Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

'นันทิวัฒน์' ยกเครดิต 'ดอน' มิตรภาพใหม่ 'ไทย-ซาอุฯ' ไม่เข้าใจ 'คนติ' ทั้งๆ ที่สิ่งดีๆ กำลังจะตามมา

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนซาอุดีอาระเบีย เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ครั้งใหม่ โดยมีข้อความ ระบุว่า...

สิ่งดีๆ กำลังจะตามมา

วันนี้ลุงตู่ได้เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย ความสำเร็จของการปรับความสัมพันธ์ครั้งนี้ต้องยกเครดิตให้ท่านดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.กต. ที่เพียรพยายามมาหลายปี
 

ไทย - ซาอุฯ ร่วมฟื้นสัมพันธ์ 32 ปี สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจรอบใหม่

ภายหลังเสร็จสิ้น การเดินทางมาเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบร่วมกันให้ปรับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียให้เป็นปกติอย่างสมบูรณ์แล้ว และพร้อมที่จะเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างกันต่อจากนี้ ซึ่งในระยะแรกจะมีการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตและการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคีในมิติต่างๆ เช่น การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และแรงงาน เป็นต้น

ซึ่งการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ยังจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ และจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนสำหรับไทยและซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศอาหรับ โดยเฉพาะการเสริมสร้างบทบาทของไทยในฐานะ “ครัวโลก” เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารของซาอุดีอาระเบีย และในฐานะ “ศูนย์กลางทางการแพทย์และการท่องเที่ยว” ของไทย โดยคาดว่า นักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบียที่จะเพิ่มขึ้นหลังจากนี้ จะช่วยสร้างรายได้ให้ไทยไม่ต่ำกว่าปีละ 5,000 ล้านบาท อีกทั้งจะช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานของไทย ในฐานะที่ซาอุดีอาระเบียเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันอันดับต้นของโลก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน มอบอาชีพ “สร้างชีวิต” อย่างยั่งยืนแก่ครัวเรือนยากจนจังหวัดน่าน 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ เป็นประธานในพิธีมอบอุปกรณ์การประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดน่าน จำนวน 18 ครัวเรือน  คิดเป็นมูลค่า จำนวน 316,450 บาท เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนอาชีพแก่ครัวเรือนยากจนสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ ”บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ” ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย  

โดยมี นายกฤชเพชร เพชระบูรณิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน   และนายอาทร พิมชะนก ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วย นายวิทยา จงประสาธน์สุข ประธานคณะกรรมการพ่อค้าน่านโรงเรียนซินจง จ.น่าน ร่วมในพิธี  ณ  บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองน่าน  จังหวัดน่าน

ซึ่งในปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพในพื้นที่ภาคเหนือ ประกอบด้วย จังหวัดอุทัยธานี สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ พะเยา เชียงราย และน่าน แล้วรวม 10 จังหวัด 146 ครัวเรือน มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพทั้งสิ้น จำนวน 2,197,380 บาท (สองล้านหนึ่งแสนเก้าหมื่นเจ็ดพันสามร้อยแปดสิบบาทถ้วน)

การดำเนินการ “โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ” มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยฝ่ายสังคมสงเคราะห์  จะจัดทีมลงพื้นที่ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมให้ความรู้ ทักษะ และมีวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดหาอุปกรณ์การประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจน เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ตลอดจนสร้างความสุขสู่ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน โดยในปีงบประมาณ 2563 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและกรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินการในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมาย 500 ครัวเรือน งบประมาณดำเนินงานทั้งสิ้น 10,000,000 บาท (สิบล้านบาทถ้วน) 

โฆษกรัฐบาล เผย “นายก ฯ” ติดตามสถานการณ์โควิด-19 ตลอด แนะ กลุ่มเสี่ยงรีบฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ ย้ำ เข็มกระตุ้น กันป่วยหนัก-เสียชีวิต

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงแม้ที่อยู่ในระหว่างการเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ ได้ติดตามสถานการณ์โควิด-19  ไทย โดยย้ำถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนเข็มบูสเตอร์ เพื่อยับยั้งอาการเจ็บป่วยขั้นรุนแรงจากสายพันธุ์โอมิครอนที่กำลังระบาด ช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่ผู้ติดเชื้อจะต้องรับบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน หรือโอกาสที่จะต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจากโควิด-19  

นายธนกร กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีกำหนดแผนการบริหารวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ซึ่ง ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เห็นชอบแผนการฉีดวัคซีนโควิดเข็ม 4 ให้กับประชาชนในพื้นที่ 10 จังหวัดท่องเที่ยว และจังหวัดที่พบการติดเชื้อสูง จากเดิมที่ให้ฉีดเฉพาะกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า และกลุ่มเสี่ยง สำหรับวัคซีนเข็ม 4 ที่จะฉีดให้นั้น กรณีฉีดเข็ม 1 - 2 เป็น Sinovac เข็ม 3 เป็น AstraZeneca เข็ม 4 จะแนะนำเป็น AstraZeneca ขณะที่ คนที่ฉีดเข็ม 1- 2 เป็น AstraZeneca เข็ม 3 เป็น Pfizer เข็ม 4 จะแนะนำเป็น Pfizer ทั้งนี้ ประชาชนที่รับวัคซีนเข็ม 3 ไปแล้วเกิน 3 เดือน สามารถเข้ารับเข็ม 4 ได้  สำหรับ 10 จังหวัดที่ประชาชนสามารถเข้ารับเข็ม 4 แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 พื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวที่เปิดรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร ได้แก่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี กระบี่ และพังงา กลุ่มที่ 2 พื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว หรือมีการระบาด

โฆษกรัฐบาลเผย 'นายกฯ' ชื่นชมการทำงานหน่วยงานด้านเศรษฐกิจทำงานเห็นผล เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ขยายตัวกว่า 4.5% ย้ำรัฐบาลเดินถูกทางเร่งพัฒนาภาคอุตสาหกรรม 6 ด้าน 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ควมคุมการดำเนินนโยบายตามที่ได้สั่งการ และชื่นชมการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจ หลังรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจไทยขยายตัวในอนาคต ยืนยันรัฐบาลเดินถูกทางเน้นการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม 6 ด้าน

จากข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ คาดการณ์ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2565 จะขยายตัวในช่วง 3.5-4.5% ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุน เช่น การใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภคของภาคเอกชนและภาครัฐ การลงทุนรวม มูลค่าการส่งออกและนำเข้าสินค้าในรูปเงินดอลลาร์ ดุลการค้า และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของ สํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ที่เปิดเผยว่า ในปี 2565 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ยังคงขยายตัว 4-5% เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคอุตสาหกรรม หรือจีดีพีภาคอุตสาหกรรม ที่ขยายตัว 2.5-3.5%

โดยไทยมีศักยภาพหลายด้านที่ได้เปรียบประเทศคู่ค้า ทั้งการมีแรงงานทักษะที่มีฝีมือและคุณภาพ วัตถุดิบทางการเกษตร ที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมในการเป็นศูนย์กลางภูมิภาค ตลอดจนโครงการลงทุนต่าง ๆ ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สอดคล้องกับแนวนโยบายด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมที่รัฐบาลให้ความสำคัญเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเมื่อรัฐบาลปลดล็อกการเดินทางระหว่างประเทศแบบ test and go จะช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้อีกมาก ทั้งนี้ รัฐบาลเน้นการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม 6 ด้าน ได้แก่ 

1. ส่งเสริมเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะ 
2. พัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพ ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับหมุดหมายการพัฒนาตามตารางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) 
3. พัฒนาผู้ประกอบการและภาคการผลิตไปสู่ 4.0 เช่น การสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการอัจฉริยะ ส่งเสริมเอสเอ็มอี เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์อย่างสร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และดิจิทัล
4. พัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
5. จัดตั้งและส่งเสริมการลงทุนนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 
และ 6.การยกระดับการให้บริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

‘วันแห่งคอลลาเจน’ ถูกจดสิทธิบัตรอย่างถูกต้อง โดยนักวิจัยชื่อ ‘นิชิฮาระ โทมิโอะ’

วันแห่งคอลลาเจน เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2503 โดยวันที่ 26 มกราคม ของปีดังกล่าว เป็นวันที่คอลลาเจนถูกจดสิทธิบัตรอย่างถูกต้อง โดยนักวิจัยชื่อว่า “นิชิฮาระ โทมิโอะ” 

คอลลาเจน เป็นโปรตีนที่ถูกสร้างขึ้นมาจากกรดอะมิโนในร่างกายของคนเราและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยมีส่วนช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างต่างๆ ของร่างกาย และยังทำหน้าที่ช่วยปกป้องโครงสร้างของผิวจากการถูกทำร้ายโดยแสงแดด และมลพิษจากสิ่งแวดล้อมอีกด้วย 


ที่มา : https://www.newtv.co.th/news/10873
 

กนอ.จัดสัมมนา ‘สร้างภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันโควิด-19’ กระตุ้นบุคลากรเกี่ยวเนื่องในนิคมฯ การ์ดแน่น

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จับมือสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข จัดสัมมนา ‘สร้างภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันโควิด-19’ ให้กับบุคลากร กนอ. ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม หวังสร้างการตระหนักรู้ในการป้องกันตนเอง ลดการแพร่กระจายและความเสี่ยง รวมถึงลดภาระสถานพยาบาล

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) ในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์นี้มากขึ้น รัฐบาลจึงยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด โดยได้ออกประกาศข้อกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 41) เพื่อใช้ควบคุมสถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนที่กำลังระบาดในไทย ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2565 (ข้อ 6) การยกระดับการปฏิบัติงานเพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาด ด้วยการประเมินสถานการณ์แพร่ระบาดที่จำนวนผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

กนอ.มีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ‘โครงการสร้างภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันโควิด-19’ กับสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เพื่อร่วมกันดำเนินโครงการฯ โดยการให้ความรู้เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แนวทางการดูแลตนเอง การทำ Home Isolation เพื่อรักษาตนเองที่บ้าน และการทำ Company/Factory Isolation รวมถึงการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วย Rapid Antigen Test Kit แก่บุคลากรของ กนอ. และผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อลดอัตราการแพร่กระจายเชื้อ ลดความเสี่ยง รวมถึงลดภาระสถานพยาบาล

รู้จักอาชีพที่ซาอุฯ ห้ามคนต่างชาติทำ

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมคณะ ได้เดินทางเยือนประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้นำประเทศคนแรกในรอบ 32 ปี ที่เดินทางไปเยือนอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ เป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ตกต่ำมายาวนาน ขณะที่มีการคาดหมายว่า การไปเยือนในครั้งนี้ จะมีข่าวดีสำหรับแรงงานไทย ที่จะมีโอกาสเดินทางไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบียอีกครั้ง 

ทว่า ก่อนจะไปลุ้นว่า ซาอุดีอาระเบียจะเปิดรับแรงงานจากไทยหรือไม่นั้น เราไปดู ‘19 อาชีพสงวน’ สำหรับชาวซาอุดีอาระเบีย ที่ไม่อนุญาตให้คนต่างชาติทำ กันดีกว่า

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด ได้เผยแพร่ 19 ตำแหน่งงาน ที่อนุญาตให้แรงงานชายหญิงชาวซาอุดีอาระเบียเท่านั้น ได้แก่

1.) ผู้จัดการบริหารทรัพยากรบุคคล (Executive HR manager)
2.) ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR manager)
3.) ผู้จัดการด้านแรงงาน (Labor affairs manager)
4.) ผู้จัดการด้านธุรการ (Staff relations manager)
5.) ผู้เชี่ยวชาญงานธุรการ (Staff relations specialist)
6.) พนักงานเสมียนธุรการ (Staff relations clerk)
7.) พนักงานรับสมัครงาน (Recruitment clerk)
8.) พนักงานกิจการบุคคล (Staff affairs clerk)
9.) เสมียนควบคุมการเข้าร่วมประชุม (Attendance control clerk)

‘อาคม’ ซูฮก ฟื้นสัมพันธ์ไทย - ซาอุฯ ยกเป็น ‘งานชิ้นโบแดงของลุงตู่’ 

นายอาคม มกรานนท์ อดีตพิธีรายการโทรทัศน์ชื่อดัง และอดีตผู้ประกาศข่าว โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Akhom Makaranond" ถึงกรณีการฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย โดยมีเนื้อหาว่า งานชิ้นโบว์แดงของลุงตู่....

วันนี้มาสาย เพราะมัวติดตามข่าวการไปเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียของนายกรัฐมนตรีไทย ที่ถือว่าเป็นการฟื้นฟูความสัมพันธ์ เพราะเป็นการเยือนในระดับผู้นำรัฐบาลระหว่างสองประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ ๓๒ ปี ระหว่างวันที่ ๒๕ - ๒๖ มกราคมนี้

ความสำคัญอันดับแรก คือ นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ ๒๙ ได้สร้างภาพพจน์ให้เห็นว่าทั้งสองประเทศ ไม่ได้มีความระแวงเรื่องเพชรบลูไดมอนด์ ตามที่มีผู้บิดเบือนความจริงใส่ร้ายโดยมิบังควร 

เรื่องที่สอง คือ การท่องเที่ยว ชาวซาอุฯ มีอำนาจในการใช้จ่ายสูง เคยมีบุคคลชั้นนำของซาอุฯ เดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยและรักษาตัวจำนวนไม่น้อย ที่ห่างเหินกันไปตั้งแต่เกิดเหตุร้ายกับคนของเขา

ดังนั้น การเดินทางไปครั้งนี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เพราะเป็นการเดินทางไปในห้วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของซาอุดีอาระเบีย จากการปกครองแบบราชาธิปไตยสุดโต่ง มาเป็นการปฏิรูปการปกครองแบบราชาธิปไตยทันสมัยและผ่อนคลายมากขึ้น

32 ปี ที่รอคอย!! 'ไทย' ได้อะไรคืนมา หลังความสัมพันธ์ 'ซาอุดีอาระเบีย' กลับมาหวานชื่น

สัมพันธ์ไทย - ซาอุดีอาระเบีย แตกร้าวยาวนานกว่า 30 ปี 

ตลอด 3 ทศวรรษ ทุกรัฐบาลพยายามลบปมร้าว
แต่...ไม่สำเร็จสักรัฐบาล

ส่งผลให้ไทยสูญเสียโอกาสอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในด้านแรงงาน และการค้า - การลงทุน จากการที่ซาอุดีอาระเบียลดระดับความสัมพันธ์ ทั้งการลดระดับตัวแทนทางการทูตเป็นระดับอุปทูต, ห้ามชาวซาอุดีอาระเบียเดินทางมาไทย และเปิดรับคนไทยไปทำงานในซาอุดีอาระเบีย 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top