malibu 
ที่คนไทยเรียก ร้านไก่ดำ เพราะเป็นร้านอาฟริกา 
ท่านมากับคณะบริหาร ถามผมติดคดีอะไร 112 ครับ 
ส่วนผมให้กำลังใจ เป็นหลัก ตามประสาเคยรู้จักกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top