Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

'ปศุสัตว์' กำชับทั่วประเทศตรวจสินค้าเข้ม! หลังพบรายงานเจอไส้กรอกอันตราย

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการไปยังปศุสัตว์เขตและจังหวัดทั่วประเทศให้เข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าปศุสัตว์ ให้มีความปลอดภัยอาหาร รักษาคุณภาพมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน หลังพบรายงานทางสื่อออนไลน์เกี่ยวกับไส้กรอกที่ไม่มีแหล่งที่มาแน่ชัดกำลังระบาด คือ ไส้กรอกไม่มียี่ห้อ ทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายเนื่องจากมีสารตกค้างพวกไนไตรท์และไนเตรทเกินปริมาณที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนด เมื่อบริโภคเข้าไปทำให้ป่วยและมีความเสี่ยงเป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ ได้กำกับดูแลระบบการผลิตสินค้าปศุสัตว์ตลอดทั้งกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่ได้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี GAP โรงฆ่าสัตว์ที่ถูกกฎหมาย โรงงานแปรรูปได้มาตรฐาน มีกระบวนการผลิตที่ถูกสุขอนามัย สินค้าที่ได้มีคุณภาพมาตรฐานปลอดภัย จึงมั่นใจได้ว่าสินค้าปศุสัตว์ที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์ มีการตรวจสอบและกำกับดูแลตลอดห่วงโซ่การผลิต ไม่มีสารอันตรายตกค้าง สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มีแหล่งที่มาที่ชัดเจน 

'กองทัพเรือ' แจง 'ภาพเก่าปี 56' คราบน้ำมันดำมืดน่ากลัว ยัน! ปัจจุบันเป็นคราบแผนฟิล์มบางๆ ย้ำ!เดินหน้าเตรียมจัดทีมลุยเก็บคราบน้ำมัน เผยกลุ่มคราบน้ำมันก้อนใหญ่เริ่มเข้าใกล้ฝั่ง มั่นใจควบคุมได้

ที่สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (สทร.) จ.ระยอง  พล.ร.ท.ปกครอง  มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เเถลงความคืบหน้าเรื่องการเร่งขจัดคราบน้ำมันที่รั่วไหลในทะเลท่าเรือมาบตาพุด จ.ระยองว่า ขณะนี้ยังมีเรือจากบริษัท และหน่วยงานต่างๆร่วมกันดำเนินการปฏิบัติการทางทะเล เพื่อดำเนินการขจัด กักเก็บและควบคุมทิศทางคราบน้ำมัน

จากรายงานข่าวล่าสุดเมื่อเวลา 21.00 น. เมื่อวานนี้ ทางทีมเก็บกู้คราบน้ำมัน และศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 ได้ตรวจพบว่ามีคราบน้ำมันเข้าพื้นที่ชายฝั่งบริเวณหาดแม่รำพึงแล้ว มีลักษณะฟิล์มบางๆ ยังไม่มีความหนามาก ซึ่งจะขัดแย้งกับภาพที่ปรากฎตามสื่อต่างๆเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาที่มีภาพคราบน้ำมันจำนวนมหาศาลขึ้นสู่ฝั่ง จากการตรวจสอบยืนยันว่าเป็นภาพเก่าเหตุการณ์เมื่อปี 2556  โดยคราบปัจจุบันไม่ได้มีความน่ากลัวอย่างที่เห็น ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่าความรุนแรงไม่น่าจะเกิดขึ้น

ขณะที่พล.ร.ต.อาทร ชะระภิญโญ รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ในฐานะรองศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการในการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน ทัพเรือภาคที่ 1 หรือ ศคปน.ทรภ.1 กล่าวว่า การปฏิบัติช่วงที่ผ่านมายังคงมีการดำเนินการอย่างยิ่งยวดทั้งภาคทะเล โดยมีเรือบริษัท เอสพีอาร์ซี มาบตาพุด และบริษัท ไออาร์พีซี จำนวน 10 ลำ เร่งฉีดสเปรย์ และกางบูม เพื่อกักเก็บคราบน้ำมัน

อีกทั้งเมื่อวานนี้ได้มีปฏิบัติการทางอากาศบิยโปรยสารเคมีด้วย สำหรับการลาดตระเวนทางอากาศกองทัพเรือจะดำเนินการต่อเนื่องเพื่อเฝ้าระวังและติดตามการเคลื่อนที่ของคราบน้ำมัน โดยเรามีบูมที่กางและดักคราบน้ำมัน แต่ยอมรับว่ามีคราบน้ำมันเป็นฟิล์มบางๆเล็ดรอดเข้ามาสู่ชายฝั่งบ้าง ซึ่งล่าสุดสถานการณ์การเคลื่อนที่ของคราบน้ำมันจากการตรวจสอบทางอากาศว่าคราบน้ำมันกลุ่มหลักยังอยู่บริเวณที่เดิม และเริ่มเคลื่อนที่ช้าๆเข้าใกล้ฝั่ง โดยเราพยายามขจัดและดำเนินการลดจำนวนลง ส่วนบนบกเราก็มีทีมเก็บคราบน้ำมันกรณีขึ้นหาด ซึ่งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยได้เตรียมกำลังพล 200 นาย จากหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เพื่อรับความพร้อม โดยทุกคนผ่านการอบรมวิธีเก็บคราบน้ำมัน และมีการแต่งกายด้วยชุดป้องกันอย่างรัดกุม ส่วนคราบน้ำมันฟิล์มบางๆบริเวณหาดแม่รำพึงนั้นมีจำนวนไม่มาก ทางทีมได้เข้าเก็บเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้มีเพียงคราบน้ำมันที่เป็นแผ่นฟิล์มบางๆ ที่เล็ดลอดนั้นก็มีที่จุดหินดำ และบริเวณสบาย สบาย รีสอร์ท ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการ 
 

“บิ๊กตู่” พอใจประมาณการภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 64 ขยายตัวร้อยละ 1.2 ขณะที่ปี 65 คาดขยายตัวร้อยละ 4.0 โฆษกรัฐบาลเผยยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทยเดินมาถูกทาง

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อปประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พอใจภาพรวมเศรษฐกิจไทย ปี 2564 และ 2565 ที่รายงานโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ว่า เศรษฐกิจไทยปี 2564 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 1.2 ต่อปี (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 0.9 ถึง 1.4) ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับประมาณการครั้งก่อน ณ เดือนตุลาคม 2564 ที่ร้อยละ 1.0 ต่อปี โดยเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ฟื้นตัวได้ดีกว่าที่คาดไว้ 

ขณะที่ในปี 2565 นั้น คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเร่งขึ้นมาอยู่ในช่วงร้อยละ 4.0 ต่อปี (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 3.5 ถึง 4.5) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายในประเทศที่ขยายตัวหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ที่ทำให้การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศมีผลกระทบในวงจำกัด ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายทางสาธารณสุขและเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่เป็นไปอย่างรอบคอบ รัดกุม ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รายงานด้วยว่า บทบาทของการดำเนินนโยบายของรัฐบาลมีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยภาพรวมด้านเศรษฐกิจที่ผ่านมาในปี 2564 เศรษฐกิจไทยค่อย ๆ ฟื้นตัวอันเนื่องมาจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้า และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการประคับประคองเศรษฐกิจไทย และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดภายในประเทศที่ปรับดีขึ้น และการเร่งกระจายวัคซีนที่มีความครอบคลุมมากขึ้น โดยคาดว่าการบริโภคภาคเอกชนจะขยายตัวที่ร้อยละ 0.2 ต่อปี (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ -0.1 ถึง 0.4) และการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัวที่ร้อยละ 3.7 ต่อปี (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 3.4 ถึง 3.9) 

‘อลงกรณ์’ หนุนประมงพื้นบ้านเพชรบุรีพัฒนาท่าเทียบเรือ ตั้งองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น รวมกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่ม

(29 ม.ค.65) นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทยลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือประมงพื้นบ้าน คลองบางอินทร์ ต.บางขุนไทร อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี พร้อมด้วย นายสมบุญ ธัญญาผล ประมงจังหวัดเพชรบุรี, นายสมพงษ์ เพชรนาค ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเพชรบุรี, นางสาวศิริวรรณ เครือเล็ก เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน เพื่อรับฟังปัญหาของชาวประมงในพื้นที่และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขการพัฒนาท่าเทียบเรือประมงพื้นบ้านคลองบางอินทร์ พื้นที่หมู่ที่ 8

'เทพไท' เผย กมธ.กาสิโน ตั้งอนุ กมธ.4 ชุด เร่งศึกษาการตั้งสถานบันเทิงครบวงจร ภายใน 60 วัน

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช  พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) การจัดเก็บรายได้ และภาษีจากธุรกิจกาสิโนถูกกฎหมาย และมาตรการในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาบ่อนการพนันผิดกฎหมาย การแพร่ระบาดของตู้เกมพนันไฟฟ้า และการพนันออนไลน์ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึง ความคืบหน้าการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ว่า ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการ 4 ชุด เพื่อพิจารณาศึกษาในรายละเอียดของสถานบันเทิงครบวงจร ในทุกๆด้าน ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 60 วัน คือ

1. คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษากฏหมาย การจัดเก็บรายได้และภาษี จากสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) โดยมีนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานฯ

2. คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการป้องกัน แก้ไขปัญหาผลกระทบและศึกษาพื้นที่ความเป็นไปได้และหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) โดยมี นายสุชาติ อุตสาหะ ส.ส.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานฯ

3. คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการลงทุนและรูปแบบการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) โดยมี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เป็นประธานฯ

4. คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาธุรกิจ Gaming โดยมี นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานฯ 

‘ราเมศ’ โฆษก ปชป ขอบคุณ ปชช. มีส่วนร่วมสร้างพรรคบริจาคเงินให้ ปชป สูงสุด ย้ำไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้เปิดเผยถึงจำนวนเงินการรับบริจาคของพรรคการเมืองต่างๆว่า

พรรคประชาธิปัตย์โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ขอบพระคุณประชาชนทุกคนที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างพรรคร่วมกิจกรรมทางการเมืองโดยการบริจาคเงินให้กับพรรคเป็นจำนวนที่สูงสุดในทุกพรรคการเมือง โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเงินบริจาคสูงสุดคือ 14,639,000 บาท 
พรรคในฐานะสถาบันทางการเมืองที่ได้ก่อตั้งมายาวนานที่สุด พรรคดำรงคงอยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าเหตุผลที่สำคัญคือประชาชนร่วมยืนเคียงข้างในทุกช่วงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทุกคน ทุกรุ่นในพรรค มีความมุ่งมั่นยึดอุดมการณ์และความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นแนวทางสำคัญในการทำงาน ในทุกภารกิจมุ่งทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ที่สุด พรรคไม่ได้ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจเพื่อการใดการหนึ่ง แต่ประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ตั้งขึ้นมาเพื่อทำงานให้กับประชาชนและประเทศเป็นสำคัญ

ครูสาว แชร์เรื่องราวนร. สอบเข้าพยาบาล สุดซึ้ง หลังรู้ความจริงเหตุที่มือลอกดำ

ครูแชร์เรื่องราวของนักเรียนชั้น ม.6 ขณะสอบสัมภาษณ์เข้าเรียนพยาบาล สุดประทับใจ เห็นมือลอก มีรอยดำ เลยถามว่ามือหนูไปทำอะไร พอรู้ความจริงถึงกับซึ้ง

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวสุดประทับใจที่ใครหลายๆ คนต่างพากันแชร์ออกไปอย่างมากอยู่บนโลกออนไลน์ในขณะนี้ ภายหลัง ดร.วิราวรรณ คล้ายหิรัญ อาจารย์ประจำสาขาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Wirawan Klayhiran ระบุว่า

“มือของหนูที่ครูประทับใจ ว่าด้วยเรื่องการสอบสัมภาษณ์คัดเลือกนักเรียน ม.6 ที่จะเข้าเรียนพยาบาลในปีการศึกษาใหม่นี้ รอบที่ 1 คัดเลือกจาก Portfolio นักเรียนที่มีคุณสมบัติเด่นคือเรียนดี เกรดเฉลี่ยมากกว่า 3.00 หนึ่งในนักเรียนที่มาสัมภาษณ์ ครูสังเกตเห็นผิวหนังที่มือลอก มีรอยดำ เลยถามว่ามือหนูไปทำอะไรมาเหรอคะ นักเรียนเล่าให้ฟังว่าไปทำงานรับจ้างที่โรงงานทำมะพร้าวทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และช่วงปิดเทอม เพื่อหาเงินช่วยครอบครัว

ผลักดันจนสำเร็จ!! เปิดเนื้อหา ฟื้นสัมพันธ์ ไทย-ซาอุฯ สู่ผลงานชิ้นโบว์แดง ‘รัฐบาลลุงตู่’ 

หลังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เสร็จสิ้นการเดินทางเยือนประเทศซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง หลังความสัมพันธ์ตกต่ำมาตลอด 32 ปีที่ผ่านมา 

การเดินทางไปเยือนซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้ นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศแล้วผ่านพิธีการต้อนรับอย่างสมเกียรติ ในขณะเดียวกันยังมีการเจรจาในแบบทวิภาคีอีกหลายเรื่อง

แน่นอนว่า การเดินทางไปเยือนซาอุดีอาระเบียของ พล.อ.ประยุทธ์ ในครั้งนี้ ย่อมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เป็นการเปิดประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์หน้าใหม่ระหว่างสองประเทศในรอบกว่า 30 ปี ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับกันว่า นี่คือ ผลงานชิ้นโบว์แดงของรัฐบาล ภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ อย่างปฏิเสธไม่ได้ 

การไปเยือนซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้ มีรายละเอียดที่กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สรุปไว้น่าสนใจหลายอย่าง ลองไปดูว่ามีอะไรบ้าง เหตุใดจึงสร้างอิมแพค ทั้งในไทยและทั่วโลก ต่างจับตามอง

1.) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรไทยได้เดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 มกราคม 2565 ตามคำเชิญของเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด (His Royal Highness Prince Mohammad bin Salman bin Abdulaziz Al Saud) มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

2.) มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียทรงให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย และทั้งสองฝ่ายได้ประชุมหารืออย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันความตั้งใจร่วมกันในการสะสางประเด็นที่คั่งค้างทั้งหมดระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียและปรับความสัมพันธ์ระหว่างสองราชอาณาจักรให้เป็นปกติ ทั้งสองฝ่ายยังได้ย้ำความสำคัญของการส่งเสริมความสัมพันธ์ฉันมิตรของสองราชอาณาจักรและการเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับความสัมพันธ์ฉันมิตรกับซาอุดีอาระเบีย และแสดงความเสียใจยิ่งต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นที่ประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ. 2532-2533 (ค.ศ. 1989-1990)

นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยยืนยันว่า ไทยได้พยายามอย่างที่สุดแล้วในการสะสางกรณีต่างๆ และหากมีหลักฐานใหม่เกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้น ก็พร้อมที่จะนำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยพิจารณา นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยยังได้ยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการให้ความคุ้มครองที่เหมาะสมแก่บุคคลในคณะผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียที่กรุงเทพฯ ตามอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางทูต ปี ค.ศ. 1961 ทั้งสองฝ่ายยังได้ยืนยันความมุ่งมั่นในการดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อดูแลความปลอดภัยของคนชาติของกันและกันในแต่ละประเทศ

3.) ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นในภูมิภาคและระหว่างประเทศต่างๆ และได้หารือถึงแนวทางในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีในทุกสาขา ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะเพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์และการติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของแต่ละฝ่ายเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีเพื่อประโยชน์ร่วมกันของราชอาณาจักรทั้งสอง

4.) โดยคำนึงถึงจิตวิญญาณของความร่วมมือและความตั้งใจร่วมกันเพื่อฟื้นฟูมิตรภาพและความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างสองราชอาณาจักรและประชาชน ภายใต้การนำและพระราชวิสัยทัศน์อันเข้มแข็งของผู้พิทักษ์ สองมหามัสยิดอันศักดิ์สิทธิ์ สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด (His Majesty King Salman bin Abdulaziz Al Saud) และมกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย ทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบร่วมกันให้ปรับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันให้เป็นปกติอย่างสมบูรณ์ ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากความพยายามในหลายระดับของทั้งสองฝ่ายที่มีมาอย่างยาวนานเพื่อฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจและความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างกัน

5.) ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกับขั้นตอนสำคัญต่างๆ ที่จะดำเนินการเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคี ซึ่งรวมถึงการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำเมืองหลวงของทั้งสองประเทศในอนาคตอันใกล้ และการจัดตั้งกลไกการปรึกษาหารือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคี การติดต่อประสานงานอย่างเต็มที่จะเริ่มต้นขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้าเพื่อหารือความร่วมมือทวิภาคีในสาขายุทธศาสตร์ที่สำคัญ

6.) ทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางในการส่งเสริมและเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองราชอาณาจักรโดยการแสวงหาโอกาสในด้านการลงทุนและอื่นๆ ในบริบทของวิสัยทัศน์ ค.ศ. 2030 ของซาอุดีอาระเบียและวาระการพัฒนาแห่งชาติของไทย กล่าวคือ นโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio - Circular - Green Economy) ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะแสวงหาความร่วมมือในสาขาใหม่ๆ อาทิ พลังงานทดแทน สิ่งแวดล้อม การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการพัฒนา และความมั่นคงทางไซเบอร์ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำความสำคัญของการส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับประชาชน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำหรับความสัมพันธ์ที่กำลังเติบโตระหว่างทั้งสองราชอาณาจักร รวมทั้งการส่งเสริมการสนทนาแลกเปลี่ยนระหว่างศาสนาและพหุวัฒนธรรม

ป.ป.ช.ยื่นฟ้อง ‘ยิงลักษณ์’ กับพวก คดีทุจริต จัดโรดโชว์ มูลค่า 240 ล้าน 

ป.ป.ช.ยื่นฟ้อง “อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์” กับพวก ทุจริตจัด “โรดโชว์ สร้างอนาคตไทย 2020” มูลค่า 240 ล้านบาท ศาลฎีกานัดฟังคำสั่งรับฟ้องหรือไม่ 19 เม.ย.นี้

วันนี้ (28 ม.ค.) ที่ศาลฎีกา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) บริษัท สยามสปอร์ต ชินดิเคท จำกัด (มหาชน) และ นายระวิ โหลทอง กรรมการผู้บริหารบริษัทสยามปอร์ตฯ เป็นจำเลยที่ 1-6 ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามคดีหมายเลขดำที่ อม.2/2565

โดยกล่าวหาว่า เมื่อระหว่างปลายเดือน ส.ค. 56 ถึงวันที่ 12 มี.ค. 57 จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาจัดจ้างโครงการ “Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020” อย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้อประโยชน์แก่จำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 กำหนดตัวบุคคลผู้รับจ้างไว้ล่วงหน้าให้จำเลยที่ 4 เป็นผู้รับจ้างจัดทำโครงการ Roadshow “สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020” จำนวน 12 จังหวัด โดยยังไม่ได้คัดเลือกผู้เสนอราคา จำเลยที่ 3 เสนอและจำเลยที่ 1 อนุมัติใช้งบกลาง 40 ล้านบาท ทั้งที่มิใช่กรณีจำเป็นหรือเร่งด่วน 

‘เดอะทอยส์’ ลั่น!! เสียเงินเติมเกม 4 ล้าน เป็นความสุข!! เมินคนมองใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

ปล่อยเพลง ‘อาหมวยหาย’ ออกมาต้อนรับเทศกาลตรุษจีน สำหรับนักร้องชื่อดัง ‘ทอย - ธันวา บุญสูงเนิน’ หรือ ‘เดอะทอยส์’ (THE TOYS) โดยเพลงนี้หนุ่มทอยหยิบเอาซาวนด์วินเทจ มาผสมกับจังหวะดิสโก้ และใช้เสียงสังเคราะห์ที่สร้างบรรยากาศชวนให้คิดถึงอาหมวย อาม่า อากงที่บ้าน นอกจากนี้ยังคว้าหมวยสุดฮอต ‘ต้าเหนิง กัญญาวีร์’ ร่วมเล่นมิวสิกวิดีโอด้วย 

อย่างไรก็ตาม มีอีกประเด็นที่เจ้าตัวดูจะได้รับความสนใจมากกว่า นั่นคือเรื่องของการเติมเกมกว่า 4 ล้านบาท ที่ทำเอาหลายคนฮือฮากันเป็นอย่างมาก โดยทางเจ้าตัวเปิดเผยว่า... 

ตลอด 2 ปีที่ช่วงโควิดระบาดหนัก แต่แทบจะไม่กระทบกับชีวิตเลย เพราะที่ผ่านมาทำงานและเก็บเงินไว้แล้วส่วนหนึ่ง ส่วนกิจกรรมที่ทำช่วงอยู่บ้านนอกจากการเล่นเกม คือ การออกกำลังกาย โดยเริ่มต้นจากความกลัวโควิด และเห็นหลายคนหันมาดูแลตัวเอง ซึ่งเจ้าตัวเปิดคลิปสอนออกกำลังกายของสาว ‘เบเบ้ ธันย์ชนก’ ที่ถึงจะเป็นคลิปอออกกำลังกายแนวเต้น แต่หนุ่มทอยเน้นการวิดพื้นเอา ซึ่งหลังจากทำได้ประมาณ 2 ครั้ง รู้สึกว่าตัวเองมีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเล่นจริงจัง แต่หากนึกภาพตัวเองมีซิกแพ็กก็คงดูดี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top