Friday, 31 July 2026
Hard News Team

‘รองนายกฯ ลาว’ ลุยเจรจา Rosatom สร้างโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ พร้อมพัฒนาความร่วมมือการศึกษา-อวกาศ-เศรษฐกิจกับรัสเซีย

(28 เม.ย. 68) นายสะเหลิมไซ กมมะสิด (Saleumxay Kommasith) รองนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว เดินทางเยือนรัสเซียเพื่อสานสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการพัฒนาพลังงานสะอาดและพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติร่วมกับ Rosatom บริษัทพลังงานปรมาณูของรัสเซีย ในระหว่างการเยือนระหว่างวันที่ 21-23 เมษายน ที่ผ่านมา 

นอกจากการหารือด้านพลังงานแล้ว นายสะเหลิมไซยังได้พบกับ ดิมิตรี บาคานอฟ (Dmitry Bakanov) ผู้อำนวยการ Roscosmos และหารือถึงการส่งนักศึกษาลาวไปเรียนต่อในสาขาวิชาอวกาศที่รัสเซีย นอกจากนี้ยังมีการพบปะกับ อานาโตลี ทอร์คูนอฟ (Anatoly Torkunov) อธิการบดี MGIMO และ เซียร์เกย์ ลัฟรอฟ (Sergey Lavrov) รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างสองประเทศ

ในการเยือนครั้งนี้ นายสะเหลิมไซยังได้พบกับ อเล็กเซย์ โอเวอร์ชุค (Alexey Overchuk) รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ซึ่งมีการหารือถึงการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน โดยเน้นที่การเพิ่มความร่วมมือในสาขาพลังงานสะอาด การท่องเที่ยว และการขนส่ง รวมถึงพัฒนาการเชื่อมโยงด้านต่างๆ ระหว่างสองประเทศที่ยังไม่ได้สูงพอ

ในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศลาว จะเดินทางไปรัสเซียเพื่อเข้าร่วมในพิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี Victory Day ซึ่งรัสเซียจะจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงชัยชนะในสงครามป้องกันปิตุภูมิ หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กองทัพรัสเซียสามารถพิชิตกองทัพนาซีเยอรมันได้

นอกจากนี้ กองทัพสหพันธรัฐรัสเซียยังได้เชิญกองทัพประชาชนลาวส่งทหารเข้าร่วมเดินสวนสนามในพิธีดังกล่าว โดยกองทัพประชาชนลาวได้ส่งทหารจำนวน 60 นาย ไปยังกรุงมอสโก โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศลาว เมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ

‘ทรัมป์’ กดดันปานามาและอียิปต์ เปิดทางให้เรือสินค้าและเรือรบสหรัฐฯ ผ่านคลอง ‘ปานามา-สุเอซ’ ไม่เสียค่าธรรมเนียม อ้างเพื่อปกป้องความมั่นคงชาติ

(28 เม.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เรียกร้องให้เรือสินค้าและเรือกองทัพของสหรัฐฯ สามารถผ่านคลองปานามาและคลองสุเอซได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม โดยอ้างว่าสหรัฐฯ มีบทบาทสำคัญต่อการอยู่รอดของเส้นทางเดินเรือเหล่านี้ และถือเป็นการปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติของอเมริกา

ทรัมป์ระบุว่าทั้งคลองปานามาและคลองสุเอซจะไม่สามารถดำรงอยู่ได้หากปราศจากการสนับสนุนจากสหรัฐฯ พร้อมย้ำถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของคลองสุเอซ ในการจำกัดอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีนในภูมิภาคนี้ โดยได้มอบหมายให้มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ดำเนินการจัดการสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

แม้ว่าสหรัฐฯ จะส่งมอบการควบคุมคลองปานามาให้แก่ปานามาในปี 1999 ตามสนธิสัญญาปี 1977 แต่ล่าสุด พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ได้เสนอแนวคิดให้กองทัพสหรัฐฯ กลับไปปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลเรื่องอิทธิพลของจีน

สำหรับคลองสุเอซ ซึ่งรองรับการค้าโลกประมาณ 12–15% กำลังเผชิญวิกฤต หลังจากรายได้จากการดำเนินงานลดลงกว่า 50% เนื่องจากการโจมตีของกลุ่มฮูตีในเยเมน ทรัมป์ประกาศว่าจะเดินหน้ากดดันกลุ่มก่อการร้ายที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เพื่อฟื้นฟูเส้นทางเดินเรือที่สำคัญนี้

ทั้งนี้ ทางการปานามาได้ยืนยันหนักแน่นว่าจะรักษาความเป็นกลางและสิทธิ์การควบคุมคลองปานามาอย่างสมบูรณ์ ขณะที่อียิปต์ยังคงพึ่งพารายได้จากคลองสุเอซ แม้จะต้องเผชิญแรงกดดันจากความไม่สงบในภูมิภาคทะเลแดงอย่างต่อเนื่อง

‘เอกนัฏ’ ชี้เงินทุนสร้างแต้มต่อธุรกิจไทยปรับตัวยั่งยืน พร้อมผลักดันพ.ร.บ.กากอุตสาหกรรมฉบับแรกของไทย

“เอกนัฏ“ ชี้เงินทุนสร้างแต้มต่อธุรกิจไทย สู่การเปลี่ยนแปลงยั่งยืน สร้างการแข่งขัน ลุยปราบปรามศูนย์เหรียญ จัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม ผลักดันพ.ร.บ.กากอุตสาหกรรมฉบับแรกของไทย

(28 เม.ย. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “เพิ่มขีดความสามารถ อุตสาหกรรมไทยด้วยการเงินสีเขียว-พลังงานสะอาด” ในงานเสวนา “เดลินิวส์ ทอล์ก 2025” 'Sustain Daily Talk 2025' หัวข้อ 'Sustainable Green Finance โอกาส และความท้าทาย ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ โดยระบุว่า การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมไปสู่โลกสีเขียว สิ่งที่ขาดอยู่คือเรื่องเงินทุน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งต้องพึ่งพาเงินทุนมาลงทุน เช่น พึ่งพาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในการลงทุน และเงินทุนจากธนาคารเอกชน ธนาคารของรัฐ เพื่อให้ผู้ประกอบการระดมทุน

ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ได้เห็นสัญญาณสำคัญทั่วโลก จากสัญญาณความขัดแย้ง ทั้งสงครามการค้า ภูมิรัฐศาสตร์ สภาพภูมิอากาศ ไม่ว่าจะน้ำท่วมในภาคเหนือของไทยในพื้นที่ที่ไม่เคยท่วมมาก่อน และในต่างประเทศหิมะตกกลางทะเลทราย และเรื่องสงครามการค้าหนักที่สุด จากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ พยายามประกาศขึ้นภาษีนำเข้าประเทศคู่ค้า

สิ่งที่ไม่แน่นอนคือ ความแน่นอนว่าตอนนี้คือตกอยู่ในสภาวะความไม่แน่นอนทุกวัน สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งสงครามเศรษฐกิจและสงครามการค้าของโลก รวมทั้งปรากฎการณ์ภูมิอากาศ จากโลกร้อน แต่สิ่งที่เป็นปัญหาไม่ใช่แค่แผ่นดินไหว แต่คือตึกถล่ม เป็นปัญหาส่งสัญญาณว่าไทยไม่มีความพร้อมรับมือกับแผ่นดินไหว และภัยธรรมชาติ กลายเป็นสิ่งที่ส่งมาถึงสังคม และรัฐบาลว่า ที่ผ่านมาไม่เคยปฏิรูปปรับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจของไทย และวันนี้ระบบเศรษฐกิจยืนอยู่บนขา หรือเสาที่ไม่แข็งแรงเหมือนตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)

นายเอกนัฏ กล่าวว่า อย่าเพิ่งกังวล เพราะมีทางออก โดยมองว่าระบบเศรษฐกิจต้องปรับเปลี่ยน และมีเงินทุนเข้ามาช่วย แต่ช่วงที่ผ่านมาไทยได้เปิดรับเทคโนโลยีที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ามาในไทย ด้วยการที่เปิดรับธุรกิจต่างประเทศแต่ไม่มีการกำกับดูแล และเข้ามาทำลายธุรกิจของคนไทย

ทั้งนี้ แต้มต่อต้องดูมูลค่าของสินค้า ดูการลงทุนว่าแบบไหนดี เพื่อทำให้ไทยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศเพิ่มขึ้น ช่วยสนับสนุนการค้าขายในไทย ส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยี และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ต้องทบทวนนโยบายใหม่ ส่งเสริมให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุน เป็นประโยชน์กับคนไทยและธุรกิจไทยหรือไม่

“เหล็กเป็นแค่ตัวอย่างสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน แม้ที่ผ่านมาพยายามออกมาตรฐานเหล็กหลายประเภท แต่ก็ได้หลบเลี่ยงการนำเข้าเหล็กผ่านการนำเหล็กหลายประเภทรวมกันเพื่อนำเข้า ซึ่งในประเทศไทยยังไม่มีเกณฑ์ควบคุมว่าได้มาตรฐานหรือไม่ และมีการนำเข้ามามากกว่า 6 แสนตันในปี 67 จนเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้ตึกสตง.ถล่มตอนแผ่นดินไหว เพราะเหล็กไม่ได้มาตรฐาน”

นายเอกนัฏ กล่าวว่า อีกหนึ่งภารกิจคือจัดการกับอุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญของประเทศชาติ จัดการกลุ่มสีเทาและสีดำออกไป และต้อนรับธุรกิจสีขาว จึงจะทำให้ธุรกิจของไทยเจริญเติบโต เนื่องจากที่ผ่านมามีการแข่งขันไม่เป็นธรรม เพราะธุรกิจกลุ่มนี้พยายามลดราคาตีตลาด นำสินค้าด้อยคุณภาพมาลดราคา เช่น เหล็กไม่ได้คุณภาพมาอยู่ในตึกสูงหลายแห่ง เพื่อต้องการลดต้นทุน ลดคุณภาพ และเกิดการสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตามในเรื่องปราบปรามศูนย์เหรียญ นอกจากจะสร้างปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีเรื่องการจัดการของเสีย ซึ่งที่ผ่านมาได้ลักลอบนำของเสียออกมา เช่น ซินเคอหยวน นำเข้าฝุ่นแดง ฝุ่นดำ มากองไว้ให้เกิดมลพิษ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมต้องการจัดการกับเหล็ก ล้อยาง ศูนย์เหรียญ และให้บีโอไอปรับเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุน ให้สะดวก สะอาด โปร่งใส

นอกจากนี้ต้องปฏิรูป ปฏิวัติ และปรับตัว เช่น การมีเงินทุนจากธนาคาร ส่งเสริมให้ติดโซลาร์เซลล์ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพราะมีราคาถูกลง และไทยเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ใช้แสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้า โดยแก้กฎหมายให้อุตสาหกรรมติดโซลาร์ไม่ต้องขอ รง.4 เช่นเดียวกับบ้านเดี่ยว และภาคธุรกิจ ติดโซลาร์ไม่ต้องขอหน่วยงานใดๆ ทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถลดค่าไฟและลดต้นทุนได้

ขณะเดียวกันการเปลี่ยนจากรถยนต์สันดาปภายใน เป็นรถฟ้า (อีวี) โดยภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังไปอีวี แต่ผู้ผลิตชิ้นส่วนสันดาปภายในต้องปรับเปลี่ยน ถ้าผลักดันไปสู่ดิจิทัลทุกอย่างต้องใช้เงินเพื่อไปสู่การปรับตัวโลกยุคใหม่ และไม่เชื่อว่าสิ่งที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ทำอยู่ คือการสร้างกำแพงภาษี ท้าทายตลาดเสรี และละเลยความไม่สนใจต่อภาวะการเปลี่ยนไปของสิ่งแวดล้อม เชื่อว่าต้านทานอำนาจธรรมชาติไม่ได้

นายเอกนัฏ กล่าวว่า สิ่งที่แก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมได้คือการออกกฎหมายมาเพิ่มเติม เช่น ร่างพ.ร.บ.จัดการกากอุตสาหกรรม ขณะนี้เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็น และนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ก่อนจะเสนอเข้าสู่สภาฯ ซึ่งถือเป็นพ.ร.บ.จัดการกากอุตสาหกรรมฉบับแรกของไทย พร้อมกับสิ่งสำคัญคือเงินทุนจากกองทุนความยั่งยืนให้กับธุรกิจขนาดเล็ก ส่งเสริมสร้างแต้มต่อ เข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ เชื่อว่าในอีก 1-2 ปี จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้ธุรกิจไทยมีขีดความสามารถทางการแข่งขันบนเวทีโลก

‘ธีระชัย’ ชี้การกู้เงิน 5 แสนล้านเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ยั่งยืน เตือนรัฐบาลหยุดแจกเงินหมื่นเฟส 3 หันปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว

(28 เม.ย. 68) นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตือนรัฐบาลเกี่ยวกับแผนการกู้เงิน 5 แสนล้านบาทที่อ้างว่าเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจจากการหั่นคาดการณ์จีดีพีของไทยโดย IMF โดยเตือนว่าการกู้เงินครั้งนี้จะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจาก 64.21% ของจีดีพี ไปอีกประมาณ 3% ซึ่งจะสร้างภาระให้กับประชาชนที่ต้องรับผิดชอบหนี้สาธารณะจำนวนมาก

นายธีระชัยกล่าวว่า หนี้ที่รัฐบาลกู้ไปก่อนหน้านี้ทำให้แต่ละคนต้องแบกรับภาระกว่า 160,000 บาทแล้ว จึงแนะนำให้ประชาชนคัดค้านการกู้เงินเพิ่มถ้าหากไม่สามารถสร้างผลประโยชน์ที่แท้จริงได้ โดยแนะนำให้รัฐบาลหยุดแจกเงินหมื่นเฟส 3 และเริ่มเก็บกระสุนการคลังเพื่อใช้ในยามจำเป็น เนื่องจากสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน

พร้อมเสนอว่า รัฐบาลควรลดการกู้เงินเพื่อแจกอุดหนุนอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจชั่วคราวและไม่มีผลต่อการเพิ่มรายได้ในอนาคต รวมทั้งแนะนำให้รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพของประเทศในระยะยาว โดยเน้นการพัฒนาการศึกษาและทักษะของแรงงาน

สุดท้าย นายธีระชัยแนะนำให้รัฐบาลยกเลิกการแจกเงินหมื่นเฟส 3 และให้ความสำคัญในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เพื่อเตรียมรับมือกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งระบุว่าประชาชนควรจับตาดูการกระทำของรัฐบาลในช่วงวิกฤตนี้ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศหรือไม่

ACFTA 3.0 นำพาอาเซียนและจีนเข้าสู่ยุคใหม่ของการค้าเสรี สร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ขยายตลาดขนาดใหญ่รับมือวิกฤตการค้าทั่วโลก

(28 เม.ย. 68) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ท่ามกลางสถานการณ์การค้าโลกที่ไม่แน่นอน ผู้เชี่ยวชาญจากมาเลเซียและจีนได้ย้ำถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับจีน โดยเฉพาะในการใช้ประโยชน์จากตลาดขนาดใหญ่ร่วมกันเพื่อบูรณาการภูมิภาคและต่อต้านกระแสการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้น ในเวทีสัมมนาอาเซียน-จีนที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วนได้เห็นพ้องกันถึงศักยภาพของการร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่าย

โลว์ เคียน ชวน ประธานสภาธุรกิจมาเลเซีย–จีน กล่าวว่าการที่มาเลเซียดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปีนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันความร่วมมือระหว่างสองภูมิภาค และการลงนามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ฉบับ 3.0 จะเป็นจุดสำคัญในการเสริมสร้างการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ โดยช่วยขยายความร่วมมือในหลายมิติ

นับตั้งแต่การเปิดตัวเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีนในปี 2010 ความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างทั้งสองฝ่ายเติบโตอย่างรวดเร็ว แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากการค้าโลก แต่ในไตรมาสแรกของปี 2025 มูลค่าการค้าระหว่างจีนและอาเซียนยังเติบโตขึ้นถึง 7.1% ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

ในอนาคต ความร่วมมือระหว่างอาเซียนและจีนจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เศรษฐกิจดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงการปรับโครงสร้างห่วงโซ่มูลค่าโลก โดยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างจริงจังจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในภูมิภาคนี้

‘ใบตองแห้ง’ มอง ‘พท.- ปชน.’ มีโอกาสจับมือสมัยหน้า หลังเห็นท่าที ‘เท้ง’ ชูจุดยืนล่วงหน้าขอเลือก พท. ดีกว่า ภท.

(28 เม.ย. 68) อธึกกิต แสวงสุข หรือ ใบตองแห้ง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Atukkit Sawangsuk' ระบุว่า...
เท้งยื่นมือให้เพื่อไทย สมัยหน้าอาจจับมือกันได้ ถ้ายอมรับทำผิดกับประชาชน

โดนพ่อแม้วเย้ยหยันซินตึ๊งซึ่งตึง โดนแบกโห่ใครอยากจับมือด้วย
เสียหายไหม
ให้นึกถึงตอนพิธาโดนเย้ย "โหนจ้ะโหน" แล้วเป็นไง

มองในมุมกว้าง Voters ทั้งสองพรรค
ถ้าไม่นับด้อมแบกที่ซัดกันในโลกออนไลน์
ก็มีส่วนที่ทับซ้อนกัน มีส่วนที่ยังผูกพันทั้งคู่ จากการต่อสู้ประชาธิปไตย ยังอยากให้จับมือกันได้
การยื่นมืออย่างนี้จึงได้ใจ ฝ่ายที่ปัดมือทิ้งต่างหาก จะทำให้ Voters ส่ายหัว

อันที่จริงคำพูดนี้แสบ ภายใต้ท่าทีสุภาพแบบเท้ง
มันคือการบอกว่า สำนึกผิดแล้วให้อภัย กลับบ้านได้  
ซึ่งทำให้เพื่อไทยและแบกดิ้น

แต่ภายใต้ความหยิ่งผยอง ปากแข็ง 
คนของเพื่อไทยที่พอมีสติก็รู้ว่าตัวเองกำลังตกที่นั่งลำบาก
บริหารเศรษฐกิจไม่มีผลงาน ไม่สามารถส่งมอบนโยบาย โดนขัดแข้งขัดขา ทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาลและรัฐราชการ 
ประสิทธิภาพ ความสามารถ ก็ไม่ได้เหมือนยุคไทยรักไทยที่คนคาดหวัง
มองข้ามไปถึงเลือกตั้ง 70 เพื่อไทยหนักแน่
ไม่ต้องพูดถึงแลนด์สไลด์ พูดแค่เอาชนะภูมิใจไทยได้หรือเปล่า

ท่าทีของเท้ง เป็นการปักจุดยืนล่วงหน้าว่า
ระหว่างเพื่อไทยกับภูมิใจไทย
ถ้าเพื่อไทย "สำนึกผิด" ก็ยินดีให้อภัย  
ดีกว่าไปจับมือกับพรรคเขากระโดง
ปักหลักไว้อย่างนี้จะได้ใจทั้งคนวงกว้างและคนที่สองจิตสองใจระหว่างสองพรรค

ปล.แน่ละถ้าเพื่อไทยแลนด์สไลด์จะไม่จับมือพรรคส้มหรอก 
แต่มาถึงตอนนี้ใครก็เห็นแล้วละว่าเลือกตั้งครั้งหน้าอาการหนัก

ก๋วยเตี๋ยวเรือใจกลางสยาม ความพิเศษของร้านนี้อีกอย่างคือ ให้กากหมูฟรี! เติมได้ไม่อั้น

นอกจากความอร่อยแล้ว ความพิเศษของร้านนี้อีกอย่างคือ ให้กากหมูฟรี! เติมได้ไม่อั้น สายชอบกินกากหมูกับก๋วยเตี๋ยวเรือต้องไม่พลาด

‘คิม จองอึน’ ยอมรับส่งทหารไปช่วย ‘รัสเซีย’ ในสงครามกับยูเครน มอสโกซูฮกพันธมิตรเกาหลีเหนือ ช่วยปลดปล่อยแคว้นเคิร์สก์

(28 เม.ย. 68) รัฐบาลเกาหลีเหนือยอมรับอย่างเป็นทางการครั้งแรกว่า ได้ส่งทหารไปร่วมสงครามกับยูเครนภายใต้คำสั่งของผู้นำ “คิม จองอึน” โดยมีส่วนสำคัญในการปลดปล่อยดินแดนที่ถูกยูเครนยึดไป เช่น ภูมิภาคเคิร์สก์ของรัสเซีย ซึ่งแสดงให้เห็นถึง “มิตรภาพอันแน่นแฟ้น” ระหว่างเกาหลีเหนือและรัสเซีย

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานว่า การเข้าร่วมของทหารเกาหลีเหนือในสงครามครั้งนี้สอดคล้องกับสนธิสัญญาพันธมิตรที่ผู้นำคิมได้ลงนามกับปูตินเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเกาหลีเหนือเห็นว่าดินแดนของรัสเซียเป็นเสมือนประเทศของตน และยืนยันความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างทั้งสองชาติ

มาเรีย ชาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า การส่งทหารจากเกาหลีเหนือแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในระดับสูง และการช่วยเหลือมอสโกในการปลดปล่อยแคว้นเคิร์สก์จากการรุกรานของยูเครน ซึ่งถือเป็นการยืนยันถึงมิตรภาพระหว่างทั้งสองประเทศ โดยเกาหลีเหนือได้ส่งทหารประมาณ 14,000 นาย รวมถึงกำลังเสริม 3,000 นาย

ทั้งนี้ การยอมรับอย่างเป็นทางการของเกาหลีเหนือเกิดขึ้นหลังจากรัสเซียยืนยันเมื่อวันที่ 26 เม.ย. ว่าทหารเกาหลีเหนือต่อสู้เคียงข้างรัสเซียในภูมิภาคเคิร์สก์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งสองประเทศไม่เคยยืนยันหรือปฏิเสธการส่งทหารเข้าร่วมการรบในยูเครน

ลำปาง-ตำรวจลำปางรวบแก๊งฉ้อโกงขายรถมือสอง – ขยายผลจับผู้ต้องหาคดียาบ้า 3.6 ล้านเม็ด

(28 เม.ย. 68) เวลา 13.00 น. ที่หน้าห้องปฏิบัติการสืบสวน สภ.เมืองลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง นำโดย พ.ต.อ.กฤษดา พันธ์เกษม รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง พร้อมด้วย พ.ต.อ.คมสันต์ บำรุงยศ ผกก.สภ.เมืองลำปาง, พ.ต.อ.ประสิทธิ์ หล้าสมศรี ผกก.สภ.แม่พริก และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงขายรถยนต์มือสอง และการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่ ยึดยาบ้ากว่า 3.6 ล้านเม็ด

คดีฉ้อโกงขายรถยนต์มือสอง
จากการสืบสวนของชุดปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง พบพฤติกรรมหลอกลวงประชาชนในลักษณะแก๊งอั้งยี่ โดยมี น.ส.อิง และ น.ส.ออย (นามสมมุติ) เป็นผู้ร่วมขบวนการหลัก อ้างรับซื้อหรือรับจำนำรถในราคาถูก แล้วนำไปขายต่อโดยไม่คืนรถให้เจ้าของ แม้จะจ่ายเงินครบตามที่ตกลงแล้วก็ตาม

ตำรวจสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีรวม 19 คดี บางส่วนได้ส่งฟ้องศาลแล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณา พร้อมกันนี้ได้ดำเนินคดีเพิ่มเติมอีก 5 คดี โดยหนึ่งในนั้นมีผู้เสียหายรายหนึ่งถูกหลอกให้โอนเงิน 299,999 บาท เพื่อซื้อรถยนต์ ก่อนถูกแย่งรถคืนไป ทั้งยังพบพฤติกรรมใช้คนกลางหารถเป้าหมาย และหลอกให้ถอนแจ้งความเพื่อล่อลวงซ้ำ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองในข้อหา "อั้งยี่" และ "ร่วมกันฉ้อโกง"

คดียาบ้า 3.6 ล้านเม็ด
ในอีกคดีหนึ่ง เจ้าหน้าที่ สภ.แม่พริก และ กก.สส.ภ.จว.ลำปาง ร่วมกับตำรวจจังหวัดตาก ขยายผลจากการจับกุมยาเสพติดจำนวนกว่า 3.6 ล้านเม็ดเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยสามารถจับกุมนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ชาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ได้ที่จุดตรวจท่าเล่ ต.แม่ท้อ อ.เมืองตาก เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา

ผู้ต้องหารายนี้ถูกออกหมายจับในข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายและมียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต" ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า และมีลักษณะขององค์กรอาชญากรรม โดยจากการติดตามเส้นทางรถยนต์ ISUZU D-MAX สีขาว ทะเบียน ยบ 1534 เชียงใหม่ ของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับได้และนำตัวส่งดำเนินคดีที่ สภ.แม่พริก

เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากประชาสัมพันธ์ หากประชาชนคนใดตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพในคดีรถยนต์มือสองดังกล่าว สามารถเข้าแจ้งความเพิ่มเติมได้ที่ สภ.เมืองลำปาง ตลอด 24 ชั่วโมง

ภาวินันท์ บุตรหล้า รายงาน

จเรตำรวจแห่งชาติหารือร่วมอธิบดีกรมปราบปรามองค์กรอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น และคณะ แลกเปลี่ยนข้อมูล เดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์

(28 เม.ย. 68) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ให้การต้อนรับ นายเอกุจิ อาริชิกะ อธิบดีกรมปราบปรามองค์กรอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นและคณะ ประกอบด้วย นายเรียว ยาสึเอดะ ผู้บัญชาการสืบสวนระหว่างประเทศ กรมปราบปรามอาชญากรรมองค์กร/หัวหน้าตำรวจสากลโตเกียว (NCB TOKYO) , นายเทรุซาโตะ อิโนะอุเอ ผู้กำกับการกองปราบปรามอาชญากรรม , นายอาริกะ คิตาโมโตะ ผู้กำกับการกองปฏิบัติการสืบสวนสอบสวนระหว่างประเทศ , นายนาโอโตะ วาตานาเบะ เลขานุการเอกและผู้ช่วยทูตตำรวจอาวุโสฯ , นายโยชิโนริ นาราซากิ เลขานุการโทและผู้ช่วยทูตตำรวจฯ , นางสาวแพรวพฤกษ์ จิตสกุลชัยเดช เจ้าหน้าที่ประสานงานและล่ามไทย-ญี่ปุ่น และ นายพิสิฏฐ์ ไม้ประเสริฐ ผู้ช่วยกงสุล ประจำสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น โดยมี พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว , พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี , พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ พล.ต.ต.สุระพันธุ์ ไทยประเสริฐ ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ร่วมต้อนรับ ณ ห้องพรหมนอก ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

จากนั้น พล.ต.อ.ธัชชัยฯ พร้อมด้วยอธิบดีกรมปราบปรามองค์กรอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น และคณะ ได้ประชุมหารือความร่วมมือในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ณ สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ โดยในการประชุมได้มีการหารือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ในการกวาดล้างจับกุมกลุ่มแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะที่มีชาวญี่ปุ่นเกี่ยวข้อง 

ทั้งนี้ อธิบดีกรมปราบปรามองค์กรอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น กล่าวว่า ขอขอบคุณตำรวจไทยในการร่วมมือสืบสวนปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และช่วยเหลือเหยื่อ จากนี้ไปจะมีการประสานการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินการกำจัดกลุ่มแก๊งดังกล่าวมีประสิทธิภาพและประสบผลสำเร็จ

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์คือการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างใกล้ชิด ซึ่งต้องขอขอบคุณทางการญี่ปุ่นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และจะสานต่อความร่วมมือในการดำเนินการร่วมกันต่อไป สำหรับในเรื่องข้อมูลแหล่งที่ตั้งฐานปฏิบัติการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเมียวมา และประเทศกัมพูชา นั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยจะมีการตรวจสอบเพิ่มเติม และขยายผลการปฏิบัติ โดยหากจะมีการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และพบว่ามีชาวญี่ปุ่นร่วมอยู่ในกลุ่มแก๊งใด ทางตำรวจไทยจะประสานทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นให้ทราบ เพื่อเตรียมดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องได้ทันท่วงที ส่วนกรณีที่มีข้อมูลว่ามีคนไทยเกี่ยวข้องกับการพาคนญี่ปุ่นที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยไปทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยจะขยายผลเพื่อดำเนินคดีโดยเร็ว ย้ำว่าจะต้องทำลายระบบเครือข่ายของแก๊งเหล่านี้ให้หมดไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top