Sunday, 2 August 2026
Hard News Team

"เสกสกล" ตีแสกหน้า "ปู" สุมหัว "ปลอดกับโต้ง" ออกคลิปน้ำท่วม'54 แก้ตัวน้ำขุ่นๆ ฟอกตัวอย่างไม่เกรงใจประชาชน โยนบาปให้คนอื่น 

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เผยแพร่คลิป “น(า)ทีวิปโยค : 10 ปีมหาอุทกภัย” ย้อนรอยเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยนายเสกสกล ได้ออกมาเปิดเผยว่า อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ และอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณคิดเพื่อไทยทำอีกหลายคน โดยเฉพาะนายปลอดประสพ สุรัสวดีและนายกิตติรัตน์  ณ ระนองอดีตรองนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์พาดพิง กล่าวหาหน่วยงานรัฐ รวมไปถึงพยายามแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ฟอกตัวอย่างไม่เกรงใจประชาชนที่ทุกข์ระทมขมขื่น มีชีวิตเหมือนตกนรกทั้งเป็นหลายเดือนจากการบริหารจัดการน้ำไร้ประสิทธิภาพในยุคนั้น 
 
ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์น้ำท่วมปี 2554 ยาวข้ามปีไปถึง 2555  คนไทยจำได้ดี น้ำท่วมกินพื้นที่กว่า 36 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 65 จังหวัด ไล่ตั้งแต่เชียงใหม่ลงมาถึง กทม. ประชาชนเดือดร้อนกว่า 12 ล้านคน คนตายอย่างน้อย 815 คน มีคนไทยกว่า 5 ล้านคน กลายเป็นผู้อพยพ  คนงานเกือบ 650,000 คน ตกงานหรือได้รับผลกระทบอย่างหนัก มีนักวิชาการธนาคารโลกประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 1.425 ล้านล้านบาท

แต่มาวันนี้นางสาวยิ่งลักษณ์กับพวกกลับหน้ามึนถึงขนาดออกมาโยนขี้ให้คนอื่นไปทั่ว ไม่เห็นความบกพร่องผิดพลาดของพวกตนเลย พยายามแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ด้วยวาทกรรมเดิมๆ ทั้งๆ ที่ความจริง รัฐบาลยิ่งลักษณ์แถลงนโยบายในวันที่ 23 สิงหา 2554 หากใส่ใจกับการแก้ปัญหาจริงๆ เหมือนการออกพาสปอร์ตและแก้ปัญหาให้พี่ชาย ทักษิณ ชินวัตร ที่หนีคดีอยู่ ย่อมจะสามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนทุเลาลงได้มากกว่านี้หลายเท่านัก 

สถานการณ์น้ำท่วมปี54 ส่งสัญญาณมาจากพายุไหหม่า และนกเต็น ตั้งแต่เดือน มิ.ย. และ กค. 2554 มีสถานการณ์น้ำท่วม ประชาชนเดือดร้อนจำนวนมาก แต่ยิ่งลักษณ์มัวแต่นวยนาด กว่าจะลงมือแก้ปัญหาจริงๆ จังๆ ก็กลางเดือนกันยา 54  กว่าจะตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยก็เดือนตุลา54 ใช้สนามบินดอนเมืองเป็นศูนย์ แล้วสุดท้ายขนาดดอนเมืองยังปล่อยให้ท่วม แล้วชีวิตชาวบ้านจะเหลืออะไร นั่นเป็นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากของคนไทย ที่ต้องทนอยู่กับนายกฯโง่ๆ และรัฐบาลหุ่นเชิดที่คอยแต่รับคำสั่งจากคนแดนไกลอย่างแท้จริง

หลายฝ่ายถอดบทเรียนตรงกัน ว่าปัญหาใหญ่ส่วนหนึ่งในอุทกภัยปี 54 นอกจากน้ำท่วมเยอะสูงสุดในประวัติศาสตร์แล้วยังมีประสิทธิภาพต่ำของรัฐบาล ที่ทำงานมุ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นหลัก แต่ขาดความรวดเร็วและคิดไม่รอบด้านขาดการวางแผนและเตรียมการป้องกันที่ดี  แย่งซีนกันทำงาน เอาการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา  การสื่อสารในยามวิกฤตล้มเหลวสิ้นเชิง อย่างการแถลงข่าวของ”ปลอดประสพ สุรัสวดี” ที่เป็นหัวหน้าทีมปฏิบัติการของศปภ.เมื่อ 13 ตุลาคม 2554 ผ่านการถ่ายทอดสดทางทีวี บอกว่าขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในปทุมธานีเริ่มวิกฤต จึงขอเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ปทุมธานีและใกล้เคียงอพยพมาอยู่ที่ดอนเมือง จนสร้างความปั่นป่วนไปทั่ว แล้วหลังจากนั้น น้ำก็ท่วมศูนย์ ศปภ.ถึงบันไดเครื่องบิน จนต้องย้ายหนี เป็นภาระของสังคมเสียอีก แม้แต่ของบริจาคประชาชน ยังมุบมิบ ติดป้ายเอาหน้าหาเสียง อมทั้งของหลวงของราษฎร ตัวนายกฯ ก็อ่านแถลงการณ์ผิดๆ ถูกๆ เป็นที่น่าเวทนาแก่ใจของคนไทยในขณะนั้น 

นายกิตติรัตน์เองก็ทำได้เพียงไปร้องไห้กับนักลงทุนต่างชาติ ผลสำรวจออกมา ชาวบ้านจดจำชัดเจนว่าใครช่วย ใครเป็นที่พึ่งในยามนั้นมากที่สุด คือ ทหาร –จิตอาสาหรืออาสาสมัครภาคประชาชนและสื่อมวลชน ยิ่งกว่านั้น การมาฟอกตัวเรื่อง พรก.น้ำ 3.5 แสนล้านบาท ก็เป็นการบิดเบือน เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น โครงการน้ำที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เร่งรัดผลักดัน ทำโครงการเป็นโมเดลต่างๆ เป็นการเอาโครงการประเภทร้อยพ่อพันแม่มามัดรวมกันเป็นกลุ่มๆ แล้วให้เอกชนเข้ามายื่นข้อเสนอ ยื่นราคารับเหมา โดยไม่มีราคากลางตามกฎหมายปกติ งดเว้นระเบียบราชการ แต่ตั้งกรอบงบเอาไว้ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ต้องครหาส่อทุจริต 
ผลประมูลปรากฏว่า กลุ่มเค-วอเตอร์จากเกาหลีใต้คว้าชิ้นปลามันไปครอง

'ครม.' เคาะ!! คนละครึ่งเฟส 3 เพิ่ม บวกอีก 1,500 มัดรวมยอดรอบ 1 & 2

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 รับทราบและอนุมัติตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (คณะกรรมการฯ) ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 ในคราวประชุมครั้งที่ 11/2564 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564 โดยคณะกรรมการฯ เห็นควรให้ความเห็นชอบและอนุมัติการเพิ่มวงเงินสนับสนุนในโครงการ ดังนี้... 

(1) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 (โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรฯ ระยะที่ 3)

(2) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือฯ)

(3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3

และ (4) โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ตามที่กระทรวงการคลังโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเสนอ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบการแพร่ระบาดของ COVID-19 ให้แก่กลุ่มที่มีความเปราะบางทางด้านรายได้ ทรัพย์สิน และหนี้สิน และผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ตลอดจนเพื่อพยุงและฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 ผ่านการเพิ่มอุปสงค์การบริโภคภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ประกอบการมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยมีรายละเอียดดังนี้…

1.) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรฯ ระยะที่ 3 เพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านธงฟ้าฯ) และค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการจากร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 เพิ่มเติม จำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือนเป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม 2564 (รวม 600 บาทต่อคน) ให้แก่ผู้มีบัตรฯ จำนวนไม่เกิน 13,537,294 คน รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้น 500 บาทต่อคนต่อเดือนในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม 2564

***เดิมที่ผ่านมาช่วง ก.ค. - ต.ค. รัฐบาลให้เพิ่มเดือนละ 200 บาทอยู่แล้ว แต่รอบใหม่ พ.ย. - ธ.ค. ให้เดือนละ 200 + 300 (ที่ ครม. มีมติเพิ่มให้วันนี้) รวมให้เดือนละ 500 บาท

2.) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือฯ เพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าฯ และค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการจากร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 เพิ่มเติม จำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม 2564 (รวม 600 บาทต่อคน) ให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือฯ จำนวนไม่เกิน 2,306,469 คน รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้น 500 บาทต่อคนต่อเดือนในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม 2564

3.) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 เพิ่มเติมวงเงินสนับสนุนรัฐร่วมจ่าย รอบที่ 3 จำนวน 1,500 บาทต่อคน ในเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม 2564 (โดยนำไปรวมกับวงเงินคงเหลือจากรอบที่ 1 และ 2 ของโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 โดยอัตโนมัติ) ให้แก่ผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 จำนวนไม่เกิน 28,000,000 คน

‘ส.ส.จองชัย’ อาสาประสานขอวัคซีนโควิด เร่งฉีดเข็ม 1 หวังสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในพื้นที่

ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก สำรวจผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิดเข็ม 1 ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ว่า สัญญาณโควิดและวัคซีนในประเทศไทยมีแนวโน้มดีขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ด้วยความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ทุกคน จึงอยากสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับการรับวัคซีน

ขณะนี้ มีใครที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข็ม 1 บ้าง และเหตุผลที่ยังไม่ได้รับ เพราะเหตุใด

สำหรับบางท่านที่กังวล หรือ กลัวที่จะรับวัคซีน ตนอยากจะขอร้องให้ออกมาฉีดเถอะ เพราะนอกจากจะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่แล้ว ต่อไปการเรียกดูผลฉีดวัคซีนจะเป็นสิ่งสำคัญ หากใครที่มีข้อยืนยันในส่วนนี้ การเดินทางไปไหนมาไหนก็อาจจะไม่คล่องตัว

นายกฯ ญี่ปุ่น ยืนยันตามแผนเดิม ปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนกัมมันตรังสีฟูกุชิมะลงมหาสมุทร

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ฟูมิโอะ คิชิดะ ยืนยันเมื่อวานนี้ (17 ต.ค.) ว่า แผนการปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนกัมมันตรังสีจากโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิดะลงสู่มหาสมุทร ‘ไม่สามารถเลื่อนออกไปได้’ ถึงแม้คนในพื้นที่จะแสดงความวิตกกังวล รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เกาหลีใต้ ที่ยังคงสั่งแบนอาหารทะเลจากภูมิภาค

เอพีรายงาน เผย ผู้นำญี่ปุ่นประกาศระหว่างเดินทางไปเยือนโรงงานพลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมะ ชี้ว่า เขาจะทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นชุดใหม่ของตนเองจะทำงานเพื่อให้มั่นใจว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่รอบโรงงานเกี่ยวกับความปลอดภัยทางเทคนิคของโครงการปล่อยน้ำเสีย

‘สุริยะ’ กำชับ สมอ. ยกระดับมาตรการเข้มข้น สกัดสินค้าไม่ได้มาตรฐานก่อนถึงมือผู้บริโภค

‘สุริยะ’ กำชับ สมอ. ยกระดับมาตรการเข้มข้นป้องกันสินค้าไม่ได้มาตรฐานทะลักเข้ามาในประเทศ เตรียมบูรณาการกรมศุลกากรสุ่มตรวจหน้าด่านทั่วประเทศ พร้อมบูรณาการความร่วมมือ สคบ. อย. ตรวจควบคุมสินค้าอุปโภค บริโภค ป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับผู้บริโภค 

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ สมอ. เพิ่มมาตรการเชิงรุกในการตรวจควบคุมการจำหน่ายสินค้าในท้องตลาด และทางออนไลน์ให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่มีการโฆษณาผ่านทางทีวีดิจิทัล และสื่อออนไลน์ ในช่วงที่ประชาชนต้องใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เช่น อย. และ สคบ. ร่วมกันทำงานเชิงรุกเพื่อตรวจสอบคุณภาพสินค้าในท้องตลาดอย่างเข้มงวด 

นายบรรจง สุกรีฑา เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยภายหลังเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ สมอ. ว่า สมอ. จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจควบคุมไม่ให้สินค้าด้อยคุณภาพทะลักเข้ามาในประเทศเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค ด้วย 3 มาตรการหลัก ได้แก่ 

1.) บูรณาการความร่วมมือกับกรมศุลกากรในการสุ่มตรวจสินค้าที่ด่านศุลกากรทั่วประเทศ 
2.) เพิ่มความถี่ในการตรวจติดตามเมื่อผู้รับใบอนุญาตได้นำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในประเทศ โดยบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด 
3.) สมอ. จะตรวจติดตาม ณ โรงงานที่ตั้งในต่างประเทศทันทีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย เพราะที่ผ่านมา สมอ. ไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจโรงงานในต่างประเทศได้ 

'ทีทีบี' ชี้!! พร้อมคืนเงินลูกค้าบัญชีถูกตัดเงินไม่ปกติ แจ้ง ttb contact center 1428

จากกรณีลูกค้าธนาคารหลายแห่งถูกตัดเงินจากบัญชี โดยไม่ทราบสาเหตุนั้น

ล่าสุด ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) ได้โพสต์แจ้งผ่านเฟซบุ๊ก ttb bank แจ้งข่าวกรณีลูกค้าพบรายการชำระเงินออนไลน์ผ่านบัตรเดบิต และเครดิต โดยที่ไม่ได้ทำธุรกรรมด้วยตนเอง ขอให้แจ้งธนาคารเพื่อตรวจสอบทันที ที่ ttb contact center 1428 ซึ่งหากพบรายการผิดปกติ ธนาคารพร้อมคืนเงินให้กับลูกค้าทุกราย

‘ยิ่งลักษณ์’ ชวนดูสารคดี ‘น(า)ทีวิปโยค : 10 ปีมหาอุทกภัย’ เสียงบอกเล่าจากบุคคลในเหตุการณ์น้ำท่วม 54

18 ต.ค. 64 - น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Yingluck Shinawatra ระบุว่า ฝากคลิปสารคดีจากพรรคเพื่อไทยที่มาสัมภาษณ์เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ ความทรงจำ การบริหารจัดการน้ำเมื่อ 10 ปีก่อน ที่ควรเร่งแก้ไข เพื่ออนาคตที่ดีของคนไทยค่ะ 

ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แชร์เพจพรรคเพื่อไทย ที่ระบุว่า 10 ปีที่แล้ว ประเทศไทยเกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ น้ำท่วม น้ำหลาก น้ำป่า น้ำเขื่อน พากันไหลบ่าท่วมพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ความยากลำบากเกิดขึ้นกับประชาชนแทบทุกจังหวัด ความเสียหายรุนแรงและยาวนานมากกว่า 6 เดือน จนกลายเป็นภาพหลอนที่ยังคงฝังใจหลายคนมาจนถึงทุกวันนี้

วิเคราะห์คดี ‘บาส’ พฤติกรรมวิวาทเกลื่อนเมือง พาสังคมไปจุดไหน | Click on Clear THE TOPIC EP.66

???? Exclusive วันนี้!! พบกับแขกรับเชิญพิเศษ ‘รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล’ ผู้ช่วยอธิการบดีและประธานกรรมการ คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม ม.รังสิต
???? ใน Topic : วิเคราะห์คดี ‘บาสมีดคู่’ พฤติกรรมวัยรุ่นวิวาทเกลื่อนเมือง กำลังพาสังคมไปจุดไหน

ร่วมจับประเด็น เน้นความรู้ได้ในรายการ Click on Clear THE TOPIC

ดำเนินรายการโดย ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา PROGRAM DIRECTOR THE STATES TIMES

รองโฆษกรัฐบาล แจง ศบค.ส่วนหน้าดูแล 4 จว.ชายแดนใต้ ไม่ซ้ำซ้อน ตั้งเป้า สกัดให้ได้ใน 2 เดือน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "แจงให้เคลียร์กับทีมโฆษกรัฐบาล" ถึงการตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด - 19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศบค. ส่วนหน้า ว่า ศบค. ส่วนหน้า จะทำหน้าที่ดูแล และป้องกันการแพร่ระบาด โควิด-19 ใน 4 จังหวัดคือ นราธิวาส ยะลา ปัตตานี และสงขลา ซึ่งมีอัตราการแพร่ระบาดสูง โดยจะไม่ซ้ำซ้อนกับศบค. ส่วนกลาง ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความมั่นใจว่าจะดูแลสถานการณ์ให้ได้อย่างทั่วถึง เป็นการทำงานบูรณาการจากกระทรวงสาธารณสุข การดูแลการเข้าออกด่านทางบก และการประสานงานทางศาสนา ตั้งเป้าว่าจะควบคุมและลดการระบาดภายใน 1-2 เดือน หรือลดผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ให้ได้ร้อยละ 10 ต่อสัปดาห์

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในแต่ละจังหวัดก็จะมีมาตรการที่สอดคล้องกับพื้นที่ เช่น จังหวัดยะลา จะตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้กับประชาชนให้ได้ 70% ภายในเดือนตุลาคม ล่าสุดการฉีดวัคซีนจนถึงวันที่ 18 ตุลาคมนี้ได้ฉีดไปแล้ว 62% ของจำนวนประชากรในจังหวัด นอกจากนี้ในจังหวัดยะลายังมีมาตรการเพิ่มเติมขึ้นมาโดยผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้ออกประกาศ 2 ฉบับ คือ ผู้ที่อยู่ในด่านรอยต่อขาเข้า ทั้ง 12 ด่าน ต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งเข็ม ถึงจะสามารถเข้ามาในจังหวัดยะลาได้ และในวันที่ 20 ตุลาคม ได้ประกาศให้ประชาชนที่จะเข้ามาติดต่อหน่วยงานราชการ  ธนาคาร หรือการละหมาด ต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย หนึ่งเข็มเพื่อลดการแพร่เชื้อ 

“รองโฆษกรัฐบาล”ย้ำ 1 พ.ย. นี้ ให้ “เปิดมหาลัย-โรงเรียน” เรียนในที่ตั้ง เผย ฉีดวัคซีนเด็กมหาลัย กว่า1 ล้านคน 

น.ส.รัชดาธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “แจงให้เคลียร์กับทีมโฆษกรัฐบาล” ถึงการเปิดเรียนในที่ตั้งและการฉีดวัคซีนให้นักเรียนนักศึกษา ว่า ในระดับอุดมศึกษา ทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เห็นว่ามหาวิทยาลัยจะมีความพร้อมให้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยตั้งแต่วันที่1พ.ย.นี้โดยขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละสถานที่ ส่วนการฉีดวัคซีนให้นักศึกษาและบุคลากรในมหาวิทยาลัย ได้ฉีดแล้วกว่า 1 ล้านคน

สำหรับนักเรียนก็ตั้งเป้าเปิดเรียนในที่ตั้งตั้งแต่วันที่1 พ.ย.เช่นกัน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละโรงเรียนในแต่ละพื้นที่อาจมีความพร้อมไม่เท่ากัน โรงเรียนบ้านแห่งที่อยู่นอกพื้นที่เสี่ยงพิจารณาเปิดเรียนได้ง่ายและรวดเร็วกว่า ส่วนการฉีดวัคซีนมีผู้ปกครองแสดงความประสงค์ให้ลูกหลานฉีดวัคซีนเพิ่มมากขึ้น โดยฉีดให้เด็กนักเรียนตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไปถึงวันที่ 18 ต.ค.จำนวน 1,130,000 คน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top