Tuesday, 3 November 2026
Hard News Team

ดีเอสไอ สนธิกำลัง ปปส. และ สตช. เข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์ขบวนการค้ายาเสพติด ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ

ดีเอสไอ สนธิกำลัง ปปส. และ สตช. เข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์ขบวนการค้ายาเสพติด ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ

ตามคำสั่งอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษเพื่อการยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้เป็นไปตามที่รัฐบาลได้กำหนดให้มีการบูรณาการทุกหน่วยงานในการขับเคลื่อนการดำเนินการเพื่อยึดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อทำลายเครือข่ายการค้า
ยาเสพติดทั้งในส่วนกลางและระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ

พันตำรวจโท กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจโท สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกำกับดูแล จึงได้สั่งการให้ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ และรองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการพาลีปราบยา 2 และหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 33/2564 ทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง จนพบกลุ่มผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติคนสำคัญ ซึ่งมีพฤติการณ์ฟอกเงินให้กับกลุ่มค้ายาเสพติดรายใหญ่ 

โดยเมื่อวันพุธที่ 22 กันยายน 2564 เวลา 07.00 น. จึงได้สนธิกำลังกับ 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดย กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และตำรวจภูธรจังหวัดตาก เข้าค้นบริษัท ค้าอัญมณี ตั้งอยู่ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตามอนุมัติศาลจังหวัดแม่สอด ที่ ค.179/2564 ลงวันที่ 21 กันยายน 2564 และในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ ห้องชุดคอนโดหรู ขนาดพื้นที่ 165 ตร.ม. บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ย่านสาทร กรุงเทพมหานคร ตามอนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ ค.151/2564 ลงวันที่ 20 กันยายน 2564 

โดยปรากฏผลการสืบสวนสอบสวนว่า กลุ่มบุคคลเหล่านี้ มีธุรกรรมต้องสงสัยและมีความเชื่อมโยงเกี่ยวพันกับเส้นทางการเงินกับกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด ซึ่งผลการตรวจสอบย้อนหลัง 9 ปี นับแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน พบว่า มีเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารของผู้ต้องสงสัย บุคคลใกล้ชิดและบุคคลอื่น ๆ ในห้วงเวลาเกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน รวมกว่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับผลประกอบการของบริษัท อีกทั้งปรากฏข้อมูลรายได้ตามแบบ ภงด. 90, 91 ของผู้ต้องสงสัยนี้ มีรายได้เพียงสามแสนบาทเศษต่อปี

วันนี้ในอดีต 25 กันยายน พ.ศ. 2537 เกิดภัยธรรมชาติสุดแสนโหด ‘น้ำป่าไหลหลาก’ ณ น้ำตกวังตะไคร้ จ.นครนายก และคร่าชีวิตนักท่องเที่ยวไปกว่า 21 ราย

เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก บริเวณน้ำตกวังตะไคร้ จังหวัดนครนายก ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเร็วโดยไม่มีใครตั้งตัวได้ทัน ภัยน้ำป่าไหลหลากในครั้งนั้นถือว่าเป็นภัยธรรมชาติสุดโหดที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในประเทศไทย

ในช่วงเดือนกันยายน ซึ่งถือว่าเป็นช่วงปลายฝนที่มักมีฝนตกหนาแน่น มักมีการเตือนถึงนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำที่น้ำตกต่าง ๆ ย้อนกลับไปช่วงบ่ายของวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2537 ที่อุทยานแห่งชาติวังตะไคร้ จังหวัดนครนายก เป็นวันที่อากาศแจ่มใส นักท่องเที่ยวจำนวนมากมายเดินทางเข้ามาเที่ยวและลงเล่นน้ำเย็นช่ำ และสายน้ำที่ใสสะอาด ไม่ว่าจะเป็น เด็ก ผู้ใหญ่ ที่กำลังสนุกสนานในวันหยุดกับครอบครัว ซึ่งพวกเขาไม่รู้เลยว่าอีกไม่ถึงชั่วโมง คลื่นน้ำป่ากำลังตรงไปหาพวกเขา
 

ไทย..โชว์ ! ศักยภาพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บนเวทีโลก GCA+20 ชูธง SDGs นำภาคประมงสู่การพัฒนายั่งยืน

(24 ก.ย.64)​ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทนประเทศไทย ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมฯ ผ่านระบบออนไลน์ ในการประชุมระดับรัฐมนตรีภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา อันเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมความร่วมมือด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำระดับโลก (The Global Conference on Aquaculture 2020 : GCA+20) ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยประเทศไทยได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการกับนานาประเทศ พร้อมแสดงบทบาทและศักยภาพของประเทศไทยในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในระดับสากล

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมง ในฐานะหน่วยงานผู้แทนประเทศไทย ได้เข้าร่วมการประชุมความร่วมมือด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำระดับโลก (The Global Conference on Aquaculture GCA+20 ในรูปแบบการประชุมออนไลน์ ระหว่างวันที่ 23-24 กันยายน 2564 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในธีม “Aquaculture for Food and Sustainable Development” จัดโดยกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Ministry of Agriculture and Rural Affairs of the People’s Republic of China : MARA) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) และองค์การข่ายงานศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแห่งเอเชียและแปซิฟิก (The Network of Aquaculture Centres in Asia-Pacific : NACA)

 

‘หญิงแท้ VS หญิงเทียม’ ความเป็นธรรมที่แท้จริง อยู่ตรงไหน? | NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

ความเป็นธรรมอยู่ที่ไหน? 
วงการ MMA เดือด!! หลังนักสู้ข้ามเพศอดีตหน่วยรบพิเศษกองทัพสหรัฐฯ 
เอาชนะคู่แข่งหญิงไปได้ในการเปิดตัวการขึ้นสู้ครั้งแรก

NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ​ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

จับตาการประชุม 'The Quad' สหรัฐฯ-ออสเตรเลีย-ญี่ปุ่น-อินเดีย พันธมิตร 4 เส้า กับยุทธศาสตร์โลกล้อมจีนของไบเดน

คงต้องจับตามองกับแทบไม่ควรกะพริบกันแล้ว ณ นาทีนี้ กับงานประชุมสุดยอดผู้นำ 4 ฝ่าย ที่จัดขึ้นในกรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2021 นี้ ที่มีชื่อเรียกว่า ‘พันธมิตร The Quad’ อันประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น และอินเดีย ประเทศแกนนำหลักในย่านอินโด-แปซิฟิก ซึ่งทางประธานาธิบดี โจ ไบเดน ได้เปิดทำเนียบขาว เชิญผู้นำ 3 ชาติพันธมิตร มานัดพบกันแบบตัวต่อตัวทีเดียว 

การนัดประชุมพันธมิตร 4 เส้านี้เป็นที่น่าสนใจมากที่มาเกิดเอาในช่วงเวลานี้ เนื่องจากเมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา-อังกฤษ-ออสเตรเลีย เพิ่งออกมาประกาศร่วมกันเป็นพันธมิตร AUKUS มีจุดประสงค์ในการส่งผ่านข้อมูลเทคโนโลยีด้านนิวเคลียร์เชิงลึกให้แก่ออสเตรเลีย นำมาใช้พัฒนาเรือดำน้ำนิวเคลียร์ เพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก หรืออีกนัยยะหนึ่ง คือ ต้องการสกัดอิทธิพลทางทะเลของจีนในน่านน้ำย่านเอเชีย 

ข่าวการประสานมือเปิดตัวพันธมิตรกลุ่มใหม่ ยังเป็นที่ฮือฮาไม่ทันจางหาย มาวันนี้ มีการนัดประชุมกลุ่มพันธมิตร The Quad แบบจับเข่าคุยกันจริงๆ ถึงในทำเนียบขาว ถึงแม้ว่าหัวข้อสนทนาจะมีประเด็นทั่วๆ ไป อย่างความร่วมมือด้านวัคซีน Covid-19 หรือการร่วมมือด้านความมั่นคงทั้งในเชิงกายภาพ และบนโลกไซเบอร์ 

กฎใหม่ ‘อังกฤษ’ รับรองผู้ฉีดวัคซีนจากประเทศใหญ่ พร้อมข้ามกักตัว 10 วัน ทั่วโลกบ่น 'ไร้เหตุผล'

กฎการเดินทางใหม่ของอังกฤษที่รับรองเฉพาะการฉีดวัคซีนจากสหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, เกาหลีใต้ และอียู สร้างความไม่พอใจไปทั่วโลก โดยกฎการเดินทางในยุค Covid-19 ฉบับใหม่ของอังกฤษ เลือกที่จะปฏิเสธการรับรองวัคซีนที่ฉีดจากประเทศแถบละตินอเมริกา, แอฟริกา, เอเชียใต้ และอีกหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งสร้างความไม่พอใจเป็นวงกว้าง โดยหลายคนมองว่าเป็นนโยบายที่เลือกปฏิบัติและไร้เหตุผล

ภายใต้กฎการเดินทางใหม่ที่ทางการอังกฤษประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca, Pfizer-BioNTech, Moderna หรือ Johnson&Johnson ในประเทศสหรัฐฯ, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, เกาหลีใต้ หรือประเทศในสหภาพยุโรป (EU) เท่านั้นที่จะถือว่า ‘ได้รับวัคซีนครบแล้ว’ และได้รับการยกเว้นไม่ต้องกักตัวเป็นเวลา 10 เมื่อเดินทางเข้าอังกฤษจากประเทศที่อยู่ในกลุ่มสีเหลือง

ขณะที่ผู้ได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้วจากประเทศในแถบแอฟริกา, ละตินอเมริกา, เอเชียใต้ หรือประเทศอื่นๆ รวมทั้งอินเดีย จะถือว่า ‘ได้รับวัคซีนยังไม่ครบ’ และต้องกักตัว 10 วันเมื่อเดินทางจากประเทศในกลุ่มสีเหลืองมาถึงอังกฤษ

นอกจากนี้ ในยุโรปยังเกิดความไม่พอใจที่อังกฤษไม่ยอมรับว่าผู้ที่เคยป่วย Covid-19 และได้รับวัคซีนแล้ว 1 โดส เป็นผู้ที่ ‘ได้รับวัคซีนครบแล้ว’ และยังต้องกักตัว 10 วัน ขณะที่หลายประเทศในสหภาพยุโรปถือว่าคนกลุ่มนี้ได้รับวัคซีนครบแล้วและสามารถเดินทางท่องเที่ยวในสหภาพยุโรปโดยไม่มีข้อจำกัดเพียงแค่ต้องแสดงใบรับรองการฉีดวัคซีน

ทั้งนี้ ทางการอังกฤษกำหนดให้ผู้ที่หายป่วยจาก Covid-19 และมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติแล้ว ยังต้องฉีดวัคซีนที่ต้องใช้ 2 โดส อาทิ Pfizer-BioNTech หรือ Moderna ให้ครบทั้งสองโดสก่อนด้วย 

ชาวบ้านนับพันคน เบียดแย่งบัตรคิวฉีดวัคซีน โวยวายลั่น จวกรพ.ไม่มีการจัดระเบียบ หวั่นเกิดคลัสเตอร์ใหม่ 

วันที่ 24 ก.ย. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลกันตัง อ.กันตัง จ.ตรัง ประชาชนจาก 11 ตำบล ใน อ.กันตัง ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับวัคซีนซิโนแวคเข็มแรก เนื่องในวันมหิดลกว่า 1,000 คน เดินทางไปเข้าคิวรอรับการฉีดวัคซีนซิโนแวคกัน ตั้งแต่เวลา 04.00 น. ทำให้ช่วงเช้าวันนี้ มีประชาชนไปเบียดเสียดกันเป็นจำนวนมาก และมีการจับกลุ่มพูดคุยกันโดยไม่มีการเข้าแถวให้เป็นระเบียบ หรือรักษาระยะห่าง ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทำงานได้อย่างล่าช้า

'อียู' เตรียมบังคับผู้ผลิตสมาร์ตโฟนใช้หัวชาร์จ USB-C เหมือนกันหมด ด้าน Apple แย้ง 'ถ่วงนวัตกรรม'

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สหภาพยุโรป (อียู) เตรียมบังคับให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนใช้หัวชาร์จไฟชนิด USB-C เป็นมาตรฐานแบบเดียวกันหมด ด้านบริษัท Apple ผู้พัฒนาหัวชาร์จแบบ ‘ไลต์นิง’ สำหรับไอโฟน แย้ง!! เป็นการถ่วงนวัตกรรม

โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ทางคณะกรรมาธิการยุโรป ได้ออกกฎระเบียบใหม่ โดยมีเป้าหมายในการออกกฎเพื่อลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้ที่ชาร์จไฟของเดิมที่มีอยู่เมื่อซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่

ปัจจุบัน ผู้บริโภคในยุโรป ซึ่งมีประชากรราว 450 ล้านคน มีหัวชาร์จให้เลือกใช้งาน 3 ประเภทหลักๆ คือ ‘ไลต์นิง’ ของ Apple, ไมโครยูเอสบีที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่ และ USB-C ที่เป็นแบบใหม่ ซึ่งใช้งานแพร่หลายมากขึ้น 

แต่ตามข้อเสนอของอียู จะกำหนดที่ชาร์จแบบ USB-C ให้เป็นมาตรฐานสากลสำหรับยุโรป และทันทีที่รัฐบาลของชาติสมาชิกและรัฐสภายุโรปอนุมัติ ก็จะส่งผลสะเทือนต่อตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลก 

นิพนธ์ ติดตามแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังเขต อ.เมืองสงขลา เร่งประสาน กรมชลประทาน ท้องถิ่น เสนองบประมาณ แก้ไขปัญหาภาพรวมทั้งจังหวัด  

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายวงศกร นุ่นชูคันธ์ รองผวจ.สงขลา นายอำเภอเมืองสงขลา ผอ.โครงการชลประทานสงขลา ปภ.สงขลา นายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง ผู้แทนอบจ.สงขลา ผู้แทนม.ราชภัฏสงขลา ลงพื้นที่สำรวจการวางแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตอำเภอเมืองสงขลา ได้แก่พื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา และเขตเทศบาลเมืองเขารูปช้าง เพื่อกำจัดสิ่งวัชพืชดินโคลนที่กีดขวางทางน้ำในการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในช่วงฤดูมรสุมของพื้นที่ภาคใต้ โดยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างจังหวัดสงขลา ม.ราชภัฏสงขลา ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สงขลา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เทศบาลเมืองเขารูปช้าง ซึ่งมีการสนับสนุนรถแบ็คโฮ รถบรรทุกขนย้ายวัชพืช เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานร่วมกันของหน่วยงานราชการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและไม่มีการขอสนับสนุนงบประมาณ

ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ชี้ ภาระงานดูแลผู้ป่วยโควิดใน รพ.ส่วนใหญ่น่าจะดีขึ้น เตือน ถ้าประมาท ระลอกถัดไปจะเกิดเร็ว-รุนแรงขึ้น จะเปิดเมืองเปิดประเทศต้องพิจารณาให้ดี อย่าไปเทียบกับประเทศอื่น

วันที่ 24 กันยายน 2564 พลอากาศโท นายแพทย์อนุตตร จิตตินันทน์ ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย โพสต์ข้อความเรื่อง 5 เดือนของการระบาดระลอกใหญ่ กับภาระงานในโรงพยาบาล ความว่า

วันนี้ครบ 5 เดือน ตั้งแต่ช่วงหลังสงกรานต์ ที่มีการรายงานข้อมูลการนอนโรงพยาบาลโดยกรมควบคุมโรค ที่ผมได้นำมาเสนออย่างต่อเนื่อง ตอนนี้แนวโน้มของภาระงานใน รพ.ดูค่อย ๆ ดีขึ้นครับ

ผู้ป่วยรักษาอยู่ทั้งหมด ผู้ป่วยรักษาอยู่นอกรพ. มีแนวโน้มค่อย ๆ ลดลง แต่เริ่มทรงตัวมาได้ประมาณ 1 สัปดาห์

ผู้ป่วยรักษาในรพ. ลดลงมากในช่วงปลายส.ค. แล้วเพิ่มขึ้น แต่ค่อนข้างทรงตัวมาเกือบ 3 สัปดาห์แล้ว

ผู้ป่วยอาการหนักและใช้เครื่องช่วยหายใจค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง แนวโน้มเป็นแบบเดียวกับการเสียชีวิตที่ค่อย ๆ ลดลงเช่นกัน

ผมลองทำกราฟใหม่ ดู % ของผู้ป่วยอาการหนักและใช้เครื่องช่วยหายใจเทียบกับผู้ป่วยทั้งหมดพบว่าลดลงจากที่เคยสูงสุดตอนเดือนมิถุนายน 5.5% เหลือ 3.2% อาจเป็นผลส่วนหนึ่งจากการที่ได้รับวัคซีนตั้งแต่ช่วงมิ.ย.ทำให้ % ผู้ป่วยอาการหนักลดลง

เมื่อดู % ของผู้ป่วยหนักและใช้เครื่องช่วยหายใจเทียบกับผู้ป่วยที่นอน รพ.ดูแปลก ๆ คงขึ้นกับนโยบายของการรับผู้ป่วยไว้ใน รพ.ในแต่ละช่วงเวลา โดยจะพบว่าลดลงค่อนข้างมาก จากเคยสูงสุดถึง 42.3% ในช่วงปลายเดือน ส.ค.ที่มีสถิติผู้ป่วยนอน รพ.ลดลงต่ำสุด ลงมาเหลือ 10% แสดงถึงภาระงานใน รพ.ที่มีการลดลงของ % ผู้ป่วยหนักอย่างชัดเจน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top