Sunday, 2 August 2026
Hard News Team

“บิ๊กแก้ว” นั่งหัวโต๊ะประชุมผบ.เหล่าทัพ และผบ.ตร. มอบนโยบาย แนวทางตามนโยบายรัฐบาล และนโยบายของ กระทรวงกลาโหม พร้อมให้การสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดิน

ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) ได้จัดการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยมี พล.อ.เฉลิมพล  ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นประธาน พร้อมด้วย ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)  และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้กล่าวแสดงความยินดีกับ ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ นายทหารและนายตำรวจที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ รวมทั้งผู้ที่ได้รับพระราชทานยศสูงขึ้น  เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 โดย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้มอบนโยบายแก่เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

ให้ยึดถือกรอบแนวทางตามนโยบายของรัฐบาล และนโยบายของ กระทรวงกลาโหม รวมทั้งการสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดินให้มีเสถียรภาพ และเกิดความต่อเนื่อง ตลอดจนดำรงความต่อเนื่องในการปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยนโยบายที่สำคัญใน 6 ด้านได้แก่ 

การพิทักษ์รักษา ปกป้อง เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดำรงไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า พิทักษ์รักษา ปกป้อง เทิดทูนพระมหากษัตริย์องค์จอมทัพไทย และน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการมาดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน

การป้องกันประเทศ ดำรงขีดความสามารถและความพร้อมในการป้องกันประเทศ และรักษาผลประโยชน์ของชาติในทุกมิติ ตลอดจนการปฏิบัติการร่วมระหว่างเหล่าทัพอย่างเป็นปึกแผ่น พัฒนาเสริมสร้างกองทัพให้เข้มแข็ง ทันสมัย โดยการนำขีดความสามารถทางเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของกองทัพ

การรักษาความมั่นคงของรัฐ สนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ รวมทั้งการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศโดยยึดมั่นในประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง 

บอร์ดรฟท. อนุมัติค่าโดยสารสายสีแดง กำหนดราคา 12-42 บาท เป็นเวลา 3 ปี

19 ต.ค. 64 - นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ในฐานะประธานกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม บอร์ด รฟท.วันนี้ ได้อนุมัติในหลักการ กำหนดอัตราค่าโดยสาร รถไฟชานเมืองสายสีแดง ตลิ่งชัน-บางซื่อ และบางซื่อ-รังสิต โดยกำหนดอัตราที่ค่าแรกเข้า 12 บาท และเก็บสูงสุด ไม่เกิน 42 บาท โดยจะจัดเก็บอัตราดังกล่าวไปเป็นเวลา 3 ปี 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอนุมัติอัตราค่าโดยสารของบอร์ดรฟท. เป็นการกำหนดอัตราค่าแรกเข้า 12 บาท และเก็บตามระยะอีก กม.ละ 1.50 บาท สูงสุดไม่เกิน 42 บาท  อย่างไรก็ตาม เนื่องจากก่อนหน้านี้นายศักดิ์สยาม  ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ได้ให้นโยบายว่า การกำหนดอัตราค่าโดยสารนั้น ต้องเกิดประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการ เป็นธรรมกับทุกฝ่าย และไม่เป็นภาระกับองค์กร (รฟท.) ในอนาคต  

“สงคราม” อัด “บิ๊กตู่” เปิดเมืองหากล้มเหลวต้องไม่โยนบาปประชาชน ชี้ รัฐบาลขนคณะลงพื้นที่หลายจังหวัดเพื่อไปหาเสียงมากกว่าไปช่วยชาวบ้านถูกน้ำท่วม

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า จากการที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด  แต่น่าเสียดายที่ทุกจังหวัดที่เดินทางไป ไม่เคยเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วมแต่อย่างใด ไปตรวจน้ำท่วมแต่ไม่เคยเข้าถึงประชาชน ในทางกลับกันกลับให้ข้าราชการเกณฑ์คนมารอต้อนรับพร้อมบอกบทให้พูด การไปแบบนี้เป็นการไปหาเสียงมากกว่า การขนบรรดานักการเมืองเดินตามจึงมีเป้าประสงค์อย่างเดียวคือการไปเพื่อการเมืองไม่ได้ไปเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบปัญหา  

อยากถามว่าไปทำอะไร เพราะในทุกพื้นที่ที่เดินทางลงไปไม่ได้แก้ปัญหาให้ประชาชน เหมือนไปเที่ยวมากกว่า ทั้ง นนทบุรี สระบุรี ชัยภูมิ นครราชสีมา อยุธยา อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช บอกไปดูน้ำท่วม แต่ไปดูแล้วประชาชนได้อะไร เพราะไปมือเปล่า ส่วนที่เดินทางไปอุบบลราชธานี คนเป็นนายกรัฐมนตรีกลับไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึง มีการเตรียมกำลังทหารตำรวจมากกว่า 200 นาย ป้องกันไม่ให้ประชาชนเข้าถึง ซึ่งชัดเจนว่าพลเอกประยุทธ์ไม่เคยให้ความสำคัญกับประชาชนเลย
 
นายสงคราม กล่าวด้วยว่า การเปิดประเทศในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ หากเปิดแล้วคุมการระบาดไม่ได้เชื่อว่าการระบาดของโควิดในไทยจะเพิ่มขึ้นหลักหลายหมื่นอย่างแน่นอน นอกจากนี้การเปิดประเทศเป็นนโยบายของรัฐบาล แต่ท่าทีล่าสุดของพลเอกประยุทธ์พร้อมที่จะโยนความให้กับประชาชน ดังนั้นผลที่ตามมาคือพลเอกประยุทธ์พร้อมลอยตัวหนีความผิดและไม่รับผิดชอบต่อชีวิตประชาชน ไม่อายประชาชนก็ควรอายตัวเองบ้าง รู้จักยอมรับความผิดบ้างอย่าเอาแต่หนีอย่างเดียว                                                

แบงก์ชาติเผยผลตรวจสอบ ดูดเงินจากบัญชี พบ 90% เป็นธุรกรรมบัตรเดบิต ใช้ซื้อสินค้าจากร้านค้าในต่างประเทศ มูลค่าความเสียหายกว่า 130 ล้านบาท

จากกรณีที่มีการแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์ มีผู้เสียหายถูกดูดเงินจากบัญชี หรือ บัตรเดบิต จำนวนหลายครั้ง โดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้เสียหายหลายรายถูกมิจฉาชีพเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว แฮกบัญชีธนาคาร บัตรเดบิต และดูดเงินออกจากบัตรเดบิตผ่านเครื่อง EDC หรือเครื่องรูดบัตร แต่ไม่มี SMS แจ้งเตือน แต่ละครั้งจะถอนเงินจำนวนไม่มาก

ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย โดย นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ในฐานะประธานสมาคม ธนาคารไทย แถลงข่าวร่วมกัน เพื่อแจงความคืบหน้า การตรวจสอบกรณีการตัดเงินที่ผิดปกติผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ดังกล่าว

เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าเสนอไทยคุมบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย หลัง อย.สหรัฐ ไฟเขียวขายบุหรี่ไฟฟ้า วอนหมอไทยเลิกด้อยค่าบุหรี่ไฟฟ้า

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าลุ้นไทยปลดแบนบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อประโยชน์ต่อผู้สูบบุหรี่และการเก็บภาษี แนะดูแนวทางสหรัฐฯ คุมบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย หลัง อย. สหรัฐให้อนุญาตให้ขายบุหรี่ไฟฟ้าเพราะเห็นประโยชน์มากกว่าโทษ 
 
นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ากลุ่มลาขาดควันยาสูบ (ECST) และแอดมินเพจ “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 100,000 คน เปิดเผยภายหลังทราบข่าวองค์การอาหารและยา ของสหรัฐอเมริกา (The Food and Drug Administration หรือ FDA) ที่อนุญาตให้บุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อหนึ่งของ บริษัท RJ Reynolds สามารถขายได้ในสหรัฐอเมริกาว่า “อย. สหรัฐมองว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าสามารถลดการสัมผัสกับสารเคมีที่เป็นอันตรายเมื่อเทียบกับควันที่เกิดจากการเผาไหม้ของบุหรี่ และเป็นการปกป้องสุขภาพของประชาชนส่วนรวมโดยแนวทางควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าของสหรัฐเน้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งผู้สูบบุหรี่และผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ โดยมีการศึกษาผลดีผลเสียอย่างรอบคอบ และเห็นว่าประโยชน์ของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่จะช่วยให้ลดการสูบบุหรี่มีมากกว่าความเสี่ยงในการที่เยาวชนจะมาติดบุหรี่ไฟฟ้า จึงอนุญาตให้ขายบุหรี่ไฟฟ้าได้เพื่อให้ทางเลือกกับผู้สูบบุหรี่ ในขณะที่ยังสามารถควบคุมคุณภาพสินค้าและบังคับใช้กฎหมายป้องกันการโฆษณาและการเข้าถึงของเยาวชนได้ด้วย”
 
“ต่างกับในประเทศไทยที่ให้เหตุผลว่าไม่อยากให้เยาวชนใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพราะจะกลายเป็นผู้สูบบุหรี่ในที่สุด จึงจำเป็นต้องแบนไว้ก่อน แต่ 7 ปีที่บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมาย เราก็ยังเห็นมีผู้ใช้อยู่เป็นจำนวนมากรวมถึงเยาวชนที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแล้วไลฟ์โชว์กันทางสื่อโซเชี่ยลมีเดียด้วย ซึ่งหากเรานำบุหรี่ไฟฟ้ามาควบคุมให้เหมาะสม กำหนดอายุผู้ซื้อผู้ขาย ก็จะช่วยให้รัฐบาลป้องกันการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนได้ดีกว่า เหมือนที่เรากำหนดอายุผู้ซื้อบุหรี่ จนทำให้อัตราการสูบบุหรี่ในเยาวชนที่อายุตำกว่า 20 ปีลดลงจาก 9.7% เหลือ 6.2% ในปีที่ผ่านมา”
 
ตามรายงานของนิวยอร์คไทม์เผยว่า เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา FDA ออกแถลงการณ์อนุญาตให้ RJ Reynolds ทำการตลาดผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า 3 รายการ หลังจากที่บริษัทยื่นคำขออนุมัติขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ (Pre-market Tobacco Product Application: PMTA) โดยบุหรี่ไฟฟ้าทั้ง 3 รายการที่ได้รับอนุญาตเป็นรสชาติใบยาสูบธรรมดา ซึ่งไม่ใช่รสชาติที่มีการปรุงแต่ง โดย FDA ระบุในแถลงการณ์ด้วยว่า มีความเป็นไปได้ต่ำมากที่เด็ก ๆ จะเริ่มจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าแล้วหันไปสูบบุหรี่ซึ่งมีอันตรายมากกว่าแทน ทั้งนี้ การอนุญาตของ FDA ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของการถกเถียงด้านสาธารณสุขที่มีมายาวนานกว่าหลายทศวรรษ โดย FDA ระบุว่าในแถลงการณ์ว่าไอละลองของบุหรี่ไฟฟ้าที่ได้รับอนุญาตมีพิษน้อยกว่าควันของบุหรี่อย่างมีนัยสำคัญ และการอนุญาตดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนจะมีการประชุมประเทศภาคีสมาชิกกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบของโลกในช่วงวันที่  8-13 พฤศจิกายน ซึ่งคาดว่าจะมีการถกเถียงเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าด้วยเช่นกัน
 
ด้านนายอาสา ศาลิคุปต ตัวแทนอีกท่านหนึ่งของ ESCT ระบุว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ US FDA ยอมรับบุหรี่ไฟฟ้าเช่นเดียวกับอังกฤษ นิวซีแลนด์ และอีกกว่า 70 ประเทศทั่วโลก แต่ฝ่ายต่อต้านของไทยพยายามด้อยค่าบุหรี่ไฟฟ้าด้วยการให้ข้อมูลด้านลบเพียงอย่างเดียว ทั้งที่เมื่อเทียบกับบุหรี่แล้ว บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่ามาก อีกทั้งยังไม่ยอมรับความเป็นจริงด้วยว่าการแบนบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทยเป็นนโยบายที่ล้มเหลว ทั้งทำให้เกิดตลาดใต้ดิน เก็บภาษีก็ไม่ได้ และยังห้ามคนใช้บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้จริง ๆ อีกด้วย จึงต้องจับตาว่าประเทศไทยจะมีจุดยืนอย่างไรในการประชุมนี้”

"เสกสกล" ตีแสกหน้า "ปู" สุมหัว "ปลอดกับโต้ง" ออกคลิปน้ำท่วม'54 แก้ตัวน้ำขุ่นๆ ฟอกตัวอย่างไม่เกรงใจประชาชน โยนบาปให้คนอื่น

19 ตุลาคม นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เผยแพร่คลิป “น(า)ทีวิปโยค : 10 ปีมหาอุทกภัย” ย้อนรอยเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยนายเสกสกล ได้ออกมาเปิดเผยว่า อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ และอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณคิดเพื่อไทยทำอีกหลายคน โดยเฉพาะนายปลอดประสพ สุรัสวดี และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์พาดพิง กล่าวหาหน่วยงานรัฐ รวมไปถึงพยายามแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ฟอกตัวอย่างไม่เกรงใจประชาชนที่ทุกข์ระทมขมขื่น มีชีวิตเหมือนตกนรกทั้งเป็นหลายเดือนจากการบริหารจัดการน้ำไร้ประสิทธิภาพในยุคนั้น 

ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์น้ำท่วมปี 2554 ยาวข้ามปีไปถึง 2555 คนไทยจำได้ดี น้ำท่วมกินพื้นที่กว่า 36 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 65 จังหวัด ไล่ตั้งแต่เชียงใหม่ลงมาถึง กทม. ประชาชนเดือดร้อนกว่า 12 ล้านคน คนตายอย่างน้อย 815 คน มีคนไทยกว่า 5 ล้านคน กลายเป็นผู้อพยพ คนงานเกือบ 650,000 คน ตกงานหรือได้รับผลกระทบอย่างหนัก มีนักวิชาการธนาคารโลกประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 1.425 ล้านล้านบาท

แต่มาวันนี้นางสาวยิ่งลักษณ์กับพวกกลับหน้ามึนถึงขนาดออกมาโยนขี้ให้คนอื่นไปทั่ว ไม่เห็นความบกพร่องผิดพลาดของพวกตนเลย พยายามแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ด้วยวาทกรรมเดิมๆ ทั้งๆ ที่ความจริง รัฐบาลยิ่งลักษณ์แถลงนโยบายในวันที่ 23 สิงหาคม 2554 หากใส่ใจกับการแก้ปัญหาจริงๆ เหมือนการออกพาสปอร์ตและแก้ปัญหาให้พี่ชาย ทักษิณ ชินวัตร ที่หนีคดีอยู่ ย่อมจะสามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนทุเลาลงได้มากกว่านี้หลายเท่านัก 

สถานการณ์น้ำท่วมปี 54 ส่งสัญญาณมาจากพายุไหหม่า และนกเต็น ตั้งแต่เดือน มิ.ย. และ กค. 2554 มีสถานการณ์น้ำท่วม ประชาชนเดือดร้อนจำนวนมาก แต่ยิ่งลักษณ์มัวแต่นวยนาด กว่าจะลงมือแก้ปัญหาจริงๆ จังๆ ก็กลางเดือนกันยา 54 กว่าจะตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยก็เดือนตุลา 54 ใช้สนามบินดอนเมืองเป็นศูนย์ แล้วสุดท้ายขนาดดอนเมืองยังปล่อยให้ท่วม แล้วชีวิตชาวบ้านจะเหลืออะไร นั่นเป็นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากของคนไทย ที่ต้องทนอยู่กับนายกฯ โง่ๆ และรัฐบาลหุ่นเชิดที่คอยแต่รับคำสั่งจากคนแดนไกลอย่างแท้จริง

สหรัฐฯ งานงอก!! แรงงานขนส่งขาดแคลนหนัก ดันราคา 'สินค้า-พลังงาน' พุ่งจนฉุดไม่อยู่

ในเวลานี้ รัฐบาลไบเดนกำลังเผชิญปัญหาหนัก นอกเหนือจากความพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจจากวิกฤติ Covid-19 ตามคำสัญญาของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่จะ "Make America Normal Again" - ทำให้อเมริกากลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

แต่ล่าสุด รัฐบาลไบเดน กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายระลอกใหม่จากพิษของ Covid-19 ก็คือ ปัญหาจากระบบขนส่งกระจายสินค้า

ปัญหานี้ เกิดตั้งแต่แถบชายฝั่งตะวันตกที่ท่าเรือลอสแอนเจลิส จนลามไปทั่วประเทศ ที่ตอนนี้มีตู้คอนเทนเนอร์สินค้า รอส่งต่อไปยังปลายทางอยู่เป็นจำนวนมาก ระบายไม่ทัน แต่ในขณะเดียวกัน ภาคแรงงานยังไม่ฟื้นตัวทันปริมาณงานขนส่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังการเปิดเมือง 

ด้วยปัญหาด้านการขนส่งที่ล่าช้า เลยทำให้สินค้าอุปโภค/บริโภค และน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ โดยเฉพาะอาหารสด เนื้อสัตว์ และน้ำมัน ที่เริ่มขาดแคลนแล้วในหลายพื้นที่ จึงทำให้ตอนนี้ชาวอเมริกันพากันออกไปซื้อสินค้ามากักตุนไว้เป็นจำนวนมาก เลยยิ่งทำให้ระบบขนส่งรวนหนัก เพราะยอดออเดอร์พุ่งสูงขึ้นเกินกว่าที่สินค้าจะระบายได้ทัน 

ปัญหาสารพันเหล่านี้ เกิดเพราะ Covid-19 เป็นเหตุ สังเกตได้ 

หลังจากที่ภาคอุตสาหกรรม การบริโภคหดตัวอย่างรุนแรงในช่วงที่ล็อกดาวน์เมือง พอกลับมาเปิดเมืองอีกครั้ง ความต้องการสินค้าก็เข้ามาทันควัน หลังจากที่อั้นมานาน แต่ระบบขนส่งเพิ่งกลับมาเดินเครื่อง ยังไม่ได้เต็ม 100% เหมือนก่อนช่วง Covid-19 จึงทำให้ระบบจัดการ รับส่งสินค้า ปั่นป่วนไปหมด 

แต่นอกเหนือจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์มองว่า ปัญหาภาคแรงงานในสหรัฐอเมริกาต่างหาก ที่เป็นสาเหตุของการ Disrupt ครั้งใหญ่ในกระบวนการขนส่ง เพราะตั้งแต่เกิดการระบาดของ Covid-19 มีคนทำงานหายไปจากระบบเป็นจำนวนมาก

และจากตัวเลขแรงงานในสหรัฐอเมริกาในเดือนสิงหาคม 2021 ที่ผ่านมาพบว่า มีคนทำงานลาออกจากงานมากกว่า 4.3 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติ Covid-19 ที่ในสหรัฐฯ ในปี 2020 เป็นต้นมา 

โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ วิทยา มานี คณะบริหารธุรกิจ แห่งมหาวิทยาเวอร์จิเนีย ให้ความเห็นว่า จาก Covid-19 ทำให้ภาคแรงงานเกิดการเปลี่ยนแปลงสับเปลี่ยนตำแหน่งกันอย่างขนานใหญ่ บางคนย้ายไปทำงานในสายงานที่ได้รับค่าตอบแทนสูงกว่า และบางคนก็ยังไม่ตัดสินใจกลับเข้ามาในระบบแรงงาน 

ซึ่งแรงงานในส่วนของขนส่ง และคลังสินค้า นับเป็นกลุ่มคนทำงานที่ได้รับค่าแรงขั้นต่ำมากที่สุด ที่ตอนนี้ขาดแคลนแรงงานมากกว่า 4.9 แสนตำแหน่ง จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน

จึงทำให้บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ทั้ง Amazon Walmart Target ต้องหันมาทุ่มทุน ขึ้นค่าแรงและสวัสดิการเพื่อแย่งตัวคนงานกลับมาทำงานให้ทันก่อนเข้าช่วงคริสต์มาส 

“อนุทิน”แจง ตั้ง”บิ๊กเล็ก” คุม ศบค.ส่วนหน้า ไร้ปัญหา  เชื่อ มีแต่ได้กับได้ ชี้ ให้มองเจตนารณ์คำสั่งนายกฯ เพื่อประโยชน์ปชช. ติง “ศุภชัย” หารือก่อนแสดงความเห็น 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่แต่งตั้ง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด - 19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศบค. ส่วนหน้า เพราะเป็นการใช้การทหารนำการสาธารณสุข ว่า นายศุภชัย ใช้ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการแสดงความเห็นส่วนตัว ซึ่งตนได้ชี้แจงกลับไปว่าเรื่องมีมากกว่านั้น ไม่ใช่เรื่องของแพทย์อย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความมั่นคง การควบคุมสถานการณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้แพทย์และพยาบาลเข้าถึงคนไข้ และได้รับการฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งตนก็ได้ทำความเข้าใจกับ นายศุภชัย เรียบร้อยแล้ว โดยแจ้งไปว่าก่อนจะเขียนแสดงความเห็นอะไรให้โทรมาถามตนก่อน 

เมื่อถามว่ายืนยันว่าการแสดงความคิดเห็นของนายศุภชัย ไม่เป็นการขัดแย้งต่อคำสั่งฯ ของนายกฯ และสามารถทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขได้  นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข มีแต่ได้เพราะการทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากไม่มีหน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมจะลำบาก ดังนั้นการที่หลายกระทรวง เช่น กระทรวงมหาดไทย และกองทัพ เข้ามาทำงานก็ถือว่าเป็นการร่วมกันทำงานเพื่อประชาชน และพล.อ.ณัฐพล ที่ที่ปรึกษานายกฯก็มีประสบการณ์ควบคุมสถานการณ์โควิด-19 และเคยเป็น ผอ.ศบค. ศปก.มาทั้งปี

"นิพนธ์" หนุน​ ศบค.ส่วนหน้าแก้โควิดใต้​ เชื่อ​มือ "บิ๊กเล็ก" มีประสบการณ์​ 

ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายนิพนธ์​ บุญญามณี​ รมช.มหาดไทย​ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายศุภชัย​ ใจสมุทร​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ พรรคภูมิใจไทย​ คัดค้านการให้  พล.อ.ณัฐพล​ นาคพาณิชย์​ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี​ ซึ่งเป็นทหารมาเป็นผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศบค.ส่วนหน้า​ ว่า​ ความเห็นส่วนตัวของตน คิดว่าการแก้ปัญหาโควิด-19​ ในพื้นที่ภาคใต้ ทุกฝ่ายต้องพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด บูรณาการงานร่วมกันให้ได้ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ที่สำคัญคือการทำความเข้าใจกับประชาชน เนื่องจากขณะนี้ประชาชนบางส่วนคิดว่าวัคซีนไม่มีความจำเป็น ดังนั้น เราต้องทำความเข้าใจกับคนกลุ่มนี้ให้ได้ และภาครัฐเองต้องพร้อมที่จะส่งวัคซีนลงไปให้ทันต่อความต้องการ เชื่อว่าวัคซีนมีจำนวนเพียงพอในการที่จะจัดสรรลงไป แต่ต้องกระจายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และให้เร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเสียงคัดค้านการให้ทหารเป็นผู้รับผิดชอบในการแก้ปัญหา​ เพราะอยากให้แพทย์เป็นผู้รับผิดชอบมากกว่า นายนิพนธ์ กล่าวว่า การบูรณาการงานของทุกฝ่ายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพื้นที่ภาคใต้ เพราะยังมีคนออกนอกบ้านในเวลาเคอร์ฟิวอยู่ นั่นสะท้อนให้เห็นว่าเรายังมีช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมาย ดังนั้น การจะทำให้ทุกคนเคารพระเบียบเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อสร้างวินัย จึงมองว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง สาธารณสุข และฝ่ายๆอื่น โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงที่ดูแลพื้นที่อยู่ต้องร่วมมือกัน​ เพราะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่พิเศษอยู่แล้ว

"สมศักดิ์" เหน็บ คนไม่มีงานทำ  มักพูดการเมือง ชี้ “พูดง่าย-ไม่ต้องใช้สมอง” ลั่น ตอนนี้ยังคิดและทำงานได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี กรณีที่หลายพรรคเริ่มมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองและเตรียมการลงพื้นที่และวางตัวผู้สมัครเลือกตั้งแล้ว ว่า ในช่วงเดือนเศษที่ผ่านมา ตนเห็นผู้คนพูดเรื่องการเมืองตลอด จึงขอเรียนว่าวันไหนที่ไม่มีเรื่องงาน หรือแนวนโยบายที่จะพูด ส่วนใหญ่นักการเมือง ก็จะมาพูดเรื่องการเมือง เพราะไม่ต้องเตรียมอะไร เวลาไมค์จ่อก็พูดได้ เนื่องจากเป็นความเห็นที่เกิดขึ้นแต่ละวัน แต่ถ้าจะพูดถึงเรื่องงาน เรื่องแนวคิดที่จะทำอะไรเพื่อประโยชน์แก่สังคมส่วนรวม ตรงนี้ต้องใช้เวลาคิดและตรึกตรอง  จะเห็นได้ว่านักการเมืองที่ชอบพูดเวลามีไมค์อยู่ ก็เอาเรื่องการเมืองและความขัดแย้ง ในแต่ละวันมาพูด ไม่ต้องใช้สมองอะไรมากมาย และเป็นข่าวได้ทุกวัน แต่เวลานี้ตนยังสามารถคิดแนวนโยบายในเรื่องของการช่วยสังคมได้อยู่ ก็จะพูดในส่วนนี้ วันไหนที่ไม่มีอะไรจะพูดแล้วจะหันมาพูดเรื่องการเมือง 

ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ ที่เวลานี้หลายพรรคการเมือง เตรียมตัวบุคคลและเริ่มลงพื้นที่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีเรื่องแนวนโยบายอะไรที่มาพูด เขาก็เลยพูดเรื่องการเมืองไปแต่ละวัน ก็ให้ไปพิจารณาว่าเป็นไปอย่างที่ตนว่าหรือไม่ ถ้าไม่มีอะไรก็ต้องพูดเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง เรื่องการเมืองเพราะมันง่าย ไม่ต้องใช้ความคิดอะไรมากเกี่ยวกับคำพูดและการนำเสนอ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top