Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

ปลัดฯ บุญชอบ ปลื้ม บ.บางจาก ดึงคนพิการเข้าทำงาน สร้างความมั่นคงทางอาชีพ

ปลัดกระทรวงแรงงาน ชื่นชม บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับคนพิการบรรจุเข้าทำงาน ร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการให้มีความมั่นคงทางอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
 วันที่ 27 มกราคม 2565 นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวแสดงความยินดีกับคนพิการจำนวน 10 คน ที่ได้รับการพิจารณาบรรจุให้เข้าทำงาน ณ บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยกล่าวว่า รัฐบาลโดยการนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาของประเทศ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม โดยการ ยกระดับคุณภาพชีวิตเพิ่มการจ้างงานสร้างรายได้ การสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนมุ่งเน้นประเด็นความเสมอภาคและหลักประกันทางสังคมให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มเปราะบาง โดยใช้กลไกประชารัฐในการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินในการทำงานที่เชื่อมโยงระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

ซึ่งปัจจุบันภาครัฐได้ให้ความสำคัญกับปรัชญาเรื่องความมั่นคงของมนุษย์มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาศักยภาพและการเสริมพลังของกลุ่มคนเหล่านี้ให้สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนาและปรับปรุงเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขอรับบริการทางสังคมและบริการอื่นที่ทางภาครัฐเป็นผู้จัดให้มีความยืดหยุ่นและเอื้อต่อกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคมเหล่านี้มากขึ้น รวมทั้งการเพิ่มพื้นที่ทางสังคมให้กับภาคประชาสังคมและภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มคนเหล่านี้

ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ด้อยโอกาสทางสังคมโดยเฉพาะกลุ่มคนพิการ ถือเป็นกลุ่มคนที่กระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ช่วยเหลือ สนับสนุน สร้างโอกาสในด้านต่าง ๆ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมั่นคง ที่สำคัญคือต้องอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีและเท่าเทียมกับกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งในวันนี้ถือเป็นวันที่บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้สนองนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการให้มีความมั่นคงทางอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ด้วยการเปิดโอกาสให้คนพิการได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

สมุทรปราการ - “ชัยพจน์ จรูญพงศ์” รองผู้ว่าสมุทรปราการ เปิดงาน พรรณไม้งามและสินค้าเกษตร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยพี่น้องประชาชน

นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธาน เปิดงานพรรณไม้งามและมหกรรมสินค้าเกษตรสร้างสรรค์ ณ ลานห้างสรรพสินค้าโลตัสศรีนครินทร์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย นายเจนเจษต์ เจนนาวิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมในพิธีเปิดงานในครั้งนี้ โดยมี นายมนตรี เรืองพันธ์ เกษตรจังหวัดสมุทรปราการ นายภูชนะ ชมพูมิ่ง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรปราการ นางสาวสุกานดา แสงวงศ์ พัฒนาการจังหวัดสมุทรปราการ นายสราวุธ จันไธสง ผู้จัดการห้างสรรพสินค้าโลตัสศรีนครินทร์ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมในพิธี

ด้าน นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมส่งเสริมสินค้าทางการเกษตร และเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ และได้ดำเนินการส่งเสริมการเกษตรตามศักยภาพของพื้นที่ (Zoning) โดยส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน ลดต้นทุนการผลิตด้วยการลดใช้สารเคมี ทำการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่ การพัฒนาและอนุรักษ์พืชเฉพาะถิ่นของจังหวัด 

ตลอดจนส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มเป็นกลุ่มส่งเสริมอาชีพ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่นจำหน่ายเป็นรายได้ของครัวเรือนและชุมชน  อย่างไรก็ตาม ยังคงพบว่าสินค้าเกษตรที่ผ่านการรับรองมาตรฐานยังขาดการส่งเสริมด้านการตลาดและขาดการเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิต ผู้ค้าและผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ รวมถึงผู้ประกอบอาชีพเพาะปลูก ไม้ดอก ไม้ประดับ ทางจังหวัดสมุทรปราการการจึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดนำสินค้าเกษตรที่ได้มาตรฐาน ช่วยให้ผู้ผลิตได้พบกับผู้บริโภคโดยตรง เป็นการสร้างเครือข่ายและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรปลอดภัย ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืนต่อไป

ไอจี เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน ทรงโพสต์ภาพนายกฯ ไทยไปเยือน

27 ม.ค. 65 - อินสตาแกรมอย่างเป็นทางการของเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งซาอุดีอาระเบียได้ทรงโพสต์ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของราชอาณาจักรไทยที่เข้าเฝ้าฯ โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าวถึง 394 รายการ และผู้ถูกใจถึง 6,995 คน ทั้งนี้ไอจีของเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูดนั้นมีติดตามถึง 949,000 คน


ที่มา : https://www.instagram.com/p/CZLvq47qBMj/
https://www.thaipost.net/hi-light/73500/
 

ตรุษจีนซึมคนใช้จ่ายวูบหนักสุดรอบ 11 ปี

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2565 พบว่า บรรยากาศการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ไม่คึกคัก เป็นผลมาจากประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ไม่ดีนัก ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นเนื่องจากสินค้าราคาแพง รวมถึงรายได้ที่ลดลง ทำให้จำกัดในเรื่องของการซื้อสินค้าไหว้เจ้า การเดินทางท่องเที่ยว รวมถึงการใช้จ่ายอื่นๆ ลดลง โดยพบว่า ปีนี้มีเงินสะพัดที่ 39,627 ล้านบาท ถือเป็นมูลค่าเงินสะพัดที่ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาทเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี โดยติดลบจากตรุษจีนปีก่อน 11.82% ถือเป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 

“เงินสะพัดที่ลดลงเหลือแค่ 39,627 ล้านบาท ส่งผลต่อการขยายตัวของจีดีพีประมาณ 0.05% แต่ในช่วงเดียวกันรัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการคนละครึ่ง ก็พอจะช่วยทดแทนไปได้ แต่การลดวงเงินคนละครึ่งเหลือคนละ 1,200 บาท จากเดิม 1,500 บาท ทำให้เม็ดเงินที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหายไป 1.8 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้การกระตุ้นเศรษฐกิจหายไป 0.15-0.2%”

GISTDA ใช้ดาวเทียมตรวจคราบน้ำมันรั่ว พบกระจายกลางอ่าวไทย ขนาด 2 เท่าเกาะเสม็ด

27 ม.ค. 65 - จากกรณีพบน้ำมันดิบรั่วไหล บริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งท่าเรือมาบตาพุดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 20 กิโลเมตร เมื่อเวลา 21.06 น. ของวันที่ 25 มกราคม 2565 นั้น

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ใช้ภาพจากดาวเทียม Sentinel-2 ของวันที่ 26 มกราคม 2565 เวลา 10.40 น. พบคราบน้ำมันลอยเป็นกลุ่มก้อนกลางอ่าวมาบตาพุด (กรอบสีเหลือง) คิดเป็นพื้นที่ 11.65 ตารางกิโลเมตร (7,280 ไร่) หรือกว่า 2 เท่าของเกาะเสม็ด ซึ่งคราบน้ำมันดังกล่าวอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลของอำเภอเมืองระยอง ประมาณ 16.5 กิโลเมตร

‘สุชาติ’ โชว์จดหมายฉบับแรกจากพ่อ ส่งข้อความจากใจถึงลูกๆ ขณะขายแรงงานที่ซาอุ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า "ยาวหน่อย แต่อยากให้อ่านกันครับ" 

จดหมายฉบับนี้ คือฉบับแรกที่พ่อของผม เขียนตอบกลับมาให้พี่สาว ระหว่างที่พ่อไปเป็นกรรมกรในซาอุดิอาระเบีย เมื่อ 37 ปีก่อน ถึงแม้บ้านเราจะไม่ร่ำรวย แต่ความรักที่พ่อมีต่อพวกเราทั้ง 4 คน (พี่สาว 2 คน น้อง สาว 1 คน) มันสามารถทดแทน และเติมเต็มทุกความขาดได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

พ่อผมเรียนจบ ป.4 ที่โรงเรียนวัดแจ้งเจริญดอน (โรงเรียนเดียวกับผม) พ่อจึงสามารถอ่านออกเขียนได้ และบรรยายความรู้สึกคิดถึงที่มีต่อพี่สาวและคนในครอบครัวได้อย่างลึกซึ้ง สำหรับ ด.ญ.โสภิต ชมกลิ่น หรือ "พี่โส" ที่พ่อจ่าหน้าซองถึง คือพี่สาวคนที่ 2 ของผม 

ในวัยเด็ก "พี่โส" ต้องไปอยู่กับครอบครัวของ "ลุงสม + ป้าบล" ตั้งแต่เล็กๆ แม่ยกให้เอาไปช่วยเลี้ยง เพราะตอนนั้นบ้านเราค่อนข้างมีภาระเยอะ ซึ่ง "พี่โส" ของผมคนนี้เรียนเก่งมากๆ สร้างความภาคภูมิใจให้พ่อตามรายละเอียดใน จม. ที่เขียนมาเลยครับ สุดท้ายพี่โส ก็เรียนจบ ปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

กองทัพเรือ แถลงจัดตั้ง  "ศูนย์อำนวยการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน กองทัพเรือ "เร่งขจัดคราบน้ำมันที่รั่วไหลในทะเลระยอง  คาดสถานการณ์คลี่คลาย ใน 5 วัน  หากถึงหาดแม่รำพึง ก็มีแผนรับมือได้

ที่ห้องโพธิ์สามต้น หอประชุมกองทัพเรือ พล.ร.ท.ปกครอง  มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ พร้อมนางสาวพรพิมล เจริญส่ง  ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพน้ำ  กรมควบคุมมลพิษ  นายพิทักษ์ วัฒนพงศ์พิศาล  ผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ กรมเจ้าท่า  และ ดร.พรศรี สุทธนารักษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกันแถลงข่าวจัดตั้ง ศูนย์อำนวยการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน กองทัพเรือ (ศอปน.ทร.) เพื่อเร่งขจัดคราบน้ำมันที่รั่วไหลในทะเลระยอง

พล.ร.ท.ปกครอง กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน กองทัพเรือ (ศอปน.ทร.) จะมีหน้าที่ในการอำนวยการกำกับการ และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในขณะเดียวกันก็สั่งการให้ทัพเรือภาคที่ 1 จัดตั้ง "ศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการในการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน ทัพเรือภาคที่ 1 " (ศคปน.ทรภ.1) หรือ On Scene Commander เพื่อทำหน้าที่กำหนดแผน และยุทธวิธีในการขจัดคราบน้ำมัน  ปฏิบัติการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันที่เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ  ตลอดจนอำนวยการประสานกับส่วนราชการ และหน่วยงานภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด 

ด้าน พล.ร.ต. วิฉณุ  ถูปาอ่าง  ผู้อำนวยการสำนักกิจการความมั่นคง กรมยุทธการทหารเรือ เปิดเผยถึงการดำเนินการต่อไป สำหรับการดำเนินการต่อไปได้วางแผนการขจัดคราบน้ำมันในทะเล โดยแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่   การขจัดกลุ่มคราบน้ำมันขนาดใหญ่ ดำเนินการโดยใช้ทุ่นลอบกัก แล้วใช้เครื่องดูดหรือ Skimmer ดูดคราบน้ำมันซึ่งถือว่าเป็นสารพิษอันตราย จากทะเลสู่ถังเก็บ แล้วนำส่งกรมอุตสาหกรรมเพื่อทำการทำลายต่อไป     

สำหรับในส่วนของการขจัดกลุ่มคราบน้ำมันที่มีทิศทางการเคลื่อนที่ที่เป็นอันตรายต่อชายฝั่งและพื้นที่เปราะบาง ดำเนินการโดยใช้ทุ่นล้อมเบี่ยงทิศการเคลื่อนที่ให้ออกห่างจุดเปราะบางไปสู่ทะเลเปิด แล้วทำการล้อมดักและดูดไปทำลายตามกระบวนการต่อไป
      
สำหรับแผนการขจัดคราบน้ำมันบริเวณชายฝั่ง ได้จัดแผนการดำเนินการแบ่งเป็น 2 ลักษณะ โดยแยกเป็นพื้นที่ชายฝั่งในทะเล ได้ประสานกับทางจังหวัด ในการใช้ทุ่นล้อมกันขึ้นฝั่ง ไม่ให้คราบน้ำมันขึ้นสู่ชายฝั่งซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก   พื้นที่ชายฝั่งบนบก บริเวณที่เป็นหินจะใช้การฉีดน้ำให้คราบน้ำมันรวมตัวกัน แล้วตักเก็บไปทำลายบริเวณที่เป็นหาดทรายจะใช้รถแบ็คโฮลตักคราบน้ำมันที่ปะปนกับทรายแล้วนำไปทำลาย ทั้งนี้การปฏิบัติของ เจ้าหน้าที่จะต้องสวมชุดป้องกันและสามารถปฏิบัติงานได้เพียง 4 ชั่วโมง ต่อวันเท่านั้น เนื่องจากสารพิษจะเป็นอันตรายต่อร่างกายของผู้ปฏิบัติงาน

นายพิทักษ์ กล่าวว่า เราได้ระงับการรั่วไหล ปิดวาล์วได้หมด  พร้อมเฝ้าระวัง มลพิษ ที่ค่อนข้างมีปริมาณมาก จึงยกระดับให้กองทัพเรือ เป็นหน่วยบัญชาการเหตุการณ์  เร่งด่วน คือ การเฝ้าระวังการเคลื่อนไหว ดูทิศทางการเคลื่อนที่ และคลื่นลม ว่าจะไปทางใด และปริมาณ ที่ลงทะเล แพร่กระจายมากน้อยแค่ไหน 

ด้านนางสาวพรพิมล เปิดเผย ถึงแนวทางของกรมควบคุมมลพิษ คือ  1 ตรวจสอบค่าน้ำทะเล  2 ให้อนุญาต สำหรับปริมาณการใช้สารขจัดคราบน้ำมัน โดยสารดิสเพอร์แซนท์ โดยครั้งนี้ใช้ใน อัตรา 1:10  และ 3 จัดทำแผนฟื้นฟู 

ดร.พรศรี   เปิดเผยถึงความกังวล ของคราบน้ำมัน ที่จะส่งผลทรัพยากรใต้ทะเล ที่มี แนวปาการัง 150 ไร่ และย่าทะเล 300 ไร่ พร้อมยืนยันว่า จะมีการเรียกร้องค่าเสียหาย ที่เกิดขึ้น ทั้งการดำเนินการ และทรัพยากร ที่เสียหาย และในระยยาว จะมีการตั้งกองทุนฟื้นฟู ทรัพยากร   

เมื่อถามว่า ส่วนตัวเลขการรั่วไหลน้ำมับดิบ ที่บริษัทแจ้งว่า กว่า 4 แสนลิตร และรมต.ทรัพย์ ระบุเพียง 2 หมื่นลิตร ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร  นายพิทักษ์ ระบุว่า เป็นหารประเมินการณ์ ว่า 4 แสนลิตร เพื่อจัดเตรียมอุปกรณ์ รับมือสถานการณ์  ขณะที่พลเรือตรี วิษณุ ระบุ วิศวกร ของบริษัท แจ้งล่าสุด มีน้ำมั่น 20-50 ตัน  ต่างจากครั้งแรก ที่แจ้งไว้ และระบุ ยังมีน้ำมัน คงเหลือ 5.3 ตัน   ขณะที่โฆษกกองทัพเรือ  ระบุว่า ดูสภาพจริง ลดลงเยอะ   เบา กว่าที่เราคาดการณ์ไว้ แต่ยังไม่รู้ตัวเลขแน่ชัด  แต่จากใช้เครื่องบิน บินสำรวจ  ลากตระเวนด้วยสายตา  คาดว่า ตัวเลข 2 หมื่นลิตร  น่าจะใกล้เคียงกับข้อเท็จจริง 

“พล.ร.ท.ปกครอง กล่าวเสริม ว่า ทั้งนี้ยืนยันว่า ทางบริษัท คงไม่มีเจตนาปกปิดปริมาณน้ำมันที่รั่วไหล เพราะยิ่งปิด จะยิ่งสร้างความเสียหาย ขอให้มั่นใจ จากกองทัพเรือ 

“นายกฯ”สั่ง “ก.พาณิชย์-ตำรวจ”ตรวจสต๊อกปาล์มน้ำมัน ห้ามกักตุน ให้ก.เกษตรฯ คุมASF ระบาดในสุกร

นายธนกร  วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์สินค้าราคาแพง และสถานการณ์ราคาปาล์มน้ำมัน ที่เพิ่มสูงจากสภาพอากาศ ฝนตกต่อเนื่อง โดยกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสต็อกปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการรายใหญ่กักตุนสินค้า ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันทั้งระบบและส่งผล
กระทบต่อประชาชนผู้บริโภคอุปโภคเป็นวงกว้าง โดยล่าสุดตำรวจร่วมบูรณาการกับพาณิชย์จังหวัด จัดชุดตรวจลงพื้นที่ตรวจสต็อกปาล์มน้ำมัน โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ โรงกลั่นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ตลอดจนคลังน้ำมันปาล์มฯ

โดยจะดำเนินการกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้กำหนดโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ  และปรับอีกไม่เกินวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะแจ้ง หรือหากมีการแจ้งการครอบครองไม่ตรงกับความเป็นจริง ก็จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.137 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายธนกร กล่าวว่า นอกจากนั้น นายกฯ ติดตามการดำเนินงานตามข้อสั่งการเรื่องการป้องกัน ควบคุมและกำจัดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ตามที่กรมปศุสัตว์ ลงพื้นที่สำรวจปริมาณซากสุกรในห้องเย็นทั่วประเทศอย่างเข้มงวด ระหว่างวันที่ 20-25 ม.ค.จำนวน 773 แห่งตรวจพบซากสุกรสะสม จำนวน 18,727,824.545 กิโลกรัม

'วัน อยู่บำรุง' ฟันธงเลือกตั้งซ่อมส.ส.หลักสี่ 'อ๊อบ สุรชาติ' เข้าวิน 'เพชร กรุณพล' ได้ที่ 4

27 ม.ค. 65 - นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. กรุงเทพ เขต 9 (หลักสี่-จตุจักร) ในวันที่ 30 ม.ค.นี้ ว่า 

น้องอ๊อบ
เจ๊หลี
คุณเอ๋
คุณเพชร
ตามลำดับฮะ
#คหสต.

พร้อมกับ โพสต์เพิ่มเติม อีกว่า สุรชาติ เทียนทอง #เบอร์3
#พรรคเพื่อไทย
จตุจักร หลักสี่
ชนะแน่นอน
ป๋าวันคอนเฟิร์ม
สารวัตรเฉลิมฟันธง

“ศรีสุวรรณ” แถลงการณ์ จี้ รัฐหยุดเอื้อประโยชน์ผู้ประกอบการ ใช้กม.เด็ดขาดฟ้องเรียกค่าเสียหายบริษัททำน้ำมันรั่วมาบตาพุด

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ในฐานะนายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์ ระบุ กรณีที่เกิดเหตุน้ำมันดิบใต้ทะเลบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึก หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเลของ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) รั่วไหลบริเวณทะเลอ่าวมาบตาพุด อ.เมืองระยอง กว่า 4 แสนลิตร ซึ่งต่อมากรมควบคุมมลพิษคำนวนว่ามี 128 ตันหรือ 1.6 แสนลิตร แต่มีข้อพิรุธ คือ รองผู้ว่าฯระยองกลับอ้างว่ามีเพียง 24,000 ลิตร โดยบริษัทดังกล่าวได้ออกแถลงการณ์ยอมรับว่า เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.06 น. วันที่ 25 มกราคม 2565 พบน้ำมันดิบรั่วไหล บริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเล หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล (SPM) ของบริษัทจริง ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยองนั้น
              
เหตุที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นโศกนาฎกรรมทางทะเลซ้ำในพื้นที่ทะเลระยองอีกครั้ง หลังจากที่เคยเกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลระยองไปกว่า 50,000 ลิตรในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วเมื่อปี 2556 ซึ่งครั้งนั้นได้สร้างความเสียหายให้กับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อาชีพชาวประมงพื้นบ้าน รวมทั้งทำลายสถานที่ท่องเที่ยวโดยเฉพาะหาดเสม็ด หาดแม่รำพึง จนกระทบพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไปทั้งระบบ จนประเมินค่าความเสียหายมิได้
              
ยังไม่ทันข้ามพ้นทศวรรษปัญหาน้ำมันรั่วไหลในทะเลระยองกลับมาเกิดซ้ำอีก ชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องของผู้ประกอบการที่อาจหละหลวมต่อการปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรการที่ระบุไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) รวมทั้งหน่วยงานอนุญาตและกำกับดูแลทั้งหลาย อาจละเลยหรือไม่เคร่งครัดในการตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยและด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ในมาตรการ ซึ่งต้องไล่เบี้ยมาตั้งแต่คณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ(คชก.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งหากจะหาผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าว ยังมีอีกมากมายนัก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top