Sunday, 2 August 2026
Hard News Team

‘จุรินทร์’ ยันให้เกียรตินายกฯ และทุกพรรคร่วมรัฐบาล เชื่อนายกฯ คลี่คลายปัญหาให้เรียบร้อย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี, รมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงการที่นายกรัฐมนตรีมอบให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล 4 กรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เคยอยู่ในการดูแลของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรฯ ว่า ตนไม่ขอพูดอะไรถึงเรื่องนี้เพิ่มเติม เพราะทุกอย่างเหมือนกับที่เคยพูดไปในเรื่องความเห็น อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้รับทราบเรื่องนี้แล้ว ตนเชื่อว่าทุกอย่างจะออกมาด้วยดี

เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีจะเปลี่ยนให้ทั้ง 4 กลุ่มดังกล่าวมาอยู่ในการดูแลของ รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่? นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามนายกรัฐมนตรี แต่อย่างน้อยที่สุด ตนได้สื่อสารถึงนายกฯ แล้ว และท่านได้รับทราบ ทั้งนี้ส่วนตัวตนเชื่อว่าทุกอย่างจะออกมาด้วยดี พรรคประชาธิปัตย์ให้เกียรตินายกรัฐมนตรีในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล และให้เกียรติทุกพรรคที่ร่วมรัฐบาล เพราะเราเข้าใจดีถึงวัฒนธรรมของพรรคการเมืองในการทำงานร่วมกัน ในรูปแบบรัฐสภาและรัฐบาลผสม  ดังนั้นให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้คลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น  ส่วนจะเป็นการออกคำสั่งใหม่หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ขอให้ไปถามนายกรัฐมนตรี เพราะตนได้สื่อสารให้ท่านทราบแล้ว

 

"อนุชา" ยัน ทำตามมติมส. ปม ปลดเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ลั่น!! ดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอน

เมื่อ วันที่ 5 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประชาชนคัดค้านมติมหาเถรสมาคม (มส.) ปลดเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ว่า เรื่องนี้อยู่ที่มติที่ประชุมมส. ทุกอย่างดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอน ไม่มีอะไรอย่างอื่น

โซเชียลป่วนหนัก!! หลัง 'เฟซบุ๊ก-อินสตาแกรม' พร้อมใจ นัดกันล่มทั่วโลก

โซเชียลโวยลั่นเหมือนเสียโลกไปทั้งใบ หลัง Facebook, Instagram, WhatsApp พร้อมใจกันล่มทั่วโลก ขณะที่เฟซบุ๊ก ออกโรงแจง ขออภัยในความไม่สะดวก เผยแฮชแท็ก #เฟสล่ม #ไอจีล่ม ทะยานพุ่งติดเทรนด์อันดับ 1 ในทวิตเตอร์   

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โซเชียลปั่นป่วนพร้อมกันทั่วโลก โดยเมื่อเวลา 23.30 น. ของวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา ทั้ง Facebook Instagram และ WhatsApp ไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้แฮชแท็ก #เฟสล่ม, #ไอจีล่ม ทะยานพุ่งติดเทรนด์อันดับ 1 ในทวิตเตอร์ จนล่วงเข้าสู่วันที่ 5 ตุลาฯ ทั้งเฟซบุ๊ก และไอจี ก็ยังไม่สามารถใช้งานได้ ขณะที่แอปฯ อย่าง Line และ Twitter ยังคงใช้งานได้ตามปกติ

ครั้งแรก รัฐเปิดมาตรฐานตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าหนุนการผลิตได้คุณภาพสากล

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ สถาบันยานยนต์ (สยย.) ได้ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จัดทำร่างมาตรฐานรถยนต์สามล้อ (ตุ๊กตุ๊ก) ไฟฟ้า (มอก.3264-2564) และร่างมาตรฐานด้านยานยนต์อัจฉริยะอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถยนต์ โดยยึดหลักมาตรฐานอียู 168/2013 อ้างอิงในการจัดทำมาตรฐานรถตุ๊กตุ๊กให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล 

สำหรับมาตรฐานรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้ากำหนดคุณสมบัติที่สำคัญในด้านต่างๆ เช่น ด้านความปลอดภัย สมดุลการเข้าโค้ง ต้องไม่ลื่นไถลออกนอกโค้ง เมื่อขับขี่เข้าโค้งที่รัศมีโค้ง 3 เมตร ด้วยความเร็วเข้าโค้งที่ (20+1) กิโลเมตร/ชั่วโมง ระบบเบรก ต้องมีระยะเบรกไม่เกิน 20.09 เมตร และไม่พลิกคว่ำหรือลื่นไถลออกนอกช่องทางที่กำหนด เมื่อขับขี่ด้วยความเร็ว 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้แรงเบรกที่เท้าไม่เกิน 500 นิวตัน การเบรกขณะจอดบนพื้นลาดเอียง ต้องหยุดนิ่งได้มากกว่า 60 วินาที โดยไม่ลื่นไถลลงบนพื้นลาดเอียงที่ 12 % เมื่อใช้แรงดึงเบรกมือไม่เกิน 200 นิวตัน ขณะที่ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า ต้องมีเกณฑ์การปล่อยสัญญาณรบกวนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และภูมิคุ้มกันต่อการรบกวนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นไปตามที่กำหนด 

"สุชาติ" รูดซิปปากตอบปมปรับครม.​ โยน​ "บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม" จัดการ

ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายสุชาติ​ ชมกลิ่น​ รมว.แรงงาน​ และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.)​ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการสรรหาบุคคลของพรรค​ พปชร.ในการมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี​ ทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงว่า เรื่องการปรับครม.เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ นายกรัฐมนตรี​ และหัวหน้าพรรค ส่วนตัวไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ ส่วนในพรรคพปชร.เองก็ยังไม่ได้มีการคุยกันเรื่องนี้ เพราะการปรับครม.แต่ละครั้งจะเป็นดำริของหัวหน้าพรรค แต่ขณะนี้ยังไม่มีการประชุมพรรคและคุยกันเรื่องนี้

 

ครบรอบ 25 ปี โรงพยาบาลพญาไท 3

ครบรอบ 25 ปี โรงพยาบาลพญาไท 3

(4 ต.ค.64)​ บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลพญาไท 3​ นพ.สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 3 เพชรเกษม 19  คุณศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด กลุ่ม PMC คุณณัฐชานันท์ นิธิโชติวรภัทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด คุณภาวิณี วัยปัทมะ ผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล พร้อม แพทย์ พยาบาล พนักงาน ร่วมทำบุญ และทำพิธีบวงสรวงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องในโอกาส ที่ทางโรงพยาบาลพญาไท 3 ครบรอบ 25 ปี เพื่อเป็นศิริมงคล 

จังหวัดขอนแก่นเริ่มฉีดวัคซีนให้เด็กแล้ววันนี้ พร้อมกับหลาย ๆ จังหวัดทั่วประเทศ ผู้ว่าขอนแก่น มั่นใจ เดือนพฤศจิกายนปีนี้ ถ้านักเรียนในจังหวัดฉีดครบทั้ง 2 เข็มแล้วเตรียมพิจารณาเปิดเทอมในภาคการเรียนที่ 2 ทันที

วันนี้ (4 ตุลาคม พ.ศ.2564) เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ เขตการศึกษาพิเศษ เขต 9 นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นพ.ชาตรี เมธาธราธิป ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ร่วมเปิดกิจกรรม Kickoff สร้างเกราะด้วยวัคซีน เด็กปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม พร้อมกันกับสถานศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศ ในการให้บริการวัคซีนให้กับเด็กและเยาวชนในกลุ่มอายุ 12 - 18 ปี เข็มที่ 1 ไฟเซอร์ โดยมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาที่เข้าเกณฑ์อายุตามที่กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุขกำหนดเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรกวันนี้ 78 คน

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า “การให้บริการวัคซีนในกลุ่มอายุ 12 - 18 ปี พร้อมกันทั้งประเทศวันนี้ทุกจุดฉีดวัคซีนมีการดำเนินการพร้อมกันโดยขอนแก่นนำร่องในกลุ่มเด็กพิเศษ ที่ทุกคนได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองและเข้ารับวัคซีนเข็มแรกวันนี้และจะทยอยการให้บริการวัคซีนครอบคลุมทุกพื้นที่อำเภอของจังหวัดตามการจัดสรรของกระทรวงสาธารณสุข 

“ซึ่งจากข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการพบว่ากลุ่มอายุดังกล่าวทั้งจังหวัดมีทั้งสิ้น 147,000 คน โดยมีการยินยอมให้ฉีดวัคซีนรวม 90,000 คน ซึ่งชุดแรกของการรับวัคซีนตามการจัดสรรนั้นจะต้องเข้ารับการฉีดเข็มแรกในรอบแรกประมาณ40,000 คน”

"ขอนแก่นมีเด็กนักเรียน 12 - 18 ปี ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงมัธยมต้นและมัธยมปลาย โดยจากการสำรวจทั้งหมดมีอยู่ 147,000 คน ที่จะต้องเข้ารับการฉีดและขณะนี้มีการยินยอมทั้งผู้ปกครองและนักเรียนอยู่ที่ประมาณ 90,000 คน เริ่มฉีดวันนี้จะเป็นที่โรงเรียนศรีสังวาลย์เป็นโรงเรียนเด็กพิเศษ และอีกหนึ่งที่เปิดให้บริการที่ศูนย์ประชุมไคซ์ เป็นความรับผิดชอบของ รพ.ศูนย์ขอนแก่น ที่จะมีการฉีดวัคซีนให้กับเด็กนักเรียนขอนแก่นวิทยายน ประมาณ 2,400 คน และที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าเป็นจุดฉีดของ รพ.ศรีนครินทร์ ที่ทำการฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมานเช่นกัน ซึ่งวันนี้ขอนแก่นได้รับวัคซีนมาจากทางส่วนกลาง 47,580 โดส แล้วก็จะทยอยมาเป็นระยะ ๆ ภายใน 3 สัปดาห์เข็มที่ 1 จะต้องได้รับการฉีดทั้งหมด ประมาณ 85% ของกระทรวงศึกษาธิการได้วางแผนเอาไว้เพื่อให้โรงเรียนได้เปิดการเรียนการสอนให้ได้ในเทอมที่2"

‘นายกฯ’ รับมอบยารักษาโควิดจาก ‘เยอรมนี’ พร้อมจ่อส่งแอสตร้าฯ​ เพิ่มอีก 3 แสนโดส

(4 ต.ค. 64) ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเก-ออร์ค ชมิท (H.E. Mr. Georg Schmidt) เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในพิธีรับมอบยารักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี 

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยสาระสำคัญ ดังนี้นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและชื่นชมการทำงานของเอกอัครราชทูตฯ ที่ได้ปฏิบัติงานอย่างแข็งขันตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการสนับสนุนความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศด้วยการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งชื่นชมการส่งเสริมความตระหนักรู้ของเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีฯ ด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่ไทยให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน

พร้อมฝากความปรารถนาดีไปยัง นางอังเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ผู้นำเยอรมนีอย่างแข็งขันมาโดยตลอด และยินดีกับการจัดการเลือกตั้งทั่วไปของเยอรมนีที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยรัฐบาลไทยพร้อมที่จะกระชับความร่วมมือกับรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีชุดใหม่เพื่อบรรลุความเป็นหุ้นส่วนอย่างรอบด้านต่อไป

เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีฯ กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การดูแลและต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับการประสานงานและอำนวยความสะดวกในการรับมอบยารักษาโควิด-19 ในครั้งนี้ ยินดีที่จะเป็นสื่อกลางในการสานสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเยอรมนีให้มากยิ่งขึ้นผ่านความร่วมมือด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการค้าการลงทุน เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงด้านพลังงานทางเลือก ซึ่งไทยถือพันธมิตรที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินแนวทางเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเยอรมนีพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและช่วยเหลือไทยอย่างเต็มศักยภาพในทุกมิติ

“ผบ.ทอ.” ตั้งโทรโข่ง ประชาสัมพันธ์งานกองทัพ 

พล.อ.อ.นภาเดช  ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ลงนามแต่งตั้งทีมโฆษกกองทัพอากาศชุดใหม่ ให้ พล.อ.ต.บุญเลิศ อันดารา ผอ.สำนักงานบัณฑิตศึกษา โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช และ พลอากาศตรี ประภาส  สอนใจดี ผอ.สำนักนโยบายและแผน กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ  เป็นโฆษกกองทัพอากาศ 

สำหรับ พล.อ.ต.บุญเลิศ  อันดารา มีความเชี่ยวชาญในสายงานด้านวิชาการ การวิจัยและพัฒนา มีบทบาทในการคิดค้นนวัตกรรมที่สำคัญของกองทัพอากาศ จะทำหน้าที่ในการสื่อสารด้านการพัฒนากองทัพอากาศในมิติต่าง ๆ 

ด้าน พลอากาศตรี ประภาส  สอนใจดี เป็นอดีตผู้ช่วยทูตทหารอากาศประจำกรุงจาการ์ตา มีความเชี่ยวชาญในงานด้านยุทธศาสตร์ ด้านยุทธการของการใช้กำลังทางอากาศสมัยใหม่ รวมทั้งมีประสบการณ์ด้านการประชาสัมพันธ์ เนื่องจากเคยเป็นรองผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์มาก่อน

โดยมีคณะทำงาน  รองโฆษกกองทัพอากาศ 2 คน ได้แก่ 
- นาวาอากาศเอก อภิรัตน์  รังสิมาการ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์ กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ
- นาวาอากาศเอก วีรชน นรานุต นายทหารกิจการพลเรือนทหารอากาศอาวุโส กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ และผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์/วิทยุ

และผู้ช่วยโฆษกกองทัพอากาศ 4 คน ประกอบด้วย 
- นาวาอากาศโท สุรินท์นาท  เจริญจิตต์ นายแพทย์ กองศัลยกรรม โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ
- นาวาอากาศโทหญิง จิรายุ  ด้วงนุ้ย หัวหน้าแผนกสื่อสารมวลชน กองประชาสัมพันธ์ สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์ กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ
- นาวาอากาศตรี ณัฐนัย  จันทร์เปล่ง รองหัวหน้าแผนกโครงการและงบประมาณ กองนโยบายและแผน สำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารอากาศ
- เรืออากาศโทหญิง วัชรีภรณ์  สร้อยทอง นายทหารกิจการทูตทหารและศึกษาต่างประเทศ แผนกกิจการทูตทหารและศึกษาต่างประเทศ สำนักนโยบายและแผน กรมข่าวทหารอากาศ

รัฐบาลเคาะแผนลงทุนอีอีซี 5 ปีข้างหน้า มูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ กพอ. ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ผ่านระบบ Video Conference ว่า ที่ประชุมเห็นชอบการปรับแผนลงทุนอีอีซีในระยะ 5 ปีข้างหน้า (ปี 2565-69) มีวงเงินลงทุนรวมประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท เน้นขับเคลื่อนต่อยอดและเร่งรัดการลงทุนด้วยการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และวิจัยพัฒนา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ถือเป็นกลไกหลักช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตเต็มศักยภาพ 4.5 – 5% ต่อปี และยังช่วยบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 พร้อมส่งผลให้ไทยพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ก้าวสู่ประเทศพัฒนาได้ในปี 72

สำหรับตามแผนการลงทุนรวม 2.2 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1.การต่อยอดโครงสร้างพื้นฐาน 2 แสนล้านบาท จากเมืองการบินภาคตะวันออก การพัฒนาพื้นที่ 30 กม.รอบสนามบิน และพัฒนาพื้นที่รอบสถานีหลักรถไฟความเร็วสูงฯ 2.ดึงดูดอุตสาหกรรมเป้าหมาย ปีละ 400,000 ล้านบาท  แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ การลงทุนในระดับฐานปกติ ปีละ 250,000 ล้านบาท และการลงทุนส่วนเพิ่มที่เน้นอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ดิจิทัล การแพทย์สมัยใหม่ การขนส่งโลจิสติกส์ เกษตรสมัยใหม่และอาหาร รวมปีละ 150,000 ล้านบาท 3.ยกระดับชุมชนและประชาชน เร่งพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนระดับหมู่บ้าน พัฒนาตลาดสด/ e-commerce สร้างรายได้ให้ชุมชนเพิ่ม ยกเครื่องการศึกษา สาธารณสุขพื้นฐาน สิ่งแวดล้อมและสาธารณูปโภคที่สะดวกสบายให้ชุมชน  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top