Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

ททท.เร่งโปรโมทดึงคนซาอุฯ เที่ยวไทย หลังฟื้นความสัมพันธ์ในรอบ 30 ปี

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวของไทยและซาอุดีอาระเบีย หลังจากทั้ง 2 ประเทศกลับมาการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีอีกครั้งในรอบ 30 ปี ว่า ททท. จะเร่งเดินหน้าวางแผนจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และเสนอขายการท่องเที่ยว เพื่อดึงให้นักท่องเที่ยวในซาอุดีอาระเบียได้เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย เพราะผ่านมาทางการซาอุดีอาระเบีย ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบีย เดินทางไปยังประเทศไทย สำหรับการท่องเที่ยว แต่อนุญาตให้เดินทางเพื่อการรักษาพยาบาล การติดต่อเจรจาธุรกิจหรือทางราชการเท่านั้น 

สำหรับแผนการทำการตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ททท.จะร่วมมือกับ 3 สายการบินหลักในพื้นที่ตะวันออกกลาง ทั้งเอมิเรตส์ แอร์ไลน์, กาตาร์ แอร์เวย์ และ เอทิฮัด แอร์เวย์ส ที่มีเที่ยวบินเชื่อมโยงมาประเทศไทย เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เคยเดินทางมาไทย โดยลงโฆษณาผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์ โซเชียลมีเดีย การจัดทริปท่องเที่ยวให้กับเอเย่นต์ทัวและสื่อมวลชนของซาอุดีอาระเบีย และการใช้ Arab KOLs ซึ่งปัจจุบันมีอิทธิพลทางความคิดในการช่วยประชาสัมพันธ์ประเทศไทย

‘ก้าวไกล’ อ้อน!! ประชาชนโหวตเลือก ‘เพชร กรุณพล’ เทเสียงถล่มทลายเหมือนสมัย ‘อนาคตใหม่’ เข้าสภา

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึง ความพร้อมในการเลือกตั้งซ่อม เขต 9 (หลักสี่-จตุจักร) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 มกราคม นี้ ว่า จากการไปช่วย กรุณพล เทียนสุวรรณ หรือ เพชร ผู้สมัคร เบอร์ 6 ตัวแทนจากพรรคก้าวไกล หาเสียงช่วงที่ผ่านมา ขณะนี้เข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้ว รู้สึกดีใจที่กระแสตอบรับพวกเรามากขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับรัฐบาลที่มีแต่เสียงบ่นถึงความไม่ได้เรื่องในการบริหารประเทศ พี่น้องประชาชนกำลังต้องการทางเลือกใหม่ ความหวังใหม่ และอนาคตใหม่เข้ามาเปลี่ยนแปลง ซึ่งพรรคก้าวไกลก็คือคำตอบนั้น จึงค่อนข้างมั่นใจว่า พวกเราจะรับเสียงสนับสนุนจากประชาชนเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้

“ในวันที่ 30 มกราคม เป็นวันเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขตหลักสี่ จตุจักร เราจะส่งตัวแทนพรรค 280 คน ไปประจำหน่วยเลือกตั้งทั้ง 280 หน่วย ทั้งหมดเป็นอาสาสมัครที่พรรคเปิดรับ ต้องบอกว่านี่เป็นครั้งแรกในการเลือกตั้งซ่อม ที่พรรคก้าวไกลมีอาสาสมัครเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ด้วยกันมากกว่าจำนวนหน่วยเลือกตั้งที่มีเสียอีก สะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนตื่นตัวและใส่ใจการเลือกตัวแทนไปเป็นปากเสียงของเขาอย่างมาก รวมถึงต้องการเห็นชัยชนะของพรรคก้าวไกล อยากให้ในสภามี เพชร กรุณพล ไปทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลแทนพวกเขา”

ประชาชนชาวมองโกเลีย เซ็ง!! หลังเริ่มประสบภาวะปัญหาการจราจรที่ติดขัดจากปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มมากขึ้น

(อูลานบาตอร์) อย่าคิดว่าปัญหาความแออัดของการจราจรจะกระจุกอยู่ในเมืองใหญ่ของโลก ล่าสุดในเมืองอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย ที่แม้จะไม่ใช่เมืองใหญ่ แต่ปัจจุบันก็มีการใช้รถใช้ถนนส่วนบุคคลกันเพิ่มมากขึ้น จนส่งผลกระทบต่อผู้สัญจรไปมาในประจำวันอย่างมาก หนักหนาจนประชาชนในเขตเมืองเริ่มออกมากระตุ้นวอนเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว

สำหรับเมืองดังกล่าวนี้ เริ่มประสบปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งบรรดาผู้สัญจรไปมามักจะไม่สามารถบริหารจัดเวลาได้ หลายคนต้องไปทำงานสายเป็นประจำ

ทั้งนี้ ผู้คนที่อาศัยในเมืองเผยว่า ปัญหาหลักมาจากปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน แล้วก็ไปกระทบต่อบริการคมนาคมขนส่งสาธารณะ ซึ่งเรื่องนี้อยากให้รัฐแก้ปัญหาด้วยการสร้างถนนที่กำหนดให้ขนส่งสาธารณะวิ่งเฉพาะ

‘จักรภพ’ เย้ย แผนฟื้นสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ แค่มกุฎราชกุมาร MBS อยากหาพันธมิตรเพิ่ม

28 ม.ค. 65 - นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลสมัคร และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ ปัจจุบันอาศัยอยู่ต่างประเทศ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก

นาย จักรภพ ระบุว่า ข่าวลือและข่าวมโนเกิดขึ้นมากในกรณีซาอุดีอาระเบีย ที่จู่ ๆ ก็เกิดการเยือนกรุงริยาร์ดของฝ่ายไทยขึ้นมา เราควรตั้งคำถามกับตัวเอง 2 ข้อเพื่อให้นำทางเราไปสู่คำตอบ ซึ่งถึงอาจจะยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายแต่ก็ใกล้เข้าไปหน่อย คำถามนั้นคือ :

เบื้องหน้า: สาระจริง ๆ ของการรับระบอบไทยครั้งนี้คืออะไร?
เบื้องหลัง: เกิดขึ้นได้เพราะอะไร?
คำถามที่ 1

อ่านแถลงการณ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียให้ละเอียด ในนั้นได้บอกอะไรเราอย่างชัดเจนเกือบทั้งหมดแล้ว ผมจะขอว่าไปทีละข้อ และอาจจะรวบบางข้อเข้าด้วยกัน เพราะหลายข้อเป็นข้อความที่ว่างเปล่าแบบการทูตยุคโบราณเท่านั้น

ข้อ 1 ชัดเจนตั้งแต่ข้อแรกนี้เลยว่า งานนี้ไทยเป็นคนไปของอนง้อกับทางซาอุดีอาระเบีย เพราะรองนายกรัฐมนตรีของซาอุดีอาระเบียเป็นผู้ออกจดหมายเชิญนายกรัฐมนตรีไทย ตามประเพณีการทูตแล้ว คนในตำแหน่งเดียวกันหรือเทียบเท่ากันเท่านั้นเขาจะเชิญกัน นายกฯ ต้องเชิญนายกฯ ด้วยกัน ไม่ใช่รองนายกฯ เชิญนายกฯ ซึ่งเท่ากับบอกกลาย ๆ ว่า คนตำแหน่งต่ำกว่าของบ้านฉัน ใหญ่เท่ากับคนตำแหน่งสูงกว่าที่บ้านเธอ ส่งสัญญาณตั้งแต่แรกว่าใครง้อใคร และใครตัวซี้ตัวสั่นรีบวิ่งไปหาเขาเมื่อได้ยินเสียงเคาะกะลา เรารู้ครับว่า เจ้าชายบินซัลมานฯ หรือ MBS คือผู้มีอำนาจจริงในซาอุดีอาระเบีย ถ้าจะคุยให้ได้เรื่องก็ต้องคุยกับคนนี้เท่านั้น เรื่องนี้ใครก็เข้าใจ แต่จะต้องไม่ลืมด้วยว่าประเทศไทยไม่ได้เซ็นสัญญาเป็นคนรับใช้ หรือยอมตัวเป็นชาติไก่รองบ่อนของชาติใดอย่างเป็นทางการ การแสดงความเสมอภาคและเท่าเทียมระหว่างคู่เจรจาคือเกียรติภูมิของชาติอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะในขั้นต้น แต่พออ่านข้อ 1 เลยทำให้คิดว่า หรือคนไทยเราบางคนไม่รู้จักคำว่า เกียรติภูมิ หรือ เกียรติยศ

ข้อ 2 คราวนี้ ไทยเป็นฝ่ายเอ่ยปากแสดงความเสียใจเกี่ยวกับกรณีที่พวกเราเรียกกันว่า คดีเพชรซาอุฯ ขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะระบุปีเสียด้วยว่า ระหว่าง พ.ศ. 2532-2533 ทั้งที่เรื่องจริงมันยาวนานกว่านั้นมาก อาจมีเจตนาเพื่อตัดบางกรณีที่ลามต่อเนื่องออกไป เพื่อจะได้ไม่ต้องไปสืบสวนและสอบสวนเพิ่มแบบขยายประเด็น แบบนี้ต้องเรียกว่าตั้งข้อหาตัวเองแบบตำรวจบางคน คือช่วยตั้งข้อหาให้มันแคบเข้าไว้ แต่สาระสำคัญกว่านั้นอยู่ที่ตรงฝ่ายไทยชิงสรุปว่า เท่าที่ผ่านมา ได้ทำคดีนั้นอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ยินดีจะเปิดแฟ้มใหม่ให้กับซาอุดีฯ หากมี “หลักฐานเพิ่ม” คำถามที่เกิดขึ้นทันทีคือ หลักฐานใหม่พวกนี้มาจากไหน? มาจากฝ่ายไทยเอง หรือรอให้ฝ่ายซาอุดีฯ เขาจะส่งเป้าชี้มาให้เลยเสร็จสรรพ? เรื่องนี้อ่านแล้วรู้สึกได้เลยว่า ไทยจะยังไม่ได้อะไรเป็นมรรคเป็นผลอย่างที่ใครบางคนฝันกลางวันเอาไว้หรอกครับ ยกเว้นว่าอาจจะได้เอกอัครราชทูตที่ริยาร์ดส่งมาประจำที่กรุงเทพฯ สักคน และก็รอเรื่องอื่นไปจนกว่าทางซาอุดีฯ จะบอกมาอีกทีว่าฉันพอใจกับเรื่องเพชรซาอุฯ รอบใหม่แล้ว นั่นก็เท่ากับว่า การวิ่งไปคราวนี้เป็นเพียงภารกิจรักษาหน้าเท่านั้น คุยได้นิด ๆ ว่าเราจะกลับมามีความสัมพันธ์ทางการทูตกับซาอุดีอาระเบียแล้วนะ ถ้าถามต่อว่าแล้วว่าได้อะไรเป็นรูปธรรมกลับมาบ้าง ก็คงม้วนหน้าหลบเร้นไปตามระเบียบ

"หมอหนู" ชี้​ ตัวเลขเสียชีวิตสหรัฐฯพุ่ง​ เหตุไม่ได้รับวัคซีนกันเยอะ​ ส่วนไทยมั่นใจคุมได้​ เชื่อ​ ตัวเลขจะค่อยๆลดลง​ “ชี้”วงสังสรรค์​เป็นคลัสเตอร์หลัก

ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรี​ และรมว.สาธารณสุข​ กล่าวถึงกรณีมีการตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มผู้ชุมนุมพีมูฟที่ชุมนุมข้างทำเนียบฯหลายราย กระทรวงสาธารณสุขจะต้องเข้ามาคัดกรองหรือไม่​ ว่า​ เข้าใจว่าทาง กทม. เป็นผู้ดูแล ขณะนี้สิ่งที่ดีที่สุดคือ ทำตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วประเทศ โดยเฉพาะวันนี้ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตสูงขึ้นนั้น ตนยังเชื่อว่าจะค่อยๆลดลง อย่างไรก็ตาม​ วันนี้เน้นในเรื่องของการดูแลผู้ป่วยหนัก และยังยืนยันว่าจำนวนตัวเลขผู้เสียชีวิตยังอยู่ในจำนวนที่ดี ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อยู่​

ส่วนที่สหรัฐอเมริกามีตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงขึ้นทั้งที่เชื้อโอมิครอนมีอาการไม่รุนแรงนั้น ต้องดูในรายละเอียด อย่างที่สหรัฐฯมีประชากรจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับวัคซีน และวิถีการใช้ชีวิตอย่างไม่เหมือนเรา คนไทยยังให้ความร่วมมืออย่างดี โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัย ทำให้การติดเชื้อยังอยู่ในระดับที่เราควบคุมได้ ส่วนใหญ่ผู้ที่ติดเชื้อมา มาจากการรวมตัวกัน การปาร์ตี้สังสรรค์ ตรงนี้ยอมรับว่ายังมีอยู่ เพราะทุกคนถือว่าฉีดวัคซีนกันแล้ว ระมัดระวังกันอย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งเหมือนเป็นการคัดกรองชั้น 1 แล้ว ย้ำว่าวันนี้เรื่องวัคซีนไม่ใช่ปัญหา แต่ขอให้หลีกเลี่ยงการรวมตัวเฮฮาปาร์ตี้ การสังสรรค์ ได้รับรายงานว่าขณะนี้เป็นคลัสเตอร์หลัก มาจากกิจกรรมเหล่านี้

เมื่อถามว่า กระทรวงการอุดมศึกษา​ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้มีการประสานกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการดูแลการสอบทีแคสแล้วหรือยัง​ นายอนุทินกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขฉีดวัคซีนให้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าไปดูแล และกระทรวงสาธารณสุขได้ให้มาตรการ อย่างไรก็ตาม ขอให้รักษามาตรการสุขอนามัยส่วนบุคคล เมื่อมีการฉีดวัคซีน ตรวจคัดกรองด้วย ATK ก่อนเข้าสอบแล้ว ก็สามารถดำเนินการได้

คกก.ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลร่วมประชุมหารือขับเคลื่อนงานแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เน้นตอบสนองความต้องการปชช. ในพื้นที่จชต. ให้มีความมั่นคง ปลอดภัย ดำรงชีวิตด้วยความสงบสุขอย่างยั่งยืน

พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล (ปธ.คผบ.จชต.) และกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล 6 ท่าน ที่รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง, ด้านเศรษฐกิจ, ด้านต่างประเทศ, ด้านสังคมพหุวัฒนธรรม ด้านการศึกษา และด้านประสานการมีส่วนร่วม ได้เดินทางไปประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2565 ภายหลังมีการแต่งตั้งตามมติ ครม. ที่สำนักงานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดภาคใต้ ส่วนหน้า อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 

“บิ๊กตู่” สั่งการ กทม. เร่งติดตั้งไฟจราจรข้ามทางม้าลาย พร้อมให้นำนวัตกรรม “ไฟจราจรอัจฉริยะ” มาใช้งาน เพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนมากขึ้น

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยต่อความปลอดภัยของผู้ใช้ทางม้าลาย สั่งกำชับให้กรุงเทพมหานครดำเนินการติดตั้งไฟจราจรข้ามทางม้าลาย เพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนมากขึ้น ให้เร่งดำเนินการโดยเฉพาะทางม้าลายในจุดเสี่ยง แก้ไขปัญหาลดอุบัติเหตุ พร้อมพิจารณานำนวัตกรรมไฟจราจรอัจฉริยะ (Smart Traffic Light) ปิด เปิดไฟเขียวให้คนข้ามทางม้าลายโดยอัตโนมัติ มาใช้งาน ลดปัญหาสัญญาณไฟจราจรข้ามทางม้าลายแบบเดิม ที่ประชาชนผู้ใช้ทางม้าลายต้องเสียเวลายืนรอข้ามถนนหลายนาที

คลังเปิดจีดีพีทั้งปี 64 โตแค่ 1.2% คาดปี 65 เร่งขึ้นเป็น 4% ได้

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทย ในปี 2564 คาดว่าจะขยายตัว 1.2% โดยเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ฟื้นตัวได้ดีกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการประคับประคองเศรษฐกิจไทย และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดภายในประเทศที่ปรับดีขึ้นและการเร่งกระจายวัคซีนที่มีความครอบคลุมมากขึ้น 

ส่วนเศรษฐกิจไทยในปี 2565 กระทรวงการคลังคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเร่งขึ้นมาอยู่ในช่วง 4% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 3.5 - 4.5% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายในประเทศที่ขยายตัวหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย เริ่มมีผลกระทบในวงจำกัด คาดว่าการบริโภคภาคเอกชนจะขยายตัว 4.5% และภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาขยายตัวหลังจากการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศผ่านระบบ Test & Go อีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2565 เป็นต้นไป โดยคาดว่านักท่องเที่ยวต่างประเทศจะเดินทางเข้ามา 7 ล้านคน ขณะที่การส่งออกสินค้าคาดว่าจะขยายตัว 3.6% ตามอุปสงค์โลกที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

"จุรินทร์" เผย ไม่ทราบ "โบ๊ต อนุกูล" ย้ายซบ ปชป. รอง”เดชอิศม์”รายงานก่อน ปัดตอบ กลิ่นรัฐประหาร  มองไม่ออกใครจะเป็นคนทำ ชี้ เป็นหน้าที่พรรคร่วมรักษาเสถียรภาพรัฐบาล ลั่น อย่ากังวลประชาธิปัตย์รู้หน้าที่ดี 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่ายังไม่มีข้อมูลเรื่อง นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ หรือน้องโบ๊ต อดีตผู้สมัคร ส.ส. เลือกตั้งซ่อม เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ เตรียมย้ายเข้ามาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคใต้ ยังไม่ได้รายงานตนในเรื่องนี้ จึงยังไม่ขอตอบเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามในวันที่ 29 ม.ค.ตนจะเดินทางไปที่จังหวัดสงขลาเพื่อขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวสงขลาเขต 6 ที่ ลงคะแนนเสียงและไว้ใจเลือกน.ส. สุภาพร กำเนิดผล เป็น ส.ส. ในการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา 

ส่วนกระแสข่าวการรัฐประหารนั้นนายจุรินทร์ กล่าวว่ายังไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่ทราบที่มาที่ไปของข่าวและมองไม่ออกว่าใครจะเป็นคนทำรัฐประหาร ขณะที่เสถียรภาพรัฐบาลนั้นก็เป็นหน้าที่ของพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ตนยังย้ำเรื่องการเป็นสถาบันทางการเมือง เพราะฉะนั้นเรารู้หน้าที่ว่าจะทำอะไร ตัดสินใจอย่างไร จึงขออย่ากังวลในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ แต่พรรคอื่นก็ให้ไปถามพรรคนั้นๆ 

สมุทรปราการ-แห่ซื้อหมู !! “สส.ยงยุทธ” จับมือ “นายก อรัญญา” จัดสรรหาหมูราคาถูกขาย กก. 150 บาท เพื่อช่วยเหลือคนแพรกษา

ที่บริเวณลาน ชั้น 1 เทศบาลตำบลแพรกษา ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สส.สมุทรปราการ เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนชาวแพรกษา หลังเกิดสถานการณ์ประกาศปรับราคาเนื้อหมูแพงขึ้นจนทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบและต้องซื้อเนื้อหมูในราคาที่สูงกว่าเดิม

ซึ่งในช่วงเช้าวันนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น.ทางเทศบาลตำบลแพรกษา ได้เปิดจำหน่ายเนื้อหมูในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด  โดยการประสานของ ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สส.สมุทรปราการ ร่วมกับ นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ได้ดำเนินการจัดสรรหาเนื้อหมูราคาถูก นำมาจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชนในราคากิโลกรัมละ 150 บาท จำนวน 1,300 กิโลกรัม เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคเนื้อหมูในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลแพรกษา  ซึ่งในวันนี้ ทางเทศบาลตำบลแพรกษาได้นำหมูมาจัดจำหน่าย โดยมี หมูสามชั้น,สะโพกหมูติดมัน และหมูเนื้อแดง โดยจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 150 บาท 

ประชาชนสามารถเลือกซื้อเนื้อหมูได้ตามความต้องการ ในราคากิโลกรัมละ 150 บาท โดยจะจำกัดไม่เกินคนละ 2 กิโลกรัม เพื่อเป็นการกระจายเนื้อหมูให้กับประชาชนส่วนใหญ่ได้บริโภคอย่างทั่วถึง อีกทั้ง ทางเทศบาลตำบลแพรกษา ได้กำชับประชาชนรวมถึงผู้ประกอบการที่เดินทางมาซื้อเนื้อหมูที่ทางเทศบาลจัดเตรียมไว้จำหน่ายให้กับประชาชน  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top